งบกลาง 69 หมดแล้ว มีงบ 70 เยียวยาน้ำท่วม
สถานการณ์การเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมยังเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง หลังมีการตั้งคำถามว่างบประมาณสำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบถูกใช้หมดแล้วหรือไม่ ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลได้กันงบประมาณส่วนหนึ่งไว้ช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยวงเงินดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 4,700 ล้านบาท และขณะนี้ถูกใช้ไปหมดแล้ว
สำหรับผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ รัฐบาลเตรียมนำงบกลางของปี 2570 มาใช้ดำเนินการ โดยงบกลางปีดังกล่าวมีวงเงินประมาณ 99,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เงินก้อนนี้ต้องใช้รองรับปัญหาหลายด้านตลอดทั้งปี ไม่ได้จัดสรรไว้เพื่อการเยียวยาน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว
งบกลาง 69 หมดแล้ว มีงบ 70 เยียวยาน้ำท่วม
ประเด็น งบกลาง 69 หมดแล้ว มีงบ 70 เยียวยาน้ำท่วม สะท้อนถึงขั้นตอนการบริหารงบประมาณของภาครัฐในช่วงเกิดภัยพิบัติ โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเสมอภาค แม้งบประมาณก้อนแรกจะถูกใช้ไปแล้วก็ตาม การจัดสรรเงินเพิ่มเติมจะต้องอาศัยข้อมูลจากพื้นที่จริง เพื่อให้การช่วยเหลือมีความเหมาะสมและตรงกับจำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อน
งบกลาง 69 หมดแล้ว มีงบ 70 เยียวยาน้ำท่วม ต้องรอตัวเลขจากพื้นที่
ขั้นตอนสำคัญเริ่มจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย จากนั้นจึงส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รวบรวมและสรุปตัวเลข ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ การดำเนินงานลักษณะนี้ช่วยลดความซ้ำซ้อน และทำให้ภาครัฐเห็นภาพรวมว่ามีประชาชนกี่ครัวเรือนที่ยังตกค้างจากการเยียวยา
นายภราดรระบุว่า คาดว่า ปภ.จะสรุปข้อมูลผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือภายในสัปดาห์นั้น เพื่อนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี หากสามารถจัดทำข้อมูลได้ทัน ก็อาจเสนอให้พิจารณาได้ในการประชุมวันที่ 20 ตุลาคม ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ต้องใช้จริงยังไม่สามารถระบุได้จนกว่าจะมีการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลจากทุกจังหวัดอย่างครบถ้วน
จำนวนเงินเยียวยาอาจแตะหลักหมื่นล้านบาท
จากข้อมูลที่มีการพูดถึงว่ามีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่าหนึ่งล้านครัวเรือน ทำให้คาดการณ์ว่าเงินเยียวยารอบถัดไปอาจมีมูลค่าสูงถึงระดับหลักหมื่นล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น และต้องรอผลสรุปอย่างเป็นทางการจาก ปภ. รวมถึงการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
ในบางพื้นที่ การจ่ายเงินช่วยเหลือมีความคืบหน้าไปมากแล้ว เช่น จังหวัดอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และสิงห์บุรี ซึ่งมีรายงานว่าประชาชนได้รับการเยียวยาแล้วมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีครัวเรือนบางส่วนที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร หรือได้รับผลกระทบเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
หลักเกณฑ์การใช้งบกลางเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน
นอกจากการเยียวยาครัวเรือนแล้ว ยังมีข้อเสนอให้ใช้งบกลางแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบระบายน้ำหรือการซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ รัฐบาลระบุว่าการใช้งบกลางต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ มีความจำเป็น มีเหตุฉุกเฉิน มีความเร่งด่วน และเป็นโครงการที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ในงบปกติ
- โครงการต้องมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างชัดเจน
- ต้องเป็นงานที่มีความเร่งด่วนและไม่สามารถรอการจัดสรรงบตามปกติได้
- โครงการที่มีวงเงินต่ำกว่า 100 ล้านบาท อาจเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบได้ตามหลักเกณฑ์
- การใช้งบต้องมีข้อมูลความเสียหายและแผนดำเนินงานรองรับ
สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา สิ่งสำคัญคือควรติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ปภ. พร้อมตรวจสอบว่าข้อมูลครัวเรือนและเอกสารที่ยื่นไว้ถูกต้องหรือไม่ หากพบปัญหาหรือรายชื่อตกหล่น ควรติดต่อหน่วยงานในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำและยืนยันสิทธิให้เร็วที่สุด
ภาพรวมของ งบกลาง 69 หมดแล้ว มีงบ 70 เยียวยาน้ำท่วม จึงไม่ได้หมายความว่าการช่วยเหลือจะยุติลง แต่หมายถึงรัฐบาลต้องเปลี่ยนไปใช้แหล่งงบประมาณตามขั้นตอนใหม่ พร้อมตรวจสอบจำนวนผู้ได้รับผลกระทบให้ชัดเจน ความรวดเร็วควรเดินควบคู่กับความโปร่งใส เพื่อให้เงินถึงมือผู้เดือดร้อนจริงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว
ท้ายที่สุด การเยียวยาเป็นเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า รัฐบาลควรเร่งวางแผนป้องกันน้ำท่วมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานทางการ และเก็บหลักฐานความเสียหายไว้ให้พร้อม หากมีการเปิดรับคำร้องหรือสำรวจเพิ่มเติม
ที่มา – ‘ภราดร’รับงบกลาง 69 หมดแล้ว มีงบ 70 อีก 9.9 หมื่นล้าน พอเยียวยาน้ำท่วม