กมธ.ฟอกเงินฯ ซัดคดี ยิม เลียก-เบน สมิธ ไม่คืบ
ประเด็นการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ ยังคงเป็นเรื่องที่สังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง หลังคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่าการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแถลงข่าวต่อสาธารณะหลายครั้งก็ตาม
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจสอบคดีดังกล่าว
กมธ.ฟอกเงินฯ ซัดคดี ยิม เลียก-เบน สมิธ ไม่คืบ
ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลคือการแถลงข่าวของหน่วยงานรัฐบางครั้งยังพูดถึงข้อมูลเดิม ทั้งเรื่องทรัพย์สินและรายละเอียดของคดีที่ประชาชนเคยรับทราบแล้ว โดยไม่มีการนำเสนอความคืบหน้าใหม่อย่างเป็นรูปธรรม จึงเกิดคำถามว่าการจัดแถลงข่าวครั้งใหญ่มีเป้าหมายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หรือเป็นเพียงการนำเรื่องเดิมกลับมาพูดซ้ำอีกครั้ง
ในมุมมองของคณะกรรมาธิการฯ การตรวจสอบคดีควรลงลึกถึงเส้นทางการเงินทั้งหมด ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะบุคคลที่อยู่ต่างประเทศหรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงในข่าวเท่านั้น เพราะการทำธุรกรรมทางการเงิน การซื้อขายหุ้น และการถือครองทรัพย์สินอาจมีบุคคลหรือบริษัทหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง การเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วนจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
กมธ.ฟอกเงินฯ ซัดคดี ยิม เลียก-เบน สมิธ ไม่คืบ ตั้งคำถามถึงคนไทย
อีกประเด็นสำคัญที่ถูกตั้งคำถามคือ เหตุใดการตรวจสอบจึงยังไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสัญชาติไทยที่อาจเกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจน ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่ายังไม่ทราบว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องจำนวนกี่คน มีบัญชีใดบ้างที่ควรตรวจสอบ และมีผู้มีอำนาจอนุมัติการซื้อขายหุ้นอยู่ในประเทศไทยหรือไม่
คณะกรรมาธิการฯ ยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบบทบาทของกรรมการบริษัท ผู้อนุมัติการขายหุ้น รวมถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อขายหุ้นและทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายเบน สมิธ โดยควรพิจารณาข้อมูลให้รอบด้านและตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคล นิติบุคคล บัญชีธนาคาร และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
- ตรวจสอบเส้นทางการเงินและบัญชีที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
- ตรวจสอบบุคคลไทยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น
- ตรวจสอบการอนุมัติธุรกรรมของกรรมการและผู้บริหารบริษัท
- ตรวจสอบทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง เช่น เรือยอชต์ รถยนต์ ที่ดิน และเครื่องบินส่วนตัว
- ชี้แจงความคืบหน้าต่อประชาชนด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบได้
สำหรับทรัพย์สินที่ถูกพูดถึง ได้แก่ เรือยอชต์ รถยนต์ ที่ดิน และเครื่องบินส่วนตัวนั้น ประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจนจากหน่วยงานรัฐบางแห่ง โดยเฉพาะกรณีเครื่องบินส่วนตัวที่มีการระบุว่ายังไม่ได้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเพียงจากรายงานข่าวเท่านั้น
การขาดข้อมูลที่ชัดเจนอาจทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่า การตรวจสอบดำเนินไปถึงขั้นตอนใดแล้ว มีการตรวจสอบทรัพย์สินครบทุกประเภทหรือไม่ และมีการติดตามธุรกรรมย้อนหลังมากน้อยเพียงใด ดังนั้นหน่วยงานรัฐควรสื่อสารด้วยข้อเท็จจริงที่อธิบายได้ พร้อมระบุกรอบเวลาและขั้นตอนการทำงานอย่างเหมาะสม
นายพิทักษ์เดชยังกล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างจากต่างประเทศว่า บุคคลสำคัญในประเทศไทยหรืออดีตบุคคลสำคัญของไทยอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยตั้งคำถามว่าหากต่างประเทศสามารถระบุชื่อบุคคลและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ เหตุใดรัฐบาลไทยจึงยังไม่มีท่าทีตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม การกล่าวถึงบุคคลใดในประเด็นนี้ยังควรยึดหลักการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรได้รับความเป็นธรรม และข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหา และประเด็นที่อยู่ระหว่างการสอบสวน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือกระทบต่อสิทธิของบุคคล
คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าคดีนี้ยังไม่ควรจบลงเพียงการติดตามหรือออกหมายจับบุคคลที่เดินทางออกนอกประเทศ เพราะข้อสงสัยเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นและผู้ที่อยู่ในประเทศไทยยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน การสอบสวนควรขยายไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผู้ทำธุรกรรม และผู้ที่อาจได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของทรัพย์สิน
หลังจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะกำหนดประเด็นการตรวจสอบเพิ่มเติม และได้ส่งหนังสือคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษร การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน และทำให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของคดีได้อย่างเป็นระบบ
กรณี กมธ.ฟอกเงินฯ ซัดคดี ยิม เลียก-เบน สมิธ ไม่คืบ จึงสะท้อนความจำเป็นของการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ หน่วยงานรัฐควรเร่งตอบคำถามที่สังคมสงสัย พร้อมเปิดเผยข้อมูลเท่าที่กฎหมายอนุญาต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค
ในความเห็นของผู้เขียน คดีนี้ควรเดินหน้าด้วยข้อมูลและหลักฐานมากกว่าการแถลงข่าวซ้ำ ๆ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ใช่เพียงถ้อยคำยืนยันว่าจะตรวจสอบ แต่คือผลการตรวจสอบที่มีรายละเอียด ชี้แจงได้ และนำไปสู่ความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง
ที่มา – กมธ.ฟอกเงินฯซัด ‘ปปง.-ก.ล.ต.-สอบสวนกลาง’ ทำคดี ‘ยิม เลียก-เบน สมิธ’ ไม่คืบ ถามทำไมไม่แตะคนไทย