ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เพจไทยคู่ฟ้าเผย 4 ภารกิจด่วนของนายกฯ อนุทิน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน เฟซบุ๊กเพจ ไทยคู่ฟ้า ได้แชร์คลิปสัมภาษณ์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หลังจากที่ได้รับเสด็จฯ พร้อมกำหนดแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลใหม่ภายใต้ เพจไทยคู่ฟ้าเผย 4 ภารกิจด่วนของนายกฯ อนุทิน ซึ่งเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อประชาชนในทันที โดยมีรายละเอียดดังนี้:

เพจไทยคู่ฟ้าเผย 4 ภารกิจด่วนของนายกฯ อนุทิน

1. เศรษฐกิจ: ลดภาระค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชน

รัฐบาลมุ่งเป้าบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าพลังงาน ค่าเดินทาง และค่าขนส่ง พร้อมขจัดหนี้สินเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนท้องถิ่น สร้างฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

2. ความมั่นคง: แก้ปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชาอย่างสันติ

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคง โดยเฉพาะกรณีพิพาทชายแดนกับกัมพูชา ผ่านแนวทางการเจรจาอย่างสันติ เพื่อรักษาดินแดนและผลประโยชน์ของไทย และสนับสนุนการเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง

3. ภัยธรรมชาติ: ระบบเตือนภัยและการเยียวยาที่รวดเร็ว

การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ ได้แก่ ระบบเตือนภัย ระบบป้องกัน และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่รัฐบาลย้ำเรื่องความรวดเร็วและเป็นธรรม

4. ภัยสังคม: ปราบปรามยาเสพติด สแกมเมอร์ และการพนันออนไลน์

เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัย รัฐบาลมุ่งปราบปรามอาชญากรรมหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ และการพนันออนไลน์ พร้อมเสริมพลังความร่วมมือระหว่างประเทศในการกำจัดภัยเหล่านี้

นอกจากนี้ ยังมีแผนแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายใน 4 เดือน และเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือจาทุกภาคส่วน ภารกิจที่หนักหน่วงนี้สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้สังคมเข้าใจและติดตามความคืบหน้า รัฐบาลจะดำเนินการภายใต้หลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด และเคารพกระบวนการยุติธรรมของทุกฝ่าย

รัฐบาลชุดนี้เต็มศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงประเทศ และมั่นใจว่า ประชาชนจะเห็นความแตกต่างจากการทำงานเต็มที่ในเร็ววันข้างหน้า

หากต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายล่าสุด ร่วมรับฟังและให้ความไว้วางใจในการทำหน้าที่ของรัฐบาลในครั้งนี้

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากเพจไทยคู่ฟ้า และรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมของรัฐบาลชุดใหม่!

ที่มา – ‘เพจไทยคู่ฟ้า’ เผย ลิสต์ 4 ภารกิจด่วน ‘นายกฯอนุทิน’

วิโรจน์ยันไม่รอถึง 4 เดือนหากรัฐบาลเบี้ยวข้อตกลง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่จังหวัดชลบุรี คณะกรรมาธิการพลังงาน (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร โดย นางสาววรรณิดา นพสิทธิ์ ส.ส. ชลบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธาน กมธ. ได้เปิดโครงการสัมมนาเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านพลังงานในหัวข้อ “พลังงานในยุคเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนทั่วไป ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน พร้อมด้วยวิทยากรระดับมืออาชีพ อาทิ นายเอกชัย เรืองรัตน์ ส.ว. นายอัครพงษ์ รัฐปัตย์ วิศวกรปฏิบัติการ สำนักงานพลังงานจังหวัดชลบุรี และนายกฤษฎา นุพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท กรีน เวิลด์ ยูซีโอ

วิโรจน์ยันไม่รอถึง 4 เดือนหากรัฐบาลเบี้ยวข้อตกลง

และในระหว่างงาน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้รับเชิญให้เป็นผู้ร่วมสัมมนาในฐานะผู้สังเกตการณ์จากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งในการกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา เขาได้กล่าวว่า การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการลงนาม MOA ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เป็นการเปิดทางให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป โดยได้กำหนดกรอบเวลาในการดำเนินการไว้ที่ 4 เดือน

โดยภายในระยะเวลาดังกล่าวจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญเพื่อให้เกิดรัฐบาลที่ไม่มีเสียงเกิน 146 เสียง และสามารถทำหน้าที่ในการยุบสภาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หากรัฐบาลเบี้ยวต่อข้อตกลง จะไม่รอจนครบ 4 เดือนแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ท่านนายวิโรจน์ยืนยันว่า หากพบว่าฝ่ายบริหารไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้ พรรครวมพลังประชาชนจะไม่รอจนครบ 4 เดือนอย่างแน่นอน มีประเด็นสำคัญสองข้อนี้ที่พรรคจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

  • หน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ต้องตรวจสอบว่ามีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอย่างถูกต้องหรือไม่ รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีต้นสังกัดและขอบเขตอำนาจเป็นไปตามข้อตกลงเบื้องต้นหรือไม่
  • ทิศทางของนโยบาย หากขึ้นต้นรัฐบาลแล้วปรากฏภาพการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ อีกทั้งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของข้อตกลงที่ระบุไว้ พรรคประชาชนในฐานะพรรคฝ่ายค้านจะใช้สิทธิพูดความจริง พร้อมชี้แจงให้สังคมเข้าใจอย่างเต็มที่

ย้ำอีกครั้งว่า เราในฐานะพรรคฝ่ายค้านจะไม่ปล่อยให้รัฐบาลยืดเวลายาวนานเกินไป และต้องตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพราะในที่สุดประชาชนคือผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินว่า รัฐบาลนั้นทำตามคำพูดหรือเพียงแต่พูดเท่านั้น

ในท้ายที่สุด ความคาดหวังของพรรคประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่ให้พรรคฝ่ายบริหารทำหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังต้องมีความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วนของสังคมควบคู่กับการยุติความขัดแย้งทางการเมือง เชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างซื่อสัตย์ ปัญหาที่ซับซ้อนเหล่านี้สามารถคลี่คลายได้ในเร็ววัน

หากคุณกำลังสนใจประเด็นการเมืองไทย ไม่ควรพลาดการติดตามข่าวสารแบบอัปเดตทันเหตุการณ์อีกต่อไป

ที่มา – ‘วิโรจน์’ยันไม่รอถึง 4 เดือนหากรัฐบาลเบี้ยวข้อตกลง เจอ’ฝ่ายค้าน’ แน่

แอนโทรปิกยอมจ่ายเงินกว่า 48,000 ล้านบาท ฐานใช้หนังสือเถื่อนฝึกเอไอ

เมื่อเร็ว ๆ นี้เกิดเหตุการณ์สำคัญในวงการเทคโนโลยีและลิขสิทธิ์ ที่บริษัท แอนโทรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาแชตบอตดังอย่าง คล็อด (Claude) ต้องยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลกว่า 48,000 ล้านบาท เนื่องจากถูกกล่าวหาว่านำหนังสือที่ละเมิดลิขสิทธิ์มาใช้ฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์

คดีดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินคดีแบบกลุ่มโดยนักเขียนหลายคน ได้แก่ น.ส.แอนเดรีย บาร์ตซ์, นายชาร์ลส์ แกรเบอร์ และนายเคิร์ก วอลเลซ จอห์นสัน ซึ่งกล่าวหาว่า แอนโทรปิก คัดลอกหนังสือของพวกเขาอย่างผิดกฎหมาย เพื่อใช้ฝึกแชตบอต คล็อด รุ่นใหม่ของบริษัท ซึ่งถือเป็นคู่แข่งหลักของ ChatGPT

แอนโทรปิกยอมจ่ายเงินกว่า 48,000 ล้านบาท ฐานใช้หนังสือเถื่อนฝึกเอไอ

ตามรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 7 กันยายนจากเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เผยว่า คดีความนี้เริ่มต้นจากการฟ้องร้องแบบกลุ่มจากนักเขียน ซึ่งมองว่าการกระทำของ แอนโทรปิก เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ขั้นร้ายแรง เพราะนำหนังสือของผู้แต่งมาใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้งานโดยชอบธรรม

ก่อนหน้านี้ นายวิลเลียม อัลซัป ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐในเดือนมิถุนายน ตัดสินว่าการฝึกโมเดลเอไอด้วยหนังสือ ทั้งที่ถูกต้องและผิดกฎหมาย เป็น “การใช้งานโดยชอบธรรม” ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐ แต่เขาก็เห็นด้วยว่าแนวทางปฏิบัติของ แอนโทรปิก ที่ดาวน์โหลดหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์หลายล้านเล่มเพื่อสร้างฐานข้อมูลถาวร เป็นเรื่อง “ไม่สมเหตุสมผล” และไม่ควรได้รับการคุ้มครอง

ภายใต้ข้อตกลงล่าสุด บริษัท แอนโทรปิก ตกลงที่จะจ่ายเงินจำนวนกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (约合กว่า 48,000 ล้านบาท) เพื่อชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งเป็นการจ่ายค่าเสียหายสูงถึง 4 เท่าของค่าเสียหายตามกฎหมายลิขสิทธิ์ปกติ โดยคิดจากหนังสือที่เกี่ยวข้องประมาณ 500,000 เล่ม คิดเป็นมูลค่าเล่มละประมาณ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 96,000 บาท)

ผลกระทบของข้อตกลงสำหรับวงการเทคโนโลยี

ข้อตกลงดังกล่าวสร้างผลกระทบอย่างมากต่ออนาคตของวงการปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งไม่เพียงแต่เปิดเผยวิธีปฏิบัติของบริษัทใหญ่ในการเก็บข้อมูลฝึกโมเดล แต่ยังทำให้เกิดการพิจารณาใหม่เกี่ยวกับความสมดุลระหว่างนวัตกรรมเทคโนโลยีกับสิทธิของผู้สร้างสรรค์

ภายใต้ข้อตกลงนี้ แอนโทรปิก ต้องทำลายไฟล์ต้นฉบับทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์ และสำเนาใด ๆ ที่สร้างจากข้อมูลเหล่านั้น ทั้งที่บริษัทยังคงมีสิทธิ์ใช้งานหนังสือที่ซื้อหรือสแกนได้อย่างถูกกฎหมาย

ข้อคิดหลังข้อตกลงของแอนโทรปิก

กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายทางจริยธรรมและกฎหมายในยุคของปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเปิดประเด็นว่าการใช้งาน “การใช้งานโดยชอบธรรม” อาจไม่เหมาะกับทุกกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ได้จากการละเมิดลิขสิทธิ์

การลงโทษที่ แอนโทรปิก ได้รับครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญให้กับบริษัทที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีต้องเคารพลิขสิทธิ์ และต้องดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ

ที่มา – “แอนโทรปิก” ยอมจ่ายเงินกว่า 48,000 ล้านบาท ฐานใช้หนังสือเถื่อนฝึกเอไอ

‘ไอติม’ชวน‘เพื่อไทย’ เป็นฝ่ายค้านเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยกล่าวว่า เห็นว่าพรรคเพื่อไทยมีสิทธิในการวิจารณ์การตัดสินใจของพรรคประชาชนอย่างเต็มที่ และพรรคประชาชนเองก็พร้อมน้อมรับทุกความเห็น อย่างไรก็ตาม เขามองว่าตัวเหตุผลที่ ส.ส. เพื่อไทยยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่าการทำข้อตกลง MOA ของพรรคมหาชนเป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น มีลักษณะย้อนแย้ง และไม่ส่งเสริมความแข็งแกร่งของประชาธิปไตย

พรรคประชาชนเชื่อว่า ควรสร้างการเมืองที่โปร่งใส ยึดหลักประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ มากกว่าการต่อสู้ด้วย นิติสงครามทำลายล้าง ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและผลกระทบระยะยาวต่อสังคม

‘ไอติม’ชวน‘เพื่อไทย’ เป็นฝ่ายค้านเพื่อประชาชน

นายพริษฐ์กล่าวว่า “ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับข้อตกลง MOA ของพรรคประชาชน แต่ความจริงแล้ว ก่อนที่พรรคประชาชนจะตัดสินใจลงนาม ก็มีการหารือและทำข้อตกลงร่วมกับพรรคเพื่อไทยโดยผ่านการเจรจากันจริง และภาคีพรรคเพื่อไทยเองก็ยอมรับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่พรรคประชาชนวางไว้ รวมถึงยอมรับการจัดตั้ง รัฐบาลเสียงข้างน้อย ไว้แล้ว”

เหตุผลในการร่วมมือทางการเมือง

ประเด็นหนึ่งที่นายพริษฐ์เน้นคือ “การยุบสภาภายใน 4 เดือน” ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันอยากให้เกิดขึ้น แม้จะดูเหมือนขัดกับจุดยืนที่ยื่นไปศาล แต่สิ่งที่ผ่านมานั้น คือการเจรจากันอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดกระบวนการยุบสภาอย่างถูกต้องตามเส้นทางประชาธิปไตย

เขาชี้อีกว่า การดึงผลประโยชน์ของประชาชนเข้ามาเป็นแกนกลาง อาจทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนสามารถร่วมแรงร่วมใจกันทำงานในสภาได้สำเร็จ โดยทั้งสองพรรคมี ส.ส. รวมกันเกินกึ่งหนึ่งของสภา ทำให้สามารถควบคุมเสียงได้ในหลายประเด็นสำคัญ เช่น อภิปรายไม่ไว้วางใจ การวินิจฉัยในศาลรัฐธรรมนูญ และการผลักดันร่างกฎหมายที่ก้าวหน้า

  • การผลักดันกฎหมายที่ประชาชนต้องการ
  • การตรวจสอบความโปร่งใสของรัฐบาล
  • การรักษาเสถียรภาพระบบรัฐสภา

ในมุมมองของพรรคประชาชน ถ้าทั้งสองพรรคสามารถยึดมั่นในเส้นทางเดียวกันในแนวทางการต่อต้านรัฐบาลภูมิใจไทยที่เบี้ยวต่อคำมั่น จะสามารถทำหน้าที่ ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กระบวนการทางการเมืองเดินหน้าอย่างมีน้ำหนัก ไม่เป็นนิกายต่อสู้กันด้วยกลไกของศาล

ในท้ายที่สุด นายพริษฐ์อยากให้ทุกพรรคในประเทศไทย รวมถึง เพื่อไทย มองข้ามการขัดแย้งที่เป็นเพียงแค่สามเส้า เปลี่ยนมาสร้างความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ของสังคม และเพื่ออนาคตของระบบรัฐสภาไทย

อย่างที่ทุกคนทราบ ประเทศต้องการการเมืองที่มีความเป็นกลางและมีการมีส่วนร่วมของประชาชน มากกว่ากลไกทางกฎหมายที่มีจุดประสงค์เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม

ที่มา – ‘ไอติม’ชวน‘เพื่อไทย’ เป็นฝ่ายค้านเพื่อผลประโยชน์ประชาชน แทนใช้นิติสงครามทำลายล้าง

หมอเจดเผย HRV ตัวชี้วัดสุขภาพลับจากหัวใจ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “หมอเจด” ได้เผยให้เห็นถึงตัวชี้วัดสุขภาพที่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก นั่นคือ “HRV” หรือความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (Heart Rate Variability) ซึ่งหากคุณนอนครบแล้วแต่ยังรู้สึกเหนื่อย ปัญหานี้อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา และอาจสะท้อนจากค่า HRV ของร่างกายคุณได้

หมอเจดเผย HRV ตัวชี้วัดสุขภาพลับจากหัวใจ

HRV ที่หลายคนยังไม่รู้จัก กลับสามารถบ่งบอกสุขภาพร่างกายในแบบเรียลไทม์ นพ.เจษฎ์ อธิบายว่าหลายคนมีความเข้าใจผิดว่าความเหนื่อยล้าเกิดจากไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ แต่ความจริงอาจอยู่ที่ค่า HRV ที่ต่ำ ซึ่งบ่งบอกถึงความเครียดสะสมหรือการฟื้นฟูร่างกายที่ไม่ทัน

HRV ต่างจากอัตราการเต้นหัวใจทั่วไปอย่างไร?

โดยทั่วไป HR หรืออัตราการเต้นหัวใจ หมายถึงจำนวนครั้งที่หัวใจเต้นใน 1 นาที แต่ HRV วัด “ความห่างของแต่ละจังหวะการเต้น” หากค่า HRV สูง แสดงว่าร่างกายมีความยืดหยุ่น ฟื้นตัวได้ดี และสามารถรับมือกับความเครียดได้ แต่หาก HRV ต่ำ อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ร่างกายของคุณถึงขีดจำกัด

วัด HRV ยังไงให้ได้ผล? ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะอุปกรณ์สวมใส่ทั้งนาฬิกาอัจฉริยะ แหวนอัจฉริยะ หรือสายคาดอกสามารถวัดค่า HRV ได้ เพียงวัดในช่วงเวลาเดียวกันทุกวัน โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ

  • วัดตอนเช้าเมื่อร่างกายยังไม่ได้เคลื่อนไหว
  • ลดความเครียดและจัดสรรเวลาพักผ่อน
  • ติดตามแนวโน้มของตนเอง ไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น

การเข้าใจ HRV คือการ “ฟัง” เสียงจากภายในร่างกาย เพื่อเลือกวิถีชีวิตที่เหมาะสมกับคุณในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรม การออกกำลังกายที่เหมาะสม หรือพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ HRV ไม่ได้บอกแค่เรื่องความเหนื่อยหรือการฟื้นตัวเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือแม้แต่สุขภาพจิต หากค่า HRV ต่ำอย่างต่อเนื่อง

การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของการฝืนตัว แต่คือการฟังร่างกายและเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับสภาวะจริงของคุณในทุกวัน ลองเริ่มติดตามค่า HRV และดูว่าร่างกายของคุณมีเสียงอะไรบอกคุณบ้าง

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักเหนื่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่าได้ละเลยสัญญาณของร่างกาย เพราะการรู้ค่าและเข้าใจ HRV เป็นอีกก้าวสำคัญต่อการมีสุขภาพดีในระยะยาว

ที่มา – “หมอเจด” เผย HRV ตัวชี้วัดสุขภาพลับจากหัวใจ นอนครบแต่ยังเหนื่อยอาจไม่ใช่เรื่องธรรมดา

โฆษกทอ.แจงตรวจพบรอยร้าวF-16 หลังบินปฏิบัติการ

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.ท. ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ได้ออกมาเปิดเผยกรณีที่มีการตรวจพบ รอยร้าวโครงสร้างอากาศยานเครื่องบิน F-16 หลังจากบินปฏิบัติการตรวจเป้าภาคอากาศเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568

รายละเอียดการตรวจพบรอยร้าวในเครื่องบิน F-16

จากการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ พบว่ามีรอยร้าวบริเวณ Lower Bulkhead ของ Main Landing Gear Tension Strut Lug ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดล้อหลักของเครื่องบิน F-16 ด้านขวา รอยร้าวดังกล่าวถูกตรวจสอบด้วยวิธีการ NDI (Non-Destructive Inspection) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และมีการยืนยันผลจากตัวแทนของ Lockheed Martin จากสหรัฐอเมริกา

มาตรการด้านความปลอดภัยที่กองทัพอากาศดำเนินการ

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด และป้องกันความเสี่ยงใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น กองทัพอากาศได้ดำเนินการตามมาตรการที่เข้มงวด ได้แก่

  • เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางเคลื่อนย้ายอากาศยานจากสนามบินอู่ตะเภา จ.นครสวรรค์ กลับมายังหน่วยซ่อมบำรุงหลัก
  • ใช้เครื่องบิน C-130H สำหรับขนส่งชิ้นส่วน F-16 ที่拆卸แล้ว เพื่อความปลอดภัยในการลำเลียง
  • ดำเนินการซ่อมบำรุงร่วมกับบริษัท ทีเอไอ (TAI) โดยดำเนินการตามมาตรฐานสากล และมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด

ความมั่นใจในกระบวนการบำรุงรักษาเครื่องบิน F-16

พล.อ.ท. ประภาส กล่าวอีกว่า กองทัพอากาศได้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และความเข้มงวดในการดูแลบำรุงรักษา โครงสร้างอากาศยานเครื่องบิน F-16 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการรับประกันความปลอดภัยของนักบิน กำลังพล และประชาชน

случаеดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปฏิบัติการบินของกองทัพอากาศ แต่อย่างใด เป็นเพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนตามมาตรฐาน เพื่อให้แน่ใจว่าอากาศยานอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์

บทสรุปจากสถานการณ์การตรวจพบรอยร้าว

การที่สามารถตรวจพบรอยร้าวได้ทันท่วงที สะท้อนถึงขีดความสามารถทางด้านวิศวกรรม และประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศที่มีผลิตภัณฑ์ความร่วมมือจากภาคีเชิงยุทธศาสตร์อย่าง บริษัททีเอไอ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญที่ยกระดับความสามารถในการดูแลซ่อมบำรุงอากาศยานของไทยให้อยู่ในระดับเดียวกับมาตรฐานนานาชาติ

การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ และการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้มั่นใจได้ว่า เครื่องบิน F-16 ของกองทัพอากาศมีความพร้อมและปลอดภัยต่อการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มรูปแบบเสมอ

ทั้งนี้ คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้และข่าวกองทัพอากาศได้อย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางข่าวสารอย่างเป็นทางการ

ที่มา – โฆษกทอ. แจงการตรวจพบรอยร้าวโครงสร้างอากาศยานเครื่องบิน F-16 หลังบินปฏิบัติการ

พระนายตีไม่แผ่วคว้าแชมป์กอล์ฟสิงห์-กรุงไทยสนาม 4

การแข่งขันกอล์ฟเยาวชนส่วนกลางสะสมคะแนนประจำปี 2568-2569 ของสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ภายใต้การสนับสนุนจาก “สิงห์-กรุงไทย จูเนียร์ กอล์ฟ แรงกิ้ง 2025-26” สนามที่ 4 ที่จัดขึ้น ณ สนามนารายณ์ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ จ.ลพบุรี ในช่วงวันที่ 5-7 กันยายน 2568 ซึ่งมีการแข่งขันทั้งหมด 3 รุ่นใหญ่ ได้แก่ คลาส S สำหรับนักกีฬาอายุ 19 ปีขึ้นไป, คลาส A สำหรับนักกีฬาอายุ 15-18 ปี และคลาส B รุ่นอายุ 13-14 ปี

พระนายตีไม่แผ่วคว้าแชมป์กอล์ฟสิงห์-กรุงไทยสนาม 4

ในคลาส A รุ่นชาย (15-18 ปี) พระนาย เหรียญไกร สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างน่าทึ่งหลังจากทำผลงานได้อย่างเสถียรตลอดทั้งสามวัน โดยทำสกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 209 (70-70-69) หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการลงเอยด้วยสกอร์ 2 อันเดอร์พาร์ 69 ในวันสุดท้ายเป็นแชมป์แรกของเขานับแต่เปิดฤดูกาลนี้ด้วย ตามหลังมาในอันดับที่สองคือ ยศวัฒน์ พฤกษางกูร ที่ทำสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 211 (67-74-70)

พระนาย เหรียญไกร แชมป์สนาม 4

คลาส A หญิง และคลาส B ที่น่าจับตามอง

ในคลาส A หญิง วรญา วิสิฐศักดา ได้สร้างความประทับใจมากเมื่อสามารถคว้าแชมป์มาได้ในสนามแรกของฤดูกาลหลังจากทำสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 210 (68-75-67) โดยเฉพาะในวันสุดท้ายที่ยิงไปถึง 4 อันเดอร์พาร์ 67 แซงเอาชนะ สุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล เพียงหนึ่งสโตรกเท่านั้น และในคลาส B ชิงความมันส์กันให้ร้อนแรงเช่นกัน

ภูริต วงศ์สว่าง เด็กชายวัย 13-14 ปี สามารถคว้าแชมป์ได้หลังจากทำสกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 211 (71-71-69) โยนห่างนักกล้าคนอื่น ๆ อย่างนัทกร เบ็ญนุกูล ที่ตามมาในอันดับ 2 ด้วยสกอร์ 213

ส่วนในคลาส B หญิง พลอยชนก สุวรรณจักร์ศรี สามารถคว้าแชมป์ต่อเนื่องได้ถึง 3 สนามด้วยสกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 210 (69-72-69) แสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอในการซ้อมและการจัดการสนาม

คลาส S ชายและเส้นทางสู่ชนะเลิศ

ในคลาส S สำหรับสายอาชีพที่มีอายุมากกว่า 19 ปี แชมป์ตกเป็นของ กษิดิ์เดช อรัณยะนาค ผู้เล่นที่ทำผลงานได้อย่าง_smooth_ตลอดทั้งสามวันจนสามารถครองตำแหน่งชนะเลิศ

  • ติดตามการแข่งขันกอล์ฟสิงห์-กรุงไทยในสนามต่อไป
  • สนามที่ 5 จะจัดขึ้น ณ สนามกรังด์ปรีซ์ กอล์ฟ คลับ จ.กาญจนบุรี วันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งแบ่งออกเป็นคลาส C ถึง F สำหรับเยาวชน รวมถึงคลาส S, A และ B ในวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2568

หากคุณเป็นแฟนกีฬากอล์ฟหรือกำลังติดตามผลงานเยาวชนไทย ต้องไม่พลาดการติดตามอีเวนต์จาก “สิงห์-กรุงไทย จูเนียร์ กอล์ฟ แรงกิ้ง” และติดตามผลงานของเจ้า พระนาย เหรียญไกร และนักกีฬาร่วมรุ่นอื่น ๆ ที่มีความสามารถสูง หากต้องการสมัครหรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของสมาคมกีฬากอล์ฟแห่งประเทศไทยฯ ได้เลย

ที่มา – ‘พระนาย’ ตีไม่แผ่ว คว้าแชมป์กอล์ฟสิงห์-กรุงไทยสนาม 4

จับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ได้เกิดความเคลื่อนไหวในการจัดโผรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยมีการเปลี่ยนแปลงในโควตารัฐมนตรีของกลุ่มของจับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง ซึ่งเป็นพรรคเพื่อไทยมีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เป็นแกนนำ และนำสมาชิกพรรคเพื่อไทยเกือบ 10 คน มาให้การสนับสนุนต่อนายอนุทิน

จับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง

เดิมทีมีการวางแผนไว้ว่านายนริศ ขำนุรักษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีในครม.ของรัฐบาลอนุทิน แต่ภายหลังมีการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา และมีข่าวว่านายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุตรชายของนายนริศนั้นได้มีมติสวนทางกับพรรคแม่ ที่ให้ สส.งดออกเสียง แต่กลับลงคะแนนเสียงสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ

การจับตาเป็นพิเศษ

สำหรับกลุ่มของจับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง คาดว่าจะสามารถได้ตำแหน่งที่เหมาะสมกับตนในครม.ชุดใหม่ โดยตัวของนายศักดิ์ดาหรือตัวแทนจากกลุ่มนี้อาจได้เป็นรัฐมนตรีเองเลย

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งพรรคที่ออกมาสนับสนุนนายอนุทิน คือ พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีสมาชิกในพรรคร่วมอีก 3 คน ซึ่งคาดกันว่าจับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง จะได้รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ และพร้อมที่จะส่งต่อให้ลูกสาวของตนเอง น.ส.นิธิยา บุญญามณี มารับตำแหน่งแทน

  • พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์
  • พรรคประชาธิปัตย์กับนายนิพนธ์ บุญญามณี และลูกสาว
  • ผลพวงของการสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ

เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะแม้ว่าการแต่งตั้งจะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่พฤติกรรมรายบุคคลของทั้งสองพรรคในช่วงเวลานี้ ชี้ให้เห็นถึงความตั้งใจในการคว้าตำแหน่งทางการเมือง

การเมืองไทยในช่วงนี้จึงควรติดตามเรื่องจับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง เป็นพิเศษ เพราะมันสะท้อนถึงพลวัตและอิทธิพลของแต่ละกลุ่มในสภาผู้แทนราษฎร

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไมล์สโตนสำคัญ ที่อาจส่งผลต่อภาพรวมของการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะใครเป็นผู้ที่ได้นั่งบนตำแหน่งรัฐมนตรี สิ่งเหล่านี้จะเป็นภาพที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจับตามองเป็นอย่างดี

รัฐบาลอนุทินยังต้องตัดสินใจเรื่องเหล่านี้อย่างรอบคอบ เพราะมันมีผลกระทบไม่เพียงแค่ในระดับพรรค แต่ต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่และแนวทางนโยบายที่ใช้ในการบริหารประเทศอีกด้วย

ติดตามการเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างครม.ชุดใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงภาพการเมืองไทยไปในอีกระดับหนึ่ง

ที่มา – จับตา ‘ศักดิ์ดา’ ร่วม ‘ครม.อนุทิน’ ด้าน ‘นิพนธ์’ จ่อดันลูกสาวเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง

นายกฯหนูเปิดตัว ‘วรภัค’ 1 ในทีมเจรจาภาษีทรัมป์ รับตำแหน่งรมช.คลัง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 กันยายน ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือที่หลายคนเรียกกันว่า นายกฯหนู ได้เดินลงมายังร้านกาแฟภายในพรรค โดยสั่งเครื่องดื่มและอาหารเบาๆ ก่อนที่จะมีนายวรภัค ธันยาวงษ์ เดินเข้ามาเพื่อพบกัน

ทันทีที่พบกัน นายอนุทิน พานายวรภัค ไปนั่งคุยอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะประกาศต่อสื่อมวลชนว่า ตนได้เชิญนายวรภัคมารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง หรือ รมช.คลัง โดยเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย

นายกฯหนู เผยเหตุผลเลือก ‘วรภัค’ รับตำแหน่งรมช.คลัง

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้เกี่ยงแม้ ‘วรภัค’ จะเคยทำงานกับอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลก่อนหน้า เพราะก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจจะเชิญมาร่วมงานอยู่แล้ว

โดยเน้นว่า ตนกับนายวรภัค รู้จักกันมานานกว่า 30 ปี และมีความเชื่อมั่นในความสามารถ เพราะนายวรภัคเคยเป็นหนึ่งใน ทีมเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ภายใต้administration ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

ภารกิจใหญ่รอ.rmว.คลังชุดใหม่

“หน้าที่การงานด้านคลังมีความซับซ้อน ตั้งแต่เรื่องหนี้สาธารณะ รายได้-รายจ่าย และปัญหาเศรษฐกิจที่ต้องดูแลอย่างรอบด้าน ทำให้เราต้องเลือกคนที่เราเชื่อว่าแก้ปัญหาจริง” นายอนุทิน กล่าว

ด้านนายวรภัค กล่าวตอบรับว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ถูกนายกฯเชิญมาร่วมงาน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เข้าพรรคการเมืองจริงๆ

  • ทำงานด้านการเงินมานานกว่า 30 ปี
  • เคยเป็นหนึ่งในทีมเจรจาภาษีสหรัฐฯ
  • มีความเชี่ยวชาญในตลาดทุน
  • ผ่านงานร่วมกับ รมว.คลังคนเก่า อย่างนายพิชัย ชุณหวชิร

นอกจากนี้ ทั้งสองยังมีถ้อยคำที่สนิทกันเป็นพิเศษ ซึ่งระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายอนุทิน ยังเอาใจช่วยโดยการถือมายื่นไมค์ให้นายวรภัคเอง ถึงขั้นติดตลกว่า “หนัก”

หลังจากพูดคุยกันเสร็จ นายอนุทิน ได้เข็นรถวีลแชร์ของบิดาขึ้นรถกลับ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ และรักษาความเป็นตัวของตัวเองไว้เสมอ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนถึงทิศทางของรัฐบาลในช่วงที่เหลือ ซึ่งเน้นการแต่งตั้งบุคลากรที่มีประสบการณ์จริง และมีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ

ด้วยความเชี่ยวชาญที่ รมช.คลัง ชุดใหม่คนนี้ถือได้ว่าเป็น ‘พลังเสริม’ ที่น่าจับตามอง

คุณคิดอย่างไรกับการแต่งตั้งครั้งนี้? คิดว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในทิศทางที่ดีขึ้นได้จริงหรือไม่?

ที่มา – ‘นายกฯหนู’เปิดตัวแคนดิเดตรมช.คลัง ‘วรภัค’ 1 ในทีมเจรจาภาษี‘ทรัมป์’

“อำนวยศิลป์” จัดโบว์ลิ่งการกุศล ฉลองครบ 100 ปี

ในโอกาสที่โรงเรียนอำนวยศิลป์จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 100 อย่างเป็นทางการ ได้มีการจัดกิจกรรม “อำนวยศิลป์” จัดโบว์ลิ่งการกุศล ฉลองครบ 100 ปี เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2568 ที่ศูนย์บลู-โอ ริ듬 แอนด์ บาวล์ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน ชั้น 4 ซึ่งมีนักเรียนปัจจุบัน ศิษย์เก่า ครู และผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมกันอย่างคึกคัก

“อำนวยศิลป์” จัดโบว์ลิ่งการกุศล ฉลองครบ 100 ปี

ภายในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจาก “บิ๊กแป๊ะ” นายถิรชัย วุฒิธรรม ประธานจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งฯ กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยท่านอาจารย์เพชรชุดา เกษประยูร ประธานบริหารโรงเรียนอำนวยศิลป์ ประธานมูลนิธินักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ และนายกสมาคมนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ มาให้เกียรติร่วมกล่าวเปิดงาน นอกจากนี้ ยังมีบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจที่โรงเรียนได้รวมตัวคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน

ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในกิจกรรมนี้

กิจกรรมแบ่งเป็น 2 ช่วง ด้วยทีมที่มาร่วมแข่งขันมากกว่า 60 ทีม ทั้งจากกลุ่มศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ครู และผู้ปกครอง โดยทุกคนมีโอกาสได้ลงแข่งขันและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมทีม การให้กำลังใจกัน หรือการถ่ายภาพร่วมกันอีกมากมาย ส่งผลให้บรรยากาศในงานนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มิตรภาพ และความอบอุ่น

รางวัลต่างๆ ที่มอบให้ในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ ทั้งในประเภททีมและบุคคล โดยมีถ้วยรางวัลเกียรติยศจากประธานและผู้สนับสนุนหลายท่าน เช่น จาก พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร และพล.ท.กิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งต่อผู้ได้รับรางวัลทุกคน

  • รางวัลประเภททีม – ชนะเลิศจากนายถิรชัย วุฒิธรรม
  • รางวัลประเภททีม – รองชนะเลิศจาก พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร
  • รางวัลประเภทบุคคล – ชนะเลิศจากอาจารย์เพชรชุดา เกษประยูร
  • รางวัลประเภทบุคคล – รองชนะเลิศจาก พล.ท.กิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน
  • รางวัลบู้บี้จากชมรมผู้ปกครอง ครูและนักเรียน

หลังการแข่งขันก็มีการมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ และถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเก็บที่ระลึก โดยกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “โรงเรียนอำนวยศิลป์” ไม่เพียงเป็นสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็น “บ้าน” ที่เชื่อมโยงคนรุ่นต่างๆ เข้าด้วยกันมาอย่างยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ

หากคุณเคยเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนนี้ หรือต้องการสัมผัสความอบอุ่นและความผูกพันนี้ การร่วมกิจกรรมรุ่นวันนี้คงเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าไม่แพ้การได้เรียนรู้จากห้องเรียนเลยทีเดียว

ที่มา – “อำนวยศิลป์” จัดโบว์ลิ่งการกุศล ฉลองครบ 100 ปี สานสัมพันธ์ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบัน