อัตราการว่างงานในอังกฤษสูงสุดติดต่อกันปีที่ 4 หลังรัฐบาลขึ้นภาษีธุรกิจ
รายงานล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักร (ONS) เปิดเผยให้เห็นว่า อัตราการว่างงานในอังกฤษสูงสุดติดต่อกันปีที่ 4 โดยอยู่ที่ 4.7% สำหรับช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 และไม่แตกต่างจากช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา
อัตราการว่างงานในอังกฤษสูงสุดติดต่อกันปีที่ 4
การที่อัตราการว่างงานในสหราชอาณาจักรยังอยู่ในระดับสูง ถือเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวหลังวิกฤตต่าง ๆ ความซบเซาในตลาดแรงงานส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายการขึ้นภาษีธุรกิจของรัฐบาลพรรคแรงงานเมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มเลือกลดต้นทุนด้วยการชะลอการจ้างงาน หรือลดจำนวนพนักงานลง
ผลกระทบจากภาษีธุรกิจต่อตลาดแรงงาน
นางลิซ แมคคีโอน ผู้อำนวยการฝ่ายสถิติเศรษฐกิจของ ONS เปิดเผยว่า จำนวนพนักงานในบัญชีเงินเดือนลดลงเป็นเวลา 10 เดือนจากช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในภาคธุรกิจบริการและค้าปลีก ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร ถือเป็น สัญญาณชัดเจนว่า อัตราการว่างงานในอังกฤษสูงสุดติดต่อกันปีที่ 4 เริ่มส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจและสังคม
นอกจากนี้ การเติบโตของค่าจ้างที่ไม่รวมโบนัสก็ยังคงทรงตัว แรงกดดันทางราคายังคงอยู่ และตำแหน่งงานว่างลดลงไปอีก 44,000 ตำแหน่งในช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม เหลือเพียง 718,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2564
วิเคราะห์สาเหตุจากนักเศรษฐศาสตร์
นักวิเคราะห์เศรษฐกิจชี้ให้เห็นว่า นโยบายการเก็บภาษีธุรกิจใหม่เป็นผลพวงของการเผชิญหน้ากับปัญหาการคลังที่บอบช้ำหลังวิกฤตหลายครั้ง ทั้งการระบาดของโควิด-19 และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน อย่างไรก็ตาม ในเดือนเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็ประกาศการเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% จากประเทศทั่วโลก ซึ่งส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนของธุรกิจสหราชอาณาจักรด้วย
- ลดแรงจูงใจในการจ้างงาน เพราะต้นทุนแรงงานเพิ่มสูงขึ้น
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ธุรกิจชะลอการขยายตัว
- แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงและกระทบรายได้บริษัท
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น จะเห็นได้ว่า อัตราการว่างงานในอังกฤษสูงสุดติดต่อกันปีที่ 4 ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยเฉพาะด้าน แต่เป็นผลสะท้อนของปัญหาระบบเศรษฐกิจที่ซับซ้อนและสอดคล้องกับสถานการณ์โลก
บทสรุปและข้อคิดเห็น
หากมองในระยะยาว การที่อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน ทั้งในเรื่องของการลงทุนในแรงงาน การสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและเล็ก และการลดต้นทุนภาครัฐเพื่อช่วยฟื้นฟูตลาดแรงงานและเศรษฐกิจโดยรวม
ที่มา – อัตราการว่างงานในอังกฤษสูงสุดติดต่อกันปีที่ 4 หลังรัฐบาลขึ้นภาษีธุรกิจ