ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“สวนกุหลาบวิทยาลัย” บุกถล่ม “ท.6 นครอุดรธานี” 4-1 เดลินิวส์ คัพ 2025

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงถ้วยพระราชทาน “เดลินิวส์ คัพ 2025” รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก. ซึ่งจัดโดยกรมพลศึกษา เป็นการแข่งขันที่ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาตัวจริง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ได้มีการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 ของกลุ่ม C ที่สนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (หญ้าเทียม) โดยเป็นการดวลแข้งระหว่าง “สวนกุหลาบวิทยาลัย” พบกับ “โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี”

“สวนกุหลาบวิทยาลัย” พาเล่นเด่นตั้งแต่นาทีแรก

ทัพ “ชมพู-ฟ้า” หรือ สวนกุหลาบวิทยาลัย เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อนาทีที่ 16 จากจังหวะเปิดบอลเข้ามาจากด้านข้าง โดยเป็น ชาครินทร์ นุ้ยขาว เบี้ยวตัวหลบแนวรับก่อนซัดด้วยซ้ายบอลเข้าประตูได้อย่างสวยงาม ทำให้ทีมจากกรุงเทพฯ ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว

“ท.6 นครอุดรธานี” ตีเสมอไว แต่ไม่อยู่รอด

แต่ไม่นานทีมเยือนอย่าง โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี ก็มาได้ประตูตีเสมออย่างรวดเร็วจากจังหวะลูกยิงของนักเตะที่ผ่านการเซฟของผู้รักษาประตู “ชมพู-ฟ้า” ก่อนจะไหลเข้าประตูอีกครั้งในนาทีที่ 22 ทำให้สกอร์เสมอกัน 1-1 อยู่ครึ่งชั่วโมงแรก

แต่ความเป็นมืออาชีพของทีม สวนกุหลาบวิทยาลัย กลับมาชัดเจนเมื่อหมดครึ่งแรกนาทีที่ 31 จากลูกยิงวอลเลย์หน้ากรอบของนักเตะอย่าง สุวิน ที่ส่งลูกบอลผ่านมือผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม ทำให้สกอร์พังเป็น 2-1 เป็นผลให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นั้น

ครึ่งหลังสลายความฝันของทีมเยือน

เข้าสู่ครึ่งหลัง “ชมพู-ฟ้า” กลับมาควบคุมเกมได้ดีกว่า โดยเฉพาะจังหวะทำประตูครั้งสำคัญในนาทีที่ 49 เมื่อลูกจ่ายทะลุช่องมาให้ ชาครินทร์ นุ้ยขาว ซัดด้วยซ้ายอีกครั้ง เพิ่มสกอร์เป็น 3-1 ทำให้ทีมจากอุดรธานีเริ่มทรุดหนัก

ลูกปิดท้ายมาในนาทีที่ 61 จากจังหวะที่ ชาครินทร์ นุ้ยขาว เบี้ยวตัวซ้ำลูกบอลที่กระเด้งมาหา เก็บเป็นแฮตทริก และส่งสกอร์จบเกมให้ สวนกุหลาบวิทยาลัย เป็นฝ่ายบุกถล่มไป 4-1

  • ชาครินทร์ นุ้ยขาว ทำแฮตทริกให้ “ชมพู-ฟ้า”
  • สวนกุหลาบวิทยาลัย เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนน รั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม
  • ท.6 นครอุดรธานี ยังไม่มีคะแนนเลย ลุ้นเพลย์ออฟ

แมตช์นี้ถือว่าเป็นการโชว์ฟอร์มอันดุดันของ สวนกุหลาบวิทยาลัย ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งด้านรุกและรับ ส่งผลให้โอกาสผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสูงมาก ขณะที่ โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 นครอุดรธานี จะต้องลุ้นอีกหน่อยเพื่อต่อชีวิตในทัวร์นาเมนต์นี้ต่อไป

หากคุณสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของ “เดลินิวส์ คัพ 2025” ต่อ อย่าลืมกดกระตุ้นเตือนเพื่อไม่ให้พลาดข่าวสำคัญและผลการแข่งขันอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – “สวนกุหลาบวิทยาลัย” โชว์ฟอร์มอัด “ท.6 นครอุดรธานี” ศึกลูกหนังขาสั้น “เดลินิวส์ คัพ 2025” 16 ปี ก.

มช.โชว์ศักยภาพโดดเด่น ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผงาดรับรางวัลสุดยอดแห่งปี “Climate Action Excellence”

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ได้รับรางวัล “Climate Action Excellence” จากสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ อาคารเอ็มทาวเวอร์ กรุงเทพฯ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศในสาขา มช.โชว์ศักยภาพโดดเด่น ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผงาดรับรางวัลสุดยอดแห่งปี “Climate Action Excellence”

มช.โชว์ศักยภาพโดดเด่น ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผงาดรับรางวัลสุดยอดแห่งปี “Climate Action Excellence”

รางวัล Climate Action Excellence ถูกมอบให้กับองค์กรที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับรางวัลในฐานะองค์กรทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวที่ผ่านเกณฑ์ด้านความเป็นเลิศทั้งในเชิงเทคนิคและผลกระทบ

ความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายคาร์บอนนิวตรัล

ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการขับเคลื่อนแผนงาน Carbon Neutrality อย่างครบวงจร ด้วยแนวทางที่ครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่:

  • การติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: พัฒนาแพลตฟอร์มติดตามการปล่อยก๊าซอย่างโปร่งใส
  • การลดปริมาณการปล่อยก๊าซ: ผ่านการประหยัดพลังงานและสนับสนุนพลังงานสะอาด
  • การดักจับและกักเก็บก๊าซ: ด้วยเทคโนโลยี CCUS และระบบคาร์บอนเครดิต
  • ความสามารถในการปรับตัว: การเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • การถ่ายทอดองค์ความรู้: การส่งเสริมวิจัยและการเรียนการสอนเชิงนวัตกรรม

เป็นที่น่าชื่นชมว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้แสดงให้เห็นว่าสถาบันการศึกษาไทยสามารถมีส่วนร่วมในภารกิจประเทศในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ที่ดี แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ สำนักบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย (UNISERV) ก็ได้รับรางวัล Climate Action Initiating ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้หน่วยงานทุกระดับเริ่มต้นดำเนินการเพื่อลดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศตั้งแต่เนื่อนๆ

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ยังเป็นกระตุ้นให้เราทุกคนตระหนักว่าการดูแลโลกใบนี้ เป็นภารกิจร่วมกันที่ต้องเริ่มจากการศึกษา นวัตกรรม และความร่วมมืออย่างแท้จริง

หากคุณเป็นนักศึกษา นักวิจัย หรือผู้ที่สนใจพลังงานและสิ่งแวดล้อม อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตสีเขียวที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังสร้าง

ที่มา – มช.โชว์ศักยภาพโดดเด่น ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมผงาดรับรางวัลสุดยอดแห่งปี “Climate Action Excellence”

โอลิมปิคไทยโยกสนามยิงเป้าบินไปราชบุรี

ใกล้เข้าสู่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 เดือน ความคืบหน้าด้านการเตรียมความพร้อมโดยเฉพาะสนามแข่งขันต่าง ๆ ก็เป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกีฬา ยิงเป้าบิน ที่เพิ่งมีการย้ายสนามแข่งขันอย่างกะทันหัน.

โอลิมปิคไทยโยกสนามยิงเป้าบินไปราชบุรี

ในช่วงแรก ทางสมาคมกีฬายิงเป้าบินได้ขอใช้สนามแข่งขันภายในบริเวณการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่หัวหมาก อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตรวจสอบสถานที่จัดการแข่งขันร่วมกับมนตรีซีเกมส์ ได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่จริงและพบว่าฝั่งตรงข้ามมีอาคารก่อสร้างใหม่และคอนโดมิเนียมอยู่ห่างจากสนามไม่ถึง 200 เมตร จึงมีความกังวลต่อความปลอดภัยของประชาชนและนักกีฬา เหตุนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจย้ายสนามอย่างสมเหตุสมผล.

สนามใหม่ปลอดภัยเหมาะสมต่อการจัดการแข่งขัน

ตามมติของคณะกรรมการ ได้มีการตกลงเลือกสนามยิงเป้าบินแห่งใหม่ที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งอยู่บริเวณเชิงเขา เงียบสงบ และแน่นอนว่าไม่มีความเสี่ยงต่อประชาชนโดยรอบ ที่สำคัญคือสนามใหม่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมีสภาพความพร้อมที่เหมาะสมต่อการจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยิ่ง

นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และซีอีโอ สำนักงานกีฬาซีเกมส์ ได้กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสนามแข่งขันในครั้งนี้เป็นการวางแผนอย่างรอบคอบ มีการคำนึงถึงความปลอดภัยของนักกีฬาและประชาชนเป็นหลัก ส่วนนักกีฬาที่เดินทางมาดูสนามแข่งขันก่อนหน้านี้ก็ได้รับการประสานงานให้เข้าชมสนามใหม่แล้ว

การฝึกซ้อมที่สนามใหม่เพื่อความคุ้นเคย

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสำรวจสถานการณ์ที่สนามเดิมคือใน กกท. หัวหมาก พบว่ายังมีนักกีฬาบางส่วนที่ยังฝึกซ้อมอยู่ แต่ก็มีการเปิดเผยว่านักกีฬาหลายรายได้ย้ายไปฝึกซ้อมที่สนามราชบุรีแล้ว เพื่อเริ่มคุ้นเคยกับอุปกรณ์และบรรยากาศในการแข่งขันจริง แนวโน้มว่าภายในเดือนตุลาคมนี้ นักกีฬาทีมชาติไทยจะย้ายไปฝึกซ้อมที่สนามราชบุรีครบทุกคน

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้แม้จะเกิดขึ้นในช่วงระยะสุดท้ายของกระบวนการเตรียมความพร้อม แต่ถือเป็นการวางความปลอดภัยไว้เหนือสิ่งอื่นใด หากทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น เชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถจัดการแข่งขันในครั้งนี้ได้อย่างลงตัวและน่าประทับใจในสายตาของเพื่อนบ้านเอเชีย อีกทั้งยังทำให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่บนเวทีนานาชาติ

ที่มา – หวั่นประชาชนโดนลูกหลง “โอลิมปิคไทย” โยกสนาม “ยิงเป้าบิน” ศึกซีเกมส์ ไปลั่นไกที่ราชบุรี

รายงานยูเอ็นชี้ อิสราเอล “ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน ว่า คณะกรรมาธิการสอบสวนอิสระระหว่างประเทศของสหประชาชาติ (UN Independent International Commission of Inquiry — หรือที่เรียกว่า ซีโอไอ) ได้เผยแพร่รายงานชิ้นสำคัญ ซึ่งกล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอลและกองทัพอิสราเอลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ “ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ตั้งแต่เริ่มต้นสงครามในเขตปกครองตนเองกาซาเมื่อเดือนตุลาคม 2023

รายงานยูเอ็นชี้ อิสราเอล “ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกาซา

รายงานระบุว่า การกระทำของหน่วยงานและพลังงานสงครามของอิสราเอลเข้าข่ายพฤติการณ์ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 4 ข้อใน 5 ข้อหลัก ที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 ซึ่งประกอบด้วย:

  • การฆ่าสมาชิกของกลุ่มโดยตรง
  • การทำร้ายกายหรือจิตใจอย่างรุนแรง
  • การกำหนดสภาวะที่มุ่งทำลายสมาชิกกลุ่มอย่างเป็นระบบ
  • การป้องกันการเกิดบุตรในกลุ่มประชากรนั้น

ความรุนแรงต่อเนื่องจากคำพูดและปฏิบัติการ

คณะทำงานยังระบุว่า ถ้อยแถลงจากรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทหารอิสราเอล รวมถึงรูปแบบการปฏิบัติในสนามรบ แสดงให้เห็นถึง “เจตนาร้าย” ที่มุ่งทำลายชาวกาซา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในช่วงต้นของระบุสงคราม

รายงานยูเอ็นชี้ชื่อผู้มีอำนาจในระดับสูงของอิสราเอลที่อาจมีส่วนในเหตุการณ์ ได้แก่ ประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์เซลและนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู รวมถึงนายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กลาโหมในช่วงเริ่มต้นสงคราม

แม้รายงานของซีโอไอไม่ใช่คำตัดสินทางกฎหมายที่มีผลผูกพัน แต่มีน้ำหนักสำคัญในเวทีนานาชาติ และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหลายประเทศเริ่มมองอิสราเอลในแง่ลบจากแนวทางการจัดการกับความขัดแย้งในปาเลสไตน์ที่ลุกลามเป็นวิกฤติทางมนุษยธรรม

เรื่องนี้เปิดประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความรับผิดชอบทางสากลว่าอิสราเอลไปไกลเกิน “มาตรการทหาร” หรือข้ามเส้นเข้าสู่อาชญากรรมระหว่างประเทศแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องใช้เวลาและการตรวจสอบเพิ่มเติมจากโลกภายนอก

ความคิดเห็น: การเปิดเผยรายงานชิ้นนี้เป็นข่าวที่ shook the international community เพราะข้อกล่าวหาเป็นเรื่องหนัก และกระทบโดยตรงต่อหลักคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยสากล ทุกฝ่ายควรเฝ้ามองว่าจะนำไปสู่กลไกใดเพื่อความยุติธรรมต่อชาวกาซา

ที่มา – รายงานยูเอ็นชี้ อิสราเอล “ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกาซา

พม.จัดงานวันเยาวชนแห่งชาติ 2568 ฉลอง40ปี “ร่วมแรง พัฒนา ใฝ่สันติ”

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมจัดงานใหญ่ในโอกาส วันเยาวชนแห่งชาติ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “4 ทศวรรษ ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกัน พัฒนา ใฝ่หาสันติ” เพื่อส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของเยาวชนทั่วประเทศ

พม.จัดงานวันเยาวชนแห่งชาติ 2568 ฉลอง40ปี “ร่วมแรง พัฒนา ใฝ่สันติ”

เมื่อวันอังคารที่ 16 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. เป็นประธานแถลงข่าวครบรอบ 40 ปี วันเยาวชนแห่งชาติ 2568 โดยมีนางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน และเด็กเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าว

นายอนุกูล กล่าวว่า วันที่ 20 กันยายน ของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2528 เนื่องจากตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งเสด็จขึ้นครองราชย์ในวัยเยาว์ และนำพาชาติไทยสู่ความเป็นสากล จึงเป็นวันสำคัญที่เยาวชนควรตระหนักถึงคุณูปการเหล่านี้

กิจกรรมสำคัญในงานวันเยาวชนแห่งชาติ 2568

สำหรับงาน วันเยาวชนแห่งชาติปี 2568 จะจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยได้รับเกียรติจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นผู้แทนพระราชทานโล่เกียรติยศ มอบเกียรติบัตรแก่เด็กเยาวชนดีเด่น จำนวน 148 ราย

  • การจัดแสดงนิทรรศการในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568
  • เวทีเสวนา “มุมมองพลังสภาเด็กและเยาวชน”
  • การแสดงจากศิลปินน้อง ๆ เด็กเยาวชนดีเด่นด้านต่าง ๆ
  • มอบรางวัลสภาเด็กเยาวชนดีเด่น จำนวน 12 รางวัล

กิจกรรมยังขยายไปถึงวันที่ 21 กันยายน ที่ศูนย์การค้า MBK Center พร้อมกับเวทีเสวนาและการแสดงศิลปะจากเยาวชนดีเด่น เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วมของเยาวชน

นิทรรศการศิลปะเติมความฝัน ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ด้านนิทรรศการจัดแสดงศิลปะเยาวชนจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งสื่อสารความรู้สึกผ่านงานศิลปะอย่างสร้างสรรค์ โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมกิจการเด็กและเยาวชน และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อดำเนินโครงการ “ศิลปะเติมความฝัน”

อีกทั้งในช่วงวันที่ 17–18 กันยายน 2568 ยังมีงาน “Social Development Expo 2025” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีเนื้อหาและกิจกรรมหลากหลายสำหรับเด็ก เยาวชน ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคมของประเทศในอนาคต

การส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตประชากร การให้โอกาสพวกเขาในการแสดงออก และมีพื้นที่สร้างสรรค์ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ร่วมฉลอง 40 ปี วันเยาวชนแห่งชาติ 2568 กับเรา เพื่ออนาคตที่ดีของน้อง ๆ และชาติไทย!

ที่มา – พม. เตรียมจัดงานใหญ่ วันเยาวชนแห่งชาติ 2568 “4 ทศวรรษ ร่วมแรงแข็งขัน ช่วยกัน พัฒนา ใฝ่หาสันติ”

หนีไม่รอด! รถตู้ซิ่งแหกด่าน ทหารสกัดจับพม่านับร้อยอัดแน่นหนีเข้าเมือง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568 เหตุการณ์ที่น่าจับตามองเกิดขึ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับข่าวว่ามีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายถูกขนส่งผ่านพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจังหวัด จึงมีการจัดตั้งจุดสกัดตรวจค้นอย่างหนักแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ลักลอบเข้าเมืองสามารถหลบหนีได้

หนีไม่รอด! รถตู้ซิ่งแหกด่าน ทหารสกัดจับพม่านับร้อยอัดแน่นหนีเข้าเมือง

ผลการปฏิบัติการพบว่า มีรถตู้ 3 คันซึ่งลักลอบบรรทุกแรงงานต่างด้าวจากประเทศเมียนมา เดินทางผ่านอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่อำเภอเมืองกาญจนบุรี โดยมีผู้โดยสารจำนวนนับร้อยคนอัดแน่นภายในรถ ซึ่งไม่มีเอกสารสัญชาติหรือหลักฐานการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง

กำไรจากอาชญากรรม

จากการสอบสวน นายสุธี อายุ 48 ปี และ นายสุรชัย อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถตู้ทั้งสองคัน เปิดเผยว่า พวกเขาได้รับค่าจ้างเพียงคนละ 4,000 บาท ให้ไปรับคนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำจากอีกฝั่งแดน แล้วพากลับเข้าสู่พื้นที่ด้านในของจังหวัด แรงงานต่างด้าวแต่ละคนจ่ายเงินให้นายหน้าระหว่าง 14,000 ถึง 18,000 บาท หลังเมื่อถึงปลายทาง โดยหวังจะไปทำมาหากินที่กาญจนบุรี ราชบุรี หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร

ซึ่งทั้งหมดสารภาพว่า พวกเขาเดินทางจาก เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ผ่านช่องทางธรรมชาติที่ บ้านบ่อญี่ปุ่น อำเภอสังขละบุรี จากนั้นเดินทางผ่านเส้นทางบกและทางน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง เจ้าหน้าที่กองกำลังร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดนและอีกหลายหน่วยงานท้องถิ่นได้ร่วมกันจัดสร้างแนวร่วมในการบีบทางเข้าออก และสามารถสามารถตรวจจับรถตู้ทั้ง 3 คันไว้ได้

ดำเนินการทางกฎหมายและกำกับดูแล

หลังจากการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อำนาจควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานความมั่นคงในการรักษาความปลอดภัยของประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจ้งให้ผู้ที่วางแผนหรือกำลังคิดจะลักลอบเข้าประเทศด้วยเหตุผลใดก็ตาม ว่าการ “หนีไม่รอด!” เพราะเครือข่ายการควบคุมชายแดนได้รับการเสริมความเข้มแข็งอย่างมาก

การร่วมมือระหว่างกองพลทหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนกลายเป็นแนวทางสำคัญในการจับกุมกลุ่มคนลักลอบหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยถูกกฎหมาย ควบคู่ไปกับการฉวยโอกาสในการจ้างแรงงานราคาถูก ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับอาชญากรรมและการฟอกเงินในอนาคต

หากคุณกำลังวางแผนจะทำงานในต่างประเทศ ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะผลลัพธ์ของการขาดความชอบธรรมอาจเป็นหายนะต่อชีวิตของเหล่าแรงงานผู้ไม่มีความรู้เท่าทัน

ที่มา – หนีไม่รอด! รถตู้ซิ่งแหกด่าน ทหารสกัดจับพม่านับร้อยอัดแน่นหนีเข้าเมือง

‘เท้ง’รับพ่ายเลือกตั้งซ่อมเชียงรายแต่เชื่อคะแนนนิยมพรรค

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากที่พรรคประชาชนพ่ายแพ้ต่อพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดเชียงราย โดยยอมรับผลการเลือกตั้งและยืนยันความเชื่อมั่นในคะแนนนิยมของพรรคประชาชนอย่างเต็มที่

‘เท้ง’รับพ่ายเลือกตั้งซ่อมเชียงรายแต่เชื่อคะแนนนิยมพรรค

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ แม้ผลจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แต่เขายอมรับเสียงประชาชนอย่างเปิดใจ และไม่ต้องการโทษปัจจัยภายนอกใดๆ เลย โดยเชื่อว่าในโอกาสหน้า ผลการเมืองอาจกลับมาเข้าข้างพรรคประชาชนอีกครั้ง

พร้อมบริหารประเทศ หากได้รับความไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ยังเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งว่า พรรคประชาชนนั้นมีคะแนนนิยมอยู่ในประชาชน และเชื่อว่าในโอกาสในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า เมื่อระบบการเลือกตั้งชัดเจน ประชาชนจะเห็นแนวทางได้ชัดเจนขึ้นว่าการลงคะแนนเสียงของพวกเขาสามารถเปลี่ยนโค่นรัฐบาลได้จริง

  • มั่นใจว่าพรรคประชาชนจะเป็นแกนนำบริหารประเทศได้
  • มีคณะรัฐมนตรีที่พร้อมรอเปิดตัว เมื่อได้รับความไว้วางใจ
  • เตรียมเดินหน้าสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น

สำหรับการเตรียมรับมือในกรณีที่มีโอกาสเป็นรัฐบาล นายณัฐพงษ์กล่าวว่ามีการเตรียมตัวมานานและรอบด้านแล้ว โดยยืนยันว่าหากได้มีโอกาสนำประเทศ พรรคประชาชนจะเสนอคนที่มีความรู้ความสามารถ ทั้งจากภายในและภายนอกพรรคเข้ามารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทว่าในขณะนี้ ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อนายกฯ อย่างเป็นทางการ เนื่องจากยังไม่เข้าสู่ช่วงการหาเสียงอย่างเต็มตัว แต่ยืนยันว่าตัวเขาเองและผู้สมัครนายกฯ คนอื่นๆ มีความพร้อมสูงสุด

นอกจากนี้ ‘เท้ง’ ยังกล่าวอีกว่า ในกรณีที่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว แม้อาจมีการต่อต้านหรือมีกลุ่มต่างๆ เข้ามาสื่อสารขอความเป็นธรรมในอนาคต แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยหลักที่เขาจะนำมาตัดสินใจ เพราะถือว่าสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ที่สำคัญคือการยึดมั่นในหลักการและเป้าหมายของพรรคอย่างหนักแน่น

ท้ายที่สุด นายณัฐพงษ์ให้คำมั่นต่อประชาชนว่า “เจตนารมณ์ของพรรคประชาชนคือการนำประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิม แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราพร้อมก้าวขึ้นเป็นฝ่ายบริหารเพื่อสร้างความแตกต่างที่แท้จริงให้ประเทศไทย”

หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคอนาคตใหม่ ติดตามข่าวสารอัปเดตได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพรรค เพื่อไม่พลาดโอกาสสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน

ที่มา – ‘เท้ง’น้อมรับผลเลือกตั้งซ่อมเชียงรายพ่าย ‘เพื่อไทย’ แต่ยังเชื่อมั่นคะแนนนิยมพรรค

จีนสอบสวนเอ็นวิเดีย พบละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด

ล่าสุดสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 16 กันยายนว่า ประเทศจีนได้ประกาศผลการสอบสวนเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท เอ็นวิเดีย คอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ โดยหน่วยงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีน (เอสเอเอ็มอาร์) ระบุว่า เอ็นวิเดีย ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดของจีน และจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมตามกฎหมาย

จีนพบเอ็นวิเดีย “ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกยอด” ลั่นสอบสวนเพิ่มเติม

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนระบุว่า การแข่งขันด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังถือว่าตึงเครียด ด้วยทั้งสองประเทศต่างมุ่งหวังเป็นผู้นำในเทคโนโลยีดังกล่าวที่เป็นหัวใจสำคัญต่อเศรษฐกิจและป้องกันความมั่นคง

รายละเอียดการสอบสวนยังไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ออกมาในแถลงการณ์ของเอสเอเอ็มอาร์ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจ ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกยอด ของเอ็นวิเดีย ทั้งในด้านการกำหนดราคาหรือการจัดจำหน่ายเทคโนโลยีที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดในจีน

ด้านโฆษกของเอ็นวิเดียได้ชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายทุกข้อ โดยให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ระหว่างการประเมินผลของมาตรการควบคุมทางการค้าที่อาจส่งผลต่อกลไกตลาด

บริบทระหว่างจีน – สหรัฐ และสถานการณ์ตลาดโลก

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วโมงเดียวหลังการเจรจาด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความตึงเครียดในความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูตที่ยืดเยื้อมายาวนานหลายปี

  • จีนเรียกร้องให้มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในภาคเทคโนโลยี
  • สหรัฐฯ มีนโยบายเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงมายังจีน
  • ตลาดโลกทยอยปรับกลยุทธ์ในการจัดหาชิปเซมิคอนดักเตอร์

ข่าวดังกล่าวถือเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ยังมีอยู่ระหว่างสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะในแวดวง กฎหมายต่อต้านการผูกยอด ที่ถูกนำมาใช้เพื่อควบคุมพฤติกรรมของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ

แม้ผลการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่ได้เผยข้อมูลเชิงลึก แต่การเปิดเผยข่าวดังกล่าวก็อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของเอ็นวิเดียในตลาดเอเชีย และอาจส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทในระยะสั้น

มองในระยะยาว การดำเนินการของจีนอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ หันมาใช้เครื่องมือกฎหมายต่อต้านการผูกยอดกับบริษัทเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากขึ้น ทั้งในด้านเธรดมิลเลอร์ สัญญาณในเชิงนโยบาย และตลาดแรงงานที่มีความเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม หากดูในเชิงเศรษฐศาสตร์ การ สอบสวนเพิ่มเติม อาจช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชีย และเป็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับผู้เล่นท้องถิ่นที่ต้องการเข้ามาแบ่งปันตลาด

ในภาพรวมแล้ว การพัฒนากฎหมายต้านการผูกยอดในจีน สะท้อนให้เห็นถึงการคว่ำบาตรเชิงโครงสร้างเพื่อควบคุมอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่อาจเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับเศรษฐกิจโลกในยุคใหม่

จะเป็นอย่างไรต่อไป ว่ารัฐบาลจีนจะใช้เครื่องมือทางกฎหมายไปถึงขั้นใด และเอ็นวิเดียจะเหมาะสมกับข้อกำหนดใหม่ๆ อย่างไร เราอาจต้องติดตามในแบบเดายไม่ได้

อ่านต่อ: ประโยชน์ของวัสดุเทอร์โมอิเล็กทริกต่อเซมิคอนดักเตอร์

ที่มา – จีนพบเอ็นวิเดีย “ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกยอด” ลั่นสอบสวนเพิ่มเติม

ระวังซื้อของด้วยบัตรสวัสดิการกับรถเร่ อาจถูกใช้โดยไม่รู้ตัว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แฟนเพจ “ตำรวจสอบสวนกลาง” ได้ออกมาแจ้งเตือนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ระมัดระวังการใช้สิทธิโดยเฉพาะกับร้านค้าประเภทรถเร่ ที่อาจมีพฤติกรรมหลอกลวง ทำให้สิทธิ福利ถูกนำไปใช้โดยไม่รู้ตัว

เจ้าหน้าที่ระบุว่า พบว่ารถเร่บางรายมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้ในพื้นที่อื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ถือบัตร ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิหลายรายไม่สามารถใช้บัตรได้อีกต่อไป เพราะถูกใช้ไปแล้วในพื้นที่อื่น

ระวังซื้อของด้วยบัตรสวัสดิการกับรถเร่

ข้อความจากตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า “ผู้ใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐควรระวังการซื้อ-แลกสินค้ากับรถเร่ เนื่องจากพบพฤติกรรมการหลอกลวง ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชน” โดยเฉพาะการใช้บัตรประชาชนให้ร้านค้าในการซื้อสินค้า เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช ฯลฯ

พฤติกรรมที่ควรระวัง

ตามรายงาน รถเร่เหล่านี้มักจะตระเวนขายสินค้าและใช้แอป “ถุงเงิน” ในการรับชำระเงินจากบัตรสวัสดิการ ซึ่งโดยหลอกให้ประชาชนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปใช้เอง แต่กลับนำข้อมูลบัตรไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ผู้มีสิทธิสูญเสีย福利ที่ควรได้รับ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางได้ขอแนะนำว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐควร

  • ใช้สิทธิกับร้านค้าที่เป็น “ร้านธงฟ้าประชารัฐ” เท่านั้น
  • ตรวจสอบรายการใช้สิทธิอย่างสม่ำเสมอ
  • ห้ามให้บัตรประชาชนหรือบัตรสวัสดิการกับผู้อื่นเด็ดขาด

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สิทธิผิดปกติ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2109-2345 หรือกรมบัญชีกลาง 0-2270-6400 ในวันและเวลาราชการ

การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยให้คุณได้ประโยชน์สูงสุด แต่ยังช่วยรักษาความโปร่งใสในระบบสวัสดิการของประเทศ

ที่มา – เตือนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระวังการซื้อ-แลกสินค้ากับรถเร่

แม่ทัพภาค 2 ยันเปิดด่านเป็นมาตรการสุดท้าย ไม่ถล่มคาสิโน

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “บิ๊กกุ้ง” ได้เดินทางไปเป็นวิทยากรพิเศษในการเสวนาในหัวข้อ “เรื่องเล่าจากแนวหน้า วีรกรรมทหารกล้า ปกป้องแผ่นดินไทย” ที่โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรับฟังกว่า 3,000 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร สมาคมผู้ปกครอง และนักเรียน

แม่ทัพภาค 2 ยันเปิดด่านเป็นมาตรการสุดท้าย

ในoccasion นี้ พลโท บุญสิน ได้กล่าวถึงประเด็นหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางชายแดน โดยระบุชัดเจนว่า การที่ประเทศไทยเลือกเปิดด่านเป็นมาตรการสุดท้ายในการเจรจาต่อรองกับฝ่ายข้าศึกนั้น เป็นเพราะตระหนักถึงพันธสัญญาทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับเขมร

ทั้งนี้ ได้มีการอธิบายว่าสินค้าอุตสาหกรรมจำนวนมากที่เขมรใช้ เช่น น้ำมัน เหล็ก และปูนซีเมนต์ ล้วนมีต้นทางมาจากประเทศไทยในราคาที่ถูกและคุณภาพดี หากเรากำหนดมาตรการปิดด่านเข้มงวด จะส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจของเพื่อนบ้าน ซึ่งดูเหมือน “ดี” แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน

ทำไมถึงไม่โจมตีคาสิโน?

ด้านคำถามที่ว่า ทำไมไทยไม่เลือกโจมตีคาสิโนหรือเป้าหมายทางการเงินของฝ่ายตรงข้าม พลโท บุญสิน ได้ตอบอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยเลือกที่จะไม่โจมตีพลเรือน เนื่องจากไม่อยากให้สันดานของไทยตกลงไปอยู่ในระดับเดียวกับฝ่ายตรงข้าม

การโจมตีทางทหารจะมุ่งเน้นแต่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเท่านั้น ไม่ใช่พลเมืองทั่วไปที่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์วุ่นวายได้

แม่ทัพภาค 2 ได้ย้ำว่า “หากเราโจมตีพลเรือน ก็ไม่ต่างจากเขมรที่ lacks จริยธรรม และไม่เคารพกฎหมายสากล การเลือกใช้ความรุนแรงนั้นควรอยู่ภายใต้กฎหมาย บัญชา และบริบทที่เหมาะสม”

บทเรียนสำหรับเยาวชน

กิจกรรมในวันนั้นยังมีเป้าหมายอีกด้านหนึ่ง คือ การส่งเสริมแนวคิดให้เยาวชนหันมาใส่ใจในการเรียนรู้ ฝึกฝนวิชาชีพ และใช้ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม มีทั้งให้กำลังใจและกระตุ้นให้นักเรียนเห็นถึงโอกาสในการเติบโตผ่านเส้นทางอาชีพที่มั่นคง

พลโท บุญสิน กล่าวว่า “น้องๆ คือกระดูกสันหลังของชาติ การศึกษาไม่ใช่แค่เพื่อสอบให้ผ่าน แต่เพื่อเตรียมตัวเป็นผู้นำในอนาคต ความรุนแรงล้าสมัยแล้ว สิ่งที่ควรเน้นคือการเรียนรู้และการบำบัดปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ”

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของแม่ทัพภาค 2 ถือเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนรุ่นใหม่ และให้แง่คิดว่าการเจรจาอย่างมีสติ และการเคารพกฎหมายสากล เป็นแนวทางที่ดีกว่าการจู่โจมอย่างไร้เหตุผล

หากคุณสนใจเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์แนวรบและบทบาทของกองทัพในการรักษาความสงบ สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และเข้าใจบริบทได้อย่างลึกซึ้ง

ที่มา – แม่ทัพภาค 2 ยันเปิดด่านเป็นมาตรการสุดท้าย ไม่ถล่มคาสิโน เพราะจะไม่โจมตีพลเรือน!