รถพ่วง 18 ล้อทับยายและหลานเสียชีวิตกลางถนน

รถพ่วง 18 ล้อทับยายและหลานเสียชีวิต กลายเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจบนถนนสายเลี่ยงเมืองแกลง จ.ระยอง หลังเกิดอุบัติเหตุระหว่างรถบรรทุกพ่วงขนาดใหญ่กับรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้หญิงวัย 65 ปี และหลานสาววัย 9 ขวบ เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเศร้าโศกให้กับครอบครัวและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 69 บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวนาย ก. หมู่ 1 ต.บ้านนา อ.แกลง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง ได้รับแจ้งว่ามีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจสอบทันที

รถพ่วง 18 ล้อทับยายและหลานเสียชีวิต

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีเขียว จอดอยู่ริมถนน ห่างจากจุดพบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 10 เมตร ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อมีโอ สีเขียว ทะเบียนจังหวัดระยอง สภาพได้รับความเสียหายจากแรงชนอย่างหนัก

ผู้เสียชีวิตรายแรกคือนางจันทร์จิรา อายุ 65 ปี ชาว ต.บ้านนา อ.แกลง จ.ระยอง ส่วนอีกรายเป็นหลานสาววัย 9 ขวบ ทั้งสองเสียชีวิตอยู่บริเวณกลางถนนและมีบาดแผลรุนแรงจากการถูกรถทับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

ลำดับเหตุการณ์รถพ่วง 18 ล้อทับยายและหลานเสียชีวิต

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่พบว่า รถบรรทุกพ่วงขับมาจากถนนสาย 344 ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเลี่ยงเมืองแกลง โดยมีทิศทางมุ่งหน้าไปยังถนนสุขุมวิท ขณะเดียวกัน รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตได้ขี่เข้ามาในบริเวณด้านข้างของรถพ่วง

ภาพจากกล้องวงจรปิดเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า รถจักรยานยนต์เกิดการเฉี่ยวชนกับด้านข้างของรถบรรทุกพ่วง ก่อนเสียหลักล้มลงบนถนน แรงจากการเสียหลักทำให้ร่างของผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายกระเด็นเข้าไปบริเวณล้อของส่วนพ่วง จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเรื่องความเร็ว ระยะห่าง และลักษณะการขับขี่ของรถทั้งสองคันยังต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

อุบัติเหตุลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้รถจักรยานยนต์ร่วมกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณทางแยก ทางเลี้ยว และจุดที่รถพ่วงอาจมีมุมอับสายตา ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ขับเข้าใกล้ด้านข้างหรือด้านหลังของรถบรรทุกมากเกินไป และควรเว้นระยะห่างที่ปลอดภัยอยู่เสมอ

ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด

เบื้องต้น คนขับรถบรรทุกพ่วงได้จอดรถและลงมาให้ความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำคนขับรถ รวมทั้งรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด พยานในพื้นที่ และหลักฐานทางกายภาพที่พบในจุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุและข้อเท็จจริงทั้งหมดก่อนพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาลแกลงเพื่อชันสูตรตามขั้นตอน จากนั้นจะประสานญาติให้มารับร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา เหตุการณ์นี้ทำให้คนในชุมชนต่างแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเด็กหญิงวัย 9 ขวบที่ต้องจากไปพร้อมกับคุณยายอย่างกะทันหัน

สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องเดินทางผ่านถนนเลี่ยงเมืองแกลง ควรลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้ทางแยกและจุดเลี้ยว รวมถึงสังเกตสัญญาณไฟ การเคลื่อนตัวของรถบรรทุก และรถจักรยานยนต์รอบข้างให้รอบคอบ การไม่เร่งแซงในจุดอับสายตาและการเว้นระยะจากรถขนาดใหญ่ อาจช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุรุนแรงได้

  • ควรหลีกเลี่ยงการขับรถอยู่ด้านข้างรถพ่วงเป็นเวลานาน
  • ควรเว้นระยะห่างจากรถบรรทุกและสังเกตไฟเลี้ยวให้ชัดเจน
  • ลดความเร็วทุกครั้งเมื่อผ่านทางแยก ทางโค้ง และจุดกลับรถ
  • สวมหมวกนิรภัยและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
  • หากพบอุบัติเหตุ ควรโทรแจ้งเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่อันตราย

เหตุ รถพ่วง 18 ล้อทับยายและหลานเสียชีวิต เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน ไม่ว่าจะขับรถประเภทใด การมีสติ รักษาระยะห่าง และเคารพกฎจราจรสามารถช่วยลดโอกาสเกิดความสูญเสียได้ ขอให้ผู้ใช้รถทุกคนเดินทางอย่างไม่ประมาท เพื่อไม่ให้เกิดเหตุเศร้าซ้ำขึ้นอีก

ที่มา – สลด! รถพ่วง 18 ล้อทับยายวัย 65 – หลาน 9 ขวบ เสียชีวิตกลางถนนเลี่ยงเมืองแกลง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *