ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เผยความลับใหม่ของหุบผาที่ยาวที่สุดในระบบสุริยะบนดาวอังคาร

ภูมิประเทศที่น่าทึ่งของดาวอังคารคือหุบผา วัลเลส มาริเนริส (Valles Marineris) ซึ่งมีความยาวมากถึง 4,000 กิโลเมตร ใหญ่กว่าแกรนด์แคนยอนของสหรัฐอเมริกาหลายเท่าตัว หุบผานี้ไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในวonders ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่เปิดเผยเรื่องราวทางธรณีวิทยาและสภาพแวดล้อมโบราณของดาวอังคาร

เผยความลับใหม่ของหุบผาที่ยาวที่สุดในระบบสุริยะบนดาวอังคาร

ภาพถ่ายล่าสุดจากกล้อง HiRISE บนยาน Mars Reconnaissance Orbiter ของนาซามีการเปิดเผยข้อมูลชั้นตะกอนที่มีอายุย้อนไปถึงช่วงที่หุบผาเริ่มก่อตัว ชั้นเหล่านี้มีลักษณะถูกกัดเซาะและบิดเบือน บ่งบอกถึงแรงเคลื่อนตัวของเปลือกดาวเคราะห์ที่เย็นตัวลงในอดีต

รูปแบบการเกิดที่แตกต่างจากโลก

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหุบผา วัลเลส มาริเนริส เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟต่าง ๆ โดยเฉพาะในบริเวณใกล้เคียง ตามด้วยการถล่มของพื้นดิน การไหลของน้ำ และกระบวนการกัดเซาะที่ตามมา สิ่งนี้ต่างจากการก่อตัวของแกรนด์แคนยอนที่เกิดจากแม่น้ำกัดเซาะพื้นดินในระยะเวลานาน

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าตื่นเต้นคือ การตรวจสอบจากยาน ExoMars Trace Gas Orbiter ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งบ่งชี้ว่า แคนดอร์ แชสมา ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่ใหญ่ที่สุดของหุบผา วัลเลส มาริเนริส อาจมีน้ำใต้พื้นผิวมากถึง 40% ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับพื้นที่เยือกแข็งถาวรบนโลก เช่น อะแลสกา แคนาดา และกรีนแลนด์

ท้าทายในการสำรวจ

ภูมิประเทศของ แคนดอร์ แชสมา เต็มไปด้วยผาสูงชันภูเขาหิน และพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ทำให้การส่งยานสำรวจไปยังบริเวณนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม สำนักงานอวกาศเยอรมนียังคงศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ ยานสำรวจไร้คนขับ ไปยังพื้นที่อันตรายแห่งนี้ เพื่อค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ ที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับดาวอังคารโดยสิ้นเชิง

แม้ว่าจะมียานอวกาศหลายลำที่ได้สำรวจพื้นที่ดังกล่าวมาแล้ว ตั้งแต่ Mariner 9 ที่บันทึกภาพครั้งแรกในปี 1972 จนถึงบันทึกล่าสุดของ HiRISE ความลับใหม่ของหุบผา วัลเลส มาริเนริส ก็ยังคงสร้างความตื่นเต้นอยู่เสมอ

จำนวนข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าภูมิประเทศที่ดูแล้วเรียบง่ายแต่ซับซ้อนของดาวอังคารนั้น แต่กลับซ่อนเรื่องราววิวัฒนาการของดาวเคราะห์เราไว้มากมาย หลากหลายทฤษฎีและบทสรุปใหม่อาจจะยังรอการค้นพบอยู่อีกมากมาย

สนใจรู้ข่าวดาราศาสตร์น่าติดตามเพิ่มเติม? ติดตามได้ที่เรา!

ที่มา – เผยความลับใหม่ของหุบผาที่ยาวที่สุด ในระบบสุริยะบนดาวอังคาร

ระนองส่งเสริมพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพและแก้ปัญหาค้ามนุษย์

เมื่อเร็ว ๆ นี้ จังหวัดระนอง ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีเป้าหมายหลักในการ ส่งเสริมการเรียนรู้พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมมาร่วมสร้างเครือข่ายเพื่อการศึกษาและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมนุษย์อย่างยั่งยืน

ระนองส่งเสริมการเรียนรู้พืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในการดำเนินงานครั้งนี้ นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้มอบหมายให้นายปกาสิต พรประสิทธิ์ ปลัดจังหวัดระนอง เป็นประธานในการลงนาม MOU ที่ส่งเสริมด้านพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ซึ่งถือเป็นแนวทางใหม่ในการต่อยอดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเสริมสร้างสุขภาพของชุมชนผ่านศูนย์อนุรักษ์พืชสมุนไพรบ้านแร่นอง

หน่วยงานภาคีร่วมพัฒนา

หน่วยงานเครือข่ายที่ร่วมลงนามใน MOU เพื่อระนองส่งเสริมพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระนอง, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง, สถานีพัฒนาที่ดินระนอง, เทศบาลเมืองบางริ้น, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระนอง และคุณนฤมล วิริยะบัณฑร ผู้ประกอบการ Lenong House Wellness

น.ส.ปณิตา อิทธิกุล ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น และพืชสมุนไพรมาซึ่งความรู้ด้านสุขภาพที่ยั่งยืน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในกลุ่มผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

วัตถุประสงค์เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

  • อนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
  • สร้างเสริมความเข้าใจในคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • เชื่อมโยงระหว่างภาคีเครือข่ายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ
  • ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับท้องถิ่น

นอกจากการสนับสนุนพืชสมุนไพรแล้ว โครงการนี้ยังเน้นการ แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยให้ความสำคัญกับด้านการศึกษาแก่ผู้เสียหาย โดยมีหน่วยงานภาคการศึกษา 5 แห่งที่ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ เช่น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระนอง และวิทยาลัยเทคนิคระนอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างรอบด้าน ทั้งด้านอาชีพ ด้านสังคม และทักษะการใช้ชีวิตที่ดี

นายปกาสิต พรประสิทธิ์ กล่าวว่า การดำเนินงานที่ร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายอย่างยั่งยืน โดยทุกภาคส่วนมีบทบาทในการสนับสนุนผู้เสียหายและช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องตกเป็นเหยื่ออีกครั้ง

จากสถานการณ์ดังกล่าว จังหวัดระนองได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือและความตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสนับสนุนทางสังคมแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่อื่น ๆ ในการบูรณาการหลายภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและความไม่เท่าเทียมในสังคม

หากคุณสนใจเรียนรู้เรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น หรืออยากติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาทางสังคมรูปแบบใหม่ ๆ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากเราที่นี่

ที่มา – ระนองส่งเสริมการเรียนรู้พืชสมุนไพร เพื่อสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนแก้ปัญหาค้ามนุษย์

แห่จองโตโยต้า bZ4X ทะลุ1,000 คันแล้ว

รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากค่ายโตโยต้า สุดฮอตทั่วเมืองไทย ด้วยยอดจอง โตโยต้า bZ4X ทะลุเกิน 1,000 คันแล้วภายในเวลาเพียงสามวันหลังเปิดจองเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมาเท่านั้น ความสนใจล้นหลามของลูกค้าชาวไทยต่อรถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและเทคโนโลยีของตัวรถอย่างชัดเจน

แห่จองโตโยต้า bZ4X ทะลุ1,000 คัน

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ความคึกคักของลูกค้าที่ให้ความสนใจจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากโตโยต้าอย่าง โตโยต้า bZ4X ถือเป็นการตอบรับที่ดีเยี่ยมมากสำหรับผลงานชิ้นใหม่ของทางบริษัท และสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้ในตลาดไทย

ดีไซน์ใหม่ เต็มอิเล็กทริก ประสิทธิภาพสูง

โตโยต้า bZ4X โดดเด่นทั้งในเรื่องดีไซน์ที่ทันสมัย เร้าใจ และกินใจด้วยระบบขับเคลื่อนแบตเตอรี่ไฟฟ้า (BEV) ที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเลย รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) สามารถขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ภายใต้มาตรฐาน NEDC) ซึ่งถือว่ามีระยะทางที่มากกว่าแบรนด์คู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ยังมาพร้อมด้วยเทคโนโลยีการชาร์จแบบรวดเร็ว พละกำลังสูงสุดของรถได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียมจากโตโยต้าอย่างครบครันในทุกรุ่นย่อย ทำให้ผู้ขับทั้งมือใหม่และมือเก่ามั่นใจได้ในความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานจริง

เปิดจองออนไลน์ ลุ้นส่วนลด 0.99% ดอกเบี้ยพิเศษ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของ โตโยต้า bZ4X สามารถลงทะเบียนจองล่วงหน้าได้ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ทางการของโตโยต้าที่ stores.toyota.co.th/register/bz4x โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,5xx,xxxx บาท (FWD) และ 1,6xx,xxxx บาท (AWD)

  • สีภายนอกรวม 4 สี: Precious Metal Black Roof / Platinum White Black Roof / Emotional Red Black Roof / Attitude Black
  • โปรโมชั่นพิเศษสำหรับ 2,000 สิทธิ์แรก ลดทันที 20,000 บาท + ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99%*
  • เงื่อนไข: ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ผ่านการอนุมัติจากโตโยต้าลีสซิ่ง

โตโยต้ายังเตรียมพร้อมสำหรับบริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ พร้อมบริการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่อย่างครอบคลุม เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจในความสะดวกในการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะยังเข้าร่วมการจอง โตโยต้า bZ4X และรับข้อเสนอพิเศษก่อนของจะหมด รีบจองเลยวันนี้ แล้วเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำจากโตโยต้าก่อนใคร!

ที่มา – แห่จองโตโยต้า bZ4X ทะลุ1,000 คันแล้ว

การท่าเรือฯ-กรมศุลฯ เชื่อมต่อข้อมูลเช็กตู้คอนเทนเนอร์สินค้า นำร่อง “ท่าเรือแหลมฉบัง”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และกรมศุลกากร ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จากระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์ (Scanning System) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบ Scanning ที่มีเป้าหมายในการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูล การพัฒนาศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และการศุลกากรของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับมาตรการความปลอดภัยระหว่างประเทศตาม ISPS Code อย่างเต็มรูปแบบ

การท่าเรือฯ-กรมศุลฯ เชื่อมต่อข้อมูลเช็กตู้คอนเทนเนอร์สินค้า

การดำเนินการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการให้บริการและความปลอดภัยของท่าเรือไทย ให้โปร่งใส รวดเร็ว แม่นยำ และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการสนับสนุนการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีความทันสมัย ทั้งยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเชื่อมโยงการดำเนินการไปสู่การสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มต้นเทคโนโลยีใหม่

นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. ได้กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยทางทะเล และระบบท่าเรือไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ISPS Code ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับท่าเรือไทยอย่างมีประสิทธิภาพ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ที่หน่วยงานทั้งสองมีต่อการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงระบบด้านโลจิสติกส์และการศุลกากร ทั้งยังช่วยลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในกระบวนการตรวจสอบสินค้า

  • รองรับมาตรฐาน ISPS Code อย่างเต็มรูปแบบ
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบสินค้าที่ผ่านตู้คอนเทนเนอร์
  • ยกระดับความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจในระบบโลจิสติกส์ไทย

ในขั้นตอนการดำเนินการ การท่าเรือฯ-กรมศุลฯ เชื่อมต่อข้อมูลเช็กตู้คอนเทนเนอร์สินค้า จะเริ่มต้นที่ ”ท่าเรือแหลมฉบัง“ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือหลักที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศสูงที่สุดของประเทศ หลังจากนั้นจะขยายการดำเนินการไปยังท่าเรืออื่น ๆ เช่น ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรืออื่น ๆ ในเครือของ กทท. อย่างต่อเนื่อง

เพื่อรองรับแนวทางนี้อย่างมีประสิทธิภาพ กทท. และกรมศุลกากรได้วางรูปแบบการใช้งานและการบริหารจัดการข้อมูลอย่างรัดกุมและเป็นระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมเพื่อดูแลและติดตามผลการดำเนินงาน เทคโนโลยีที่ใช้จะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ด้วยการประชุมและประสานงานที่ต่อเนื่องระหว่างหน่วยงาน

การพัฒนาในครั้งนี้ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ความต้องการในระดับปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในอนาคตที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

การนำร่องระบบเชื่อมต่อข้อมูลในท่าเรือแหลมฉบัง ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างชัดเจนต่อการยกระดับระบบขนส่งทางทะเลของไทย โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยทั้งในและต่างประเทศ

โครงการนี้เป็นต้นแบบของการร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่มีเป้าหมายเดียวกัน และมุ่งเน้นการพัฒนาบริการเชิงระบบเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการและประเทศชาติ โดยเฉพาะในยุคที่โลกแห่งการค้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การเชื่อมต่อข้อมูลที่แม่นยำคือกุญแจสำคัญ

ที่มา – “การท่าเรือฯ-กรมศุลฯ” เชื่อมต่อข้อมูลเช็กตู้คอนเทนเนอร์สินค้า นำร่อง “ท่าเรือแหลมฉบัง”

สีเหลืองเจิดจรัส แซ่บสะบัดไม่เป็นรองใคร “แอนชิลี” จัดหนักความเซ็กซี่บิกินีตัวจิ๋วเห็นแล้วใจตกอยู่ตาตุ่ม

ใครที่ชื่นชอบความเซ็กซี่แบบเป็นธรรมชาติ บอกเลยว่าต้องตามใจไม่ไหว เมื่อได้เห็นความแซ่บของ แอนชิลี สก็อต-เคมมิส มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2564 ที่มาพร้อมกับบิกินีตัวจิ๋วสีเหลืองสดใสสุดเจิดจรัส ซึ่งเธอโพสท่าอย่างดั่งแบบไม่มีกั๊ก ถ่ายทอดความมั่นใจแบบเต็มเปี่ยม

สีเหลืองเจิดจรัส แซ่บสะบัดไม่เป็นรองใคร

ต้องบอกเลยว่า “แอนชิลี” ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังเลย เพราะไม่ว่าจะขยับเข่าหรือยิ้มหวาน ทุกท่าโพสของเธอล้วนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ หลายคนอยากมีสไตล์ไม่แพ้เธอ ล่าสุดเธอทำเอาสาวกหัวใจสั่นระทึกเมื่อได้เผยโฉมในชุดแบ๊วสีเหลืองเจิดจ้า เซ็กซี่แบบที่ใครเห็นต้องอดใจไม่ไหว

เห็นแล้วอยากสวยแบบแอนชิลีเหมือนกัน

รูปภาพที่เธอโพสต์บนอินสตาแกรมเห็นได้ชัดว่าเขาพากันแชร์ต่อกันอย่างล้นหลาม บอกเลยว่าแฟนคลับไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงต่างชื่นชมในความมั่นใจ เซ็กซี่ และความผิวแทนสุขภาพดีที่สาวแอนชิลีมีให้เห็น พร้อมกับท่าโพสสุดคิ้วท์ที่สะบัดจนใจจะขาด

  • บิกินีตัวจิ๋วสีเหลืองเจิดจรัส
  • ท่าโพสท่าเซ็กซี่แบบชาวบ้านลุกขึ้น
  • แฟนคลับพากันแชร์และชมอวดกันทั่วโลกโซเชียล

และที่สำคัญ ต้องบอกก่อนเลยว่าแอนชิลีไม่ได้เน้นแต่ความสวยภายนอกเท่านั้น แต่เธอยังใส่ใจในสุขภาพและการดูแลผิวพรรณให้ดูดีอยู่เสมอ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงเป็นไอคอนของความมั่นใจและความเซ็กซี่แบบที่ใครตามไม่ทันจริงๆ

ถ้าใครยังไม่ได้ติดตามเธอในโลกโซเชียลแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่าพลาดความแซ่บสุดระทึกของสาวแอนชิลีไปอย่างมหาศาล วันนี้ยังไม่สายเลย รีบไปกดติดตามเธอที่อินสตาแกรมของเธอกันเลย

ที่มา – สีเหลืองเจิดจรัส แซ่บสะบัดไม่เป็นรองใคร “แอนชิลี” จัดหนักความเซ็กซี่บิกินีตัวจิ๋วเห็นแล้วใจตกอยู่ตาตุ่ม

2 ภาพวาดสงครามส่งด่วนยอดประมูลทะลุ 7.6 ล้านบาท

เมื่อเร็ว ๆ นี้งาน “VERNISSAGE” ที่จัดโดย The Art Auction Center ได้สร้างปรากฏการณ์ในวงการศิลปะไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2568 ณ JWD Art Space ด้วยยอดประมูลรวมสูงถึง 57 ล้านบาท

2 ภาพวาด “สงครามส่งด่วน” เป็นไฮไลท์ของเวทีประมูล

งานนี้มีไฮไลท์สำคัญจากการประมูลภาพวาดต้นฉบับจากฉากสำคัญในซีรีส์ระดับโลกของ Netflix “สงครามส่งด่วน” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งนักสะสมและผู้ชมทั่วไป

ผลงานศิลปะที่สร้างสถิติสูง

– “นกกระเรียนกลางทะเล” ผลงานของ พงศธร มณีประพันธ์ | ปิดประมูลที่ 2,900,000 บาท

– “ไก่ป่า” ผลงานร่วมของ ชลดา พรมลิขิต และทีม | ปิดประมูลที่ 4,700,000 บาท

รายงานระบุว่ารายได้จากผลงานทั้งสองชิ้นภายใต้ธีมผลงานจาก สงครามส่งด่วน จะถูกนำไปเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาในสถาบันชั้นนำ ได้แก่ คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง และสาขาวิชาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

นอกจากนี้ งานประมูล 2 ภาพวาด “สงครามส่งด่วน” ยังได้รวมผลงานชั้นยอดจากศิลปินแนวหน้าของไทยอีกมากมาย โดยมีผลงานสำคัญที่สร้างสถิติการปิดประมูลสูงสุด เช่น

  • “BATTLE OF MARA / มารผจญ (2514)” โดย ถวัลย์ ดัชนี | ราคาปิดประมูล 10,444,500 บาท
  • “POTS AND FOOTPRINTS / โอ่งและรอยเท้า (2534)” โดย มณเฑียร บุญมา | ปิดประมูลที่ 6,034,600 บาท
  • “ทุ่งฝัน (2527–2528)” โดย สุเชาว์ ศิษย์คเณศ | ปิดประมูลที่ 3,481,500 บาท
  • “UNTITLED (2550–2554)” โดย ชาติชาย ปุยเปีย | ราคาปิดประมูล 2,785,200 บาท
  • “THE LIGHT SHINES IN THE DARKNESS, AND THE DARKNESS HAS NOT OVERCOME IT” โดย KARMS – ธรรมธัช สายทอง | ราคาปิดประมูล 870,375 บาท

งานประมูลครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างยอดรวมที่น่าประทับใจ แต่ยังสื่อถึงความทรงคุณค่าของศิลปะในฐานะเครื่องมือในการกุศลและการศึกษา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่ศิลปะสามารถทำหน้าที่ในวงกว้างได้มากกว่าที่เราคิด

หากคุณพลาดโอกาสในคืนนั้น ลองติดตามงานประมูลครั้งต่อไป อาจมีผลงานระดับตำนานรอลุ้นเจ้าของใหม่เหมือนกัน

ที่มา – 2 ภาพวาด “สงครามส่งด่วน” ยอดประมูลรวมทะลุ 7.6 ล้าน

กองกำลังสุรสีห์ รวบ 100 แรงงานเถื่อน จ่ายค่าหัว 1.5 หมื่นลอบไป ‘มาเลเซีย’

ล่าสุด กองกำลังสุรสีห์ สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวน 100 คน ที่ถูกพาลอบเข้ามาในประเทศไทยและมีเป้าหมายเดินทางไป ประเทศมาเลเซีย โดยแต่ละคนต้องจ่ายเงินค่าพาด้านขบวนการเป็นจำนวน 10,000 ถึง 15,000 บาท

กองกำลังสุรสีห์ รวบ 100 แรงงานเถื่อน จ่ายค่าหัว 1.5 หมื่นลอบไป ‘มาเลเซีย’

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 พล.ต.อัษฎาวุธ ปันยารชุน ผู้บัญชาการ กองกำลังสุรสีห์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลข่าวกรองว่ามีขบวนการลักลอบพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี จึงได้สั่งการให้ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการลาดตระเวนเฝ้าระวังทางน้ำ

จับกุมในบริเวณเขื่อนวชิราลงกรณ์

ในช่วงเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกลุ่มตัวบุคคลต้องสงสัยจำนวนมากบริเวณริมน้ำ เขื่อนวชิราลงกรณ์ หมู่ 4 บ้านจงอั่ว ตำบลปรังเผล อำเภอนากรนตั้ง จังหวัดกาญจนบุรี หลังตรวจสอบพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่หลบเข้ามาจากพรมแดนทางธรรมชาติใน อำเภอสังขละบุรี ทั้งสิ้น 100 คน โดยแบ่งเป็นชาย 62 คน และหญิง 38 คน

ผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไม่มีเอกสารประจำตัวที่ถูกต้อง อ้างว่าเดินทางมาตั้งแต่ในเมียนมา โดยอาศัยการเดินเท้าผ่านทางป่าเขาลึก แล้วมาใช้เรือลำเล็กหยุดพักบริเวณริมเขื่อน เพื่อรอขบวนการพาไปเมืองไทยตอนบนหรือลงเรือไปยัง ประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้ผู้ต้องหากล่าวสารภาพว่าจ่ายเงินให้กับคนกลางในราคาประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อคน

  • ชาย 62 คน
  • หญิง 38 คน
  • ไม่มีเอกสาร
  • เดินทางจากเมียนมาโดยไม่ผ่านด่าน
  • จ่ายเงินขบวนการ 10,000-15,000 บาทต่อคน

หลังจับกุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งตัวให้ สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และคาดว่าจะมีการสืบสวนขยายผลเพื่อตามจับกลุ่มโจรคนกลางที่อยู่เบื้องหลังในการดำเนินการดังกล่าวอีกต่อไป

การปฏิบัติการครั้งนี้ของ กองกำลังสุรสีห์ แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานความมั่นคงยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาความปลอดภัยชายแดน และป้องกันปัญหาแรงงานเถื่อนที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในประเทศอย่างจริงจัง

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการทำงานในต่างประเทศ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้อยู่ในกรอบกฎหมายและเข้าผ่านช่องทางที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของตนเองและลดภาระของสังคม

ที่มา – กองกำลังสุรสีห์ รวบ 100 แรงงานเถื่อน จ่ายค่าหัว 1.5 หมื่นลอบไป ‘มาเลเซีย’

SX2025 มหกรรมยั่งยืน 10 วัน ศูนย์สิริกิติ์ 7 หมื่นตร.ม.

“SX2025” หรือ Sustainability Expo 2025 กำลังจะกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ จัดเต็มตลอด 10 วัน เต็มพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 70,000 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ที่สะท้อนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) โดยเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมองค์ความรู้ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่มาร่วมกันสร้างรอยเท้าที่ดีต่อโลกใบนี้

SX2025 เวทีแห่งความยั่งยืนจากทั่วโลก

นับเป็นโอกาสสำคัญของไทยในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน ในการเป็นเจ้าภาพจัดเวทีระดับนานาชาติที่มุ่งเน้นเรื่องความยั่งยืนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เพราะ SX2025 ไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้าหรือนิทรรศการธรรมดา แต่เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวทางปฏิบัติ และเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ไฮไลท์ความน่าสนใจของงาน SX2025

งาน SX2025 นี้ยังมีกิจกรรมมากมายที่ไม่ควรพลาด โดยจัดพื้นที่ไว้ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และปฏิบัติจริงในหลายรูปแบบ ทั้งผ่านโซนจัดแสดงเทคโนโลยีที่ทันสมัย, การบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก, และเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้เข้าร่วมมากกว่า 750 กิจกรรม

  • โซน SEP INSPIRATION: พบองค์กรชั้นนำที่ทำการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินงานจนประสบความสำเร็จ
  • โซน BETTER ME: นวัตกรรมเพื่อสุขภาพดี การนอนหลับ และการวางแผนทางการเงินอย่างยั่งยืน
  • โซน BETTER LIVING: บ้านและเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสัมผัส 4D Theatre เพื่อจำลองสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • โซน BETTER COMMUNITY: วิธีสร้างชุมชนแข็งแรง ผ่านพลังจิตอาสา และองค์กรสังคม
  • โซน BETTER WORLD: นิทรรศการศิลปะแบบ Immersive สะท้อนความเป็นจริงของโลกและการปรับตัวเพื่ออยู่รอด
  • โซน SX Food Festival: เทศกาลอาหาร “กินเพื่อรักษ์โลก” นับร้อยร้านของโปรด
  • โซน Kids Zone: พื้นที่สำหรับเด็กที่ผสมผสานความรู้กับความสนุก
  • โซน SX MARKETPLACE: ตลาดนัดของดี ของรักษ์โลกมากกว่า 217 ร้าน
  • โซน SX REPARTMENTSTORE: ของ二手 คุณภาพเยี่ยม ช่วยลดขยะนำไปสู่สังคมมีส่วนร่วม
  • โซน B2B: สัมมนาเชิงธุรกิจยั่งยืนสำหรับการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร

งานนี้ยังมีไฮไลท์พิเศษอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ Enactus World Cup 2025 Presented by ThaiBev การแข่งขันแนวคิดรุ่นเยาว์ระดับโลกเป็นครั้งที่ 50 ที่รวมพลังเยาวชนกว่า 2,000 คนจาก 32 ประเทศ มารวมพลังเพื่อสร้างโซลูชันเพื่อความยั่งยืนที่สามารถนำมาปฏิบัติจริงในทุกภาคส่วนของสังคม

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการ นักศึกษา ประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่เด็กเล็ก งาน SX2025 พร้อมเปิดประสบการณ์ที่ช่วยเรายอมรับและปรับตัวเข้ากับโลกรอบตัวเราก่อนที่จะสายเกินไป ด้วยการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เราสามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเราเอง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

อย่าลืมตั้งคิวไว้เลยเพราะงานนี้มีสิ่งที่เราต้องมารู้ร่วมกันแน่นอน ลองมาเป็นส่วนหนึ่งของโลกยั่งยืน กับงาน SX2025 ที่จะเปิดให้เข้าชมตลอด 10 วัน เต็มบริบทของหัวใจเมือง กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ตื่นตา ตื่นใจ และมีส่วนร่วมไปด้วยกันที่ SX2025 เพราะ “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”

ที่มา – ปักหมุดรอ ‘SX2025’ มหกรรมยั่งยืนใหญ่สุด 10 วันเต็มพื้นที่ศูนย์สิริกิติ์ 7 หมื่นตร.ม.ไฮไลท์เพียบ

นักศึกษาสาวโดนแมงป่องต่อยในห้องลองเสื้อแบรนด์ดัง

เหตุการณ์ที่ใครหลายคนอาจมองว่าเกิดขึ้นได้ยาก แต่กลับกลายเป็นความจริงสำหรับ นักศึกษาสาวชาวบราซิล เมื่อเธอถูก แมงป่องเหลือง ต่อยในห้องลองเสื้อของร้าน ซารา (Zara) แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังระดับโลก ทำให้เธอต้องถูกนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

นักศึกษาสาวโดนแมงป่องต่อยในห้องลองเสื้อแบรนด์ดัง

รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า อลิซ สปายส์ นักศึกษาอายุ 20 ปี เดินเข้าไปลองเสื้อผ้าในห้องลองของร้านซารา สาขาเมืองกัวรา ประเทศบราซิล อย่างปกติ แต่ไม่นานเธอก็รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงที่ขาข้างหนึ่ง เมื่อก้มลงไปดูจึงพบว่ามี แมงป่อง ตัวหนึ่งเกาะอยู่กับเสื้อผ้าของเธอ

ด้วยอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง อลิซจึงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ พนักงานในร้านได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำเธอขึ้นรถเข็นรอเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ซึ่งในเวลาต่อมาเธอได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลอาซา นอร์เต เรจิโอนัล เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

อาการหลังโดนแมงป่องต่อย

แม้ว่าอาการที่เกิดจากการถูกต่อยโดย แมงป่องเหลือง มักไม่ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็สามารถก่อให้เกิดอาการที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ เช่น อาการบวม กล้ามเนื้อกระตุก คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว และกระสับกระส่าย พิษจากแมงป่องอาจทำให้ผู้ถูกต่อยมีอาการวิงเวียนจนเกือบหมดสติได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม

อลิซบอกกับผู้สื่อข่าวว่า แม้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่仍คงรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายอย่างมากเพราะได้รับผลจากพิษแมงป่อง ส่งผลให้เธอต้องผ่านช่วงเวลานั้นด้วยความยากลำบาก

ทางด้านห้างสรรพสินค้าพาร์ค ชอปปิง ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านซาราในเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ออกมาแถลงว่าทางห้างมีมาตรการควบคุมแมลงและสัตว์รบกวนอย่างเข้มงวด และทีมฉุกเฉินของห้างได้เข้าไปดูแลอย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าความปลอดภัยของลูกค้าคือสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก

ในขณะเดียวกัน ซาร่าในฐานะแบรนด์แฟชั่นระดับนานาชาติก็ได้ออกมาแสดงความเสียใจอย่างเต็มที่ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าจะให้การช่วยเหลือนักศึกษาคนนี้อย่างเต็มที่

จากกรณีนี้ ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า ร้านค้า โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจความสะอาดและการป้องกันสัตว์รบกวนอย่างไร เพื่อให้ลูกค้ายังคงรู้สึกปลอดภัยในการใช้บริการ

ดังนั้น หากคุณกำลังจะไปช็อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ควรเพิ่มความระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เช่น ห้องลองเสื้อ ด้วยการตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีแมลงหรือสัตว์อันตรายแฝงอยู่ ก่อนจะลองเสื้อผ้า ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับคนในเหตุการณ์นี้

ที่มา – นักศึกษาสาวโดนแมงป่องต่อยในห้องลองเสื้อแบรนด์ดัง ต้องหามส่งโรงพยาบาล

แอลจี เปิดตัวสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านเอไอแห่งแรกของเกาหลีใต้

แอลจี (LG) ได้ประกาศเปิดตัวสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แห่งแรกของประเทศเกาหลีใต้ โดยสถาบันนี้เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการโดยศูนย์วิจัยเอไอ ภายใต้สถาบันพัฒนาการจัดการของ LG ซึ่งตั้งอยู่ในเขตมากก-ดง ทางตะวันตกของกรุงโซล

แอลจี เปิดตัวสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านเอไอแห่งแรกของเกาหลีใต้

สถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้าน AI แห่งนี้จะเริ่มเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาโทจำนวน 30 คนในเดือนสิงหาคม 2568 และจะเปิดภาคเรียนแรกในเดือนมีนาคม 2569 โดยนักศึกษาที่เข้าเรียนจะได้รับการอบรมผ่านหลักสูตรที่เทียบเท่ากับหลักสูตรบัณฑิตศึกษาทั่วไป และยังได้รับปริญญาโทที่ได้รับการรับรองจากทางการ ซึ่งเทียบเท่ากับวุฒิที่ได้จากมหาวิทยาลัยทั่วไป

ความสำคัญของบัณฑิตวิทยาลัยเอไอแห่งนี้

ก่อนหน้านี้ การที่บริษัทเอกชนจะดำเนินการจัดตั้งวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาภายในองค์กรนั้น จำกัดเฉพาะหลักสูตรที่เทียบเท่าระดับปริญญาตรี และต้องได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้บังคับของรัฐบัญญัติพิเศษว่าด้วยนวัตกรรมทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมขั้นสูง ที่เริ่มมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถดำเนินการจัดตั้งสถาบันระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เอไอ เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ และสื่อสารความเคลื่อนไหวได้แล้ว

ดังนั้น บัณฑิตวิทยาลัยด้านเอไอของLGจึงถือเป็นสถาบันแห่งแรกที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายนี้ ซึ่งจะมุ่งเน้นการเรียนการสอนในด้านการแก้ไขปัญหาแบบประยุกต์ ที่สามารถนำทักษะที่ได้ไปใช้ในหลากหลายภาคธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ พลังงาน พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีชีวภาพ

  • เปิดรับนักศึกษาปริญญาโท : สิงหาคม 2568
  • เปิดภาคเรียนแรก : มีนาคม 2569
  • หลักสูตร : เทียบเท่าบัณฑิตศึกษาทั่วไป
  • วุฒิที่ได้รับ : ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ

การเปิดตัวสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านเอไอของ แอลจี เปิดตัวสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้านเอไอแห่งแรกของเกาหลีใต้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ และยังแสดงถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทคอร์ปอเรตเพื่อสร้างนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคต การลงทุนในด้านการศึกษาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการมองการณ์ไกลของบริษัทในการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญ

นี่ถือเป็นความมุ่งมั่นระยะยาวของLGในการสร้างแรงผลักดันสำหรับอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งน่าจับตาว่าจะมีการผลิตบัณฑิตความเชี่ยวชาญในด้านเอไอที่พร้อมจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของประเทศไปสู่ระดับโลกได้มากน้อยเพียงใด

หากคุณสนใจในเทคโนโลยีและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างแท้จริง การศึกษาในสถาบันแห่งนี้อาจจะเป็นโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด

ที่มา – ‘แอลจี’ เปิดตัวสถาบันบัณฑิตวิทยาลัยด้าน ‘เอไอ’ แห่งแรกของเกาหลีใต้