ยูเอ็นฟื้นคว่ำบาตรอิหร่านเต็มสูบรอบ 10 ปี
ในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ยูเอ็นเตรียมฟื้นคว่ำบาตรอิหร่านเต็มสูบในรอบ 10 ปี เหตุขัดแย้งข้อตกลงนิวเคลียร์ กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง หลังจากที่ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ดูเหมือนจะใกล้ล้มเหลว สหประชาชาติ (ยูเอ็น) กำลังจะนำมาตรการคว่ำบาตรกลับมาบังคับใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่ออิหร่านและเศรษฐกิจโลก
ยูเอ็นเตรียมฟื้นคว่ำบาตรอิหร่านเต็มสูบในรอบ 10 ปี เหตุขัดแย้งข้อตกลงนิวเคลียร์
จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มาตรการคว่ำบาตรของยูเอ็นต่ออิหร่านจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนตามเวลามาตรฐานสากลของวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน หรือ 07.00 น. ตามเวลาไทย นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่มาตรการเหล่านี้จะกลับมาเต็มสูบ หลังจากความพยายามของจีนและรัสเซียในการขอชะลอออกไปอีก 6 เดือน ล้มเหลว ได้รับเสียงสนับสนุนเพียง 4 เสียงจากที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)
สาเหตุหลักมาจากการที่สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ยื่นหนังสือต่อยูเอ็นเอสซีในเดือนสิงหาคม กล่าวหาอิหร่านว่าไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีในข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 หรือ JCPOA ซึ่งนำไปสู่กรอบเวลา 30 วันในการหาทางออกทางการทูต แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ทำให้ยูเอ็นเตรียมฟื้นคว่ำบาตรอิหร่านเต็มสูบในรอบ 10 ปี เหตุขัดแย้งข้อตกลงนิวเคลียร์ กลายเป็นจริง
ผลกระทบของมาตรการคว่ำบาตรที่กำลังจะเกิดขึ้น
มาตรการคว่ำบาตรที่กำลังจะกลับมาจะครอบคลุมหลายด้าน เพื่อจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์และทหารของอิหร่าน โดยรวมถึง:
- การห้ามค้าอาวุธทั้งขาเข้าและขาออก
- การห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินระดับที่กำหนด
- การห้ามพัฒนาขีปนาวุธที่อาจใช้ส่งอาวุธนิวเคลียร์
- การอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางสำหรับบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน
- อนุญาตให้ประเทศสมาชิกตรวจสอบสินค้าบนเที่ยวบินของอิหร่านแอร์และเรือสินค้าของอิหร่าน
นอกจากนี้ มาตรการของยูเอ็นจะเริ่มก่อน แล้วตามด้วยมาตรการของสหภาพยุโรป (อียู) ในอีกหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับรัฐบาลเตหะราน
ด้านอิหร่าน ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และประณามการกระทำของชาติตะวันตก โดยเรียกร้องหลักประกันว่าระบบนิวเคลียร์ของตนจะไม่ถูกโจมตีจากอิสราเอลอีก ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอับบาส อารักชี กล่าวหาสหรัฐว่าเป็นฝ่ายทรยศข้อตกลงก่อน โดยถอนตัวในปี 2561 และกลุ่ม E3 (ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมนี) ก็ตามมา ทำให้การเจรจากับสหรัฐถึงทางตัน
สถานการณ์นี้ไม่เพียงกระทบอิหร่านเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันโลก ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการคว่ำบาตรจะทำให้เศรษฐกิจอิหร่านย่ำแย่ยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดพลังงาน
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ ยูเอ็นเตรียมฟื้นคว่ำบาตรอิหร่านเต็มสูบในรอบ 10 ปี เหตุขัดแย้งข้อตกลงนิวเคลียร์ อาจนำไปสู่การยืดเยื้อของความขัดแย้ง หากไม่มีการเจรจาใหม่ ประเทศต่างๆ ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบ
คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของยูเอ็นครั้งนี้? แบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตจากเราครับ
ที่มา – ยูเอ็นเตรียมฟื้นคว่ำบาตรอิหร่านเต็มสูบในรอบ 10 ปี เหตุขัดแย้งข้อตกลงนิวเคลียร์




















