กกต. มติ 5 ต่อ 2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสกัดศาลฎีกา
ประเด็นการตรวจสอบคุณสมบัติสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า กกต. มติ 5 ต่อ 2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสกัดศาลฎีกา เพื่อขอให้วินิจฉัยขอบเขตอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของคดีฮั้วเลือก สว. ที่ยังมีหลายประเด็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เรื่องนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เคยมีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาดำเนินคดีอาญาและฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องรวม 77 ราย โดยในจำนวนดังกล่าวเป็น สว. ชุดปัจจุบันถึง 26 ราย ทำให้การดำเนินการในแต่ละขั้นตอนมีผลต่อทั้งผู้ถูกร้อง กระบวนการเลือก สว. และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมือง
กกต. มติ 5 ต่อ 2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสกัดศาลฎีกา
รายงานข่าวระบุว่า ที่ประชุม กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นชอบให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยเร่งด่วน เพื่อขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของแต่ละองค์กร โดยเฉพาะกรณีที่ศาลฎีกาเปิดรับคำร้องขอตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก สว. รวมถึงการขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ยกคำร้องไปแล้ว
เหตุผลที่ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
กกต. ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างน้อย 2 ประเด็นสำคัญ ประเด็นแรกคือ หากผู้อำนวยการการเลือกตั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ มีคำสั่งรับสมัครหรือประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. แล้วว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม คำสั่งดังกล่าวควรถือเป็นที่สุดหรือไม่ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่อยู่ในอำนาจเฉพาะของศาลรัฐธรรมนูญตามกฎหมาย
ประเด็นที่สองคือ หาก กกต. มีคำวินิจฉัยยกคำร้องตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2561 คำวินิจฉัยนั้นควรสิ้นสุดและเป็นที่สุดหรือไม่ และสามารถนำเรื่องเดิมไปยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อขอตรวจสอบหรือทบทวนซ้ำได้หรือไม่
จุดเริ่มต้นของข้อขัดแย้งระหว่างสององค์กร
ต้นเหตุของข้อขัดแย้งมาจากผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือก สว. รวม 5 ราย ได้แก่ นายบัลลังค์ ศรีมงคล นางวรรษมนต์ คุณแสน นางแดง กองมา นายสมพาน พละศักดิ์ และนางทองเสียน วงษ์ประจันทร์ ทั้งหมดได้ยื่นคำร้องรวม 3 คดี เพื่อขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก รวมทั้งขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.
ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องทั้ง 3 คดีไว้พิจารณา พร้อมสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำคำคัดค้านและนัดตรวจพยานหลักฐาน การรับคำร้องดังกล่าวจึงทำให้ กกต. กังวลว่าอาจเกิดการตีความขอบเขตอำนาจที่ทับซ้อนกันระหว่างศาลฎีกากับองค์กรจัดการเลือกตั้ง
กกต. อ้างอำนาจตามรัฐธรรมนูญ
กกต. ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 224 กำหนดให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระที่มีหน้าที่โดยตรงในการจัดการ ควบคุม และตรวจสอบการเลือก สว. ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม นอกจากนี้ยังมีอำนาจสืบสวน ไต่สวน และประกาศผลการเลือกตั้งตามที่กฎหมายกำหนด
ในมุมมองของ กกต. การเปิดรับคำร้องของศาลฎีกาในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ผ่านกระบวนการรับสมัครไปแล้ว รวมถึงเป็นการทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว จึงต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดเพื่อสร้างความชัดเจน
ขณะเดียวกัน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2561 กำหนดอำนาจของศาลฎีกาไว้ในกรณีเฉพาะ เช่น ผู้สมัครถูกสั่งไม่รับสมัคร ถูกลบชื่อ หรือกรณีการเลือกในระดับต่าง ๆ ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 44 อย่างไรก็ตาม กกต. เห็นว่าไม่ปรากฏบทบัญญัติที่ให้อำนาจประชาชนหรือผู้สมัครยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ได้รับสมัครแล้ว หรือทบทวนคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. อีกครั้ง
ผลกระทบที่ประชาชนควรติดตาม
- ความชัดเจนเรื่องอำนาจองค์กร: คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอาจกำหนดแนวทางว่าองค์กรใดมีอำนาจพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของผู้สมัคร สว. ในแต่ละช่วงเวลา
- สถานะของคดีฮั้วเลือก สว.: ผลการวินิจฉัยอาจส่งผลต่อทิศทางคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครและ สว. หลายราย
- ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง: หากมีกติกาที่ชัดเจนและไม่เกิดการใช้อำนาจซ้ำซ้อน ประชาชนก็จะติดตามกระบวนการได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
- บรรทัดฐานทางกฎหมาย: เรื่องนี้อาจกลายเป็นแนวทางสำคัญสำหรับการเลือกตั้งหรือการสรรหาบุคคลเข้าสู่องค์กรทางการเมืองในอนาคต
สำหรับประชาชนทั่วไป ประเด็นสำคัญอาจไม่ได้อยู่เพียงว่าองค์กรใดจะเป็นฝ่ายชนะในข้อโต้แย้ง แต่คือการทำให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปตามกฎหมาย โปร่งใส และไม่กระทบต่อสิทธิของผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก การที่ กกต. มติ 5 ต่อ 2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสกัดศาลฎีกา จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตามทั้งคำร้อง เหตุผลทางกฎหมาย และคำวินิจฉัยที่จะออกมาในอนาคต
ท้ายที่สุด คดีนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการตีความอำนาจระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด สิ่งที่สังคมควรคาดหวังคือคำตอบที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และช่วยวางมาตรฐานให้การเลือก สว. ในอนาคตเดินหน้าอย่างสุจริตและเป็นธรรม
ที่มา – ดึงเกมอีก!กกต. มติ 5 ต่อ 2 ยื่น’ศาลรธน.’ สกัด’ศาลฎีกา’ตรวจคุณสมบัติสว.