ปานามาเจออาฟเตอร์ช็อกกว่า 200 ครั้ง หลังแผ่นดินไหว 7.7

สถานการณ์ในปานามายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 และตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง โดยมีรายงานว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วมากกว่า 200 ครั้ง เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ศูนย์กลางแผ่นดินไหวและชุมชนห่างไกลที่การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก

หน่วยงานด้านเหตุฉุกเฉินของปานามาระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 27 คน ขณะเดียวกัน บ้านเรือนเกือบ 900 หลังได้รับความเสียหาย ทั้งในระดับโครงสร้างและส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวอาจเพิ่มขึ้นได้อีก เพราะเจ้าหน้าที่และทีมสำรวจยังไม่สามารถเข้าถึงชุมชนห่างไกลทุกแห่งเพื่อประเมินผลกระทบได้อย่างครบถ้วน

ปานามาเจออาฟเตอร์ช็อกกว่า 200 ครั้ง หลังแผ่นดินไหว 7.7

ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันธรณีศาสตร์ มหาวิทยาลัยปานามา เปิดเผยว่า ทีมงานบันทึกอาฟเตอร์ช็อกได้มากกว่า 200 ครั้งแล้ว และแรงสั่นสะเทือนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ความรุนแรงของแต่ละครั้งจะลดลง รวมถึงช่วงเวลาระหว่างการเกิดแผ่นดินไหวแต่ละครั้งเริ่มยาวนานขึ้น แนวโน้มดังกล่าวถือเป็นสัญญาณที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้น แต่ประชาชนยังไม่ควรประมาท

ปานามาเจออาฟเตอร์ช็อกกว่า 200 ครั้ง ต้องรับมืออย่างไร

อาฟเตอร์ช็อกคือแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ โดยอาจเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงหลายชั่วโมงหรือหลายวัน ความรุนแรงอาจลดลงตามเวลา แต่บางครั้งก็ยังมากพอที่จะทำให้อาคารที่ได้รับความเสียหายอยู่แล้วพังถล่มเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการกลับเข้าไปในบ้านหรืออาคารที่มีรอยร้าว จนกว่าจะผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้ในจุดที่หยิบได้สะดวก เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง วิทยุ และเอกสารสำคัญ นอกจากนี้ควรวางแผนเส้นทางอพยพและกำหนดจุดนัดพบของสมาชิกในครอบครัว หากเกิดแรงสั่นสะเทือนอีกครั้ง ให้หมอบลง หลบใต้โต๊ะหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง และยึดจับไว้จนกว่าแรงสั่นสะเทือนจะหยุด

ความเสียหายและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

กระทรวงเศรษฐกิจปานามาระบุว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้รัฐบาลสามารถจัดสรรเงินทุนเพื่อบรรเทาทุกข์ได้สูงสุด 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,360 ล้านบาท โดยไม่ทำให้เป้าหมายการขาดดุลงบประมาณปี 2569 ซึ่งกำหนดไว้ที่ 3.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศได้รับผลกระทบเกินกรอบที่วางไว้ เงินทุนดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน การช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ และการจัดหาสิ่งของจำเป็น

ด้านสหรัฐอเมริกาให้คำมั่นว่าจะมอบเงินช่วยเหลือมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 168 ล้านบาท พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ 20 คนเข้าไปสนับสนุนภารกิจกู้ภัยและประเมินความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน ความช่วยเหลือนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะทีมงานจากต่างประเทศสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการค้นหา การประเมินอาคาร และการวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

  • เร่งสำรวจบ้านเรือนและอาคารที่ได้รับความเสียหาย
  • จัดพื้นที่พักพิงและสิ่งของจำเป็นให้ผู้ประสบภัย
  • ตรวจสอบถนน สะพาน ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร
  • เผยแพร่ข้อมูลเตือนภัยที่ถูกต้องและลดข่าวลือในชุมชน
  • ติดตามอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินความเสี่ยง

รัฐบาลปานามาเร่งซ่อมถนนและสะพาน

ประธานาธิบดีโฮเซ ราอูล มูลิโน เดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมเรียกร้องให้เร่งซ่อมแซมถนนและสะพานที่ได้รับความเสียหาย เพราะเส้นทางเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์กู้ภัยไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากความเสียหายที่มองเห็นได้แล้ว แผ่นดินไหวยังอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจของประชาชน หลายครอบครัวอาจรู้สึกหวาดกลัวเมื่อต้องอยู่ในบ้านหรือได้ยินเสียงอาคารสั่นไหว ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เปิดช่องทางรับแจ้งเหตุ และจัดทีมดูแลสุขภาพจิตควบคู่กับการช่วยเหลือด้านกายภาพ การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวได้ถูกต้องและลดความตื่นตระหนก

เหตุการณ์ปานามาเจออาฟเตอร์ช็อกกว่า 200 ครั้ง หลังแผ่นดินไหว 7.7 สะท้อนให้เห็นว่า หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ภารกิจสำคัญไม่ได้จบลงทันทีเมื่อแรงสั่นสะเทือนแรกผ่านไป แต่ต้องติดตามสถานการณ์ ประเมินอาคาร และดูแลผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรติดตามประกาศจากทางการ หลีกเลี่ยงพื้นที่อันตราย และเตรียมพร้อมรับมือจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปลอดภัย

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ที่มา – ปานามาอ่วมหนัก! เจออาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 200 ครั้ง ตามหลังแผ่นดินไหว 7.7

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *