ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อาจารย์ชื่อดังโต้ข่าวผู้วิเศษคนที่ 3 ยันบริจาคโปร่งใส

กรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับผู้วิเศษคนที่ 3 ซึ่งมีดาราและบุคคลในวงการบันเทิงเป็นลูกศิษย์จำนวนมาก ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับบริจาคเงินจากผู้ติดตาม และกระบวนการโอนเงินไปยังวัดหรือสถานปฏิบัติธรรมที่กล่าวอ้างอยู่นั้น

อาจารย์ชื่อดังโต้ข่าวผู้วิเศษคนที่ 3 ยันบริจาคโปร่งใส

ล่าสุดอาจารย์ ช. ที่ถูกโยงเป็นผู้วิเศษคนที่ 3 ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนในการให้สัมภาษณ์กับรายการ“ข่าวมันส์เขี้ยว” ทางช่อง 8 โดยระบุว่า “ถ้าเราอยู่ในพื้นฐานของความดี ก็ไม่รู้สึกตกใจอะไรกับข่าว แต่แค่ตกใจว่าทำไมเราไปเกี่ยวข้องตรงนั้นด้วย”

การบริจาคทุกบาทตรวจสอบได้

อ.เชียงกล่าวว่า การเปิดรับบริจาค เพื่อสร้างวัด โบสถ์ หรือกิจกรรมเกี่ยวกับศาสนา ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบเพราะเงินบริจาคจะโอนเข้าบัญชีวัดโดยตรง ไม่ใช่บัญชีส่วนตัว และทุกการรับบริจาคมีหลักฐานเอกสารที่ตรวจสอบได้

นอกจากนี้ “เรื่องโอนเงินให้วัดไม่ตรงยอดบริจาค” ที่หลายคนตั้งข้อสงสัยนั้น อาจารย์ยืนยันว่าเป็นเรื่องไม่จริง เพราะเงินทุกบาทถูกโอนให้วัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอนเสมอ

  • ไม่มีการเรียกรับเงินส่วนตัว
  • ไม่เคยมีการระดมทุนเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล
  • สถานปฏิบัติธรรมถูกสร้างด้วยความสมัครใจจากลูกศิษย์

สำหรับเรื่องการเสริมดวงหรือดูดวง อ.เชียงชี้แจงว่า ท่านไม่เคยอ้างว่าสามารถดูดวงได้แต่ให้คำแนะนำด้านธรรมะ และการปฏิบัติดีมีบุญ

รวมถึงข่าวลือเกี่ยวกับ รับบริจาคเพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นใช้สร้างบ้านอาศัย ท่านกล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวเกิดจากความบริสุทธิ์ใจของลูกศิษย์ที่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องมีพื้นที่รองรับการปฏิบัติธรรมอย่างเหมาะสม จึงร่วมกันช่วยเหลือก่อสร้างด้วยความตั้งใจดี

“ไม่สามารถทำให้ใครรักเราทั้งโลกได้ แม้แต่พระพุทธเจ้า” อ.เชียงระบุในท้ายสัมภาษณ์ พร้อมเผยว่า ตนเองไม่เคยเรียกร้องบริจาคใด ๆ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ทุกอย่างเป็นความเชื่อใจและการช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา

อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องราวจะถูกตั้งข้อสงสัย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อจริงของ “ผู้วิเศษคนที่ 3” ออกมาอย่างเป็นทางการ

หากคุณชื่นชอบเนื้อหาสาระดี ๆ เช่นนี้ ติดตามเราได้ที่เว็บไซต์ เพื่อรับข่าวสารและความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ที่มา – อาจารย์ชื่อดังโต้ข่าวผู้วิเศษคนที่ 3 ยันทุกการบริจาคโปร่งใส ไม่เคยเรียกรับเงิน

“โกเมธ” คว้าแชมป์ BMX นานาชาติ ลุยซีเกมส์หวังทอง

การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2568 ณ สนามบีเอ็มเอ็กซ์ สวนกีฬากมล กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการคัดเลือกนักปั่นที่จะลุยรายการนานาชาติ รวมถึงเป็นกระบอกเสียงเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปลายปีนี้ โดยเฉพาะผลงานอันโดดเด่นของ “โกเมธ สุขประเสริฐ” ที่คว้าแชมป์ BMX นานาชาติรายการ ASEAN BMX Racing Cup ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

“โกเมธ” คว้าแชมป์ BMX นานาชาติ พร้อมเก็บคะแนนโอลิมปิก

ในการแข่งขัน ASEAN BMX Racing Cup ที่จัดร่วมกับการชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 4 เมื่อวันที่ 6-7 กันยายนที่ผ่านมา มีนักกีฬาจาก 8 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 15 ทีม ทั้งรุ่นประชาชนชาย-หญิง รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และรุ่นเยาวชน โดยการแข่งขันในครั้งนี้เป็นรายการระดับ Class 1 ภายใต้สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) ซึ่งมีผลต่อการสะสมคะแนนเพื่อคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028

สภาพสนามท้าทาย เกมพลังแห่งใจนักกีฬา

โกเมธ สุขประเสริฐ นักปั่นทีมชาติไทย กล่าวว่า ก่อนลงสนามสภาพสนามลื่นจากฝนตกหนักทั้งคืน แต่เขาเลือกประคองตัวอย่างระมัดระวัง และสามารถเก็บความเร็ว + ความมั่นคงไว้ตลอดเส้นทาง โดยเขาย้ำว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อนความลุ้นชัยเสมอ

หลังคว้าแชมป์ได้สำเร็จ “โกเมธ” เผยว่า หลังจากนี้จะมุ่งเป้าสู่การเก็บแต้มในการแข่งขัน BMX ชิงแชมป์เอเชีย 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเตรียมความพร้อมสู้เต็มสูบใน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่มีกำหนดการแข่งขันในเดือนธันวาคม ซึ่งมีเป้าหมายคว้าทองให้ได้ 2 เหรียญ จาก 2 ประเภทการแข่งขันหลัก

นักกีฬาไทยรุ่นอื่นจี้ดีกับการเก็บคะแนน

นอกจากผลงานของ “โกเมธ” แล้วนักกีฬาทีมชาติไทยยังทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น “ฟ้า” ส.ท.หญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร ผู้ครองแชมป์ BMX รุ่นประชาชนหญิงของรายการ ASEAN BMX Racing Cup เช่นเดียวกับนักกีฬารุ่นเยาวชนที่แสดงศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ

  • รุ่นประชาชนชาย อันดับ 1: โกเมธ สุขประเสริฐ (ไทย)
  • รุ่นประชาชนหญิง อันดับ 1: ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร (ไทย)
  • รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย อันดับ 2: ลิขสิทธิ์ พิมพา (ไทย)
  • รุ่นเยาวชนชาย อันดับ 1: พุทธภูมิ นาคแป้น (ไทย)
  • รุ่นเยาวชนหญิง อันดับ 1: ปภาดา ครองโปร่ง (ไทย)

การแข่งขันครั้งนี้ยังมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และยูทูบ Thailand Cycling Association ดึงดูดผู้ชมกว่า 12,000 วิวจากทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนถึงความนิยมและความสนใจในกีฬาบีเอ็มเอ็กซ์ที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคอาเซียน

เตรียมรับชมสนามสุดท้ายของการชิงแชมป์ไทย

สนามสุดท้ายของ ‘การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์ประเทศไทย สนามที่ 5’ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2568 ที่สนามบีเอ็มเอ็กซ์ สวนกีฬากมล เช่นเดียวกับสนามก่อนหน้า โดยนักกีฬาที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ www.thaicycling.or.th ภายในวันที่ 17 กันยายน เวลา 12.00 น. หรือลงทะเบียนหน้างานในวันที่ 19 กันยายน เวลา 09.00-17.00 น.

กีฬา BMX เป็นกีฬาที่ต้องอาศัยทักษะ ความเร็ว และความกล้าอย่างลงตัว หากคุณเป็นแฟนกีฬาผาดโผนและชื่นชอบการลุ้นเร้าใจ หยุดมองการแข่งขัน BMX ทีมชาติไทยไว้ไม่ได้แล้ว เตรียมให้กำลังใจนักปั่นไทยให้สานฝันคว้าทองในเวทีซีเกมส์ปลายปีนี้ด้วยนะคะ

ที่มา – “โกเมธ” ผงาดแชมป์ BMX นานาชาติพร้อมวางเป้าหมายคว้าทองกีฬาซีเกมส์

‘อนุทิน’เปิดตัว‘วรภัค’อดีตที่ปรึกษา ‘พิชัย’นั่ง รัฐมนตรีช่วยคลัง

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เปิดตัวนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาของนายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยนายอนุทินเปิดเผยว่า นายวรภัคจะมารับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยคลัง อย่างเป็นทางการ

‘อนุทิน’เปิดตัว‘วรภัค’อดีตที่ปรึกษา ‘พิชัย’นั่ง รัฐมนตรีช่วยคลัง

การแต่งตั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวรัฐมนตรีคนนอกเป็นรายที่ 4 ของพรรครวมทั้งหมดจากการเปิดตัวครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่มองหาผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจมาสนับสนุนงานของกระทรวงการคลัง

ความน่าสนใจในตัวบุคคล

นายวรภัค ธันยาวงษ์ เป็นบุคลากรที่มีความน่าเชื่อถือในแวดวงเศรษฐกิจและธนาคาร มาจากประสบการณ์ที่เคยบริหารธนาคารชั้นนำของไทย คือ ธนาคารกรุงไทย และยังเคยใช้ความเชี่ยวชาญในการให้คำแนะนำด้านนโยบายการเงินแก่ผู้บริหารระดับสูงของประเทศอีกด้วย

  • ตำแหน่งก่อนหน้า: กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย
  • เคยเป็นที่ปรึกษา: นายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกฯ และรมว.คลัง
  • บทบาทใหม่: รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

การได้ตัวผู้บริหารระดับประเทศมานั่ง รัฐมนตรีช่วยคลัง แสดงถึงความมุ่งมั่นของฝ่ายบริหารที่มีนโยบายทางเศรษฐกิจรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก

ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยคลัง คาดว่านายวรภัคจะมีบทบาทสำคัญในการวางกลยุทธ์ทางการเงิน ป้องกันความเสี่ยง รวมถึงผลักดันแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

การแต่งตั้งผู้มีความเชี่ยวชาญในภาคธุรกิจเข้ามาร่วมบริหารประเทศเป็นสัญญาณที่ดีของแนวโน้มการเมืองไทยในอนาคต เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการในแวดวงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและมีความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า นโยบายของ ‘วรภัค’ ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยคลัง จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างไร ทั้งในเรื่องของความมั่นคงทางการเงิน การควบคุมเงินเฟ้อ และการกระตุ้นรายได้ของประชาชน

ที่มา – ‘อนุทิน’เปิดตัว‘วรภัค’อดีตที่ปรึกษา ‘พิชัย’นั่ง รัฐมนตรีช่วยคลัง

‘ไทยสร้างไทย’ แถลงข้อเสนอต่อ ‘อนุทิน’ นายกฯ ใหม่

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พรรค ‘ไทยสร้างไทย’ ได้ออกมาแถลงการณ์ข้อเสนอสำคัญต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยเน้นถึงประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลและรัฐสภาต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก ทั้งปัญหาความมั่นคงชายแดนและเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน

‘ไทยสร้างไทย’ แถลงข้อเสนอต่อ ‘อนุทิน’ นายกฯ ใหม่

พรรคไทยสร้างไทยระบุว่า หากประเทศจะก้าวข้ามวิกฤติที่เผชิญอยู่ได้ จะต้องเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า เพื่อลดข้อจำกัดทางโครงสร้างต่างๆ และเสริมบทบาทของภาคประชาชนให้เข้มแข็งขึ้นในการดูแลระบบเศรษฐกิจและการเมือง

องค์ประกอบสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พรรค ‘ไทยสร้างไทย’ เห็นว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่จะดำเนินการโดย สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ควรมาหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป ตามข้อตกลงเดิมที่มีตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่พรรค ‘ไทยสร้างไทย’ ยืนยันว่าห้ามแตะต้อง เช่น หมวด 1 และ 2 ที่เกี่ยวกับสถาบันหลักของประเทศ เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ พร้อมกับรักษาแนวทางไม่ให้ต้องเข้าสู่ขั้นการทำประชามติ ตามบทบัญญัติเดิม

  • ที่มาของนายกรัฐมนตรีควรมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
  • การแก้ปัญหา ส.ส. งูเห่า ที่ขัดต่อจริยธรรม
  • วางหลักนโยบายแห่งรัฐ สิทธิเสรีภาพ และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชน
  • เพิ่มบทบาทให้ภาคประชาชนสามารถตรวจสอบองค์กรอิสระได้

จากสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมือง ราชการประจำ ภาคธุรกิจ หรือภาคประชาชน จำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจอย่างจริงจัง เพื่อส่งเสริม “การเมืองสุจริต” และ “ระบบราชการสุจริต” ให้กลับคืนมา และหากไม่เป็นเช่นนั้น สิ่งที่เสี่ยงมากที่สุดคือความเสื่อมทรุดของประเทศและสถาบันหลักต่างๆ

นักการเมืองต้องยึดความเสียสละ จริยธรรม และสัญญาต่อประชาชน เพราะหน้าที่ของพวกเขาคือการสร้างความยุติธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำ และใช้วิสัยทัศน์ในการวางรากฐานอนาคตของประเทศอันยั่งยืน

ในที่สุด ข้อเสนอของพรรค ‘ไทยสร้างไทย’ เป็นแนวทางที่ชัดเจนว่าหากอยากให้บ้านเมืองเดินต่อได้ จำเป็นต้องเริ่มจาก “พื้นฐาน” : รัฐธรรมนูญ และ “หลักคุณธรรม” : คนในสภาผู้แทนฯ และการเมือง

ที่มา – ‘ไทยสร้างไทย’ แถลงการณ์ข้อเสนอต่อ ‘อนุทิน’ นายกรัฐมนตรีคนใหม่

‘อนุทิน’ ลั่นเป็น‘นายกฯ’ ไม่ติดหนี้บุญคุณใครนอกจาก‘ประชาชน’

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแถลงการณ์หลังได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ว่า นี่ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่หาที่สุดมิได้ และตนย้ำว่าเป็นตำแหน่งที่ได้รับจากประชาชน ไม่ใช่ใครคนใด

‘อนุทิน’ ลั่นเป็น‘นายกฯ’ ไม่ติดหนี้บุญคุณใครนอกจาก‘ประชาชน’

ในการกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ นายอนุทินระบุว่า แม้จะมีข้อจำกัดในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ตนและคณะรัฐมนตรีจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้พ้นจากวิกฤตทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยเน้นย้ำว่า ปัจจุบันบุญคุณเพียงหนึ่งเดียวที่ตนต้องตอบแทนคือบุญคุณจากประชาชน ที่ผ่านผู้แทนราษฎรมาสละสิทธิสนับสนุนตน

เป้าหมายรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘อนุทิน’

ขอบเขตเวลาที่เหลือเพียง 4 เดือน นายอนุทินย้ำว่าจะไม่มีวันหยุด และไม่ว่างสำหรับการพักผ่อนส่วนตัว ตนมั่นใจว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่:

  • 1. ด้านเศรษฐกิจ: เร่งลดต้นทุนการดำเนินชีวิตพร้อมเร่งแก้หนี้สินเกษตรกร และสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น
  • 2. ด้านความมั่นคง: คลี่คลายปัญหาข้อพิพาทกับกัมพูชาอย่างสันติ โดยย้ำว่าจะไม่มีวันเสียดินแดนแม้แต่เซนติเมตรเดียว
  • 3. ด้านภัยธรรมชาติ: เร่งต่อยอดระบบเตือนภัย และบริหารจัดการช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม
  • 4. ด้านภัยสังคม: ปราบปรามค้ายาเสพติด การพนันออนไลน์ และแสกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

อุดหนุนความยุติธรรมบนพื้นฐานกฎหมาย

นอกจากนี้ ‘อนุทิน’ เผยว่า จะทำงานภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และพร้อมเปิดเผยกระบวนการเพื่อความโปร่งใสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

สุดท้าย ‘อนุทิน’ กล่าวตอกย้ำว่า “ผมจะไม่ทำให้เจตนารมณ์ของประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้ต้องสูญเปล่า” พร้อมย้ำอีกครั้งว่า เขาไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะบุญคุณของใคร ยกเว้นประชาชนชาวไทยเท่านั้น

หากคุณอยากรู้ต่อว่านโยบายของรัฐบาลชุดนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตคุณอย่างไร ลองติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีของประเทศร่วมกันนะคะ

ที่มา – ‘อนุทิน’ ลั่นเป็น‘นายกฯ’ ไม่ติดหนี้บุญคุณใครนอกจาก‘ประชาชน’

“ส.ลูกยางโลก” มอบโทรฟี่อันทรงเกียรติ “FIVB Grand Cross Award” ให้ “บิ๊กสมพร-บิ๊กติ๋ม” สองคีย์แมนกีฬาไทย

ความสำเร็จที่โดดเด่นของศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 (FIVB Women’s World Championship 2025) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งวงการกีฬาอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันที่ถือว่า “ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

“ส.ลูกยางโลก” มอบโทรฟี่อันทรงเกียรติ “FIVB Grand Cross Award” ให้ “บิ๊กสมพร-บิ๊กติ๋ม” สองคีย์แมนกีฬาไทย

ล่าสุด นายฟาบิโอ อาเซเวโด ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้มอบรางวัล “FIVB Grand Cross Award” ให้กับ “บิ๊กสมพร” สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และ “อาจารย์ติ๋ม” ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ รองประธานกิติมศักดิ์ตลอดชีพสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย (AVC) ที่ห้องรับรองพิเศษ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทำไมรางวัลนี้ถึงมีความสำคัญ?

รางวัล “FIVB Grand Cross Award” ถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุดในวงการวอลเลย์บอล โดยปกติจะมอบให้กับบุคคลในตำแหน่งสูง เช่น ประธานสหพันธ์หรือผู้นำด้านกีฬาในระดับนานาชาติเท่านั้น การที่ “บิ๊กสมพร” และ “อาจารย์ติ๋ม” ได้รับรางวัลนี้ แสดงถึงการยอมรับอย่างเต็มที่จาก FIVB และ Volleyball World

นอกจากนี้ การจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ด้วยความร่วมมือของ 2 คีย์แมนรายนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถของประเทศไทยในการรองรับกิจกรรมกีฬาระดับโลก และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในระดับนานาชาติได้อย่างยอดเยี่ยม

การได้รับรางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติของ “บิ๊กสมพร” และ “อาจารย์ติ๋ม” เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจของทั้งวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะวงการวอลเลย์บอล ที่สามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของกีฬาชั้นนำระดับโลกได้อย่างประสบความสำเร็จ

นี่คือแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและนักกีฬารุ่นใหม่ในการนำเกียรติยศของประเทศไปสู่เวทีนานาชาติ เพราะการมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นอย่าง “บิ๊กสมพร” และ “บิ๊กติ๋ม” จึงทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในระดับโลกได้

หากคุณเป็นแฟนกีฬาหรือชื่นชอบวอลเลย์บอล ต้องติดตามและภาคภูมิใจในความสำเร็จนี้ของทีมงานและนักกีฬาไทย เพราะความภูมิใจนี้เป็นของทุกคน

ที่มา – “ส.ลูกยางโลก” มอบโทรฟี่อันทรงเกียรติ “FIVB Grand Cross Award” ให้ “บิ๊กสมพร-บิ๊กติ๋ม” สองคีย์แมนกีฬาไทย

สาวสิรินธรโค่นCTศรีปทุมแชมป์เก่าประเดิมชัยศึกยัดห่วงหญิงธกส.ชิงแชมป์ประเทศไทย

ในการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง “ธกส.ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย” ประจำปี 2568 (Women’s Thailand Basketball Championship 2025) ระหว่างวันที่ 6-21 กันยายน 2568 ที่โรงยิมสโมสรไฮเทค ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 6 ทีม ได้แก่ ขอนแก่นฮอว์กส์ บีซี, Chuu น้อยนพคุณ dpu, CT ศรีปทุม, สิรินธรราชวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อ่างทอง Altus โดยแต่ละทีมต่างเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์ในรายการนี้

สาวสิรินธรโค่นCTศรีปทุมแชมป์เก่าประเดิมชัยศึกยัดห่วงหญิงธกส.ชิงแชมป์ประเทศไทย

นัดเปิดสนามของศึกมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้น เมื่อ สิรินธรราชวิทยาลัย ได้พบกับ CT ศรีปทุม แชมป์เก่าของรายการ ซึ่งเป็นการดวลทักษะที่แฟนบอลต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งสองทีมต่างส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มร้อย โดยทางด้านทีม สิรินธรราชวิทยาลัย มี “แป้ง” อัมพวา ท้วมอ้น และนักยัดห่วงทีมชาติไทยอย่าง “นุช” ปิยนุช ศรีเปรม เป็นแกนนำ ส่วนทางด้าน CT ศรีปทุม มี “กิ๊ก” กนกวรรณ ประจวบสุข และ “แพรว” ศศิพร วงศ์ตาผา ขึ้นแท่นกัปตันทีม

สิรินธรระเบิดฟอร์มสุดยอดถล่ม 91-56

ผลการแข่งขันออกมาอย่างน่าประหลาดใจ เพราะ สิรินธรราชวิทยาลัย สามารถควบคุมเกมได้ตั้งแต่ควอเตอร์แรก พวกเขาเล่นได้ฉุกเฉินและมีความคมชัดในทุกจังหวะ อีกทั้งยังสามารถยิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้จบเกมไปด้วย比分 91-56 ในที่สุด สาวสิรินธร ประสบความสำเร็จในการคว้าชัยชนะนัดแรกของรายการไปอย่างสวยงาม

สำหรับท็อปสกอร์ของเกมนี้ตกเป็นของ ปิยนุช ศรีเปรม จากทีม สิรินธรราชวิทยาลัย ที่ทำได้ 21 คะแนน ส่วนทางฝั่ง CT ศรีปทุม ท็อปสกอร์เป็นของ ลักษมี เหวชัยภูมิ ที่ทำได้ 12 คะแนน

อีกหนึ่งคู่เปิดสนามที่น่าสนใจ Chuu เอาชนะขอนแก่น

นอกเหนือจากการพบกันของ สาวสิรินธรกับCT ศรีปทุม ยังมีคู่อื่นที่ไม่แพ้กันอย่างการแข่งขันระหว่าง Chuu น้อยนพคุณ EDU กับ ขอนแก่น ฮอว์กส์ บีซี ซึ่ง Chuu น้อยนพคุณ สามารถเก็บชัยชนะไปได้อย่างขาดลอยด้วย比分 102-55

น่าสนใจไม่แพ้กันในส่วนของท็อปสกอร์ ทางฝั่งขอนแก่น ฮอว์กส์ บีซี เป็นของ จุฑามาศ โนคำ ทำได้ 18 คะแนน ส่วนทาง Chuu น้อยนพคุณฯ นั้น ท็อปสกอร์เป็นของ “ทิตาร์วี” ฤทธิ์อินทร์ ที่ทำได้ 20 คะแนน พร้อมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพาทีมเก็บชัยชนะครั้งสำคัญนี้

ข่าวดีของ สาวสิรินธร และทีม CT ศรีปทุม ต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้นกับการแข่งขันลุ้นแชมป์ครั้งต่อไป เพราะเป็นทัวร์นาเมนต์แบบลีกๆ และรอผู้ชนะในแต่ละคู่ไปพบกันในรอบสุดท้าย แฟนบอลทั้งหลายต้องติดตามกันต่อเนื่องว่าใครจะคว้าแชมป์ไปครองในปีนี้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา ต้องตามให้ทันทุกการแข่งขัน เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ที่มา – “สาวสิรินธร” โค่น “CT ศรีปทุม” แชมป์เก่า ประเดิมชัย ศึกยัดห่วงหญิง “ธกส. ชิงแชมป์ประเทศไทย”

“อัญชิสา” เจ็บ! จบที่รองแชมป์หญิงเดี่ยว “หนุ่มเช็ก” ผงาดแชมป์ชายเดี่ยว ส่งท้ายศึกเทนนิส “G H BANK”

ศึกเทนนิสนานาชาติ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (3)” สัปดาห์สุดท้ายที่จัดแข่ง ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ถือเป็นการปิดฉากการแข่งขันเทนนิสภายใต้สังกัด ITF World Tennis Tour อย่างน่าประทับใจ กับคู่ semifinal ที่ใครหลายคนจับตามองในประเภทหญิงเดี่ยว เมื่อ “น้องออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ต้องพบกับสาวเกาหลีใต้ คู ยอนวู ในรอบชิง สำหรับคนที่คอยติดตามผลงานของนักเทนนิสสาวไทยรายนี้ การเจ็บขัดก่อนถึงเส้นชัยในการแข่งขันครั้งสำคัญถือเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนเสียดาย

“อัญชิสา” เจ็บ! จบที่รองแชมป์หญิงเดี่ยว “หนุ่มเช็ก” ผงาดแชมป์ชายเดี่ยว ส่งท้ายศึกเทนนิส “G H BANK”

ในการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว W35 ที่มีเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1,016,400 บาท) นักเทนนิสประเทศไทยอย่าง อัญชิสา ฉันทะ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “น้องออมสิน” ต้องมาพ่ายแพ้ก่อนถึงเส้นชัย หลังจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหน้าท้องด้านขวาก่อนจะขอยอมแพ้ในเกมหลังจบเซตแรกด้วยสกอร์ 4-6 และ 0-2 (รีไทร์) ทำให้เธอได้แชมป์รางวัลรองชนะเลิศกลับมาครอบครอง ส่วนสาวเกาหลีใต้ คู ยอนวู คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวไอทีเอฟอาชีพรายการนี้ไปได้เป็นครั้งที่ 5 ของเธอแล้ว

G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (3) เป็นเวทีโอกาสเติบโตของนักเทนนิสอาชีพ

นอกจากผลการแข่งขันในฝั่งหญิงแล้ว ฝั่งผู้ชายก็มีการแข่งขันสุดเข้มข้นเช่นกัน โดยในประเภทชายเดี่ยว เอ็ม 25 มีการชิงเงินรางวัลทั้งหมด 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,016,400 บาท) กับคู่ชิงที่ดึงดูดสายตาอย่าง โดมินิค ปาแลน หนุ่มชาวสาธารณรัฐเช็ก มือวางสูง มาปะทะกับ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ นักเทนนิสจากอินเดีย โดยชนะด้วยสกอร์ 6-4, 6-2 เซต ซึ่งนับว่าเป็นแชมป์ไอทีเอฟอาชีพรายการที่ 5 ของ โดมินิค ปาแลน อีกด้วย

  • คู ยอนวู เจ้าของแชมป์หญิงเดี่ยว
  • โดมินิค ปาแลน คว้าแชมป์ชายเดี่ยว
  • G H BANK ธนาคารสนับสนุนกีฬายอดนิยม
  • การทำงานร่วมกันระหว่าง ITF และสมาคมเทนนิสไทยถือว่ามีประสิทธิภาพ

สำหรับรายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025” ที่จัดครบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนานักเทนนิสประเทศไทย โดยจัดโดย สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H BANK) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะของนักเทนนิสหน้าใหม่ ๆ และให้โอกาสอาชีพแก่นักเล่นในระดับโลกในการมาเจอกันแบบใกล้ชิด

หากคุณเป็นแฟนกีฬาเทนนิสหรือต้องการรับชมนักเทนนิสท้องถิ่นแสดงศักยภาพ เราเชื่อว่า การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานเช่นนี้ใครก็ตามสามารถรู้สึกถึงแรงบันดาลใจได้อย่างแน่นอน และยังสามารถติดตามผลงานของ “น้องออมสิน” รวมถึงดาวรุ่งพลวงดาวด้านเทนนิสในอนาคตได้อีกด้วย

ที่มา – “อัญชิสา” เจ็บ! จบที่รองแชมป์หญิงเดี่ยว “หนุ่มเช็ก” ผงาดแชมป์ชายเดี่ยว ส่งท้ายศึกเทนนิส “G H BANK”

‘ทวี’ แจงเหตุเป็นแกนนำเข้าชื่อยื่นศาลรธน.เชือด ‘หนู-เท้ง’

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ตนเองเป็นแกนนำร่วมกับพรรคเพื่อไทยเข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยสมาชิกภาพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

โดยระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการริเริ่มโดยพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่ยึดหลักนิติธรรม และไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใด ทวีกล่าวว่าขณะนี้ทุกพรรคควรรอชมหน้าตาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ก่อน จากนั้นจึงค่อยดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

‘ทวี’ แจงเหตุเป็นแกนนำเข้าชื่อยื่นศาลรธน.เชือด ‘หนู-เท้ง’

เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบความซื่อสัตย์สุจริตของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ทวียืนยันว่า รัฐบาลควรดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายเสมอ และหากมีประเด็นใดที่ควรตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว ส.ว. หรือคดีที่ดินเขากระโดง ก็สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา

ย้ำบทบาทฝ่ายค้านต้องชัดเจน

ทวีกล่าวต่อว่า การทำงานร่วมกับพรรคประชาชนนั้น ถือเป็นเรื่องปกติในฐานะฝ่ายค้าน โดยทุกพรรคควรคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว แม้จะมีความเห็นแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ

ทวีชี้ว่าในระบบทุนนิยมแบบประชาธิปไตย เสรีภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบรัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลมีเสียงข้างน้อย ฝ่ายค้านจึงต้องเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีอำนาจตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการเรียกร้องคำปรึกษาหารือ ซึ่งหากฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองได้ อาจส่งผลให้กระทรวงต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ทวียังระบุว่า พรรคประชาชาติพร้อมจะร่วมมือกับพรรคที่มีแนวทางใกล้เคียงกัน เพื่อตรวจสอบและเสนอทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และย้ำว่าการเป็นฝ่ายค้านต้องมีความจริงจัง ไม่ใช่การเป็นเพลิงเพื่อเผาเผี่ยงเท่านั้น

สรุปแล้ว การยื่นศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยเริ่มฟื้นคืนสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ และหากทุกฝ่ายสามารถรักษาบทบาทหน้าที่ได้ ประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด

อยากรู้ต่อว่าจะเป็นยังไงกับหน้าตาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่? และใครจะมีโอกาสเข้ารับตำแหน่งสำคัญบ้าง ตามติดข่าวได้ที่นี่

ที่มา – ‘ทวี’ แจงเหตุเป็นแกนนำเข้าชื่อยื่นศาลรธน.เชือด ‘หนู-เท้ง’ บอกรอดูโฉมหน้าครม.ใหม่

‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแจ้งข่าวการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีขนาดแรงสั่นถึง 5.1 แมกนิจูดบนบก โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตองอู ประเทศเมียนมาร์ และห่างจากอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 152 กิโลเมตร

‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์

ตามรายงานจาก ‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์ เหตุเกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนในแนวระนาบเหลื่อมขวา (right-lateral strike slip fault) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งประชาชนในอำเภอเมืองและอำเภอสบเมยได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน

สาเหตุจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย

รอยเลื่อนสะกายหรือ Sagaing Fault เป็นหนึ่งในรอยเลื่อนที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นรอยเลื่อนที่มีกิจกรรมทางธรณีวิทยาอย่างต่อเนื่อง หากเทียบกับลักษณะทางโครงสร้างภูมิประเทศของประเทศไทยแล้ว รอยเลื่อนนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศอย่างต่อเนื่อง

การ‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นถึงแม้จะอยู่ในระดับปานกลาง แต่สามารถส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่างก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน

  • วันเวลาเกิดเหตุ: เมื่อเวลา 10.17 น. (เวลาประเทศไทย)
  • ขนาดแรงสั่น: 5.1 แมกนิจูด
  • พิกัดจุดศูนย์กลาง: บริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตองอู ประเทศเมียนมาร์
  • ระยะห่างจากไทย: ห่างจากอ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 152 กม.
  • สาเหตุ: รอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault)

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณี จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานให้ประชาชนทราบทันทีหากมีความเคลื่อนไหวที่สำคัญ

ความปลอดภัยของประชาชน เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญสูงสุด แม้แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจะมีขนาดไม่มาก แต่หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมตัวให้พร้อม และมีข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเข้าใจถึงความสำคัญของภัยธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างไม่ทันเตือน

ที่มา – ‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวบนบกขนาด 5.1 บริเวณประเทศเมียนมาร์ เหตุรอยเลื่อนสะกายขยับอีก