ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

นักวิทยาศาสตร์เผยผลลัพธ์การทดลองเกี่ยวกับสมองและลางสังหรณ์

ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ลางสังหรณ์” หรือการรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า (Precognition) ถือเป็นหัวข้อที่น่าสนใจไม่น้อยในวงการวิทยาศาสตร์ เนื่องจากมีหลายคนรายงานว่าในบางครั้งพวกเขารู้สึกว่าจะเกิดบางสิ่งขึ้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง แม้ว่าแนวคิดนี้ดูเหมือนเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่กลับมีหลักฐานเชิงสถิติที่นักวิทยาศาสตร์หลายรายนำมาวิเคราะห์เพื่อพิสูจน์ว่าจิตสำนึกของเราอาจสามารถ “ก้าวข้ามเวลา” ได้

นักวิทยาศาสตร์เผยผลลัพธ์การทดลองเกี่ยวกับสมองและลางสังหรณ์

หนึ่งในโครงการวิจัยที่สำคัญเกิดขึ้นจากงานของ ดร. ดีน ราดิน นักปรจิตวิทยาชื่อดัง ซึ่งดำเนินการทดลองในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ขณะทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเนวาดา สหรัฐอเมริกา เขาได้สร้างสมมติฐานว่า ความสามารถในการคาดการณ์อนาคตอาจมีการส่งสัญญาณทางสมองก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นจริง

การทดลองที่เปลี่ยนความเข้าใจ

วิธีการทดลองของเขาคือการใช้เครื่อง EEG บันทึกคลื่นไฟฟ้าสมองของผู้เข้าร่วมขณะแสดงข้อความและภาพที่สุ่มส่งเข้าสู่ระบบทัศนูปกรณ์ การใช้ภาพที่ให้ความรู้สึกบวก เช่น ภาพพระอาทิตย์ขึ้น และภาพที่ให้ความรู้สึกเชิงลบ เช่น อุบัติเหตุรถยนต์ ทำให้สามารถวัดปฏิกิริยาสมองได้ก่อนที่ภาพจะปรากฏขึ้นจริงในเวลา 5 วินาที

ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าตื่นตาตื่นใจ คือ สมองของผู้เข้าร่วมแสดงความเข้มข้นของสัญญาณไฟฟ้ามากกว่าปกติเมื่อพวกเขาคาดว่าจะได้เห็นภาพในเชิงลบ เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า “ลางสังหรณ์” หรือความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคตอาจมีอยู่จริง แม้การทำงานของสมองจะยังไม่เข้าใจภาพที่แท้จริง

  • ก้าวแรกของการ “รู้อนาคต” เริ่มต้นในห้องทดลอง
  • ภาพที่ส่งผลต่อสมองในเชิงบวกและลบให้ผลต่างกัน
  • ความเชื่อมโยงของจิตสำนึกกับเวลาอาจไม่เป็นเส้นตรง

งานวิจัยของดร. ราดินไม่เพียงได้รับการยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก เท่านั้น แต่ยังถูกนำไปพัฒนาในการทดลองอีกมากกว่า 30 โครงการซึ่งให้ผลลัพธ์คล้ายกัน ส่งผลให้ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวกรองรัฐบาลสหรัฐฯ หรือหน่วยวิจัยอิสระหลายแห่ง ต่างเริ่มสนใจ “การสัมผัสรู้ล่วงหน้า” (Pre-sentiment) อย่างจริงจัง

ยังคงมีคำถาม อย่างไรก็ตาม ว่าทำไมจิตสำนึกของมนุษย์ถึงได้มีปฏิกิริยาล่วงหน้า และแนวนโยบายของเวลาที่เราเข้าใจว่า “เป็นเส้นตรง” คือความจริงหรือไม่? งานวิจัยในอนาคตจึงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับ “กาลเวลา” และศักยภาพของสมองมนุษย์ยิ่งขึ้น

หากคุณเคยมีประสบการณ์ลางสังหรณ์ หรือรู้สึกถึงสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดเรื่องจริง คุณอาจไม่ใช่คนเดียวที่มีความสามารถนี้ แต่มนุษยชาติทั้งมวลอาจมีสมองที่ซ่อนความสามารถลึกลับนี้อยู่ในตัวเอง

ที่มา – นักวิทยาศาสตร์เผยผลลัพธ์การทดลองเกี่ยวกับสมองและลางสังหรณ์

เอ ศุภชัย ยันดราม่าเป้ย ต้องจัดการด้วยความสบายใจนักแสดงเป็นหลัก

ล่าสุดวงการบันเทิงถูกฮือฮาดราม่าครั้งใหญ่ เมื่อ เป้ย-ปานวาด เหมมณี ได้ประกาศถอนตัวจากละครเรื่อง “ตถตา” อย่างกะทันหัน พร้อมเปิดใจผ่านสัมภาษณ์ในวงการพร้อมน้ำตา ว่าทางผู้ผลิตมีการเปลี่ยนแปลงบทบาท โดยเพิ่มฉากเลิฟซีนที่ไม่ตรงกับทิศทางของเธอ และมีการพูดจาด้อยค่าจนทำให้เธอถึงกับมีอารมณ์ระบายแรงในระหว่างการสัมภาษณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สร้างความตกใจไปทั่วทั้งแฟนคลับและวงการบันเทิง

เอ ศุภชัย พูดถึงดราม่าเป้ย ปานวาด

เอ ศุภชัย ยันดราม่าเป้ย ต้องจัดการด้วยความสบายใจนักแสดงเป็นหลัก

ภายหลังกรณีดังกล่าว เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้กำกับมากฝีมือและเจ้าพ่อปั้นดาราในเมืองไทยได้เปิดใจถึงเหตุการณ์อย่างตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันว่าความสบายใจของนักแสดงต้องอยู่ในอันดับหนึ่งเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียดายแบบนี้อีก

เอ ศุภชัย พูดให้สัมภาษณ์หลังเหตุการณ์ดราม่าของเป้ย

“ตอนเห็นน้องเป้ยวิ่งออกมาพร้อมน้ำตาเราตกใจมาก เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เราในฐานะคนแก่ก็เข้าไปปลอบใจเลย เพราะระยะแรกขอแค่กอดและ wipes น้ำตาให้…แต่เราไม่รู้รายละเอียดเรื่องราวทั้งหมดก็ต้องให้ทีมงานค่อยดูแลต่อ ซึ่งสิ่งที่เราทำได้คือสร้างบรรยากาศที่ดีตลอดเวลา ไม่เคยมีภาระหรือกดดันนักแสดง เพราะสำหรับเรา ความสบายใจของนักแสดงคืออันดับหนึ่ง”

ความจริงที่ไม่ใช่แค่บทบาท

ในวงการบันเทิงที่ต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังจากแฟนๆ หลายคน นักแสดงมักจะต้องมีทั้งความมืออาชีพผสมผสานกับความเป็นตัวเอง เอ ศุภชัย กล่าวว่า

  • งานสร้างหนักจัดหนักของ ควรให้พื้นที่ปรึกษาและพูดคุยกันก่อนดำเนินการ
  • การเปลี่ยนแปลงบทอย่างกะทันหันอาจเป็นแรงกดดันไม่น้อย กับนักแสดงที่มีจุดยืนชัดเจน
  • ความเข้าใจและการเคารพคือหัวใจในการบริหารทีมงานขนาดใหญ่

“ผลงานของน้องเป้ยสมานเวลาด้วยกันหลายปี รู้ว่าน้องเป็นคนตรงไปตรงมา และค้าขายกันตรงๆ เราว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เลย แต่สุดท้ายมันคงมาจุดที่ทุกฝ่ายต้องนั่งคุยกันอย่างลึกซึ้ง ตอนนี้เราทำรายการใหม่กับผู้สมัครรุ่นใหม่ ยิ่งรู้ว่าอารมณ์จริงเป็นแบบไหนก็ยิ่งหมั่นตรวจสอบเพื่อไม่ให้ใครตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอีก”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “เป้ย ปานวาด” เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารภายในทีมสร้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ นักแสดง หรือโปรดักชั่น การทำงานที่ลงตัวและมีความเข้าใจกันเป็นพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อไม่ให้ความฝันของใครเสียชื่อเสียงหรือต้องเจ็บจิตใจอย่างที่เกิดขึ้น

ในที่สุด ความจริงอาจไม่ได้อยู่ที่บทละครที่แสดงออกมา แต่อยู่ในใจของผู้ที่มีบทบาทในการสร้างสิ่งนั้น ทำงานด้วยความสุจริต มีความเคารพและใส่ใจต่อกัน และที่สำคัญที่สุด “ความสบายใจของนักแสดง” ควรเป็นอันดับหนึ่งเสมอ เพราะในที่สุดทุกคนก็ทำงานด้วยหัวใจ

ที่มา – ‘เอ ศุภชัย’ รับตกใจหลัง ‘เป้ย ปานวาด’ ปล่อยโฮ ชี้ความสบายใจนักแสดงต้องมาอันดับ 1 !

ตำนานฮอลลีวูด “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ลาโลกอย่างสงบในวัย 89 ปี

ตำนานฮอลลีวูด “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ลาโลกอย่างสงบในวัย 89 ปี ทำให้โลกภาพยนตร์สูญเสียหนึ่งในนักแสดง ผู้กำกับ และผู้นำทางบันเทิงระดับโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า โรเบิร์ต เรดฟอร์ด นักแสดง ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์ระดับตำนานของวงการฮอลลีวูด เสียชีวิตอย่างสงบระหว่างกำลังนอนหลับพักผ่อน ที่บ้านพักในเมืองโปรโว รัฐยูทาห์ รวมอายุได้ 89 ปี

ตำนานฮอลลีวูด “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ลาโลกอย่างสงบในวัย 89 ปี

โรเบิร์ต เรดฟอร์ด เกิดเมื่อวันที่ 18 ส.ค. เมื่อปี 2479 ที่เมืองซานตาโมนิกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เรดฟอร์ดเติบโตในครอบครัวชนชั้นกลาง มีความสนใจด้านการแสดงและศิลปะ และเข้าเรียนการแสดงที่อเมริกัน อคาเดมี ออฟ ดรามาติก อาร์ตส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนการแสดงที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ

การเริ่มต้นในวงการบันเทิง

เรดฟอร์ด เริ่มการแสดงในวงการละครเวทีบรอดเวย์ แล้วเข้าสู่วงการภาพยนตร์เมื่อช่วงยุคทศวรรษที่ 1960 จนกระทั่งได้รับรางวัลออสการ์ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2523 ในสาขาการกำกับยอดเยี่ยม จากผลงาน “ออร์ดิแนรี พีเพิล” ตามด้วยรางวัลออสการ์เกียรติยศ เมื่อปี 2545

ตำนานฮอลลีวูด “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ลาโลกอย่างสงบในวัย 89 ปี ทั้งนี้ เรดฟอร์ดยังเป็นผู้ก่อตั้ง สถาบันซันแดนซ์ เมื่อปี 2521 เพื่อสนับสนุนภาพยนตร์อิสระ ผ่านงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ นอกจากนี้ เรดฟอร์ดยังเป็นนักสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติ สะท้อนว่า เรดฟอร์ดคือหนึ่งในผู้มีอิทธิพลแห่งวงการภาพยนตร์ ทั้งในฐานะนักแสดง ผู้กำกับ และผู้อำนวยการสร้าง

  • ออสการ์ สาขาการกำกับยอดเยี่ยม ปี 2523
  • รางวัลออสการ์เกียรติยศ ปี 2545
  • ผู้ก่อตั้งเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์
  • นักสิ่งแวดล้อมและนักอนุรักษ์ธรรมชาติ

เครดิตภาพ : AFP

ตำนานฮอลลีวูด “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ลาโลกอย่างสงบในวัย 89 ปี เป็นที่สิ้นเชิงของตัวบุคคลที่เปี่ยมด้วยคุณค่า และความภูมิปัญญาในการใช้ชีวิต มรดกทางศิลปะที่ท่านทิ้งไว้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ตลอดไป เพื่อให้สังคมยังคงเติบโตด้วยศิลปวัฒนธรรมที่ดีงาม

ที่มา – ตำนานฮอลลีวูด “โรเบิร์ต เรดฟอร์ด” ลาโลกอย่างสงบในวัย 89 ปี

ไอคอนสยาม อัดแผน Extraordinary Experience เอาใจลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ยังคงเดินหน้าสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับลูกค้าผ่านแคมเปญ Extraordinary Experience อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศความร่วมมือกับเชฟแพม พิชญา อุทารธรรม หนึ่งในเชฟหญิงที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดของโลกในปี 2025 เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้กิจกรรม “The Rarity Dining Series with POTONG” ที่จะพาลูกค้าคนพิเศษของไอคอนสยามไปสัมผัสกับศิลปะการเสิร์ฟระดับโลก ณ สถานที่เก่าแก่มากว่า 120 ปี ที่เคยเป็นห้างขายยาโพทงในอดีต

ไอคอนสยาม อัดแผน Extraordinary Experience เอาใจลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

กิจกรรม “The Rarity Dining Series with POTONG” ถือเป็นส่วนหนึ่งจากแคมเปญ Extraordinary Experience ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้า โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมเพิ่มมากกว่า 300% เทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งบ่งบอกถึงความต้องการในประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่เหนือความคาดหมายของลูกค้ารุ่นใหม่

สัมผัสความอร่อยแบบ ‘5 Elements, 5 Senses’

ในงานนี้ เชฟแพม พิชญา ได้ออกแบบเมนูพิเศษจำนวน 11 คอร์สภายใต้แนวคิด Progressive Thai-Chinese Cuisine ที่ผสมผสานรสชาติและเรื่องราวของวัฒนธรรมการกินของคนไทยเชื้อสายจีน โดยการนำเสนอแบบ ‘5 Elements, 5 Senses’ ไม่ว่าจะเป็นเมนูที่สะท้อนความทรงจำส่วนตัวของเชฟ ไปจนถึงฝีมือการจัดวางจานอย่างมีศิลปะ ลูกค้าทุกคนจะได้ลิ้มรสอาหารที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังมีความหมาย ท่ามกลางบรรยากาศคลาสสิกของอาคารสไตล์ ชิโน-โปรตุกีส

  • ร่วมลิ้มรสเมนูจำกัดพิเศษจากเชฟระดับโลก
  • ชมบรรยากาศของอาคารเก่าแก่กว่า 120 ปี
  • สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบ “5 อารมณ์ 5 ประสาท”

เพื่อเป็นการปิดท้ายปีแห่งประสบการณ์อันยอดเยี่ยม ไอคอนสยามเปิดโอกาสให้สมาชิก ONESIAM SuperApp ที่มียอดใช้จ่ายสะสมไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม 2568 ได้เข้าร่วมงาน “The Rarity Dining Series with POTONG” ในวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ณ ร้านโพทง โดยเฉพาะเพื่อลูกค้า 20 อันดับแรกที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดเท่านั้น

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ให้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟของไอคอนสยามที่ไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับสิ่งที่เหนือระดับจริงๆ โดยเฉพาะในยุคที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับคุณภาพของการบริการมากกว่าปริมาณ อย่างการเรียนรู้และเข้าใจลูกค้าในทุกระดับ เพื่อออกแบบให้ตรงใจ นั่นคือสิ่งที่ไอคอนสยามต้องการสื่อออกมาผ่านทุกแคมเปญ

ที่มา – ไอคอนสยาม อัดแผน Extraordinary Experience เอาใจลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

จีนเรียกร้องสหรัฐ-ญี่ปุ่น ถอนการติดตั้งระบบขีปนาวุธ “ไทฟอน”

จากข่าวล่าสุดที่มาจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ออกมาแถลงถึงความกังวลต่อแผนการซ้อมรบของสหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งมีกำหนดการระหว่างวันที่ 18 – 25 กันยายนนี้ โดยภายใต้ข้ออ้างของการซ้อมรบร่วมกัน สหรัฐฯ และญี่ปุ่นยืนยันว่าจะดำเนินการติดตั้งระบบขีปนาวุธ ไทฟอน ลงในพื้นที่ของญี่ปุ่น

จีนเรียกร้องสหรัฐ-ญี่ปุ่น ถอนการติดตั้งระบบขีปนาวุธ “ไทฟอน”

รัฐบาลจีนได้แสดงความคัดค้านอย่างรุนแรงต่อแผนการดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการติดตั้งระบบ ไทฟอน นี้เป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียอย่างมาก จีนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ละเลยความกังวลของจีน แต่ยังสร้างความตึงเครียดในเอเชีย เพิ่มความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านอาวุธ และอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารได้

โครงสร้างของระบบขีปนาวุธไทฟอน

ระบบ ไทฟอน เป็นขีปนาวุธพิสัยกลางที่มีโครงสร้างประกอบด้วยฐานสั่งการเคลื่อนที่ เครื่องยิงอัตโนมัติสูงสุด 4 เครื่อง พร้อมด้วยรถพ่วงและยานพาหนะสนับสนุนอีกหลายยูนิต ทำให้มีความพร้อมในการโจมตีเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ดังนั้นการนำระบบนี้มาติดตั้งในญี่ปุ่นจึงถูกมองว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปะทะทางทหารที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ไม่คาดคิดได้

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (เอสดีเอฟ) ยืนยันว่าตั้งใจจะติดตั้งระบบขีปนาวุธไทฟอนในช่วงของการซ้อมรบครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นมีการติดตั้งขีปนาวุธชนิดนี้ในพื้นที่ของตนเอง ทั้งที่ย้ำว่าจะไม่มีการใช้งานจริง อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่าการกระทำเช่นนี้อาจกระทบต่อเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว

  • ความกังวลของจีนถูกมองข้ามอย่างชัดเจน
  • เพิ่มความเสี่ยงในการแข่งขันด้านอาวุธในเอเชีย
  • ระบบไทฟอนเป็นอุปกรณ์โจมตีที่มีความแม่นยำสูง
  • การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นมีความถี่เพิ่มขึ้น

หากมองในภาพรวม ความพยายามของสหรัฐและญี่ปุ่นในการเสริมศักยภาพทางทหารผ่านการติดตั้งระบบ ไทฟอน ไม่เพียงแต่สร้างความตึงเครียดกับจีน แต่ยังแสดงถึงการปรับยุทธศาสตร์ทางทหารในภูมิภาคเอเชียอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจ

สถานการณ์นี้จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทของสื่อและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการควบคุมความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต

ที่มา – จีนเรียกร้องสหรัฐ-ญี่ปุ่น ถอนการติดตั้งระบบขีปนาวุธ “ไทฟอน”

รวบ 2 พี่น้องหาคนกดเงินผ่านโซเชียล สารภาพได้ค่าจ้างพัน!

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรโชคชัย พ.ต.ท.ไพจิตร คำยอด รองผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรโชคชัย และ พ.ต.ท.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ บุญมี สว.สส.สน.โชคชัย ได้แถลงข่าวการจับกุมนายเสรี อายุ 31 ปี และน.ส.บงกชรัตน์ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็น พี่น้องหาคนกดเงิน พร้อมของกลาง เช่น สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง

รวบ 2 พี่น้องหาคนกดเงินผ่านโซเชียล

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับเกี่ยวกับการโพสต์หาคนที่มีบัญชีธนาคารเพื่อรับถอนเงินในโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่จึงนัดหมายให้สายลับไปรอที่ลานจอดรถหน้าห้างสรรพสินค้า แต่กลับสังเกตเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยของรถเก๋งนิสสัน จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้

สารภาพรับค่าจ้างจากโพสต์หาคนกดเงิน

ในการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ให้ช่วย “หาคนกดเงิน” ซึ่งทางผู้ติดต่อนั้นให้ค่าตอบแทนสูงถึงหลักพันบาทต่อหนึ่งราย ในการสอบสวนยังพบข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กอีกแหล่งหนึ่งซึ่งมีการพูดคุยเรื่องการนัดหมายเพื่อรับตัวนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน

  • ตัวผู้ต้องหาเป็นพี่น้องกัน
  • มีพฤติกรรมแปลกแยกก่อนถูกจับกุม
  • ใช้โซเชียลมีเดียในการโฆษณาขอหา “ม้ากดเงิน”
  • พบของกลาง เช่น สมุดบัญชี, บัตร ATM และโทรศัพท์มือถือ

จากกรณีนี้ แจ้งข้อหา ร่วมกันเป็นพยานในการโฆษณา เพื่อให้มีการรับซื้อหรือเช่าบัญชีธนาคาร ซึ่งอาจนำไปสู่อาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยนำตัวผู้ต้องสงสัยและของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโชคชัย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

หากนึกไม่ถึงว่าการลงโฆษณาขอหาคน “กดเงิน” ในโซเชียลอาจกลายเป็นอาชญากรรม และกระทบต่อระบบการเงิน และตัวบุคคลโดยไม่รู้ตัว การรู้เท่าทันข่าวลือออนไลน์จึงสำคัญมาก เพื่อไม่ให้กลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพ

ที่มา – รวบ 2 พี่น้องหาคนกดเงินผ่านโซเชียล สารภาพได้ค่าจ้างพัน!

ด่วน! ‘อนุทิน’ทูลเกล้าฯ ครม. ‘โสภณ ซารัมย์’ รองนายกฯ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 36 ราย เพื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้

ด่วน! ‘อนุทิน’ทูลเกล้าฯ ครม. ‘โสภณ ซารัมย์’ รองนายกฯ

การเสนอรายชื่อครม.ในครั้งนี้เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างคณะรัฐมนตรี ภายใต้กรอบของรัฐบาลพลังประชารัฐ โดยมีการแต่งตั้งบุคคลสำคัญในตำแหน่งสำคัญ เช่น นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินอย่างยิ่ง

รายชื่อคณะรัฐมนตรีที่เสนอ

นับจากเวลา 18.30 น. ของวันที่ 16 กันยายน ที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการส่งรายชื่อครม.ทูลเกล้าฯ แล้ว โดยมีรายชื่อคร่าวๆ ดังนี้

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล – นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี – รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 3. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล – รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • 4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ – รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
  • 5. นายโสภณ ซารัมย์ – รองนายกรัฐมนตรี
  • 6. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
  • 7. นายไชยชนก ชิดชอบ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างๆ มากมายของพรรคต่างๆ เช่น พรรคกล้าธรรม และพรรคพลังประชารัฐ

ทำไม ‘โสภณ ซารัมย์’ ถึงได้ตำแหน่งรองนายกฯ?

นายโสภณ ซารัมย์ หนึ่งในบุคคลสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ มีความสามารถและความเชี่ยวชาญในด้านบริหารงานราชการ ซึ่งทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งสายตรงในการร่วมงานกับนายกฯ และคณะรัฐมนตรีในการกำหนดนโยบายของประเทศ

การคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะมีการปรับตำแหน่งครม.ในหลายด้าน ก็กลายเป็นความจริง เมื่อมีการประกาศรายชื่อจริงออกมา ซึ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ การโควต้าบุคคลภายนอก การจัดสรรสัดส่วนของพรรคการเมือง และการกระจายอำนาจในรัฐบาล

พรรคพลังประชารัฐรับสัดส่วนรองนายกฯ

การที่ ด่วน! ‘อนุทิน’ทูลเกล้าฯ ครม. ‘โสภณ ซารัมย์’ รองนายกฯ แสดงถึงการจัดระเบียบอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน และสนับสนุนให้พรรคพลังประชารัฐมีบทบาทสำคัญในระดับนโยบายผ่านตำแหน่งรองนายกฯ ซึ่งนับว่าเป็นการส่งสัญญาณดีต่อความมั่นคงทางการเมือง

สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือ ว่าการบริหารงานของรัฐมนตรีแต่ละรายจะสามารถขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก

ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “อนุทิน” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และอาจมีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศไทยอย่างถาวร

หากติดตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิด คุณจะไม่พลาดโอกาสในการเข้าใจภาพรวมทางการเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่

ที่มา – ด่วน ! ‘อนุทิน’ทูลเกล้าฯ ครม.แล้ว ‘โสภณ ซารัมย์’ผงาด รองนายกฯ

สาวรัสเซียขายวิญญาณซื้อตุ๊กตาลาบูบู้

ข่าวแปลกที่กำลังสร้างกระแสในโลกโซเชียลมีเดียของรัสเซียคือเรื่องราวของ สาวรัสเซียขายวิญญาณ เพื่อแลกกับเงินจำนวน 100,000 รูเบิล (ราว 38,419 บาท) ซึ่งเธอนำเงินนี้ไปใช้ในการซื้อคอลเลกชันตุ๊กตาลาบูบู้และบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตของศิลปินดังในแดนน้ำแข็ง

สาวรัสเซียขายวิญญาณเพื่อความมหัศจรรย์ของลาบูบู้

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อนักการตลาดชาวรัสเซียชื่อดมิทรี ได้โพสต์ข้อความชวนแปลกบนแพลตฟอร์มเทเลแกรม โดยเสนอเงินจำนวนมากให้ใครก็ตามที่ตอบรับข้อเสนอในการ ขายวิญญาณ อย่างเป็นทางการ เช่น การเซ็นสัญญาด้วยเลือด หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเรื่องแปลก แต่กลับมีหญิงสาววัย 26 ปีชื่อคารีนาออกมาตอบรับข้อเสนอดังกล่าวอย่างไม่ลังเล

รายละเอียดของการลงนาม

คารีนาได้ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของดมิทรี รวมถึงการทำสัญญาอย่างเป็นทางการที่เซ็นด้วยเลือดของตัวเอง ถ่ายรูปใบเสร็จและโพสต์ลงโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นข่าวลือทั่วโลกออนไลน์ ท่ามกลางความแปลกใจและความสงสัยของผู้คนว่า “เหตุใดจึงมีคนยอมขายวิญญาณตัวเองเพื่อตุ๊กตา”

  • รับเงิน 100,000 รูเบิล
  • ลงนามบนสัญญายอมรับด้วยเลือด
  • เข้าร่วมการทดลองทางสังคม
  • นำไปใช้เปลี่ยนชีวิต

ท่าทางของคารีนาไม่ได้แสดงความเสียใจหรือกลัวแต่อย่างใด แม้ทาง คริสตจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย จะออกมาประณามลำดับความชั่วร้าย และมีคำพยากรณ์ไว้ว่าเธอจะเผชิญกับความทุกข์ ความเจ็บป่วย และความเสื่อมทรามในชีวิต แต่เธอเองกลับมองว่าเป็นเพียงสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงในมุมมองของสังคม

ผลสะท้อนหลัง “การขายวิญญาณ”

แม้หลายคนจะมองเห็นแปลกหรือสะพรึงกลัว แต่ทวีตและโพสต์ของคารีนากลับได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้งานจำนวนมาก บางคนสนับสนุน บางคนวิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นไปในทางใด ข่าวคราวก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สร้างกระแสการพูดถึงว่า ความสุขคืออะไร และเราสามารถขายสิ่งที่ “มองไม่เห็น” เพื่อแลกกับของสิ่งของได้หรือไม่

อีกด้านหนึ่ง การทำ “สัญญาวิญญาณ” ก็สะท้อนถึงแนวคิดทางปรัชญาที่ว่าเราอาจยินยอมแลกสิ่งลึกซึ้งที่สุดของเราเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่างได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามว่า การซื้อขายวิญญาณในยุคดิจิทัลที่ความเชื่อบางอย่างอาจจางหายไป นี่สมควรได้รับการสนับสนุนหรือเป็นอันตรายต่อสังคมมากกว่ากัน?

ในที่สุด สาวรัสเซียยอมขายวิญญาณ เพื่อแลกกับความสุขเล็ก ๆ บนมือของเธอ ไม่ว่าใครจะมองในมุมใด คนรุ่นใหม่เริ่มถามกันมากขึ้นว่า ความเชื่อควรให้มูลค่าอย่างไรในโลกที่สามารถแลกเปลี่ยนค่าคิดค่าเชื่อได้ทุกอย่าง

หากคุณคิดว่าคุณสามารถซื้อความสุขด้วยวิญญาณได้ คุณคงต้องลุกขึ้นไปหาเพราะั่นตอบพยศเช่นเดียวกับคารีนาได้เหมือนกัน

ที่มา – สาวรัสเซียรับคำท้า ยอมทำสัญญา “ขายวิญญาณ” เพื่อซื้อตุ๊กตาลาบูบู้

คุณหญิงพจมานเข้าพรรคเพื่อไทยให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กันยายน ที่อาคารพรรคเพื่อไทย ได้มีการประชุมพรรคประจำสัปดาห์ภายใต้การนำของนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเป็นหนึ่งเดียวของสมาชิกพรรค ตลอดจนการเข้าร่วมประชุมของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผู้ซึ่งมาให้กำลังใจสมาชิกพรรคอย่างเต็มที่

คุณหญิงพจมานเข้าพรรคเพื่อไทยให้กำลังใจ

ท่ามกลางบรรยากาศของการประชุมพรรคเพื่อไทย สมาชิกทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในคำพูดสั้นๆ ของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ที่เข้ามาให้กำลังใจในช่วงเวลาที่พรรคเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยคุณหญิงพูดว่า “สู้ๆนะคะ” ทำให้คณะกรรมการ สส. และแกนนำต่างลุกขึ้นให้掌声 ถือเป็นแรงใจที่สำคัญต่อทั้งพรรค

พรรคเพื่อไทยฝ่าวิกฤติอย่างแข็งแกร่ง

นายสุริยะ เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ และได้กล่าวอย่างชัดเจนถึงทิศทางของพรรคในช่วงเวลานี้ว่าแม้จะมีผู้บางรายแยกย้ายออกไป แต่พรรคเพื่อไทยยังคงเป็นปึกแผ่น เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและพร้อมสู้ในทุกสนามเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเลือกตั้งใหญ่ การรับฟังความคิดเห็นและการปฏิรูปภายในเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอแนะอย่างเสรี

ทั้งนี้ สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ร่วมแสดงความเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดอย่างเปิดเผย เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพรรค และเป็นแนวทางให้กับประเทศชาติ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการกลับมาเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน

  • ยกระดับบทบาทของพรรคฝ่ายค้านให้ชัดเจน
  • รับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกทุกส่วน
  • ปรับตัวและพัฒนาสู่แนวทางการทำงานที่โปร่งใส
  • เตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งสำคัญ

การเข้าร่วมประชุมของ คุณหญิงพจมานเข้าพรรคเพื่อไทยให้กำลังใจ ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวของพรรค แม้จะพบกับอุปสรรคและอุบายทางการเมืองหลายอย่าง แต่ความมุ่งมั่นและพลังของสมาชิกพรรคเพื่อไทยยังคงอยู่อย่างเต็มรูปแบบ

บรรยากาศภายในห้องประชุมนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความหวัง ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยยังคงเป็นพรรคที่น่าจับตามอง และเปรียบเสมือนเป็นพลังของประชาชนที่มีต่อระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการแรงผลักดันใหม่ๆ

สุดท้ายนี้ การเข้ามาให้กำลังใจของ คุณหญิงพจมาน ทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่าแม้บางครั้งจะมีความท้าทาย แต่ผู้นำพรรคเพื่อไทยยังคงมีส่วนร่วมในการสานพลังและเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงสมาชิกให้มีจิตวิญญาณร่วมกันอย่างมั่นคง

ที่มา – ‘คุณหญิงพจมาน’ เข้าพรรคเพื่อไทย ให้กำลังใจ

วุฒิไกร-ภัทรนันท์ ฉลุยรอบ 8 คน ศึกมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2025

ในการแข่งขันมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2025 ที่จัดขึ้นที่เมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคืนวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา มีนักชกไทยหลายคนที่ได้แสดงฝีมืออย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะในรุ่นน้ำหนักต่าง ๆ ที่ไทยมีตัวแทนสู้กันอย่างเต็มที่

วุฒิไกร-ภัทรนันท์ ฉลุยรอบ 8 คน ศึกมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2025

ในรุ่นน้ำหนัก 48 กก. ภัทรนันท์ พิกุลวิลัย จากทีมโชกุน นวพลฟาร์มสุขกระบือไทย สามารถเอาชนะคู่แข่งจากโมร็อกโก นาอูฟาล อันนาโออา ด้วยคะแนน 29-28 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายได้อย่างตื่นเต้น

ขณะที่ในรุ่นน้ำหนัก 51 กก. วุฒิไกร ทองกลีบนาค จากทีมคีเลี่ยน พุ่มพันธ์ม่วง ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเอาชนะ ยูเซฟ อิท ฮมาจา จากโมร็อกโก ด้วยคะแนน 30-27 ทำให้ยังคงรักษาตำแหน่งผู้เข้ารอบไว้ได้เช่นเดียวกัน

โค้ชก๊อก กำชับนักชกไทยให้ขยับออกอาวุธกว่านี้

อย่างไรก็ตามในรุ่นน้ำหนัก 54 กก. ธนกร น้ำรอบ ไม่สามารถผ่านเข้ารอบได้ เนื่องจากแพ้ให้กับอาบูคาห์ริคฮาน ยูราซาลิน จากคาซัคสถาน ด้วยคะแนน 27-30 เสียดายด่านหนึ่งที่มีโอกาสสูงในการแข่งขันครั้งนี้

หลังจากจบการแข่งขัน “โค้ชก๊อก” หรือจักรเพชร ปาปะขัง ผู้ฝึกสอนทีมมวยไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การแข่งขันครั้งนี้มีการชกต่อเนื่องทุกวัน ทำให้นักชกไทยต้องควบคุมน้ำหนักตลอดเวลา ส่งผลให้บางครั้งอาจมีอาการเสื่อมแรงในการแข่งขัน

“ตอนนี้เหลือนักชกไทย 2 คนที่เข้ารอบ 8 คนสุดท้าย และเมื่อผ่านด่านนี้ไปได้ก็จะมีเหรียญแน่นอน แต่เราก็ต้องพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะต้องขยับออกอาวุธให้ถี่กว่านี้ เพราะคู่ต่อสู้ต่างชาติเขาออกอาวุธเยอะกว่า เรา ถ้าแค่คุมเกมอย่างเดียวอาจจะไม่พอ” โค้ชก๊อกเผยว่า

ตารางการแข่งขันรอบ 8 คนสุดท้าย

  • รุ่น 48 กก. ชาย – ภัทรนันท์ พิกุลวิลัย พบกับ อาเหม็ด อับ ซูดานี่ (อิรัก)
  • รุ่น 51 กก. – วุฒิไกร ทองกลีบนาค พบกับ เมิร์ท กูนี่ย์ (ตุรกี)

การแข่งขัน มวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2025 ในรอบ 8 คนสุดท้าย จะมีขึ้นในคืนวันที่ 16 กันยายน นี้ แฟน ๆ ต้องจับตาดูผลงานของวุฒิไกร-ภัทรนันท์ ที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในการชิงความสำเร็จครั้งใหม่

พรสวรรค์และความขยันของนักชกไทยเริ่มเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก แม้แรงจะลดหลั่น แต่หากปรับจังหวะการต่อสู้และเพิ่มความเข้มข้นในการออกอาวุธ เหมือนที่โค้ชก๊อกได้กำชับไว้ ความฝันในการคว้าแชมป์โลกของเหล่าเยาวชนไทยก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

ติดตามผลการแข่งขันและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของการแข่งขัน

ที่มา – “วุฒิไกร-ภัทรนันท์” ฉลุยรอบ 8 คน ศึกมวยไทยเยาวชนชิงแชมป์โลก 2025 “โค้ชก๊อก” กำชับต้องขยับออกอาวุธกว่านี้