ปภ.สรุปเยียวยา 2.3 ล้านครัวเรือน จ่ายแล้ว 6 แสน
ปภ.สรุปเยียวยา 2.3 ล้านครัวเรือน หลังรัฐบาลเร่งเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยช่วงฤดูฝนปี 2569 โดยขณะนี้มีการโอนเงินเยียวยาให้ประชาชนแล้วหลายแสนครัวเรือน และยังมีผู้ประสบภัยอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและรอการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เกี่ยวกับตัวเลขผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้น พบว่ามีประมาณ 2.3 ล้านครัวเรือน ขณะที่รัฐบาลได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 6 แสนครัวเรือน ส่วนครัวเรือนที่เหลือจะต้องใช้งบกลางในปี 2570 เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
ปภ.สรุปเยียวยา 2.3 ล้านครัวเรือน
รัฐบาลยืนยันว่าประชาชนทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจะต้องได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นหลังวันที่ 1 ตุลาคม รัฐบาลจะยังคงดูแลตามมาตรการที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ บางกรณีจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย เนื่องจากรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยครัวเรือนให้กับประชาชนเรียบร้อยแล้ว
นายภราดรระบุว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอสำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินจะต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการตรวจสอบพื้นที่ ความเสียหาย และข้อมูลของผู้ขอรับสิทธิ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและลดปัญหาการจ่ายเงินซ้ำซ้อน
ความคืบหน้าการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยสำเร็จแล้ว 683,286 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 5,225.249 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 46 จังหวัด โดยวันที่ 19 ตุลาคม 2569 จะมีการโอนเงินเพิ่มเติมอีก 8,377 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 65,641,000 บาท
การโอนเงินรอบเพิ่มเติมครอบคลุม 16 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ชัยภูมิ ตาก เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม โดยธนาคารออมสินจะทยอยโอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิที่มีข้อมูลครบถ้วน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป
ผู้มีสิทธิรับเงินควรตรวจสอบว่าบัญชีธนาคารได้ผูกกับเลขบัตรประชาชนผ่านระบบพร้อมเพย์แล้วหรือไม่ เพราะข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญในการรับโอนเงิน หากยังไม่ได้ผูกบัญชีหรือข้อมูลไม่ตรงกัน อาจทำให้การโอนเงินล่าช้า และต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขั้นตอนตรวจสอบสิทธิและสาเหตุที่การจ่ายเงินล่าช้า
สำหรับแอปพลิเคชันทางรัฐ มีหน้าที่ช่วยให้ประชาชนลงทะเบียนและตรวจสอบเบื้องต้นว่าตนเองมีสิทธิได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ ส่วนการตรวจสอบสิทธิอย่างเป็นทางการเป็นหน้าที่ของหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งจะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบว่าครัวเรือนนั้นได้รับผลกระทบจริง รวมถึงพิจารณาความครบถ้วนของเอกสารและข้อมูลที่ยื่นไว้
ในหลายจังหวัด การดำเนินงานค่อนข้างรวดเร็ว เนื่องจากมีผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยตรวจสอบข้อมูล ทำให้บางพื้นที่มีความคืบหน้าการเยียวยาแล้วประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม พื้นที่กรุงเทพมหานครมีขั้นตอนที่แตกต่างจากต่างจังหวัด โดยผู้อำนวยการเขต เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการชุมชนจะต้องร่วมกันตรวจสอบข้อมูลของผู้ประสบภัย จึงอาจทำให้กระบวนการใช้เวลานานกว่า ประเด็นสำคัญคือการประสานงานระหว่างหน่วยงานและการลงพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ได้รับผลกระทบตกหล่นจากระบบ
- ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว: ตรวจสอบชื่อ ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชนให้ถูกต้อง
- ตรวจสอบบัญชีพร้อมเพย์: ควรผูกเลขบัตรประชาชนกับบัญชีธนาคารที่ใช้งานได้
- ติดตามผ่านแอปทางรัฐ: ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะและข้อมูลสิทธิของตนเอง
- ติดต่อหน่วยงานท้องถิ่น: หากข้อมูลไม่ครบหรือยังไม่มีผลตรวจสอบ ควรติดต่อสำนักงานเขต อำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- เก็บหลักฐานความเสียหาย: ภาพถ่าย เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องอาจช่วยประกอบการตรวจสอบสิทธิ
งบประมาณเพิ่มเติมสำหรับผู้ประสบภัย
นอกจากเงินที่โอนไปแล้ว ปภ. ยังเสนอกรอบงบประมาณเพิ่มเติมต่อคณะรัฐมนตรีจำนวน 10,508.876 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลืออีก 1,481,401 ครัวเรือน โดยคาดว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 หลังได้รับอนุมัติแล้ว ปภ. จะเร่งเตรียมกระบวนการดำเนินงานและโอนเงินให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด
ภาพรวมของมาตรการครั้งนี้สะท้อนว่าการเยียวยาผู้ประสบภัยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งรัฐบาล ปภ. ธนาคารออมสิน หน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนผู้ยื่นขอรับสิทธิ การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการผูกพร้อมเพย์ให้เรียบร้อยจะช่วยลดระยะเวลาการรอคอยได้มาก
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบสถานะของตนเองผ่านช่องทางที่เป็นทางการ หากพบปัญหาเรื่องสิทธิหรือข้อมูลไม่ตรง ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อขอคำแนะนำ การช่วยกันตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบจะทำให้เงินเยียวยาถึงมือผู้เดือดร้อนได้เร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น
โดยสรุป ปภ.สรุปเยียวยา 2.3 ล้านครัวเรือน และรัฐบาลยังเดินหน้าจ่ายเงินให้ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง แม้บางพื้นที่จะมีขั้นตอนตรวจสอบที่ใช้เวลา แต่ยังมีงบประมาณเพิ่มเติมรองรับ ขอให้ผู้ประสบภัยติดตามสิทธิ ตรวจสอบพร้อมเพย์ และติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อพบปัญหา เพื่อไม่พลาดการช่วยเหลือที่ควรได้รับ
ที่มา – ‘ภราดร’แจงปภ.สรุปเยียวยา 2.3 ล้านครัวเรือน จ่ายแล้ว 6 แสนครัวเรือน
