ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ฮุน เซน ขานรับ! แชร์โพสต์ ฮุน มาเนต ส่งสารยินดี อนุทิน นั่งนายกฯ คนที่ 32

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยล่าสุด ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ผ่านการแชร์โพสต์ของ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีปัจจุบันของกัมพูชา ที่มีเนื้อหาแสดงความยินดีและมั่นใจในศักยภาพของผู้นำไทยในยุคนี้

ฮุน มาเนต ส่งสารยินดีอนุทิน นั่งนายกฯ คนที่ 32

ในวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ฮุน มาเนต ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของตนเอง แจ้งข่าวสารอย่างเป็นทางการถึงการดำรงตำแหน่งของ อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมเนื้อหาประกาศความยินดีอย่างเต็มรูปแบบ ระบุว่า การที่นายอนุทินก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมั่นใจของประชาชนชาวไทยที่มีต่อผู้นำ ซึ่งถือเป็นชัยชนะที่สำคัญ

ความเชื่อในศักยภาพผู้นำไทย

ฮุน มาเนต ยังได้เน้นย้ำว่าเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่าภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประเทศไทยจะสามารถก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง สันติ และเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของอาเซียนที่ทุกประเทศมีเป้าหมายในการมีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังได้กล่าวถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่าง ไทยกัมพูชา ที่ไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นพันธมิตรที่ร่วมกันในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย พร้อมส่งสัญญาณว่าจะร่วมมือกับ อนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้า เศรษฐกิจ การศึกษา และความมั่นคง เพื่อเปลี่ยนพรมแดนระหว่างสองประเทศให้กลายเป็น “พรมแดนแห่งสันติภาพและการพัฒนา”

  • การส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค
  • พัฒนาความสัมพันธ์แบบข้ามชาติ
  • เยียวยาประวัติศาสตร์ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์

สิ่งที่ฮุน มาเนต ฝากไว้ในข้อความนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความยินดีเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นคำสัญญาในการร่วมมือกับรัฐบาลไทยในยุคใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่สามารถร่วมมือกันได้ในอนาคต โดยมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชามีความแน่นแฟ้นและเต็มไปด้วยความไว้วางใจ

น่าสนใจว่าการปรากฏตัวของ ฮุน เซน ที่ขานรับข่าวสารจาก ฮุน มาเนต สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นใหม่ในการทูตและความร่วมมือระหว่างสองประเทศซึ่งอาจเป็นตัวขับเคลื่อนความสัมพันธ์ในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

หากคุณสนใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาในช่วงที่มีผู้นำใหม่ ติดตามข่าวสารจากต่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภูมิภาค เราเชื่อว่าทุกวันนี้การแลกเปลี่ยนทางการทูตจะทำให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านมีโอกาสสร้างผลงานที่มากขึ้น

ที่มา – ‘ฮุน เซน’ ขานรับ! แชร์โพสต์ ‘ฮุน มาเนต’ ส่งสารยินดี ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ คนที่ 32 ของไทย

มทภ.2 วอนประชาชนอย่าเชื่อข่าวปั่นพูดโยงการเมือง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีที่สื่อโซเชียลนำไปใช้ภาพของ มทภ.2 ร่วมกับข้อความที่มีการโยงใยวโยงโยกับการเมือง พร้อมกล่าวเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือหรือข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปั่นกระแสความตื่นตันในสังคม

มทภ.2 ยืนยันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

จากข่าวที่มีการนำภาพของ มทภ.2 ไปใช้ในเชิงลบ พล.ท.บุญสิน ได้ชี้แจงให้เข้าใจว่าเนื้อหาหรือข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชน ซึ่งตนยืนยันอย่างชัดเจนว่า มทภ.2 จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือแทรกแซงในการเมืองไม่ว่ากรณีใด ๆ โดยตนย้ำว่า “ถึงผมจะเกษียณอีกไม่กี่วัน แต่ผมก็ยังเป็นทหาร และทหารไม่ยุ่งเรื่องการเมืองอยู่แล้ว”

หน้าที่ของทหารคือรักษาความสงบและความมั่นคง

ทั้งนี้ พล.ท.บุญสิน ได้สื่อสารให้เข้าใจว่าหน้าที่หลักของทหารคือการดูแลอธิปไตยของประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน โดยจะมุ่งเน้นทำงานตามหน้าที่อย่างมีวินัยและตรงต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของบ้านเมือง การเมืองถือเป็นเรื่องของนักการเมือง และ “เรามีหน้าที่ของเรา” อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า “การเมืองก็ให้เขาว่าว่ากันไป” ซึ่งถือเป็นการชี้ให้เห็นถึงแนวทางการทำงานของ มทภ.2 อย่างเป็นกลาง

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ข่าวหรือข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงความมั่นคงของสังคม ดังนั้น การใช้วิจารณญาณในการรับสาร และการไม่แพร่ต่อข่าวลือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือของการปั่นกระแสในแวดวงการเมือง

  • ใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย
  • อย่าคลิกลิงค์หรือแชร์ข่าวโดยไม่ตรวจสอบ
  • เชื่อในข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
  • อย่าให้ข่าวลือส่งผลต่อความคิดหรือการตัดสินใจ

ดังนั้น ประชาชนควรตั้งสติ และหันกลับมาเชื่อถือข้อมูลอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานราชการมากขึ้น เพราะการกระจายข่าวลืออาจสร้างปัญหาใหญ่ในระดับชาติได้หากทุกคนไม่ระมัดระวัง หากทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบข่าว เป็นการร่วมมือกันรักษาเสถียรภาพของประเทศในแบบเงียบ ๆ

ในท้ายที่สุด ขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมรักษาความสงบของสังคม โดยเริ่มจากการไม่เผยแพร่ข่าวลือ ไม่กระตุ้นอารมณ์ และเคารพในบทบาทของแต่ละฝ่ายในระบบที่เรากำลังพยายามพัฒนาไปด้วยกัน

ที่มา – มทภ.2 วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปั่นกระแสพูดโยงการเมือง

คีริน แชมป์นิวคาสเซิล 5 กม. กดเวลาโหด 14.01 นาที

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา คีริน ตันติเวทย์ นักกรีฑาทีมชาติไทยวัย 28 ปี ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กีฬาไทยด้วยการคว้าแชมป์การแข่งขัน คีริน แชมป์นิวคาสเซิล 5 กม. รายการ AJ Bell Great North Run ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

คีริน แชมป์นิวคาสเซิล 5 กม. กดเวลาโหด 14.01 นาที

ในระยะวิ่ง 5 กิโลเมตร คีริน สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่งด้วยเวลาเพียง 14.01 นาที พร้อมเพซเฉลี่ยอยู่ที่ 2.48 นาทีต่อกิโลเมตร แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมการวิ่งและความฟิตสูงสุดที่เขาเตรียมไว้สำหรับการแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ

งานวิ่งระดับโลกที่คีริน คว้าแชมป์ได้

ในการแข่งขันครั้งนี้ คีริน แชมป์นิวคาสเซิล 5 กม. เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เริ่มที่เมืองนิวคาสเซิล และสิ้นสุดที่เซาท์ชิลด์ส ซึ่งเป็นเส้นทางที่ยากและมีผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลกกว่าแสนคน การคว้าแชมป์ในครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของคีริน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักกรีฑาไทยที่ต้องการพิสูจน์ศักยภาพในเวทีโลก

ผลงานดีๆ นี้ยังทำให้คีริน ได้รับโอกาสในการเป็นตัวแทนของไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 11 – 16 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ที่สนามศุภชลาศัย และกรีฑาสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นเวทีระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นักกีฬาชาวไทยต่างมุ่งหวังให้ประสบความสำเร็จ

  • งานวิ่ง AJ Bell Great North Run เป็นงานวิ่งระดับโลกที่รวมทั้งฮาล์ฟมาราธอนและระยะ 5 กม.
  • คีริน ตันติเวทย์ เป็นหนึ่งในตัวแทนที่ถือแรงบันดาลใจให้กับนักกรีฑารุ่นใหม่
  • เขามีเป้าหมายในการสร้างชื่อเสียงให้กีฬาไทยในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

นอกจากความสำเร็จในด้านการแข่งขันแล้ว ผลงานของคีริน ยังช่วยกระตุ้นให้เยาวชนหันมาใส่ใจในการออกกำลังกาย และเลือกกีฬาวิ่งเป็นทางเลือกในการส่งเสริมสุขภาพอีกด้วย นี่คือแรงผลักดันของเขาในการใช้ชัยชนะครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางกีฬายาวไกลในอนาคต

หากคุณรักกีฬาวิ่งและต้องการเริ่มต้นเพื่อสุขภาพ ลองเริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ เช่นการวิ่ง 5 กม. และคุณอาจจะเป็น ‘คีริน’ คนต่อไปของประเทศไทยก็ได้ อย่าลืมตั้งเป้าหมาย และมุ่งมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – ‘คีริน’ แชมป์นิวคาสเซิล 5กม.กดเวลาโหด 14.01 นาที

รวบแก๊งหลอกลงทุนตุ๋นซื้อของ-เป็นตัวแทนจำหน่าย เหยื่อหลงเชื่อสูญ 3.6 ล้าน!

เมื่อวันที่ 7 กันยายน สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดการจับกุมแก๊งฉ้อโกงที่ใช้วิธีหลอกลวงประชาชนให้ลงทุนซื้อสินค้าและทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยอ้างว่าได้กำไรตอบแทนสูง จนทำให้ผู้เสียหายหลายรายสูญหายไปรวมกว่า 3.6 ล้านบาท จากการประกาศของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้บริหารชั้นผู้ใหญ่ในภูมิภาค 6 ที่ออกคำสั่งให้หน่วยงานสืบสวนดำเนินการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาหลายรายในจังหวัดเชียงราย

รวบแก๊งหลอกลงทุนตุ๋นซื้อของ-เป็นตัวแทนจำหน่าย เหยื่อหลงเชื่อสูญ 3.6 ล้าน!

กลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย ทั้งชายและหญิง รวม 4 ราย โดยมีข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยใช้หลักการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะทาง Facebook หรือโซเชียลมีเดียอื่น ๆ โดยอ้างเป็นบริษัทค้าขายหรือผู้ให้บริการสินค้าออนไลน์ แล้วชวนให้เหยื่อลงทุนพร้อมให้ตัวแทนจำหน่าย เพื่อหวังผลตอบแทนที่ดูน่าสนใจ แต่กลับกลายเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อจนสูญเงินเป็นจำนวนมาก

ตามรายงานแจ้งว่า มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยอ้างว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหานำไปหลอกให้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่มีลักษณะคล้ายของจริง ส่งผลให้ผู้เสียหายสูญเงินไปจำนวน 3,638,116 บาท จากการตกลงซื้อสินค้าเพื่อขายออนไลน์ หลังจากนั้นผู้ต้องหาจะหลุดจากการติดต่อและไม่สามารถติดต่อขอเงินคืนได้อีกต่อไป

แผนการฉ้อโกงแบบมีระบบ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มผู้ต้องหานี้มีแผนการฉ้อโกงอย่างฉลาด โดยสร้างเว็บไซต์หรือเพจปลอมที่ดูมีประสิทธิภาพ มีรูปแบบเหมือนแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์จริง พร้อมทั้งมีการอธิบายผลตอบแทน รายละเอียดสินค้า และขั้นตอนการลงทุนที่ชัดเจน จนทำให้ผู้เสียหายเกิดความเชื่อมั่น แล้วตกลงโต้ตอบตามขั้นตอน จนเงินเข้ากระเป๋าผู้ต้องหา

หลังจากที่ได้รับเงินจำนวนมหาศาล กลุ่มผู้ต้องหาได้นำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายส่วนตัว บริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ รวมไปถึงพาไปเที่ยวพักผ่อน และซื้อรถยนต์ luxe ใหม่ มูลค่าหลายแสนบาท จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในเวลาต่อมา พร้อมของกลางหลายรายการ รวมถึงเงินสดกว่า 3 หมื่นบาท ซึ่งเชื่อว่าได้จากธุรกิจมิจฉาชีพ

พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ และเจ้าหน้าที่ล้วนยืนยันว่า ข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหานั้นมีหลักฐานชัดเจน นับตั้งแต่การสื่อสารทางออนไลน์ การโอนเงิน บันทึกการใช้จ่าย จนไปถึงของกลางที่ถูกยึดได้ทั้งหมด พร้อมทั้งมีผู้เสียหายให้ข้อมูลและหลักฐานจำนวนมากที่ช่วยยืนยันความผิดของผู้ต้องหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมมือกันดำเนินการฉ้อโกงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จริง และใช้เงินของผู้เสียหายเลี้ยงชีพโดยตรงอย่างไร้กังวลใจ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ได้สรุปว่ากลุ่มผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นภัยต่อชุมชนอย่างชัดเจน และควรได้รับโทษตามกฎหมาย

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามจากโลกออนไลน์อาจเข้ามาใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด หลายคนมีความเชื่อว่าการ “ลงทุนเล็ก ๆ ได้กำไรใหญ่” มักไม่มีอยู่จริง และนี่คือตัวอย่างที่เตือนใจว่าเมื่อใดที่เราจะไว้วางใจใครสักคนในโลกออนไลน์ เราควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ ตรวจสอบชื่อเสียง พิจารณานโยบาย และรีวิวจากผู้ใช้งานจริงก่อนเสมอ

ข้อแนะนำจากการจับกุมครั้งนี้คือ หากมีข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง โดยเฉพาะการลงทุนออนไลน์ที่ให้ผลตอบแทนเร็วเกินความน่าเชื่อถือ ควรระวังเป็นพิเศษ และหากเกิดข้อสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อถัดไป

ที่มา – รวบแก๊งหลอกลงทุนตุ๋นซื้อของ-เป็นตัวแทนจำหน่าย เหยื่อหลงเชื่อสูญ 3.6 ล้าน!

ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ โลกของการขนส่งไปรษณีย์และพัสดุไปยังสหรัฐอเมริกาเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ เนื่องจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศระงับกฎการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณพัสดุมูลค่าต่ำที่เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ อย่างมาก

ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

จากข้อมูลที่สำนักข่าวซินหัวรายงาน เมื่อวันที่ 7 กันยายน จากเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า สำนักงานไปรษณีย์สากล (Universal Postal Union: UPU) หนึ่งในองค์การชำนัญพิเศษภายใต้สหประชาชาติ มีจำนวนสมาชิก 192 ประเทศ ได้ประกาศเร่งรัดการพัฒนาทางเทคนิค เพื่อแก้ไขปัญหาการขนส่งพัสดุที่ชะงักไปยังสหรัฐฯ

ข้อมูลจาก UPU ยังเปิดเผยว่า มีประเทศสมาชิกอย่างน้อย 88 ประเทศได้รายงานว่า ได้ระงับการให้บริการพัสดุบางส่วนหรือทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ และจะดำเนินการต่อ เมื่อสถานการณ์มีความชัดเจนมากขึ้น โดยสาเหตุหลักเกิดจากการที่สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ทางภาษีเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อยุติการยกเว้นภาษีในสินค้าข้ามพรมแดนที่มีมูลค่าต่ำ หรือที่เรียกกันว่า “ดี มินิมิส” (de minimis) ซึ่งเคยอนุญาตให้สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26,000 บาทไทย) สามารถนำเข้าสหรัฐฯ ได้โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่ในปัจจุบัน กฎนี้ถูกยกเลิกส่งผลให้บริษัทขนส่งหรือผู้ให้บริการต้องจัดเก็บภาษีแทน

รายงานจาก UPU ระบุเพิ่มเติมว่า ปริมาณพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งสู่สหรัฐฯ ลดลงอย่างมากจนแทบหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลให้เกิดการรบกวนในระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ บังคับให้ผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานศุลกากรสหรัฐฯ หรือซีบีพี (U.S. Customs and Border Protection) ต้องรับผิดชอบในการเก็บภาษีแทนผู้นำเข้า

อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทสายการบินพาณิชย์และผู้ให้บริการไปรษณีย์ ได้ส่งสัญญาณว่า ไม่พร้อมหรือไม่สามารถรับภาระหน้าที่ใหม่นี้ได้ จึงทำให้เกิดความล่าช้า ความสับสน และส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายย่อย เช่น ร้านค้าออนไลน์ทั่วโลกที่เคยส่งของไปสหรัฐฯ อย่างคล่องตัว

ผลกระทบและความต้องเปลี่ยนแปลง

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ” นี้ ไม่ได้กระทบเฉพาะระบบขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่มีผลต่อทั้งผู้ค้าออนไลน์ บริษัทโลจิสติกส์ องค์กรเอกชน และผู้บริโภคในสหรัฐฯ ด้วย โดยเฉพาะในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว คมนาคมสินค้าต่างประเทศจำเป็นต้องมีการ align กับนโยบายอย่างแม่นยำมากขึ้น

ด้วยความไม่ชัดเจนในการดำเนินการของทั้งสองฝ่าย คือผู้ขนส่งและเจ้าหน้าที่ศุลกากร จึงเป็นหน้าที่ของ UPU ที่ต้องเร่งจัดระเบียบระบบและออกแนวทางเพื่อให้การเดินพัสดุกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน

ในที่สุด ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ผู้ขนส่ง หรือพ่อค้าออนไลน์ จำเป็นต้องนั่งย้อนดูสาเหตุของปัญหา และหาทางแก้ไขร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้ตลาดการค้าโลกได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการตัดสินใจเชิงนโยบายของสหรัฐฯ

ในมุมของผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งใหม่ที่ต้องปรับตัวให้มากขึ้น จากเดิมที่ข้ามพรมแดนได้อย่างคล่องตัว ต้องเริ่มพิจารณาเงื่อนไขและกฎหมายใหม่ๆ ให้รอบคอบ และมีความเข้าใจในระเบียบของประเทศปลายทางให้มากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่มีการส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ อย่าลืมติดตามการพัฒนานโยบายล่าสุดอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวางแผนการขนส่งและจัดการราคาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การขนส่งพัสดุระหว่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะการส่งพัสดุไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการยกเลิกกฎการยกเว้นภาษีพัสดุมูลค่าต่ำ หรือที่เรียกกันว่า “ดี มินิมิส” (de minimis) ทำให้เกิดการหยุดชะงักของปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบอย่างเห็นได้ชัด

ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ ผลกระทบหลังยกเลิกกฎดี มินิมิส

ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวจากเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา สำนักงานไปรษณีย์สากลแห่งสหประชาชาติ (Universal Postal Union หรือ UPU) ได้ออกแถลงการณ์ว่า ผู้ให้บริการไปรษณีย์อย่างน้อย 88 ประเทศได้แจ้งว่า ได้ระงับหรือลดบริการไปรษณีย์บางส่วนหรือทั้งหมดที่ส่งมายังสหรัฐแล้ว และจะกลับมาดำเนินการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง

นายมาซาฮิโกะ เมโทกิ ผู้อำนวยการ UPU กล่าวว่า ขณะนี้ยูพียูกำลังเร่งพัฒนาวิธีแก้ไขทางเทคนิคใหม่ เพื่อช่วยให้ระบบการขนส่งพัสดุกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง โดยเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงผลกระทบที่เกิดขึ้นแพร่หลายทั่วโลก แต่ก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นครั้งแรกที่รัฐบาลของสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้ขนส่ง หรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งพัสดุ เช่น สายการบินพาณิชย์ต้องรับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีศุลกากรแทน

อุปสรรคในการรับผิดชอบภาษีจากยูพียู

ข้อมีอยู่แต่เดิม ทั้งผู้ขนส่งพัสดุต่างประเทศ และผู้ให้บริการขนส่งในสหรัฐฯ มีการใช้ช่องทางที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานศุลกากรสหรัฐ (U.S. Customs and Border Protection หรือ CBP) ในการติดตามและจัดเก็บภาษี แต่ในปัจจุบัน ตัวแทนเหล่านี้ยังไม่สามารถจัดตั้งช่องทางการเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมกับระบบของซีบีพี ทำให้ระบบขนส่งทั้งในและต่างประเทศต้องเผชิญกับความวุ่นวาย และมีความล่าช้าอย่างมาก

ทางด้านผู้ขนส่งพัสดุจำนวนมาก ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการรับผิดชอบในส่วนของตนเอง โดยระบุว่า พวกเขาไม่ได้รับการเตรียมการ หรือการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงพอให้สามารถปฏิบัติตามกฏการใหม่ของสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และที่สำคัญ การดำเนินการนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เพื่อยุติกฎการยกเว้นภาษีขั้นต่ำ “ดี มินิมิส” ซึ่งเดิมอนุญาตให้สินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26,000 บาท) สามารถเข้าสู่สหรัฐได้โดยไม่ต้องเสียภาษี แต่มีผลใช้บังคับนับตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

  • ผลกระทบจากกฎใหม่
  • ระบบการขนส่งยังไม่พร้อม
  • ปริมาณพัสดุที่เข้าสหรัฐลดลง
  • ผู้ให้บริการยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับ CBP ได้

รายงานจากยูพียูระบุชัดว่า การประกาศใช้กฎดีมินิมิสใหม่ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณพัสดุที่ส่งเข้าสหรัฐฯ โดยลดลงไปอย่างมาก จนแทบจะหยุดชะงัก และในช่วงระยะเวลานี้เป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดให้ผู้ขนส่งและผู้ให้บริการขนส่งพัสดุมีหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานและจัดเก็บภาษีศุลกากรแทน ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับทั้งผู้ส่งและผู้รับพัสดุในหลายประเทศ

แนวโน้มในอนาคตอย่างไร?

แม้สหรัฐฯ จะมีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มรายได้จากการเก็บภาษีศุลกากร และปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบอย่างฉับพลันนี้มีแนวโน้มที่จะกระทบต่อกิจกรรมการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางที่ใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นหลักสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก

ในระยะยาว หากสหรัฐฯ หรือผู้ให้บริการขนส่งในประเทศยังไม่หาทางออกที่เหมาะสม การลดฮวบของปริมาณพัสดุสู่สหรัฐอาจส่งผลกระทบซ้ำซากต่อระบบโลจิสติกส์และปัจจุบันอาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ที่มา – ปริมาณพัสดุสู่สหรัฐลดฮวบ หลังทรัมป์ระงับเว้นภาษี “พัสดุมูลค่าต่ำ”

กองทัพบกเปิดรับสมัคร ‘พลทหารออนไลน์’ ปี 2569

ถึงเวลาสำหรับลูกผู้ชายไทยที่พร้อมรับหน้าที่รักษาชาติ ด้วยการเป็น พลทหารออนไลน์ ในระบบการเกณฑ์ทหารแบบใหม่ของกองทัพบก ปี 2569 โอกาสพิเศษนี้เปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์สมัครใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ผ่านระบบออนไลน์อย่างง่ายดาย เพียงคลิกเดียวเท่านั้น

กองทัพบกเปิดรับสมัคร ‘พลทหารออนไลน์’ ปี 2569

กองทัพภาคที่ 2 ได้ประกาศรับสมัคร พลทหารออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ rcm.rta.mi.th ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 จนถึง 25 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเลือกหน่วยที่ต้องการเข้ารับราชการได้ทั่วประเทศ จำนวนถึง 594 หน่วย

ผู้เข้าร่วมจะได้รับสิทธิและสวัสดิการจากกองทัพบก รวมถึงโอกาสในการต่อยอดเป็นทหารประจำการในอนาคต การสมัครครั้งนี้เป็นระบบ “ก่อนใครก่อนได้สิทธิ์” ดังนั้นใครที่มีความตั้งใจจงรักภักดีต่อชาติ อย่ารอช้า!

กำหนดการคัดเลือก ‘พลทหารออนไลน์’ ปีนี้

เพื่อความสะดวกในการจัดการและให้โอกาสแก่ผู้สมัครมากที่สุด กองทัพบกกำหนดวันคัดเลือกไว้หลายวัน แบ่งเป็น 4 รอบหลัก ได้แก่:

  • ครั้งที่ 1: วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568
  • ครั้งที่ 2: วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม 2568
  • ครั้งที่ 3: วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569
  • ครั้งที่ 4: วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569

การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสมัคร พลทหารออนไลน์ เป็นสิ่งสำคัญ และควรตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อความ顺利ในการดำเนินการ

หน่วยที่เปิดรับสมัคร ‘พลทหารออนไลน์’

กองทัพบกได้เปิดโอกาสให้ผู้สมัครเลือกหน่วยที่สนใจหลากหลาย ทั้งในสังกัดที่สำคัญ ได้แก่

  • กองพันทหารราบ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน รับจำนวน 64 นาย
  • หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (กองร้อยบริการ) รับจำนวน 9 นาย
  • ศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร รับจำนวน 9 นาย
  • ศูนย์การกำลังสำรอง รับจำนวน 64 นาย

การเลือกหน่วยที่เหมาะสมไม่เพียงแค่เป็นการเริ่มต้นเส้นทางในกองทัพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้สมัครสามารถใช้ความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่หน้าที่

อย่าให้โอกาสที่จะเป็นพลเมืองดีที่มีหน้าที่ต่อประเทศผ่านไปอย่างเปล่า ๆ หากคุณเป็นผู้ชายที่มีความมุ่งมั่น สมัครเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ครอบครัวทหาร” วันนี้!

ที่มา – กองทัพบก เปิดรับสมัคร ‘พลทหารออนไลน์’ ชวนลูกผู้ชายไทยสมัครใจรับใช้ชาติ

กรุงเทพฯ เปิดเวทีโลก แข่งเขียนนวนิยายจีนรวมนักเขียนเอเชีย

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา ชุมชนบ้านดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร ได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน การแข่งขันการเขียนนวนิยายภาษาจีนในระดับโลก ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ “Lianhe Zaobao” จากสิงคโปร์ และกลุ่ม SPH Media ร่วมกับหลายภาคส่วน งานนี้มีจุดมุ่งหมายไม่เพียงแต่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนและนักเขียนทั่วเอเชียได้มีแพลตฟอร์มแสดงความสามารถ

กรุงเทพฯ เปิดเวทีโลก แข่งเขียนนวนิยายจีนรวมนักเขียนเอเชีย

การแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน จากทั่วทวีปเอเชีย ทั้งนักเขียนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ และผู้มีความสนใจในวัฒนธรรมจีน มีการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์ และอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางการกระจายผลงานไปยังผู้อ่านทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากบุคคลสำคัญ เช่น คุณพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน และตัวแทนสถานทูตจีน รวมถึงผู้บริหารจากกลุ่ม Yuewen และ Lianhe Zaobao

เป้าหมายของเวทีนักเขียนจีน

เวที การแข่งขันเขียนนวนิยายภาษาจีนในระดับโลก ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงแค่คัดเลือกผู้ชนะ แต่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและแลกเปลี่ยนความคิดผ่านวรรณกรรม เพื่อสนับสนุนแนวคิด “โครงการเข็มขัดและทางสายไหม” (Belt and Road Initiative) การแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมผ่านงานเขียนจะส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพทางการเขียน
  • สนับสนุนเยาวชนในการสื่อสารผ่านภาษาและวรรณกรรม
  • ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศผ่านงานเวิลด์ไลฟ์ของวรรณกรรม

ที่น่าสนใจคือ นักเขียนชื่อดังจากประเทศจีนอย่าง Huwei de Bi (狐尾的笔) ซึ่งผลงานเรื่อง “Dao Gui Yi Xian” (道诡异仙) ได้รับการเลือกให้เป็น IP ต้นฉบับภาษาจีนเรื่องแรกที่ถูกนำมาใช้ในงานเทศกาลของ Universal Studios Singapore ได้ร่วมงานในโอกาสนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนจากสิงคโปร์อย่าง Sui Ting (随庭) เข้าร่วมพูดคุยกับ Huwei de Bi เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างสรรค์และใช้งานวรรณกรรมในยุคดิจิทัล

เราเชื่อว่า การส่งเสริมงานเขียนในระดับนานาชาติ ไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขัน แต่คือโอกาสในการเปิดประตูให้วัฒนธรรมจีนเดินทางไกลถึงผู้ชมชาวบ้านในท้องถิ่นและนักอ่านทั่วโลก การจัดงานเช่นนี้ใน กรุงเทพฯ เปิดเวทีโลก แข่งเขียนนวนิยายจีนรวมนักเขียนเอเชีย จึงถือเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดใจให้กับความหลากหลาย และเป็นจุดกระตุ้นให้มีนักเขียนมากขึ้นในวันข้างหน้า

หากคุณมีความหลงใหลในโลกของการเขียน อย่าพลาดโอกาสส่งเสริมตัวเองผ่านเวทีฝ่ายจริงที่รอรับทุกแรงบันดาลใจที่กำลังเติบโตอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ที่มา – กรุงเทพฯ เปิดเวทีโลก! แข่งขันเขียนนวนิยายจีน ดึงนักเขียนเอเชียร่วมกว่า 200 คน

โค้งสุดท้าย ! รื้อโผ ‘ครม.อนุทิน’ หลัง ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ทำ ‘ภูมิใจไทย’ เกลี่ยใหม่

เมื่อวันที่ 7 กันยายน รายงานข่าวจากแหล่งข่าววงในระบุว่า ความคืบหน้าในการจัดทำรายชื่อกอบกูรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยนั้นกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้าย โดยสัดส่วนตำแหน่งต่างๆ ใน ครม.อนุทิน ได้เริ่มชัดเจน

โค้งสุดท้าย ! รื้อโผ ‘ครม.อนุทิน’

พรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคใหญ่ กำลังจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีรวมกันสูงสุดถึง 12 ตำแหน่ง ซึ่งการจัดสรรแต่ละตำแหน่งส่งผลโดยตรงต่อผลประโยชน์และการแบ่งกินอำนาจของแต่ละฝ่าย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญเมื่อร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เปลี่ยนใจดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แทนเดิมที่จะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโผรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมด

เปลี่ยนแปลงว่าการกระทรวงหลัก

ตามรายงาน พล.อ.อนุทิน จะดำรงตำแหน่งนายกฯ และควบ รมว.มหาดไทย ส่วน นายทรงศักดิ์ ทองศรี จะรับหน้าที่เป็น รมช.มหาดไทย สคำตอบลูกน้องงาน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับเลือกให้บริหารดูแลกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นการปูพรมทางวัฒนธรรมที่มีการสะท้อนเสียงของกลุ่มทุนภูมิปัญญาท้องถิ่น

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นการเลือกตั้งของผู้ที่มีศักยภาพในการประสานงานภายในฝ่ายรัฐบาล คือ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี และ นายภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมเข้าบริหาร โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งเป็นที่จับตามองมาตลอด ได้รับรางวัลเป็น รมว.คมนาคม และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รับหน้าที่เป็น รัฐมนตรีช่วย

ผู้รอบรู้มอง ‘ความเคลื่อนไหว’ อย่างไร?

  • พรรคภูมิใจไทย ได้เก้าอี้สำคัญมากสุด
  • ร.อ.ธรรมนัสเปลี่ยนตำแหน่ง เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
  • พรรคกล้าธรรม ได้รับตำแหน่งรวม 7 เก้าอี้หลัก

ส่วนโควต้าของบุคคลภายนอกก็เริ่มชัดมากขึ้น จากโครงสร้างที่ระบุ เช่น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ, นายนิพนธ์ บุญญามณี นำลูกสาว น.ส.นิธิยา ปักธงรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และอีกหลากหลายตำแหน่งสำคัญ

สุดท้าย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึง “เกมผลประโยชน์” ที่แฝงมากับการจัดสภาในวันสำคัญนี้ เรื่องทางการเมืองไม่ใช่แค่ข่าว แต่มันคือเหตุการณ์ที่มีผลต่อทุกหน้าที่ในประเทศ

มองโต้ตอบกับการเมือง เชื่อมโยงไทย พบกับสาระดีๆ ได้ที่นี่ทุกวัน

ที่มา – โค้งสุดท้าย ! รื้อโผ ‘ครม.อนุทิน’ หลัง ‘ธรรมนัส’ คุมท่องเที่ยว ทำ ‘ภูมิใจไทย’ เกลี่ยใหม่

สืบนครบาลจับ 2 มดงานขนไอซ์ 20 โล กระจายส่งลูกค้าพื้นที่เมืองนนท์!

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสถานสืบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สส.บช.น.) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาสองราย คือ นายนพพร อายุ 22 ปี และนายธีระวัฒน์ อายุ 22 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) จำนวน 20 กิโลกรัม รถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง

สืบนครบาลจับ 2 มดงานขนไอซ์ 20 โล กระจายส่งลูกค้าพื้นที่เมืองนนท์!

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านพักในตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี หลังจากได้รับรายงานข่าวว่ามีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งตำรวจชุดสืวนครบาลได้รับแจ้งว่าจะมีการนำเอายาเสพติดเข้ามากระจายในพื้นที่ของหมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ จ.นนทบุรี

ติดตามล่าตามรอยจนจับได้

เพื่อป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้นำกำลังสังเกตการณ์เป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งพบรถยนต์คันหนึ่งขับเข้ามายังจุดที่ตั้งอยู่บนสะพานข้ามคลองรางเสือปลาเก่า ตำบลเสาธงหิน จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้โดยสารลงมารถด้วยความระมัดระวัง พร้อมวางสิ่งของในพื้นที่ใกล้เคียง ก่อนจะขับรถออกจากพื้นที่

เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจเข้าตรวจสอบด้วยความระมัดระวัง และพบว่าสิ่งของที่ถูกวางไว้นั้นประกอบด้วยยาไอซ์กว่า 10 กิโลกรัม จากนั้นได้เร่งติดตามรถคันดังกล่าวจนสามารถสกัดตัวได้อย่างปลอดภัย พร้อมของกลางที่ยังอยู่ภายในรถยนต์อีก 10 กิโลกรัม

เมื่อดำเนินการสอบสวน ก็ได้รับการให้การรับสารภาพจากผู้ต้องหาทั้งสองรายว่า เมื่อได้รับยาไอซ์มาจากเอเย่นต์ในพื้นที่ภาคกลาง จึงนำมายังจุดต่างๆ เพื่อจัดส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่เมืองนนท์ โดยมีการส่งสินค้าผ่านคนกลางที่มารับที่จุดนัดหมาย

ปัจจุบัน การลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ใกล้เคียงเขตกรุงเทพฯ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่นหรือวัยทำงานที่ถูกชักจูงให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงการยาเสพติด

กรณีของการสืบนครบาลจับ 2 มดงานขนไอซ์ 20 โล เป็นเพียงบทสรุปหนึ่งของการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่ยังคงเค้นหาข้อมูลเพื่อปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

จึงเป็นหน้าที่ของสถานีตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขยายผลการสืบสวน เพื่อถอดโฉมกลุ่มผู้เสียหายที่ถูกควบคุมค้าขายโดยไม่รู้ตัว และป้องกันไม่ให้เด็กหนุ่มสาวตกเป็นเหยื่อของกลุ่มค้ายาเสพติด

หากคุณมีข้อมูลชิ้นสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มค้ายาเสพติดไม่ว่าจะในพื้นที่ใดของประเทศไทย ควรรีบรายงานให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อความปลอดภัยของสังคมโดยรวม

ที่มา – สืบนครบาลจับ 2 มดงานขนไอซ์ 20 โล กระจายส่งลูกค้าพื้นที่เมืองนนท์!