ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“สมพร” รับปัญหาการเก็บตัวทีมลูกยางหญิง ย้ำวิภาวีสำคัญ!

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์กำลังใกล้เข้ามา และแฟนๆ วอลเลย์บอลชาวไทยต่างตั้งตารอผลงานของทีมชาติ โดยเฉพาะทีมหญิงที่เคยสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศมาแล้วหลายสมัย ล่าสุด มีข่าวอัปเดตจากนายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการเตรียมทีมสำหรับศึกนี้ ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจ โดยเฉพาะปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับทีมหญิง

“สมพร” รับทีมลูกยางหญิงอาจติดปัญหาการเก็บตัวร่วมกัน ย้ำ “วิภาวี” ยังเป็นกำลังสำคัญในซีเกมส์!

“สมพร” รับทีมลูกยางหญิงอาจติดปัญหาการเก็บตัวร่วมกัน ย้ำ “วิภาวี” ยังเป็นกำลังสำคัญในซีเกมส์! นี่คือหัวข้อที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการวอลเลย์บอลไทย โดยนายสมพรได้เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวในการเตรียมทีมชาติไทยสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ที่กำลังจะมาถึง เริ่มจากทีมชายก่อนเลย ที่ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะปีนี้มีการเลื่อนการแข่งขันไทยแลนด์ลีกออกไปหลังจบซีเกมส์ ทำให้โค้ชสามารถเรียกนักกีฬามารวมตัวเก็บตัวฝึกซ้อมได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลเรื่องตารางลีกที่ชนกัน นี่เป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ทีมชายที่หวังจะเห็นฟอร์มการเล่นที่ดุดันและพร้อมลุย

อย่างไรก็ตาม สำหรับทีมหญิง สถานการณ์กลับแตกต่างออกไป นายสมพรยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องการเก็บตัวร่วมกัน เนื่องจากนักกีฬาตัวหลักหลายคนกำลังเล่นในลีกต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หรือแม้แต่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา นักวอลเลย์บอลไทยหลายคนไปหาประสบการณ์และรายได้ที่ดีกว่าในต่างแดน ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีเพราะแสดงถึงศักยภาพของนักกีฬาเรา แต่ก็สร้างความท้าทายในการเตรียมทีมสำหรับรายการใหญ่ๆ อย่างซีเกมส์

วิภาวี ศรีทอง ยังคงเป็นกำลังหลัก แม้มีบาดเจ็บ

ในส่วนของ “สอง” วิภาวี ศรีทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในดาวเด่นของทีม นายสมพรย้ำชัดเจนว่าเธอยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมหญิง แม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็ตาม การบาดเจ็บของวิภาวีนั้นค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงที่เธอเล่นลีกต่างประเทศ สมาคมจึงต้องคอยดูแลและประเมินสภาพร่างกายของเธออย่างละเอียด “เรายังมองเธอเป็นตัวหลัก และเชื่อมั่นในศักยภาพของเธอ ถ้าร่างกายพร้อม ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร” นายสมพรกล่าว นี่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสมาคมในการผลักดันนักกีฬารุ่นใหญ่ให้กลับมาท็อปฟอร์ม

เพื่อแก้ปัญหาการเก็บตัว นายสมพรและทีมโค้ชอย่าง “โค้ชอ๊อต” ได้มีการหารือกัน โดยกำหนดให้ผู้เล่นตัวหลักต้องกลับมาฝึกซ้อมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังกำชับให้นักกีฬาดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี และเตรียมความพร้อมสำหรับซีเกมส์ไปด้วย ทุกคนเข้าใจและรับปากว่าจะดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด โดยนายสมพรย้ำว่า “ใจเราไม่ห่วง แต่ห่วงแค่ร่างกาย ถ้าไม่มีใครเจ็บ ก็พร้อมลุยแล้ว”

นอกจากประเด็นการเตรียมทีมแล้ว ยังมีเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับการเข้าร่วมของทีมกัมพูชา ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ยืนยันชัดเจน นายสมพรกล่าวว่า สมาคมยังรอการยืนยันอีกครั้ง เพราะกัมพูชาอาจมีปัญหาอื่นๆ แต่ในส่วนของวอลเลย์บอล สมาคมยืนยันว่าจะดูแลทีมกัมพูชาอย่างดีที่สุด และเชื่อในสปิริตของชาวไทยที่แยกแยะระหว่างกีฬากับการเมืองได้ “เรื่องกีฬาไม่เกี่ยวกับปัญหาอื่นๆ เราให้ความเชื่อมั่นและดูแลทุกทีมอย่างเท่าเทียม” นายสมพรกล่าว ซึ่งเป็นทัศนคติที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพของวงการกีฬาไทย

จากสถานการณ์ทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าการเตรียมทีมวอลเลย์บอลไทยสำหรับซีเกมส์ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะทีมหญิงที่ต้องจัดการเรื่องการเดินทางของนักกีฬา แต่ด้วยการสนับสนุนจากสมาคมและความมุ่งมั่นของนักกีฬา ทีมไทยน่าจะพร้อมสู้เต็มที่ เพื่อคว้าเหรียญรางวัลกลับบ้าน

สำหรับปัญหาการเก็บตัวทีมหญิง นายสมพรได้วางแผนไว้ชัดเจน โดยเน้นการสื่อสารกับโค้ชและนักกีฬาให้เข้าใจถึงความสำคัญของการเตรียมตัว นอกจากนี้ สมาคมยังพิจารณาการฝึกซ้อมแบบไฮบริด โดยใช้เทคโนโลยีช่วยในการติดตามฟอร์มของนักกีฬาที่อยู่ต่างประเทศ เช่น วิดีโอคอลสำหรับวิเคราะห์เทคนิค ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างจากการไม่รวมตัวเต็มรูปแบบ นี่เป็นแนวทางที่ทันสมัยและเหมาะสมกับยุคปัจจุบันที่นักกีฬาไทยไปไกลสู่เวทีโลก

ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าวิภาวีและเพื่อนๆ จะสามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ได้ เพราะประสบการณ์และความทุ่มเทของเธอคือสมบัติล้ำค่าของทีม หากเธอหายเจ็บทัน ทีมหญิงไทยมีโอกาสลุ้นทองสูงมาก แฟนๆ อย่างเราควรส่งกำลังใจให้พวกเขา และติดตามข่าวสารล่าสุดเพื่อเชียร์กันอย่างเต็มที่

  • ติดตามการอัปเดตทีมชาติวอลเลย์บอลไทยได้ที่เว็บไซต์ของเรา
  • แชร์บทความนี้เพื่อสนับสนุนนักกีฬาไทย
  • คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคาดหวังอะไรจากซีเกมส์ครั้งนี้

สุดท้ายนี้ การแข่งขันกีฬาไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่ยังเป็นการสร้างสามัคคีและแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทย หวังว่า “สมพร” รับทีมลูกยางหญิงอาจติดปัญหาการเก็บตัวร่วมกัน ย้ำ “วิภาวี” ยังเป็นกำลังสำคัญในซีเกมส์! จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในศึกนี้

ที่มา – “สมพร” รับทีมลูกยางหญิงอาจติดปัญหาการเก็บตัวร่วมกัน ย้ำ “วิภาวี” ยังเป็นกำลังสำคัญในซีเกมส์!

พิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู สร้างสิริมงคล

จังหวัดหนองบัวลำภูได้จัดงานพิธีสำคัญที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและความเป็นสิริมงคล เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมี พิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู เพื่อถวายพระเกียรติและเฉลิมฉลองโอกาสการจัดสร้างศาลหลักเมืองจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่จะกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวหนองบัวลำภูในอนาคต

พิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู: รายละเอียดการจัดงาน

ในพิธีนี้ นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ได้เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ทหาร ตำรวจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าคหบดี ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ที่มาร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง สถานที่จัดงานอยู่ที่สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณลานอเนกประสงค์อนุสาวรีย์พระวอ-พระตา อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู

พิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู

บรรยากาศของพิธีเป็นไปอย่างเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลังแห่งศรัทธา พระสงฆ์สมณศักดิ์ 33 รูป นำโดยพระเทพวชิรวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (มหานิกาย) ซึ่งเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ได้นำเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การจัดสร้างศาลหลักเมือง หลังจากนั้น เวลา 06.59 น. มีพิธีเจิมแผ่นป้ายปฐมฤกษ์การจัดสร้างศาลหลักเมือง โดยพระเทพวชิรวิสุทธิ์ พระวุฒิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู (ธรรมยุต) และฤาษีเกศแก้ว ได้ประกอบพิธีเจิมอย่างเคร่งขรึม ร่วมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติ

ความสำคัญของพิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู

พระสงฆ์ได้เจริญชัยมงคลคาถา เพื่ออำนวยพรให้การก่อสร้างศาลหลักเมืองสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ศาลหลักเมืองนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นสถานที่ที่ชาวบ้านจะมาสักการะเพื่อขอพรและความสงบสุข หลังพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรศักดิ์ อักษรกุล ได้นำทุกคนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 33 รูป ซึ่งเป็นการสร้างกุศลและอุทิศส่วนกุศลตามประเพณีโบราณของพุทธศาสนิกชน

การจัด พิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู ครั้งนี้ สะท้อนถึงความสามัคคีของชาวจังหวัด ที่ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมและศาสนา ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีศาลหลักเมืองที่แข็งแกร่งจะช่วยเสริมสร้างจิตใจให้ประชาชนยึดมั่นในหลักธรรม

  • ผู้เข้าร่วม: กว่า 100 คน จากทุกภาคส่วน
  • วัตถุประสงค์: สิริมงคลแก่การก่อสร้างศาลหลักเมือง
  • กิจกรรมหลัก: เจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร เจิมปฐมฤกษ์
  • สถานที่: สนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

นอกจากนี้ พิธีดังกล่าวยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดหนองบัวลำภู ทำให้ผู้สนใจจากต่างถิ่นสามารถมาร่วมงานและเรียนรู้ประเพณีท้องถิ่นได้ การอนุรักษ์มรดกเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาเอกลักษณ์ของชุมชน

ในฐานะที่เป็นงานที่เต็มไปด้วยความหมาย พิธีเจริญพระพุทธมนต์หนองบัวลำภู ไม่เพียงสร้างความเป็นสิริมงคล แต่ยังเป็นตัวอย่างของการรวมพลังชุมชนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า หากคุณมีโอกาส อย่าลืมติดตามข่าวสารกิจกรรมทางวัฒนธรรมในจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อร่วมสร้างกุศลและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น

ที่มา – หนองบัวลำภู จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์-ทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสจัดสร้างศาลหลักเมือง

‘ภูมิใจไทย’ แท๊กทีมประท้วง ‘ทวี’ เขี่ยปมร้อน ‘เขากระโดง’

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์ร้อน ๆ ในที่ประชุมรัฐสภาที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศกันนะครับ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ แต่แล้วบรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อเกิดความวุ่นวายจากการอภิปรายที่ร้อนแรง

‘ภูมิใจไทย’ แท๊กทีมประท้วง ‘ทวี’ เขี่ยปมร้อน ‘เขากระโดง’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความวุ่นวายเริ่มต้นขึ้นเมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยเนื้อหาพาดพิงไปยังปัญหาที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นเก่าแก่ที่ค้างคามานาน ทวีระบุว่ามีคำพิพากษาจากศาลฎีกาและศาลปกครองถึง 9 คำ พิสูจน์ว่าที่ดินจำนวน 5,083 ไร่ ในพื้นที่เขากระโดงเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กลับไม่ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ให้สอดคล้องกับคำพิพากษา ทำให้เกิดการครอบครองที่ผิดกฎหมาย

คำอภิปรายนี้จุดชนวนให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พากันลุกขึ้นประท้วงทันที ไม่ว่าจะเป็นนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์, น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พวกเขาระบุว่าการอภิปรายเรื่องเก่า ๆ แบบซ้ำซากจำเจนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลปัจจุบัน เพราะเป็นปัญหาจากสมัยรัฐบาลที่แล้ว และเรียกร้องให้นายมงคลช่วยควบคุมการประชุมให้อยู่ในกรอบ

ความขัดแย้งที่ดินเขากระโดง: พื้นหลังและผลกระทบ

ปัญหาที่ดินเขากระโดงเป็นประเด็นที่สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมมาอย่างยาวนาน ที่ดินผืนนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่บุรีรัมย์ ซึ่งมีมูลค่าสูงและเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหลายราย รวมถึงมีข่าวลือว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมีบ้านพักอยู่ในพื้นที่นี้ พ.ต.อ.ทวี ยืนยันว่าปัญหานี้สะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารรัฐบาลที่อาจละเลยหลักนิติรัฐและนิติธรรม ทำให้ รฟท. เสียทรัพย์สินมหาศาล สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ยังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศ

นายมงคล ในฐานะประธานการประชุม ได้วินิจฉัยว่าการอภิปรายต้องอยู่ในเนื้อหานโยบายรัฐบาลเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลยังไม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบ แต่ พ.ต.อ.ทวี ไม่ยอมถอย ยืนกรานว่าปัญหานี้เป็นข้อห่วงใยโดยตรงต่อการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้ ส.ส.ภูมิใจไทย ประท้วงหนักขึ้น ขอให้ประธานควบคุมให้เข้มงวดกว่าเดิม

ไม่นานนัก พ.ต.อ.ทวี ก็เปลี่ยนประเด็นไปยังคดีฮั้วสว. โดยอ้างว่ามีหลักฐานชัดเจน 100% และเกี่ยวข้องกับชื่อของนายกรัฐมนตรี จนกระทั่ง ส.ส.พรรคภูมิใจไทย รวมพลังประท้วงต่อเนื่อง แม้แต่ ส.ว. ยังลุกขึ้นสนับสนุน ทำให้เกิดการโต้ตอบรุนแรงกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถึงขั้นอภิปรายไล่นายมงคล ออกจากการทำหน้าที่ โดยอ้างว่าไม่เป็นกลาง และเสนอให้เปลี่ยนตัวเป็นนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาแทน

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ ก็เข้ามาเหน็บแนม ส.ส.ภูมิใจไทย ว่าอย่าร้อนตัวเกินไป สร้างการโต้เถียงกันยืดเยื้อนานกว่า 20 นาที ก่อนที่นายมงคลจะสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี อภิปรายต่อ โดยกำชับให้อยู่ในประเด็นเพื่อป้องกันความวุ่นวาย

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความแตกแยกในสภาไทย ที่ปัญหาเก่า ๆ ยังคงถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะเป็นการอภิปรายนโยบาย แต่กลับกลายเป็นเวทีแสดงจุดยืนทางการเมืองของแต่ละพรรค สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้าการประชุมยังวุ่นวายแบบนี้ อาจทำให้การแถลงนโยบายล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ

  • ปัญหาที่ดินเขากระโดง: เกี่ยวข้องกับคำพิพากษาศาล 9 คำ
  • การประท้วงจากภูมิใจไทย: มองว่าไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายใหม่
  • การโต้ตอบในสภา: นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างพรรคต่าง ๆ

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าการเมืองไทยยังต้องปรับปรุง เพื่อให้การอภิปรายมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะช่วยให้เราเข้าใจกันมากขึ้น

ที่มา – ‘ภูมิใจไทย’ แท๊กทีมประท้วง ‘ทวี’ เขี่ยปมร้อน ‘เขากระโดง’

ไหวไหม! ผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’ ช้างศึกดวลเอเชียนคัพ

ไหวไหม! ผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’ ช้างศึกดวลเอเชียนคัพ

ในวงการฟุตบอลไทยกำลังตื่นเต้นกับการแข่งขันคัดเลือกฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 ที่ทีมชาติไทยหรือ ‘ช้างศึก’ ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะหลักสองราย คือ ‘แบงค์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ ‘เบน’ เบนจามิน เดวิส ล่าสุด ผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’ ได้รับการยืนยันจากทีมแพทย์ ทำให้แฟนบอลโล่งใจในบางส่วน แต่ก็ยังต้องลุ้นกับสถานการณ์ของทีม

ผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’ ก่อนช้างศึกเปิดโผ

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ได้ประชุมทีมงานเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมเรียกตัวผู้เล่นสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ในกลุ่ม D นัดที่ 3 และ 4 ซึ่งจะพบกับทีมชาติไต้หวันสองนัดรวด นัดแรกเป็นเกมเหย้าที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 19.30 น. และนัดที่สองเป็นเกมเยือนที่ไทเป มูนิซิปัล สเตเดียม ในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 17.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ทั้งสองนัดจะถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32, YouTube ช่องบีจี สปอร์ตส์ และแอปพลิเคชั่นทรูวิชั่นส์ นาว สถานการณ์ของช้างศึกในกลุ่มนี้ไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังจากผ่านสองนัดแรกเก็บได้เพียง 3 แต้มเท่านั้น ดังนั้นสองนัดกับไต้หวันนี้จึงเป็นเกมชี้ชะตา เพราะการคัดเลือกจะเอาทีมแชมป์กลุ่มเพียงทีมเดียวผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ทีมชาติไทยจึงต้องพยายามเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะ 6 แต้มเต็มจากสองนัดนี้ เพื่อรักษาโอกาสในการเข้าร่วมศึกเอเชียนคัพ

มาซาทาดะ อิชิอิ ประชุมทีม

ปัญหาอาการบาดเจ็บ: ผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’

ปัญหาหลักที่ช้างศึกต้องเผชิญในช่วงนี้คืออาการบาดเจ็บของนักเตะ จากเกมไทยลีกนัดล่าสุด มีรายงานว่า ‘แบงค์’ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ดาวยิงจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ‘เบน’ เบนจามิน เดวิส จากอุทัยธานี เอฟซี ได้รับบาดเจ็บ ทำให้แฟนบอลกังวลว่าสองผู้เล่นหลักนี้จะลงสนามทันหรือไม่ หลังจากทีมแพทย์ได้ตรวจอาการอย่างละเอียด ล่าสุดผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’ ชี้ชัดว่าสำหรับแบงค์นั้นบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังอย่างหนัก ต้องพักรักษาตัวนานถึง 1 เดือน จึงไม่สามารถมาร่วมทีมชาติในฟีฟ่าเดย์นี้ได้แน่นอน

ส่วนเบนจามิน เดวิส นั้นโชคดีกว่าหน่อย ผลตรวจพบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง สามารถลงเล่นให้ทีมชาติได้ หากโค้ชอิชิอิต้องการตัว แน่นอนว่านี่เป็นข่าวดีสำหรับช้างศึก เพราะเบนเป็นนักเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษที่เล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทั้งแบ็คขวาและมิดฟิลด์ตัวรุก การมีเขาอยู่ในทีมจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้มาก โดยเฉพาะในเกมเยือนไต้หวันที่อาจต้องปรับแท็คติกเพื่อรับมือกับสภาพอากาศและสนามที่ไม่คุ้นเคย

นอกจากนี้ การขาดหายไปของแบงค์ยังเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเขาคือดาวยิงตัวหลักของทีมชาติในช่วงหลัง ทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอในไทยลีกและรายการอื่นๆ โค้ชอิชิอิอาจต้องหาตัวแทนจากนักเตะรุ่นใหม่หรือผู้เล่นสำรองที่ฟอร์มดี เช่น ตัวรุกจากสโมสรอื่นๆ ที่พร้อมก้าวขึ้นมาแสดงศักยภาพ

เบนจามิน เดวิส

การเตรียมทีมและประกาศรายชื่อช้างศึก

โค้ชมาซาทาดะ อิชิอิ จะประกาศรายชื่อ 23 นักเตะในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. ผ่านช่องทางออนไลน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แฟนบอลสามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการ คาดว่ารายชื่อจะเน้นผู้เล่นที่ฟิตสมบูรณ์และมีฟอร์มดีจากลีก โดยเฉพาะนักเตะจากสโมสรใหญ่ๆ อย่างบุรีรัมย์, เอสซีจี เมืองทอง, และบีจี ปทุม ยูไนเต็ด

  • นัดเหย้า 9 ต.ค.: ราชมังคลากีฬาสถาน – ช้างศึกได้เปรียบแฟนบอลในบ้าน ต้องใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์
  • นัดเยือน 14 ต.ค.: ไทเป – สภาพอากาศเย็นและสนามที่ต่างออกไป ต้องปรับตัวให้ทัน
  • กลยุทธ์: โค้ชอิชิอิอาจใช้แผน 4-2-3-1 เพื่อเน้นเกมรับและโต้กลับเร็ว

การแข่งขันสองนัดนี้ไม่ใช่แค่เก็บแต้ม แต่ยังเป็นการทดสอบทีมเวิร์คภายใต้การนำของโค้ชอิชิอิ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งและยังต้องปรับจูนทีมให้เข้ากับสไตล์การเล่นแบบญี่ปุ่น ช้างศึกมีศักยภาพมากพอที่จะผ่านเข้ารอบ หากทุกคนรวมพลังกัน แฟนบอลชาวไทยที่หลงใหลในฟุตบอลทีมชาติไม่ควรพลาดการถ่ายทอดสดทุกนัด

ในมุมมองของผู้เขียน สองนัดนี้คือโอกาสทองสำหรับช้างศึกที่จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น แม้จะขาดแบงค์ แต่การมีเบนกลับมาจะช่วยเติมเต็มช่องว่างได้ ลุ้นให้ทีมชาติไทยคว้าชัยชนะและก้าวสู่เอเชียนคัพ 2027 กันเถอะ! ติดตามข่าวสารฟุตบอลไทยเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – ไหวไหม! ผลตรวจมาแล้ว ‘แบงค์-เบน’ ก่อน ‘ช้างศึก’ เปิดโผดวล 2 เกมชี้ชะตาเอเชียนคัพ

‘รัฐบาล’ สนับสนุนการจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญ’ แต่ไม่ใช่ทั้งฉบับ

‘รัฐบาล’ สนับสนุนการจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญ’ แต่ไม่ใช่ทั้งฉบับ

ในวันที่ 29 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณานโยบายเร่งด่วน โดยนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่

‘รัฐบาล’ สนับสนุนการจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญ’ แต่ไม่ใช่ทั้งฉบับ

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหากมีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 จะเป็นอย่างไร ในนโยบายของรัฐบาลระบุชัดเจนว่า ‘รัฐบาล’ สนับสนุนการจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญ’ แต่ไม่ใช่ทั้งฉบับ โดยจะส่งเสริมการทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติม โดยรับฟังความเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ภาพประชุมรัฐสภา

การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นี้ไม่ใช่การร่างทั้งหมดใหม่ แต่เป็นการสนับสนุนกระบวนการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม นายบวรศักดิ์ เน้นย้ำว่าขั้นตอนแรกคือการลงประชามติเพื่อเห็นชอบหลักการ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนที่สองคือการร่างจริง โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งจะกำหนดรายละเอียด โดยเฉพาะหมวด 15/1 ที่เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

ขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการมีส่วนร่วมของประชาชน

ในส่วนของการแก้ไข รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบการปกครอง เนื่องจากมาตรา 255 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบันห้ามการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐหรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หากมีการแตะต้องอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายทันที โดยเฉพาะจากพรรคใหญ่ทั้งสองที่คาดว่าจะหลีกเลี่ยงประเด็นนี้

สำหรับประชามติที่จะจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้ง ส.ส. หลังการยุบสภา จะมี 2 ประเด็นหลัก คือ 1) เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และ 2) เห็นชอบกับวิธีการและสาระที่รัฐสภาจัดทำตามมาตรา 256 อนุมาตรา 1-6 หรือไม่ โดยจะไม่ลงลึกถึงเนื้อหาจริงของรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับ ส.ส.ร. ในขั้นตอนถัดไป นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่ต้องผ่านประชามติก่อนตามกฎหมาย

ภาพนายบวรศักดิ์
  • การลงประชามติจะใช้เงินประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อครั้ง ดังนั้นจึงจัดรวมกับการเลือกตั้งเพื่อประหยัดงบประมาณ
  • ประชาชนจะได้รับบัตรลงคะแนน 4 ใบ: เลือก ส.ส. เขต, ส.ส. บัญชีรายชื่อ, ประชามติรัฐธรรมนูญ, และถามความเห็นเรื่องยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา
  • สำหรับ MOU ไทย-กัมพูชา รัฐบาลต้องการถามประชาชนก่อนตัดสินใจ เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้าน และรัฐบาลเฉพาะกิจไม่ควรตัดสินเอง

‘รัฐบาล’ สนับสนุนการจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญ’ แต่ไม่ใช่ทั้งฉบับ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อให้เกิดความชอบธรรมและยั่งยืน นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งผู้บริหารที่รัฐบาลรักษาการได้ดำเนินการไว้แล้ว รัฐบาลใหม่จะไม่ดึงกลับหรือเล่นพรรคเล่นพวก แต่จะเดินหน้าตามมติ ครม. เดิม เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

ภาพประชุมเพิ่มเติม

รัฐบาลยังยืนยันว่าจะไม่ใช้กฎหมายหรือหน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมือง เช่น การใช้ ปปง. ตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม โดยจะทบทวนกลไกตรวจสอบเพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ นายบวรศักดิ์ รับปากว่ารัฐบาลจะเคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่แทรกแซงคดีสำคัญ เช่น เรื่อง สว. หรือองค์กรอิสระ

ภาพเพิ่มเติม
ภาพปิดท้าย

โดยรวมแล้ว แนวทางของรัฐบาลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในระยะยาว ผู้สนใจควรติดตามกระบวนการประชามติที่จะเกิดขึ้น เพื่อมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชาติ

ที่มา – ‘รัฐบาล’ สนับสนุนการจัดทำ ‘รัฐธรรมนูญ’ แต่ไม่ใช่ทั้งฉบับ

กกต.สรุปเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 จินณ์ตวรรณชนะ

ในวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ประกาศสรุปผลการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งเพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก และได้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของชาวศรีสะเกษในการแสดงพลังเสียงเพื่ออนาคตของท้องถิ่น

กกต.สรุปเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ‘จินณ์ตวรรณ’ ชนะ ประชาชนใช้สิทธิ์ 59.95%

กกต.สรุปเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ‘จินณ์ตวรรณ’ ชนะ ประชาชนใช้สิทธิ์ 59.95% นับเป็นผลที่ชัดเจนจากกระบวนการนับคะแนนที่เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เขตเลือกตั้งที่ 5 ครอบคลุมพื้นที่อำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้งหมด 127,153 คน ในจำนวนนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์ถึง 76,231 คน คิดเป็นอัตราการมีส่วนร่วม 59.95% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งซ่อม

จากบัตรที่ลงคะแนนทั้งหมด บัตรดีมีจำนวน 71,823 ใบ คิดเป็น 94.22% ของบัตรที่ใช้สิทธิ์ ขณะที่บัตรเสียอยู่ที่ 1,896 ใบ หรือ 2.49% และบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดมี 2,512 ใบ คิดเป็น 3.29% สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความถูกต้องในกระบวนการเลือกตั้ง โดยกกต.ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าทุกเสียงของประชาชนถูกรับรู้อย่างแท้จริง

ผู้ชนะและคะแนนเสียง

ผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดในครั้งนี้คือ น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 2 ซึ่งได้รับคะแนนถึง 40,246 เสียง เอาชนะ น.ส.ภูริกา สมหมาย จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 ที่ได้ 31,577 เสียง ตามหลักกฎหมายในมาตรา 125 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดและมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด จะได้รับการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากตำแหน่ง ส.ส. เขต 5 ว่างลงจากเหตุผลตามกฎหมาย และกกต.ได้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อเติมเต็มที่ว่างเปล่านั้นให้ประชาชนในพื้นที่ ชาวศรีสะเกษ โดยเฉพาะในอำเภอขุนหาญและภูสิงห์ ได้แสดงออกถึงความตื่นตัวทางการเมืองอย่างชัดเจน แม้จะเป็นการเลือกตั้งซ่อม แต่จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ที่เกือบ 60% ถือว่าสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งบางครั้งในอดีต

หลังจากนี้ กกต.จะดำเนินการตรวจสอบผลการนับคะแนนอย่างละเอียด รวมถึงรวบรวมรายงานและพิจารณาคำร้องหรือเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หากไม่พบปัญหาที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม และไม่มีคำร้องคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด กกต.จะประกาศรับรองผลโดยเร็วที่สุด แต่ไม่เกิน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ตามมาตรา 127 ของกฎหมายดังกล่าว

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มตำแหน่ง ส.ส.เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบประชาธิปไตยไทย พรรคภูมิใจไทยซึ่งส่งผู้สมัครจินณ์ตวรรณลงแข่ง ได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงในพื้นที่ที่แข็งแกร่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ยังคงมีแนวรุ่งที่แข็งขัน นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติในอนาคต โดยเฉพาะในจังหวัดศรีสะเกษที่เป็นฐานสำคัญของหลายพรรค

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การมีส่วนร่วมของประชาชนที่ 59.95% แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง แม้จะเป็นครั้งซ่อมก็ตาม อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้สิทธิ์ที่ยังไม่ถึง 60% อาจเป็นสัญญาณที่ต้องปรับปรุงการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิของตนมากขึ้น เพื่อให้เสียงของทุกคนดังก้องในสภา

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามผลการเลือกตั้งเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ของ กกต. เพื่อความถูกต้องและโปร่งใส หากคุณเป็นชาวศรีสะเกษหรือสนใจการเมืองไทย ลองแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันนะครับ

ที่มา – กกต.สรุปเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ‘จินณ์ตวรรณ’ ชนะ ประชาชนใช้สิทธิ์ 59.95%

แม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้

แม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้

การแข่งขันยิงปืนรณยุทธชิงแชมป์โลก “IPSC Handgun World Shoot 2025” ที่เพิ่งปิดฉากลงเมื่อเร็วๆ นี้ในประเทศแอฟริกาใต้ ถือเป็นเวทีใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นทุก 4 ปี โดยครั้งนี้มีนักกีฬายิงปืนจากทั่วโลกกว่า 1,800 คน จาก 76 ประเทศมาร่วมชิงชัย ระหว่างวันที่ 19-28 กันยายน ที่ผ่านมา นักกีฬาไทยของเราก็ไม่น้อยหน้า ส่งทีมเข้าร่วมถึง 41 คน ใน 6 ประเภทปืนหลักๆ ผลงานที่ได้มาถือว่าสุดยอดมาก แม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้ ในรูปแบบที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศภูมิใจ

แม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้

ทีมยิงปืนรณยุทธไทยสร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟนกีฬาทั่วโลกด้วยผลงานที่โดดเด่น โดยคว้ามาได้ทั้งหมด 2 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 8 เหรียญทองแดง ซึ่งเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักกีฬาไทยที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก

เริ่มจากแชมป์แรก “ปราชญ์” สิรภพ เหมมาลา มือปืนดาวรุ่งวัยจูเนียร์ ที่คว้าเหรียญทองในประเภทโอเพ่น รุ่นจูเนียร์ มาครองอย่างสวยงาม แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ ในรายการชูตออฟ ซึ่งเป็นการแข่งขันพิเศษที่คัดนักกีฬา 8 อันดับแรกจากแต่ละประเภทมาดวลกันเพื่อชิงเหรียญทองเพิ่ม ปราชญ์ก็คว้าเหรียญเงินกลับบ้านมาด้วย งานนี้ทำให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของนักกีฬาไทย

แชมป์หญิงสุดเจ๋งจากปอป้อ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนๆ ชื่นชอบคือ “ปอป้อ” นันท์นลิน เหลืองประเสริฐ ที่ได้รองแชมป์ในประเภทคลาสสิค หญิง แต่ในรายการชูตออฟ รุ่นเดียวกัน เธอพลิกเกมคว้าเหรียญทองแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ การเอาชนะคู่แข่งในดวลตัวต่อตัวนี้ แสดงให้เห็นถึงสมาธิและความแม่นยำที่เหนือชั้นของแม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้

นอกจากแชมป์ทั้งสองราย ทีมไทยยังมีผลงานเด่นอีกมากมาย เช่น เหรียญเงินจาก ด.ญ.กัญญาณัฐ ประเสริฐเจริญสุข ในประเภทสแตนดาร์ด หญิง รวมถึงทีมโปรดักชั่น ออฟติค ทีมหญิงที่ประกอบด้วย มินตรา ปราโมทย์, ธนาวดี เพิกแย้ม, เรวดี ทับคำ, ธัญญลักษณ์ ปัญญานันทสิทธิ์ และรายอื่นๆ อย่าง พิรุณ ลีละสุนทเลิศ, ศิวะ ขันตี, กบินทร์ สุศิวะ, นรเสฏฐ์ ฉัตรรัฐพงศ์ ในรีวอลเวอร์ ทีมชาย

  • เหรียญเงินเด่น: ด.ญ.กัญญาณัฐ ประเสริฐเจริญสุข (สแตนดาร์ด หญิง)
  • มินตรา ปราโมทย์ และทีมหญิงโปรดักชั่น ออฟติค
  • พิรุณ ลีละสุนทเลิศ, ศิวะ ขันตี ในรีวอลเวอร์

ส่วนเหรียญทองแดงนั้นยิ่งเยอะ เริ่มจาก ภัทรธิดา มะแก้ว (สแตนดาร์ด หญิง), ร.ต.อ.หญิงพัชรินทร์ อินหอม, ด.ญ.อันดา จอนมี, มนัสนันท์ อริยรัตนหิรัญ (โปรดักชั่น ทีมหญิง), ด.ช.ณฤธร จารุเพียรเลิศ (สแตนดาร์ด จูเนียร์), นรเสฏฐ์ ฉัตรรัฐพงศ์ (รีวอลเวอร์ ซีเนียร์), และทีมโอเพ่น ซีเนียร์ ชายอย่าง เฉลิมพล ชมฤทธิ์, รนกร ภาธนทรัพย์, สรรเสริญ สมะลาภา, พีระพงศ์ สนธินิวัติ รวมถึงทีมโอเพ่น ซูเปอร์ ซีเนียร์ ชาย วรพล กุลชัยรัตนา, ศาศวัต ศิริสรรพ์, วัฒน์ ศรีจินตอังกูร นอกจากนี้ยังมี ด.ญ.กัญญาณัฐ ประเสริฐเจริญสุข ในชูตออฟ สแตนดาร์ด หญิง และ ครรชิต โอฐสัตย์ ในชูตออฟ รีวอลเวอร์ ซีเนียร์ ชาย

แผนงานต่อไปของสมาคมยิงปืนไทย

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา เลขาธิการสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่าผลงานครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจมาก และหลังจากนี้ สมาคมจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในรายการ “Southeast Asia Shooting Association” หรือ ซีซ่า ครั้งที่ 44 ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ การแข่งขันนี้ไม่เพียงช่วยให้นักกีฬาไทยได้อุ่นเครื่องก่อนศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทดสอบสนาม อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในเดือนธันวาคมนี้ด้วย

การประสบความสำเร็จของแม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้ ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยหันมาสนใจกีฬายิงปืนมากขึ้น แต่ยังแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในกีฬาของไทยกำลังให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า หากคุณเป็นแฟนกีฬายิงปืน ลองติดตามผลงานนักกีฬาไทยในศึกซีเกมส์ครั้งหน้าด้วยนะ รับรองว่าต้องมีเซอร์ไพรส์อีกแน่นอน!

ที่มา – แม่นปืนไทย คว้า 2 แชมป์โลก รณยุทธที่แอฟริกาใต้

‘เมรี คัมภีร์’ ฟาดกลับชุดใหญ่ หลังชาวเน็ตคอมเมนต์ล้ำเส้น

ในโลกโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยการแสดงความเห็นจากชาวเน็ต การเป็นคุณแม่คนดังอย่าง ‘เมรี คัมภีร์’ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับคอมเมนต์ที่ล้ำเส้นและกระทบจิตใจ ล่าสุดเรื่องราวของ ‘เมรี คัมภีร์’ ฟาดกลับชุดใหญ่ หลังชาวเน็ตคอมเมนต์ล้ำเส้นถึงสุขภาพของลูกสาว ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ เมรี ซึ่งเป็นลูกสาวของนักร้องชื่อดัง พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ หรือ ปู พงษ์สิทธิ์ ได้ออกมาอัดคลิปตอบโต้อย่างดุเดือด หลังจากที่ชาวเน็ตจำนวนมากคอมเมนต์จับผิดลูกสาวตัวน้อย น้องมโนราห์ ว่ามีลักษณะคล้ายกับภาวะดาวน์ซินโดรม และบางคนถึงขั้นแนะนำให้พาไปตรวจเพื่อ ‘แก้ปัญหา’

‘เมรี คัมภีร์’ ฟาดกลับชุดใหญ่ หลังชาวเน็ตคอมเมนต์ล้ำเส้น

เมรีได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมเปิดใจถึงความรู้สึกที่ถูกคอมเมนต์ในประเด็นนี้ โดยเธอระบุว่า ถ้าคอมเมนต์เหล่านั้นมาจากเจตนาดี เธอก็ขอบคุณ แต่คำว่า ‘แก้ปัญหา’ ทำให้เธอรู้สึกทริกเกอร์ทันที เพราะสำหรับเธอ มันไม่ใช่ปัญหาเลย ปัญหาเดียวที่เธอมีคืออดใจไม่ไหวที่จะตอบกลับคอมเมนต์เหล่านั้น แต่เธอยืนยันว่ามันไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของตัวเธอหรือลูกเลย คอมเมนต์ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากความห่วงใย แต่เป็นการคอมเมนต์แบบ ‘ลูกเมเป็น’ ซึ่งฟังดูร้ายแรงและไม่เหมาะสม

เมรีอธิบายเพิ่มเติมว่า สุดท้ายแล้ว ถ้าลูกเธอเป็นดาวน์ซินโดรมจริงๆ มันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ เธอจะหาทางรักษาและดูแลเพราะน้องคือลูกของเธอ สำหรับคำแนะนำที่ว่า ถ้าไม่อยากให้คนถามว่าลูกเป็นดาวน์ซินโดรม ก็ให้ไปตรวจตั้งแต่ตั้งครรภ์ เมรีชี้แจงว่าการฝากครรภ์ไม่ใช่แค่เพื่อวันคลอด แต่เป็นการดูแลทารกในครรภ์อย่างครบถ้วน รวมถึงการตรวจโรคดาวน์ซินโดรมตลอดการตั้งครรภ์ การตรวจจะเริ่มตั้งแต่ครั้งแรกเพื่อดูผลเบื้องต้น ครั้งที่สองเพื่อข้อมูลเพิ่มเติม และสุดท้ายเมื่อลูกเกิดมาแล้วดูลักษณะต่างๆ

เมรี คัมภีร์

การดูแลสุขภาพลูกตั้งแต่แรกเกิด

เมรีย้ำว่า เธอเป็นคนที่พาลูกไปหาหมอไม่เคยขาด ทุกเดือนยังคงไปตรวจและฉีดวัคซีน ถ้ามีอะไรผิดปกติ หมอก็บอกอยู่แล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์ให้ใครดู การไปหาหมอไม่ใช่เรื่องถูกๆ และชาวเน็ตเหล่านี้ก็ดูฉลาดเกินไป เชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด และอยากโชว์ว่าตัวเองเก่งเหมือนดอกเตอร์ โดยเฉพาะเมื่อเมรีตอบกลับ พวกเขายิ่งชอบ ดังนั้นเมรีจึงบอกว่ามันไม่ใช่ปัญหาของเธอเลย

อย่างไรก็ตาม คอมเมนต์ที่ทำให้เธอทริกเกอร์มากที่สุดคือคำว่า ‘แก้ปัญหา’ และการเสนอวิธีแบบนี้ มันทำให้เธออยากจบเรื่องด้วยคลิปนี้ และหลังจากนี้เธอจะพยายามไม่สนใจคอมเมนต์แนวนี้ ห้ามมือตัวเองให้ได้ สำหรับแม่ๆ และพี่เลี้ยงออนไลน์ อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้ ให้เมินถือว่าพวกเขาฉลาดและแค่อยากโชว์สกิล สำหรับคนที่เจตนาทำร้ายจิตใจ เธอจะไม่ใจดีอีกต่อไป

คลิปเมรี

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของโซเชียลมีเดียที่คอมเมนต์ล้ำเส้นสามารถทำร้ายจิตใจคุณแม่ได้มากแค่ไหน ในฐานะผู้ปกครอง เมรีแสดงให้เห็นถึงความรักและการดูแลที่ทุ่มเทต่อลูกสาว โดยไม่ยอมให้คำพูดจากคนอื่นมาทำลายความสุขของครอบครัว

  • การตรวจสุขภาพตั้งครรภ์ช่วยป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ
  • คอมเมนต์เชิงลบจากชาวเน็ตส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต
  • คุณแม่ควรปกป้องลูกจากคำวิจารณ์ที่ไม่เหมาะสม

สำหรับชาวเน็ตที่ติดตามเรื่อง ‘เมรี คัมภีร์’ ฟาดกลับชุดใหญ่ หลังชาวเน็ตคอมเมนต์ล้ำเส้นถึงสุขภาพของลูกสาว นี้ ควรไตร่ตรองก่อนคอมเมนต์เกี่ยวกับสุขภาพผู้อื่น เพราะมันอาจสร้างบาดแผลได้ ลองเป็นกำลังใจให้คุณแม่เหล่านี้แทนนะครับ

ภาพน้องมโนราห์
ภาพเพิ่มเติม
ภาพครอบครัว
ภาพสุดท้าย

สุดท้ายนี้ เรื่องราวของเมรีสอนให้เรารู้ว่า การเป็นพ่อแม่ในยุคโซเชียลต้องเข้มแข็งแค่ไหน ลองแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวบันเทิงเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดประเด็นร้อนๆ

ที่มา – ‘เมรี คัมภีร์’ ฟาดกลับชุดใหญ่ หลังชาวเน็ตคอมเมนต์ล้ำเส้นถึงสุขภาพของลูกสาว

‘มูฮัมหมัด’ แผลงฤทธิ์ ทำแฮตทริก-1 แอสซิต์ ฟุตซอลลีกสเปน

ในวงการฟุตซอลไทย เรามักได้ยินข่าวดีจากนักเตะลูกหนังไทยที่ไปโลดแล่นในต่างแดน และครั้งนี้คือเรื่องราวสุดฮีโร่ของ “เหม็ด” มูฮัมหมัด อุสมานมูซา ดาวยิงทีมชาติไทยที่แผลงฤทธิ์เต็มที่ในลีกสเปน

‘มูฮัมหมัด’ แผลงฤทธิ์ ทำแฮตทริก-1 แอสซิต์ ฟุตซอลลีกสเปน

การแข่งขันฟุตซอล พรีเมียร์ ดิวิชั่น สเปน ฤดูกาล 2025/2026 นัดที่ 4 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 จิมบี คาร์ตาเกนา ทีมต้นสังกัดของมูฮัมหมัด บุกไปเอาชนะกอร์โดบา พีเอฟ ทีมเก่าของเขาเอง 6-1 ประตู โดยที่มูฮัมหมัดโชว์ฟอร์มสุดยอด ทำแฮตทริก (3 ประตู) และ 1 แอสซิสต์ พาเพื่อนร่วมทีมคว้าชัยชนะอย่างงดงาม

ผลงานของมูฮัมหมัดทั้งหมดเกิดขึ้นในครึ่งหลังของการแข่งขัน เริ่มต้นด้วยการแอสซิสต์ในนาทีที่ 22 ที่เขาสะกิดบอลเปลี่ยนทางให้เพื่อนยิงนำ 2-1 จากนั้นไม่นาน เขาพลิกตัวยิงหนีห่างเป็น 3-1 ด้วยการยิงที่เฉียบคม จากนั้นในนาทีที่ 32 มูฮัมหมัดจ่ายบอลให้เพื่อนยิงโล่งๆ เป็นประตูที่ 5-1 และปิดท้ายด้วยประตูที่ 3 ของตัวเองในนาทีที่ 34 จากการรับบอลจากเพื่อนและยิงง่ายๆ สกอร์รวมจึงจบที่ 6-1

เส้นทางของมูฮัมหมัดในลีกสเปน

มูฮัมหมัด อุสมานมูซา หรือที่แฟนๆ ชาวไทยเรียกกันติดปากว่า “เหม็ด” เป็นนักฟุตซอลดาวรุ่งที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่ในไทย ก่อนจะย้ายไปเล่นในลีกสเปนกับกอร์โดบา พีเอฟ ซึ่งเป็นทีมเก่าของเขา และล่าสุดย้ายมาร่วมทีมจิมบี คาร์ตาเกนา ด้วยสัญญาระยะยาว การกลับมาเจอกับทีมเก่าในนัดนี้ จึงเป็นโอกาสพิเศษที่เขาพิสูจน์ตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ฟอร์มการเล่นของมูฮัมหมัดในฤดูกาลนี้โดดเด่นมาก โดยเฉพาะด้านการจบสกอร์และการสร้างสรรค์เกม เขาไม่เพียงแค่ยิงประตูได้ แต่ยังช่วยทีมด้วยแอสซิสต์ที่แม่นยำ ทำให้จิมบี คาร์ตาเกนา ลงสนาม 4 นัด ยังไม่แพ้ใคร รวบรวม 10 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงของตาราง

  • ประตูแรก: แอสซิสต์เปลี่ยนทาง นาที 22
  • ประตูที่สอง: พลิกตัวยิง นาที 22
  • ประตูที่สาม: จ่ายให้เพื่อน นาที 32
  • ประตูที่สี่: ยิงปิดท้าย นาที 34

นอกจากนี้ มูฮัมหมัดยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทักษะที่เหนือชั้นในการเล่นฟุตซอลสไตล์สเปนที่เน้นความเร็วและเทคนิคสูง ทำให้แฟนบอลไทยต่างภาคภูมิใจในตัวนักเตะลูกผู้ลูกหลานไทยที่ไปสร้างชื่อในยุโรป

อนาคตของทีมและมูฮัมหมัด

เกมต่อไปของจิมบี คาร์ตาเกนา คือการรับการมาเยือนของอัลซิรา เอฟเอส ในคืนวันที่ 4 ตุลาคม 2568 เวลา 01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเช้าวันที่ 5 ตุลาคม ตามเวลาไทย แฟนๆ สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางช่องทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลีกฟุตซอลสเปน

ผลงานของมูฮัมหมัดในนัดนี้ไม่เพียงช่วยทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญ แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตซอลไทยรุ่นใหม่ที่ฝันอยากไปเล่นในลีกชั้นนำของโลก ถ้ามูฮัมหมัดรักษาฟอร์มแบบนี้ได้ต่อเนื่อง ทีมชาติไทยในศึกชิงแชมป์เอเชียหรือเวิลด์คัพฟุตซอลที่กำลังจะมาถึงก็มีหวังสดใสแน่นอน

สำหรับแฟนฟุตซอลไทยที่อยากติดตามข่าวสารเพิ่มเติม สามารถติดตามเพจ IMANE Thailand เพื่ออัปเดตภาพและคลิปไฮไลต์จากนัดนี้ได้ ลองเชียร์มูฮัมหมัดกันต่อไปในฤดูกาลนี้ เพราะเขาคือความภาคภูมิใจของเรา!

ภาพจาก IMANE Thailand

สุดท้ายนี้ ผลงานของ ‘มูฮัมหมัด’ แผลงฤทธิ์ ทำแฮตทริก-1 แอสซิต์ ฟุตซอลลีกสเปน ในนัดนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักฟุตซอลไทยที่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ ลองติดตามและสนับสนุนนักเตะไทยในลีกต่างประเทศกันต่อไปนะครับ

ที่มา – ‘มูฮัมหมัด’ แผลงฤทธิ์ ทำแฮตทริก-1 แอสซิต์ ฟุตซอลลีกสเปน

‘พล.ร.อ.ไพโรจน์’ เผย สานต่อนโยบายเรือดำน้ำ-ฟริเกต

ในวันที่ 29 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงวิสัยทัศน์และนโยบายที่สำคัญหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยย้ำถึงการสานต่อนโยบายที่แข็งแกร่งเพื่อความยั่งยืนของกองทัพเรือไทย ‘พล.ร.อ.ไพโรจน์’ เผย สานต่อนโยบาย ‘เรือดำน้ำ-ฟริเกต-NAVY SAFETY 2025’ เดินหน้าเสริมกำลังทั้งบก-ทะเล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนากำลังทางทะเลและทางบกให้ทันสมัยและพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

‘พล.ร.อ.ไพโรจน์’ เผย สานต่อนโยบาย ‘เรือดำน้ำ-ฟริเกต-NAVY SAFETY 2025’ เดินหน้าเสริมกำลังทั้งบก-ทะเล

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เน้นย้ำว่านโยบายที่มีความต่อเนื่องจะนำไปสู่ความยั่งยืนของกองทัพ โดยนโยบายที่พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือคนก่อนได้วางไว้ มีหลายประการที่กำลังดำเนินการอย่างคืบหน้า เช่น นโยบายเรือดำน้ำและเรือฟริเกต ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถทางทะเลของไทย การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ เช่น อากาศยานไร้คนขับ (UAV) ทุกประเภท จะทำให้การปฏิบัติการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการขยายขอบเขตไปสู่การเสริมกำลังทางบก เพื่อให้เกิดความสมดุลในการป้องกันชาติ

นโยบายเรือดำน้ำและฟริเกต: เทคโนโลยีแห่งอนาคต

หนึ่งในนโยบายหลักที่พล.ร.อ.ไพโรจน์ จะสานต่อคือโครงการเรือดำน้ำและเรือฟริเกต ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มขีดความสามารถในการรบทางทะเล แต่ยังช่วยปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของไทยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โครงการเหล่านี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ โดยนำนวัตกรรมอย่างโดรนและระบบเรดาร์ขั้นสูงมาบูรณาการ ทำให้กองทัพเรือไทยสามารถตอบโต้ภัยคุกคามได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น การลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยลดต้นทุนระยะยาวและเพิ่มความมั่นใจให้กับพันธมิตรระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ สมาคมภริยาทหารเรือยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสวัสดิการของชั้นผู้น้อย เพื่อให้กำลังพลมีคุณภาพชีวิตที่ดี สิ่งนี้จะช่วยรักษาการมีส่วนร่วมและความภักดีของบุคลากร ซึ่งเป็นฐานรากของความสำเร็จในนโยบายทั้งหมด

NAVY SAFETY 2025: ความปลอดภัยเป็นที่หนึ่ง

นโยบาย NAVY SAFETY 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่พล.ร.อ.ไพโรจน์ จะผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำให้กำลังพลปลอดภัยจากอุบัติเหตุและภัยคุกคามต่างๆ ผ่านการฝึกอบรม การใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ทันสมัย และระบบตรวจสอบความเสี่ยง การสานต่อนโยบายนี้จะช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างทะเลและชายแดน

  • การนำระบบตรวจการณ์กลางคืนมาใช้ในพื้นที่ชายแดน
  • การฝึกซ้อมร่วมระหว่างกำลังทางบกและทางทะเล
  • การพัฒนาแอนตี้โดรนเพื่อป้องกันการบุกรุก

สำหรับการปกป้องอธิปไตยของชาติ กองทัพเรือยืนยันในการรักษาพื้นที่ทางทะเลตามที่ประกาศไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2516 และพื้นที่ทางบกประมาณ 250 กิโลเมตรในจังหวัดจันทบุรีและตราด ปัจจุบัน ไม่มีชาวกัมพูชาอยู่อาศัยในพื้นที่เว้นแต่ผู้ที่อาศัยอย่างถูกกฎหมาย โดยเฉพาะเกาะกูดและแนวชายแดนทางทะเลที่กำหนดตั้งแต่ พ.ศ. 2506 พล.ร.อ.ไพโรจน์ ได้สั่งการเพิ่มยุทโธปกรณ์ เช่น โดรนโจมตี อากาศยานไร้คนขับ และระบบป้องกันโดรน เพื่อเสริมความพร้อม หากสถานการณ์ขยายตัว กองทัพเรือจะมีความสามารถในการสนับสนุนกำลังทางบกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากศักยภาพทางทะเลของไทยเหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะเรือรบที่มีปืนใหญ่สามารถระดมยิงได้ไกล

ในส่วนของกองกำลังป้องกันชายแดน การยึดพื้นที่ฐานทหารเดิม 3 แห่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าไทยสามารถดูแลเขตแดนได้ กองทัพเรือได้กดดันให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ล้ำเส้นตลอดมา และประสบความสำเร็จในบางจุด เช่น การรื้อบ้าน 3 หลังและเจรจาเปลี่ยนเส้นทางคูเลตหรือถนนที่บุกรุก นโยบายนี้เริ่มจากเจรจา แต่หากไม่ร่วมมือ จะใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น ช่วงหลัง กัมพูชาเริ่มตอบรับมากขึ้น โดยระงับการก่อสร้างในหลายจุด

การสานต่อนโยบายเหล่านี้ไม่เพียงเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพเรือ แต่ยังช่วยรักษาความมั่นคงของชาติในภาพรวม ผู้สนใจสามารถติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับกองทัพไทย

ที่มา – ‘พล.ร.อ.ไพโรจน์’ เผย สานต่อนโยบาย ‘เรือดำน้ำ-ฟริเกต-NAVY SAFETY 2025’ เดินหน้าเสริมกำลังทั้งบก-ทะเล