ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า

ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นและดราม่าเสมอมา ล่าสุดมีข่าวเศร้าที่ทำให้แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องใจหายใจคว่ำ เมื่อ “อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมของปีศาจแดง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญนี้ก่อนเกมสำคัญที่จะบุกไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดในวันเสาร์นี้

“อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า

อาหมัด ดิยัลโล ปีกดาวรุ่งทีมชาติไอวอรีโคสต์ ถือเป็นกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่น เขาลงสนามครบทั้ง 6 นัดที่ผ่านมา และช่วยทีมสร้างสรรค์โอกาสได้มากมาย อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เจ้าตัวจะพลาดลงเล่นในนัดสำคัญ เนื่องจากได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านเพื่อรับมือกับการสูญเสียสมาชิกในครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ไม่มีใครคาดคิด

อโมริม ยืนยันชัดเจนว่า ตอนนี้ฟุตบอลไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับดาวเตะวัย 23 ปีคนนี้ เขากล่าวว่า “ผมคิดว่า ลิชา มาร์ตีเนซ ยังเล่นไม่ได้ กาเซมิโร ก็เล่นไม่ได้เพราะโดนใบแดง ส่วน อาหมัด ไม่ได้อยู่ที่นี่ ใครบางคนในครอบครัวของเขาเสียชีวิต ดังนั้นเราจึงขอส่งกำลังใจทั้งหมดให้ อาหมัด มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเขาที่จะมีเวลาของตัวเอง และได้เดินทางกลับบ้าน” คำพูดนี้สะท้อนถึงความเห็นอกเห็นใจจากกุนซือชาวโปรตุเกส ที่ให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวของนักเตะมากกว่าผลการแข่งขัน

ผลกระทบจาก “อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า

การขาดหายไปของอาหมัด ในเกมนี้ จะเป็นบททดสอบใหญ่สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังพยายามฟื้นฟูฟอร์มหลังจากเริ่มฤดูกาลไม่ค่อยดีนัก เบรนท์ฟอร์ด หรือ “ผึ้งน้อย” เป็นทีมที่เล่นในบ้านได้อย่างแข็งแกร่ง และเคยสร้างเซอร์ไพรส์ให้ทีมใหญ่หลายครั้ง การที่ผีแดงต้องบุกไปเยือนโดยไม่มีปีกตัวเก่งคนนี้ อาจทำให้แนวรุกของทีมขาดความหลากหลาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นดราม่าอีกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาหมัด เมื่อไม่นานมานี้ เขาถูกทัวร์ลงจากแฟนบอลหลังจากโพสต์รูปคู่กับอเลฮานโดร การ์นาโช อดีตเพื่อนร่วมทีมที่ย้ายไปเชลซีแบบไม่สวยงามในช่วงซัมเมอร์ อโมริม ได้ให้คำแนะนำลูกทีมว่า “ผมพูดกับลูกทีมเหมือนกันทุกคนว่า ปิดโซเชียลมีเดียซะ” เขาย้ำว่าทุกวันนี้โลกโซเชียลเป็นดาบสองคม ที่นักเตะต้องจ่ายราคาให้ แต่สิ่งสำคัญคือสโมสรและเพื่อนๆ ในชีวิตจริง

“ทุกวันนี้มันก็เป็นแบบนั้นแหละ มันคือราคาที่คุณต้องจ่าย สิ่งที่สำคัญคือสโมสร และเพื่อนของเขาในชีวิตจริงสำหรับ อาหมัด เราอยู่ตรงนี้เพื่อเขา เราสามารถชนะได้โดยไม่มี อาหมัด และเราก็อยากจะชนะเพื่อเขาด้วย” กุนซือผีแดงกล่าวทิ้งท้าย คำพูดนี้ไม่เพียงแสดงถึงความสามัคคีในทีม แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจให้อาหมัดในยามยาก

สำหรับแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การที่ “อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า ทำให้หลายคนกังวลถึงผลงานของทีม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าฟุตบอลคือมากกว่าการแข่งขัน มันคือชีวิตและอารมณ์ของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทีมผีแดงยังมีนักเตะฝีมือดีอย่างบรูโน่ แฟร์นันเดส และมาร์คัส แรชฟอร์ด ที่พร้อมลงสนามเพื่อชดเชยการขาดหายไปนี้

มาดูสถิติของอาหมัดในฤดูกาลนี้กันสักหน่อย เขายิงไป 2 ประตูและแอสซิสต์อีก 3 ครั้ง จากการลงเล่น 6 นัด ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับปีกตัวใหม่ การสูญเสียญาติสนิทอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเขา แต่เชื่อว่าการสนับสนุนจากสโมสรและแฟนบอลจะช่วยให้เขากลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม

  • อาหมัด ดิยัลโล: ปีกทีมชาติไอวอรีโคสต์ วัย 23 ปี
  • ลงสนาม 6 นัด เต็มเวลา
  • 2 ประตู 3 แอสซิสต์
  • ขาดเกมบุกเบรนท์ฟอร์ด เนื่องจากเรื่องครอบครัว

นอกจากนี้ อโมริม ยังต้องปรับแผนรับมือกับอาการบาดเจ็บของลิชา มาร์ตีเนซ และการติดโทษของกาเซมิโร่ ทำให้ทีมต้องพึ่งพานักเตะสำรองมากขึ้น เกมนี้จึงเป็นโอกาสให้ดาวรุ่งคนอื่นๆ ได้พิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้เห็นว่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความลึกในทีมเพียงพอที่จะรับมือกับวิกฤติ

ในมุมมองของผู้เขียน การที่ “อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับวงการฟุตบอลไทยและต่างประเทศ ว่าควรให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของนักกีฬามากขึ้น สโมสรที่ใส่ใจเรื่องนี้จะได้รับความภักดีจากนักเตะในระยะยาว แฟนบอลเราควรส่งกำลังใจให้อาหมัด และสนับสนุนทีมในทุกสถานการณ์

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นแฟนผีแดง อย่าลืมติดตามเกมบุกเบรนท์ฟอร์ด และแชร์กำลังใจให้อาหมัดผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปให้ได้ ฟุตบอลคือการต่อสู้ร่วมกัน!

ที่มา – “อาหมัด” ชวดช่วย “ผีแดง” บู๊ผึ้งน้อยหลังพบข่าวเศร้า

บุกจับ ‘ดอนสวนพลู’ โจรงัดตู้แลกเหรียญร้านซักผ้า

บุกจับ ‘ดอนสวนพลู’ โจรงัดตู้แลกเหรียญร้านซัก-อบผ้า สารภาพก่อเหตุถี่ยิบหลายท้องที่

ในวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 9 (บก.น.9) นำโดย พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผู้บังคับการ และ พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รองผู้บังคับการ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน สน.บางขุนเทียน ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญ นายสันติ์ชัย (สงวนนามสกุล) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดอน สวนพลู” อายุ 31 ปี ผู้ที่ก่อเหตุงัดตู้แลกเหรียญในร้านซัก-อบผ้าอย่างต่อเนื่อง จับกุมได้ที่ห้องเช่าเลขที่ 12 ชุมชนสวนพลู แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

บุกจับ ‘ดอนสวนพลู’ โจรงัดตู้แลกเหรียญร้านซัก-อบผ้า สารภาพก่อเหตุถี่ยิบหลายท้องที่

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีผู้เสียหายรายหนึ่ง น.ส.อภิรดา (สงวนนามสกุล) เดินทางเข้าแจ้งความกับ สน.บางขุนเทียน ในช่วงเช้าวันที่ 26 กันยายน เวลาประมาณ 04.00 น. เธอเล่าว่าคนร้ายซึ่งเป็นชายคนหนึ่งใช้เครื่องเจียร์ไร้สายตัดกุญแจที่คล้องประตูด้านหน้าและกุญแจที่ล็อกตู้แลกเหรียญ ก่อนจะขโมยเงินสดในตู้หลบหนีไป เหตุเกิดที่ร้านซัก-อบผ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่สืบสวนนำโดย พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผู้กำกับการสน.บางขุนเทียน และ พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง รองผู้กำกับการสืบสวน ทันทีที่ได้รับแจ้งก็รีบลงพื้นที่ตรวจสอบ

ด้วยความชำนาญในการสืบสวน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างละเอียด จนนำไปสู่ห้องเช่าของนายสันติ์ชัย ที่นั่นพบของกลางจำนวนมาก ได้แก่ รถจักรยานยนต์ Honda PCX สีเทา-ดำ ป้ายทะเบียน 2 ขถ 7159 กรุงเทพมหานคร เงินสดเป็นเหรียญรวมกว่า 20,000 บาท รวมถึงอุปกรณ์งัดแงะและของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ

สารภาพก่อเหตุงัดตู้แลกเหรียญในร้านซักผ้าถี่ยิบ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสันติ์ชัยให้การรับสารภาพเต็มปากว่าเขาขี่จักรยานยนต์ไปตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ในร้านซัก-อบผ้าจริงๆ โดยเลือกช่วงเวลาตี 2 ถึงตี 4 ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านส่วนใหญ่ไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ทำให้ง่ายต่อการลงมือ เขาใช้วิธีตัดกุญแจด้วยเครื่องเจียร์ไร้สายเพื่องัดตู้แลกเหรียญ และขโมยเงินเหรียญที่สะสมไว้จากผู้ใช้บริการ

เจ้าหน้าที่ขยายผลการสืบสวนต่อ ทำให้พบว่านายสันติ์ชัยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ถึง 12 ครั้ง ในพื้นที่ของหลายสถานีตำรวจ เช่น สน.บางขุนเทียน สน.บางขุนนนท์ สน.ราษฎร์บูรณะ สน.เพชรเกษม สน.หลักสอง และสน.บุปผาราม แต่ละครั้งเขาสามารถได้เงินสดประมาณ 8,000 ถึง 18,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหรียญที่ร้านเก็บไว้สำหรับแลกเปลี่ยน

พฤติกรรมของ “ดอน สวนพลู” ถือเป็นภัยคุกคามต่อเจ้าของธุรกิจร้านซัก-อบผ้าที่กำลังเติบโตในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร้านเหล่านี้มักตั้งอยู่ในย่านชุมชนที่ผู้คนพลุกพล่าน แต่ในช่วงดึกกลับกลายเป็นเป้าหมายง่ายดายสำหรับโจรอย่างเขา ด้วยอุปกรณ์ที่หาซื้อง่ายอย่างเครื่องเจียร์ไร้สาย ทำให้การก่อเหตุรวดเร็วและตรวจจับได้ยาก หากเจ้าของร้านไม่ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบร้าน โดยเฉพาะบริเวณตู้แลกเหรียญ
  • ใช้กุญแจหรือล็อกที่แข็งแรง ทนต่อการตัดด้วยเครื่องมือไฟฟ้า
  • เก็บเงินเหรียญในตู้ที่ปลอดภัย หรือนำไปฝากธนาคารทุกวัน
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยในช่วงดึก

นอกจากนี้ การก่อเหตุถี่ยิบของนายสันติ์ชัยยังสะท้อนถึงปัญหาความมั่นคงในชุมชนเมืองใหญ่ ที่โจรกรรมเล็กน้อยแต่เกิดบ่อยๆ สามารถสร้างความเสียหายสะสมให้กับผู้ประกอบการรายย่อยได้มาก โดยเฉพาะในยุคที่ธุรกิจร้านซัก-อบผ้ากำลังได้รับความนิยมจากไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เร่งรีบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้เครื่องมือทำลายสิ่งกีดกั้น และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าของร้านซัก-อบผ้าทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจแบบนี้ ลองตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของคุณวันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อของโจรอย่าง “ดอน สวนพลู” ในอนาคต

ที่มา – บุกจับ ‘ดอนสวนพลู’ โจรงัดตู้แลกเหรียญร้านซัก-อบผ้า สารภาพก่อเหตุถี่ยิบหลายท้องที่

รวบเอเย่นต์ยาบ้า ตีเนียนขายก๋วยเตี๋ยว

ในโลกที่อาชญากรรมซ่อนตัวอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด การจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าที่ตีเนียนเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวกลายเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนตื่นตัว เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัยรายนี้หลังจากได้รับรายงานการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการลักลอบขายยาเสพติดในหมู่บ้านเคหะเอื้ออาทร

รวบ ‘เอเย่นต์ยาบ้า’ ตีเนียนเป็น ‘พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว’ ของกลางซุกผ้ากันเปื้อน ตบตาตำรวจ

การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นจากการบูรณาการกำลังระหว่างฝ่ายปกครองและตำรวจ โดยนายสุรชัย โคตรบุตรดี นายอำเภอบางใหญ่ สั่งการให้นายอภิชาติ สุขรัตน์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำทีมร้อย อส.ที่ 6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สภ.บางใหญ่ เข้าตรวจสอบพื้นที่ ต้องชื่นชมความรวดเร็วในการลงพื้นที่ หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์ พวกเขาพบหญิงต้องสงสัยชื่อ น.ส.สายฝน อายุ 45 ปี จากการตรวจค้นห้องพัก พบยาบ้าจำนวน 5 เม็ด ซึ่งนำไปสู่การขยายผล

จากนั้น เจ้าหน้าที่สืบสวนพบตัวผู้ต้องหาหลักคือ นายกำพล อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท ผู้ที่ใช้การขายก๋วยเตี๋ยวเป็นฉากบังหน้าในการจำหน่ายยาเสพติด เขามักจะสวมผ้ากันเปื้อนทุกครั้งที่ไปส่งของ เพื่อหลอกล่อให้ดูเหมือนพ่อค้าธรรมดา แต่เจ้าหน้าที่ฉลาดพอที่จะตรวจค้นผ้ากันเปื้อนนั้น จนพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในซองสีน้ำเงิน 5 ซอง รวม 1,000 เม็ด นอกจากนี้ ยังขยายผลไปค้นบ้านพักในพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง พบยาบ้าเพิ่มอีก 307 เม็ด และยาไอซ์ 4.61 กรัม ของกลางทั้งหมดถูกยึดไว้เพื่อใช้ในคดี

การจับกุมเอเย่นต์ยาบ้าครั้งนี้เผยพฤติกรรมร้าย

พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผู้กำกับการ สภ.บางใหญ่ เปิดเผยว่า การจับกุมสืบเนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมอำเภอที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่เบื่อหน่ายกับการมั่วสุมยาเสพติดในชุมชน พวกเขาบูรณาการกำลังอย่างดีเยี่ยม เพื่อกวดขันตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ผู้ต้องหารายนี้ยอมรับสารภาพว่า มีพฤติกรรมลักลอบขายมานาน โดยแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการปลอมตัวในอาชญากรรมยาเสพติด ซึ่งมักใช้กิจการค้าปลีกอย่างร้านก๋วยเตี๋ยวเพราะเข้าถึงง่ายและดูปกติธรรมดา ในพื้นที่ชุมชนอย่างหมู่บ้านเคหะ การแพร่กระจายยาบ้าส่งผลกระทบรุนแรงต่อเยาวชนและครอบครัว ชาวบ้านหลายคนที่ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่บอกว่า พวกเขากลัวแต่ก็อยากให้พื้นที่ปลอดภัยขึ้น การที่ตำรวจและฝ่ายปกครองทำงานร่วมกันแบบนี้เป็นสัญญาณดี แสดงถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อย

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาใช้เทคนิคซ่อนของในอุปกรณ์ประจำวันอย่างผ้ากันเปื้อน ซึ่งเป็นวิธีที่ค่อนข้างฉลาดแต่ก็ถูกจับได้เพราะความละเอียดของเจ้าหน้าที่ ในแง่กฎหมาย การจับกุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลไปยังเครือข่ายใหญ่ขึ้น เพื่อตัดวงจรยาเสพติดให้สิ้นซาก ชาวบ้านในพื้นที่ต่างโล่งใจและหวังว่าจะมีปฏิบัติการแบบนี้บ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ยาบ้ากลับมาอีก

จากประสบการณ์ในข่าวอาชญากรรมที่ผ่านมา การใช้職業ปกปิดตัวตนเป็นกลยุทธ์ที่เอเย่นต์ยาเสพติดนิยม เพราะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายโดยไม่สงสัย แต่ในยุคที่เจ้าหน้าที่มีเทคโนโลยีและการสืบสวนที่ดีขึ้น วิธีเหล่านี้ก็เริ่มล้มเหลวมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการมีส่วนร่วมจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปราบปราม หากไม่มีรายงานจากชาวบ้าน อาจไม่มีการจับกุมครั้งนี้

  • ของกลางที่ยึดได้: ยาบ้า 1,307 เม็ด และยาไอซ์ 4.61 กรัม
  • พื้นที่เกิดเหตุ: หมู่บ้านเคหะเอื้ออาทร อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: สภ.บางใหญ่ และฝ่ายปกครองอำเภอบางใหญ่

ในฐานะที่ติดตามข่าวสารด้านนี้ ผมคิดว่าการป้องกันยาเสพติดต้องเริ่มจากชุมชน โดยเฉพาะการให้ความรู้แก่เยาวชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะการมีส่วนร่วมของคุณช่วยสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้ ลองแชร์ประสบการณ์หรือความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหานี้

ที่มา – รวบ ‘เอเย่นต์ยาบ้า’ ตีเนียนเป็น ‘พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว’ ของกลางซุกผ้ากันเปื้อน ตบตาตำรวจ

กรมการศาสนา ถวายทุนการศึกษา พระภิกษุสามเณร สอบบาลีได้ป.ธ.3-8

ในยุคที่พระพุทธศาสนากำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย การสนับสนุนศาสนทายาทอย่างพระภิกษุและสามเณรจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ล่าสุด กรมการศาสนา ถวายทุนการศึกษา พระภิกษุสามเณร สอบบาลีได้ป.ธ.3-8 ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน

กรมการศาสนา ถวายทุนการศึกษา พระภิกษุสามเณร สอบบาลีได้ป.ธ.3-8

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร กรมการศาสนา (ศน.) ได้จัดพิธีถวายทุนการศึกษาพระภิกษุและสามเณร ภายใต้โครงการสนับสนุนศาสนทายาทสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนา จากกองทุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ประจำปีการศึกษา 2568 พิธีนี้มีพระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) แม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

กิจกรรมนี้เกิดจากการร่วมมือระหว่างกรมการศาสนากับสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง เพื่อถวายทุนแก่พระภิกษุและสามเณรที่สอบได้บาลีสนามหลวงตั้งแต่เปรียญธรรม (ป.ธ.) 3 ประโยค ไปจนถึงป.ธ.8 ประโยค ประจำปีการศึกษา 2568 รวมทั้งสิ้น 400 รูป นับเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของพระศาสนาอย่างแท้จริง

ความสำคัญของการศึกษาในพระพุทธศาสนา

พระพรหมโมลีได้กล่าวสัมโมทนียกถาในพิธีว่า การเล่าเรียนพระปริยัติธรรมและคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพระภิกษุและสามเณร เพราะพวกท่านคือศาสนทายาทที่รับผิดชอบมรดกของพระศาสนา หากไม่มีการศึกษาแล้ว ใครจะมาสืบทอดและเผยแผ่ต่อไปได้ พระพุทธศาสนายังคงดำรงอยู่ได้เพราะศาสนทายาทเหล่านี้ที่คอยรักษาทรัพย์มรดกทางธรรมไว้

ด้านนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เน้นย้ำว่า กรมการศาสนา ถวายทุนการศึกษา พระภิกษุสามเณร สอบบาลีได้ป.ธ.3-8 มีเจตนารมณ์เพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์มีโอกาสศึกษาในระดับสูง จนมีความเข้าใจลึกซึ้งในพระไตรปิฏกและหลักธรรม เพื่อนำไปปฏิบัติและถ่ายทอดให้พุทธศาสนิกชนได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยน นอกจากนี้ยังช่วยสร้างศรัทธาและความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยให้กับประชาชน

การสนับสนุนนี้ยังช่วยสร้างศาสนทายาทที่มีคุณภาพ เพื่อรักษาพระพุทธศาสนา ดูแลศาสนวัตถุ และเชื่อมโยงหลักธรรมเข้ากับชีวิตประจำวัน ส่งผลดีต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมไทยโดยรวม ทำให้เกิดความสุข สงบสันติ และขับเคลื่อนคุณธรรมจริยธรรมให้แพร่หลาย

ผลกระทบระยะยาวและสถิติที่น่าประทับใจ

ตั้งแต่กรมการศาสนาเริ่มโครงการมอบทุนการศึกษาพระปริยัติธรรมในปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน มีพระภิกษุและสามเณรได้รับทุนแล้วกว่า 3,143 รูป ท่านเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสอนธรรมะ เผยแผ่หลักธรรม และเป็นผู้นำจิตวิญญาณในชุมชนทั่วประเทศ ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้พระพุทธศาสนาคงอยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคง

  • เพิ่มโอกาสการศึกษาให้ศาสนทายาท
  • เสริมสร้างความรู้ในพระไตรปิฏก
  • สนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะที่ถูกต้อง
  • ลดปัญหาการลดลงของพระสงฆุรุ่นใหม่

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจำนวนพระภิกษุและสามเณรมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากอิทธิพลของระบบทุนนิยมและบริโภคนิยม ทำให้การบวชเพื่อศึกษาลดน้อยลง ดังนั้น การ กรมการศาสนา ถวายทุนการศึกษา พระภิกษุสามเณร สอบบาลีได้ป.ธ.3-8 จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เพื่อเสริมศักยภาพให้พระสงฆุรุ่นใหม่มีความรู้ลึกซึ้ง สามารถเผยแผ่ธรรมะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่พึ่งทางใจให้ประชาชนทุกวัย

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือพระสงฆ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อสังคมไทยในระยะยาว โดยส่งเสริมให้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม เช่น ความเครียดและความขัดแย้ง ผ่านการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง

ในฐานะผู้ที่สนใจในพระพุทธศาสนา ผมเชื่อว่าการสนับสนุนเช่นนี้จะช่วยให้พระศาสนาเจริญรุ่งเรืองต่อไป หากคุณเป็นพุทธศาสนิกชน ลองร่วมบริจาคหรือสนับสนุนโครงการทางการศึกษาของพระสงฆ์ เพื่อสืบสานมรดกทางธรรมให้ลูกหลานในอนาคต

ที่มา – ‘กรมการศาสนา’ ถวายทุนการศึกษา ‘พระภิกษุสามเณร’ สอบบาลีได้ป.ธ.3-8

“ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ

“ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ

ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ข่าวลือเรื่องการซื้อขายสโมสรยักษ์ใหญ่มักจะกลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนบอลให้ความสนใจเสมอ ล่าสุด ทอตแนม ฮอตสเปอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไก่เดือยทอง” ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการจากกลุ่มทุนอเมริกันนำโดยนักธุรกิจชื่อดังด้านเทคโนโลยีอย่าง บรูคลิน เอริค เรื่องนี้ยืนยันได้ว่า “ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการอย่างชัดเจน ทำให้แฟนบอลสเปอร์สโล่งใจไม่น้อย

“ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ: รายละเอียดข้อเสนอ

ก่อนหน้านี้ สื่อดังของอังกฤษอย่าง “เดอะ ซัน” ได้รายงานว่ากลุ่มทุนจากอเมริกาเตรียมยื่นข้อเสนอมูลค่า 4,500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 198,000 ล้านบาท เพื่อหวังเข้าซื้อกิจการทอตแนม ฮอตสเปอร์ ข้อเสนอนี้ถือว่าสูงลิ่วและน่าจะเป็นการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรป แต่ทางสโมสรและผู้ถือหุ้นใหญ่คือ ENIC Group จากครอบครัวลูอิส ได้ยืนยันชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีแผนการขายทีมแต่อย่างใด แม้จะยังไม่ได้รับข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่สเปอร์สก็ได้แจ้งผ่านตลาดหุ้นลอนดันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้วว่าปฏิเสธความสนใจจากบรูคลิน เอริคไปเรียบร้อย

ตามกฎของตลาดหุ้น บรูคลิน เอริค จะต้องประกาศภายในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ว่าจะดำเนินการยื่นข้อเสนอหรือไม่ แต่จากแถลงการณ์ของสเปอร์ส ทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น “ฝ่ายบริหารของทอตแนมรับทราบข่าวลือเหล่านี้แล้ว และ ENIC ได้รับการทาบทามแบบไม่เป็นทางการจากเอริค แต่ได้ปฏิเสธไปอย่างชัดเจน สโมสรของเราไม่ใช่สินค้าที่มีไว้ขาย และ ENIC ก็ไม่คิดจะขายหุ้นส่วนของพวกเขา” นี่คือคำยืนยันที่ทำให้แฟนบอลมั่นใจในอนาคตของทีม

เหตุผลที่ “ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ

ทำไมสเปอร์สถึงเลือกปฏิเสธข้อเสนอขนาดยักษ์ใหญ่เช่นนี้? คำตอบอาจอยู่ที่วิสัยทัศน์ระยะยาวของผู้บริหาร โดยเฉพาะโจ ลูอิส เจ้าของ ENIC ที่ทุ่มเททุนทรัพย์มหาศาลในการพัฒนาสนามท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามฟุตบอลที่ทันสมัยที่สุดในโลก การขายทีมตอนนี้อาจขัดแย้งกับแผนการสร้างทีมที่แข็งแกร่งในระยะยาว นอกจากนี้ ในยุคที่พรีเมียร์ลีกกลายเป็นธุรกิจระดับโลก การรักษาความเป็นเจ้าของในมือกลุ่มทุนอังกฤษ-เอเชียอย่าง ENIC อาจช่วยรักษาเอกลักษณ์ของสโมสรได้ดีกว่า

ย้อนดูประวัติศาสตร์ของทอตแนม ทีมนี้เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก่อน แต่ภายใต้การนำของ ENIC ตั้งแต่ปี 2001 พวกเขาค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็นทีมท็อป 6 ของลีก ผลงานในสนามล่าสุด เช่น การจบอันดับ 4 ในฤดูกาล 2022-23 และการเซ็นสัญญานักเตะดาวดังอย่างเจมส์ มาดริสัน แสดงให้เห็นว่าทีมกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง การซื้อขายสโมสรจึงไม่ใช่ทางเลือกที่จำเป็น

ผลกระทบต่ออนาคตของทอตแนม ฮอตสเปอร์

การที่ “ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ อาจส่งผลดีต่อสโมสรในหลายด้าน ประการแรก มันช่วยรักษาความมั่นคงทางการเงิน โดยไม่ต้องพึ่งพานักลงทุนใหม่ที่อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวง ประการที่สอง แฟนบอลชาวไทยและทั่วโลกที่หลงรักสเปอร์สสามารถมั่นใจได้ว่าทีมจะยังคงพัฒนาต่อไปในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ข่าวลือแบบนี้ยังคงเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาที่เคยเข้าซื้อทีมดังๆ อย่างเชลซี ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สำหรับสเปอร์ส พวกเขายังคงยึดมั่นในแผนของตัวเอง

  • พัฒนาสนามและโครงสร้างพื้นฐาน
  • ลงทุนในอะคาเดมี่เยาวชน
  • เสริมทัพนักเตะคุณภาพสูง

เหล่านี้คือกลยุทธ์ที่ ENIC วางไว้ และการปฏิเสธข้อเสนอครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นนั้น

ในมุมมองของแฟนบอล การตัดสินใจนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะสเปอร์สไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฟุตบอลอังกฤษ หากคุณเป็นสาวก “ไก่เดือยทอง” ล่ะก็ อย่าลืมติดตามข่าวสารล่าสุดจากทีม และเตรียมตัวเชียร์ในนัดต่อไป เพราะอนาคตของสเปอร์สยังสดใสเสมอ

สุดท้ายนี้ การที่ “ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของสโมสรที่พร้อมลุยต่อในพรีเมียร์ลีก คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แฟนบอลได้อ่านด้วยนะ

ที่มา – “ไก่เดือยทอง” ปัดขายทีมหลังเจ้าสัวอเมริกันจ้องงาบกิจการ

‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ จัดชุดจิ๋วโชว์เอวเอส ท้าแดด จัดทริปหวาน ‘โอบ นิธิ’ ฉลองรัก 1 ปี

สมกับเป็นนางเอกสาวมากความสามารถและสวยสะกดทุกลุค สำหรับ ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ หรือที่แฟน ๆ รู้จักกันในชื่อ “เลดี้ปราง” ที่ไม่ว่าจะมาในสไตล์ไหนก็มักทำเอาคนหลงใหลได้เสมอ ซึ่งล่าสุด เลดี้ปราง ขอสลัดลุคสวยหวาน เปลี่ยนโหมดมาเสิร์ฟความร้อนแรงท้าลมทะเลในทริปล่าสุด ด้วยการหยิบเสื้อตัวจิ๋วสุดแซ่บมาสวมใส่ อวดทรวดทรงองค์เอวที่ฟิตแอนด์เฟิร์มสุด ๆ ทำให้แฟน ๆ ต้องกรี๊ดหนักมาก

ปราง กัญญ์ณรัณ ในชุดจิ๋วโชว์เอวเอส

ทริปทะเลครั้งนี้ ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ จัดชุดจิ๋วโชว์เอวเอส ท้าแดด จัดทริปหวาน ‘โอบ นิธิ’ ฉลองรัก 1 ปี อย่างชัดเจน โดยเลือกสวมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วที่เน้นโชว์หุ่นสวยเป๊ะ โดยเฉพาะเอวเอสที่ชัดเปรี๊ยะ ผิวขาวเนียนละเอียดสะกดทุกสายตา ช็อตภาพที่ปล่อยออกมานี้ทำเอาอินสตาแกรมลุกเป็นไฟ แฟน ๆ ต่างคอมเมนต์กันถล่มทลาย

‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ จัดชุดจิ๋วโชว์เอวเอส ท้าแดด จัดทริปหวาน ‘โอบ นิธิ’ ฉลองรัก 1 ปี

ไม่ใช่แค่รูปร่างที่ฮอตเท่านั้น แต่เลดี้ปรางยังเพิ่มความหวานด้วยแคปชั่นพิเศษที่บอกใบ้ถึงการฉลองครบรอบ 1 ปีกับ ‘โอบ นิธิ’ หวานใจหนุ่มหล่อชื่อดัง ทริปนี้ทั้งคู่ดูสนุกสนาน ท้าทายแดดร้อนของทะเลสมุย ด้วยภาพคู่ที่อบอุ่นและโรแมนติก ทำให้แฟน ๆ ยิ้มตามไปด้วย การนัดหมายหวาน ๆ แบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของความรักที่ทั้งสองมีให้กัน

ทริปหวานปรางและโอบที่ทะเล

ความฮอตของปรางในทริปทะเลนี้

ชุดจิ๋วที่ปรางเลือกสวมนั้นไม่ใช่แค่แฟชั่นธรรมดา แต่เป็นการโชว์ความมั่นใจในหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เอวเอสที่เห็นแล้วต้องทึ่ง ผสานกับรอยยิ้มสดใส ท้าทายลมทะเล ทำให้ทุกภาพดูมีชีวิตชีวา นอกจากนี้ ทริปนี้ยังเป็นการผสมผสานความร้อนแรงและความหวานได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการฉลองรัก 1 ปีกับโอบ นิธิ ที่ทั้งสองดูมีความสุขมาก

โซเชียลมีเดียหลังจากโพสต์นี้แทบแตกตื่น แฟนคลับและเพื่อน ๆ ในวงการบันเทิงต่างเข้ามาชื่นชมไม่ขาดสาย คอมเมนต์เด็ด ๆ เช่น “สวยทุกเวลา” “หวานมาก” “สมุยหวานมาก” “ของจริงสวยมาก” “ยิ้มแบบมีความสุขมาก ขอให้เป็นแบบนี้ตลอดไป” “โซจึ้งมากกกแม่” “ทะเลหวาน” “1st anniversary” แสดงถึงพลังของปรางที่ทำให้ทุกคนหลงรัก

  • ชุดจิ๋วสุดแซ่บ: เลือกสไตล์ที่โชว์เอวเอสชัดเจน
  • ทริปทะเลท้าแดด: สร้างโมเมนต์โรแมนติกกับโอบ
  • ฉลองรัก 1 ปี: แคปชั่นหวานบอกเล่าเรื่องราวความรัก
  • รูปร่างฟิตเป๊ะ: จากการดูแลตัวเองอย่างดี

นอกจากนี้ ปรางยังเป็นไอดอลในเรื่องการดูแลสุขภาพ เธอมักแชร์ทิปส์ออกกำลังกายและการกินอาหารเพื่อให้หุ่นสวยแบบนี้ ถือเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ หลายคนเริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น การที่เธอสามารถผสมผสานความเป็นมืออาชีพในวงการบันเทิงเข้ากับชีวิตส่วนตัวที่หวานชื่นได้อย่างลงตัว ทำให้ ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ จัดชุดจิ๋วโชว์เอวเอส ท้าแดด จัดทริปหวาน ‘โอบ นิธิ’ ฉลองรัก 1 ปี กลายเป็นข่าวฮอตที่ทุกคนพูดถึง

ในมุมมองของผู้เขียน คู่รักคู่นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความรักที่มั่นคง ท่ามกลางวงการที่เต็มไปด้วยข่าวลือ หากคุณชื่นชอบเรื่องราวแบบนี้ อย่าลืมติดตามอัปเดตจากอินสตาแกรมของปรางเพื่อไม่พลาดโมเมนต์สุดพิเศษ!

ที่มา – ‘ปราง กัญญ์ณรัณ’ จัดชุดจิ๋วโชว์เอวเอส ท้าแดด จัดทริปหวาน ‘โอบ นิธิ’ ฉลองรัก 1 ปี

บุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี จับ 3 ราย

บุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี จับ 3 ผู้ต้องหา เงินหมุนเวียนเดือนละ 1-2 ล้าน

ในเช้าวันที่ 26 กันยายน เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อกวาดล้างเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย โดยเฉพาะ บุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย และยึดของกลางจำนวนมาก การปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นภายใต้นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มุ่งกำจัดอาชญากรรมทางออนไลน์ โดยมี พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นผู้สั่งการหลัก

เครือข่ายพนันออนไลน์อย่าง UFA-D ถือเป็นหนึ่งในแหล่งที่ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและสูญเงินจำนวนมหาศาล โดยเงินหมุนเวียนในระบบต่อเดือนสูงถึง 1-2 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากผู้เล่นทั่วประเทศที่หลงกลโฆษณาในโซเชียลมีเดีย การบุกทลายครั้งนี้ไม่เพียงแต่หยุดยั้งการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยังช่วยปกป้องสังคมจากการเสพติดพนันที่อาจนำไปสู่ปัญหาครอบครัวและหนี้สิน

บุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี จับ 3 ผู้ต้องหา

ปฏิบัติการดังกล่าวดำเนินการโดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ร่วมกับ พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา ผบก.ภ.จว.ลพบุรี และกำลังพลกว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้งหมด 7 จุดในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและสระบุรี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของเครือข่ายนี้ การบุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี เริ่มต้นด้วยการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนนำไปสู่การขอหมายจับจากศาลจังหวัดลพบุรี

รายละเอียดจุดตรวจค้นและของกลางที่ยึดได้

ที่จุดแรก บ้านเลขที่ 159 หมู่ 2 ต.เขาพระงาม อ.เมืองลพบุรี เจ้าหน้าที่พบและยึดอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อคิมเบอร์ ขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 21 นัด ซึ่งอาจใช้ปกป้องฐานปฏิบัติการ

จุดที่สอง บ้านเลขที่ 250/2 หมู่ 6 ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี พบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ส่งเงินเข้าออกระบบพนัน

สำหรับจุดที่สาม บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ 2 ต.เขาพระงาม เจ้าหน้าที่ยึดโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง เงินสดในบัญชี 138,975 บาท สมุดบัญชี 2 เล่ม และซิมการ์ด 2 ซิม ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการฟอกเงิน

จุดที่สี่ บ้านเลขที่ 272/65 หมู่บ้านสิรัญญาพาร์ค ต.ถนนใหญ่ อ.เมืองลพบุรี อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม

จุดสำคัญที่ห้า ณ โรงแรมพีเจ ลอฟท์ โฮเทล ห้องพักเลขที่ 201 ต.ป่าตาล เจ้าหน้าที่จับกุมนายณัฐวุฒิ นาคสกุล อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ในข้อหาจัดให้มีการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน พร้อมยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 ชุด และโทรศัพท์ 3 เครื่อง

จุดที่หก บ้านเลขที่ 142/125 หมู่ 2 ต.กกโก จับกุมนายณภดล อ่อนบุรี อายุ 27 ปี ตามหมายจับข้อหาเดียวกัน

จุดสุดท้าย จุดที่เจ็ด บ้านเลขที่ 136 หมู่ 4 ต.บ้านโปร่ง อ.หนองโดน จ.สระบุรี จับกุมนายศักดิ์ชาย กัณหวรรณ อายุ 27 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี

  • รวมของกลางทั้งหมด 38 รายการ
  • อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก และกระสุน 21 นัด
  • โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง
  • สมุดบัญชี 2 เล่ม
  • ซิมการ์ด 2 ซิม
  • คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 ชุด

จากข้อมูลที่พบ พบว่าเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 1-2 ล้านบาท โดยใช้ระบบออนไลน์ในการรับแทงและโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายแห่ง

นโยบายและการกำกับดูแลของตำรวจ

การบุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี นี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกวาดล้างอาชญากรรมทางออนไลน์ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง จตช. คอยกำกับดูแลการสืบสวน ตำรวจได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยสืบสวนพิเศษ เพื่อติดตามเส้นทางการเงินและผู้ร่วมขบวนการ

ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนทันที เพื่อดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติการพนัน เจ้าหน้าที่ยังเร่งขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ที่อาจหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ปัญหาเว็บพนันออนไลน์ในประเทศไทยกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงได้ง่าย ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเยาวชน ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อที่สัญญาว่าจะรวยเร็ว การที่ตำรวจสามารถบุกทลายเครือข่ายใหญ่เช่น UFA-D ได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย

ในฐานะที่ปรึกษาด้านข่าวสาร เรามองว่าการปราบปรามเช่นนี้ควรต่อเนื่องไปด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชน หลีกเลี่ยงการเล่นพนันออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีปัญหาเรื่องนี้ ควรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

สุดท้ายนี้ หากคุณสนใจข่าวอาชญากรรมและการปราบปรามพนันออนไลน์ อย่าลืมติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนภัยให้เพื่อนๆ รู้

ที่มา – บุกทลายเว็บพนัน “UFA-D” ลพบุรี–สระบุรี จับ 3 ผู้ต้องหา เงินหมุนเวียนเดือนละ1-2ล้าน

สืบภาค 6 จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตุ๋นเงิน 2 ล้าน

สืบภาค 6 จับแก๊งคอลฯ อ้างจนท.สำนักงบฯ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินสูญ 2 ล้าน

ในวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลภาค 6 ได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคู่หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชื่อดัง โดย สืบภาค 6 จับแก๊งคอลฯ อ้างจนท.สำนักงบฯ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินสูญ 2 ล้าน เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาในแวดวงข่าวอาชญากรรม พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 พร้อมด้วยทีมงาน ได้นำกำลังเข้าจับกุมนางลัดดา อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ และน.ส.ภัทร์วิภา อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดลำพูน ตามหมายจับจากศาลจังหวัดอุตรดิตถ์

สืบภาค 6 จับแก๊งคอลฯ อ้างจนท.สำนักงบฯ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินสูญ 2 ล้าน

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีผู้เสียหายหลายรายร้องเรียนว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง โดยอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณ พวกมันบอกว่ามีโครงการช่วยเหลือเงินให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ต้องทำตามขั้นตอน โดยให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนดเพื่อ ‘ตรวจสอบ’ ซึ่งในที่สุดผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 2 ล้านบาท ชุดสืบสวนของตำรวจภาค 6 ได้ทำการแกะรอยเส้นทางการเงินและข้อมูลการโทรศัพท์ จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองราย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการฉ้อโกงผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และให้เช่าบัญชีธนาคารสำหรับใช้ในการหลอกลวง

วิธีการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้มักใช้วิธีการที่ชาญฉลาด โดยโทรเข้าไปหาเหยื่อด้วยหมายเลขที่ดูน่าเชื่อถือ อ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงบประมาณ หรือหน่วยงานช่วยเหลือสังคม พวกเขาสร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อถือ เช่น มีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหรือค่าตรวจสอบก่อน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ ก็จะถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับในครั้งนี้คือผู้ที่ให้เช่าบัญชีเหล่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้ข้อมูลปลอมในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวง ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อประชาชน

จากข้อมูลของตำรวจ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ 2560 รวมถึงประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการฉ้อโกง ผู้ต้องหาทั้งสองถูกจับที่พื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และนำตัวส่งสถานีตำรวจนาอินเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ผลกระทบและสถิติการโจรกรรมออนไลน์

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาล ตามรายงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) พบว่ามีคดีฉ้อโกงออนไลน์เกิดขึ้นมากกว่า 10,000 รายต่อปี สูญเสียเงินทองรวมหลายพันล้านบาท สืบภาค 6 จับแก๊งคอลฯ อ้างจนท.สำนักงบฯ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินสูญ 2 ล้าน เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปราม

  • ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์
  • แจ้งเบาะแสให้ตำรวจหากสงสัยว่าถูกหลอก

นอกจากนี้ การจับกุมครั้งนี้ยังช่วยให้ผู้เสียหายบางรายได้กำลังใจในการติดตามทวงเงินคืน แม้จะยาก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน อย่าเชื่อคำพูดจากโทรศัพท์ที่ไม่ทราบที่มา หากคุณเคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ นี้ แนะนำให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อช่วยลดอาชญากรรมเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุด สุดท้าย หวังว่าการจับกุมนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนระวังตัวมากขึ้นในการทำธุรกรรมออนไลน์

ที่มา – สืบภาค 6 จับแก๊งคอลฯ อ้างจนท.สำนักงบฯ ตุ๋นเหยื่อโอนเงินสูญ 2 ล้าน

‘เชียงราย’ รอดตาย โขกนาที 90+6 ตีเสมอ ‘สุโขทัย’

‘เชียงราย’ รอดตาย โขกนาที 90+6 ตีเสมอ ‘สุโขทัย’

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 สุดเข้มข้นในแมตช์เดย์ที่ 6 เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 คู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง ‘ค้างคาวไฟ’ สุโขทัย เอฟซี ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ‘กว่างโซ้งมหาภัย’ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ณ สนามทะเลหลวง สเตเดียม ถือเป็นนัดที่แฟนบอลไทยไม่ควรพลาด โดยก่อนเริ่มเกม สุโขทัย มีเพียง 5 แต้ม รั้งอันดับ 10 ของตาราง ส่วนเชียงราย กำลังฟอร์มดีมี 8 แต้ม นำเป็นอันดับ 4 ทำให้บรรยากาศตึงเครียดตั้งแต่เริ่มเตะ

‘เชียงราย’ รอดตาย โขกนาที 90+6 ตีเสมอ ‘สุโขทัย’

ในครึ่งแรกของการแข่งขัน ทั้งสองทีมทำการต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถเจาะประตูเข้าไปได้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ท่ามกลางความกดดันจากแฟนบอลเจ้าบ้านที่คอยเชียร์ไม่หยุด ทีมงานโค้ชทั้งสองฝ่ายต่างปรับแท็คติกเพื่อหาจุดอ่อนของคู่แข่ง โดยสุโขทัย พยายามใช้เกมรับที่เหนียวแน่น ขณะที่เชียงราย เน้นการบุกทางริมเส้นเพื่อหาช่องทาง

เข้าสู่ครึ่งหลัง สุโขทัย มาได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 63 จากจังหวะเตะมุมที่อันตราย ‘ปีโป้’ สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าตัวสำรองที่ถูกส่งลงมาเปลี่ยนเกม ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมตุงตาข่ายอย่างสวยงาม ทำให้ ‘ค้างคาวไฟ’ ออกนำ ‘กว่างโซ้ง’ 1-0 สนามทะเลหลวง สเตเดียม แทบแตกด้วยเสียงเชียร์จากกองเชียร์สุโขทัย ที่เฝ้ารอชัยชนะในบ้านมานาน

ประตูตีเสมอสุดดราม่าในนาที 90+6

แต่ฟุตบอลไม่มีคำว่าจบง่ายๆ เชียงราย ที่กำลังตกเป็นรอง ไม่ยอมแพ้ พวกเขากดดันหนักในช่วงท้ายเกม และในนาทีที่ 90+6 ซึ่งเป็นช่วงทดเจ็บยาวนาน จังหวะที่ทุกคนคิดว่าสุโขทัย จะคว้าชัยได้แล้ว อิตซูกิ เอโนโมโตะ กองหลังชาวญี่ปุ่นของเชียงราย พุ่งโหม่งจ่อๆ จากลูกครอสของเพื่อนร่วมทีม ตีเสมอให้ทีมรอดตาย 1-1 เป็นประตูที่ทำให้แฟนบอลทั้งประเทศลุกขึ้นปรบมือจากความดราม่า

จบเกม ‘เชียงราย’ รอดตาย โขกนาที 90+6 ตีเสมอ ‘สุโขทัย’ 1-1 ทำให้สุโขทัย เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้ม รั้งอันดับ 10 ส่วนเชียงราย ขยับมี 9 แต้ม ขึ้นสู่อันดับ 4 ของตารางคะแนนไทยลีก 1 การเสมอนัดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสูสีของลีกไทย ที่ทีมใดทีมหนึ่งสามารถพลิกเกมได้ทุกเมื่อ

มาดูสถิติการแข่งขันที่น่าสนใจกัน:

  • การครองบอล: สุโขทัย 48% เชียงราย 52%
  • การยิงเข้ากรอบ: สุโขทัย 4 ครั้ง เชียงราย 5 ครั้ง
  • การเข้าทำจากลูกนิ่ง: สุโขทัย 2 ครั้ง เชียงราย 3 ครั้ง
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยม: สิโรจน์ ฉัตรทอง (สุโขทัย) และ อิตซูกิ เอโนโมโตะ (เชียงราย)

นอกจากนี้ การแข่งขันครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของทั้งสองทีม โดยสุโขทัย ภายใต้การนำของโค้ชที่เน้นเกมรับ แต่ก็มีดาวยิงอย่างปีโป้ที่ยังคงคมกริบ ขณะที่เชียงราย ใช้ผู้เล่นต่างชาติอย่างเอโนโมโตะ ได้อย่างลงตัวในการรับมือสถานการณ์ยากลำบาก แฟนบอลที่ชื่นชอบ ‘เชียงราย’ รอดตาย โขกนาที 90+6 ตีเสมอ ‘สุโขทัย’ คงตื่นเต้นกับโมเมนต์นี้ไม่น้อย

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ฟุตบอล นัดนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการไม่ยอมแพ้ โดยเฉพาะเชียงราย ที่แสดงให้เห็นถึงสปิริตนักสู้ แม้จะเล่นเกมนอกบ้านก็ตาม สำหรับสุโขทัย แม้จะพลาด 3 แต้ม แต่การได้ 1 คะแนนจากทีมแกร่งอย่างเชียงราย ก็ถือว่าไม่เลว โดยรวมแล้ว ไทยลีก 1 ฤดูกาลนี้กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลไทย อย่าลืมติดตามแมตช์ต่อไปของทั้งสองทีม และแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่า ประตูโขกนาที 90+6 ของเอโนโมโตะ จะกลายเป็นตำนานหรือไม่? สมัครรับข่าวสารฟุตบอลไทยลีกอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

ที่มา – ‘เชียงราย’ รอดตาย โขกนาที 90+6 ตีเสมอ ‘สุโขทัย’

เทปูนคอนกรีตเหลือ 2 เมตรถึงเป้า รับมือฝนตก

เทปูนคอนกรีตเหลือ 2 เมตรถึงเป้า รับมือฝนตกห้ามน้ำไหลเข้าใต้อาคาร สน.

การซ่อมแซมหลุมบนพื้นถนนทรุดตัวที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 26 ก.ย. ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยความคืบหน้าว่าขณะนี้ทีมงานกำลังรอเทคอนกรีตในช่วงเวลา 20.00 น. ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง คาดว่าจะเทอีกประมาณ 150 คิว โดยเทเป็นเลเยอร์เพื่อให้ปูนเซ็ตตัวเป็นช่วงๆ จากนั้นจะเทต่อในวันพรุ่งนี้

เทปูนคอนกรีตเหลือ 2 เมตรถึงเป้า รับมือฝนตกห้ามน้ำไหลเข้าใต้อาคาร สน.

สถานการณ์โดยรวมไม่มีอะไรต้องกังวล เนื่องจากทุกอย่างเป็นไปตามลำดับที่วางแผนไว้ แต่สิ่งที่ทีมงานกังวลมากที่สุดคือสภาพอากาศในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.) ที่คาดว่าจะมีฝนตก หากฝนตกในช่วงบ่าย ทีมงานได้เตรียมการบล็อกน้ำ โดยเฉพาะบริเวณฝั่งสถานีตำรวจสามเสน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลลงท่อระบายน้ำและไหลไปยังด้านล่างของตัวอาคารสถานีตำรวจ

ดร.ธเนศ กล่าวเพิ่มเติมว่าการรับมือฝนตกต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากน้ำกระทบต่อสถานีตำรวจ ทีมงานได้เตรียมทางระบายน้ำไว้แล้ว รวมถึงมีปั๊มสูบน้ำพร้อมใช้งาน และบล็อกท่อเพื่อป้องกันน้ำไหล ส่วนบริเวณหลุมที่กำลังซ่อมแซม อาจยอมให้มีน้ำขังบางส่วนอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูบน้ำที่อาจทำให้ดินไหลตามมา แต่ส่วนของคอนกรีตที่เทไปแล้วไม่มีปัญหาใดๆ เพราะยังคงเป็นไปตามแผนการทำงาน

ความคืบหน้าและปริมาณปูนที่เหลือ

สำหรับปริมาณปูนคอนกรีต ปัจจุบันยังเพียงพอ หลังจากเทเสร็จ 150 คิวแล้ว จะเทต่อในวันพรุ่งนี้ ซึ่งส่วนที่เทก่อนหน้านี้จะช่วยเสริมความหนาให้กับชั้นที่เทใหม่ ทำให้โครงสร้างแข็งแรงยิ่งขึ้น ขณะนี้เหลือเพียงอีก 2 เมตรเท่านั้นก็จะถึงระดับเป้าหมายที่ต้องการ และทีมงานจำเป็นต้องเร่งเทให้เสร็จก่อนที่ฝนจะตก

อย่างไรก็ตาม หากพรุ่งนี้มีฝนตกในช่วงบ่าย แต่ทีมงานวางแผนเทคอนกรีตในช่วงเช้า ก็คาดว่าจะทันเวลา แต่ก็ต้องเตรียมการป้องกันและระบายน้ำให้มากยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัย

การซ่อมแซมถนนครั้งนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาหลุมทรุดตัวเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มักมีฝนตกหนักในฤดูฝน การบล็อกน้ำและป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าใต้อาคารเป็นมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโครงสร้างอาคารและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน โดยมีการตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าการซ่อมแซมจะยั่งยืนและป้องกันปัญหาซ้ำซากในอนาคต

  • เตรียมปั๊มสูบน้ำและบล็อกท่อระบาย
  • เทคอนกรีตเป็นเลเยอร์เพื่อความมั่นคง
  • เร่งงานก่อนฝนตกเพื่อให้ทันกำหนด
  • ตรวจสอบผลกระทบต่ออาคารใกล้เคียง

เทปูนคอนกรีตเหลือ 2 เมตรถึงเป้า รับมือฝนตกห้ามน้ำไหลเข้าใต้อาคาร สน. เป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการโครงการก่อสร้างในสภาพอากาศที่ท้าทาย ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการจราจรและชีวิตประจำวันของประชาชน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การลงทุนในระบบระบายน้ำที่ดีจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมและโครงสร้างพังทลายได้ในระยะยาว หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้ติดตามข่าวสารล่าสุดเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่กำลังซ่อมแซม และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน

ที่มา – เทปูนคอนกรีตเหลือ 2 เมตรถึงเป้า รับมือฝนตกห้ามน้ำไหลเข้าใต้อาคาร สน.