ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“BLUE PONGTIWAT” เปิดตัวครั้งแรก “STEP INTO THE BLUE”ก้าวแรกสู่เส้นทางศิลปินเต็มตัวสมการรอคอย

วงการเพลงไทยได้ต้อนรับศิลปินหน้าใหม่จากค่าย LOVEiS ENTERTAINMENT อย่าง BLUE PONGTIWAT อย่างอบอุ่นในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “STEP INTO THE BLUE” ก้าวแรกบนเส้นทางสู่ความเป็นศิลปินเต็มตัว และชัดเจนว่าศักยภาพพร้าวโพร่ของเจ้าตัวนั้นสมกับการรอดูของทั้งแฟนเพลงและวงการ

STEP INTO THE BLUE – การเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยพลัง

งาน “STEP INTO THE BLUE” ได้เปิดฉากอย่างสวยงามด้วยการเล่น VTR แนะนำตัวตนของ BLUE PONGTIWAT ที่น่าจดจำ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจนถึงการเข้าสู่วงการอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการเปิดตัวมิวสิควิดีโอแบบเอ็กซ์คลูซีฟของซิงเกิลเดบิวต์ “ยังฟังเพลงเดิมอยู่ไหม (Same Old Song)”, เพลงที่สะท้อนถึงความทรงจำในอดีตผ่านความรู้สึกและเสียงที่อบอุ่นของ BLUE

เสียงที่ทำให้โลกหยุดและหัวใจสั่น

ในงานฉลองดังกล่าวBLUE ขึ้นเวทีโชว์สดครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยแสดงถึงความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการควบคุมเวที หรือการถ่ายทอดเพลงด้วยเสียงที่จริงใจและมีเอกลักษณ์ ฟังดูแล้วทั้งอบอุ่น กลมกลืน และเต็มไปด้วยพลัง ทำให้เพลง “ยังฟังเพลงเดิมอยู่ไหม (Same Old Song)” กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอารมณ์ของผู้ฟังกับความรู้สึกของศิลปินอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษหลายรายที่มาร่วมยินดีและแบ่งปันความคาดหวังต่อผลงานของBLUE ไม่ว่าจะเป็น คริส หอวัง, เจเลอร์, ไอซ์ พาริส อัจฉริยา Sabai รวมไปถึงพี่น้องศิลปินคนดัง เช่น พี่แอ้ม, พี่จี๊บ และพี่หญิง พิริยา ทั้งยังมีเซอร์ไพรส์ช่อดอกไม้จากศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง “Lisa” อีกด้วย!

  • การแสดงสดน่าประทับใจมาก
  • เพลงเดบิวต์สะท้อนถึงตัวตนจริง ๆ ของศิลปิน
  • สภาพแวดล้อมอบอุ่นเป็นกันเอง
  • การรณรงค์และเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นจากทีมค่าย

Blue Pongtiwat คือนักดนตรีอายุน้อยที่มีทุกอย่างในมือ อารมณ์ การควบคุมเสียง และเนื้อเพลงที่มีความลึกซึ้ง ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ตอบโจทย์ทั้งแฟนเพลงและสื่อสายดนตรีอย่างแท้จริง เพลงแนว R&B & POP คลี่คลายความอกหัก เป็นสะพานเชื่อมความทรงจำให้กลับมาโทษโทษใจอีกครั้ง

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก “BLUE PONGTIWAT” บอกเลยว่าตอนนี้คุณไม่ควรพลาด เพราะ “STEP INTO THE BLUE” คือจุดเปลี่ยนของเขาอย่างแท้จริง และอาจเป็นจุดยืนของลมในวงการใหม่ ๆ ด้วยซ้ำ

ที่มา – “BLUE PONGTIWAT” เปิดตัวครั้งแรก “STEP INTO THE BLUE”ก้าวแรกสู่เส้นทางศิลปินเต็มตัวสมการรอคอย

ขอนแก่นจัดโครงการขนส่งเคลื่อนที่ เสริมทักษะนักขับขี่ปลอดภัย

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นายพงศ์ธร จันทราธิบดี ขนส่งจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ นายคมสันต์ ชุมอภัย ผู้อำนวยการโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย ได้จัดโครงการ “ขนส่งเคลื่อนที่ สร้างนักขับขี่ปลอดภัยทางถนน จังหวัดขอนแก่น พ.ศ. 2568” โดยมี นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมในครั้งนี้

ขอนแก่นจัดโครงการขนส่งเคลื่อนที่ เสริมทักษะนักขับขี่ปลอดภัย

โครงการนี้ถูกออกแบบมาอย่างรอบด้าน เพื่อปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้ให้กับเยาวชนเกี่ยวกับ การขับขี่อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นพาหนะที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งในเรื่องทักษะการขับขี่ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้จริง

ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากวิทยากรหลากหลายหน่วยงาน เช่น กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4, โรงพยาบาลขอนแก่น, บริษัท พรพิวัฒน์ยานยนต์ และฝ่ายใบอนุญาตขับรถสำนักงานขนส่งจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเข้ามาอบรมเกี่ยวกับกฎหมาย ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และมารยาทในการขับขี่ นักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปเข้ารับการอบรมจำนวน 330 คน

นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานเปิดงานได้กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดเป้าหมายภายใต้แผนแม่พิมพ์ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2566-2570 ซึ่งตั้งเป้านำไปสู่การลดอัตราการเสียชีวิตจากระบบอุบัติเหตุทางถนนไม่เกิน 12 คนต่อประชากร 100,000 คนภายในปี 2570 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับนานาชาติ

สำหรับ โครงการขนส่งเคลื่อนที่ สร้างนักขับขี่ปลอดภัยทางถนน จังหวัดขอนแก่น ถือเป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ระบบที่บูรณาการการทำงานของภาคีต่างๆ เพื่อสนับสนุนแนวทางในเชิงสังคมว่า ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งจะกลายเป็นพลเมืองตัวอย่างพร้อมชุดทักษะ ความตระหนัก และวินัยในการใช้รถใช้ถนนในอนาคต

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครูที่สนใจให้บุตรหลานเข้าร่วมโครงการลักษณะนี้ การส่งเสริมความเข้าใจในเรื่อง การขับขี่อย่างปลอดภัย ตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะยาว และสร้างวัฒนธรรมสังคมที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ขอนแก่น จัดโครงการ ขนส่งเคลื่อนที่ สร้างนักขับขี่ปลอดภัยทางถนน

โฆษกภูมิใจไทยตอบโต้ธีรรัตน์ เรื่องราชากัญชาไทย

ล่าสุด กรณีที่นักการเมืองบางคนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะในเรื่องนโยบายเกี่ยวกับกัญชา ทางด้าน โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงและโต้กลับอย่างชัดเจนว่า การที่มีการหยิบประเด็นเรื่อง ราชากัญชาไทย มาตั้งคำถามนั้น เป็นการมองแค่พาดหัวข่าวอย่างเดียว โดยไม่ได้อ่านเนื้อหาโดยละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง และ น่าละอาย อย่างยิ่ง

โฆษกภูมิใจไทยตอบโต้ธีรรัตน์

นางแนน บุญย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า รัฐมนตรีรายหนึ่งได้นำพาดหัวข่าวเกี่ยวกับเรื่อง ราชากัญชาไทย ไปตีความผิดเพี้ยน จนอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในองค์ความรู้ผิด

เนื้อข่าวไม่ได้สื่อในทางเสื่อมเสียแต่อย่างใด

โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้อ่านข่าวอย่างละเอียด แต่หยิบข้อความพาดหัวมาโพสต์เพียงอย่างเดียว ซึ่งนำไปสู่การเข้าใจผิด และกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย อันที่จริงแล้ว นโยบายด้านกัญชาของพรรคเป็นไปเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ได้มีเจตนาในทางลบใด ๆ

  • พรรคภูมิใจไทยยืนยันนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์
  • ไม่พลาดที่จะชี้แจงทุกกังวลของสาธารณชน
  • จะต่อสู้หากถูกโจมตีโดยไม่เป็นจริง

นอกจากนี้ โฆษกฯ ยังกล่าวว่า การให้ความสำคัญกับเนื้อหาข่าวอย่างแท้จริง มากกว่าพาดหัว เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้นำและสื่อมวลชน เพราะผู้คนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นธรรม และไม่เกิดการเข้าใจผิด

ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยยังไม่มีแผนจะฟ้องร้องใคร แต่หากเห็นว่ามีการโจมตีอย่างรุนแรง และเกินความเป็นจริงจนกระทบต่อชื่อเสียงพรรคและบุคคลในพรรคอย่างหนัก ก็อาจจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากสถานการณ์นี้ เราเห็นได้ว่า โลกการเมืองมีการต่อสู้ของข่าวสารและภาพลักษณ์อยู่เสมอ การสื่อสารอย่างมีหลักการ และยึดความจริงเป็นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ รวมทั้งการใช้วิพากษ์วิจารณ์ที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีกว่า

ที่มา – ‘โฆษกภูมิใจไทย’ซัดกลับ‘ธีรรัตน์’น่าละอาย​โพสต์‘ราชากัญชาไทย’

นายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดการแข่งขันพัฒนาทักษะภาษาไทยผ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

วันนี้ที่ห้องประชุมศรีสุพรรณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1 ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เป็นประธานเปิดการแข่งขันโครงการพัฒนาทักษะภาษาไทยผ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพในหมู่เยาวชน

นายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดการแข่งขันพัฒนาทักษะภาษาไทยผ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชนเล่มที่ 43 ซึ่งเป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง ครอบคลุม และเข้าใจง่าย

เป้าหมายเพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษาไทย

นอกจากนี้ โครงการยังเน้นการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน โดยการศึกษาผ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ยังช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ เช่นเดียวกับการเรียนจากเล่มจริง ซึ่งส่งผลดีต่อการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการศึกษาในยุคดิจิทัล

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง นางสำเนา พงษ์อารีย์ ศึกษาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี คณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่เขต 1 สุพรรณบุรี ที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

  • เสริมสร้างทักษะการอ่านและการเรียนรู้
  • สร้างความรักในวัฒนธรรม และภาษาไทย
  • สนับสนุนการเรียนรู้ออนไลน์

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสารานุกรม รวมถึงผ่านกิจกรรมการแข่งขันที่กระตุ้นให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพ และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน พร้อมส่งเสริมทักษะการค้นคว้าหาความรู้อย่างมีวินัยเอง

โครงการนี้ถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับการขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งเราหวังว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ ในการเรียนรู้และรักการอ่านต่อไป

ที่มา – นายก อบจ.สุพรรณบุรี เปิดการแข่งขันโครงการพัฒนาทักษะภาษาไทยผ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

‘อนุสรณ์’ ลั่น ‘เพื่อไทย’ ขอเป็นฝ่ายค้านแท้ทำการเมืองตรงไปตรงมา

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน หลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะทำหน้าที่เป็น ‘ฝ่ายค้านแท้’ อย่างเข้มแข็ง และจะไม่ยอม妥协ต่อการใช้อำนาจรัฐที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประชาชน

‘เพื่อไทย’ ขอเป็นฝ่ายค้านแท้พร้อมตรวจสอบการเหยียบขั้นตอน

นายอนุสรณ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยตระหนักเป็นอย่างดีว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะคงอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมี ‘ฝ่ายค้าน’ ที่กล้าหาญและไม่หวาดกลัว จึงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในสภาในฐานะด่านแรกและด่านสุดท้ายในการค้านอำนาจ พร้อมตรวจสอบการตัดสินใจทุกครั้งของรัฐบาลอย่างรอบคอบ

การเมืองชัดเจนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

.party เพื่อไทย ยืนยันว่าจะไม่ประนีประนอมใดๆ กับอำนาจที่ใช้ผิดหลักธรรม โดยจะเน้นการเมืองที่ชัดเจน จริงใจ และยึดมั่นในความถูกต้องเสมอ ด้วยหน้าที่ของฝ่ายค้านแท้ พรรคเพื่อไทยยืนหยัดตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ ตลอดจนปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

  • ไม่โผล่อ่อนให้กับอำนาจรัฐที่ไม่ถูกต้อง
  • เฝ้าระวังกระบวนการทำหน้าที่ของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด
  • สู้เพื่อความยุติธรรมโดยยึดถือข้อเท็จจริง
  • ไม่ยุติบทบาทในฐานะฝ่ายค้านอย่างแท้จริง

“พรรคเพื่อไทย คือฝ่ายค้านแท้พร้อมสู้ทุกเวที พร้อมชนทุกปัญหา กล้าสู้กับความไม่ชอบธรรม และพร้อมทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สมศักดิ์ศรี เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน” นายอนุสรณ์ กล่าวในที่สุด โดยประเด็นหลักที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจเน้นคือ “ฝ่ายค้านแท้” ที่มีความจริงใจ มุ่งเน้นประชาชนเป็นหลัก และไม่เคยถอยจากความถูกต้อง

เพราะพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง ต้องมีฝ่ายค้านที่เข้มแข็งเสมอ

ที่มา – ‘อนุสรณ์’ ลั่น ‘เพื่อไทย’ ขอเป็นฝ่ายค้านแท้ทำการเมืองตรงไปตรงมายึดประโยชน์ประเทศและประชาชน

PEA คว้ารางวัล APEA 2025 สาขา Inspirational Brand Award ปีที่ 2

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 ในสาขา Inspirational Brand Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าให้กับประชาชนใน 74 จังหวัดทั่วประเทศ

PEA คว้ารางวัล APEA 2025 สาขา Inspirational Brand Award ปีที่ 2

สำหรับรางวัลในสาขา Inspirational Brand Award นี้ มอบให้กับองค์กรที่สามารถสร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสังคมที่ดียั่งยืนอีกด้วย

ความมุ่งมั่นของ PEA ต่อความยั่งยืน

PEA มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบไฟฟ้าและการให้บริการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ อีกทั้งยังดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และ Net Zero Emissions

งานมอบรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 จัดขึ้นโดย Enterprise Asia ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระดับภูมิภาคเอเชียที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้องค์กรชั้นนำได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ความสำเร็จของ PEA ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มุ่งเน้นคุณภาพ ความโปร่งใส และการปฏิรูปเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกภาคส่วน

  • รางวัล Inspirational Brand Award ตอกย้ำความเป็นเลิศของ PEA
  • ดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาลและยั่งยืน
  • รองรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

การได้รับรางวัล Inspirational Brand Award ในรอบปีที่ 2 จาก APEA 2025 ถือเป็นผลตอบรับอย่างดีจากสังคมและภาคีทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ PEA ยังคงพัฒนาศักยภาพเพื่อเป็นองค์กรพลังงานอัจฉริยะที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือสนใจเรื่องพลังงานอย่างยั่งยืน ควรศึกษาแนวทางการดำเนินงานของ PEA ที่เป็นแบบอย่างในการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ที่มา – PEA คว้ารางวัลระดับเอเชีย-แปซิฟิก APEA 2025 สาขา Inspirational Brand Award ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

ศักดิ์ดาชี้แจงไม่ใช่งูเห่า เลือกอนุทินเป็นนายกฯอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้การสนับสนุนการเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจของเขาไม่ใช่การเป็น ‘งูเห่า’ หรือการหักหลังพรรคใด ๆ แต่อย่างใด

ศักดิ์ดาชี้แจงไม่ใช่งูเห่า

“งูเห่าในทางการเมืองมักหมายถึงการที่สมาชิกพรรคหักหลังพรรค เปลี่ยนข้างโดยไม่มีจุดยืน และไม่ปฏิบัติตามมติของพรรค แต่ในกรณีของผม ไม่ใช่แบบนั้น เพราะผมได้แสดงจุดยืนตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้วว่า ผมเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯอย่างแน่วแน่” นายศักดิ์ดาเผยว่า

ยืนยันไม่มีดีลเก้าอี้ครม.

ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย รวมทั้งภายในพรรคเพื่อไทยเอง นายศักดิ์ดาได้ย้ำอีกว่า ไม่มีการซื้อขายเสียงหรือแลกดีลใด ๆ เกี่ยวกับตำแหน่งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือประโยชน์ส่วนตัวใด ๆ ทั้งสิ้น

“ผมไม่เคยพูดคุยกับใครเรื่องเก้าอี้ ครม. เลย ไม่มีการต่อรองผลประโยชน์เลย เพราะสิ่งที่ผมทำอยู่คือ แสดงจุดยืนส่วนตัว และเป็นการรับมือกับวิกฤตของประเทศในช่วงเวลานี้” ผมออกจากพรรคเพราะอยากให้สื่อและพี่น้องประชาชนไปดูผลงานจริงของรัฐบาล มันไม่เกิดประโยชน์อะไรกับชาวบ้านต่างจังหวัดเลย

ศักดิ์ดาเสริมว่า ตนไม่เคยรู้ว่าใครจะได้เป็นนายกฯ ตอนที่ออกจากพรรครวมถึงไม่มีใครมาขอพูดคุยหรือโน้มน้าวใด ๆ การตัดสินใจของเขาเกิดจากความเห็นว่า รัฐบาลชุดที่ผ่านมานำโดยพรรคเพื่อไทยไม่ปะทะกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างแท้จริง

พรรคเพื่อไทยต้องยึดหลักการบริหารต่อ

“ผมยืนยันอีกครั้งว่า โหวตอนุทินเป็นการเลือกทางเลือกที่ดีกว่า สัมผัสได้จากความพึงพอใจของประชาชนในชนบทที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งที่สื่อพยายาม spin อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การสลับที่กันมานั่ง” นายศักดิ์ดาตั้งคำถามอย่างตั้งใจ

  • ไม่มีการต่อรองตำแหน่งครม.
  • จุดยืนชัดเจนตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง
  • พยายามหาทางแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง

เมื่อถามถึงอนาคตทางการเมือง นายศักดิ์ดาเปิดเผยว่า ไม่แน่ใจว่าจะสังกัดพรรคใดในอนาคต แต่มีความเชื่อมั่นในแนวทางการทำงานของเขา ที่เน้นผลงานเหนือวัตถุประสงค์ทางการเมืองส่วนตัว

ศักดิ์ดาสรุปว่า “ถ้ามีการยุบสภา ผมมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจริง ๆ จะยังเหลืออยู่มากกว่าที่มีวันนี้แน่นอน เพราะผู้คนส่วนมากไม่ได้เข้ามาเฉพาะเพื่อตำแหน่งหรือผลประโยชน์ แต่เพื่อประชาชนที่แท้จริงเช่นกัน”

ในที่สุด นายศักดิ์ดา ยืนยันอีกครั้งว่าการดำรงตำแหน่งใด ๆ ไม่ใช่เป้าหมาย แต่สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความมั่นคง สงบสุข และพัฒนาประเทศอย่างสมดุล

เข้าใจจุดยืนการเมืองของผู้แทนควรเป็นเรื่องของหลักการ ไม่ใช่กลยุทธ์กรณีบุคคล

ที่มา – ‘ศักดิ์ดา’ยันไม่ใช่งูเห่า​ ไม่ได้หักหลังใคร แสดงจุดยืนชัดเจนเลือก ‘อนุทิน’นั่งนายกฯ

MAN WITH A MISSION ส่งเสียงคำรามทัวร์เอเชียที่กรุงเทพฯ

วงร็อกชื่อดังจากญี่ปุ่น MAN WITH A MISSION กำลังจะระเบิดความมันส์ในคอนเสิร์ต “HOWLING ACROSS THE WORLD 2025 – ASIA TOUR” ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลา 17:00 น. ณ MCC HALL, The Mall Lifestore บางแค โดยมี FriedRice Entertainment, SOZO และ BNJ Entertainment ร่วมจัดงาน

MAN WITH A MISSION วงร็อกที่ครองใจใครหลายคนทั่วโลก

ครั้งนี้ถือเป็นโชว์ปิดท้ายการทัวร์เอเชียของวง และถือเป็นโอกาสพิเศษที่แฟนเพลงชาวไทยจะได้เต็มอิ่มไปกับการแสดงสดสุดมันส์ของศิลปินระดับโลก

วง MAN WITH A MISSION ประกอบด้วยสมาชิกที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและเต็มไปด้วยพลังดนตรี ได้แก่ Tokyo Tanaka (ร้องนำ), Jean-Ken Johnny (กีตาร์, ร้อง, แร็ป), Kamikaze Boy (เบส), DJ Santa Monica (ดีเจ) และ Spear Rib (กลอง) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวงร็อกที่ประสบความสำเร็จที่สุดในเอเชีย

เสียงคำรามที่ลุกไหม้จากเพลงฮิต

เพลงของพวกเขาไม่เพียงถูกใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ซีรีส์ เกม และกีฬา แต่ยังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากอนิเมะ “Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba” ด้วยเพลง “Kizuna no Kiseki” ที่โด่งดังไปทั่วโลก

นอกจากนี้ เพลงอื่น ๆ เช่น “Merry-Go-Round” จาก My Hero Academia และ “My Hero” จาก Inuyashiki ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักในเสียงเพลงของวง

  • 14 ธันวาคม 2568 – วันสำคัญของวงวันปิดเอเชียทัวร์
  • MCC HALL The Mall บางแค – สถานที่จัดคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ
  • เวลา 17:00 น. – เริ่มเวลาเที่ยงคืนของความมันส์

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา วงได้ฉลองครบรอบ 15 ปี ด้วยการปล่อยอีพี “XV” ที่รวมเพลงใหม่ 4 เพลง ได้แก่ “Vertigo”, “Circles”, “whispers of the fake” และซิงเกิลหลัก “REACHING FOR THE SKY” ทั้งยังมีบันทึกการแสดงสดจากคอนเสิร์ตที่เม็กซิโกซิตี้ปี 2024 ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสเส้นทางดนตรีตลอด 15 ปีของพวกเขา

ไม่ว่าจะเป็นเพลงใหม่ หรือเพลงฮิตจากอนิเมะ แฟนเพลงในไทยต้องไม่พลาดโอกาสในการร่วมส่งเสียงคำรามไปกับวง MAN WITH A MISSION ที่กรุงเทพฯ ให้เต็มสูบ

เข้าร่วมงานทัวร์ครั้งนี้คือการมีช่วงเวลาที่หากินได้ยาก เพราะนอกจากจะได้ฟังเพลงด้วยหูแล้วยังได้สัมผัสพลังด้วยหัวใจ อย่าพลาดกับโอกาสที่ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่เป็นการวิ่งตามแรงบันดาลใจจากการแสดงของศิลปินที่เต็มไปด้วยความเป็นมืออาชีพ

แฟนๆ สามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews

ที่มา – “MAN WITH A MISSION” ส่งเสียงคำรามปิดท้ายเอเชียทัวร์ที่กรุงเทพฯ ธันวาคมนี้

เวียดนามพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ ลงทุน 1,790 ล้านบาท

เวียดนามมีแผนพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะอย่างยิ่ง โดยมีเป้าหมายลงทุนวงเงิน 1,790 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทั่วประเทศ ข้อมูลจากสำนักข่าวซินหัวระบุว่า ระบบขนส่งอัจฉริยะใหม่จะบูรณาการข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทางด่วน ทางหลวงแผ่นดิน และถนนท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยในการพยากรณ์การจราจร รับมือเหตุฉุกเฉิน และจัดการการจราจรแบบรวมศูนย์

เวียดนามพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ

การลงทุนในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างศูนย์จัดการระบบขนส่งอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของรถยนต์บนทางด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เช่น ระบบช่วยขับขี่เสมือนจริง ระบบแนะนำเส้นทางแบบเรียลไทม์ และบริการขนส่งสาธารณะที่ชาญฉลาด ซึ่งทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนนโยบายการขนส่งที่ยั่งยืนและลดปัญหาความแออัดของจราจรในอนาคต

เป้าหมายระยะยาวด้านโครงสร้างพื้นฐาน

หนึ่งในส่วนสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะในเวียดนาม คือการขยายเครือข่ายทางด่วนให้ครอบคลุมมากขึ้น ปัจจุบันเวียดนามมีทางด่วนที่เปิดให้บริการแล้ว 2,268 กิโลเมตร และมีแผนจะขยายให้ครบ 3,000 กิโลเมตรภายในปี 2568 และเพิ่มเป็น 5,000 กิโลเมตรภายในปี 2573 ซึ่งถือเป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและการเดินทางของประชาชน

นอกจากความสะดวกในการเดินทางแล้ว การลงทุนด้านระบบขนส่งอัจฉริยะยังช่วยส่งเสริมความปลอดภัย การลดมลภาวะ และลดต้นทุนระบบขนส่งในระดับประเทศ ทำให้เวียดนามก้าวทันกับประเทศที่พัฒนาแล้วในด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ทั้งนี้ สำนักงานการขนส่งทางถนนเวียดนามมองว่า การพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในแง่ของการเชื่อมต่อระหว่างเมืองและพื้นที่ห่างไกล ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การลงทุนในเทคโนโลยีอย่างระบบขนส่งอัจฉริยะไม่ใช่เพียงการลงทุนในปัจจุบัน แต่คือการวางรากฐานสำหรับอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนผ่านและเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโต

ที่มา – เวียดนามมีแผนพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะ เล็งลงทุน 1,790 ล้านบาท

“กุหลาบดำ” ไล่อัดทุบแต้ม “ฟิลิปเป” ศึก ONE ลุมพินี 123

ศึก ONE ลุมพินี 123 ที่จัดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2568 ณ เวทีมวยลุมพินี (รามอินทรา) ได้รวมนักสู้มวยที่แข็งแกร่งมากกว่า 24 คนจากหลากหลายประเทศ ที่พร้อมกันอัดฝีมือให้แฟนกีฬาทั่วโลก 195 ประเทศได้ชมแบบเต็มอารมณ์ด้วยคู่ดวลระดับโลกมากมาย

“กุหลาบดำ” สจ.เปี๊ยกอุทัย เหนือกว่า “ฟิลิปเป” แบบเอกฉันท์

หนึ่งในคู่เอกที่น่าจับตามองที่สุดคือการพบกันระหว่าง กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย มวยไทยดาวรุ่งจากจังหวัดสุรินทร์ และ ฟิลิปเป โลโบ นักสู้บราซิเลียนที่กำลังสู้เพื่อแย่งชิงอันดับ 3 ของวงการ ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต

แม่นยำและแรง – จังหวะของ “กุหลาบดำ” ส่งฟิลิปเป้ล้มเหลว

ในยกแรกเริ่มต้นค่อนข้างเร้าใจด้วยการแลกแข้งเช็กของกันอย่างรุนแรง จากนั้น กุหลาบดำ ก็เริ่มบีบเกมแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเดินเครื่องบุกอย่างฉวยโอกาสในทุกจังหวะ แถมยัง barricade ตัวรับภัยได้อย่างแน่นหนา ถึงแม้ว่า ฟิลิปเป จะพยายามโต้กลับอย่างเต็มความสามารถ แต่เกมของบราซิลยานดูตื้นเขินเมื่อถูกครอบงำในการสลับซ้ายขวาอย่างแม่นยำของ “กุหลาบดำ

ยกตัดสินเกิดขึ้นอย่างสูสีที่สุด โดย กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย บุกออกหมัดเข่าและเตะซ้ายลดเอาเปรียบเข้าทำอย่างต่อเนื่องจน “ฟิลิปเป” เหนื่อยหายใจและพลาดจังหวะที่จะตอบโต้อีกต่อไป จบท้ายทั้งแมตช์ด้วยคะแนนเอกฉันท์ให้ “กุหลาบดำ” คว้าชัยไปเป็นไฟต์ที่ 4 ติดต่อกันอย่างสบาย

คู่เอกภาคอินเตอร์ก็สุดมันส์ไม่แพ้กัน

นอกจากคู่เอกด้วยกันแล้ว ONE ลุมพินี 123 ยังมีคู่เอกภาคอินเตอร์ระหว่าง “ดอนคิงส์ โยธารักษ์มวยไทย” นักสู้พันธุ์ไฟจากพิษณุโลกกับ “รุสตัม ยูนูซอฟ” ดาวรุ่งนิกิตรัสเซีย โดยคู่นี้ถ่ายทอดความมันส์เร้าใจให้กับแฟนมวยนานาชาติที่มาชมเกือบรอบเวที

เกมของการดวลคู่นี้เริ่มขึ้นด้วยการแลกหมัดเสียบผ้าอย่างเดือดดาลจากทั้งสองฝ่าย ต่อมา “รุสตัม” รุกหนักและเร่งลุยสร้างจังหวะสะสมคะแนนอย่างต่อเนื่อง ส่วน “ดอนคิงส์” พยายามสู้ฮึดสู้เงียบ แต่ไม่อาจทัดเทียมการรุกแบบมีแผนของฝ่ายตรงข้ามได้ จึงทำให้กรรมการให้ชัยคะแนนเอกฉันท์แก่ “รุสตัม” เก็บชัยชนะต่อเนื่องรวด 5 เกมในรายการนี้อย่างน่าประทับใจ

รางวัลโบนัสให้แก่นักสู้特別

นอกจากผลการแข่งขันแล้ว ยังมีข่าวลือดีเกี่ยวกับเงินรางวัลโบนัสพิเศษที่ได้รับโดย “อายัด อัลบัด“, นักสู้จากประเทศอิรัก ที่แสดงความโดดเด่นจนเข้าตาบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” โดยได้แรงบันดาลใจให้รับเงินรางวัลจำนวน 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาท) ทันที ไม่รวมค่าตัวเอาไว้เลย

  • สรุปผลการแข่งขัน ONE ลุมพินี 123
  • กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย ชนะคะแนนเอกฉันท์ ฟิลิปเป โลโบ (บราซิล)
  • รุสตัม ยูนูซอฟ (รัสเซีย) ชนะคะแนนเอกฉันท์ ดอนคิงส์ โยธารักษ์มวยไทย
  • อายัด อัลบัด (อิรัก) ชนะน็อก เหนือเพชร ทีเด็ด99 นาทีที่ 2:36 ของยกแรก
  • เดนิส อันดรีฟ (รัสเซีย) ชนะ TKO อาดิเลต คาเลนเดรอฟ (คีร์กีซสถาน)
  • โมอิซิส โลอิส อิโลกอน (ฟิลิปปินส์) ชนะคะแนนเอกฉันท์ บาย หลินโป (จีน)

สรุป : การแข่งขันใน ONE ลุมพินี 123 ถือว่าเป็นเกมบันเทิงต่อสู้ที่สามารถผสมผสานความสนุกสนานทางกายและอารมณ์ของนักสู้ทั้งหลายไว้อย่างลงตัว และใครจะลืมได้ว่าการคืนนั้นคือเวลาแห่งพวกเรา กับผลชนะของ “กุหลาบดำ” สจ.เปี๊ยกอุทัย ที่สามารถชนดาวตกท้องฟ้าพรีเมียมคลาสบราซิลนี้สำเร็จได้อย่างสมบรูณ์

ที่มา – “กุหลาบดำ” ไล่อัดทุบแต้ม “ฟิลิปเป” ศึก ONE ลุมพินี 123