ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ชี้กลโกงหลอกลวงพุ่งทั่วโลกอีกครั้งหลัง “iPhone 17″เปิดตัว

ชี้กลโกงหลอกลวงพุ่งทั่วโลกอีกครั้งหลัง “iPhone 17″เปิดตัว

ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว การเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก Apple มักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ใช้ทั่วโลก แต่เบื้องหลังความกระหายใน iPhone 17 นี้ กลับมีกลโกงหลอกลวงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แทตยานา เชอร์บาโควา นักวิเคราะห์เนื้อหาเว็บจากบริษัทแคสเปอร์สกี้ เปิดเผยข้อมูลล่าสุดที่ตรวจพบการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นทันทีหลังจาก Apple ประกาศเปิดให้สั่งจอง iPhone 17 ล่วงหน้า มิจฉาชีพเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากกระแสโฆษณาชวนเชื่อ โดยสร้างเว็บไซต์ปลอม ลอตเตอรี่ปลอม และโปรแกรมทดลองใช้งานปลอม เพื่อหลอกขโมยข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินของผู้บริโภค ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงสูงในการถูกโจรกรรมข้อมูลและสูญเสียเงินทองอย่างมหาศาล

ชี้กลโกงหลอกลวงพุ่งทั่วโลกอีกครั้งหลัง “iPhone 17″เปิดตัว

หนึ่งในกลโกงที่พบมากที่สุดคือเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบร้านค้าอย่างเป็นทางการของ Apple ผู้ไม่หวังดีเหล่านี้สร้างหน้าเว็บที่ดูน่าเชื่อถือ เพื่อหลอกล่อให้ผู้ใช้สั่งซื้อ iPhone 17 ล่วงหน้า โดยอ้างว่า ‘สินค้าจะขายหมดเร็ว’ เมื่อผู้ใช้กรอกข้อมูลเพื่อชำระเงิน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารก็ตกไปอยู่ในมือของมิจฉาชีพทันที นอกจากนี้ ยังมีการโจมตีแบบลอตเตอรี่หลอกลวง โดยสัญญาว่าผู้โชคดีจะได้รับ iPhone ฟรี ผู้เข้าร่วมต้องทำแบบสำรวจ ส่งข้อมูลส่วนตัวอย่างอีเมล หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ และบางครั้งต้องจ่ายค่าจัดส่งหรือค่าบริการเพื่อรับรางวัล เว็บเหล่านี้มักมีรีวิวปลอมจากผู้ใช้ที่อ้างว่าได้รับของจริงแล้ว เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

กลโกงทดลองใช้งาน iPhone 17 ที่อันตรายยิ่งกว่า

อีกกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดคือการโฆษณาเปิดรับสมัครทดลองใช้งาน iPhone 17 ก่อนใคร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี พวกเขาจะล่อใจด้วยโอกาสพิเศษในการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่ผู้สมัครต้องกรอกรายละเอียดการติดต่อ ที่อยู่จัดส่ง และจ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อย สุดท้ายแล้ว ไม่มีการส่งเครื่องจริง แต่ข้อมูลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในการโจมตีฟิชชิงแบบเจาะจง (spear-phishing) หรือสร้างสแปมโฆษณาหลอกลวงเพิ่มเติม แทตยานา เชอร์บาโควา กล่าวว่า อาชญากรไซเบอร์มักใช้ความตื่นเต้นจากผลิตภัณฑ์ดังอย่าง iPhone 17 เพื่อเปลี่ยนความอยากได้ของผู้บริโภคให้เป็นช่องโหว่ กลยุทธ์เหล่านี้พัฒนาจากการฟิชชิงแบบพื้นฐานไปสู่เว็บไซต์ที่ดูมืออาชีพ ผู้ใช้จึงควรระมัดระวังและยืนยันแหล่งที่มาก่อนเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อ

กลโกง iPhone 17

จากข้อมูลของแคสเปอร์สกี้ พบว่าการโจมตีเหล่านี้เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหญ่ๆ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใช้ตื่นตัวมากขึ้น อย่าให้ความอยากได้มาทำลายความปลอดภัย การตรวจสอบ URL เว็บไซต์ให้ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง และการไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยไม่จำเป็น เป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันตัวเอง

เคล็ดลับป้องกันกลโกง iPhone 17 จากผู้เชี่ยวชาญ

เพื่อรับมือกับคลื่นการหลอกลวงที่พุ่งสูงหลังการเปิดตัว iPhone 17 แคสเปอร์สกี้ขอแนะนำแนวทางปฏิบัติที่ช่วยรักษาความปลอดภัย ดังนี้:

  • ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้: สั่งซื้อ iPhone 17 เฉพาะผ่านเว็บไซต์ Apple อย่างเป็นทางการ ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต หรือผู้ให้บริการเครือข่ายที่ยืนยันแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงเว็บปลอมที่อาจขโมยข้อมูล
  • ตรวจสอบ URL และข้อเสนอ: อย่าคลิกลิงก์จากอีเมล ข้อความ หรือโฆษณาที่เสนอส่วนลดหรือรางวัลพิเศษเกี่ยวกับ iPhone 17 ตรวจสอบที่อยู่เว็บให้แน่ใจว่ามาจาก apple.com จริงๆ
  • ปกป้องข้อมูลส่วนตัว: การแข่งขันหรือลอตเตอรี่ที่ถูกกฎหมายไม่เคยขอข้อมูลละเอียดอย่างชื่อบัตรเครดิตหรือที่อยู่ตั้งแต่แรก หากพบคำขอเช่นนี้ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยทันที
  • ใช้การยืนยันหลายชั้น: เปิดใช้งาน 2FA สำหรับ Apple ID บัญชีธนาคาร และแอปทางการเงิน ตรวจสอบรายการธุรกรรมเป็นประจำเพื่อค้นหากิจกรรมน่าสงสัย

นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสจากผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ เช่น แคสเปอร์สกี้ เพื่อสแกนเว็บไซต์และลิงก์ที่อาจเป็นอันตราย การตระหนักรู้เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากกลโกงที่ฉวยโอกาส ในขณะที่คุณรอคอย iPhone 17 อย่างใจจดใจจ่อ

สรุปแล้ว ชี้กลโกงหลอกลวงพุ่งทั่วโลกอีกครั้งหลัง “iPhone 17″เปิดตัว เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้บริโภคไทยและทั่วโลกต้องฉลาดในการช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าปล่อยให้ความตื่นเต้นมาทำให้คุณสูญเสียมากกว่าที่ได้ หากคุณพบข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อเสนอ iPhone 17 ใดๆ แนะนำให้ตรวจสอบกับ Apple โดยตรงและแบ่งปันข้อมูลนี้กับเพื่อนๆ เพื่อป้องกันภัยคุกคามร่วมกัน สุดท้าย การลงทุนในความปลอดภัยทางไซเบอร์คือการลงทุนที่ดีที่สุดในยุคดิจิทัลนี้

ที่มา – ชี้กลโกงหลอกลวงพุ่งทั่วโลกอีกครั้งหลัง “iPhone 17″เปิดตัว

“ไมโครซอฟท์” ตัดบริการคลาวด์สำหรับอิสราเอล เหตุใช้สอดแนมกาซา

ในโลกเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจของยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่างไมโครซอฟท์กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะเรื่อง “ไมโครซอฟท์” ตัดบริการคลาวด์สำหรับอิสราเอล เหตุใช้สอดแนมกาซา ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากมีการตรวจสอบรายงานที่รุนแรงจากสื่อชั้นนำ

“ไมโครซอฟท์” ตัดบริการคลาวด์สำหรับอิสราเอล เหตุใช้สอดแนมกาซา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กันยายน ว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากไมโครซอฟท์ใช้เวลากว่า 2 เดือนในการตรวจสอบรายงานของหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ซึ่งเปิดโปงว่ากองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือไอดีเอฟ ใช้บริการคลาวด์ Azure ของไมโครซอฟท์เพื่อจัดเก็บข้อมูลการโทรศัพท์ที่ได้จากการสอดแนมในวงกว้าง หรือที่เรียกว่าการสอดแนมมวลชน ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์

นายแบรด สมิธ ประธานของไมโครซอฟท์ ออกแถลงการณ์ถึงพนักงานผ่านทางออนไลน์ โดยระบุว่า “เราพบหลักฐานที่สนับสนุนองค์ประกอบในรายงานของเดอะ การ์เดียน ซึ่งเราไม่ได้จัดหาเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกในการสอดแนมมวลชน” การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนของบริษัทในการยึดมั่นหลักจริยธรรม แม้จะต้องเผชิญกับพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญอย่างอิสราเอล

ที่มาของการตรวจสอบและผลกระทบ

การตรวจสอบดังกล่าวเริ่มต้นจากรายงานของเดอะ การ์เดียนที่อ้างถึงเอกสารลับ ซึ่งเผยให้เห็นว่าระบบ Azure ถูกนำไปใช้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลจากชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ขัดแย้ง โดยข้อมูลเหล่านี้รวมถึงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ การสนทนาทางโทรศัพท์ และกิจกรรมออนไลน์อื่นๆ ซึ่งอาจละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและกฎหมายระหว่างประเทศ

ไมโครซอฟท์ได้ทบทวนการตัดสินใจนี้ร่วมกับกระทรวงกลาโหมอิสราเอล และปฏิบัติตามขั้นตอนภายในเพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท นอกจากนี้ สมิธยังย้ำว่า “ประเด็นนี้ไม่ส่งผลกระทบต่องานสำคัญที่ไมโครซอฟท์ยังคงดำเนินการ เพื่อปกป้องความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอิสราเอล และประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง”

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัทเทคโนโลยีเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการสนับสนุนกิจกรรมทางทหาร โดยก่อนหน้านี้ Google ก็เคยถูกวิจารณ์จากพนักงานที่ลาออกเพราะโปรเจกต์ AI สำหรับกองทัพอิสราเอล เช่นกัน การตัดบริการคลาวด์ครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่าบริษัทใหญ่ๆ กำลังปรับตัวให้เข้ากับแรงกดดันจากสังคมและนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน

  • ผลกระทบต่ออิสราเอล: การสูญเสียบริการ Azure อาจกระทบต่อระบบข้อมูลของกองทัพ ทำให้ต้องหาทางเลือกอื่นในเวลาอันสั้น
  • บทเรียนสำหรับไมโครซอฟท์: เสริมสร้างกระบวนการตรวจสอบการใช้งานเทคโนโลยีให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
  • มุมมองกว้าง: ย้ำถึงความสำคัญของจริยธรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะในพื้นที่ขัดแย้ง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ชี้ว่าการสอดแนมมวลชนไม่เพียงละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ยังเสี่ยงต่อการถูกแฮกข้อมูล ซึ่งอาจนำไปสู่ภัยคุกคามที่ใหญ่กว่า ในขณะที่ไมโครซอฟท์ยังคงให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์แก่ภูมิภาคนี้ แสดงถึงการแยกแยะระหว่างเทคโนโลยีที่ใช้ในทางที่ถูกต้องกับการใช้งานที่ผิดจรรยาบรรณ

สำหรับผู้อ่านที่สนใจเทคโนโลยีคลาวด์และจริยธรรม การเคลื่อนไหวของไมโครซอฟท์นี้เป็นตัวอย่างที่น่าศึกษา เพราะมันสะท้อนถึงสมดุลระหว่างธุรกิจและหลักมนุษยธรรม ในอนาคต บริษัทเทคต่างๆ อาจต้องเผชิญกับสถานการณ์คล้ายกันมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ AI และข้อมูลใหญ่กลายเป็นเครื่องมือหลักในการติดตาม

ความเห็นส่วนตัวของผมคือ การตัดสินใจเช่นนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของไมโครซอฟท์ในฐานะบริษัทที่รับผิดชอบ แม้จะสูญเสียรายได้ชั่วคราว แต่ในระยะยาว มันจะสร้างความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก ลองคิดดูสิว่าถ้าบริษัทไม่ยึดหลักนี้ อนาคตของเทคโนโลยีจะเป็นอย่างไร? ชวนคุณ读者มาคุยกันในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

ที่มา – “ไมโครซอฟท์” ตัดบริการคลาวด์สำหรับอิสราเอล เหตุใช้สอดแนมกาซา

The Wise Stones Pool Villa Khaoyai เปิดตัวพูลวิลล่าใหม่

The Wise Stones Pool Villa Khaoyai เปิดตัวพูลวิลล่าใหม่ ใจกลางขุนเขา

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวท่องเที่ยวสายธรรมชาติและครอบครัวใหญ่! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับคนที่กำลังมองหาที่พักพักผ่อนสุดหรูที่เขาใหญ่กันค่ะ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai กำลังจะเปิดตัวพูลวิลล่าใหม่เอี่ยมในเดือนตุลาคมนี้ เรียกได้ว่าเป็นบ้านพักที่ผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัวสุดๆ เหมาะสำหรับครอบครัวหลาย世代หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากมาพักร้อนแบบเป็นส่วนตัว ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและวิวภูเขาอันสวยงามของเขาใหญ่

เขาใหญ่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่อยากหนีความวุ่นวายมาสัมผัสความสงบ ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเล่นชมวิวหรือเดินป่าศึกษาธรรมชาติ แต่ที่ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai แห่งนี้ จะยกระดับการพักผ่อนของคุณให้หรูหรายิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบที่เน้นความเป็นส่วนตัวและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รับรองว่ามาแล้วจะไม่อยากกลับ!

The Wise Stones Pool Villa Khaoyai: รายละเอียดห้องพักและความจุ

พูลวิลล่าใหม่ของ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai นี้ ประกอบด้วย 6 ห้องนอนและ 7 ห้องน้ำ สามารถรองรับแขกได้ถึง 20-25 คนเลยทีเดียว แต่ละห้องนอนถูกออกแบบให้มองเห็นวิวเขาใหญ่แบบพาโนรามา ทำให้ตื่นมาปุ๊บก็ได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติแบบเต็มๆ ตา เหมาะมากสำหรับการรวมญาติหรือทริปกับเพื่อนสนิทที่อยากใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

ไม่ว่าคุณจะมาพร้อมเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ใจเย็น ที่นี่มีพื้นที่กว้างขวางให้ทุกคนได้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่แออัด และยังมีห้องนอนที่หลากหลายสไตล์ เพื่อให้ทุกคนนอนหลับสบายตลอดคืน

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai

มาดูกันว่าที่ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai มีอะไรให้เล่นบ้าง สระว่ายน้ำส่วนตัวมาพร้อมสไลเดอร์และสระเด็ก เหมาะสำหรับเด็กๆ ได้สนุกน้ำกันทั้งวัน ห้องคาราโอเกะและโต๊ะพูลสำหรับค่ำคืนแห่งเสียงหัวเราะ ดาดฟ้าชมวิว 360 องศาให้ถ่ายรูปสวยๆ กับวิวเขาใหญ่ยามพระอาทิตย์ตก และครัวนอกพร้อมบาร์บีคิวสำหรับจัดปาร์ตี้กลางแจ้ง

  • สระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมสไลเดอร์และสระเด็ก
  • ห้องคาราโอเกะและโต๊ะพูล
  • ดาดฟ้าชมวิว 360 องศา
  • ครัวนอกและมุมบาร์บีคิว
  • ระบบน้ำกรองคุณภาพสูงในทุกจุด

นอกจากนี้ ยังมีอ่างอาบน้ำใน 3 ห้องนอน โทรทัศน์พร้อม YouTube, WiFi ฟรีทุกห้อง, ไดร์เป่าผม, และลำโพงบลูทูธพร้อมไมค์ สำหรับร้องเพลงต่อเนื่อง ทำให้การพักผ่อนของคุณครบครันทั้งความสนุกและความสะดวกสบาย

การเดินทางสู่ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai

ข้อดีอีกอย่างของ The Wise Stones Pool Villa Khaoyai คือการเดินทางที่สะดวกมาก จากกรุงเทพฯ ขับรถแค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว เหมาะสำหรับทริปสั้นๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือวันหยุดยาวที่อยากมาชาร์จพลัง ทางเข้าที่พักกว้างขวาง มีที่จอดรถส่วนตัว และบริเวณรอบๆ ยังใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเขาใหญ่ เช่น น้ำตกหรือสวนสัตว์นองเขา ทำให้คุณสามารถวางแผนทริปได้หลากหลาย

ในช่วงเปิดตัว The Wise Stones Pool Villa Khaoyai ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้จองล่วงหน้า เช่น ส่วนลดค่าที่พักหรือของขวัญต้อนรับ อย่ารอช้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองที่พักได้ที่ โทร. 098-192-4664 หรือ 095-365-2664 แอด LINE: https://line.me/ti/p/nMgnQWJcpr รับรองว่าการพักผ่อนของคุณจะเป็นความทรงจำที่难ลืม ถ้าคุณกำลังมองหาที่พักที่ทำให้ครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้น ที่นี่คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุด!

ที่มา – The Wise Stones Pool Villa Khaoyai เปิดตัวพูลวิลล่าใหม่ ใจกลางขุนเขา

ขสมก ก้าวสู่ปีที่ 50 รถเมล์อีวี 8 บาท

ขสมก ก้าวสู่ปีที่ 50 รถเมล์อีวี 8 บาท: การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบขนส่งกรุงเทพ

ในวาระครบรอบ 49 ปีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่กำลังก้าวสู่ปีที่ 50 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ประกาศนโยบายที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะเรื่อง ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท ซึ่งจะทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสะดวก ถูก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขสมก ถือเป็นเสาหลักของระบบขนส่งสาธารณะที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของประชาชนนับล้านคน

ปัจจุบัน ขสมก ให้บริการรถเมล์รวมกว่า 2,883 คัน แบ่งเป็นรถเมล์ธรรมดา 1,520 คัน และรถเมล์ปรับอากาศ 1,363 คัน รองรับผู้โดยสารเฉลี่ย 5-6 แสนคนต่อวัน รัฐบาลยังคงสนับสนุนงบประมาณชดเชยรายได้ปีละ 885 ล้านบาท เพื่อรักษาค่าโดยสารให้ถูกลงและพัฒนาบริการ แต่ปัญหาหลักคือต้นทุนสูง โดยเฉพาะค่าน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงที่สูงถึง 2,090 ล้านบาทและ 1,800 ล้านบาทต่อปีตามลำดับ ทำให้องค์กรขาดทุนสะสมกว่า 1.5 แสนล้านบาท

ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท: แผนจัดหาและประโยชน์

เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ขสมก วางแผนจัดหารถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์ร้อนเก่าแก่ที่มีอายุใช้งานเกิน 20 ปี การนำ ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท มาใช้จะช่วยลดต้นทุนรวมกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี ลดมลพิษจากควันดำ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการพึ่งพางบสนับสนุนจากรัฐบาลในระยะยาว โดยคาดว่า EBITDA จะเป็น 0 ในปี 2575 และเริ่มทำกำไรหลังจากนั้น

การจัดหารถ EV อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็น TOR และประมูล คาดรับมอบล็อตแรก 500 คันในเดือนกันยายน 2569 ล็อตที่สองอีก 500 คันในธันวาคม 2569 และล็อตสุดท้าย 520 คันในมีนาคม 2570 รถเหล่านี้จะเป็นรถเมล์แอร์ EV ใหม่ที่สะดวกสบาย และรัฐบาลยืนยันว่าจะเก็บค่าโดยสารที่ 8 บาทตลอดสาย เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

นโยบายลดค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก

นโยบาย ขสมก รถเมล์อีวี 8 บาท เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจลดค่าครองชีพจากรัฐบาล ที่จะเริ่มดำเนินการทันทีหลังแถลงนโยบายสิ้นเดือนกันยายน 2568 สำหรับรถเมล์ธรรมดาจะคงราคา 8 บาท ส่วนรถเมล์แอร์ปัจจุบันที่เก็บ 12-25 บาท จะศึกษาปรับลดลง นอกจากนี้ ยังเตรียมเจรจากับเอกชนผู้รับสัมปทานรถเมล์เอกชนให้ใช้ราคาเดียวกัน เพื่อมาตรฐานการบริการที่เท่าเทียม

  • ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม: ลดควันดำและก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้อากาศในกรุงเทพฯ ดีขึ้น
  • ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ: ลดต้นทุนน้ำมันและซ่อมบำรุง ทำให้ขสมก. พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น
  • ประโยชน์สำหรับประชาชน: เดินทางถูกลง สะดวกขึ้น ด้วยระบบ GPS และแอป BMTA Bus ที่ติดตามรถเรียลไทม์

ขสมก. ยังพัฒนาระบบบริหารจัดการด้วยข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อแก้ปัญหารถขาดระยะและเพิ่มความตรงเวลา รวมถึงระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยและรวดเร็ว การเชื่อมต่อทุกโหมดขนส่ง เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า และเรือ จะทำให้การเดินทางไร้รอยต่อยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยลดภาระค่าครองชีพ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสู่ระบบขนส่งไทยยุคใหม่ที่ยั่งยืน หากคุณเป็นผู้ใช้บริการรถเมล์ ลองลองใช้แอป BMTA Bus เพื่อวางแผนการเดินทางตั้งแต่วันนี้ แล้วเตรียมตัวต้อนรับรถเมล์อีวีในอนาคตอันใกล้!

ที่มา – “ขสมก.” ก้าวสู่ปีที่ 50 “พิพัฒน์” ลั่นปีนี้นั่งรถเมล์ถูกลง ปีหน้านั่ง “รถแอร์อีวีใหม่” เก็บ 8 บาทตลอดสาย

โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย

โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย ดำน้ำค้นหา 4 ชั่วโมงพบร่าง

เหตุการณ์สุดเศร้าที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและผู้ที่ทราบข่าว เมื่อสองตายายผู้สูงอายุออกไปงมหอยที่อ่างเก็บน้ำ แต่กลับประสบอุบัติเหตุจมหายไปอย่างน่าเสียดาย โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย กลายเป็นข่าวร้ายที่เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังในการทำกิจกรรมใกล้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน

โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย เกิดอะไรขึ้น

วันที่ 26 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 25 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในหมู่ที่ 11 ตำบลวังบาล ว่ามีผู้สูงอายุ 2 ราย ออกไปงมหอยที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านเนิน แต่เวลาผ่านไปนานโดยยังไม่กลับบ้าน ทำให้ญาติและชาวบ้านเกิดความกังวล

เจ้าหน้าที่รีบประสานงานกับอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูหล่มสัก และชุดประดาน้ำ เพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ที่บริเวณนั้น พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1 คัน จอดทิ้งไว้ข้างตลิ่ง ซึ่งเป็นของผู้สูญหายทั้งสองราย อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่จึงเริ่มปฏิบัติการดำน้ำค้นหา โดยใช้เวลากว่าร่วม 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะพบร่างของผู้สูญหายทั้งคู่

โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง สองตายายงมหอยจมหาย

ผู้สูญหายทั้งสองราย ทราบชื่อคือ นางนำ ตรีแจ่ม อายุ 70 ปี และนางลำ มั่นทอง อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่ที่ 11 ตำบลวังบาล ทั้งคู่มีประสบการณ์ในการงมหอยมานาน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครคาดคิด

สาเหตุเบื้องต้นของโศกนาฏกรรมท้ายอ่าง

จากการสอบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่าทั้งสองรายออกจากบ้านเพื่อไปงมหอยตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 25 กันยายน และไม่ได้กลับบ้านตามกำหนด จนกระทั่งญาติออกตามหาในช่วงเวลา 20.30 น. คาดเดาว่า ขณะที่ทั้งคู่งมหอย อาจเกิดอุบัติเหตุทำให้คนหนึ่งจมน้ำลงไปในอ่างเก็บน้ำที่ลึกและมีกระแสน้ำไหลแรง จากนั้นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับพลาดท่าและจมน้ำตามไปด้วย สภาพอากาศในวันนั้นค่อนข้างเย็นและมืดสนิท ยิ่งทำให้การช่วยเหลือยากลำบาก

หลังจากพบร่าง เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพทั้งสองไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด โดยผลชันสูตรจะช่วยยืนยันสาเหตุที่แท้จริง และอาจนำไปสู่การตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเฮี้ย

เหตุการณ์ โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย นี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุคล้ายกันในพื้นที่ชนบทของไทย โดยเฉพาะการงมหอยหรือหาอาหารในแหล่งน้ำธรรมชาติที่อาจมีความเสี่ยงสูง ชาวบ้านในพื้นที่มักพึ่งพากิจกรรมเหล่านี้เพื่อเสริมรายได้ แต่ขาดการเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัย เช่น เสื้อชูชีพหรือการแจ้งญาติล่วงหน้า

บทเรียนจากโศกนาฏกรรมท้ายอ่าง สองตายายงมหอยจมหาย

จากเหตุการณ์นี้ เราสามารถเรียนรู้หลายบทเรียนสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอย โดยเฉพาะในชุมชนชนบทที่ยังคงพึ่งพาแหล่งน้ำในการดำรงชีวิต ประการแรก คือ การเพิ่มการรณรงค์ด้านความปลอดภัย เช่น จัดอบรมการใช้เสื้อชูชีพ การดำน้ำพื้นฐาน และการแจ้งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ประการที่สอง หน่วยงานท้องถิ่นควรตรวจสอบและติดตั้งป้ายเตือนอันตรายบริเวณอ่างเก็บน้ำ รวมถึงเพิ่มแสงสว่างในช่วงกลางคืน

  • เตรียมอุปกรณ์ป้องกัน: ทุกครั้งที่ออกไปงมหอยหรือกิจกรรมน้ำ ควรสวมเสื้อชูชีพและพกโทรศัพท์กันน้ำ
  • แจ้งญาติ: บอกเวลาและสถานที่ให้คนใกล้ชิดทราบ เพื่อให้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
  • หลีกเลี่ยงช่วงเสี่ยง: อย่าออกกิจกรรมในเวลากลางคืนหรือเมื่ออากาศไม่เอื้ออำนวย
  • อบรมชุมชน: สร้างเครือข่ายอาสาสมัครกู้ภัยในท้องถิ่นเพื่อตอบสนองเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐอย่างกรมชลประทานควรเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรอบอ่างเก็บน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุในอนาคต เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนถึงปัญหาความยากจนในพื้นที่ชนบท ที่ผู้สูงอายุต้องออกหาอาหารเอง หากมีนโยบายสนับสนุนรายได้หรือกิจกรรมทางเลือกที่ปลอดภัยมากขึ้น ก็น่าจะช่วยลดโศกนาฏกรรมเหล่านี้ได้

สุดท้ายนี้ โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย เป็นเครื่องเตือนใจให้เราดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้มากขึ้น หากคุณมีญาติผู้ใหญ่ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรพูดคุยและเตรียมความพร้อมร่วมกัน เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ลองแบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในชุมชนของคุณนะครับ

ที่มา – โศกนาฏกรรมท้ายอ่าง! สองตายายงมหอยจมหาย ดำน้ำค้นหา 4 ชั่วโมงพบร่าง”

คุณหญิงปัทมา หารือคีย์แมนกีฬาโสม ร่วมมือพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน

คุณหญิงปัทมา หารือคีย์แมนกีฬาโสม ร่วมมือพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน

ในวันที่ 26 กันยายน 2568 คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งเป็นกรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC Member) ได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับบุคคลสำคัญในวงการกีฬาของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มร.แช วี-ยอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว สาธารณรัฐเกาหลี รวมถึง มร.ริว ซึง มิน ประธานคณะกรรมการกีฬาและโอลิมปิกแห่งประเทศเกาหลี (KSOC) และอดีตกรรมการ IOC การพบปะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและเกาหลีใต้ โดยมุ่งเน้นไปที่การพัฒนากีฬาแบดมินตันให้ยั่งยืน ซึ่งเป็นกีฬาที่ไทยมีความแข็งแกร่งและเป็นที่รักของคนไทย

คุณหญิงปัทมากับเจ้าหน้าที่เกาหลี

คุณหญิงปัทมา หารือคีย์แมนกีฬาโสม ร่วมมือพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน

การหารือครั้งนี้จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งชาติ กรุงโซล (National Museum of Modern and Contemporary Art, Seoul) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับสูง คุณหญิงปัทมาได้แบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการยกระดับกีฬาแบดมินตันในฐานะกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน เกาหลีใต้ซึ่งเป็นชาติที่มีชื่อเสียงในด้านกีฬา โดยเฉพาะแบดมินตัน ก็ได้แสดงความสนใจในการร่วมมือกับไทยเพื่อพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่และโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในวงการกีฬาไทยมานาน เธอไม่เพียงแต่เป็น IOC Member แต่ยังมีส่วนในการผลักดันกีฬาไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก การหารือ “คุณหญิงปัทมา” หารือคีย์แมนกีฬาโสม ร่วมมือพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีในการเชื่อมโยงเครือข่ายกีฬาระหว่างสองประเทศ ไทยและเกาหลีใต้มีจุดแข็งที่คล้ายคลึงกันในกีฬาแบดมินตัน โดยไทยมีนักกีฬาดาวรุ่งอย่าง “กุล” พรทิพย์ แสนโคต และ “บาส” เดชาพล พัวชัย ที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก ในขณะที่เกาหลีใต้มีระบบฝึกซ้อมที่เข้มข้นและเทคโนโลยีชั้นนำ

การหารือที่พิพิธภัณฑ์

ประเด็นสำคัญในการพัฒนากีฬาแบดมินตัน

ในการสนทนา คุณหญิงปัทมาได้เน้นย้ำถึงประเด็นหลักหลายด้านที่จำเป็นสำหรับการพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน ประเด็นเหล่านี้ไม่เพียงช่วยยกระดับสมรรถนะของนักกีฬา แต่ยังส่งเสริมให้กีฬากลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่แข็งแรง

  • การสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน: โดยการจัดค่ายฝึกซ้อมร่วมระหว่างไทยและเกาหลี เพื่อให้เด็กไทยได้เรียนรู้จากโค้ชชั้นนำของเกาหลี
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักกีฬาและโปรแกรมฝึกอบรม เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการแข่งขันนานาชาติ
  • การใช้กีฬาสร้างสรรค์สังคม: เช่น โครงการรณรงค์สุขภาพผ่านแบดมินตัน เพื่อลดปัญหาสังคมและส่งเสริมการออกกำลังกาย
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: ร่วมกันลงทุนในอุปกรณ์และสนามฝึกซ้อมมาตรฐานโอลิมปิก

การหารือ “คุณหญิงปัทมา” หารือคีย์แมนกีฬาโสม ร่วมมือพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน จึงไม่ใช่แค่การพูดคุย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการจริงจังที่อาจนำไปสู่ความสำเร็จในโอลิมปิกครั้งหน้า เกาหลีใต้ซึ่งเคยเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกและมีประสบการณ์ในการจัดการกีฬาระดับโลก จะช่วยไทยในด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์กีฬา ในทางกลับกัน ไทยสามารถแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนานักกีฬาจากฐานรากสู่ระดับสูง

ภาพเพิ่มเติมจากการหารือ

นอกจากนี้ การร่วมมือนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมกีฬาเพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในยุคหลังโควิด-19 ที่กีฬากลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูสังคม แบดมินตันซึ่งเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง มีศักยภาพสูงในการขยายฐานผู้เล่นทั่วประเทศ หากไทยและเกาหลีสามารถผสานจุดแข็งเข้าด้วยกัน เราอาจเห็นนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้

ในมุมมองของผู้เขียน การหารือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของ คุณหญิงปัทมา ซึ่งจะช่วยให้วงการกีฬาไทยเติบโตอย่างยั่งยืน หากคุณสนใจกีฬาแบดมินตัน ลองเริ่มเล่นเพื่อสุขภาพของคุณเอง และติดตามข่าวสารการร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อเชียร์นักกีฬาไทยให้ดังกระหึ่มเวทีโลก

ที่มา – “คุณหญิงปัทมา” หารือคีย์แมนกีฬาโสม ร่วมมือพัฒนากีฬาแบดมินตันอย่างยั่งยืน

กิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!!

ในยุคที่เราต้องเล่นมือถือและใช้หน้าจอดิจิทัลกันตลอดเวลา สายตาของเราต้องรับมือกับแสงสีฟ้าจากหน้าจอ แสงแดดจ้า และมลพิษในอากาศ ทำให้ดวงตาเครียดจากออกซิเดชันสูง จนอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่เช่น จอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration), ตาแห้ง และ การสูญเสียการมองเห็น เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ จักษุแพทย์แนะนำให้กินอาหารที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ 5 ซูเปอร์ฟู้ด ที่ช่วยปกป้องดวงตาโดยตรง หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลสายตาแบบง่ายๆ ลองทำตามคำแนะนำกิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!!

กิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!! เริ่มจากซูเปอร์ฟู้ดตัวแรก

กิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!! โดยเริ่มต้นด้วยชาเขียวที่อุดมไปด้วยสารเคมีชื่อคาเทชิน (Catechins) โดยเฉพาะ EGCG ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังมาก สามารถช่วยลดความเสียหายจากแสงสีฟ้าและรังสียูวีที่ทำลายเซลล์ในจอประสาทตาได้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นยืนยันว่าการดื่มชาเขียวเป็นประจำช่วยชะลออายุของดวงตาและลดความเสี่ยงต่อโรคจอประสาทตาเสื่อม

ชาเขียว

นอกจากนี้ ฟลาโวนอยด์ในชาเขียวยังช่วยขยายหลอดเลือดและยับยั้งการอักเสบ ซึ่งปรับปรุงการไหลเวียนโลหิตในเส้นเลือดฝอยของดวงตา เหมาะสำหรับคนที่ตาแห้งหรือตาแดงบ่อย เพียงดื่มชาเขียวกาเฟอีนต่ำ 1-2 ถ้วยต่อวัน ก็เห็นผลชัดเจน

ประโยชน์ของขมิ้น: ซูเปอร์ฟู้ดตัวที่สองในรายการกิน 5 อย่างนี้

ต่อไปคือขมิ้น ซึ่งมีเคอร์คูมินเป็นสารสำคัญที่ต้านการอักเสบและอนุมูลอิสระได้ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์จอประสาทตาและป้องกันความเสื่อมของเซลล์รับแสง วิจัยระบุว่าเคอร์คูมินลดความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อมได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการโรคต้อหินหรือต้อกระจกในระยะเริ่มต้น

ขมิ้น

เพื่อให้ร่างกายดูดซึมเคอร์คูมินได้ดี ควรปรุงขมิ้นกับพริกไทยดำหรือทอดในน้ำมัน ลองใส่ในอาหารประจำวันเพื่อให้กิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!!

3. หอยนางรม อุดมด้วยสังกะสีที่ช่วยขนส่งวิตามินเอไปยังจอประสาทตา สังกะสียังเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ดวงตา ลดความเสี่ยงต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำกินหอยนางรมสุก 2-3 ตัวต่อสัปดาห์

หอยนางรม

4. ปลาแซลมอน เต็มเปี่ยมด้วยโอเมก้า-3 (DHA และ EPA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเรตินา ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันตาแห้ง และชะลอโรคจอประสาทตาเสื่อม กินสัปดาห์ละ 2 มื้อเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

ปลาแซลมอน

5. ปลาทูน่า ก็มีโอเมก้า-3 สูงเช่นกัน ช่วยบำรุงหลอดเลือดในดวงตาและลดอาการตาแห้งจากหน้าจอ เลือกปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือเพื่อความสะดวก

ปลาทูน่า

อาหารทะเลทั้งสามนี้ช่วยเสริมสร้างสุขภาพดวงตาจากภายใน โดยเฉพาะในยุคที่เล่นมือถือเยอะ การกิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!! จริงๆ นะ

  • ชาเขียว: ต้านอนุมูลอิสระจาก EGCG
  • ขมิ้น: เคอร์คูมินลดการอักเสบ
  • หอยนางรม: สังกะสีบำรุงวิตามินเอ
  • ปลาแซลมอน: โอเมก้า-3 ป้องกันตาแห้ง
  • ปลาทูน่า: เสริมหลอดเลือดดวงตา

การดูแลดวงตาในยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่ลดเวลาหน้าจอ แต่ต้องเสริมจากอาหาร ลองนำ 5 ซูเปอร์ฟู้ดนี้ไปกินดู แล้วคุณจะรู้สึกว่ากิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!! จริงๆ มุมมองของผมคือ การลงทุนในอาหารที่ดีคือการลงทุนในสายตาที่แข็งแรงระยะยาว ลองเริ่มวันนี้เพื่อดวงตาที่สดใส

ที่มา – กิน 5 อย่างนี้ เล่นมือถือสบายใจขึ้นเยอะ!!

มฟล.จัดเสวนาวิชาการฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ไทย-จีน

มฟล.จัดเสวนาวิชาการ- มหกรรมดนตรีสัมพันธ์ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ไทย-จีน

ในวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่หอประชุมสมเด็จย่า C4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ได้จัดการเสวนาวิชาการอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้แนวคิด “50 ปี ไทย-จีน: รากฐานความร่วมมือทางการศึกษาแห่งมิตรภาพ สู่ประชาคมแห่งอนาคตร่วมที่ยั่งยืน” การจัดงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่ายใหม่ๆ สำหรับอนาคต

มฟล.จัดเสวนาวิชาการ- มหกรรมดนตรีสัมพันธ์ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ไทย-จีน: บทบาทของมหาวิทยาลัยชายแดน

ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี มฟล. ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีนที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอด 50 ปี โดยมีรากฐานจากความเคารพซึ่งกันและกัน การเข้าใจวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง และความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ มฟล. ในฐานะมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ชายแดนใกล้ชิดกับจีนมากที่สุด จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมโยงทั้งสองประเทศผ่านการศึกษา การจัดเสวนาวิชาการนี้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษา นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อต่อยอดความร่วมมือในระดับท้องถิ่นและชาติ

ความสัมพันธ์ไทย-จีนไม่ได้จำกัดอยู่ที่การค้าหรือการเมืองเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการศึกษาและวัฒนธรรมด้วย มฟล. ได้พัฒนาหลักสูตรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนกับประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก

บทบาทของสถาบันขงจื่อในการเสริมสร้างความสัมพันธ์

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “บทบาทของสถาบันขงจื่อกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีน” โดยชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ 50 ปี นี้สะท้อนถึงความกลมกลืนทางภาษาและวัฒนธรรม สถาบันขงจื่อซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรภายใต้มูลนิธิการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ได้ขยายตัวไปยัง 1,722 แห่งใน 162 ประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาจีน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย

ในประเทศไทย สถาบันขงจื่อมีส่วนสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมจีน สนับสนุนการสอนภาษา และสร้างช่องทางสื่อสารระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น การมีศูนย์แลกเปลี่ยนภาษาจีนระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์นี้

มฟล.: ผู้บุกเบิกการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีนในไทย

ศ.(พิเศษ)ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภา มฟล. กล่าวถึงความเป็นผู้นำของมฟล.ในการสร้างความสัมพันธ์ยั่งยืนกับจีน โดยเริ่มสอนภาษาจีนเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้เกิดความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มฟล. ถือเป็นสถาบันแรกและใหญ่ที่สุดในไทยด้านการสอนภาษาจีน โดยมีเป้าหมายขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

  • มฟล. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเซียะเมิน สร้างนักศึกษาที่เชี่ยวชาญภาษาจีน
  • การศึกษาไม่ใช่แค่ภาษา แต่รวมถึงวัฒนธรรม นโยบายการเมือง และทิศทางการพัฒนาของจีน
  • จีนเติบโตด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ทำให้ความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นกุญแจสู่สันติภาพโลก

สถาบันการศึกษาอย่างมฟล. เป็นตัวกลางสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ตั้งแต่ระดับประถมถึงมหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะความเข้าใจที่มั่นคง

นอกจากเสวนาวิชาการแล้ว งานนี้ยังรวมถึงมหกรรมดนตรีสัมพันธ์ที่นำเสนอศิลปะและดนตรีจากทั้งสองวัฒนธรรม สร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความเข้าใจร่วมกัน ผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน ได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การศึกษาคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างสะพานเชื่อมโยง หากคุณสนใจด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน ลองสมัครเรียนที่มฟล. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนนี้

ที่มา – มฟล.จัดเสวนาวิชาการ- มหกรรมดนตรีสัมพันธ์ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ไทย-จีน

‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้

ในวันที่ 26 กันยายน 2567 ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง โดยยืนยันว่า ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีในเดือนตุลาคมนี้ นายอนุทินพยักหน้าตอบรับคำถามจากสื่อมวลชน และกล่าวเพิ่มเติมว่ารายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้จากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้

โครงการคนละครึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงโควิด-19 โดยช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าและบริการได้ในราคาที่ถูกลงผ่านการแบ่งชำระเงินระหว่างรัฐบาลและผู้ใช้ ในรอบนี้ รัฐบาลตั้งใจจะนำโครงการกลับมาเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์คลี่คลาย โครงการนี้จะช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย ให้สามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นมากขึ้น นายกรัฐมนตรี ‘นายกฯหนู’ ได้แสดงความมั่นใจว่าการเริ่มโครงการในเดือนตุลาคมจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รายละเอียดโครงการคนละครึ่งที่กำลังจะเริ่ม

จากข้อมูลเบื้องต้น โครงการ ‘คนละครึ่ง’ ครั้งใหม่จะคล้ายกับรุ่นก่อนหน้า โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเงินสูงสุด 50% ของยอดซื้อ สูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อวันต่อคน ผู้เข้าร่วมต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์ และใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมเท่านั้น ร้านค้าต่างๆ จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเพิ่มยอดขาย ซึ่งจะช่วยหมุนเวียนเงินในชุมชน นอกจากนี้ รัฐบาลยังวางแผนขยายจำนวนผู้เข้าร่วมให้ครอบคลุมประชาชนมากขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

การยืนยันจาก ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้ สร้างความหวังให้กับประชาชนจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือผู้บริโภค แต่ยังสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้อยู่รอดได้อีกด้วย

ประโยชน์ของโครงการคนละครึ่งต่อเศรษฐกิจไทย

โครงการคนละครึ่งในอดีตเคยช่วยกระตุ้น GDP ได้ถึง 1-2% ตามการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ การกลับมาของโครงการนี้จะช่วยลดช่องว่างทางรายได้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นผ่านการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการ SME จะได้รับโอกาสในการขายสินค้า โดยเฉพาะอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ ยังช่วยลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ โดยส่งเสริมการบริโภคสินค้าไทย

  • ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
  • กระตุ้นยอดขายร้านค้าท้องถิ่น
  • สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก
  • ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจควรเตรียมตัวลงทะเบียนให้ทัน โดยติดตามประกาศจากกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้ เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการดูแลประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ หากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนควรใช้โอกาสนี้ในการสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่นเพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกยั่งยืน ชวนทุกท่านติดตามข่าวสารเพิ่มเติมและเตรียมตัวเข้าร่วมโครงการเพื่อประโยชน์สูงสุด

ที่มา – ‘นายกฯหนู’ ยันโครงการ ‘คนละครึ่ง’ เริ่มต.ค.นี้

MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ

MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ

ในยุคที่การขับขี่ต้องหรูหราและทันสมัย การจัดงานใหญ่จาก MGC-ASIA จึงกลายเป็นไฮไลต์ที่คนรักรถไม่ควรพลาด ด้วยคอนเซปต์ ‘The Ultimate Deals of the Year’ งาน MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025 จะขนทัพรถหรู รถ EV และแบรนด์พันธมิตรมาจัดเต็ม ระหว่างวันที่ 9-13 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่างานนี้จะอัดแน่นไปด้วยข้อเสนอสุดเร้าใจ ที่จะทำให้คุณตะลึงกับดีลพิเศษมากมาย

MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ

ไฮไลต์เด่นของงานคือการเปิดตัว New BMW The i7 eDrive50 M Sport รถยนต์ไฟฟ้า 100% สุดหรูระดับเรือธง ราคาพิเศษเพียง 7,149,000 บาท จำกัด 20 คันเท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถเลือกดีลใหญ่ได้ตามใจ ลุ้นรับบัตรโดยสารเครื่องบินชั้นธุรกิจไป-กลับยุโรป 2 ที่นั่ง มูลค่าสูงสุด 250,000 บาท หรือ iPhone 17 Pro 256 GB ฟรีทันที BMW Wallbox พร้อมติดตั้งสำหรับรถ EV กล้องติดรถ BMW Advance Car Eye 3.0 และบริการ SIXT Exclusive Limousine รับ-ส่งสนามบิน 4 เที่ยว มูลค่าสูงสุด 26,000 บาท นอกจากนี้ยังมีดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.99% หรือเพิ่มมูลค่ารถเทรดอินสูงสุด 700,000 บาท ทำให้ MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ อย่างแท้จริง

Backdrop MGC-ASIA

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถในงาน

สำหรับลูกค้าที่จองและลงทะเบียนภายในงาน จะได้รับสิทธิพิเศษแบบยกเซ็ตจากพันธมิตรและเครือ MGC-ASIA มูลค่ารวมทะลุแสนบาท เงินคืนสูงสุด 30% จากบัตรเครดิต Card X, SCB, กรุงศรี, กรุงเทพ, ยูโอบี, ทีทีบี ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30% แจกสยามกิฟท์การ์ดมูลค่าสูงสุด 170,000 บาท สมาชิก MOBILIFE รับแพ็กเกจมูลค่า 30,000 บาท คะแนน MGC POINT กว่า 1,000,000 คะแนน E-Coupon ขับฟรี SIXT 1 วัน และ E-Coupon เช่ารถมูลค่า 4,000 บาท ประกันภัย Howden Maxi ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ทุกอย่างเหล่านี้ทำให้ MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ ได้อย่างน่าประทับใจ

MGC-ASIA MOBILITY EXPO 2025

แบรนด์รถหรูอื่นๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า Rolls-Royce มอบบัตรโดยสารชั้นธุรกิจไป-กลับยุโรป 2 ที่นั่ง และประสบการณ์ ‘A day in GoodWood, England’ เยี่ยมโรงงานเอ็กซ์คลูซีฟ MINI เริ่มต้น 1,690,000 บาท ฟรีประกันชั้นหนึ่ง 3 ปี และกล้อง MINI Advanced Car Eye 3.0 พิเศษ 10 ท่านแรก รับเก้าอี้พับชิค XPENG/ZEEKR ฟรี Wall Charger ติดตั้งและ Portable Charger รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี งานนี้คาดว่าจะมียอดจอง 250-300 คัน หลังรัฐบาลใหม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับโปรโมชั่นน่าสนใจ

  • BMW i7 eDrive50: ราคาพิเศษ ลุ้นรางวัลใหญ่
  • สิทธิ์บัตรเครดิต: เงินคืน 30% สูงสุด
  • MOBILIFE: แพ็กเกจฟรีมูลค่า 30,000 บาท
  • ประกันภัย: ผ่อน 0% 10 เดือน
  • รถ EV: ฟรี charger และประกันแบต

นับเป็นงานที่รวบรวมทุกอย่างสำหรับคนรักรถ ใครที่กำลังมองหารถหรูหรือ EV อย่าพลาด MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ นี้ ไปจองเลยเพื่อรับสิทธิพิเศษเต็มๆ หากคุณมีประสบการณ์การซื้อรถหรู แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ได้นะครับ

ที่มา – MGC-ASIA จัดใหญ่ยกทัพรถหรูมาให้เลือก-อัดแคมเปญแน่นๆ