ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘โรม’ ขอโทษประชาชนที่โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่าตนเองยังไม่ต้องการให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายกฯ ได้เป็นนายกฯ จริง เพราะยังมีสถานการณ์เกี่ยวกับการยุบสภาที่ยังไม่ชัดเจน จึงไม่ควรเลือกนายกฯ ในตอนนี้

‘โรม’ ขอโทษประชาชนที่โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ

แม้พรรคประชาชนจะมีแนวทางชัดเจนว่าต้องการยุบสภา แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่สามารถเดินหน้าตามเป้าหมายได้ “ขอโทษทุกคนที่ทำให้ผิดหวังไม่ได้ตัดสินใจตามที่ทุกคนคาดหวัง” นายรังสิมันต์กล่าว และยืนยันว่าจุดนี้คือจุดที่พรรคลำบากที่สุดในการตัดสินใจ แต่ก็ต้องทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของพรรคเพื่อไทยที่ยื่นยุบสภา ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นว่ามีการตีตกในกระบวนการหรือไม่ ถ้าหากตีตกจริงก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถยุบสภาได้ ซึ่งหากไม่สามารถยุบสภาได้ ก็จะต้องมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ตามวาระทันที

พรรคประชาชนยืนยันจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาล

สิ่งที่พรรคประชาชนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้นคือ การจะไม่ร่วมรัฐบาลไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯ แม้ในตอนนี้จะเลือกโหวตให้นายอนุทิน ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อให้ประเทศมีนายกฯ ทำงานได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล

“เราไม่อยากเป็นพรรคการเมืองที่เปลี่ยนแปลงจุดยืน เราต้องรักษาสัจจะกับมวลชนประชาชนให้ได้” นายรังสิมันต์กล่าว และเสริมว่า แม้จะมองว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด แต่หากไม่สำเร็จ ก็ต้องหาทางเลือกที่ยังดีที่สุดให้กับประเทศ

  • พรรคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการใช้นิติสงคราม
  • ต้องการความชัดเจนว่ากระบวนการยุบสภาสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง
  • ยืนยันการไม่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

ในขณะที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกนายอนุทิน นายรังสิมันต์กล่าวว่าเข้าใจดีว่าเป็นเรื่องที่ยากต่อ acceptance แต่ในฐานะพรรคที่มีหน้าที่ในสภา ต้องการทำงานตามบทบาทหน้าที่อย่างรอบคอบ และไม่ปล่อยให้สถานการณ์เสียหายมากกว่านี้

ด้านกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าร่วมประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายภาคประชาชน ทำให้ร่างนั้นไม่ได้รับการลงมติ สิ่งนี้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินงานทางประชาธิปไตย และเป็นเรื่องที่พรรคประชาชนอยากให้กลับมาพูดคุยกันอย่างเปิดเผย

ในตอนท้าย นายรังสิมันต์ย้ำว่าพรรคประชาชนมีเป้าหมายเพื่อความชัดเจนและการเดินหน้าของประเทศ “เราต้องเดินหน้าจนกว่าจะมีเหตุเปลี่ยนแปลง และไม่ปล่อยให้ประเทศติดอยู่กับสถานการณ์ที่เสี่ยง”

ทั้งนี้ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดีน.ส.แพทองธาร ก็อาจเป็นอีกประเด็นที่เปลี่ยนสถานการณ์ จึงเป็นสิ่งที่พรรคประชาชนมีความห่วงอย่างยิ่ง หากเกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหา

ในตอนท้าย ขอให้ทุกฝ่ายกลับมามีสติและช่วยกันสร้างความชัดเจน เพื่อให้ประเทศชาติก้าวผ่านวิกฤตทางการเมืองได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ

ที่มา – ‘โรม’ ขอโทษประชาชนทำผิดหวังโหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ

ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ยันมีอำนาจถวายคำแนะนำยื่นร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภา

วันที่ 4 กันยายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร

ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ยันมีอำนาจถวายคำแนะนำยื่นร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภา

นายภูมิธรรม เผยว่า รัฐบาลได้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรและส่งให้สำนักงานองคมนตรีเรียบร้อยเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 แต่ได้รับแจ้งว่ายังมีประเด็นทางกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ในการถวายคำแนะนำยื่นร่างกฎหมายดังกล่าว จึงยังไม่สามารถนำร่างขึ้นทูลเกล้าถวายในตอนนี้ได้

ข้อกฎหมายที่ยังต้องชี้แจง

ภายหลังจากการโพสต์ฉบับแรก นายภูมิธรรม ได้โพสต์อีกครั้งภายใต้หัวข้อ “เดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตย” โดยระบุว่า เมื่อพรรคประชาชนยืนยันสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยและเตรียมบรรจุวาระเลือกนายกฯ แล้ว เขาในฐานะผู้นำพรรคเพื่อไทยพร้อมเสนอศาสตราจารย์ชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี

พร้อมยืนยันต่อประชาชนว่า หากได้รับเสียงสนับสนุนเพียงพอ จะดำเนินการยุบสภาทันที โดยไม่รอครบกำหนด 4 เดือน เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

  • รัฐบาลเคารพกระบวนการนิติธรรมทุกขั้นตอน
  • พร้อมยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน
  • พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อนายกฯ ทันทีหากได้รับเสียงสนับสนุน

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ย้ำว่า การเมืองไทยควรเดินหน้าด้วยความเป็นประชาธิปไตย โดยให้สภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ ทั้งการเลือกนายกฯ และกำหนดอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง

เขาเห็นว่า ทุกพรรคการเมืองควรมีความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตน และเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินเลือกผ่านกลไกทางประชาธิปไตย ซึ่งเป็นวิถีอันทรงเกียรติของประชาธิปไตยไทย

จากสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ยังมีเสียงถกเถียงเกี่ยวกับอำนาจในการนำร่างกฎหมายยุบสภา แต่นโยบายและเจตนารมณ์ของรัฐบาลคือการส่งเสริมให้ประเทศก้าวไปอย่างมั่นคง เป็นธรรม และสอดคล้องกับขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นประชาชนควรติดตามพัฒนาการทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ภูมิธรรม โพสต์เฟซบุ๊ก ยันมีอำนาจถวายคำแนะนำยื่นร่าง พ.ร.ฎ. ยุบสภา เพื่อให้เข้าใจและมีส่วนร่วมในอนาคตของชาติ

มุมมอง: การเมืองไทยจำเป็นต้องมีการถ่วงดุลในทุกกระบวน ทั้งในเชิงกฎหมายและการเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าอำนาจใด ๆ จะไม่ล้ำหลังจากกรอบรัฐธรรมนูญ มีการยุบสภาเป็นกลไกหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนมีเสียง ดังนั้นทุกฝ่ายควรพร้อมเดินหน้าตามครรลองประชาธิปไตยอย่างมีความรับผิดชอบ

ที่มา – ‘ภูมิธรรม​’ โพสต์เฟซบุ๊ก ยัน​ มีอำนาจถวายคำแนะนำ​ยื่น​ร่างพ.ร.ฎ.​ยุบสภา​

บิ๊กเต่าเผย นักร้อง-ตลก-นักธุรกิจให้ข้อมูลวัดพระบาทน้ำพุ 8 ก.ย.

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ณ รัฐสภา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ออกมาให้ข้อมูลความคืบหน้ากรณีคดีทุจริตเงิน วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งระบุว่า มีนักร้อง ศิลปินตลก และนักธุรกิจติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลหลายราย โดยประมาณวันที่ 8 กันยายนนี้ จะมีการมาพบเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม

บิ๊กเต่าเผย นักร้อง-ตลก-นักธุรกิจให้ข้อมูลวัดพระบาทน้ำพุ 8 ก.ย.

สำหรับผู้ที่เข้ามาติดต่อแล้ว มีทั้งกลุ่มนักร้อง 4 คน กลุ่มศิลปินตลก รวมถึงนักธุรกิจหนึ่งราย ส่วนบุคคลอื่นๆ เช่น ถั่วแระ เชิญยิ้ม หรือ ศรสุทธา กลั่นมาลี ก็ได้ติดต่อเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่รวมเจนญาณทิพย์ ที่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

การให้ข้อมูลมีความเกี่ยวข้องโดยตรง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่าผู้ที่ติดต่อเข้ามามาให้ข้อมูลทุกรายถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับคดีอย่างแนบแน่น เพราะมองว่าเงินจำนวนมหาศาลนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่ วัดพระบาทน้ำพุ เพียงแห่งเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับบริวารและผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้องหาผลประโยชน์ภายในวงจรทางจริยธรรมและความเชื่อ

เขาเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนเส้นทางของเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับวัด รวมถึงการยืม-กู้เงิน การจัดการด้านการเงินของวัด รวมถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่เฉพาะด้านที่ سابقมารับราชการในพระภูมิลำดับต่างๆ

  • นักร้อง-ตลกเตรียมให้ข้อมูลวัดพระบาทน้ำพุภายในสัปดาห์นี้
  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติยืนยันทุกบุคคลมีบทบาท
  • คาดว่าจะมีผู้ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 20-30 คน

ระบบการสอบสวนยังดำเนินต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าจะมีความชัดเจนในไม่ช้า ทั้งในเรื่องยอดเงิน การที่ดิน บริษัท รวมถึงมูลนิธิที่มีการหมุนเวียนเงินวงกว้างถึงหลักหมื่นล้านบาท

ในแง่ของเจตนา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ระบุว่า ผู้ที่มีจิตศรัทธาให้เงินวัดเพื่อการกุศล ก็มีความจริงใจ แต่หากมีเจตนาร้ายหรือפגัดใช้เงินในทางที่ผิดก็ต้องได้รับการตรวจสอบให้หมดจด หากการให้หรือยืมเกิดขึ้นมาโดยไม่ถูกต้อง ก็ถือว่าผิดในทางกฎหมายทั้งคู่

โดยสรุป คดีวัดพระบาทน้ำพุได้เปิดกว้างขึ้นทุกขั้นตอน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะอยู่ฝั่งใดก็คงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นทางด้านความรับผิดชอบทางกฎหมาย หรือจิตใจ เนื่องจากสังคมยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและจริยธรรมทางศาสนา

หากคุณมีข้อมูลใดๆ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อกรณีนี้ ก็ควรจะเปิดเผยออกมาเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ ชี้ นักร้อง-ตลก-นักธรุกิจ ต่อคิวให้ข้อมูลเอี่ยว ‘วัดพระบาทน้ำพุ’ 8 ก.ย.นี้

คอบอลห้ามพัก! “Monomax” จัดเต็มยิงสด “ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป”

แม้ว่าช่วงสุดสัปดาห์นี้พรีเมียร์ลีกอังกฤษจะหยุดพัก แต่แฟนบอลจะได้ไม่มีวันว่างเปล่า เพราะ Monomax แพลตฟอร์มที่ถ่ายทอดสด พรีเมียร์ลีก และ เอมิเรตส์ เอฟเอคัพ จะกลับมาเสิร์ฟความมันส์ต่อ ด้วยการถ่ายทอด “ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป” ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2025 เป็นต้นไป

คอบอลห้ามพัก! Monomax พร้อมถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป”

สำหรับแฟนบอลชาวไทย ที่พลาดไม่ได้กับฟอร์มทีมชาติระดับโลก ที่กำลังจะลงสนามเพื่อแย่งชิงตั๋วไปร่วม “ฟุตบอลโลก 2026” จัดขึ้นที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก โดยในเดือนกันยายนนี้ Monomax จะถ่ายทอดสดกว่า 60 แมตช์ดิว ที่เต็มไปด้วยความมันส์ ระทึกขวัญ และแน่นอนว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

ทีมชาติยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปลงสนามทั้งหมด

หลายชาติแนวหน้าในโซนยุโรป เตรียมพลังกันมาแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทีมดัง ๆ อย่าง “ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป” ซึ่งมีทีมสุดแกร่งอย่าง อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ฮอลแลนด์, โปรตุเกส, สเปน, และ เยอรมัน ที่พร้อมลงสนามประลองฝีเท้าว่าชาติใดจะได้ลุ้นไปถึงเวทีใหญ่ในปีหน้า

หากคุณพลาดคลิปเด็ด โหม่งสุดมันส์ของแข้งๆ เหล่านี้ไปไม่ได้เลย คุณสามารถรับชมได้แบบสดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม Monomax ที่จะมีช่องทางให้แฟนบอลไทยลุ้นได้แบบจัดเต็มทั้งฤดูกาล และในเดือนกันยายนนี้ ก็จะมีกว่า 60 เกมให้ติดตาม

ใครที่อยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความมันส์แบบเลือดเดือด ก็เติมเลย์ๆ ได้ทันทีผ่านแพ็กเกจ Monomax Standard เพียงแค่ 299 บาทต่อเดือนเท่านั้น เท่านี้คุณก็พร้อมสนุกได้แบบไม่มีเบื่อตลอดฤดูกาล

อย่ารอช้าสำหรับท่านที่ต้องการรับชมฟุตบอลระดับโลกได้แบบลื่นไหล คมชัด ติดตามผ่านหน้าจอแบบไม่มีสะดุด ซับไทยroadcast และมีระบบรองรับหลากหลายอุปกรณ์ ให้คุณได้พกพาความมันส์ไปทุกที่ทุกเวลา

เตรียมตัวให้พร้อม เพราะ Monomax คือคำตอบสำหรับคอบอลที่ห้ามพลาดทุกนัด ติดตาม “ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป” ได้ที่ https://www.monomax.me/qr/vXt4

เชียร์ทีมโปรดของคุณได้อย่างเต็มที่ ที่เดียวจบภายในแพลตฟอร์มเดียวที่รวมเนื้อหาจากทั่วโลก พร้อมโปรโมชั่นพิเศษที่รอคอยอยู่จำนวนมาก SIGN UP เลยตอนนี้ และสัมผัสประสบการณ์การรับชมฟุตบอลระดับโลกอย่างแท้จริง

ที่มา – คอบอลห้ามพัก! “Monomax” จัดเต็มยิงสด “ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป”

แผนท่องเที่ยวเขียวไทย 2030 ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในช่วงที่โลกให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมากขึ้น ประเทศไทยก็ไม่ตกขบวนในการปรับตัวเข้าสู่เทรนด์โลก ด้วยการเปิดตัวแผน Thailand Green Tourism Plan 2030 อย่างเป็นทางการ โดยกรมการท่องเที่ยวร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ที่มีเป้าหมายร่วมกันคือขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ

แผนท่องเที่ยวเขียวไทย 2030 คืออะไร?

แผนท่องเที่ยวเขียวไทย 2030 เป็นยุทธศาสตร์หลักที่วางกรอบการทำงานเพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในฐานะที่เป็นจุดหมายปลายทางที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เป็นแกนกลางสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของแผนนี้

เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก

นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ระบุว่า การท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในเวทีโลก จึงทำให้แผน Thailand Green Tourism Plan 2030 เป็นคำตอบที่ชัดเจนในการเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ทั้งนักท่องเที่ยวและภาคธุรกิจมั่นใจในความยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Good Travel” ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจที่ตรงตามเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

การขับเคลื่อนแผนเขียวในการปฏิบัติ

ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน กรมการท่องเที่ยวได้เตรียมกลไกขับเคลื่อนแผน Thailand Green Tourism Plan 2030 ผ่านกิจกรรมประจำปี เช่น โครงการ “Thailand Green Coach” ซึ่งมีหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาแก่แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้พวกเขาพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในเดือนตุลาคม 2025 จะมีการจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Road Show) ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา เชียงราย นครศรีธรรมราช และนครราชสีมา โดยเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมเรียนรู้และฝึกการประเมินตนเอง และรายงานความยั่งยืนผ่านระบบที่ออกแบบมาเฉพาะ เพื่อให้สามารถต่อยอดไปสู่การได้รับรองในระดับสากล

โอกาสสู่มาตรฐานระดับโลก

แผน Thailand Green Tourism Plan 2030 ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้มีความพร้อมรับมือกับบริบทโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการส่งแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยว 30 รายเข้าร่วมการประกวดเพื่อรับรางวัลระดับโลก เช่น Top 100 Green Destinations และ Good Travel Stories Competition เพื่อสร้างชื่อเสียงและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือแหล่งท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมพัฒนา สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.Thailandgreenplan2030.com หรือติดตาม Facebook: Thailand Green Tourism Plan 2030

การท่องเที่ยวที่เขียวขจีไม่ใช่แค่แนวโน้ม แต่คืออนาคตของประเทศไทย หากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจ ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ที่มา – กรมการท่องเที่ยว เปิดตัวภารกิจ “Thailand Green Tourism Plan 2030” มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน

วิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6 ชิงถ้วยพระราชทาน

จังหวัดนครนายก มีชื่อเสียงในด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่งดงาม เช่น น้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง และอุทยานวังตะไคร้ แต่หนึ่งในไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดด้วยขี้เถ้าลิกไนท์ มีความสูง 94 เมตร ยาว 2,549 เมตร และสามารถเก็บน้ำได้สูงสุด 224 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนนี้ไม่เพียงแค่ช่วยระบายน้ำให้เกษตรกรตลอดทั้งปี แต่ยังเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักผจญภัยที่ชื่นชอบกิจกรรมล่องแก่งอีกด้วย

วิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6 ชิงถ้วยพระราชทาน

ล่าสุด จังหวัดนครนายก ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก, ท่องเที่ยวและกีฬา จ.นคร นายก, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด ได้จัดกิจกรรม “วิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6” เพื่อชิงรางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยกำหนดจัดการแข่งขันในเช้าตรู่ของวันที่ 19 ตุลาคม 2568 เริ่มตั้งแต่เวลา 03:30 น. เป็นต้นไป

เส้นทางวิ่งกลางธรรมชาติบนสันเขื่อน

เส้นทางการวิ่งของกิจกรรมวิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6 วิ่งผ่านพื้นที่บนสันเขื่อนขุนด่านปราการชล อ.เมือง ต.หินตั้ง จ.นครนายก บรรยากาศในยามเช้า พร้อมแสงแรกของอรุณและลมบริสุทธิ์จากธรรมชาติ จะทำให้นักวิ่งทุกคนสัมผัสถึงความหมายที่แท้จริงของการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น และเพื่อให้กิจกรรมนี้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา รายได้จากการจัดงานจะมี一部分มอบให้กับมูลนิธิธรรมมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

น.ส.วันดี เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ได้กล่าวถึงการแถลงข่าวจัดกิจกรรมวิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6 ว่าเป็นงานที่ได้รับการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมต้นคูณชลพฤกษ์รีสอร์ท อ.บ้านนา จ.นครนายก มีนายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ

ระยะทางและประเภทการวิ่ง

ในการแข่งขัน “วิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6” นี้เปิดให้นักวิ่งทั้งชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 17-60 ปีขึ้นไปร่วมสมัคร โดยแบ่งระยะทางให้เลือก 3 เส้นทางคือ

  • มาราธอน ระยะ 42.195 กิโลเมตร
  • ฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21.10 กิโลเมตร
  • ฟันรัน ระยะ 10 กิโลเมตร

นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มอายุให้นักวิ่งได้แข่งขันกันในหลากหลายช่วง ได้แก่ ไม่เกิน 17 ปี, 18-29 ปี, 30-39 ปี, 40-49 ปี, 50-59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป

รางวัลและการสมัคร

สำหรับนักวิ่งที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ทั้งชายและหญิงในแต่ละระยะทาง รวม 6 รางวัล จะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า และยังมีรางวัลชมเชยให้กับผู้เข้าร่วมอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครได้ทางเว็บไซต์ www.rundidi.com หรือโทรติดต่อ 081-6675340 หรือ 062-3245245 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 ได้ทุกวันในเวลาทำการ

ในทุกๆ ก้าวของการวิ่ง คือแรงบันดาลใจที่สานต่อ ไม่ว่าจะเพื่อสุขภาพ ความสนุก หรือเพื่อโอกาสในการช่วยเหลือผู้อื่น

ที่มา – นครนายกแถลงข่าววิ่งขุนด่านมาราธอน ครั้งที่6ชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ

เพื่อไทยเลือกชัยเกษมคืนอำนาจประชาชน

เมื่อเวลา 11.46 น. วันที่ 4 กันยายน 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาชี้แจงผ่านสตอรี่ไอจีส่วนตัว โดยแชร์โพสต์จากเพจพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่า “เพื่อไทยยืนยันเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ ชิงนายกรัฐมนตรี” และย้ำอีกข้อความว่า “เลือกชัยเกษม เป็นนายกฯ ยุบสภาทันที คืนอำนาจประชาชน”

เพื่อไทยเลือกชัยเกษมคืนอำนาจประชาชน

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ต่อกระแสข่าวลือที่ว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะต้องจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอื่น หลังจากได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ส.ส. ไม่ถึงเสียงข้างมาก อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยยืนยันอย่างแข็งแกร่งว่า จะเดินหน้าตามเจตนารมณ์ของพรรคและประชาชนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

พรรคเพื่อไทยมองว่า แนวทางที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือการเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และเมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้ว จะยุบสภาทันที เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในการคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

แนวทางการเมืองของเพื่อไทย

แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลักปรัชญาทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยที่เน้นความเป็นประชาธิปไตย และการพลิกโฉมโครงสร้างทางการเมืองไทยให้โปร่งใส ยุติธรรมมากยิ่งขึ้น ด้วยการให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ผ่านกระบวนการทำประชามติ และการเลือกตั้งที่เป็นธรรม

  • เป้าหมาย: คืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง
  • แนวทาง: ยุบสภาทันทีหลังแต่งตั้งนายกฯ ใหม่
  • ผู้สมัคร: นายนิติสิริ ชัยเกษม

ประชาชนจำนวนมากต่างตั้งตารอว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในระบบการเมืองไทย และหวังว่าแนวทางที่พรรคเพื่อไทยวางไว้ จะช่วยเปิดทางให้สังคมไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยประชาธิปไตยที่มีความเข้มแข็ง

การเมืองไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ทุกเสียงของประชาชนสามารถสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ได้ หากทุกคนร่วมมือกันในทางที่ถูกต้อง

หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางของพรรคเพื่อไทย อย่าลืมติดตามและตั้งคำถามว่า อนาคตของประเทศไทยควรเป็นอย่างไร ในมุมมองของประชาชนเรา

ที่มา – ‘เพื่อไทย’ชูเลือก‘ชัยเกษม’ยุบสภาทันที คืนอำนาจประชาชน

ครอบครัวลิปตพัลลภ ผนึกชาวโคราช มอบของสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สโมสรร่วมเริงไชย กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ได้มีการจัดพิธีมอบสิ่งของและยุทธปัจจัยจากครอบครัว “ลิปตพัลลภ” และชาวโคราชให้กับกองกำลังสุรนารี เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2

โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี และได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ของกิจกรรมนี้ว่า เป็นการแสดงความร่วมมือและความสามัคคีของชาวโคราชในการเป็นกำลังหลังบ้านเพื่อสนับสนุนกำลังพลที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง

ครอบครัวลิปตพัลลภ ผนึกชาวโคราช มอบของสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2

ในการมอบของในครั้งนี้ มี นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครราชสีมา เข้าร่วมงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิ สมาคม ชมรมแม่บ้าน และเครือข่ายชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 250 คน

สิ่งของที่จัดส่งให้แก่ทหาร

สิ่งของที่ถูกจัดส่งมอบให้แก่กองทัพภาคที่ 2 ในครั้งนี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทั้งวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์การทหาร รวมทั้งสิ่งของอุปโภคบริโภค รายละเอียด ดังนี้:

  • แผ่นพื้นคอนกรีต 1,000 แผ่น ใช้ในการสร้างบังเกอร์
  • ตาข่ายไนลอนป้องกันโดรน 200 ผืน
  • Power Box กล่องสำรองไฟฟ้า 7 เครื่อง
  • เสื้อยืด “คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน” 2,000 ตัว
  • กางเกงในและถุงเท้ารวมกัน 2,400 ชุด
  • น้ำดื่ม ข้าวสาร และอาหารแห้งอื่น ๆ
  • เงินสดเพื่อใช้ในการดำเนินการที่จำเป็น

ทั้งหมดนี้เป็นผลจากความร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของครอบครัวลิปตพัลลภ ร่วมกับภาคประชาชนในนครราชสีมา โดยมีการประสานงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 อย่างใกล้ชิดผ่านนายแพทย์วรรณรัตน์ เพื่อให้การสนับสนุนตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

เป้าหมายการสนับสนุน: ฐานปฏิบัติการปราสาทตาเมือนธม

การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของกรกฎทัพภาคที่ 2 โดยเฉพาะในพื้นที่ระเบียงความมั่นคงใกล้ภัย ได้แก่ บริเวณฐานปฏิบัติการปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์

“ผมต้องขอขอบคุณชาวโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ผู้ที่เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง” นายสุวัจน์ กล่าวในพิธีมอบของ

นอกจากการสนับสนุนด้านสิ่งของแล้ว บรรยากาศทางการเมืองที่ นายสุวัจน์ กล่าวถึงในงานยังสะท้อนให้เห็นว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงเตรียมการเลือกตั้งอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลใหม่ สิ่งสำคัญคือการจัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน

การดำเนินการเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ชุมชนท้องถิ่นสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกองทัพและหน่วยงานของรัฐได้อย่างไร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือแบบ “พลเมืองรักชาติ” ที่ถือเป็นแบบอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนความเข้มแข็งของสังคมไทยต่อไป

หากคุณเองก็รักจังหวัดโคราช เชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนและประเทศชาติไปด้วยกัน

ที่มา – ครอบครัว “ลิปตพัลลภ” ผนึกกำลังชาวโคราช มอบสิ่งของสนับสนุนกองทัพภาคที่ 2

โค้ชวัง ติงยังต้องปรับ ช้างศึกหนุ่ม แม้ถล่ม มองโกเลีย ครึ่งโหล

แม้ว่าทีม ช้างศึกหนุ่ม หรือทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี จะโชว์ฟอร์มเยี่ยมจนถล่มทีม มองโกเลีย ถึง 6-0 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก กลุ่ม F แต่ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชของทีมยังชี้ว่าทีมยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่อีกมาก

โค้ชวัง ติงยังต้องปรับ ช้างศึกหนุ่ม

หลังจากคว้าชัยเหนือ มองโกเลีย มาได้อย่างสุดมันส์ “โค้ชวัง” กล่าวชื่นชมนักเตะที่สามารถสร้างเกมรุกได้อย่างต่อเนื่อง กดดันฝ่ายตรงข้ามได้ดี และทำประตูได้ถึง 6 ลูกใน 90 นาที อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าทีมยังใช้โอกาสผิดพลาดอยู่บ้าง และยังต้องปรับในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเล่นร่วมกัน และวินัยในเกมรับ เพื่อไม่ให้เสียประตูและทำให้ประสิทธิภาพของทีมเพิ่มขึ้น

มุ่งสู่โอกาสเข้ารอบสุดท้ายในซาอุดิอาระเบีย

ด้วยการคว้าชัยชนะในนัดแรกอย่างหวดขาด “ช้างศึกหนุ่ม” กำลังมีแรงผลักดันเพื่อมุ่งสู่อันดับหนึ่งของกลุ่ม F ซึ่งในเกมที่ 2 จะพบกับ เลบานอน ที่สนาม ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ในวันที่ 6 กันยายน เวลา 19.30 น. หากสามารถคว้าชัยในเกมนี้ได้โอกาสเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขันในประเทศซาอุดิอาระเบียเดือนมกราคมปีหน้าก็จะเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในส่วนของแผนการส่งนักเตะลงสนาม “โค้ชวัง” เปิดเผยว่าได้วางแผนการโรเตชั่นเพื่อให้นักเตะได้พักและรักษาร่างกาย เนื่องจากหลายคนเพิ่งเล่นเกมลีกรอบล่าสุดกันมา และมีเกมสำคัญอีก 2 นัดข้างหน้า ดังนั้นการควบคุมสมดุลในการเล่นของนักเตะถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

  • เสกสรรค์ ราตรี ทำแฮตทริกในเกมที่แล้ว
  • อิคลาส สันหรน และ ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ทำประตูคนละ 1 ลูก
  • ยศกร บูรพา เป็นผู้ซัดประตูเพิ่มอีก 1 ลูก
  • เกมที่ 2 เตรียมพบกับ เลบานอน ที่ไทย

นอกจากนี้ “โค้ชวัง” ยังเอ่ยถึงพัฒนาการของทีมในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องร่างกายของนักเตะที่ดีขึ้นจากการที่ตอนนี้มี ลีกเปิดแล้ว ทำให้ร่างกายฟิตมากขึ้น และมีความสมบูรณ์พร้อมมากกว่าช่วงที่ผ่านๆ มา นอกจากนี้เขาตั้งเป้าให้นักเตะในสโมสรเดียวกัน มี “ความเข้าใจซึ่งกันและกัน” อย่างเกมริมเส้นที่ “พลเอก” มณีกร และอิคลาส สันหรน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะทราบสไตล์การเล่นของกันและกันดีอยู่แล้ว

ทีมยังคงต้องพัฒนาต่อในเกมที่จะมาถึง โดยเฉพาะในเรื่องการเล่นร่วมกัน การประสานงานในแนวรุก และแนวยาว เพราะแม้จะได้ประตูได้ดี แต่การรักษาความมั่นคงในแนวรับจะเป็นกุญแจสำคัญในการพิชิตแชมป์กลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ในตอนท้าย “โค้ชวัง” ก็ให้กำลังใจนักเตะทุกคนว่าสามารถยกระดับทีมให้ไปได้ไกล หากทุกคนมีสมาธิ ความมุ่งมั่น และไม่ประมาทกับคู่แข่งในทุกแมตช์ที่เหลือ

นี่คือจังหวะสำคัญของ ช้างศึกหนุ่ม ที่คว้าแชมป์กลุ่มเพื่อลุยต่อในรอบสุดท้าย การปรับปรุงจุดที่ยังต้องแก้ไขจะส่งผลต่อชัยชนะในอนาคต ทั้งแรงใจจากแฟนบอลและผลงานในสนามที่กำลังขยับขึ้นทีมละนิด

ที่มา – ‘โค้ชวัง’ ติงยังต้องปรับ ‘ช้างศึกหนุ่ม’ แม้ถล่ม ‘มองโกเลีย’ ครึ่งโหล

อินเดียหั่นภาษีสินค้าอุปโภคบริโภค หวังกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ

อินเดียกำลังดำเนินการปรับปรุงระบบภาษีสินค้าและบริการ (GST) เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายและลดภาระภาษีในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ เนอร์มาลา สิธารามัน รัฐมนตรีคลังของอินเดีย เปิดเผยว่าการปฏิรูปภาษีในครั้งนี้จะสามารถลดระบบภาษีที่มีความซับซ้อนจาก 4 ระดับ เหลือเพียง 2 ระดับ ทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน

อินเดียหั่นภาษีสินค้าอุปโภคบริโภค หวังกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ

การลดภาษี GST ครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่มักเผชิญกับภาระทางภาษีที่สูง

การปรับลดภาษีเฉพาะกลุ่มสินค้า

ระบบภาษีใหม่จะยกเว้นภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เบี้ยประกันภัย ทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ นอกจากนี้ ภาษีรถจักรยานยนต์และรถยนต์ขนาดเล็กก็ลดลงจาก 28% เหลือ 18% ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ

  • ลดภาษีรถยนต์และรถจักรยานยนต์เหลือ 18%
  • ยกเว้นภาษีสำหรับประกันชีวิตและสุขภาพ
  • ลดต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้กล่าวว่า การปฏิรูปภาษีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวที่รัฐบาลวางไว้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และทุกคนสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างเท่าเทียม

สิธารามันยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงภาษี GST ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านภาษีศุลกากร แต่เป็นขั้นตอนที่ได้รับการวางแผนมาอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับเศรษฐกิจในอนาคตของอินเดีย

การเปลี่ยนแปลงภาษีที่พึ่งดำเนินการล่าสุดนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีของตลาดภายในประเทศ โดยสามารถช่วยลดราคาสินค้าและบริการลงได้หลายเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการในประเทศ

หากคุณเป็นผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคในอินเดีย การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลดีต่อต้นทุนและรายได้ในระยะยาว

ที่มา – อินเดียหั่นภาษีสินค้าอุปโภคบริโภค หวังกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ