‘ไชยชนก’ โผล่แจง กมธ.กฎหมาย ปมสินบน 40 ล้าน
ประเด็น ‘ไชยชนก’ โผล่แจง กมธ.กฎหมาย ปมสินบน 40 ล้าน กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่รัฐสภา กรณีมีข่าวเกี่ยวกับการเสนอสินบนจำนวน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการดำเนินการบางอย่างเกี่ยวกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์
การชี้แจงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความสนใจเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานรัฐในการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย การสืบสวนเส้นทางการเงิน และการขยายผลไปยังผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยรัฐมนตรีดีอีกล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบกำลังดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และพร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะกรรมาธิการ รวมถึงหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง
‘ไชยชนก’ โผล่แจง กมธ.กฎหมาย ปมสินบน 40 ล้าน
นายไชยชนกให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับข่าวสารในลักษณะการแจ้งเตือนจากรัฐมนตรีช่วยฯ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โดยมีการเตือนให้ระมัดระวังเรื่องการเสนอผลประโยชน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการปราบปรามเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ข่าวดังกล่าวทำให้เขาสั่งการให้ปลัดกระทรวงตรวจสอบภายในทันทีว่า มีบุคคลใดในกระทรวงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่
รัฐมนตรีดีอีกล่าวย้ำว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอสินบน และได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนกลางสภาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำในลักษณะดังกล่าว การแสดงจุดยืนนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ตัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และทำให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถปฏิบัติงานได้อย่างตรงไปตรงมา
‘ไชยชนก’ โผล่แจง กมธ.กฎหมาย ปมสินบน 40 ล้าน กับการตรวจสอบข้อเท็จจริง
หลังจากมีการประกาศจุดยืน นายไชยชนกระบุว่า มีประชาชนส่งข้อมูลและบัตรสนเท่ห์มาให้ระหว่างลงพื้นที่ โดยข้อมูลดังกล่าวกล่าวอ้างถึงเว็บไซต์หรือบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายพนันออนไลน์ เขาจึงนำข้อมูลส่งต่อให้ตำรวจและหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบ เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ข้อมูลที่ได้รับถูกนำไปประกอบการสืบสวนและอาจนำไปสู่การขยายผล รวมถึงการปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือข้อมูลจากประชาชนจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบอย่างรอบคอบ ไม่ควรสรุปว่าบุคคลหรือหน่วยงานใดมีความผิดก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ
ในที่ประชุม ประธานคณะกรรมาธิการได้สอบถามว่ารัฐมนตรีมีแนวทางดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่า ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่มีบุคลากรและความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวนกำลังทำงานอยู่แล้ว ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
- ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบประเด็นที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ
- DSI สามารถพิจารณาดำเนินคดีที่มีความซับซ้อนหรือมีลักษณะเป็นคดีพิเศษตามกฎหมาย
- ตำรวจ มีบทบาทในการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
- กระทรวงดิจิทัลฯ สนับสนุนข้อมูลและการดำเนินการด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ผิดกฎหมาย
นายไชยชนกยืนยันว่า หาก ป.ป.ช. DSI หรือตำรวจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงดิจิทัลฯ ก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่าจะไม่ก้าวก่ายการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงาน เพราะทุกฝ่ายควรดำเนินการตามพยานหลักฐานและขอบเขตอำนาจของตนเอง
สำหรับข้อสงสัยว่าเงินสินบน 40 ล้านบาทเชื่อมโยงกับบุคคลใด นายไชยชนกกล่าวว่า ควรปล่อยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นผู้ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริง เนื่องจากยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าบุคคลที่ถูกซักถามหรือถูกกล่าวถึงเป็นผู้มีศักยภาพในการดำเนินการเว็บไซต์พนันออนไลน์ด้วยตนเองหรือไม่ จึงอาจต้องขยายผลไปยังบุคคลอื่นที่อยู่เบื้องหลัง
อีกประเด็นที่ถูกกล่าวถึงคือการยกระดับการปราบปรามภัยคุกคามทางดิจิทัลและเว็บพนันออนไลน์ รัฐมนตรีดีอีกล่าวว่า รัฐบาลประกาศให้ปัญหาดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ และมีการใช้หลายมาตรการร่วมกัน ทั้งพระราชกำหนด มาตรการจัดการบัญชีม้า พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่าสามารถลดปัญหาสแกมได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และมีการปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายถี่ขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพราะเว็บไซต์และกลุ่มมิจฉาชีพมักปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ประชาชนควรติดตามต่อจากกรณี ‘ไชยชนก’ โผล่แจง กมธ.กฎหมาย ปมสินบน 40 ล้าน คือผลการตรวจสอบของหน่วยงานอิสระและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางเงิน ผู้ประสานงาน และหลักฐานที่อาจยืนยันว่ามีการเสนอสินบนจริงหรือไม่ การเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยลดข่าวลือและทำให้สังคมเห็นภาพการทำงานของรัฐชัดเจนขึ้น
ในมุมประชาชน การแจ้งเบาะแสเว็บไซต์พนันหรือการหลอกลวงออนไลน์ควรทำผ่านช่องทางราชการที่เชื่อถือได้ และควรเก็บหลักฐาน เช่น ภาพหน้าจอ ลิงก์เว็บไซต์ ชื่อบัญชีธนาคาร หมายเลขโทรศัพท์ และข้อความสนทนาไว้ให้ครบถ้วน ที่สำคัญไม่ควรโอนเงินหรือเข้าไปติดต่อกับกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าสามารถช่วยปิดคดีหรือเรียกรับผลประโยชน์แทนเจ้าหน้าที่
โดยสรุป กรณีนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ การยืนยันข้อเท็จจริงควรตั้งอยู่บนหลักฐาน ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้างหรือกระแสในสังคม หากหน่วยงานต่าง ๆ ทำงานอย่างโปร่งใสและสื่อสารข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้การปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อคิดเห็น: ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบที่เป็นธรรมและไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหาย