ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน เสร็จสิ้นกระบวนการแต่งตั้ง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน เวลา 12.30 น. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางมายังตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อส่งรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีให้ น.ส.ณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อ ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน ในช่วงเย็นวันเดียวกัน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลเพื่อช่วยตรวจสอบประวัติร่วมกัน

ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน พร้อมเสนอเพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัย

เวลา 14.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือ “นายกฯ หนู” ได้เดินทางไปสักการะศาลหลักเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่าได้ประชุมกับหน่วยงานต่างๆ ที่ สลค. เรียบร้อยแล้วเกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน ตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้สามารถกราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตแต่งตั้งรัฐมนตรีได้

ยืนยันรายชื่อรัฐมนตรีผ่านการตรวจสอบแล้ว

นายกฯ กล่าวชัดเจนว่า “ตอนนี้ไม่มีปัญหา รายชื่อครบหมดแล้ว แต่ต้องมีการกรอกแบบฟอร์มให้ตรงกับการนำเสนอเพื่อทูลเกล้าฯ” และยืนยันว่าได้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อแล้ว ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

ภายหลังประชุมที่ สลค. นายอนุทิน เดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รมว.กลาโหม เดินทางมารอต้อนรับ ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้สื่อข่าวจำนวนมาก จนเกิดเหตุพล.อ.ณัฐพลลื่นหล่นแต่สามารถจับราวได้ทัน

เมื่อถามถึงความรู้สึกหลังจาก ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน เสร็จสิ้น นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า “เสร็จภารกิจที่เกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน แล้ว ก็ถือว่าผ่านไปอีกเปลาะ แต่ก็ยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่ยังต้องทำ” และกล่าวอธิษฐานขอพรให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า มีความสงบสุข และประชาชนมีความสามัคคี

รายชื่อรัฐมนตรีชุดใหม่ ครบถ้วนตามโควตาพรรค

รัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน ประกอบด้วยตัวแทนจากหลายพรรค เช่น เพื่อไทย ภูมิใจไทย กล้าธรรม พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ โดยมีผู้รับผิดชอบในกระทรวงต่างๆ ดังนี้:

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย
  • 2. น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย
  • 3. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม
  • 4. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม
  • และอีกหลายตำแหน่ง ครอบคลุมทุกหน่วยงานหลักของรัฐ

ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเชิงรุก

พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ประกาศเตรียมอภิปรายนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับการทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า หากได้รับความไว้วางใจ จะเปิดโฉมหน้ารัฐมนตรีชุดถัดไปที่มีประสิทธิภาพเพื่อยุบสภาในช่วง 4 เดือน และเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในเวลาที่เหลือ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวเพิ่มเติมว่าจะประสานงานกับพรรคเพื่อไทยเพื่อผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ และสร้างความร่วมมือในการกำหนดวาระการประชุมสภา

ในเรื่องการเมืองภายใน พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยังเผชิญกับการแบ่งกลุ่ม หลังจากการโหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ มีผู้เสนอปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคแต่ถูกชะลอด้วยแรงจากกลุ่มของนายพีระพันธุ์

นายทักษิณยังคงรับการดูแลภายในเรือนจำ

ด้านอื่น นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า อดีตนายกฯ นายทักษิณ ชินวัตร ยังคงรับการดูแลภายในเขตแดนพยาบาลของเรือนจำกลางคลองเปรม โดยญาติได้เยี่ยมในวันที่ 15 ก.ย. นายทักษิณยังคงมีกำลังใจสูง และรับประทานอาหารตามเมนูปกติ เช่น ไข่ต้ม กาแฟดำ และก๋วยเตี๋ยว

ที่มา – “ทูลเกล้าฯ ครม.อนุทิน”

อาร์เตตาหวังมาร์ติเนลลีกลับมามั่นใจหลังยิงบิลเบา

มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ออกมากล่าวชื่นชม กาเบรียล มาร์ติเนลลี หลังจากที่ศูนย์หน้าวัยน้อยได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวสำรอง แต่กลับเปลี่ยนเกมให้ทีมด้วยประตูสำคัญในเกมบุกเฉือนชนะ แอธเลติก บิลเบา 2-0 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ยังคงมีอยู่แม้จะไม่ได้เป็นตัวจริงเสมอไป

อาร์เตตาหวังมาร์ติเนลลีกลับมามั่นใจหลังยิงบิลเบา

เกมนี้ อาร์เตตานำทีมด้วยการวาง มาร์ติเนลลี บนม้านั่งสำรอง แต่เมื่อเห็นว่าเกมเริ่มเข้าสู่ช่วงท้าย กุนซือชาวสแปนิชจึงตัดสินใจหย่อนเขาลงสนามแทน เอเบเรชี เอเซ ในนาทีที่ 71 ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลทั้งสนาม และผลปรากฏว่าการตัดสินใจนั้น “แม่นยำเหลือเกิน”

เพียง 2 นาทีหลังลงสนาม มาร์ติเนลลี ก็ได้รับบอลจาก เลโอ ทรอสซาร์ ก่อนจะลากเดี่ยวจากแดนกลางผ่านกองหลังเจ้าบ้านเข้าไปกดเต็มเปี่ยงให้ “ปืนใหญ่” ขึ้นนำไป 1-0 จากนั้นเขายังจ่ายบอลต่อให้ทรอสซาร์ซัดอีก 1 ลูกภายในนาทีเดียว เสริมประตูตอกฝาโลง 2-0 อย่างน่าทึ่ง

เป้าหมายของอาร์เตตาหลังเกมนี้

ภายหลังจบเกม มิเกล อาร์เตตา กล่าวว่า “ผมมองไปที่ม้านั่งสำรอง มองไปที่ มาร์ติเนลลี มองตาเขา และเห็นว่า เขาพร้อม และเลโอ (ทรอสซาร์) ก็เช่นกัน ผมมั่นใจว่า มาร์ติเนลลี จะตอบสนองอย่างนั้น” พร้อมเสริมว่า “ผมหวังว่าช่วงเวลานี้จะช่วยมอบความมั่นใจให้เขาอีกครั้ง เพราะเขาเป็นนักเตะที่โดดเด่น และผมก็ดีใจที่เขาเป็นคนตัดสินเกมนี้ด้วยการเล่นทั้ง 2 จังหวะของเขา”

การกลับมาในเกมของ มาร์ติเนลลี หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ไม่มั่นใจ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทีมเก็บชัยสำคัญในการเยือนถิ่น “บิลเบา” ได้สำเร็จ แต่ยังเป็นสัญญาณที่ดีต่ออนาคตของเขากับทีมในศึกต่างๆ ที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะในบทบาทของตัวสำรองที่พร้อมช่วยเจาะเกมได้ทุกเมื่อที่ได้รับโอกาส

ผลการแข่งขันในเกมนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลให้ อาร์เซนอล ได้ขึ้นนำกลุ่มในช่วงต้นฤดูกาล แต่ยังยกระดับความมั่นใจให้กับนักเตะหลายคน โดยเฉพาะ มาร์ติเนลลี ที่กลับมาจุดประกายฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังจากเงียบหายไปนาน

สิ่งสำคัญของการใช้ตัวผู้เล่นสำรองอย่างมีประสิทธิภาพในเกมระดับแชมเปี้ยนส์ คือความสามารถในการพลิกสถานการณ์ และสร้างแรงผลักดันให้ทีมตลอดทั้งฤดูกาล มาร์ติเนลลี คือหนึ่งในนักเตะที่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

หากทีมสามารถใช้ความสามารถของนักเตะทุกคนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อาร์เซนอล มีโอกาสสูงที่จะก้าวไปได้ไกลในศึกที่ต้องการพลัง ความมุ่งมั่น และความมั่นใจจากนักเตะทุกตัว ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เหมาะสมแล้ว

ติดตามข่าวฟุตบอลกับเราเพื่อไม่พลาดสิ่งสำคัญทุกข่าวสาร!

ที่มา – “อาร์เตตา” หวัง “มาร์ติเนลลี” กลับมามั่นใจหลังระเบิดตาข่าย “บิลเบา”

ทั่วไทยฝนเพิ่มตกหนัก ‘ตะวันออก-ใต้’ 4 จังหวัดระวังอันตราย

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2568 ระบุว่า ทั่วไทยฝนเพิ่มตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ ระนอง พังงา จันทบุรี และตราด ประชาชนในพื้นที่ควรเตรียมพร้อมรับมือและระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ทั่วไทยฝนเพิ่มตกหนักในพื้นที่เสี่ยง

สาเหตุของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ เกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น รวมถึงร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำที่กำลังแรงในทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ความชื้นในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น และก่อให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ความเคลื่อนไหวของพายุในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังมีพายุดีเปรสชันที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อนและเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 19–20 กันยายน 2568 ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางอ้อมจากลมมรสุมที่พัดผ่านบริเวณดังกล่าว

สรุปพยากรณ์รายภาค

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง 40% ของพื้นที่ โดยเฉพาะในแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่งในชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา
  • ภาคกลาง: ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ เฉพาะอุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง 70% และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในพื้นที่ จันทบุรี ตราด และชลบุรี
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): ฝนฟ้าคะนอง 60% บางแห่งมีฝนตกหนักในเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): ฝนตกหนักถึงหนักมากในระนอง พังงา และภูเก็ต
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล: ฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ผู้ประสบจาก ทั่วไทยฝนเพิ่มตกหนัก ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลาดชัน เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ชายทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร โดยเฉพาะในทะเลอันดามันตอนล่างและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรหลีกเลี่ยงการออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าว

หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน เพื่อรักษาความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – ทั่วไทยฝนเพิ่มตกหนัก ‘ตะวันออก-ใต้’ 4 จังหวัดรับมือระวังอันตราย

เดลินิวส์ 17 ก.ย. อนุทินนำชื่อครม.ไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2568 นำเสนอข่าวเด่นหลากหลายประเด็นทั้งในและนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความเคลื่อนไหวในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศ

เดลินิวส์ 17 ก.ย. อนุทินนำชื่อครม.ไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว

หนึ่งในประเด็นสำคัญของวันนี้คือ เดลินิวส์ 17 ก.ย. อนุทินนำชื่อครม.ไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว ร่วมกับคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางไปกราบบังคมทูลรายงานต่อพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมทั้งขอพรจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อความเจริญก้าวหน้า สงบ และสามัคคีของประเทศ รวมถึงมีการน้อมรำลึกถึงการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ผ่านมา

นโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของอนุทิน

ทั้งนี้ อย่างเป็นทางการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามภารกิจของรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน นโยบายด้านสาธารณสุข การพัฒนาเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ

อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นกระแสบนโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน คือ โครงการ คนละครึ่ง ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าการใช้จ่ายในรูปแบบที่ผ่านแอปพลิเคชันนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินจากธนาคารหรือบัตรเครดิตใด ๆ ทำให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภครู้สึกสบายใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีกระแสความกังวลเกี่ยวกับการระเบิดของผู้ใช้งานในช่วงสั้น ๆ ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพิ่มการตรวจสอบและเตรียมแนวทางรับมือ

ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สภาพการณ์ที่กำลังตึงเครียดระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชากำลังได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการรื้อรั้วของชาวเขมรบริเวณด่านรับจุดหนองจาน ซึ่งกองทัพเรือและทหารพิทักษ์ชายแดนไม่สามารถรอคำตอบจากฝ่ายเขมรได้ จึงยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมตอบโต้ หากเหตุการณ์ยังคงลุกลาม

ด้านกฎหมายและคดีความ สีกาเยอรมันได้ส่งทนายความเข้าพบกองปราบปรามเพื่อสำรวจข้อมูลในคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งที่มีข้อสันนิษฐานว่ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติเกี่ยวกับเส้นเงิน ทั้งนี้ เจ้าอาวาสได้แจ้งความชี้แจงและปฏิเสธข้อกล่าวหา

ในเรื่องภัยพิบัติ อีกหนึ่งพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักคือ 11 จังหวัดในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีรายงานว่า น้ำจากแม่น้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน จังหวัดกาญจนบุรีถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ฝนจะยังตกหนักต่อเนื่องจนถึงวันที่ 19 กันยายนนี้

เป็นเหตุให้ชุมชน หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการป้องกันและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

ในภาพรวม จากข่าวในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์นั้น สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ในประเทศที่เต็มไปด้วยความท้าทายทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ในขณะที่แผ่นดินไทยยังมุ่งสู่ความมั่นคงยั่งยืน แต่ก็จำเป็นต้องมีความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้น

หากคุณเป็นผู้ติดตามข่าวสารระดับประเทศ เราขอแนะนำให้ติดตาม เดลินิวส์ 17 ก.ย. อนุทินนำชื่อครม.ไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว ให้ครบทั้งฉบับจริงและฉบับล่วงหน้า เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล

ที่มา – เดลินิวส์ 17 ก.ย. อนุทินนำชื่อครม.ไหว้ศาลหลักเมือง-วัดพระแก้ว

ข้าราชการโดนอายัดบัญชี ‘ม้าดำ’ หลังถอนแจ้งความแล้ว

กรณีของข้าราชการที่ประสบปัญหาหลังจากถูกอายัดบัญชีเข้ากรณี ‘ม้าดำ’ ทั้งที่ได้ทำการถอนแจ้งความไปแล้วนั้น เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้บริสุทธิ์อย่างหนัก

ข้าราชการโดนอายัดบัญชี ‘ม้าดำ’ ทั้งที่ไม่ได้เป็นมิจฉาชีพ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน เพจ Drama-addict ได้เผยแพร่เรื่องราวของข้าราชการผู้หนึ่ง ซึ่งประสบกับปัญหาบัญชีธนาคารถูกอายัดเข้าสู่กรณี ‘ม้าดำ’ เกือบ 4 เดือน แม้จะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับคดีจริง แต่กลับถูกกระทบจากความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากความเข้าใจผิด

เรื่องราวเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 ขณะที่ผู้เสียหายเดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดชลบุรี โดยได้เช่าพูลวิลล่าและวางเงินประกัน 3,000 บาท หลังจากเช็กเอาต์ ผู้เสียหายได้โอนเงินคืนเงินประกันให้เจ้าของบ้าน จนเกิดความเข้าใจผิด เจ้าของบ้านรับเงินซ้ำอีก 2 ครั้ง

เมื่อทราบว่ามีการโอนเกิน ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อขอโอนเงินส่วนเกินกลับคืน หากแต่เจ้าของบ้านเข้าใจว่าถูกหลอกลวง จึงได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง และขออายัดบัญชีของผู้เสียหายทันที แม้ในภายหลังจะมีการถอนแจ้งความออกไปแล้ว แต่บัญชีก็ยังคงถูกอายัดจนถึงปัจจุบัน

ข้าราชการโดนอายัดบัญชี ‘ม้าดำ’ ส่งผลกระทบต่อชีวิตมาก

จากข้อมูลที่ได้รับ ผู้เสียหายเล่าต่อว่า “ผมได้ทำการโอนเงินคืนต่อหน้าร้อยเวรและทำการถอนแจ้งความเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ทุกบัญชีของผมก็ถูกระงับโดยธนาคารและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากถูกจำแนกเข้าสู่เคส ‘ม้าดำ’”

แม้คดีจะไม่มีมูล แต่ข้าราชการรายนี้ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดทางการเงินมาเกือบ 4 เดือน เพราะระบบของการดำเนินคดีในกรณี ‘ม้าดำ’ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการส่งสำนวนให้อัยการ และรอคำสั่งไม่ฟ้อง จึงจะสามารถปลดอายัดได้ เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน และส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต

ปัจจุบัน ผู้เสียหายเผยว่า ไม่สามารถใช้จ่ายเงินเดือนหรือเงินเก็บได้เลย เนื่องจากบัญชีทั้งหมดถูกอายัด ครอบครัวจึงต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก ทั้งการใช้จ่ายประจำวัน การกู้เงินจากสหกรณ์ และธุรกรรมทางการเงินทุกรูปก็ไม่สามารถทำได้

หน่วยงานควรเร่งช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์

ผลกระทบที่เกิดขึ้น ยังคงเป็นคำถามสำคัญเกี่ยวกับเหตุผลที่บัญชียังถูกอายัดแม้ถอนแจ้งความแล้ว และเรื่องนี้ถูกนำมาเป็นกรณีศึกษาเพื่อให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับรู้และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะไม่ใช่แค่ความตั้งใจของผู้เสียหายเท่านั้นที่ควรได้รับการพิสูจน์ แต่ชีวิตและสิทธิของผู้บริสุทธิ์ก็ควรได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ประสบกับเหตุการณ์คล้ายกันอย่าเงียบงัน และควรติดต่อประสานกับช่องทางช่วยเหลือที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร สภ.ท้องที่หรือ even Legal Aid เพื่อขอดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนกฎหมายอย่างถูกต้อง อย่าปล่อยให้ความผิดพลาดของผู้อื่นกลายเป็นภาระของคุณ

ที่มา – ข้าราชการเดือดร้อนหนัก! ถอนแจ้งความแล้ว แต่บัญชีถูกอายัดเข้ากรณี ‘ม้าดำ’ นานเกือบ 4 เดือน”

เอ็มบัปเป กด 2 จุดโทษพา ราชันชุดขาว 10 ตัวเชือดโอแอมหวิว

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น เมื่อ เรอัล มาดริด แชมป์เก่าที่คว้าแชมป์มาแล้ว 15 สมัยจากลาลีกา สเปน ได้เปิดสนาม ซานติอาโก เบร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ โอลิมปิก มาร์กเซย ทีมจากลีก เอิง ฝรั่งเศส ผลสรุปเป็นชัยชนะอย่างสนุก 2-1 สำหรับทีมราชันชุดขาว ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วงท้ายเกม

เอ็มบัปเป กด 2 จุดโทษพา ราชันชุดขาว ลุ้นหอบชัยกลับบ้าน

แมทช์นี้ เริ่มต้นด้วยจังหวะบุกแรงของ มาร์กเซย ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้แฟนบอล หลังจากสามารถซัดประตูขึ้นนำก่อนได้ในนาทีที่ 22 เมื่อ เมสัน กรีนวูด ฉกบอลจากกลางสนาม เรียดผ่านแนวรับก่อนจะไหลให้ ทิม เวอาห์ จบสกอร์จนช่วยให้ทีมเยือนขึ้นนำ 1-0

อย่างไรก็ตาม รีล มาดริด ไม่ยอมแพ้ง่าย ทีมชุดขาวตั้งหลักป้องกันกลับและหาจังหวะสวนกลับอย่างหนัก เกมนี้มีชื่อของ คีลิยัน เอ็มบัปเป ที่ลงเต็มเกม และช่วยทีมตีเสมอ比分การแข่งขันกลายเป็น 1-1 ในนาทีที่ 29 จากลูกจุดโทษที่เขาสังหารได้สวยงาม

เอ็มบัปเป ทั้งผู้เล่นและผู้นำ

ท้ายเกมเข้าสู่นาทีที่ 72 เหตุการณ์ต้องเปลี่ยนไปเมื่อ ดานี การ์บาฆาล ได้รับใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะสไลด์เข้าแท็กเคโรนิโม รุลลี นายทวารทีมเยือน จังหวะดังกล่าวทำให้ รีล มาดริด เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน แต่นี่กลับไม่ใช่จุดจบสำหรับราชันชุดขาว

พวกเขาแย่งชัยกลับคืนมาได้ในนาทีที่ 81 เมื่อ เอ็มบัปเป ก้าวขึ้นสังหารประตูที่หนึ่งจากจุดโทษ หลังเกมหยุดชั่วคราวเพราะมีปัญหา VAR เกิดขึ้น เมื่อเขาเปลี่ยนลูกยิงจากฝั่งซ้ายครึ่งหลังเป็นประตูไม่ได้ และถูกตัดสินให้เป็นจุดโทษก่อนจะไปซัดเข้าไปทำให้ รีล มาดริด เป็นฝ่ายพลิกกลับมานำ 2-1

ในความมืดของเกมนี้ เอ็มบัปเป คือแพลตฟอร์มสำคัญของทีม ผลงาน 2 ประตูจากจุดโทษของเขา ทำให้เจ้าบ้านมีชัยที่แม้จะเหลือผู้เล่นต่ำ แต่ผลลัพธ์คือความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

  • ผลการแข่งขันอื่น ๆ :
  • แอธ. บิลเบา แพ้ อาร์เซนอล 0-2
  • พีเอสวี แพ้ แซงต์ ชิลลัวส์ 1-3
  • เบนฟิกา แพ้ คาราบัก 2-3
  • ยูเวนตุส เสมอ ดอร์ตมุนด์ 4-4
  • สเปอร์ส ชนะ บียาร์รีล 1-0

แมตช์นี้ชัดเจนว่าเอ็มบัปเป เป็นทั้งผู้เล่นและผู้นำอย่างแท้จริง ด้วยความสามารถส่วนตัวและจิตใจที่แข็งกร้าว แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่เขายังสามารถพาทีมผ่านมันไปได้อย่างน่าทึ่ง การโชว์ฟอร์มของเขานั้นไม่เพียงแค่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนบอล แต่ยังช่วยให้ รีล มาดริด ยืนหยัดอยู่ในกลุ่มแชมป์อีกครั้ง

หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล อย่าพลาดไม่ติดตามเส้นทางของ คีลิยัน เอ็มบัปเป ต่อไป เพราะเขายังมีอะไรจะพาให้โลกได้อีกมาก

ที่มา – “เอ็มบัปเป” กด 2 จุดโทษพา “ราชันชุดขาว” 10 ตัวเชือดโอแอมหวิว

รีวิวจริง! ปลดอายัดบัญชีจาก พ.ร.ก.ฯ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการถูกอายัดบัญชีธนาคารภายใต้มาตรการของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จนกระทบต่อชีวิตประจำวันและธุรกิจอย่างหนัก เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ของผู้ใช้บัญชีรายหนึ่งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างไม่คาดคิด

รีวิวจริง! ปลดอายัดบัญชีจาก พ.ร.ก.ฯ

ในวันที่ 17 กันยายน เพจ Facebook Weerapong Saikeawthuam ได้แชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเอง เมื่อบัญชีธนาคารของเขาถูกอายัดหลายแห่ง เพราะเงินที่ได้รับมามีลักษณะต้องสงสัย แม้ไม่มีความผิดแต่อย่างใด แต่กลับต้องเผชิญกับความลำบากทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตประจำวัน

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม บัญชีธนาคารแรกของเขาถูกอายัดบางส่วน หลังจากมีการโอนเงินที่ถูกตรวจพบว่ามีลักษณะต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ธนาคารแนะนำว่าไม่ต้องทำอะไร เพราะจะถูกปลดภายในไม่กี่วัน ซึ่งในครั้งนั้นก็เป็นไปตามคำแนะนำ

ปัญหา escalates

แต่เมื่อวันที่ 2 กันยายน บัญชีอีกแห่งหนึ่งของเขากลับถูกอายัดทั้งหมด ทำให้เกิดผลกระทบต่อร้านค้าที่ทำธุรกิจด้วยกันอย่างหนัก และเมื่อวันที่ 5 กันยายน เจ้าหน้าที่แจ้งว่า บัญชีถูกอายัดตาม พ.ร.ก. ต้องติดต่อ ศูนย์ 1441 เพื่อขอหมายเลขอ้างอิง ซึ่งทำให้เขาต้องวิ่งเต้นหลายหน่วยงาน

เมื่อวันที่ 11 กันยายน มีการรับทราบเพิ่มเติมว่าบัญชีของเขามีการถูกอายัดตามมาตรการของ พ.ร.ก. อย่างเป็นทางการ ทำให้เขาต้องเดินทางไปที่ธนาคารถึง 4 สาขาเพื่อขอปลดอายัด ซึ่งบางแห่งสามารถดำเนินการได้ไว แต่บางแห่งก็ยังใช้เวลาเป็นสัปดาห์

  • ผลกระทบต่อธุรกิจ
  • ปัญหาในการใช้แอปพลิเคชันกระเป๋าเงิน
  • ความไม่สะดวกในการใช้จ่ายประจำวัน
  • เวลาในการยื่นเอกสารยืนยันตัวตนยาวนาน

ผู้ประสบเหตุการณ์เผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่เกิดขึ้นจริง และส่งผลต่อชีวิตในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการชำระเงิน การใช้บัตรเครดิต และแม้แต่การทำธุรกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนต้องใช้เวลา และเอกสารเป็นจำนวนมาก

สรุปประสบการณ์ที่ควรรู้

จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ แม้จะไม่มีเจตนาร้ายหรือความผิดใด ๆ การมีบัญชีที่ถูกหยุดการใช้งานทั้งหมด ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก และเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้

หากคุณกำลังเผชิญกับเหตุการณ์ทำนองนี้ การติดต่อธนาคาร หรือศูนย์ 1441 เพื่อรับรองความถูกต้องของบัญชีคือสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ ควรเตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วนเพื่อให้ขั้นตอนการปลดอายัดเป็นไปอย่างรวดเร็ว

การระมัดระวังในทุกธุรกรรมทางการเงินยังคงเป็นสิ่งสำคัญ และหากใครอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน อย่าเพิ่งตกใจหรือท้อแท้ ควรรีบดำเนินการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างทันท่วงที

ที่มา – “รีวิวจริง! ปลดอายัดบัญชีจาก พ.ร.ก.ฯ กับประสบการณ์เดือดร้อนธุรกิจและชีวิตประจำวัน”

ยังไร้วี่แวว! ค้นหายาย 70 ปีหลงป่า 19 วัน

จากกรณีเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นางหลงมา พิมเสน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ยายคูณ อายุ 70 ปี หลงป่าขณะออกไปหาเห็ดบริเวณเทือกเขาพังเหย ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ โดยตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. เป็นต้นมา ไม่มีใครพบเธออีกเลย

รองรับด้วยการกระตุ้นของญาติและชุมชน นายกวี พิมเสน สามีของยายคูณ เร่งรวมตัวเครือญาติและคนในพื้นที่กว่า 15 คน จัดทีมค้นหาอย่างต่อเนื่องภายในเขตป่าบริเวณดอยสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างไกลและมีลักษณะป่าหนาแน่น

ยังไร้วี่แวว! ค้นหายาย 70 ปีหลงป่า 19 วัน

แม้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ทหาร หน่วยค้นหาผู้สูญหาย นักปีนเขา รวมถึงทีมกู้ภัยเอ็นดูโร่ และสุนัขช่วยค้นหา (K9) จะเข้าไปในพื้นที่ค้นหาหลายจุด ทั้งเนินหินหย่อง วัดร้าง ศาลา ห้องน้ำบ่อเกลอะ และติดตามทางลำห้วย แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆ ของยายคูณ

ความลึกลับของอุทยานพังเหย

พื้นที่เทือกเขาแห่งนี้ค่อนข้างกว้างใหญ่และมีความลึกลับ ไม่มีเส้นทางเดินป่าชัดเจน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยเนินเขาหิน และป่าทึบ บางคนถึงกับเรียกมันว่า “ป่าอาถรรพณ์” โดยเฉพาะเพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีคนหายตัวไปแล้วเมื่อ 4 ปีก่อน และไม่มีใครพบจนถึงทุกวันนี้

  • ชื่อผู้สูญหาย: นางหลงมา พิมเสน หรือยายคูณ อายุ 70 ปี
  • หายตัวไปเมื่อวันที่: 29 สิงหาคม 2568
  • เวลาที่หาย: ช่วงบ่าย
  • สถานที่: พื้นที่เทือกเขาพังเหย ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ
  • ระยะเวลาที่ผ่านมา: กว่า 19 วัน
  • จำนวนผู้ร่วมค้นหา: กว่า 300 คน รวมเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน
  • สถานการณ์ปัจจุบัน: ยังไม่พบเบาะแสใดๆ

หลายคนเริ่มลางใจว่าคนที่หายตัวไปอาจจะถูกกระแสน้ำพัดตัวลอยไปในลำห้วยหรือตกลงไปในเหวลึก แต่การไม่พบกลิ่นหรือร่องรอยใดๆ ทำให้เรื่องราวนี้น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้น

การยังไร้วี่แวว! ค้นหายาย 70 ปีหลงป่า 19 วันนั้นไม่เพียงแค่ความสูญเสียของหนึ่งครอบครัว แต่ยังสะท้อนถึงความอันตรายของพื้นที่ธรรมชาติที่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

หากคุณเป็นผู้ที่เคยเข้าไปในพื้นที่แถบนี้หรือมีข้อมูลที่อาจมีประโยชน์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ทันที พลเมืองดีคนหนึ่งอาจคือความหวังของครอบครัวนี้ได้

ที่มา – ยังไร้วี่แวว! ค้นหายาย 70 หลงป่านาน 19 วัน เชื่อป่าอาถรรพณ์เคยมีคนหายลึกลับ

“ปืนใหญ่” บุกสอย “บิลเบา” ถึงบ้านเกมเปิดหัวแชมเปี้ยนส์ ลีก

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสทองของ อาร์เซนอล ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษในการ “เปิดหัว” ด้วยชัยชนะแบบจัดเต็ม หลังบุกไปชนะ แอธเลติก บิลเบา ถึงบ้าน 2-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญได้เป็นอย่างดี

“ปืนใหญ่” บุกสอย “บิลเบา” ถึงบ้านเกมเปิดหัวแชมเปี้ยนส์ ลีก

แม้ว่าเกมนี้จะดูคู่แข่งขันสูสีกันอย่างหนัก แต่ผลงานของทั้งสองทีมกลับแยกระหว่าง “โอกาส” กับ “การจบสกอร์” และเป็น “ปืนใหญ่” ที่คลายความหิวได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเปิดฉากได้ประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 72 จากจังหวะที่ เลอันโดร ทรอสซาร์ จ่ายบอลให้ การเบรียล มาร์ติเนลลี หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดผ่านมือ อูไน ซีมอน มือกาวของทีมจากสเปนเข้าถิ่นได้อย่างแม่นยำ

ทรอสซาร์ ยิงคืนต้องได้ผล

ทว่าหลังจากที่บ้าน “บิลเบา” เสียประตูไป พวกเขาก็พยายามเร่งเกมรุกตีไข่แตก แต่กลับกลายเป็น “จุดตาย” ของทีม เมื่อ “ปืนใหญ่” ได้โอกาสสวนกลับอย่างเฉียบขาด และมาได้ประตูเพิ่มเป็น 2-0 จากจังหวะที่ “ทรอสซาร์” ซัดด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย ในนาทีที่ 87 ตอกฝาหีบให้เกมนี้จบอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

สำหรับแมตช์นี้ นอกจากจะสร้างขวัญให้แฟนบอล “อาร์เซนอล” แล้ว ยังนับเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพและความตื่นตัวของทีมในสนามระดับยุโรปอีกด้วย ซึ่งหากพวกเขาใช้ฟอร์มเช่นนี้สู้ต่อได้ ก็มีสิทธิ์ลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างใจเย็น

อย่างไรก็ตาม แม้จะยิงได้ประตูขึ้นนำและได้ประตูย้ำชัย แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ “มุมมอง” ของ “ปืนใหญ่” ที่เริ่มต้นในสนามแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยความมั่นใจและมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สมควร

ส่วนในแมตช์อื่นของรอบเดียวกันนั้น พีเอสอี ไอนด์โฮเฟน พลาดท่าแพ้ให้กับ แซงต์ ชิลลัวส์ ไปแบบขาดลอย 1-3 ทำให้ความหวังในสนามแชมเปี้ยนส์ ลีก ของทีมจากฮอลแลนด์กำลังเริ่มมืดมน

  • ฟอร์มการเล่นของ “ปืนใหญ่” เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม
  • การปิดเกมของแนวรุกอังกฤษสร้างความประทับใจ
  • ประตูจาก มาร์ติเนลลี และทรอสซาร์ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
  • “บิลเบา” พลาดเจาะแนวรับของอาร์เซนอลไม่ได้เลย
  • ทีมจากอังกฤษได้เปรียบในการลุ้นรอบต่อไป

สามารถติดตามผลฟุตบอลและการวิเคราะห์เชิงลึกต่อได้ที่เว็บไซต์ของเรา และเชียร์ทีมโปรดของคุณไปด้วยกัน

มองไปข้างหน้า ถ้า “ปืนใหญ่” ไม่หยุดยั้งการพัฒนาและรักษาฟอร์มไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โอกาสในการไปต่อในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นเรื่องที่ไม่ใช่แค่ฝัน

ที่มา – “ปืนใหญ่” บุกสอย “บิลเบา” ถึงบ้านเกมเปิดหัวแชมเปี้ยนส์ ลีก

ตำรวจไทย–กัมพูชา จับมือปราบสแกมเมอร์และค้ามนุษย์

เมื่อวันที่ 16 กันยายน เวลา 20.15 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.เซียง ซาริด รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา และคณะ เผื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหา อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ แก๊งสแกมเมอร์ ที่หลอกลวงประชาชนชาวไทย

ตำรวจไทย–กัมพูชา จับมือปราบสแกมเมอร์และค้ามนุษย์

การประชุมครั้งนี้เป็นการต่อเนื่องจากการประชุม GBC เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา เพื่อหารือแนวทางหลักในการแก้ปัญหา คอลเซนเตอร์ลักลอบ ที่ตั้งอยู่ในดินแดนกัมพูชา และเป็นภัยต่อประชาชนไทย โดย双方ตกลงจะดำเนินการร่วมกันผ่านแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่จะประกาศภายในสิ้นเดือนนี้

ความร่วมมือภาคพื้นที่

ด้านประเทศไทยจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดน เช่น ปอยเปต และจังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อตรวจสอบและปิดฐานคอลเซนเตอร์ที่อาจยังคงดำเนินกิจกรรมอยู่ โดยจะใช้ข้อมูลจากการแจ้งความออนไลน์เกี่ยวกับการหลอกลวงและการค้ามนุษย์เป็นข้อมูลหลักในการตรวจสอบ

พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า การประชุมใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากต้องจัดทำเอกสารให้ถูกต้องทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเขมรก่อนนำไปเสนอที่ประชุม JBC ในครั้งถัดไป ทั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชายืนยันว่าจะร่วมมืออย่างเต็มที่ในการปราบปราม สแกมเมอร์และค้ามนุษย์ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกัน พลตรี สุรวิทย์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยเพิ่มเติมว่า หลังการประชุมได้มีการตรวจสอบข้อมูลคลิปปลอมบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นคลิปที่ถูกตัดต่อจากเหตุการณ์จริงเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยยืนยันว่าஇնформацияดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บิดเบือน มีจุดประสงค์ในการปลุกระดมความตื่นตระหนกกับประชาชนของทั้งสองประเทศ

  • การประชุมเพื่อแก้ไข อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกับฝ่ายกัมพูชา
  • การติดตามฐานคอลเซนเตอร์ในพื้นที่แนวชายแดน
  • การใช้ข้อมูลจากการร้องเรียนออนไลน์เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในอนาคต

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 จะยังคงติดตามและผลักดันการร่วมมือในข้อตกลง GBC โดยเฉพาะเรื่องการเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว การแก้ปัญหาพื้นที่บ้านหนองจาน และการจัดตั้งคณะทำงานในระดับอำเภอ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้จริง

การร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างไทยและกัมพูชานี้ เป็นสัญญาณที่ดีในการลดปัญหาอาชญากรรม และความเสียหายที่เกิดกับคนไทยจากอาชญากรรมไซเบอร์และสแกมในพื้นที่ต่างดินแดน โดยจะทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ตำรวจไทย–กัมพูชา จับมือปราบสแกมเมอร์และค้ามนุษย์ ยืนยันความเสียหายต่อคนไทยลดลง