ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เปิดโปงคดีฆาตกู้ภัย! มือปืนรับจ้างยิงผู้ใหญ่บ้าน เงินประกันชีวิตพ่อเป็นปม

เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา มีผู้กระทำร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายศรายุทธ นกจั่น หรือ “เก่ง” อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จนเสียชีวิตพร้อมรถจักรยานยนต์กู้ชีพ ย่านต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก คาดว่าคนร้ายจอดรถพูดคุยก่อนใช้อาวุธปืนยิงในระยะประชิด

เปิดโปงคดีฆาตกู้ภัย! มือปืนรับจ้างยิงผู้ใหญ่บ้าน เงินประกันชีวิตพ่อเป็นปม

หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนจาก ภ.1, ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ สภ.บ้านแพรก ได้เร่งสืบสวนและสามารถจับกุม นายวชรวิทย์ หรือ “โจ้” สร้อยคำ อายุ 31 ปี ซึ่งให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยเปิดเผยว่าได้รับการว่าจ้างจาก นายภานุพงษ์ หรือ “ผู้ใหญ่ปอนด์” ทองแผ่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คลองน้อย

คดีเงินประกันชีวิตโยงผู้บงการ

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เผยให้เห็นว่า ความขัดแย้งครั้งนี้อาจมีต้นตอมาจากเรื่องของเงินประกันชีวิตของบิดาผู้เสียชีวิต ซึ่ง เปิดโปงคดีฆาตกู้ภัย ที่เกี่ยวข้องวงเงินคุ้มครองสูงถึง 2 ล้านบาท แต่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเพียง 50,000 – 60,000 บาท จึงเกิดความไม่พอใจอย่างมาก

พบว่าผู้ใหญ่ปอนด์เป็นผู้จัดทำประกันชีวิต แต่ไม่ได้ส่งมอบเงินตามวงเงินที่ควรจะได้รับ โดยก่อนหน้านี้เมื่อราว 2 เดือนก่อนยังได้ทำการประกันชีวิตให้กับ นายศรายุทธ อีก 1 ฉบับ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นแรงจูงใจรอบด้าน

  • คนร้ายใช้ปืนลูกซองไทยประดิษฐ์จ่อยิงเสียชีวิต
  • ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นมือปืนรับจ้าง
  • เจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้านและที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน
  • เปิดโปงคดีฆาตกู้ภัยโยงเรื่องเงินประกันชีวิต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ใหญ่ปอนด์ เพื่อดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมเก็บหลักฐานต่างๆ รวมถึงการตรวจหาเขม่าปืนและดีเอ็นเอ เพื่อให้แน่ชัดว่าเป็นผู้บงการที่แท้จริง

ด้าน นายนาวิน คงดี นายกสมาคมอยุธยารวมใจ ให้ความเห็นว่าการสูญเสียในครั้งนี้เป็นความเสียหายอย่างมาก ทั้งในด้านของครอบครัวและสังคมเพราะเขาเป็นคนที่มีจิตอาสาทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

จากคดีนี้จะเห็นได้ว่าปัญหาเรื่องเงินประกันชีวิตหากไม่ถูกจัดการอย่างโปร่งแสง อาจกลายเป็นปมดราม่าที่นำไปสู่การทำร้ายร่างกาย 甚至ถึงขั้นเสียชีวิตได้ ยิ่งเมื่อมีการทำงานล่วงหน้าและตั้งใจชัดเจนทั้งในเรื่องของการวางแผนและอาวุธปืน

เปิดโปงคดีฆาตกู้ภัย ที่สะเทือนใจ นับเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมของศีลธรรมในสังคม ความได้เปรียบด้านอำนาจ การเงิน และการใช้ความฉลาดเลี่ยในการแสวงหาผลประโยชน์

เราทุกคนควรตื่นตัวและเฝ้าระวังหากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย ความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนคือโอกาสในการป้องกันอาชญากรรม และทำให้ความยุติธรรมกลับมาอยู่ในสังคมได้อีกครั้ง

ที่มา – เปิดปมฆ่ากู้ภัย! มือปืนรับจ้างซัดทอดผู้ใหญ่บ้าน คดีโยงเงินประกันชีวิตพ่อผู้ตาย

โปรดเกล้าฯรับโอน ‘พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง’ เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศเผยแพร่พระบรมราชโองการที่ระบุถึงการรับโอนข้าราชการตำรวจให้เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจอย่างเป็นทางการ โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 รวมถึงกฎหมายและพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

โปรดเกล้าฯรับโอน ‘พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง’ เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ

เรื่องนี้มีการประกาศเพื่อชี้แจงว่า โปรดเกล้าฯรับโอน ‘พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง’ เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ จากราชการปกติสู่ตำแหน่งใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในวงการตำรวจและราชสำนัก

อำนาจตามกฎหมายและข้อกำหนด

คำสั่งดังกล่าวมีความถูกต้องตามกฎหมายตามมาตรา 15 แห่งรัฐธรรมนูญ รวมถึงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และพระราชกฤษฎีกาด้านการบริหารงานบุคคลในพระองค์ ทำให้การปรับโอนนี้มีความเป็นทางการและน่าเชื่อถือในเชิงระบบราชการ

พลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง ซึ่งดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนหน้านี้ ถูกปรับโอนมาอยู่ในสังกัดของ โปรดเกล้าฯรับโอน ‘พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง’ เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ ภายใต้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

  • ตำแหน่งใหม่: รองผู้บัญชาการกองบัญชาการนายตำรวจราชองครักษ์ประจำพระองค์ (2)
  • หน่วยงานที่สังกัด: กองบังคับการและกองบังคับการยุทธวิธีและควบคุม
  • อัตรา: พลตำรวจเอก

การดำรงตำแหน่งของ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญในการบริการและรักษาความปลอดภัยภายในพระราชวัง และให้การสนับสนุนงานสำคัญขององค์กรในสังกัดราชสำนัก

โปรดเกล้าฯรับโอน ‘พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง’ เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่สำคัญสําหรับระบบบริหารงานราชการในพระองค์ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยและความพร้อมในทุกด้าน

การประกาศดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 และเป็นประกาศที่ออกภายใต้รัชกาลที่ 10 สะท้อนให้เห็นถึงความต่อเนื่องของระบบราชการในพระองค์ที่มีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ด้วยประสบการณ์และความสามารถในการบริหารงานที่เคยแสดงไว้ พลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง คาดว่าจะสามารถสนองภารกิจใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดดเด่น

การโอนย้ายครั้งนี้น่าจะส่งผลให้ระบบความมั่นคงภายในบริเวณพระราชวังมีความเข้มแข็งมากขึ้น และการจัดโครงสร้างบุคลากรของฝ่ายตำรวจในพระองค์ได้รับการเสริมสร้างอย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาและรายละเอียดของราชกิจจานุเบกษาฉบับนี้ สามารถเข้าไปอ่านได้จากไฟล์ PDF ที่เผยแพร่อย่างเป็นทางการ

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF พระราชกฤษฎีกานี้

ในอนาคตหากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบุคลากรในพระองค์อื่น ๆ อีก การรับโอนเช่นนี้อาจกลายเป็นแนวทางที่ทางราชการนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงโดยรวมของระบบราชการไทย

ที่มา – โปรดเกล้าฯรับโอน ‘พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง’ เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายตำรวจ

คืนแรก! คนทะลักแหลมแม่พิมพ์ ‘มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง’ สนุกสุดมัน เพลงกระหึ่มริมทะเล

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2568 นายกัฬชัย เทพวรชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ‘มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ครั้งที่ 11/2 Rayong Long Beach Festival 2025 @Laemmaephim’ ณ บริเวณชายหาดแหลมแม่พิมพ์ อำเภอแกลง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากมายทั้งนักท่องเที่ยวและข้าราชการระดับจังหวัด

มหกรรมดนตรีชายหาดระยองในปีนี้ถือว่าเป็นการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างยิ่งใหญ่ มีเจ้าหน้าที่และศิลปินที่มาร่วมฉลองช่วงเวลาแห่งเสียงเพลงบนหาดทราย แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งมักถูกมองว่าเป็น Low Season แต่บรรยากาศยังคงคึกคักไม่แพ้ฤดูไหน

มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Music in the rain สนุกสุดขั้ว ไม่กลัวฝน” งานนี้ไม่เพียงแต่เปิดพื้นที่สำหรับการแสดงเพลงเท่านั้น ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนระยองสามารถแสดงเอกลักษณ์ผ่านร้านอาหารพื้นถิ่น โดยมีมากกว่า 100 ร้านค้า ทั้งอาหารทะเลสด ของฝาก และสินค้า OTOP ที่ประชาชนสามารถเติมพลังและเติมความอร่อยได้ฟรีในบางรายการ

เพลงกระหึ่มกลางสายฝน

ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝนโปรยปรายหรือลมเย็นจากทะเล ทุกอย่างก็ไม่สามารถดับเสียงดนตรีและเสียงตะโกนสนุกของแฟนเพลงที่มาร่วมงานได้เลย สิ่งที่เห็นคือรอยยิ้ม ความตื่นเต้น และสีสันของชีวิตบนเวทีแห่งความบันเทิง ซึ่งการันตีด้วยการมาร่วมงานของศิลปินชื่อดัง ที่ผลัดกันคอนเสิร์ตจนทะเลสาบเสียงไปทั่วชายหาด

  • หนุ่มแจ๊ส
  • กัน หัวหิน
  • บิ๊กแอส
  • ป๊อบ ปองกูล

ทั้งนี้ คาดว่าตลอดอายุงาน 2 วัน “มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง” จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงานกว่า 30,000 คน และก่อให้เกิดรายได้ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 15-20 ล้านบาท ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง และยังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวลดน้อยลง

หลังจากที่คุณได้อ่านความตื่นเต้นในงาน มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง ปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการวางแผนเที่ยวทะเลในช่วงปลายฝน เพื่อชมคอนเสิร์ตและสนุกกับบรรยากาศที่ไร้ที่สิ้นสุด เพราะระยองไม่เคยหลับใหลในเสียงดนตรีและวัฒนธรรม

ที่มา – คืนแรก! คนทะลักแหลมแม่พิมพ์ ‘มหกรรมดนตรีชายหาดระยอง’ สนุกสุดมัน เพลงกระหึ่มริมทะเล

ตาลีบันปล่อยตัวสามี-ภรรยาชาวอังกฤษหลังกักขัง 8 เดือน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน ว่ารัฐบาลตาลีบันได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการปล่อยตัวของ นายปีเตอร์ เรย์โนลด์ส วัย 80 ปี และนางบาร์บารา เรย์โนลด์ส วัย 76 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยาชาวสหราชอาณาจักร หลังถูกควบคุมตัวอยู่เป็นเวลา 8 เดือน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ตาลีบันปล่อยตัวสามี-ภรรยาชาวอังกฤษหลังกักขัง 8 เดือน

ทั้งสองถูกจับกุมระหว่างเดินทางกลับที่พัก โดยไม่มีการเปิดเผยเหตุผลอย่างชัดเจนจากฝ่ายตาลีบัน อย่างไรก็ตาม นางบาร์บาราได้กล่าวก่อนขึ้นเครื่องบินออกจากกรุงคาบูลว่า ทั้งเธอและสามีได้รับการปฏิบัติอย่างดีตลอดช่วงที่ถูกกักขัง และตอนนี้มีความปรารถนาที่จะกลับไปพบลูกหลานในบ้านเกิด

ทั้งนี้ สามีภรรยากลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับอัฟกานิสถานมายาวนาน โดยทั้งคู่แต่งงานกันในประเทศนี้เมื่อปี 2513 และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการดำเนินโครงการด้านการศึกษาสำหรับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงท้องถิ่น จนได้รับสัญชาติอัฟกันในเวลาต่อมา

เหตุใดตาลีบันจึงปล่อยตัวพวกเขาในที่สุด?

แม้ว่าตาลีบันจะเข้าควบคุมอัฟกานิสถานเต็มรูปแบบหลังโค่นล้มรัฐบาลพลเมืองที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2564 แต่สามีภรรยาเรย์โนลด์สยังคงยืนยันที่จะอยู่ในประเทศ ท่ามกลางความพยายามของสถานทูตสหราชอาณาจักรที่จะช่วยพวกเขาอพยนออกมา

ภายหลังที่ทั้งสองได้รับอิสรภาพ ทำเนียบรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ประกาศขอบคุณรัฐบาลดาวูดีของกาตาร์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเจรจาเพื่อขอให้ปล่อยตัวสามีภรรยาชาวอังกฤษรายนี้

  • ถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567
  • ดำเนินโครงการการศึกษาให้กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงในอัฟกานิสถานมายาวนาน
  • ได้รับสัญชาติอัฟกันในช่วงหลายปีก่อนถูกจับกุม

การปล่อยตัวของ ตาลีบันปล่อยตัวสามี-ภรรยาชาวอังกฤษหลังกักขัง 8 เดือน ถือเป็นกรณีที่ดึงดูดความสนใจทั้งในวงการการทูตและสิทธิมนุษยชน โดยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเจรจาของประเทศภูมิภาคอย่างกาตาร์ รวมถึงมุมมองที่เปลี่ยนแปลงของตาลีบันต่อชุมชนต่างชาติที่ยังคงทำงานอยู่ในอัฟกานิสถาน

แม้ภารกิจของพวกเขาจะสิ้นสุดไปในครั้งนี้ แต่นางบาร์บารายืนยันอย่างชัดเจนว่า “เธอและสามีคือชาวอัฟกัน” และหากมีโอกาสจะกลับมายังประเทศแห่งนี้อีกเพื่อดำเนินงานด้านมนุษยธรรมต่อไป

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในสถานการณ์ของอัฟกานิสถานหลังการก้าวเข้ามาของตาลีบัน โดยเฉพาะภาพของคนต่างชาติที่ยังคงตั้งใจทำงานอยู่ในพื้นที่เพื่อสนับสนุนชุมชนและสตรีในพื้นที่

ทั้งนี้ หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ติดตามสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ

ที่มา – ตาลีบันปล่อยสามี-ภรรยาชาวอังกฤษ หลังควบคุมตัวไว้ 8 เดือน

“เฟอร์กี้” รับกลัวเป็นโรคสมองเสื่อมเหมือนน้องชาย

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักในชื่อ “เฟอร์กี้” อดีตผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมาเปิดใจถึงความกังวลส่วนตัวเกี่ยวกับสุขภาพ โดยยอมรับว่าเขากลัวที่จะป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม เหมือนกับน้องชายของตนเอง

“เฟอร์กี้” กลัวเป็นโรคสมองเสื่อมเหมือนน้องชาย

เฟอร์กูสัน วัย 83 ปี ซึ่งวางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีมมานานกว่า 12 ปีแล้ว ได้หันไปสนใจในเรื่องงานการกุศลโดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ป่วยสมองเสื่อม เขายอมรับอย่างตรงไปตรงว่า ตัวเองก็อาจจะพบกับอาการเดียวกันในอนาคตอันใกล้

ดูแลน้องชายที่ป่วย เป็นแรงบันดาลใจ

“ผมกำลังเผชิญกับเรื่องนี้ด้วยตัวเอง มันเกิดขึ้นกับน้องชายผม มันไม่ง่ายเลย ผมต้องติดต่อกับเขาตลอด เขาจำผมได้นะ แต่ความจำไม่ดีแล้ว อาการเขาไม่ได้แย่ขนาดนั้น เอาเป็นว่า เขาไม่ได้ทรุดลงไปกว่าเดิม ซึ่งมันทำให้เรามีกำลังใจขึ้นมาบ้าง” เฟอร์กูสันกล่าว

นอกจากนี้ เขาเผยว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความกังวลเรื่องความทรงจำก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย “เมื่อคุณอายุขนาดผม คุณก็ต้องกังวลนิด ๆ แล้วว่า ความทรงจำของคุณจะยังอยู่กับคุณไหม ผมกำลังจะอายุ 84 ปี ในเดือนธ.ค. และมันก็มีบางช่วงที่ผมลืมเรื่องต่าง ๆ ไปเช่นกัน”

รักษาสุขภาพจิตด้วยการทำกิจกรรม

แม้จะอายุมากแล้ว แต่เฟอร์กูสันยังรักษาระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต ด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เล่นครอสส์เวิร์ด สวดมนต์ร้องเพลง และอ่านหนังสืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นวิธีที่ช่วยเรื่องความจำได้ “ผมอาจจะเป็นอย่างนี้มาตั้ง 20 หรือ 30 ปีก่อน ไม่มีใครที่จำทุกอย่างได้ 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอน”

นอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว เจ้าตัวยังเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เมื่อภรรยาคนสำคัญ คุณเลดี้ แคธี เฟอร์กูสัน เสียชีวิตไปเมื่อปี 2023 หลังจากที่ครองหอผู้ใหญ่ด้วยกันมานานกว่า 58 ปี

กลับมาใช้ชีวิตใหม่ด้วยแรงบันดาลใจ

“หลังภรรยาของผมจากไป ผมก็เก็บตัวอยู่กับบ้านเยอะมาก ผมย้ายบ้านไปอยู่ชานเมืองใกล้ ๆ กับลูกชาย แต่การนั่งดูทีวีอย่างเดียวมันยังไม่ดีพอ ผมจึงตัดสินใจออกเที่ยว ผมไปซาอุดีอาระเบีย, ฮ่องกง และ บาห์เรน การได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง และทำงานกับกลุ่มผู้ป่วยสมองเสื่อม มันดีสำหรับผม มันเป็นบางอย่างที่ผมสนุกกับมัน”

ความกล้าหาญในการเปิดใจของ “เฟอร์กี้” ถือเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวัยชรา การมีเป้าหมายอย่างงานการกุศล และการผูกพันกับครอบครัวสามารถเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย

ที่มา – “เฟอร์กี้” รับกลัวเป็นโรคสมองเสื่อมเหมือนน้องชาย

แนวทางการกินง่ายๆ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

ปัจจุบันโรคสมองเสื่อมหรือ “ภาวะสมองเสื่อม (Dementia)” กำลังเป็นภัยเงียบที่น่ากังวลอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศที่มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าภายในอีก 35 ปีข้างหน้า จำนวนผู้ป่วยอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากประมาณ 514,000 ราย ต่อปี ทำให้ผู้เชี่ยวชาญต้องเร่งศึกษาวิธีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ หนึ่งในแนวทางที่น่าจับตามองคือ “แนวทางการกินง่ายๆ” ที่อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

แนวทางการกินง่ายๆ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการสมองเสื่อมที่พบมากที่สุดในผู้สูงอายุและมีสาเหตุทั้งจากปัจจัยทางพันธุกรรมและพฤติกรรม โดยเฉพาะยีน APOE-e4 ที่มีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดคราบอะไมลอยด์ในสมอง ส่งผลให้เซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ ทว่างานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเผยในวารสาร Nature Medicine ว่า สิ่งที่เรากินอาจช่วยลดความเสี่ยงได้

อาหารเมดิเตอร์เรเนียนเป็นคำตอบหรือไม่?

ในงานวิจัยนี้ นักวิจัยได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างที่มีประวัติทางพันธุกรรมสูงต่อโรคอัลไซเมอร์ โดยใช้ข้อมูลจากพยาบาลหญิงกว่า 4,200 คน และนักการแพทย์ผู้ชายอีก 1,500 คนในระยะยาว พวกเขาได้รับการประเมินพฤติกรรมการบริโภค รวมถึงการทดสอบทางปัญญาและการวิเคราะห์เมแทโบโลมิกส์ ซึ่งช่วยให้เข้าใจการทำงานของสารเคมีในร่างกายได้ลึกขึ้น

ข้อมูลวิจัยพบว่า ผู้ที่ปฏิบัติตามแนวทางการกินแบบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างต่อเนื่องมีความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อมต่ำกว่า รวมถึงมีประสิทธิภาพในการทำงานของสมองที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มี “ยีนเสี่ยง” APOE-e4 ทั้งในกลุ่มชายและหญิง

อาหารเมดิเตอร์เรเนียนช่วยบำรุงสมอง

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ประกอบด้วยอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น:

  • ผลไม้ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่
  • ถั่วและพืชตระกูลถั่ว ที่ให้โปรตีนและโอเมก้า-3
  • น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวชั้นดี
  • ปลาทะเล เป็นแหล่งกรดไขมันโอเมก้า-3 จำเป็น
  • ผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี ที่ให้สารอาหารที่บำรุงสมอง

ส่วนประกอบอาหารเหล่านี้ถูกพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดการอักเสบในสมอง และช่วยปรับปรุงการทำงานของเซลล์ประสาท มากกว่านั้น การกินอาหารเหล่านี้อย่างต่อเนื่องยังมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระบบเผาผลาญไขมัน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการเสื่อมของสมอง

ข้อจำกัดของการศึกษา

แม้ผลของการศึกษานี้จะดูมีน่าเชื่อถืออย่างมาก แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปอเมริกันที่มีระดับการศึกษาสูง จึงยังไม่สามารถข้อสรุปได้อย่างเต็มที่ว่า população ทั่วไปหรือในกลุ่มเชื้อชาติอื่นจะได้รับผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกันหรือไม่

อย่างไรก็ตาม แนวทางการกินง่ายๆ รูปแบบนี้ อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพสมองระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวัยกลางคนไปสู่สูงอายุ การเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้ดีขึ้นวันนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต

สรุป

เราไม่สามารถควบคุมพันธุกรรมได้ แต่เราสามารถเลือกวิถีชีวิตและสิ่งที่เรากินให้ดีขึ้นได้เสมอ “แนวทางการกินง่ายๆ ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์” เป็นเพียงหนึ่งในหลายแนวทางที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง ถ้าคุณหรือคนในครอบครัวมีความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม ลองเริ่มด้วยอาหารกลุ่มเมดิเตอร์เรเนียนวันนี้เพื่อให้มีสมองที่ “มั่นคงเช่นเดิม” ต่อไปอีกนานๆ ปี

ที่มา – งานวิจัยใหม่เผยแนวทางการกินแบบง่ายที่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้

สมูทอีเปิดแคมเปญ “Smooth E Heart Together” จัดกาล่าดินเนอร์และประมูลของรัก “หลิง-ออม”

สมูทอี โดยบริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด แบรนด์เวชสำอางสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายที่ครองยอดขายอันดับ 1 ในร้านขายยา มาพร้อมแคมเปญใหญ่ประจำปี “Smooth E Heart Together” ร่วมกับคู่เกย์ฮอตระดับประเทศ “หลิง-ออม” ชวนแฟนคลับและลูกค้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนชีวิตผู้หญิงด้วยงานกาล่าดินเนอร์สุดพิเศษ และส่งต่อกำลังใจผ่านการประมูลของรักสุดคิ้วต์จากหลิงและออม

Smooth E Heart Together จัดเต็มงานดินเนอร์การกุศล

แคมเปญ “Smooth E Heart Together” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของแบรนด์สมูทอีที่ต้องการสนับสนุนและเยียวยาผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ โดยร่วมมือกับอาจารย์สตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถบ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง

กิจกรรมไฮไลท์คือ Heart Together Exclusive Gala Dinner & Special Auction With LingOrm ที่จัดขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ เป็นโอกาสพิเศษสำหรับ Top Fans เพียง 40 ท่านที่ได้พบกับหลิง-ออม และประมูลของรักสุดพิเศษจากทั้งสองอย่างใกล้ชิด

ของรางวัลและประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

Top Fans ลำดับที่ 1-10 จะได้ร่วมดินเนอร์โต๊ะเดียวกับหลิง-ออม ในขณะที่ลำดับที่ 1-3 ได้เขียนจดหมายถึงศิลปินคนโปรด และผู้โชคดีลำดับที่ 1 ยังได้ร่วมถ่าย IG Story ส่วนตัวกับหลิง-ออม และลิ้มรสอาหารจากเชฟระดับมิชลินสตาร์พร้อม Welcome Drink ที่ออกแบบเฉพาะกิจกรรม

นอกจากกาล่าดินเนอร์ “Smooth E Heart Together” ยังมีกิจกรรมประมูลของใคร่อันทรงคุณค่าจากหลิง-ออมทั้ง 7 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปวาดลายเซ็น ของใช้ส่วนตัว หรืออาร์ตทอยลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ออกแบบเฉพาะแคมเปญ รายได้จากการขายและประมูลจะนำไปมอบให้กับสมาคมฯ ทั้งหมด

สมูทอีบริจาคทุกยอดขาย ช่วยเหลือผู้หญิงในความดูแล

เภสัชกรหญิง ศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ผู้หญิงไทยเผชิญกับความรุนแรงจากหลายด้าน เรามองว่าการมีสุขภาพผิวดีเป็นจุดเริ่มต้นของการมีจิตใจที่แข็งแรง แคมเปญนี้เราขอเปิดโอกาสลูกค้า ‘เจ้าความรัก’ ทุกคน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเปลี่ยนชีวิตของผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน ผ่านการซื้อผลิตภัณฑ์และเข้าร่วมกิจกรรม”

นอกจากนี้สมูทอียังดำเนินการส่ง Smooth E Mobile Clinic เยี่ยมผู้หญิงในบ้านพักฉุกเฉิน เพื่อดูแลผิวและสุขภาพจิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ‘การดูแลตัวเอง’ เป็นสิ่งสำคัญในการกลับมาใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีความสุขอีกครั้ง

วิธีร่วมเป็น Top Fans 40 คน

แฟนคลับสามารถเข้าร่วมลุ้นเป็น 40 Top Fans ได้โดยซื้อผลิตภัณฑ์สมูทอี 4 รายการที่ร่วมรายการ คือ Smooth E Serum in Pads, Smooth E Effective Dose Double Serum, Smooth E Body Serum และ Smooth E Sun Astaxanthin ที่วัตสันทุกสาขา และช่องทางออนไลน์อย่าง Line Shopping และเว็บไซต์ของสมูทอีเท่านั้น

  • ระยะเวลา: 16 กันยายน – 7 ตุลาคม 2568
  • ลงทะเบียนใบเสร็จที่ Line @smoothe_thailand
  • ประกาศรายชื่อ 15 ตุลาคม 2568

ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: Smooth E Thailand หรือ เว็บไซต์สมูทอี

แคมเปญ “Smooth E Heart Together” ไม่ใช่แค่กิจกรรมการตลาดครั้งใหญ่ของสมูทอี แต่เป็นโอกาสในการสร้างรอยยิ้ม คืนความหวัง และเสริมสร้างพลังให้กับผู้หญิงที่ต้องการเริ่มต้นใหม่ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงด้วยความรักและหัวใจที่เป็น “Smooth E Heart Together”

ที่มา – สมูทอี เปิดแคมเปญใหญ่“Smooth E Heart Together” จัดกาล่าดินเนอร์และประมูลของรัก “หลิง-ออม”

DSI ฟ้องแอปเงินกู้ดอกเบี้ยสูง 2,000% พร้อมเครือข่าย

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยว่าได้ยื่นสำนวนคดีพิเศษที่ 55/2566 กรณีแอปพลิเคชัน “กู้ให้ดี ๆ” ที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย DSI ฟ้องแอปเงินกู้ดอกเบี้ยสูง 2,000% ต่อปี พร้อมส่งตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดี

DSI ฟ้องแอปเงินกู้ดอกเบี้ยสูง 2,000% ต่อปี

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เสนอความเห็นควรสั่งฟ้อง น.ส.กานติมา และเครือข่ายอีก 6 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล่อยเงินกู้โดยมีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา” ทั้งนี้ ยังมีการฟ้อง น.ส.ธนิสรา และนายอาทิตย์ ซึ่งเป็นบัญชีม้า ในความผิดฐาน “สนับสนุนให้ผู้อื่นประกอบธุรกิจสินเชื่อโดยไม่ได้รับอนุญาต”

โครงข่ายใช้บัญชีม้าหลอกลวงประชาชน

การสืบสวนของ DSI ฟ้องแอปเงินกู้ดอกเบี้ยสูง 2,000% ต่อปี พบว่าแอปดังกล่าวมีระบบที่ซับซ้อน ใช้บัญชีเครือญาติและบัญชีม้าในการดำเนินธุรกิจออนไลน์ สืบสวนจนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ใช้บัญชีทั้งหมด พร้อมของกลางมากมาย ได้แก่ ซิมโทรศัพท์ เครื่องมือคอมพิวเตอร์ และเอกสารธุรกรรมจำนวนมาก

แอปพลิเคชัน “กู้ให้ดี ๆ” ถูกตรวจสอบว่าปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2,000% ต่อปี โดยกำหนดระยะเวลาชำระเพียง 7 วัน หากล่าช้าจะมีทีมทวงหนี้ตามกลุ่มติดตามทวงหนี้โทรศัพท์มือถือ ข่มขู่ คุกคามลูกหนี้ พร้อมทั้งผู้ที่ปรากฏในสมุดโทรศัพท์ของผู้กู้ ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวในหลายครัวเรือน

จากการตรวจสอบพบอีกว่า แอปพลิเคชันนี้มีการเชื่อมโยงกับแอปเงินกู้อื่น ๆ มากกว่า 80 แอปพลิเคชัน ซึ่งทุกแอปมีพฤติการณ์คล้ายกัน คือ การให้กู้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงเกินกฎหมาย ยอดดาวน์โหลดของแอป “กู้ให้ดี ๆ” คาดว่าเกิน 1 ล้านครั้ง

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่าผลการสอบสวนทำให้ทราบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดมีเงินทุนหมุนเวียนหลักพันล้านบาท โดยใช้โรงสีวงษ์ชัยเจริญธัญญกิจในจังหวัดชัยนาทเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ

แอปเงินกู้ไม่ใช่เรื่องใหม่

สถานการณ์ DSI ฟ้องแอปเงินกู้ดอกเบี้ยสูง 2,000% ต่อปี เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนภัยคุกคามของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ซึ่งหากไม่ได้การควบคุมอย่างมากพอ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตหลายครอบครัว และอาจส่งผลกระทบทางสังคมอย่างลึกซึ้ง

ต้องเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานมีความเข้าใจถึงความเสี่ยงในการใช้บริการจากแอปที่ไม่มีใบอนุญาต และควรยึดมั่นในการกู้เงินจากระบบ正规เท่านั้น

หากคุณหรือคนรอบข้างตกเป็นเหยื่อจากแอปเงินกู้ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยสูง ควรรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้น

ที่มา – DSI ส่งฟ้องเครือข่ายพร้อมบัญชีม้า แอปเงินกู้ดอกโหดร้อยละ 2,000 ต่อปี

ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตยั่งยืนแบบมีสไตล์กับ SWAP UP FESTIVAL VOL.3

สำหรับใครที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน งาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3 ที่จัดโดย The PARQ ร่วมกับ Swoop Buddy และ Go Green Girls จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่น ศิลปะ และไลฟ์สไตล์อย่างมีคุณค่า ภายใต้แนวคิด “Living the Circular Lifestyle” ระหว่างวันที่ 18 – 21 กันยายน 2568 ที่ The PARQ Life ชั้น 1, Q Steps (MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 2)

ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตยั่งยืนแบบมีสไตล์ด้วยกิจกรรมหลากหลาย

งาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3 ถูกออกแบบมาเพื่อปลุกแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าการรักษ์โลกไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ด้วยการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้า หนังสือ และของใช้ที่ยังมีคุณค่า ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้าและลดปริมาณขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เวิร์กช็อปสร้างสรรค์จากวัสดุรีไซเคิลที่เพิ่มทักษะให้กับคุณ

เข้าร่วมเวิร์กช็อปหลากหลาย เช่น การตกแต่งภาชนะปลูกต้นไม้ด้วยวิตามินจากขยะอาหาร การทำที่รองแก้วจากกระดาษรีไซเคิล ไปจนถึงการเย็บถุงสครับผิวจากกากกาแฟที่รวบรวมจากร้านกาแฟในพื้นที่ ทุกกิจกรรมได้รับการสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำอย่าง Stonegoat, Suntory Beverage & Food (Thailand), GrabFood, 3M Thailand และ OKLIN

นอกจากกิจกรรมแลกเปลี่ยนและการสร้างสรรค์ ภายในงานยังมี Community Talk ในหัวข้อ “It’s All Connected: How Circularity Shapes the Way We Live, Work, and Create” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายองค์กรจะมาร่วมแชร์วิธีสร้างวัฒนธรรมการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนในแต่ละด้าน ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในชุมชน

“หลายคนมองว่าการมีไลฟ์สไตล์ยั่งยืนช่างยาก แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งที่แค่ต้องเริ่มจากมุมมองใหม่” คุณอรวรรณ กิตติธนนิรันดร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ปันโปรโมชั่น จำกัด ให้ข้อมูลว่า “Go Green Girls มุ่งสื่อสารให้ทุกคนเห็นถึงความเป็นไปได้ในการเป็นคนรักษ์โลกอย่างมีสไตล์ ทั้งผ่านแฟชั่น มินิมอลลิสม์ และการรีไซเคิลสิ่งของให้กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีคุณค่า”

ยังมีผลงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ในโซน “ปลายทางของขยะทะเล” โดย แทนทะเล (Tanntalay) ศิลปินและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนขยะทะเลให้กลายเป็นงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ การสร้างสรรค์เหล่านี้ช่วยให้เราตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการกลั่นแกล้งธรรมชาติ และเปิดโอกาสให้ทุกคนตอบแทนได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน

ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้าง “Lifestyle Community” อย่างแท้จริง รายได้ส่วนหนึ่งจากงานในครั้งนี้ยังถูกบริจาคให้กับ มูลนิธิทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และของที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้จะถูกส่งต่อไปยัง มูลนิธิกระจกเงา และ ร้านปันกัน โดยมูลนิธิยุวพัฒน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนวงจรการquetapot อย่างเป็นรูปธรรม

สรุปแล้ว งาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3 คือคำตอบที่เข้าถึงง่ายสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนแบบมีสไตล์ และยังเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ให้เริ่มต้นเลือกใช้ชีวิตตั้งแต่วันนี้

ที่มา – ชวนคนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตที่ยั่งยืนอย่างมีสไตล์ กับงาน SWAP UP FESTIVAL VOL.3

ฝนถล่มหนักดินสไลด์ กำแพงวัดเขาทุเรียนพัง 30 เมตร เฉียดโบสถ์เก่า 200 ปี

เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา วัดเขาทุเรียน อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้ประสบเหตุดินสไลด์อย่างรุนแรง เกิดจากฝนตกหนักเป็นเวลานาน ทำให้กำแพงวัดพังถล่มยาวกว่า 30 เมตร เฉียดกับอุโบสถเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 200 ปี เพียงแค่ไม่ถึง 5 เมตร เท่านั้น

ฝนถล่มหนักดินสไลด์ กำแพงวัดเขาทุเรียนพัง 30 เมตร เฉียดโบสถ์เก่า 200 ปี

เหตุเกิดในช่วงเวลาประมาณ 00.00 น. ถึง 01.00 น. ทำให้ดินบริเวณหน้าผาเกิดยุบตัวและถล่มลงมาอย่างไม่คาดคิด ซึ่งสร้างความหวาดเสียวให้แก่ชาวบ้านและพระลูกวัดเป็นอย่างมาก พระอ๊อด อธิปัญโญ พระลูกวัด กล่าวว่า ได้ยินเสียงดังขึ้นมาในเวลากลางดึก ก่อนจะมาพบว่ากำแพงวัดเก่าแก่ถล่มพังลงมาอย่างหนัก

วัดเขาทุเรียนบริเวณภูเขาลาดชัน

วัดเขาทุเรียนตั้งอยู่บนภูเขาลาดชัน ซึ่งเดิมมีการสร้างกำแพงกันดินสไลด์ไว้รอบๆ เพื่อป้องกันดินและหินจากเนินเขาที่อาจถล่มลงมา และบริเวณกำแพงดังกล่าวยังมีช่องเก็บอัฐิของบรรพบุรุษชาวบ้านอีกด้วย หลังเหตุเกิดขึ้น ชาวบ้านได้รีบนำอัฐิออกไปเกือบหมดแล้ว

ที่น่าตกใจคือ กำแพงที่พังถล่มมานั้นสูงชันและมีระเบียงด้านบนที่ใช้สำหรับนั่งเล่นชมวิว ด้วยเหตุที่เกิดฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ดินอิ่มตัวน้ำ ส่งผลให้เกิดการดินสไลด์อย่างหนัก ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุเช่นนี้กับวัดแห่งนี้

ขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากอบต.เขาพระเข้าไปประเมินความเสียหายเบื้องต้น และกำลังหารือแนวทางในการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายอย่างมากทั้งทางด้านโครงสร้างของวัด และความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและสาธุชนที่มักมาสักการะอยู่เป็นประจำ

ร่วมบุญซ่อมแซมวัดเขาทุเรียน

ทางวัดเขาทุเรียนกำลังเปิดโอกาสให้ท่านที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญในการซ่อมแซมกำแพงที่พังถล่ม โดยสามารถโอนเงินผ่านธนาคารกรุงไทย สาขานครนายก เลขบัญชี 211-1-44642-4 ชื่อบัญชี วัดเขาทุเรียน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และยังเป็นการรักษาพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีค่าไว้สำหรับคนรุ่นต่อไป

เรื่องที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภูมิประเทศและการดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้เขาหรือพื้นที่ลาดชัน หากได้รับการป้องกัน และรักษาให้ดี ก็จะยืดอายุของสถานที่สำคัญเหล่านี้ต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ท่านใดสนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาวัดเขาทุเรียนไว้ให้คงอยู่ อย่าลังเลร่วมทำบุญได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือแรง ทุกการให้ล้วนมีคุณค่า และมีความหมายมากมายสำหรับผู้ที่เคยไปสักการะแล้วรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้

เพราะความเชื่อและการสักการะของพวกเรา คือสิ่งที่อยู่เคียงข้างประวัติศาสตร์ไว้เสมอมา

ที่มา – ฝนถล่มหนักดินสไลด์ กำแพงวัดเขาทุเรียนพัง 30 เมตร เฉียดโบสถ์เก่า 200 ปี