ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ตร.เร่งปลดล็อกบัญชีบริสุทธิ์ที่ถูกระงับธุรกรรม

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดย พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการประชุมเพื่อวางแนวทางการปฏิบัติในการรับแจ้งความเกี่ยวกับ บัญชีบริสุทธิ์ที่ถูกระงับธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้การปฏิบัติในทุกพื้นที่มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ตร.เร่งปลดล็อกบัญชีบริสุทธิ์ที่ถูกระงับธุรกรรม

ในการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศูนย์ PCT) ให้เป็นผู้กำกับดูแลการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

โฆษก ตร. กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกระงับการใช้งานบัญชีธนาคาร สามารถแจ้งความได้โดยการยืนยันข้อมูลผู้แจ้ง 5 ประการ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ เลขบัญชี ธนาคารที่ใช้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้แจ้งเป็นผู้ถูกต้องตามกฎหมาย

ขั้นตอนการแจ้งและปลดล็อกบัญชี

หลังจากการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมข้อมูลส่งไปยังศูนย์ PCT และส่งต่อให้ศูนย์ AOC เพื่อดำเนินการตรวจสอบและปลดล็อก บัญชีบริสุทธิ์ที่ถูกระงับธุรกรรม อย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุผลอันควรเชื่อว่าบัญชีนั้นเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผลการดำเนินงานพบว่าในช่วงวันที่ 17 – 18 กันยายนที่ผ่านมา มีประชาชนที่ขอปลดระงับบัญชีจำนวนกว่า 600 ราย โดยวันที่ 17 กันยายนมี 285 ราย และวันที่ 18 กันยายนมี 333 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดให้แจ้งเหตุผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ สายด่วนศูนย์ AOC 1441 และยังมีสายด่วน 1599 เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ผู้ประสบเหตุสามารถเลือกช่องทางที่สะดวกเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที

การระงับบัญชีอย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน และลดความเสียหายแก่ประชาชน ดังนั้นประชาชนควรมั่นใจว่าหากคุณเป็นผู้บริสุทธิ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยินดีที่จะดำเนินการปลดล็อกให้ภายในเวลาที่เหมาะสม

หากคุณหรือคนรอบตัวประสบปัญหาเช่นนี้ อย่าลังเลที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางที่ ตร. จัดไว้

ที่มา – ตร.เร่งปลดล็อกบัญชีบริสุทธิ์ ถูกระงับธุรกรรม พบ 2 วันกว่า 600 บัญชี

NCB คืออะไร ข้อมูลเครดิตสำคัญอย่างไร ติด Blacklist เครดิตบูโรจริงไหม

ในโลกของการเงินของไทย NCB หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ถือเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการเงินของประชาชน โดยหน้าที่หลักของ NCB คือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้จากระบบสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร บริษัทไฟแนนซ์ หรือ even non-bank lender เพื่อนำมาจัดทำให้กลายเป็นรายงานข้อมูลเครดิตที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการให้กู้

NCB คืออะไร ข้อมูลเครดิตสำคัญอย่างไร ติด Blacklist เครดิตบูโรจริงไหม

NCB หรือเครดิตบูโร ไม่ใช่ Blacklist เครดิตบูโรไม่ได้เป็นบัญชีดำอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นระบบที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลทางการเงินที่แสดงถึงประวัติการก่อหนี้และพฤติกรรมการชำระหนี้ของแต่ละบุคคล รายงานที่ออกมาจึงเป็นข้อมูลที่สะท้อนว่าผู้ขอสินเชื่อมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ปานกลาง หรือเลวร้าย เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถประเมินความเสี่ยงในการปล่อยกู้ได้อย่างถูกต้อง

ความสำคัญของข้อมูลเครดิตจาก NCB

ข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ให้กู้ เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงจากผู้กู้ที่อาจมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ไม่ดี ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถพิจารณาให้กู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยป้องกันปัญหาระบบเศรษฐกิจในอนาคตจากความผิดพลาดในการอนุมัติสินเชื่อ ในทำนองเดียวกัน ข้อมูลเครดิตก็เป็นประโยชน์ต่อผู้กู้โดยตรง เพราะถ้าผู้กู้มีประวัติที่ดี จะสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้นและมีอัตราดอกเบียยที่ดีกว่า

  • ช่วยให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้น
  • เพิ่มโอกาสให้ผู้กู้ที่มีประวัติดีได้รับสินเชื่อ
  • ป้องกันการล่มสลายของระบบเศรษฐกิจจากการปล่อยสินเชื่อที่ผิดพลาด

NCB ไม่มีส่วนในการอนุมัติหรือปฏิเสธการขอสินเชื่อใดๆ รายงานเครดิตที่ได้รับจาก NCB ถูกใช้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยประกอบการตัดสินใจของสถาบันการเงิน ไม่ใช่ปัจจัยเดียว อย่างไรก็ตาม การมีข้อมูลเครดิตที่ดี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ

สรุปแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า NCB คืออะไร ข้อมูลเครดิตสำคัญอย่างไร ติด Blacklist เครดิตบูโรจริงไหม จากบทความนี้ คุณจะเข้าใจได้ว่าเครดิตบูโรไม่ใช่ระบบแบล็กลิสต์ แต่เป็นเวลาเพื่อจัดเก็บข้อมูลการเงินที่ช่วยให้การบริหารความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังจะขอสินเชื่อในอนาคต การตรวจสอบรายงานเครดิตของตนเองจาก NCB คืออะไร ก็เหมือนการเตรียมข้อมูลส่วนตัวให้พร้อม เพื่อให้ได้โอกาสในการเข้าถึงเงินทุนอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพที่สุด

ที่มา – NCB คืออะไร ข้อมูลเครดิตสำคัญอย่างไร ติด Blacklist เครดิตบูโรจริงไหม

กระทรวงทรัพยากรฯ รับ นิรโทษกรรมทะลุซอย ปล่อยผีคดีบุกรุกป่า 70 ปี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดความเคลื่อนไหวอย่างมากในวงการกฎหมายและนโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยข้อกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมาย‘นิรโทษกรรมทะลุซอย’ ซึ่งหากผ่านการอนุมัติ จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการจัดการที่ดินและป่าไม้ในประเทศไทย

นิรโทษกรรมทะลุซอย ความผิดย้อนหลัง 70 ปี

ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอให้นิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าไม้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 จนถึงปัจจุบัน คือย้อนหลังไปถึง 70 ปี จนได้รับการตั้งชื่อว่า “นิรโทษกรรมทะลุซอย” โดยข้อเสนอของพรรคประชาชนระบุว่าให้ครอบคลุมความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็น ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ร.บ.อุทยาน พ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

ซึ่งถือว่าเป็นการกระทบต่อ กระทรวงทรัพยากรฯ อย่างมาก เพราะมีการเรียกร้องให้ยกเลิกคดีบุกรุกป่า รวมถึงการก่อสร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่เคยมีการดำเนินคดีไว้แล้ว

กระทบ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความยุติธรรม

การเสนอร่างนิรโทษกรรมแบบ ‘ทะลุซอย’ ถูกตั้งคำถามว่าอาจเป็นการส่งเสริมให้ผู้มีอิทธิพล นักการเมือง นายทุน หรือรีสอร์ทขนาดใหญ่ ที่เคยถูกลงโทษหรือมีความผิดมาก่อน สามารถกลับเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่เคยบุกรุกได้อีกครั้ง โดยไม่มีการตรวจสอบเบื้องต้น หรือระบบที่ชัดเจนในการแยกแยะว่าใครเป็นผู้ได้รับความเสียหายจริง

  • บ่อนทำลายระบบนิเวศของป่าไม้ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ
  • ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์
  • ไม่มีการแยกแยะบุคคล และไม่มีการเยียวยาที่เป็นธรรม
  • รัฐอาจล้มเหลวในการคืนสิทธิให้กับชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจริง

รายงานจาก กระทรวงทรัพยากรฯ ระบุว่าหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ จะมีการปล่อยตัวผู้ต้องคดีในคดีบุกรุกป่าที่ชัดเจน รวมถึงผู้มีอิทธิพลที่เคยถูกลงโทษ ไปแล้วมากมาย โดยที่ไม่มีการพิจารณาหลักมลทิน หรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น คดี ลักลอบเผาป่า คดีบุกรุก อุทยานแห่งชาติทับลาน – วังน้ำเขียว หรือคดีที่เกี่ยวข้องกับ เขาค้อ และ ม่อนแจ่ม ซึ่งผ่านการบุกรุกและการตรวจตราอย่างเข้มงวดมาก่อน

วาระของสภาผู้แทนราษฎรฯ

สภาผู้แทนราษฎรฯ ยังได้เห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับไว้แล้ว คือ ร่าง พ.ร.บ.ยกเว้นความผิดฯ และ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ซึ่งรวมถึงการนำส่งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 120 วัน

ห่วงโซ่ของความขัดแย้งเริ่มชัดขึ้น เมื่อ รัฐและภาครัฐบาล ต้องเผชิญหน้ากับความต้องการแก้ไขปัญหาของชุมชน ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง พร้อมกับการรักษาความยุติธรรมทางกฎหมายที่จะต้องไม่ถูกใช้เพื่อปล่อยผู้มีอิทธิพลกลับสู่การกระทำผิดโดยไม่รับผิดชอบ

สาระสำคัญของกฎหมายนิรโทษกรรม

ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ประกอบด้วยคณะกรรมการจังหวัด ซึ่งมีระยะเวลาในการพิจารณา 45 วัน และจะมีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดที่ดำเนินการโดย กระทรวงยุติธรรม ที่อาจต้องดำเนินการแทนภายใต้กรณีพ้นวาระ

ผลของการนิรโทษกรรม จะส่งผลให้:

  • คดีที่อยู่ระหว่างสอบสวนจะต้องปิด
  • คดีศาลต้องถูกยกเลิก หรือให้ศาลจำหน่ายออกจากระบบความ
  • สิทธิ์ในการย้อนกลับไปใช้ที่ดินทำได้ทันที แม้เดิมจะเป็นที่ดินสงวนแห่งชาติ

นอกจากนี้ยังมีการคัดค้านด้านเทคนิคว่ากฎหมายนี้จะทำให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายอย่างรุนแรง และอาจถูกใช้ในการ “ถางป่า” รอให้กฎหมายออก โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตอย่างหนัก

ในที่สุด ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในการผลักดันกฎหมาย นิรโทษกรรมทะลุซอย ย่อมต้องได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วน เพราะไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของที่ดิน เศรษฐกิจ ความยุติธรรม สิ่งแวดล้อม และอนาคตของประเทศไทยหากสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นสมบัติร่วมกันของทุกคน

เราต้องตั้งคำถามว่า: ‘ใครเล่นบทบาทอยู่เบื้องหลังร่างกฎหมายนี้ และใครคือผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์แท้จริงจากกฎหมายนี้?’ การป้องกันไม่ให้เกิด ‘plausible deniability’ คือจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบที่มั่นคงในอนาคต

ที่มา – ‘กระทรวงทรัพยากรฯ’ ผวากฎหมาย‘นิรโทษกรรมทะลุซอย’ปล่อยผีย้อนหลัง 70 ปีคดีบุกรุกป่า-เป่าทุกคดีไร้มลทิน

กรมที่ดินยืนยันผลสอบ ‘เขากระโดง’ สวนทางคำแถลง ‘ภูมิธรรม-เดชอิศม์’

เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 แหล่งข่าวจากกรมที่ดินได้เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับผลสอบของกรมที่ดินที่ไม่เคยชงให้เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งในเอกสารรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้น) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ระบุว่าสาระสำคัญจากรายงานดังกล่าว คือ การให้อธิบดีกรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน

กรมที่ดินยืนยันผลสอบ ‘เขากระโดง’ สวนทางคำแถลง ‘ภูมิธรรม-เดชอิศม์’

อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวไม่มีการเสนอให้อธิบดีกรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 วรรคแปด ซึ่งเป็นกรณีสวนทางกับคำแถลงของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขณะนั้น และนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ที่ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และมีมติให้เพิกถอนโฉนดเขากระโดงตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

ขั้นตอนการพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดิน

แหล่งข่าวกรมที่ดินได้อธิบายขั้นตอนในการดำเนินการเพิกถอนหรือแก้ไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก ดังนี้:

  • กรณีตามมาตรา 61 วรรคแปด: เป็นการดำเนินการในกรณีที่ศาลให้คำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอย่างชัดเจน โดยอธิบดีกรมที่ดินสามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน
  • กรณีตามมาตรา 61 วรรคเจ็ด: เป็นกรณีที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยเกี่ยวกับการเขียนหรือพิมพ์ โดยมีหลักฐานชัดเจน สามารถแก้ไขได้ทันทีเมื่อผู้มีส่วนได้เสียยินยอม
  • กรณีตามมาตรา 61 วรรคสอง: เป็นกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการออกโฉนดดินอย่างไม่ชอบ ซึ่งจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน และต้องมีหลักฐานชัดเจนจึงจะสามารถดำเนินการเพิกถอนได้

สำหรับกรณีของเขากระโดง นั้น เป็นกรณีที่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง ไม่ใช่กรณีที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 61 วรรคแปด อย่างที่มีการแถลงข่าว

การยืนยันจากกรมที่ดิน

“ดังนั้น การดำเนินการของกรมที่ดินที่ผ่านมา จึงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอย่างถูกต้องและครบถ้วนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด” แหล่งข่าวกรมที่ดินกล่าว

ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันนี้ ทำให้เห็นถึงความชัดเจนในขั้นตอนทางกฎหมายที่กรมที่ดินต้องดำเนินการ รวมถึงการระบุว่าผลการตรวจสอบจริงนั้นมีลักษณะสวนทางกับคำแถลงอย่างชัดเจน

การติดตามกรณีนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นตัวอย่างของกระบวนการทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางการเมืองและสังคมในพื้นที่

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของกรมที่ดินยังคงมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานของคณะกรรมการสอบสวนในอนาคต

ที่มา – ‘กรมที่ดิน’ยืนยันผลสอบ คกก.’เขากระโดง’ สวนทางคำแถลง ‘ภูมิธรรม-เดชอิศม์’

การท่องเที่ยวสีเขียว! ปิดเขาใหญ่วันคาร์ฟรี เพื่อลดคาร์บอน

วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ เปิดเผยถึงกิจกรรมสำคัญที่จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 เนื่องในโอกาส วันปลอดรถโลก หรือ World Car Free Day ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนทั่วโลกรณรงค์ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และหันมาใช้ระบบขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน และการใช้ขนส่งสาธารณะ แทน

การท่องเที่ยวสีเขียว! ปิดเขาใหญ่วันคาร์ฟรี เพื่อลดคาร์บอน

เพื่อส่งเสริมแนวคิดดังกล่าว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จะร่วมจัดกิจกรรม เขาใหญ่คาร์ฟรีเดย์ 2025 หรือ Khao Yai Car Free Day 2025 ขึ้นทุกปี โดยในปีนี้จะมีการปิดถนนธนะรัชต์ ระหว่างเวลา 06:00 – 10:00 น. ทั้งสองฝั่ง ด่านเก็บเงินอุทยานฯ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และเนินหอม จังหวัดปราจีนบุรี

กิจกรรมตื่นเต้น ใน 3 วัน สำหรับทุกไลฟ์สไตล์

กิจกรรมในปีนี้จะจัดต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 – 21 กันยายน 2568 โดยมีกิจกรรมดูดาว ณ ลานเขาร่ม ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับชมรมดาราศาสตร์ปากช่อง และสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ สำหรับใครที่ชื่นชอบการสัมผัสความงามของจักรวาล สามารถเข้าร่วมได้ในบรรยากาศที่เงียบสงบ และโล่งแจ้ง

ส่วนในเช้าวันจันทร์ที่ 22 กันยายน 2568 จะเป็นเวทีหลักของกิจกรรม คือกิจกรรมเดิน วิ่ง และปั่นจักรยาน ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสเส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม โดยไม่มีรถยนต์วิ่งวน ทำให้บรรยากาศปลอดมลพิษ และสดชื่นอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ หนึ่งใน亮点ของกิจกรรมนี้คือ การวัดระดับการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ จากการขนส่ง เพื่อสร้างข้อมูลสถิติที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เสื้อยืดของผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะถูกผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ซึ่งใช้ เส้นใยจากขวดพลาสติก รวมถึงเหรียญรางวัลที่ทำมาจากฝาขวดน้ำ

  • กิจกรรมดูดาว : 20–21 กันยายน 2568 ณ ลานเขาร่ม
  • กิจกรรมเดิน-วิ่ง-ปั่น : 22 กันยายน 2568 ภายในอุทยานฯ
  • เป้าหมายลดคาร์บอน สนับสนุนการท่องเที่ยวสีเขียว

สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ พร้อมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ย้ำความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ไร้มลภาวะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และดูแลรักษาธรรมชาติอย่างยั่งยืน การปิดถนนเขาใหญ่ในวันคาร์ฟรี เป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมที่ทุกคนสามารถ “เดิน” กลับไปสู่ธรรมชาติอย่างแท้จริง

หากคุณสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อโลกใบนี้ อย่าพลาดกิจกรรม เขาใหญ่คาร์ฟรีเดย์ 2025 ที่จะทำให้คุณสัมผัสชีวิตที่ “ช้าลง” ได้ผ่านกิจกรรมที่สร้างรอยยิ้มให้กับทั้งคน และธรรมชาติ

ที่มา – การท่องเที่ยวสีเขียว! ประกาศปิด ‘เขาใหญ่’ เดิน-วิ่ง-ปั่น-ดูดาว-ลดคาร์บอน

‘นายกฯ’ สั่งดูแนวทางร่วมประชุม UN ยังไม่แถลงนโยบายได้หรือไม่?

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UN General Assembly) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าได้รับการแจ้งจากว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว

‘นายกฯ’ สั่งดูแนวทางร่วมประชุม UN ยังไม่แถลงนโยบายได้หรือไม่?

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังไม่แน่ใจว่าหากยังไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะสามารถเดินทางไปร่วมประชุม UN ในฐานะตัวแทนของประเทศไทยได้หรือไม่ เนื่องจากต้องคำนึงถึงเวลาและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในวันที่ 24 กันยายน และต้องใช้เวลาในการอ่านร่างแถลงนโยบายเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายร่างนโยบายนั้นอย่างสมบูรณ์

ความจำเป็นในการเข้าร่วมประชุม UN

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า หากประเทศไทยไม่เดินทางไปร่วมประชุมในช่วงที่มีประเด็นพิพาทกับประเทศกัมพูชานั้น อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเป็นโอกาสในการชี้แจงเหตุการณ์ต่อผู้นำนานาชาติ ซึ่งกัมพูชายังได้ส่งจดหมายถึงสหรัฐฯ เรื่องการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอีกด้วย

  • กำหนดการเดินทาง: ช่วงวันที่ 25-26 กันยายน
  • กิจกรรมก่อนเดินทาง: ต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ และอภิปรายนโยบาย
  • ความต้องการ: ต้องมีอาวุธทางการทูตในการเจรจา

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า นายกฯ มีแนวโน้มที่จะเดินทางไปเองหรือไม่ ซึ่งนายอนุทินกล่าวว่า ตนมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมประชุม แต่จะต้องตรวจสอบว่าหากไปแล้ว จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ และมีเงื่อนไขเฉพาะเพื่อให้การเจรจาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

จากการพิจารณาหลายปัจจัยทั้งทางการทูต กำหนดการ และสถานการณ์ระหว่างประเทศ ‘นายกฯ’ สั่งดูแนวทางร่วมประชุม UN ระหว่างที่ยังไม่แถลงนโยบาย ถือว่าเป็นแนวทางที่ชอบธรรมเพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาสในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับนานาชาติ

ที่มา – ‘นายกฯ’ สั่งดูแนวทางร่วมประชุม UN ระหว่างยังไม่แถลงนโยบายทำได้หรือไม่?

‘อนุทิน’ เผย ‘อันวาร์’ ต่อสายเชิญร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการติดต่อทางโทรศัพท์กับนายอันวาร์ อิบรอฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า ท่านอันวาร์ได้โทรมาเชิญ ‘อนุทิน’ เผย ‘อันวาร์’ ต่อสายเชิญร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน อย่างเป็นทางการ ซึ่งการประชุมนี้จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียนอาเซียน

‘อนุทิน’ เผย ‘อันวาร์’ ต่อสายเชิญร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

นายอนุทิน กล่าวว่า เขาได้ยืนยันว่าจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้อย่างเต็มตัว และพร้อมที่จะตั้งตารอพบปะพูดคุยกับผู้นำชาติสมาชิกอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อความเจริญร่วมกันของภูมิภาค

ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงอยู่ในขั้นตอนติดตามและการเจรจา แต่นโยบายของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกฯ อนุทินนั้น ยึดมั่นในหลักการรักษาความสงบและความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ

การรับตำแหน่งเป็นทางการและการเจรจาแนวกอง

อนุทินกล่าวว่า การพูดคุยกับท่านอันวาร์ในครั้งนี้ยังไม่ได้พูดถึงรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากตัวเขาเองยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการอย่างเต็มรูปแบบ เพราะต้องรอเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน

ขณะเดียวกันนี้ เมื่อมีการเปิดเผยว่า นายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชามีการโทรติดต่อท่านอันวาร์ให้เข้ามาแทรกแซงความขัดแย้ง อนุทินยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีใครสามารถแทรกแซงเรื่องอธิปไตยของประเทศไทยได้เด็ดขาด

  • การรักษาความเป็นกลางในนโยบาย
  • การยึดมั่นในหลักเอกราชและขอบเขตประเทศ
  • การเตรียมแผนการเจรจาทางการทูตอย่างรอบคอบ

หลังจากได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ อนุทินยืนยันว่าจะมีแถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีผลกระทบต่อประชาชน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา สุขภาพ และการเผชิญหน้ากับความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิภาค

นอกจากนี้ยังมีการเตรียมแผนเฉพาะหน้าเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ในภูมิภาค รวมถึงการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อให้ภูมิภาคนี้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคงยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายกับพันธมิตรต่างประเทศ อนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติทุกเวที แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องทำด้วยภูมิภาคและความภาคภูมิใจในตนเอง

เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย และทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน รัฐบาลไทยจะดำเนินการพร้อมด้วยข้อมูลและความเข้าใจอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปอย่างมั่นคง ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ติดตามสถานการณ์การเมืองอาเซียนและการพัฒนานโยบายในไทย ข่าวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญกับบทบาทของไทยในเวทีโลก

ที่มา – ‘อนุทิน’ เผย ‘อันวาร์’ ต่อสายเชิญร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่มาเลเซีย

ประมงนครศรีธรรมราชปล่อยปลานักล่าควบคุมปลาหมอคางดำ

สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ดำเนินการปล่อย ปลานักล่า เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำทั้งธรรมชาติและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ทางสำนักงานฯ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นปล่อย ปลากะพงขาว จำนวนกว่า 10,000 ตัว ไปยังคลองสายสำคัญในอำเภอหัวไทร ปากพนัง และเชียรใหญ่

ประมงนครศรีธรรมราชปล่อยปลานักล่าเพื่อควบคุมสปีชีส์รุกราน

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกรผ่านโครงการ “กองทุนปลากะพง” เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำปลากะพงไปเลี้ยงในบ่อพักน้ำหรือบ่อเลี้ยงของตนเอง ใช้เป็นกลไกธรรมชาติในการควบคุม ปลานักล่า สายพันธุ์รุกราน ซึ่งเมื่อเติบโตเต็มวัย ก็สามารถจับมาบริโภคหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริม

การปล่อยปลานักล่าเพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศ

นายกอบศักดิ์ เกตุเหมือน ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมนี้เป็นมาตรการที่มุ่งสร้างความยั่งยืนในการควบคุมปลานักล่า โดยอาศัยกลไกธรรมชาติอันได้แก่ การนำ ปลากะพงขาว มาปล่อยในแหล่งน้ำ เพื่อควบคุมจำนวนของ ปลานักล่า อย่างปลาหมอคางดำ ให้ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้สัตว์น้ำพื้นถิ่นเริ่มกลับมาปรากฏอีกครั้ง

จากการดำเนินการในปี 2568 สำนักงานประมงได้รับงบประมาณจากกรมประมงฯ เพื่อจัดสรรส่งเสริมทั้งพันธุ์ปลากะพงและกากขาให้แก่เกษตรกร ให้นำไปเลี้ยงในบ่อร้างหรือบ่อเลี้ยงที่มีการระบาดของปลาหมอคางดำ ช่วยลดต้นทุนในการกำจัดพันธุ์ปลานักล่า และเกษตรกรได้รับผลตอบแทนจากการเลี้ยง รวมถึงยังคืน 10% ของปลากะพงให้สำนักงานประมงฯ เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

  • ปล่อยปลานักล่าเป็นกลไกธรรมชาติ
  • สนับสนุนเกษตรกรด้วยพันธุ์ปลากะพง
  • ลดต้นทุนการจัดการพันธุ์ปลาต่างถิ่น
  • ลดความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำ

นอกจากการปล่อย ปลานักล่า แล้ว ประมงจังหวัดยังดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง อาทิ รณรงค์ในชุมชนเกี่ยวกับการจับปลาหมอคางดำ พร้อมทั้งส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์เช่น แปรรูปเป็นอาหาร หรือใช้เป็นปลาเหยื่อ

จากการติดตามผล พบว่า兵力ความหนาแน่นของปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเริ่มกลับมาอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ โดยอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 ตัวต่อ 100 ตารางเมตร จากการสำรวจเมื่อเร็ว ๆ นี้

การใช้ ปลานักล่า อย่างปลากะพงขาวมานำมาควบคุมปลาหมอคางดำ จึงถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมทั้งในแง่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน พร้อมสร้างต้นแบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

หากคุณเป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่มีปัญหาปลานักล่า ลองสอบถามหน่วยงานประมงจังหวัดใกล้บ้านเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนพันธุ์ปลาเพื่อการควบคุมอย่างยั่งยืน

ที่มา – ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ปล่อยปลานักล่า เพิ่มสมดุลให้ระบบนิเวศของแหล่งน้ำ

น้ำชา ชีรณัฐ โดนถล่มหลังป้อง ออม สุชาร์ งงเรื่องตัวเองจบแล้ว

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา วงการบันเทิงไทยถูกข่าวลือเกี่ยวกับ “ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง” ครอบงำอย่างหนัก โดยมีประเด็นเรื่อง “ฮุบบริษัท” ที่เกี่ยวข้องกับเธอ หลังจากเจ้าตัวออกมาเปิดใจและยืนยันว่า “ไม่เคยโกงใคร” พร้อมย้ำว่าทุกอย่างอยู่ระหว่างดำเนินการในชั้นศาล แต่สิ่งที่เกิดตามมานั้น คือการป้องแผ่นของ “น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์” เพื่อนรักของออม ที่กลายเป็นจุด引爆point ของความเข้าใจผิดบนโลกโซเชียลมีเดีย

น้ำชา ชีรณัฐ โดนถล่มหลังป้อง ออม สุชาร์ งงเรื่องตัวเองจบแล้ว

ล่าสุด น้ำชาได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรม โดยโพสต์รูปคู่กับ ออม สุชาร์ พร้อมแคปชั่นสั้น ๆ ว่า “I feel you, girl… let justice take its course ส่งพลังให้นะ @aom_sushar” ซึ่งในเบื้องต้นถือว่าเป็นการให้กำลังใจอย่างสุภาพ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่สิ้นสุด เพราะเธอได้ออกมาตอบโต้อีกหลายคนผ่านสตอรี่โดยใช้ถ้อยคำที่ดูสวนทาง เช่น “ทำตัวเป็นเหยื่อทุกเรื่อง” หรือ “แสดงเก่งขึ้นเยอะ หลังจากฝึกมาหลายปี” พร้อมกับอิโมจิรูปงูพิษ สร้างคำถามให้ผู้ติดตามว่า ‘น้ำชา’ หมายถึงใครกันแน่?

ชาวเน็ตแห่แซะหลังเห็นโพสต์ “งูพิษ”

ท่ามกลางสตอรี่กลุ่มนี้ก็ถูกลบออกไปอย่างรวดเร็วอย่างไร้ลางสังหรณ์ แต่ภาพได้ถูกถ่ายรูปไว้และแพร่กระจายจนกลายเป็นประเด็นตอกย้ำความสงสัยของ ด้านเน็ตไอดอลและประชาชนในโลกโซเชียลมีเดีย จึงแห่กันแสดงความเห็นและตั้งคำถามหลายเรื่อง โดยมีคอมเมนต์เด่น ๆ อย่าง “เรื่องของออมต้องให้ออมเคลียร์ น้ำชาควรอยู่เฉย ๆ ดีกว่า”, “งูพิษนี่หมายถึงใครกัน?”, “แสงแถวนั้นไม่สว่างรึป่าว 555” ทั้งยังรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงลบสตอรี่ทันที

ขณะที่หลักฐานบางส่วนจากโพสต์ได้ถูกถ่ายภาพไว้และเผยแพร่ในวงกว้าง สื่อออนไลน์ต่าง ๆ ก็จับประเด็นไว้ร่วมวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ว่าที่แท้คงยากที่จะแยกแยะได้ชัดเจนว่าใครพูดถึงใคร และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจริง ๆ มีลักษณะเช่นไร อย่างไรก็ตาม การโฆษณาของคำว่า “งูพิษ” บางทีอาจส่งผลให้เกิดแรงผลักดันให้สื่อและสังคมพูดถึงคนแห่งเรื่องนี้ “ออม สุชาร์” เพิ่มมากขึ้น

ทว่าแม้ว่าตลาดข่าวจะพูดถึงหารือลือตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญยังคงอยู่กับคำถามหลักว่า ใครเป็นฝ่ายถูกและใครเป็นฝ่ายผิดในเรื่อง “ฮุบบริษัท” ซึ่งกรณีนี้แม้มีคำกล่าวจาก คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาแล้ว แต่มวลชนก็ยังต้องรอฟังผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นศาลจังหวัด ไม่น้อยก็เลยต้องยอมรับว่าจะยากไปสิหน่อยหากต้องตัดสินศีลธรรมบรรทัดฐานต่อในอย่างนี้ด้วยการเพียง relaxed-reading ความคิดเห็นบนโซเชียล

สรุปแล้ว ความเคลื่อนไหวของ “น้ำชา” ไม่เพียงแค่ให้กำลังใจเพื่อนรัก แต่ยังทำให้คำถามต่อใครคือ ‘งูพิษ’เติมความตื่นเต้น การเปิดเผยความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ยังไงก็ต้องตรวจสอบความครอบคลุมของข้อมูล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราพูดถึงเรื่องที่อยู่ระหว่างการอยู่ในกระแสและมีผลกระทบต่อชีวิตของบุคคลอื่น การเลือกคำพูดให้เหมาะสมจึงสำคัญเสมอ

สำหรับท่านผู้อ่านต้องติดตามทุกพัฒนาการภายหลังอย่าลืมมาติดตามได้ที่นี่

ที่มา – ‘น้ำชา ชีรณัฐ’ โดนถล่ม หลังโพสต์ป้อง ‘ออม สุชาร์’ ชาวเน็ตงงเรื่องตัวเองจบแล้วแซะทำไม!

โรงพยาบาลเมดพาร์คแสดงมุทิตาจิต ครบรอบ 100 ปี นพ.บรรลุ ศิริพานิช

เมื่อวันที่ 19 กันยายน โรงพยาบาลเมดพาร์คได้จัดงานแสดงมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงคลครบ 100 ปี นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช ประธานกรรมการ บริษัท ทีพีพี เฮลท์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ณ ห้องประชุม The Forum ชั้น M โดยมีบุคคลสำคัญในวงการสาธารณสุขและสังคมมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น

โรงพยาบาลเมดพาร์คแสดงมุทิตาจิต ครบรอบ 100 ปี นพ.บรรลุ ศิริพานิช

ในโอกาสพิเศษนี้ มีผู้มีเกียรติร่วมงานอย่างคับคั่ง นำโดย ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย คุณชาลอต โทณวณิก คุณลลิสา จงบารมี ศ. นพ.สิน อนุราษฎร์ นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช คุณสมถวิล ปธานวนิช ศ. เกียรติคุณ ดร. จริงแท้ ศิริพานิช นพ. แท้จริง ศิริพานิช คุณเฉลยลัคน์ วีรานุวัตติ์ และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเมดพาร์ค รวมถึงคณะกรรมการโรงพยาบาลมหาชัย จำกัด (มหาชน)

ความสำคัญของการเฉลิมฉลอง

กิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในการครบรอบ 100 ปีของนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเมดพาร์คแสดงมุทิตาจิตครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสในการรวมพลังของเครือข่ายเพื่อพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

  • การร่วมแสดงความยินดีจากบุคคลสำคัญในวงการ
  • การแลกเปลี่ยนไอเดียเพื่อพัฒนาบริการสาธารณสุข
  • การสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานทุกท่านมีส่วนร่วมในการส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงบวกและคุณค่าของการบริการทางการแพทย์ไทย ให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยโรงพยาบาลเมดพาร์คแสดงมุทิตาจิตนี้ยังเป็นการแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งใหญ่ต่อผู้มีพระคุณที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อวงการสาธารณสุขไทย

กิจกรรมในครั้งนี้เสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างภาคีต่าง ๆ พร้อมทั้งยืนยันว่า ความสำเร็จของวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ในอนาคต ทั้งในด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่เป็นมาตรฐาน และความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทุกคน

เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า โรงพยาบาลเมดพาร์คแสดงมุทิตาจิตในวาระสำคัญนี้ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลอง แต่เป็นการทบทวนจุดประสงค์ในการให้บริการ พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงรุกสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

หากท่านสนใจติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงพยาบาลเมดพาร์ค หรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือติดตามช่องทางทางการได้

ที่มา – โรงพยาบาลเมดพาร์ค จัดงานแสดงมุทิตาจิต เนื่องในโอกาสฉลองอายุวัฒนมงคลครบ 100 ปี นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช