คนไทยทุกคนต้องได้เรียน เดินหน้า Zero Dropout

การศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ ไม่ว่าครอบครัวจะมีฐานะอย่างไรหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเพียงไหน แนวคิด คนไทยทุกคนต้องได้เรียน จึงไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็นเป้าหมายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นจริง โดยกระทรวงศึกษาธิการกำลังเดินหน้านโยบาย All for Education เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรมเนื่องในวันอยู่อาศัยโลก ประจำปี 2569 ณ ตำบลนาทอน อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล พร้อมกล่าวถึงความสำคัญของการทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม โดยย้ำว่า ไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนต้องมีโอกาสเรียนและพัฒนาตนเอง

คนไทยทุกคนต้องได้เรียน กับภารกิจคืนโอกาส

สาระสำคัญของนโยบายนี้คือการมองเด็กและเยาวชนอย่างเข้าใจ เพราะเด็กแต่ละคนมีข้อจำกัดและบริบทชีวิตแตกต่างกัน บางคนต้องช่วยครอบครัวทำงาน บางคนอยู่ในพื้นที่เดินทางลำบาก ขณะที่บางคนอาจหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ หรือครอบครัว การจัดการเรียนรู้จึงควรมีความยืดหยุ่น ไม่จำกัดเฉพาะการเรียนในห้องเรียนแบบเดิม

นโยบาย Thailand Zero Dropout หรือ TZD มุ่งค้นหา ติดตาม และพาเด็กที่หลุดจากระบบกลับเข้าสู่การเรียนรู้ โดยสามารถออกแบบรูปแบบการเรียนให้เหมาะกับชีวิตของผู้เรียน ทั้งการเรียนในสถานศึกษา การเรียนสายอาชีพ การเรียนรู้ผ่านชุมชน การศึกษานอกระบบ และการเรียนรู้แบบผสมผสานที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย แนวทางเหล่านี้จะทำให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น และสามารถเรียนไปพร้อมกับการรับผิดชอบหน้าที่ในชีวิตประจำวันได้

คนไทยทุกคนต้องได้เรียน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

การสร้างโอกาสทางการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนหรือกระทรวงศึกษาธิการเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ทุกฝ่ายสามารถช่วยกันค้นหาเด็กที่ไม่ได้เรียน รับฟังปัญหา และออกแบบความช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการจริง

  • ครอบครัว ช่วยสนับสนุนและพูดคุยกับเด็ก เพื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถเรียนต่อได้
  • โรงเรียนและครู จัดรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น พร้อมติดตามผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
  • ชุมชน เปิดพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้จากอาชีพ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต
  • หน่วยงานรัฐและท้องถิ่น ประสานทรัพยากร ทุนการศึกษา การเดินทาง และบริการสนับสนุนที่จำเป็น
  • ภาคเอกชนและประชาสังคม ร่วมสร้างหลักสูตร ฝึกอาชีพ และเพิ่มโอกาสให้เด็กมีรายได้อย่างเหมาะสม

การที่กระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมกิจกรรมวันอยู่อาศัยโลกที่จังหวัดสตูล ยังสะท้อนว่าการพัฒนาชุมชนที่มั่นคงไม่ได้หมายถึงการมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงคุณภาพชีวิต สิทธิ และโอกาสในการพัฒนาตนเองด้วย เพราะการศึกษาเป็นรากฐานที่ช่วยให้ประชาชนมีความรู้ มีทางเลือกในการประกอบอาชีพ และสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง

ภายในงาน นายอาณัติ มีบุญ ศึกษาธิการจังหวัดสตูล ได้ร่วมรับฟังข้อเสนอด้านการศึกษาจากประชาชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่ พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผน เพราะแต่ละจังหวัดมีบริบทแตกต่างกัน การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบจึงควรเริ่มจากการเข้าใจสภาพจริงของแต่ละชุมชน

กิจกรรมยังมีการแสดงระบำของกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโว้ย และการจัดแสดงสินค้าชุมชนจากทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรม การฝึกทักษะอาชีพ หรือการทำงานร่วมกับคนในชุมชน หากนำความรู้เหล่านี้มาเชื่อมโยงกับระบบการศึกษา ก็จะช่วยให้เด็กเห็นคุณค่าของท้องถิ่นและมองเห็นเส้นทางอนาคตของตนเองได้ชัดเจนขึ้น

หัวใจของนโยบาย คนไทยทุกคนต้องได้เรียน คือการไม่ปล่อยให้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ระยะทาง หรือเงื่อนไขชีวิตกลายเป็นกำแพงปิดกั้นอนาคตของเด็ก การคืนเด็กกลับเข้าสู่การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด แต่ควรเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละคน พร้อมมีระบบติดตามและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบาย Zero Dropout จะประสบความสำเร็จได้เมื่อสังคมเปลี่ยนจากการถามว่า “ทำไมเด็กจึงไม่มาเรียน” เป็นการถามว่า “เราจะช่วยให้เด็กกลับมาเรียนได้อย่างไร” หากทุกคนร่วมมือกันจริง แนวคิด คนไทยทุกคนต้องได้เรียน ก็จะกลายเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน และช่วยสร้างชุมชนที่เข้มแข็งโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ที่มา – โฆษกศธ.ย้ำ คนไทยทุกคนต้องได้เรียน ยากดีมีจนไม่ใช่ข้อจำกัด เดินหน้า Zero Dropout คืนโอกาสเด็กหลุดระบบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *