‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่าย สางปมร้อนไทย-กัมพูชา
‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่าย ‘สหรัฐฯ-มาเลย์-ไทย-กัมพูชา’ สางปมร้อนไทย-กัมพูชา
ในวันที่ 28 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ได้เข้าร่วมการหารือสำคัญระดับ 4 ฝ่าย ระหว่างสหรัฐอเมริกา มาเลเซีย ไทย และกัมพูชา การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นคู่ขนานกับสัปดาห์ผู้นำของการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 80 ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

การหารือ ‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่าย ‘สหรัฐฯ-มาเลย์-ไทย-กัมพูชา’ สางปมร้อนไทย-กัมพูชา ครั้งนี้เกิดขึ้นตามข้อเสนอของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมุ่งส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติภาพ โดยฝ่ายกัมพูชาที่เข้าร่วมคือ นายปรัก สุคนธ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา
‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่าย ‘สหรัฐฯ-มาเลย์-ไทย-กัมพูชา’ สางปมร้อนไทย-กัมพูชา
การหารือครั้งนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือเงื่อนไขใดๆ ทำให้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทุกฝ่ายในการแสดงความเห็นต่อทิศทางการดำเนินการต่อไป เพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน และส่งเสริมการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด จากมุมมองของฝ่ายไทย การประชุม ‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่ายนี้ถือเป็นการทดสอบความจริงใจในการแก้ไขปัญหา โดยจุดมุ่งหมายหลักคือการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมสร้างความชัดเจนในการเดินหน้าต่อไป

背景และความสำคัญของการหารือ
ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่ยืดเยื้อมานาน โดยเฉพาะกรณีพิพาทพื้นที่ทับซ้อนและเหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นระยะ การที่สหรัฐอเมริกาและมาเลเซียเข้ามาเป็นตัวกลางในการหารือ ‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่าย ‘สหรัฐฯ-มาเลย์-ไทย-กัมพูชา’ สางปมร้อนไทย-กัมพูชา แสดงถึงความพยายามของชาติมหาอำนาจในการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไทยและกัมพูชาต่างยินดีที่จะใช้เวทีระหว่างประเทศนี้ในการคลี่คลายปมปัญหา
นอกจากนี้ การประชุมยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน โดยฝ่ายไทยเน้นย้ำถึงการยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจาอย่างสันติ ขณะที่กัมพูชาก็แสดงเจตจำนงในการลดความตึงเครียด สหรัฐอเมริกาในฐานะเจ้าภาพได้ผลักดันให้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเปิดกว้าง เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน
- จุดเด่นของการหารือ: ไม่มีข้อผูกมัด ทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกอิสระในการแสดงความเห็น
- ประโยชน์ต่อไทย: เสริมความมั่นคงชายแดนและสร้างความชัดเจนในนโยบายต่างประเทศ
- บทบาทของสหรัฐฯ: ส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค
ในบริบทที่กว้างขึ้น ปัญหาไทย-กัมพูชาไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของอาเซียนโดยรวม การหารือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ๆ ในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศไทยมองว่าการมีส่วนร่วมของมาเลเซียในฐานะชาติเพื่อนบ้านช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับกระบวนการเจรจา
จากประสบการณ์ในอดีต เช่น การพิพาทปราสาทพระวิหารที่เคยนำไปสู่การตัดสินของศาลโลก การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการควบคุมกองทัพและประชาชนตามแนวชายแดนให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด นายสีหศักดิ์ในฐานะตัวแทนไทยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารโดยตรงเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง
นอกจากประเด็นชายแดนแล้ว การหารือยังครอบคลุมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่อาจช่วยบรรเทาความตึงเครียด เช่น โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนร่วมกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย สหรัฐอเมริกาเสนอให้มีการสนับสนุนด้านเทคนิคและการฝึกอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ชายแดน เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจ
โดยรวมแล้ว การประชุม ‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่ายนี้ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงศักยภาพในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ หากทุกฝ่ายรักษาความจริงใจและดำเนินการต่อเนื่อง ภูมิภาคนี้จะสามารถก้าวสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืนได้
ในฐานะนักวิเคราะห์ เรามองว่าการมีส่วนร่วมของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จะช่วยเร่งกระบวนการเจรจา และไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเสริมสร้างพันธมิตรในอาเซียน หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการด้านการต่างประเทศไทย สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – ‘สีหศักดิ์’ ร่วมถก 4 ฝ่าย ‘สหรัฐฯ-มาเลย์-ไทย-กัมพูชา’ สางปมร้อนไทย-กัมพูชา

