ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

Central The Fashion Disruptors 2025: สัมผัสแฟชั่นไทยรุ่นใหม่

ในปี 2025 นี้ เซ็นทรัลจัดอีเว้นต์สุดยิ่งใหญ่ “Central The Fashion Disruptors 2025” เพื่อเป็นพื้นที่แสดงศักยภาพให้กับแบรนด์แฟชั่นไทยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่เติบโตมาจากโลกออนไลน์ (T-Fashion) งานนี้ไม่ใช่แค่แค่แฟชั่นโชว์ธรรมดา แต่เป็นโอกาสของแบรนด์ไทยให้แสดงศักยภาพ และเดินหน้าเติบโตไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

Central The Fashion Disruptors 2025

งาน Central The Fashion Disruptors 2025 สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในแวดวงแฟชั่นไทย จัดขึ้นที่ Event Arena ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยนำแบรนด์ T-Fashion มาออกหน้าร้านจริง เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสและสนับสนุนแบรนด์ด้วยกัน เหตุการณ์นี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งผู้ประกอบการ ลูกค้า และสื่อแฟชั่นในวงการ

บรรยากาศภายในงาน Central The Fashion Disruptors 2025

ความน่าตื่นเต้นถูกยกระดับขึ้นมาอีกขั้น เมื่อเหล่าดาราดังและ KOLs มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยนำทีมโดยเกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต “4EVE” และเหล่าท็อปโมเดล อย่าง มายด์ – อาทิตยา จากแบรนด์ The SRT รวมถึง ตาออม – เบญญาภา และ โจริญ – โจริญ คัมภีรพันธุ์ จาก Maison Keeps ที่มาร่วมสร้างมิติความเก๋ให้กับแบรนด์ในแบบออนไลน์กลายเป็น on-ground ด้วยความสดใหม่

16 แบรนด์ที่เข้าร่วมในครั้งนี้ ได้แก่ AIMER, CALM OUTDOORS, DAILY SQUAD, FABRIQUE, FLAT211, LOOKBOOK LOOKBOOK, MAISON KEEPS, MERGE, PICCORO, RALLY MOVEMENT, SALISA, THE SRT, TRIKUL, VIRGINX, WACAY และ WARA ทุกแบรนด์จัดเต็มในแฟชั่นโชว์สไตล์ “Unfiltered” ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์งาน ซึ่งสื่อถึงการเปิดโลกจริงจากหน้าฟีดออนไลน์สู่พื้นที่จริงบนโลกเรียล

ประสบการณ์พิเศษอื่น ๆ จาก Central The Fashion Disruptors 2025

นอกจากแฟชั่นโชว์แล้ว ผู้เข้าชมยังได้สัมผัสกับพื้นที่ถ่ายภาพ Photo Area & Fashion Experience พร้อมพื้นหลังเปลี่ยนสี (Background) และมีช่างภาพมืออาชีพให้บริการ ช่วยให้คุณได้ภาพที่ดูเป็นแฟชั่นนิสต้าแบบเต็มตัว

  • Fashion X Food Stylish Experience: เมนูพิเศษสุดคูลส์จากร้านอาหารชั้นดี รังสรรค์โดยเชฟจาก I Do แคเทอร์ริ่ง เพื่อเชื่อมโยงแฟชั่นและอาหารเข้าไว้ในแท่งเดียว
  • DJ & Entertainment: ซาวด์เพลงสุดคูลจากดีเจ Jira กับแนวเพลงสุดชิค สร้างบรรยากาศสุด supper chill ใน after party
  • Special Promotion: สิทธิพิเศษมากพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ที่ช้อปครบตามเงื่อนไข

จะเห็นว่างาน Central The Fashion Disruptors 2025 ไม่ใช่แค่พื้นที่ให้แบรนด์ T-Fashion แสดงผลงาน แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการเติบโตของวงการแฟชั่นไทยในอนาคต โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z และผู้บริโภคที่ชื่นชอบแฟชั่นอย่างแท้จริง

หากคุณสนใจอยากสัมผัสประสบการณ์ รวมทั้งสนับสนุนศักยภาพของแบรนด์ไทย ต้องไม่พลาดงานนี้เด็ดขาด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการแฟชั่นไทยที่ทุกคนควรร่วมเป็นส่วนหนึ่ง

ที่มา – Central The Fashion Disruptors 2025

ช้างศึกจัด 3 กองหน้ายิงอิรัก พีรดนย์ลุย-ยังไร้ชนาธิป

การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว) ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 รอบชิงชนะเลิศ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะพบกับทีมอิรัก โดยการเตะมีกำหนดเวลา 20.00 น.

ช้างศึกจัด 3 กองหน้ายิงอิรัก พีรดนย์ลุย-ยังไร้ชนาธิป

ทีมชาติไทย ซึ่งมีอันดับโลกอยู่ที่ 102 เป็นแชมป์เก่า 16 สมัย และแชมป์สมัยล่าสุด ส่วนทีมอิรักมีอันดับในโลกอยู่ที่ 58 และเคยเป็นแชมป์มาแล้ว 1 สมัย สำหรับสถิติการพบกันใน 5 เกมหลัง ทีมไทยยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ โดยเกมล่าสุดในรอบชิงชนะเลิศ คิงส์คัพ ครั้งที่ 49 เสมอกันในเวลา 90 นาที 2-2 ก่อนที่อิรักจะชนะในช่วงการยิงจุดโทษ

รายละเอียดการแข่งขัน

ในนัดแรกของทัวร์นาเมนต์ ทีมไทยเอาชนะทีมฟิจิไปได้ 3-0 ส่วนอิรักสามารถพลิกชนะฮ่องกงได้ 2-1 ทำให้ทั้งสองทีมผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายมาเจอกัน

มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ได้ประกาศรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงสำหรับเกมนี้ โดยที่นัดนี้ถือเป็นการหายไปจากสนามติดต่อกันเป็นนัดที่ 2 ของ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์

  • ผู้รักษาประตู: ปฏิวัติ คำไหม
  • เซ็นเตอร์แบ็ก: ณัฐพงษ์ สายริยา, สุพรรณ ทองสงค์
  • แบ็กขวา: ศุภนันท์ บุรีรัตน์
  • แบ็กซ้าย: นิโคลัส มิคเกลสัน
  • กองกลาง: พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (กัปตัน), เบนจามิน เดวิส
  • ริมเส้นขวา: ธีรศักดิ์ เผยพิมาย
  • ริมเส้นซ้าย: ศุภชัย ใจเด็ด
  • กองหน้า: สุภโชค สารชาติ, ปรเมศย์ อาจวิไล

จากการจัดทัพในครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าทีมไทยเน้นการตั้งรับที่แน่นหนา และวางน้ำหนักในแนวรุกไว้ที่ 3 กองหน้า ซึ่งถือเป็นแผนการเล่นที่มุ่งหวังผลในเกมนี้อย่างชัดเจน

จากการวิเคราะห์ความพร้อมของทีมดูเหมือนว่า “ช้างศึก” ยังต้องลุ้นเสียงหอบของ “เจ” ชนาธิป ที่อาจเปลี่ยนเกมได้ แต่ในขณะนี้มีสิทธิ์พลาดเกมสำคัญนี้อีกเช่นกัน

แนวทางของทีมไทย

การจัดทัพแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของโค้ชมาซาทาดะ อิชิอิ ในการเก็บชัยชนะสำคัญ โดยมุ่งเน้นความเสถียรของแนวรับ และใช้ความเร็วในแนวรุกจาก พีรดนย์ และ สุภโชค ที่มีความสำคัญมากในเกม

ผู้ชมสามารถจับตาดูการจัดการแท็คติกของผู้เล่นในแนวรุกว่าจะสามารถพังประตูใส่อิรักได้หรือไม่ และทางด้านอิรักก็เตรียมความพร้อมมาเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์กลับไปครองอีกครั้ง

การแข่งขันนัดนี้จะเป็นโอกาสทองสำคัญของทีมไทยในการพลิกสถานการณ์ และเพิ่มความมั่นใจให้กับเหล่าแฟนบอลในศักยภาพของทีม หากสามารถคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้

ขอให้ทุกท่านร่วมเชียร์และติดตามผลงานของ “ช้างศึก” อย่างต่อเนื่อง หวังว่าผลงานในเกมนี้จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเตรียมทัพในศึกฟุตบอลสำคัญๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

ที่มา – ‘ช้างศึก’ จัด 3 กองหน้ายิงอิรัก ‘พีรดนย์’ ลุย-ยังไร้ ‘ชนาธิป’

ศึกเลือกตั้งสงขลาระอุ ! ‘ชนนพัฒฐ์’ปัดแจงดีล‘ภูมิใจธรรม’

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะการเปรียบเทียบกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกเรียกว่า “ภูมิใจธรรม” ในแง่ของการวางตัวในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

ศึกเลือกตั้งสงขลาระอุ ! ‘ชนนพัฒฐ์’ปัดแจงดีล‘ภูมิใจธรรม’

นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า ในช่วงเวลานี้พรรคกล้าธรรมมีการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง เนื่องจากการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบันมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา จึงจำเป็นต้องเริ่มวางรากฐานและเตรียมผู้สมัครที่มีคุณภาพและสามารถทำงานจริงเพื่อประชาชน

เขาเน้นย้ำว่า นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ กรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะเป็นผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 6 นั้น คือ “แม่ทัพกล้าธรรมตัวจริง” ที่มีความสามารถในการดูแลพื้นที่ทั้งจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่มีการตัดสินใจร่วมทางอย่างเป็นทางการ

เมื่อถูกถามถึงโอกาสในการร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการจับตามองว่าอาจเกิดการจับมือในพื้นที่จังหวัดสงขลา นายชนนพัฒฐ์ ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจร่วมมืออย่างเป็นทางการใดๆ การพูดคุยที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงการคุยกันในเชิงสนุกสนาน แม้จะมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการเลือกตั้งร่วมกับพรรคภูมิใจไทย แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนการตัดสินใจใดๆ

“ผมไม่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องเหล่านี้ การเมืองวันนี้ต้องใช้ความรู้เท่าทัน แม้จะอยู่กับคนละพรรคแต่ก็ยังพูดคุยกันได้” นายนี้กล่าวไว้อย่างชัดเจน

  • การเมืองในสงขลา เป็นจุดที่น่าจับตามองในภาคใต้
  • พรรคกล้าธรรม มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการส่งผู้สมัคร
  • การพูดคุยกับภูมิใจไทย เป็นการเจรจาในเชิงทดลอง

นายชนนพัฒฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การวางยุทธศาสตร์ในงานเลือกตั้งเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรคระดับสูง ซึ่งมีการวางกรอบไว้อย่างชัดเจน ว่าผู้สมัครต้องมีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจประชาชนในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เพื่อจะสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่แท้จริง

ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายชัดเจนในการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและการบริหารพรรคอย่างเข้มแข็ง การเมืองจังหวัดสงขลาในครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงนโยบายหรือความร่วมมือกับพรรคอื่น

ทั้งนี้ ศึกเลือกตั้งสงขลาระอุ ! ‘ชนนพัฒฐ์’ปัดแจงดีล‘ภูมิใจธรรม’ ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนควรจับตาดู เพราะอาจส่งผลต่อโครงสร้างการเมืองในพื้นที่ในอนาคต

ที่มา – ศึกเลือกตั้งสงขลาระอุ ! ‘ชนนพัฒฐ์’ปัดแจงดีล‘ภูมิใจธรรม’

ภาพชุด! แฟนบอลไม่กลัวฝน เชียร์ ‘ช้างศึก’ ชิง ‘อิรัก’ คิงส์คัพ

ฝนโปรยปรายไม่อาจคลายความกระหายในหัวใจของแฟนบอลไทยได้ เมื่อพวกเขาเตรียมพร้อมเชียร์ ‘ช้างศึก’ ทีมชาติไทย ในศึก คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ที่สนามกีฬากลาง จังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว) ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 รอบชิงชนะเลิศ พบกับทีม อิรัก เวลา 20.00 น.

ภาพชุด! แฟนบอลไม่กลัวฝน เชียร์ ‘ช้างศึก’ ชิง ‘อิรัก’ คิงส์คัพ

แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันการแข่งขัน แต่แฟนบอล ช้างศึก ก็ยังคงความแข็งแกร่ง สวมเสื้อกันฝนทยอยเดินทางเข้าสนามเป็นจำนวนมาก เต็มที่เพื่อให้กำลังใจทีมในเกมที่สำคัญที่สุดตลอดฤดูกาลนี้

ความตื่นเต้นที่สนามกลีบบัว

สถานที่จัดการแข่งขันเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คึกคัก คนรักฟุตบอลจากทั่วประเทศต่างมุ่งหน้ามายัง สนามกลีบบัว เพื่อเป็นสักขีพยานในเกมที่ทีมชาติไทยจะต้องเผชิญหน้ากับทีมแข็งแกร่งจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการลุ้นแชมป์ คิงส์คัพ ที่แฟนบอลรอคอยมานาน

ด้วยศักดิ์ศรีของทั้งสองทีม เกมนี้ถือเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และแฟนบอลไทยยังคงยืนหยัดเชียร์อย่างไม่หวั่นไหวแม้ฝนจะโปรยปรายบนหัว ต้องขอบคุณจิตวิญญาณนักสู้ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของทุก แฟนบอลช้างศึก ที่พร้อมจะร่วมเป็นกำลังใจให้ทีมต่อสู้เพื่อความภาคภูมิใจของประเทศชาติ

  • บรรยากาศที่สนามเต็มไปด้วยแฟนบอลที่ไม่ยอมแพ้ต่อสภาพฝนตก
  • การเตรียมพร้อมเชียร์ของแฟนบอลที่ใส่ใจรายละเอียดในทุก ๆ ดีเทล
  • ภาพถ่ายที่บันทึกความประทับใจในวันที่พิเศษของทั้งประเทศ

การมาเยือนครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ความเป็นหนึ่งเดียวของแฟนบอลไทยที่มีต่อทีมชาติอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรจะมาบั่นทอนความรักและความคาดหวังที่มีต่อ “ช้างศึก” ได้อีกแล้ว

ในฐานะประเทศเจ้าภาพที่มีความภาคภูมิใจสูง แฟนบอลทั้งหลายต่างก็หวังว่า ทีมช้างศึก จะสามารถคว้าแชมป์ คิงส์คัพ กลับมาครองได้อีกครั้ง เพื่อเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดต่อผลงานตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา

ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเช่นไร หนึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ความรักในทีมชาติ” ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของเราเสมอ และทุกเสียงเชียร์ในวันนี้ คือพลังที่จะส่งเสริมให้ “ช้างศึก” ก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น

ร่วมเป็นกำลังใจให้ทีมชาติไทย เราเชื่อว่า ชัยชนะคือเป้าหมายที่ทุกคนมีร่วมกัน!

ที่มา – ภาพชุด! แฟนบอลไม่กลัวฝน เตรียมเชียร์ ‘ช้างศึก’ ชิง ‘อิรัก’ ศึกคิงส์คัพ

เปิดโลกใหม่การศึกษา FutureEd Fest 2025

งาน FutureEd Fest 2025 ได้เปิดประตูสู่โลกใหม่แห่งการศึกษาอย่างยิ่งใหญ่ รวบรวมเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งในและนอกภาคการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงพันธมิตรนานาชาติเพื่อร่วมสร้างผู้เรียนแห่งอนาคตให้กับประเทศไทย การพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลง งานเทศกาล FutureEd Fest ถือเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการแลกเปลี่ยนและสร้างสรรค์แนวทางการศึกษาที่เหมาะสมกับยุคสมัย

FutureEd Fest 2025 พร้อมความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน

ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย หรือองค์กรนานาชาติ ได้ร่วมมือกันจัดงาน FutureEd Fest 2025 เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่อาคารไปรษณีย์กลาง กรุงเทพมหานคร โดยงานได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งผู้เข้าร่วมแบบ Onsite และ Online รวมทั้งหมด 2,447 คน สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการศึกษาที่เปิดรับเทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างเต็มตัว

4 แนวคิดหลักคือแก่นแท้ของ FutureEd Fest 2025

  • AI และศักยภาพมนุษย์: การเปลี่ยนแปลงการศึกษา
  • นวัตกรรมและ Maker Education สำหรับผู้เรียนในยุคใหม่
  • ความเสมอภาคในศึกษา: แนวทางท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้ที่รอบด้าน
  • การสร้างโรงเรียนและผู้เรียนตลอดชีวิตในยุคใหม่

งานมอบโอกาสทางความรู้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เช่น ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน และคุณจารุณี สินชัยโรจน์กุล จาก Google for Education ซึ่งได้มอบมุมมองล้ำลึกเกี่ยวกับบทบาทของผู้เรียนและเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกการศึกษาในอนาคต

DataExchange Playground และ Workshop ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วม 927 คน Onsite และ 1,041 คน Online ทั้งยังเปิดพื้นที่โอกาสให้กับครู นักเรียน และผู้บริหารสถานศึกษา ได้แลกเปลี่ยนแนวคิด นวัตกรรม และแนวทางการเรียนรู้ที่ทันสมัย

กิจกรรม Pitching และรางวัลส่งเสริมโรงเรียนสร้างสรรค์

งานได้จัดการแข่งขัน Pitching ให้กับนักเรียน ครู และนักศึกษาระดับต่างๆ โดยแบ่งเป็น 5 ประเภท และได้รับการตอบรับจากเหล่าผู้เข้าร่วมจากทั่วประเทศ พร้อมมอบรางวัลในประเภท Innovative Teacher Awards, Innovative School Awards รวมถึง Maker Fest ให้กับโรงเรียนที่มีแนวทางสร้างสรรค์ในสาขา Makerspace

กิจกรรม Exhibition และ Maker Fest ยังเป็นอีกหนึ่ง亮点ของงาน ซึ่งรวบรวมความคิดสร้างสรรค์ของโรงเรียนต่างๆ เช่น นวัตกรรม AI Tutor Buddy หรือการเปลี่ยนขยะให้เป็นผลงานศิลปะ สะท้อนศักยภาพของผู้เรียนไทยในยุคที่โลกต้องการทักษะหลากหลาย

การพัฒนาการศึกษาในขณะนี้ไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสร้างความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญคือการสร้างเด็กให้มีทักษะคิดเป็นรากฐาน

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starfish Education กล่าวว่า FutureEd Fest 2025 เป็นพื้นที่แห่งความร่วมมือที่มุ่งสร้างการศึกษาที่เท่าเทียม ยั่งยืน และมีคุณภาพในทุกระดับ

หากคุณต้องการติดตามกิจกรรมดีๆ เหล่านี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในประเทศไทย ติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.futureedfest.com และเพจ Facebook FutureEd Fest

การศึกษาสะท้อนอนาคตของประเทศ การร่วมมือเพื่อสร้างผู้เรียนแห่งอนาคตคือบทใหม่ของการศึกษาไทยที่ทุกคนควรจับตา

ที่มา – เปิดโลกใหม่การศึกษา! FutureEd Fest 2025 รวมพลังไทย-นานาชาติ สร้างผู้เรียนแห่งอนาคต

ช่างเสาธงภูมะเขือ เสียสละเพื่อชาติ ชาวบ้านแห่ใช้บริการ

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ได้มีข่าวเผยแพร่จากหลายสำนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องราวของ “ช่างเสาธงภูมะเขือ” ที่ได้เสียสละลงมือทำงานเพื่อชาติ โดยไม่คิดค่าแรง สร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วประเทศ

เรื่องราวเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 271 หมู่ 7 ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายยุทธพงศ์ มิ่งขวัญ อายุ 45 ปี ผู้ที่เคยว่าจ้าง “ช่างกบ” หรือนายกิตติคุณ สุทาศรี และทีมช่างเพื่อมาติดตั้งรั้วและประตูสเตนเลสให้ในบ้านหลังนี้

ช่างเสาธงภูมะเขือ เสียสละเพื่อชาติ

ภายหลังสถานการณ์ความไม่สงบตามชายแดนไทย-กัมพูชาในอดีต ซึ่งทำให้นายยุทธพงศ์ต้องอพยพออกจากพื้นที่ไปอยู่กับญาติ จนกระทั่งเหตุการณ์สงบลง นายยุทธพงศ์จึงทราบข่าวผ่านสื่อว่า ทีมช่างที่เคยมารับงานทำรั้วบ้านตนเองนั้นได้เป็นอีกหนึ่งในทีมที่อาสามาติดตั้งเสาธงชาติบนยอดภูมะเขือ ซึ่งอยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยทีมช่างกบประกอบด้วยตัวนายกิตติคุณ สุทาศรี และเพื่อนร่วมงานอีก 3 คน ได้แก่ ช่างเอก, ช่างตุ๊ก และช่างมังกร ร่วมกับทหารชุดหนึ่งมายังยอดภู พร้อมกับสร้างเสาธงโดยใช้วัสดุสเตนเลส สูงถึง 12 เมตร (แยกเป็น 3 ท่อนๆ ละ 4 เมตร) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

คุณค่าของเสียสละที่สร้างแรงบันดาลใจ

การกระทำดังกล่าวของทีมช่างกบได้สร้างความฮือฮาและชื่นชมจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเพื่อนบ้านและผู้ที่เคยใช้บริการจากทีมช่างนี้ หลายคนต่างพากันเข้าไปอุดหนุน จนทำให้คิวงานของร้านใกล้ชิดจะเต็มไปหมด แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการทำงานด้วยหัวใจ และการเสียสละเพื่อส่วนรวม

จากคำให้สัมภาษณ์ของนายยุทธพงศ์ เขาเผยว่า เขารู้สึกภูมิใจอย่างสุดซึ้งที่ว่าจ้างให้ช่างมาทำงานที่บ้าน และเมื่อรู้ข่าวว่าทีมของเขานั้นกลับไปทำงานเพื่อชาติเขาก็ยอมรับว่า “ไม่เป็นไรเพื่อชาติ” เพราะเขาเข้าใจถึงความสำคัญของภารกิจที่สูงกว่าแค่การทำงานในเชิงพาณิชย์

  • ชื่อทีมช่าง: ช่างกบ
  • เจ้าของร้าน: คุณกิตติคุณ สุทาศรี
  • พื้นที่ปฏิบัติงาน: จ.ศรีสะเกษ
  • โครงการ: ติดตั้งเสาธงชาติที่ภูมะเขือ
  • วัสดุที่ใช้: สเตนเลสคุณภาพสูง

เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างกระแสตอบรับเชิงบวกอย่างมากในโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊กของหลายเพจข่าวดิจิทัลล้วนโพสต์เกี่ยวกับผลงานของ “ช่างเสาธงภูมะเขือ” พร้อมกับประโยคที่ว่า “ความภาคภูมิใจแบบนี้ คือของแท้”

ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดของสังคม หากเรามีจิตอาสามาช่วยเหลือกัน เราสามารถสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมขวัญบุคลากรทางการทหาร หรือแรงบันดาลใจในเชิงสังคมที่เกิดจาก “ช่างเสาธงภูมะเขือ” ที่ทำด้วยหัวใจ

ที่มา – ‘ช่างเสาธงภูมะเขือ’ งานชุก-คิวแน่น ชาวบ้านแห่อุดหนุน ชื่นชมเสียสละเพื่อชาติ

อุตุโลกฯเผย ไฟป่าก่อให้เกิด “ส่วนผสมอันตราย” ของมลพิษทางอากาศ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า คุณภาพอากาศที่ผู้คนหายใจมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และประเด็นทั้งสองนี้ควรได้รับการจัดการร่วมกันเพื่อความยั่งยืนของโลก

อุตุโลกเผย ไฟป่าก่อให้เกิด “ส่วนผสมอันตราย” ของมลพิษทางอากาศ

รายงานประจำปีฉบับที่ 5 เรื่องคุณภาพอากาศและสภาพอากาศจาก WMO ชี้ให้เห็นว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น แอมะซอน แคนาดา และไซบีเรีย สามารถแพร่กระจายผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในวงกว้างได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากจุดเกิดเพลิงไหม้

นางโค บาร์เรตต์ รองเลขาธิการ WMO กล่าวว่า “ผลกระทบจากสภาพอากาศและมลพิษทางอากาศไม่จำกัดเฉพาะในประเทศใดประเทศหนึ่ง ไฟป่าที่เกิดขึ้นจากความร้อนจัดและภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศของผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก”

เหตุผลที่ไฟป่าส่งผลต่อมลพิษ

รายงานระบุว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งรวมถึง “ละอองลอย” ที่มาจากไฟป่า หมอกฤดูหนาว มลพิษจากการขนส่ง และมลพิษในเมือง แต่ละปัจจัยล้วนมีส่วนในการลดคุณภาพของอากาศที่เรายังใจอยู่

อีกทั้งในปี พ.ศ. 2567 พบว่าไฟป่าทำให้ระดับอนุภาค PM2.5 (อนุภาคขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร) เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศแคนาดา ไซบีเรีย และแอฟริกากลาง และพีเอ็ม 2.5 สูงที่สุดนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอน

นายลอเรนโซ ลาบราดอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ของ WMO และหนึ่งในผู้ประสานงานรายงาน กล่าวว่า “ฤดูไฟป่าในปัจจุบันมีแนวโน้มจะรุนแรงและยาวนานยิ่งขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลให้เกิดส่วนผสมของสารอันตรายที่ปนเปื้อนในอากาศมากขึ้น”

  • ไฟป่ามีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายภูมิภาค
  • พีเอ็ม 2.5 เพิ่มขึ้นในหลายจุดทั่วโลก
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ไฟป่ารุนแรงขึ้นทุกปี

เราควรตระหนักว่าไฟป่าไม่ได้ส่งผลเฉพาะที่จุดเกิดเพลิงไหม้เท่านั้น แต่มันกลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ เพราะการหายใจอากาศที่มีมลพิษจะเป็นอันตรายโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจและหัวใจ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของไฟป่าในอนาคต

หากคุณต้องการทราบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม หรือมีความสนใจในประเด็นโลกอย่างใกล้ชิด มาติดตามบทความดี ๆ ที่เราอัปเดตทุกวันได้ที่นี่

ที่มา – อุตุโลกฯเผย ไฟป่าก่อให้เกิด “ส่วนผสมอันตราย” ของมลพิษทางอากาศ

เปิดลิสต์หุ้นเก็งกำไรรัฐบาลอนุทิน สัปดาห์นี้ดัชนีลุ้น 1,285 จุด

หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างเป็นทางการ ตลาดหุ้นไทยก็เริ่มมีพลังงานบวกอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยพุ่งขึ้นแรง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อกรอบนโยบายใหม่ของรัฐบาลชุดนี้

เปิดลิสต์หุ้นเก็งกำไรรัฐบาลอนุทิน

สำหรับสัปดาห์นี้ (8-12 ก.ย. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินว่าดัชนี SET จะมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,225 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,270 และ 1,285 จุด ปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตา ได้แก่ การเมืองในประเทศรวมถึงทิศทางของเงินทุนต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากต่างประเทศ เช่น ECB, จีดีพีไตรมาส 2/2568 และดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจรายเดือนของจีน เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค

หุ้นกลุ่มใดได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล ‘อนุทิน’?

บล.กรุงศรี ระบุว่า มีหลายกลุ่มหุ้นที่น่าจับตาในฐานะหุ้นเก็งกำไรรัฐบาลอนุทิน โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายหลักที่วางไว้

  • วงเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาท: คาดว่าจะหนุนหุ้นธนาคารไทย เช่น SCB, KTB, KBANK ตลอดจนหุ้นกลุ่มบริษัทไฟแนนซ์อย่าง MTC และ SAWAD ส่วนในเซ็กเตอร์ค้าปลีกมี CPALL และ GLOBAL ที่น่าจับตา
  • โครงการ Solar Cell: หุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง GULF และ GUNKUL มีโอกาสได้รับผลบวกจากนโยบายส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์
  • Landbridge และนิคมอุตสาหกรรม: STECON, CK, WHA, AMATA และ SJWD มีแนวโน้มดีจากนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการค้า
  • นโยบายหนุนการท่องเที่ยว: โครงการยกระดับการท่องเที่ยวให้มีรายได้ 6 ล้านล้านบาทใน 4 ปี ช่วยหนุนหุ้น ERW, CENTEL และโรงพยาบาล BDMS, BH
  • กองทุนประกันชีวิต 60 ปี: ซึ่งมี TLI และ BLA เป็นตัวอย่าง ภายใต้แนวคิดประกันชีวิตที่เสียชีวิตได้เงิน 100,000 บาท
  • รถยนต์ไฟฟ้าและสาธารณูปโภค: โครงการรถเมล์ไฟฟ้าของรัฐบาล เปิดโอกาสให้ EA, BYD และ NEX ได้รับผลบวก

นอกจากนี้ยังมีนโยบายด้านสาธารณสุข เช่น เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งในทุกจังหวัด รวมไปถึงการฟอกไตฟรี ซึ่งส่งผลบวกกับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น BCH โดยรวมแล้ว หุ้นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลใหม่ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะสั้นและกลาง

ทำตามไม่พลาด! เช็กข่าวเศรษฐกิจวันนี้ พร้อมหุ้นน่าเล่นทุกวันที่เว็บไซต์เรา หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในช่วงวิกฤตการเมืองและการเปลี่ยนผ่านนโยบายใหม่ หุ้นเก็งกำไรรัฐบาลอนุทินน่าจับตาเป็นพิเศษ

ที่มา – เปิดลิสต์หุ้นเก็งกำไรในรัฐบาล ‘อนุทิน’ คาดสัปดาห์นี้ดัชนีไต่ขึ้น 1,285 จุด

ฮุน มาเนต แสดงความยินดีอนุทินรับตำแหน่งนายกฯคนที่32

เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา คือ ฮุน มาเนต ได้ส่งสารถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แห่งราชอาณาจักรไทย โดยแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ

ฮุน มาเนต แสดงความยินดีอนุทินรับตำแหน่งนายกฯคนที่32

ในข้อความดังกล่าว ฮุน มาเนต ได้มอบถ้อยคำชมเชยต่อนายอนุทิน ว่าเป็นผู้นำที่ได้รับความไว้วางใจอย่างมากจากประชาชน โดยชัยชนะในการได้รับตำแหน่งนี้ เป็นผลจากความสามารถและความชาญฉลาดในการบริหารประเทศที่ประชาชนได้เห็นชัด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังได้แสดงความเชื่อมั่นว่า ภายใต้การนำของ ฮุน มาเนต แสดงความยินดีอนุทินรับตำแหน่งนายกฯคนที่32 ประเทศไทยจะสามารถก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยมีแนวทางในการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและเอื้อต่อความเจริญเติบโตในทุกด้าน

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาร่วมสร้างอนาคต

นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังเน้นย้ำอีกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นมีมานานหลายศตวรรษ และยังเป็นสมาชิกของอาเซียน ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้นในภูมิภาค ประเทศไทยและกัมพูชามีภูมิประเทศติดกัน ดังนั้นการร่วมมือกันในหลายด้านจึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
  • การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
  • การประชุมร่วมในระดับภูมิภาค
  • การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งร่วมกัน

รมว.กัมพูชาได้กล่าวอีกว่า การอยู่ร่วมกันอย่างสันติเป็นสิ่งสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะต้องร่วมมือกันเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ ทั้งยังต้องการให้พื้นที่พรมแดนร่วมกลายเป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

สิ่งนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนถึงมิตรภาพระหว่างรัฐบาลสองประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนประเทศในแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย ฮุน มาเนต แสดงความยินดีอนุทินรับตำแหน่งนายกฯคนที่32 ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ในกระบวนการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนต่อไป

ทั้งนี้ การมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และการวางแผนชัดเจน เช่น อนุทิน จึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ โดยเฉพาะต่อการเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมในอนาคต

ดังนั้น การแสดงความยินดีจากฮุน มาเนต จึงไม่ใช่แค่คำกล่าวทักทายทั่วไป แต่มันมีน้ำหนักในด้านการร่วมมือระหว่างประเทศที่อาจนำไปสู่ข้อตกลงร่วมหรือโครงการพัฒนาใน下ในอนาคต

หากท่านเป็นผู้ที่สนใจเรื่องการเมืองหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้นำของไทยถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ควรติดตาม

ที่มา – ‘ฮุน มาเนต’แสดงความยินดี ‘อนุทิน’ รับตำแหน่งนายกฯ คนที่ 32 เชื่อมั่นในความชาญฉลาดนำไทยสู่ความก้าวหน้า

รถไฟจีน-ลาว พลิกโฉมขนส่ง ดันยอดนำเข้าทุเรียนจากอาเซียนสู่จีนพุ่ง

เส้นทางรถไฟใหม่ที่เชื่อมระหว่างประเทศจีนและลาว หรือที่เรียกกันว่า “รถไฟจีน-ลาว” กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการขนส่งสินค้าอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการขนส่งผลไม้สำคัญของภูมิภาคอย่าง “ทุเรียน” ที่กำลังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการส่งออกไปยังจีน

รถไฟจีน-ลาว พลิกโฉมขนส่ง ดันยอดนำเข้าทุเรียนจากอาเซียนสู่จีนพุ่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองคุนหมิงในประเทศจีนเมื่อวันที่ 7 กันยายนว่า ท่าด่านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศหงอวิ้น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ใหญ่ถึง 161,300 ตารางเมตรนั้น ถือเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ ช่วยสนับสนุนการขนส่งสินค้าจากลาวและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ เข้าสู่จีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสะดวกและรวดเร็วจากเส้นทางรถไฟ

นายหลี่ หรงผิง ประธานบริษัทหงอวิ้น อินเตอร์เนชันแนล ซัพพลายเชน เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาและผสานระบบโลจิสติกส์ทางรางเข้ากับสวนอุตสาหกรรมครบวงจร ซึ่งช่วยให้สามารถจัดการทุกขั้นตอนทั้ง คลังสินค้า การกระจายสินค้า การบรรจุหีบห่อ รวมไปถึงการจัดเก็บและซ่อมแซมตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างพละกำลัง

สำหรับช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทุเรียนนั้น ก็เป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด เนื่องจากมีการขนถ่ายสินค้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยการย้ายทุเรียนราว 18 ตันจากตู้รถไฟไปยังรถบรรทุกใช้เวลาไม่ถึง 40 นาทีเท่านั้นก่อนจะถูกส่งต่อไปยังตลาดท้องถิ่นมากขึ้น

รถไฟด่วนล้านช้าง-แม่โขง เร่งความเร็วขนส่ง

นายโอว เต้าชิง หัวหน้าฝ่ายการตลาดของสถานีท่าเรือบกนานาชาติคุนหมิง กล่าวว่า “รถไฟด่วนล้านช้าง-แม่โขง” ที่วิ่งบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาวสามารถรับส่งสินค้าจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว มายังเมืองคุนหมิงในเวลาเพียงแค่ 26 ชั่วโมงเท่านั้น ส่งผลให้การขนส่งผลไม้ไทยและลาวเข้าสู่ตลาดจีนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังลดเวลาและความเสียหายที่มักพบในการขนส่งแบบเดิม

ก่อนหน้านี้ ทุเรียนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะถูกขนส่งเข้าสู่จีนผ่านรถบรรทุกหรือทางเรือ ซึ่งจำเป็นต้องเผชิญกับปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลไม้ เช่น ความล่าช้าจากสภาพอากาศและความเสียหายในระหว่างการขนส่ง

เนื่องจากความสำเร็จของเส้นทางรถไฟจีน-ลาว ทำให้ปัจจุบันยอดการนำเข้าทุเรียนผ่านเส้นทางนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยจากข้อมูลของสำนักงานรถไฟแห่งประเทศจีนสาขาคุนหมิง ระบุว่า จนถึงวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมามีการนำเข้าทุเรียนผ่านรถไฟจีน-ลาวไปแล้วกว่า 150,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 91% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน

ซึ่งจากความสำเร็จนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มยอดขายผลไม้ของภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าโครงการรถไฟจีน-ลาวนั้นถือเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ที่คำตอบสำหรับการขนส่งสินค้าไปยังจีนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของตลาด การลดเวลาขนส่ง หรือความน่าเชื่อถือของระบบ ทุกทิศทางชี้ไปที่อนาคตที่สดใสสำหรับค้าขายผลไม้ และสินค้าระหว่างประเทศจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการผลไม้ ไม่ควรพลาดโอกาสใช้ประโยชน์จากเส้นทางใหม่นี้ เพราะนี่อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จทางการค้าของคุณในตลาดใหญ่ของโลกอย่างจีน

ที่มา – “รถไฟจีน-ลาว” พลิกโฉมขนส่ง ดันยอดนำเข้าทุเรียนจากอาเซียนสู่จีนพุ่ง