ปลัด มท. กำชับรับมืออุทกภัย 11 ด้าน
สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำและพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่อง ล่าสุด กระทรวงมหาดไทยได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมรับมืออย่างเป็นระบบ ภายใต้แนวทาง ปลัด มท. กำชับรับมืออุทกภัย 11 ด้าน เพื่อดูแลประชาชนตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังระดับน้ำลดลง
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยข้อสั่งการจากการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน การประชุมครั้งนี้มุ่งวางแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ครอบคลุมทุกมิติ และทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
ปลัด มท. กำชับรับมืออุทกภัย 11 ด้าน
แนวทางสำคัญทั้ง 11 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการข้อมูล การช่วยเหลือประชาชน การแพทย์ การระบายน้ำ ไปจนถึงการฟื้นฟูพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค โดยเน้นให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและตัดสินใจตามสภาพพื้นที่จริง ทั้งนี้ การทำงานต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง อัปเดต และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถเตรียมตัวได้ทันเวลา
11 แนวทางสำคัญเพื่อดูแลประชาชน
- การบริหารจัดการ: ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ต้องบริหารสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ดูแลศูนย์พักพิง กลุ่มเปราะบาง ระบบไฟฟ้า ประปา รวมถึงการรับและแจกจ่ายสิ่งของบริจาคให้ทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อน
- การจัดการข้อมูล: จังหวัดต้องใช้ข้อมูลคาดการณ์ พื้นที่เสี่ยง และแนวโน้มสถานการณ์ประกอบการตัดสินใจ พร้อมปรับปรุงข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย
- การประสานงาน: พื้นที่ที่ประสบภัยหรือมีแนวโน้มได้รับผลกระทบต้องจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด และเปิดปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม
- การสนับสนุนและส่งกำลังบำรุง: จังหวัดที่มีทรัพยากรและสิ่งของพร้อมควรสนับสนุนจังหวัดหรือพื้นที่ที่มีความพร้อมน้อยกว่า เพื่อให้การช่วยเหลือกระจายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
- การแพทย์และสาธารณสุข: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมบริการทางการแพทย์ในศูนย์พักพิง วางแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย
- การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ: เร่งกำจัดขยะ ผักตบชวา วัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลและลดความรุนแรงของสถานการณ์
- การเตรียมพร้อม: จังหวัดที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้ ต้องทบทวนแผนเผชิญเหตุ ระบุพื้นที่เสี่ยง แบ่งหน้าที่ และเตรียมศูนย์พักพิงล่วงหน้า
- การประชาสัมพันธ์: หน่วยงานรัฐต้องสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและต่อเนื่องผ่านทุกช่องทาง เพื่อป้องกันข่าวลือและช่วยให้ประชาชนตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
- การสำรวจและเยียวยา: จังหวัด กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในพื้นที่ต้องสำรวจความเสียหายให้ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และเร่งจ่ายเงินช่วยเหลืออย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
- การฟื้นฟูหลังน้ำลด: ต้องเร่งระบายน้ำ กำจัดขยะและสิ่งปฏิกูล ทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่สาธารณะ รวมถึงจัดทำแผน Big Cleaning
- การฟื้นฟูสาธารณูปโภค: เร่งซ่อมแซมไฟฟ้า ประปา ถนน และสัญญาณโทรศัพท์ให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
14 จังหวัดภาคใต้ต้องเตรียมตัวอย่างไร
สำหรับ 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ จังหวัดควรเตรียมแผนรับมือให้สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศและเส้นทางน้ำของแต่ละชุมชน ควรตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เช่น พื้นที่ริมแม่น้ำ พื้นที่เชิงเขา และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก รวมถึงกำหนดเส้นทางอพยพและจุดปลอดภัยให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า
กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และผู้พิการ ควรได้รับการดูแลเป็นลำดับแรก หากมีสัญญาณว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร กู้ภัย และทหารต้องประสานกำลังเพื่อเคลื่อนย้ายคนกลุ่มนี้ก่อนเกิดเหตุรุนแรง พร้อมเตรียมเรือ รถยกสูง เครื่องสูบน้ำ อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์จำเป็นให้เพียงพอ
ประชาชนเองสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ด้วยการติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ ตรวจสอบสภาพอากาศและระดับน้ำอย่างสม่ำเสมอ ยกของขึ้นที่สูง เตรียมเอกสารสำคัญใส่ถุงกันน้ำ และจัดกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อม หากได้รับคำสั่งให้อพยพควรปฏิบัติตามทันที ไม่ควรฝ่ากระแสน้ำหรือเดินทางผ่านเส้นทางที่เจ้าหน้าที่ประกาศปิด
หัวใจของ ปลัด มท. กำชับรับมืออุทกภัย 11 ด้าน คือการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเข้าไปแก้ไข การสื่อสารที่รวดเร็ว การเตรียมทรัพยากรล่วงหน้า และการดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียม จะช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากขึ้น
ในมุมมองของประชาชน การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะน้ำท่วมอาจเกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาดไว้ ขอให้ทุกครอบครัวติดตามข่าวสารจากทางการ เตรียมแผนฉุกเฉิน และช่วยกันดูแลคนในชุมชน เพื่อให้การรับมืออุทกภัยครั้งนี้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ที่มา – ปลัด มท. กำชับผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ บูรณาการรับมืออุทกภัย 11 ด้าน โดยเฉพาะ 14 จังหวัดภาคใต้