ศรีสุวรรณให้ถ้อยคำ กกต. ปมสอบ สส.ไอเดียร์
ศรีสุวรรณให้ถ้อยคำ กกต. ปมสอบ สส.ไอเดียร์ กรณีการร้องเรียนให้ตรวจสอบการบริจาคเงินเข้าพรรคภูมิใจไทย โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่แหล่งที่มาของเงินและความถูกต้องตามกฎหมายพรรคการเมือง ทั้งนี้ การตรวจสอบยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิชี้แจงตามกระบวนการกฎหมาย
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้าให้ถ้อยคำต่อ กกต. หลังยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ “สส.ไอเดียร์” พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับการบริจาคเงินให้พรรคการเมืองว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และมาตรา 74 หรือไม่
ศรีสุวรรณให้ถ้อยคำ กกต. ปมสอบ สส.ไอเดียร์
นายศรีสุวรรณเปิดเผยว่า น.ส.สุชาดาเคยบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยหลายครั้ง ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบรายละเอียดของเงินบริจาคอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะที่มาของทรัพย์สินและความสัมพันธ์ทางการเงินระหว่างผู้บริจาค ครอบครัว และพรรคการเมืองที่รับเงิน
ข้อสงสัยอีกประเด็นเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินรวมของสามีชาวต่างชาติที่มีการแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 2569 โดยระบุว่ามีทรัพย์สินสูงถึง 1,974 ล้านบาท ขณะที่มีข้อมูลว่าสามีระบุว่าไม่มีอาชีพและรายได้ ส่วน น.ส.สุชาดามีรายได้ต่อปีประมาณ 1.7 ล้านบาท ประเด็นดังกล่าวจึงถูกตั้งคำถามให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ
ศรีสุวรรณให้ถ้อยคำ กกต. ปมสอบ สส.ไอเดียร์ กับประเด็นเส้นทางการเงิน
นอกจากข้อมูลด้านทรัพย์สินแล้ว ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์พนัน Shuffle โดย น.ส.สุชาดาเคยยอมรับว่าสามีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นดังกล่าว แม้จะชี้แจงว่ามีการขายหุ้นออกไปก่อนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง น.ส.สุชาดาเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการและโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี
นายศรีสุวรรณจึงขอให้ กกต. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นทางของเงิน ผู้โอน ผู้รับ ไปจนถึงวัตถุประสงค์ของการบริจาค รวมถึงตรวจสอบว่ามีเงินจากบุคคลอื่นหรือแหล่งที่มาที่อาจเข้าข่ายต้องห้ามไหลผ่านบัญชีหรือไม่ การตรวจสอบลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตลอดจนสถาบันการเงินที่มีข้อมูลตามอำนาจหน้าที่
สำหรับข้อกฎหมายที่ถูกกล่าวถึง มาตรา 72 ของกฎหมายพรรคการเมืองกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการห้ามพรรคการเมืองรับเงินบริจาคโดยรู้หรือควรรู้ว่าเงินนั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเงิน ส่วนมาตรา 74 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการห้ามรับเงินบริจาคจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลต่างประเทศ ทั้งนี้ การพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ต้องอาศัยพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
ประเด็นกฎหมายที่ กกต. ต้องตรวจสอบ
- ตรวจสอบจำนวนครั้งและจำนวนเงินที่มีการบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย
- ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและเส้นทางการโอนเงินในแต่ละรายการ
- ตรวจสอบความเกี่ยวข้องระหว่างผู้บริจาค ครอบครัว และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบว่าการรับเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่
- เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงและนำส่งเอกสารประกอบ
นายศรีสุวรรณระบุว่า หาก กกต. ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำผิดจริง อาจเข้าข่ายบทบัญญัติตามมาตรา 92 (3) และต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยอาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสั่งยุบพรรคตามมาตรา 92 (4) อย่างไรก็ตาม ผลทางกฎหมายจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบรวบรวมหลักฐานและมีความเห็นตามกระบวนการแล้ว
กรณี ศรีสุวรรณให้ถ้อยคำ กกต. ปมสอบ สส.ไอเดียร์ จึงเป็นเรื่องที่สังคมจับตา เพราะเกี่ยวข้องทั้งความโปร่งใสในการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง การเปิดเผยทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และมาตรฐานการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การติดตามข่าวควรพิจารณาจากเอกสารทางราชการและคำชี้แจงของทุกฝ่าย ไม่ควรตัดสินความผิดก่อนที่กระบวนการตรวจสอบจะสิ้นสุด
ในมุมมองของสังคม การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเมืองได้มากที่สุด ประเด็นนี้จึงควรติดตามผลการดำเนินงานของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย