ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

พิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 หน้ารัฐสภา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2568 รัฐสภาได้จัดพิธีบวงสรวงอัญเชิญ พิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 ประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อความเป็นอมตะของพระองค์ โดยมี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. นายชวนหลีก หลีกภัย สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส. น่านพรรคเพื่อไทย น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ สส. บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และข้าราชการรัฐสภาที่ร่วมพิธีอย่างเผยแพร่

พิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 ประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภา

ในพิธีดังกล่าว นายไชยาและพล.อ.สวัสดิ์ได้เข้าร่วมถวายพวงมาลัยและโปรยดอกไม้ที่พระบาทของพระบรมราชานุสาวรีย์อย่างสักการะ และได้ปักธูปที่เครื่องบวงสรวง

รายละเอียดตัวพระบรมรูป

พิธี พิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 ประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภา จัดขึ้นภายใต้การควบคุมของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ซึ่งออกแบบให้มีขนาดสูง 4 เท่าของพระองค์จริง โดยพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้มีความสูงจากยอดพระชฎาถึงพื้นของพระที่นั่งพุดตานาญจนสิงหาสน์ถึง 7.7 เมตร ประดับด้วยเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย และทรงพระชฎามหากฐินปักขนนกการเวก หรือ “ปักษาสวรรค์” อันเป็นเครื่องราชศิราภรณ์ที่มีอันดับสูงรองจาก “พระมหาพิชัยมงกุฎ”

  • ความแตกต่างจากพระองค์เดิม ในรูปทรงของพระที่นั่งกระจังใบเทศ 12 ใบ
  • ฐานสองชั้นประดับเอราวัณ 21 องค์ พญาครุฑ 24 ตน

การสร้างโครงการ พิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 ประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภา ถือเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะผู้ริเริ่มและผู้ทรงให้พระบรมราชโองการในรัฐธรรมนูญฉบับแรกแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475

บรรยากาศในวันพิธีเป็นไปอย่างเรียบร้อยและขลัง โดยมีฝนโปรยปรายเย็นสบาย สะท้อนภาพความงดงามของความเชื่อและการเคารพสักการะของประชาชนต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง

ร่วมเป็นสักขีพยานในความสำคัญของวันนี้ และเชื่อมโยงความทรงจำไว้ในหัวใจของผู้คนไปทั่วแผ่นดินไทย ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างจุดหมายแห่งความภาคภูมิใจ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและความรุ่งเรืองของชาติไทยอีกด้วย

ที่มา – พิธีบวงสรวงอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 ประดิษฐานหน้าอาคารรัฐสภา

เจ็ตต์-ฮันเตอร์ สลับคว้าวินเนอร์ ลุ้นแชมป์ AMA SMX 2025 สนาม 2

คู่พี่น้องสายฮอนด้า “เจ็ตต์-ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” โชว์ฟอร์มสุดยอดในสนามที่ 2 การแข่งขัน AMA Super Motocross 2025 โดยบุกสนามสหรัฐอเมริกา คว้าชัยไปคนละเรซ จาก 2 รอบการแข่งขัน ทวีคะแนนสะสมเป็นจ่าฝูงของตาราง ลุ้นแชมป์ฤดูกาลได้เต็มร้อย

เจ็ตต์-ฮันเตอร์ สลับคว้าวินเนอร์ ลุ้นแชมป์ AMA SMX 2025 สนาม 2

ศึก AMA SMX 2025 สนามที่ 2 เปิดฉากดวลความเร็วสุดมันที่สหรัฐอเมริกา โดย Honda CRF450 โชว์พลังระดับท็อปเหนือคู่แข่งทั้งหลาย จากการนำทีมของ “พี่น้องลอว์เรนซ์” ที่สลับกันคว้าวินเนอร์ ไลฟ์แรงขึ้นนำจ่าฝูงของซีรีส์ในช่วงปลายฤดูกาลแบบไม่ให้ใครแซงหน้า

ฮันเตอร์คว้าชัยเรซแรก เจ็ตต์ตามแซงในเรซที่สอง

เรซที่ 1 เริ่มต้นอย่างสุด explosive เมื่อ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 จากทีม Honda HRC Progressive ปั่นขึ้นคว้าโฮลช็อตได้ก่อน บวกกับความเร็วที่เหนียวแน่น ไม่ให้โอกาสคู่แข่งตีไข่แตก คว้าชัยชนะได้อย่างสวยงาม จบอันดับหนึ่งแบบไม่เปิดช่อง

ขณะที่ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 1 เจ้าของตำแหน่งแชมป์เก่า โชคร้ายเสียจังหวะในโค้งแรก พลั้งหล่นตกลงไปเกือบท้ายสุดของกลุ่ม แต่นักบิดมือหนึ่งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พลิกฟอร์มไล่แซงคู่แข่งเกือบทั้งสนาม และจบที่อันดับ 4 เอาคืนไว้ได้ในท้ายที่สุด

เจ็ตต์กลับมายึดตำแหน่งในเรซที่สอง

เรซที่สอง “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ระเบิดฟอร์มอย่างแท้จริง คว้าโฮลช็อตได้อย่างแน่นอน และใช้ความเร็วอันโดดเด่นหนีห่างคู่แข่งแบบครองเกมตลอดระยะหลัง โดยจบที่เส้นชัยอย่างไร้ที่โต้แย้ง คว้าวินเนอร์ไปครองได้สำเร็จ

สถานการณ์ในตารางคะแนน ทำให้เจ็ตต์ยังคงครองตำแหน่งจ่าฝูงด้วยคะแนน 91 แต้ม ในขณะที่ฮันเตอร์ตามมาในอันดับ 2 ด้วย 85 แต้ม หลังจากพี่ชายเขาพลาดท่าตั้งแต่ต้นเรซ แต่ยังสามารถแซงกลับมาเก็บโพเดียมอันดับ 3 ได้

  • เรซที่ 1: ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ คว้าชัยชนะ
  • เรซที่ 2: เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์ คว้าชัยชนะ
  • สถานการณ์คะแนน: เจ็ตต์นำ 91 แต้ม, ฮันเตอร์ตาม 85 แต้ม

การแข่งขัน AMA SMX 2025 สนามที่ 3 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาลจะจัดขึ้นที่ ลาสเวกัส มอเตอร์สปอร์ตเวย์ ในวันที่ 20 กันยายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าการดวลความเร็วครั้งนี้จะเป็นฉากสุดท้ายที่ชี้ชะตานักบิดฮอนด้าทั้งสอง ลุ้นแชมป์ซีซั่นกันอย่างสุดเข้มข้น

นับเป็นเรื่องน่าจับตามองอย่างมากว่า “พี่น้องลอว์เรนซ์” จะสามารถรักษาฟอร์มยอดเยี่ยมต่อไปได้อีกหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ครองแชมป์ เจ็ตต์-ฮันเตอร์ สลับคว้าวินเนอร์ ลุ้นแชมป์ AMA SMX 2025 สนาม 2 ส่งท้ายฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ในลาสเวกัส

ที่มา – คู่พี่น้อง “เจ็ตต์-ฮันเตอร์ สลับคว้าวินเนอร์ ลุ้นคว้าแชมป์ฤดูกาล ศึก AMA SMX 2025 สนาม 2

“บิ๊กเลน” ผ่านไพรมารีโหวตพรรคเพื่อไทยฯ ลงสมัคร สส.เขต 4

เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยสาขาจังหวัดกาญจนบุรีได้จัดการประชุมเพื่อสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เขต 4 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายสุรจิตร ไสยะหุต ประธานพรรคเพื่อไทย สาขากาญจนบุรี และนายวิมล ประกอบชัย เลขานุการ เป็นผู้เชิญชวนให้สมาชิกพรรคในจังหวัดเข้าร่วมประชุม ณ ศาลาประชาคม ม.4 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อร่วมกันรับฟังข้อเสนอแนะและให้ความเห็นในครั้งนี้ ซึ่งสมาชิกพรรคเข้าร่วมประมาณ 150 คน

“บิ๊กเลน” ผ่านไพรมารีโหวตพรรคเพื่อไทยฯ ลงสมัคร สส.เขต 4

ในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการได้เสนอชื่อ พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ แม้นเดช อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ให้สมาชิกพิจารณา โดยให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นและลงมติ ผลปรากฏว่า สมาชิกทุกคนเห็นชอบให้ พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่ง ส.ส. เขต 4 ของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งประกอบด้วยเขต อ.บ่อพลอย อ.หนองปรือ อ.เลาขวัญ และอ.ห้วยกระเจา

นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ยังมี ส.ส.และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ เช่น นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย นายพนม โพธิ์แก้ว ส.ส.เขต 5 พรรคเพื่อไทย นางสาวพลอย ธนิกุล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี และนายจรันต์ ยิ่งภิญโญ ประธานสภา อบจ.กาญจนบุรี เข้าร่วมเป็นพยานในการคัดเลือกผู้สมัครครั้งนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและความสำคัญของพรรคและประชาชนต่อการเลือกตั้งครั้งนี้

เป้าหมาย “บิ๊กเลน” หลังผ่านไพรมารีโหวต

หลังจากที่ผ่านกระบวนการสรรหาในรูปแบบไพรมารีโหวต พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนเองมีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหลังเกษียณจากวงการทหารก็กลับมารับใช้จังหวัดกาญจนบุรีโดยตรง

ท่านเป็นบุตรของจังหวัด ผ่านการศึกษาจากโรงเรียนวัดไชยชุมพลชนะสงคราม โรงเรียนวิสุทธรังษี และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร เมื่อเกษียณงานราชการทหารจึงกลับมายังจังหวัดเพื่อรับใช้ชุมชน ทั้งโดยการเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าวิสุทธรังษีและสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งมีความเชื่อมโยงกับทีมพลังกาญจน์ของนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ ซึ่งทำให้เข้าใจถึงปัญหาต่างๆ ในเขต 4 เป็นอย่างดี เช่น ปัญหาที่ดิน ทำกิน พื้นที่แห้งแล้ง และผลผลิตทางการเกษตร

  • ไพรมารีโหวตพรรคเพื่อไทยฯ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทน
  • กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากประชาชนและบุคคลสำคัญในจังหวัด
  • “บิ๊กเลน” เคยเป็นแกนหลักในการพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจน์

สำหรับอีกฝ่ายหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยก็ได้ประกาศส่งผู้สมัครในเขตเดียวกัน คือ นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ ลูกสาวของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีต ส.ส. เขต 4 ซึ่งลาออกจากสภาเพื่อเข้ารับราชการในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นับเป็นการเปิดฉากการแข่งขันทางการเมืองที่เข้มข้นในเขตกาญจนบุรีตอนปลาย

หากคุณเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 4 ของการเลือกตั้งนี้ การศึกษาข้อมูลทั้งสองฝ่ายให้ละเอียดก่อนลงคะแนนเสียงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะส.ส.ที่เลือกจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นของคุณในอนาคตอันใกล้

ที่มา – “บิ๊กเลน” ผ่านฉลุย ไพรมารีโหวตพรรคเพื่อไทยกาญจนบุรีส่งลงสมัคร สส.เขต 4

น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้น! น้ำท่วมต่อเนื่อง 7 อำเภอพระนครศรีอยุธยา

น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้น! น้ำท่วมต่อเนื่อง 7 อำเภอพระนครศรีอยุธยา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับความเดือดร้อนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเสนา บางบาล บางปะอิน บางไทร ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา และบางปะหัน ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการล้นตลิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา

น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้น! น้ำท่วมต่อเนื่อง 7 อำเภอพระนครศรีอยุธยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 20 กันยายน ได้เกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมอีกครั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะบริเวณตำบลต่าง ๆ ในอำเภอเสนา ซึ่งน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลให้โรงเรียน บ้านเรือน ถนน และร้านค้าในพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังอย่างหนัก

สถานการณ์น้ำท่วมที่ตำบลบ้านโพธิ์

ในตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเสนา น้ำท่วมเข้ามาถึงภายในชุมชนโรงเรียนวัดกระโดงทอง โดยระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร บ้านเรือนในละแวกใกล้เคียงก็เข้าถึงไม่ได้ เนื่องจากถนนจมอยู่ใต้ผิวน้ำ ประชาชนกว่า 70 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ ต้องเคลื่อนย้ายและอาศัยอยู่บนถุนบ้าน สภาพแวดล้อมที่แย่ลงทำให้ภาพของการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

นางสมศรี เกิดทรง อายุ 71 ปี เล่าว่าปัจจุบันเธอต้องปิดร้านค้าเพราะน้ำท่วมไม่สามารถเดินทางไปขายของได้ “เราต้องปิดร้าน ไม่มีรายได้ บ้านอยู่จุดที่น้ำไหลแรง กลัวน้ำจะเข้าท่วมถึงพื้นบ้าน ปีนี้น้ำมาเร็วกว่าทุกปี ได้แต่ภาวนาให้น้ำลดเร็วๆ”

  • จำนวนตำบลด้านน้ำท่วม: 13 ตำบล
  • จำนวนหมู่บ้าน: 102 หมู่บ้าน
  • จำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ: กว่า 6,470 ครัวเรือน

จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและอาสาสมัครได้ร่วมมือกันเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น การสัญจรเพื่อส่งของใช้จำเป็น และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง

การเผชิญหน้าน้ำท่วมครั้งนี้ เป็นวิกฤตที่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเสียหายและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ของเราที่อยู่ในความเดือดร้อน

หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการน้ำท่วม ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งข้อมูลจะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้น! น้ำท่วมต่อเนื่อง 7 อำเภอ พระนครศรีอยุธยา ประชาชนเดือดร้อน

รู้จักเปาหน้าหวาน ‘คิม ยู-จอง’ ที่เพิ่งเป่าเกมราชบุรี

เมื่อพูดถึง ‘คิม ยู-จอง’ หลายคนอาจจะรู้จักเธอในฐานะผู้ตัดสินหญิงชาวเกาหลีใต้ที่น่ารักและมีความน่าสนใจเป็นพิเศษ ล่าสุดเธอเพิ่งทำหน้าที่เป่า whistle ในเกม ราชบุรี บุกแพ้นัมดินห์ 1-3 ที่เวียดนาม ซึ่งแฟนบอลชาวไทยต่างประทับใจในหน้าที่การงานของเธอที่เป็นทั้งหวานและดุดันในเวลาเดียวกัน

รู้จักเปาหน้าหวาน ‘คิม ยู-จอง’ ที่เพิ่งเป่าเกมราชบุรี

คิม ยู-จอง อายุ 37 ปี เป็นผู้ตัดสินฟุตบอลมืออาชีพระดับโลกที่มีความโดดเด่นมาก แม้ภายนอกจะดูน่ารัก แต่เมื่อเธอเป่า whistle เธอแสดงให้เห็นถึงความมืออาชีพอย่างเต็มที่ เธอใช้ความแน่วแน่ในการตัดสินเกมอย่างถูกต้องและยุติธรรม จนทำให้ทั้งผู้เล่นและแฟนบอลพอใจ

เส้นทางจากนักเตะสู่ผู้ตัดสิน

เบื้องต้นเธอนั้นเคยเป็นนักฟุตบอลเตะกลางในทีมชาติเยาวชนของเกาหลีใต้ ก่อนประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่ทำให้เธอต้องเลิกเล่นฟุตบอลอย่างถาวร แต่ด้วยความรักในฟุตบอล จึงเปลี่ยนทิศทางชีวิตมารับหน้าที่ผู้ตัดสิน และได้รับการฝึกฝนอย่างจริงจังจาก AFC จนพาเธอไปไกลระดับโลก

ความสำเร็จของเธอไม่ใช่แค่ในเมืองไทยเท่านั้น เพราะเธอเคยรับรางวัลผู้ตัดสินหญิงยอดเยี่ยมของสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้ในปี 2019 และคุมเกมฟุตบอลระดับโลก ทั้งศึกฟุตบอลโลกหญิง 2022, 2023 พร้อมไปถึง โอลิมปิกปารีส 2024 ด้วย

  • ปี 2019: ได้รับรางวัลผู้ตัดสินหญิงยอดเยี่ยมจากสมาคมฟุตบอลเกาหลีใต้
  • ฟุตบอลโลกหญิง 2022 ถึง 2023
  • ฟุตบอลหญิงโอลิมปิกปารีส 2024

งานนี้แฟนบอลหลายๆ คนต่างตกหลุมรักเธอตั้งแต่โพสต์ภาพสุดน่ารักในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในอินสตาแกรม yjkim_8 ที่แม้จะไม่ได้เปิดบัญชีสาธารณะ แต่ก็หมั่นโพสต์ภาพกิจกรรมต่างๆ ให้เราได้ติดตาม

ใครที่สนใจอยากติดตามเธอเพิ่มเติม ลองเพิ่มผู้ติดตามบนอินสตาแกรมดูได้นะ เพราะนอกจากน่ารักจากภายนอก เธอยังมีความมืออาชีพในสนามอย่างไร้ที่ติ คิม ยู-จอง คือภาพลักษณ์ใหม่ของผู้ตัดสินฟุตบอลหญิงที่รวมความน่ารักกับความสามารถเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ไม่ว่าเธอจะทำหน้าที่ที่ประเทศไหน เราก็รู้สึกยินดีที่มีเธอเป็นส่วนหนึ่งของโลกฟุตบอลนี้ และหวังว่าจะได้เห็นเธอปรากฏตัวในหลายๆ เกมฟุตบอลไทยอีกในอนาคต

ที่มา – รู้จักเปาหน้าหวาน ‘คิม ยู-จอง’ เพิ่งเป่าเกมราชบุรี ดีกรีไม่ธรรมดา ทั้งฟุตบอลโลก-โอลิมปิก

กำแพงเพชรประกวดกล้วยไข่พันธุ์ดี TO BE NUMBER ONE IDOL

ในวันที่ลานกิจกรรมเวทีกลางงานประเพณีสารทไทย-กล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพง ประจำปี 2568 ได้จัดการประกวดกล้วยไข่พันธุ์ดี TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 16 ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดกิจกรรม ซึ่งถือเป็นเวทีที่เยาวชนได้แสดงความสามารถตามความชื่นชอบและเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองในทางสร้างสรรค์

กำแพงเพชรประกวดกล้วยไข่พันธุ์ดี TO BE NUMBER ONE IDOL

ในการประกวดครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้กล้าแสดงออกในแง่บวก ทำให้เกิดพลังวัยรุ่นที่ไม่พึ่งพายาเสพติด พร้อมส่งเสริมให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยมีผู้เข้าร่วมการประกวดจำนวน 54 คน ซึ่งถือเป็นตัวแทนที่จะเดินหน้าสู่การประกวดในระดับภาคเหนือต่อไป

แรงบันดาลใจจากองค์ประธานโครงการ

นายชาธิป กล่าวถึงพระกรุณาธิคุณของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่ทรงกำหนดแนวทางให้โครงการมีความทันสมัยมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำให้สมาชิกในโครงการมี IDOL เป็นแบบอย่างภายในตัวเอง เมื่อได้รับโอกาสและการส่งเสริมสนับสนุนอย่างเหมาะสม คุณค่าที่มีจะถูกปลุกเร้าให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์ในสังคมได้อย่างแท้จริง

ในการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL นี้ ไม่เพียงแต่เป็นเวทีสำหรับการประกวดเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้เยาวชนหันมามองการเรียนรู้ การปฏิบัติตัว และความรับผิดชอบ พร้อมทั้งเป็น IDOL ที่เพื่อนๆ ให้ความเคารพยอมรับ การสร้างกระแสเชิงบวกนี้จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เยาวชนหันมาใส่ใจในตัวเองมากขึ้น

  • ส่งเสริมให้เยาวชนไม่พึ่งพายาเสพติด
  • สร้างพลังบวกในภาคภูมิภาค
  • พัฒนาทักษะและการแสดงออกอย่างมีคุณค่า
  • เตรียมความพร้อมสู่เวทีระดับภาคและประเทศ

ผลการตัดสินของการประกวดในวันนี้อาจมีทั้งผู้สมหวังและผู้ผิดหวัง แต่สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และการเติบโตจากประสบการณ์ ซึ่งทุกคนยังคงเป็นคนเก่งและมีคุณค่าอยู่เสมอ ขอให้รักษาจุดเด่นเหล่านั้นและมุ่งมั่นเพิ่มพูนให้มากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยการเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรอบข้างอย่างแท้จริง

เราเชื่อว่าการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL ครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ IDOL รุ่นใหม่ที่มีคุณธรรม มีความสามารถ และมุ่งมั่นสร้างผลกระทบดี ๆ ในสังคมอย่างต่อเนื่อง

อย่าลืมติดตามและร่วมเป็นกำลังใจให้เหล่า IDOL หนุ่มสาวที่มีเป้าหมายเป็นเลขหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด เพราะการเริ่มต้นที่ดี คือการเดินทางไปสู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคต

ที่มา – กำแพงเพชร ประกวดกล้วยไข่พันธุ์ดี TO BE NUMBER ONE IDOL

‘อนุสรณ์’ ย้ำพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวกับ ครม.ใหม่

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ พร้อมย้ำว่า ‘พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องกับ ครม.ใหม่’ เลยแม้แต่น้อย

‘อนุสรณ์’ ย้ำพรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยวข้องกับ ครม.ใหม่

จากข้อมูลที่รายงาน นายอนุสรณ์ระบุว่า หน้าตาของ ครม.ใหม่ไม่ว่าจะมองในแง่ใด ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคไม่ได้เป็นฝ่ายสนับสนุน ไม่ได้ลงคะแนนเสียง หรือแม้แต่ขานชื่อให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกฯ ด้วยซ้ำ กล่าวคือ ‘พรรคนี้ไม่ได้มีบทบาทใดในการตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน’ แต่อย่างใด

มองสถานการณ์ปัจจุบันอย่างเป็นกลาง

นายอนุสรณ์ยังอธิบายว่า ครม.ชุดปัจจุบันนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะพรรคประชาชน ได้ให้การสนับสนุนอย่างชัดเจน จนสามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจได้ด้วยมือของพวกเขา ซึ่งหมายความว่า หากพรรครัฐสภาไม่ออกมายืนยันการสนับสนุน รัฐบาลชุดนี้ก็ไม่มีวันเกิดขึ้น

ด้านความร่วมมือกับพรรคประชาชน นายอนุสรณ์กล่าวว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน จึงต้องทำงานตามแนวทางของตนเองอย่างชัดเจนและแน่วแน่ ไม่ใช่แค่ไปสนใจว่าจะร่วมมือกับพรรคใด แต่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง และอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักการของพรรคเพื่อไทย

  • พรรคเพื่อไทยไม่ได้ลงมติหรือขานชื่อรัฐบาลชุดใหม่
  • ลำดับความสำคัญของเพื่อไทยคือการตรวจสอบและท้าทายรัฐบาลอย่างเป็นกลาง
  • พรรคประชาชนคือผู้ผลักดัน ครม.ชุดนี้ด้วยตนเอง

“เวลานี้พรรคประชาชน น่าจะต้องสังเคราะห์ได้ว่า อ้อยเข้าปากช้างยากที่จะดึงออกแล้วได้อ้อยสภาพเดิม เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ เชื่อว่า สังคมจับตาว่าพรรคประชาชนจะล้มรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยที่ตั้งมากับมืออย่างไร” คำพูดของนายอนุสรณ์เป็นการดึงประเด็นให้สังคมสังเกตพฤติกรรมของพรรครัฐสภาที่สนับสนุนรัฐบาล ว่าจะไปในทิศทางใดต่อไป

สิ่งที่แน่ชัดคือ พรรครวมพลังเพื่อไทยจะไม่ปล่อยให้การเมืองดำเนินไปโดยไม่มีการตรวจสอบ ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะวันนี้เพื่อไทยเปรียบเสมือนเสียงแห่งความเป็นกลางของสังคมที่ต้องได้ยิน

บทสรุป: ในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลง ความชัดเจนในการประกาศจุดยืนเป็นสิ่งสำคัญ พรรคเพื่อไทยเลือกที่จะไม่เกี่ยวข้องกับ ครม.ใหม่ และจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งต่อไป เพราะในระบอบประชาธิปไตย ความสุจริตคือหนึ่งเดียวที่ไม่ควรถูกพลเมืองมองข้าม

ที่มา – ‘อนุสรณ์’ ซัดแรง พรรคเพื่อไทยไม่เกี่ยว ครม.ใหม่ ยัน ฝ่ายค้านพร้อมตรวจสอบเข้ม

รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เนื่องในโอกาสมหามงคล 100 ปี

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้จัดงานอย่างเป็นทางการเพื่อ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นมหามงคลสำคัญของแผ่นดินไทย

กิจกรรมในวันนี้มีผู้เข้าร่วมต่างระดับ ทั้งคณะองคมนตรี ประธานรัฐสภา ศาลฎีกา วุฒิสภา หน่วยราชการในพระองค์ และคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ครบ 100 รูป พร้อมวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ ณ พระวิหารหลวง

รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เนื่องในโอกาสมหามงคล 100 ปี

ด้วยความเคารพนับถือในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 รัฐบาลได้ประสานงานกับวัดสุทัศนเทพวราราม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างยิ่งใหญ่ในช่วงวันที่ 20 – 27 กันยายน 2568 เพื่อเป็นการเทิดทูนและรำลึกถึงพระคุณของพระองค์

กิจกรรมสำคัญของงาน

  • พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตร
  • พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ
  • กิจกรรมทางวัฒนธรรม และจิตอาสาทั่วประเทศ
  • เผยแพร่แนวคิดและผลงานของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

การจัดงานในครั้งนี้ มิใช่เพียงเพื่อความเป็นพิธี แต่ยังเป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการถ่ายทอดคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกความเป็นไทย ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และสานต่ออย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หลายหน่วยงานของรัฐ ชุมชน และภาคประชาสังคม ได้ร่วมผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วภูมิภาค โดยเน้นการสร้างแรงบันดาลใจผ่านบริการสาธารณะ นวัตกรรม และความร่วมมือของทุกภาคส่วน

ในที่สุด งานเฉลิมพระเกียรติในโอกาสครบรอบ 100 ปีแห่งพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของปวงชนชาวไทยต่อมหากรุณาธิคุณ และเป็นการรวมพลังสร้างอนาคตของประเทศตามแนวทางของพระองค์

การรำลึกในครั้งนี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนร่วมสร้างสังคมที่ดีขึ้น ด้วยหัวใจที่เคารพ และความรักในสถาบันมั่นคงแห่งแผ่นดินไทย

ที่มา – รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี

มส.ไฟเขียวตั้งทีมที่ปรึกษาตรวจสอบพระธรรมทูต

ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 24/2568 ที่ผ่านมา มีการอนุมัติการจัดตั้ง ทีมที่ปรึกษา เพื่อช่วยเหลือประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตที่เดินทางไปต่างประเทศ ตามข้อเสนอจากพระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นกรรมการมส. และประธานสำนักงานดังกล่าว เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

มส.ไฟเขียวตั้งทีมที่ปรึกษาตรวจสอบพระธรรมทูต

รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ และรักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมมส.ได้อนุมัติการกำหนดโครงสร้างการทำงานของสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยได้มีการเสนอขอแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานสำนักงานใน 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายบรรพชิตและฝ่ายคฤหัสถ์

รายชื่อที่ปรึกษาฝ่ายบรรพชิต

สำหรับที่ปรึกษาฝ่ายบรรพชิต มีพระภิกษุรูปสำคัญหลายคนที่ได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม, พระพรหมดิลก วัดสามพระยา, พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศ, พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส, พระพรหมกวี วัดกัลยาณมิตร, พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา, พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ วัดราชโอรสาราม, พระพรหมวัชรเมธี วัดอรุณราชวราราม, พระพรหมวชิราทร วัดเทวราชกุญชร, พระธรรมเสนาบดี วัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และพระเทพวรสิทธาจารย์ วัดเสมียนนารี

ที่ปรึกษาฝ่ายคฤหัสถ์และบุคลากรสำคัญ

สำหรับฝ่ายคฤหัสถ์ประกอบด้วยบุคคลสำคัญจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ, อธิบดีกรมการกงสุล, ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ส่วนในด้านเลขานุการและผู้ช่วย จะมีพระศรีวัชรศาสตรบัณฑิต วัดปากน้ำ เป็นเลขานุการ, พระมหาเดชจำลอง พุทฺธิเตโช เป็นผู้ช่วยเลขานุการ, และพระมหาบุญชู กิตฺติโชติโก เป็นหัวหน้าสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พร้อมด้วยพระมหาพิชัย วิชยว์โส เป็นรองหัวหน้า

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบภายในวงการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการส่งเสริมพระธรรมไปไกลถึงต่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะในด้านการสอนศีล, การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม หรือการสร้างความเข้าใจระหว่างประเทศต่างๆ กับพุทธศาสนาของไทย

หากคุณเป็นผู้สนใจเรื่องพระธรรมทูตและพุทธศาสนาที่แพร่หลายไปยังนานาประเทศ ข่าวคราวนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง เพราะเป็นการปรับโครงสร้างที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาในเวทีโลก

ที่มา – มส.ไฟเขียวตั้ง ‘ทีมที่ปรึกษา’ ประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ศึก ONE ลุมพินี 125 เอลบรุส เอาชนะ เสมาเพชร คะแนนเอกฉันท์

สำหรับแฟนมวยไทยทั่วโลกต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นสุดๆ กับบรรยากาศของ ศึก ONE ลุมพินี 125 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ เวทีมวยลุมพินี ริมถนนรามอินทรา เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยการแข่งขันในครั้งนี้เรียกได้ว่าเต็มสูบในทุกคู่ และการชกที่ได้รับความสนใจสูงสุดต้องยกให้กับคู่เอกที่นักสู้จากต่างแดนเจอกับนักชกจากเมืองไทยแบบจัดเต็ม

ศึก ONE ลุมพินี 125 “เอลบรุส” เอาชนะ “เสมาเพชร” แบบเอกฉันท์

เริ่มต้นคู่เอกจากคู่ที่ใครๆ ก็จับตาดู “เอลบรุส ออสมานอฟ” แชมป์มวยรัสเซียสุดแกร่ง วัยเพียง 24 ปี เจอกับ “เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์” นักสู้แม่ไม้จากเชียงใหม่ ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ซึ่ง “เสมาเพชร” เคยแพ้มาติดๆ กัน 3 ไฟต์ ทำให้เขาน่าจะมีแรงฮึด wanting to bounce back.

ในยกแรกทั้งสองนักสู้ออกอาการบู๊กันอย่างตื่นเต้น คนดูแห่เชียร์ไม่ขาดสาย แต่เมื่อเข้าสู่ยกสอง “เอลบรุส” เริ่มถ่วงน้ำหนัก ปล่อยหมัดขวาเข้าเสมาเพชรจนเสียนับไปถึง 8 ส่วนในตอนท้ายของยกสาม เสมาเพชรก็ล้มเหลวเสียเปรียบมากยิ่งขึ้น เมื่อครบสามยกทั้งสนามให้ชัยชนะแก่ “เอลบรุส” ถึงแม้จะเป็นแค่คะแนนเอกฉันท์ แต่ก็ถือว่าเป็นไฟต์ที่น่าติดตามอย่างมาก

ภาพบรรยากาศในสนาม

อีกหนึ่งคู่เด่น “ก้องชัย” กวาด “วอลเตอร์” คะแนนเอกฉันท์

นอกจากคู่เอกจากไทยแล้ว ยังมีคู่เอกภาคอินเตอร์อีกหนึ่งคู่ที่ไม่แพ้กัน “ก้องชัย ไฉนดอนเมือง” นักสู้คนดังจากบุรีรัมย์ ที่มีใบหน้าตี๋ถูกใจหลายคน เจอกับ “วอลเตอร์ กอนซาลเวส” คู่ชกรุ่นเก่าของศึก ONE ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.)

ก้องชัย เริ่มต้นรุกเชิงอย่างดุดัน ใช้ขาซ้ายเป็นอาวุธหลักรัวใส่เข้าเป้า ส่วนวอลเตอร์ พยายามใช้ความรวดเร็วโยกหลบ แล้วสะกิดหมัดตอบโต้อย่างแม่นยำ แต่ด้วยพลังการรุกที่มากกว่า ทำให้วอลเตอร์หลังถอยตลอดเวลา จนหมดยกแรกก้องชัยได้เปรียบชัดเจน เมื่อครบสามยกกองเชียร์ทั้งถ้ำรวมเสียงให้ “ก้องชัย” คว้าชัยคะแนนเอกฉันท์คว้าชัยไปได้อย่างน่าประทับใจ

สวีปผลการแข่งขัน ONE ลุมพินี 125

  • เอลบรุส ออสมานอฟ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เสมาเพชร แฟร์เท็กซ์
  • โลแกน ชาน ชนะน็อก ศักดิ์ศรี ซุปเปอร์เล็ก (โบนัส 350,000 บาท)
  • เพชรนิลมังกร น้ำแข็งไอซ์แลนด์ ชนะคะแนนเอกฉันท์ เพชรนาย่า
  • เมห์ดาด คานซาเดห์ ชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ กริชเพชร
  • ก้องชัย ไฉนดอนเมือง ชนะคะแนนเอกฉันท์ วอลเตอร์ กอนซาลเวส

ฟันธง! ศึก ONE ลุมพินี 125 ถือเป็นงานมวยที่เตรียมความสนุกสนานจัดหนักจัดเต็มไว้อย่างพิเศษ ทั้งด้านความสามารถของนักกีฬา และรายละเอียดของการจัดงานที่สมบูรณ์แบบ ใครพลาดไว้ต้องเสียดายรับรองไม่ผิด!

ที่มา – “เอลบรุส” ชนะแต้ม “เสมาเพชร”, “ก้องชัย” ไล่ทุบ “วอลเตอร์” ศึก ONE ลุมพินี 125