ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่างจัดคอนเสิร์ต ‘คนวาดรูป’ วันวาน…วันนี้ 15 พ.ย.68

สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง ในพระอุปถัมภ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ร่วมกับศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ที่สนใจ ร่วมแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการศึกษาผ่านงานคอนเสิร์ต “คนวาดรูป” ตอน วันวาน…วันนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุม NT Auditorium ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่างจัดคอนเสิร์ต ‘คนวาดรูป’ วันวาน…วันนี้ 15 พ.ย.68

งานคอนเสิร์ตในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาทุนสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง และกิจกรรมพัฒนานักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนโครงการบูรณะซ่อมแซมปิดทององค์พระครู (พระวิษณุกรรม) ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ที่เชื่อมโยงความตั้งใจดีของผู้ร่วมงานและผู้เข้าร่วมฟัง

ศิลปินร่วมงานและรายละเอียดคอนเสิร์ต

ในงานคอนเสิร์ต “คนวาดรูป” ตอน วันวาน…วันนี้ จะมีการแสดงดนตรีจากศิลปินนักร้องที่หลากหลาย เช่น หรั่ง ร็อกเคสตร้า, ป้อม ออโต้บาห์น, ชมพู ฟรุ้ตตี้, ชัยรัตน์ เทียบเทียม, เทวัญ ทรัพย์แสนยากร และ อำนาจ ศรีมา ซึ่งศิลปินแต่ละคนจะมาร่วมเติมสีสันให้กับงานด้วยเสียงเพลงที่โดดเด่นในสไตล์ของตนเอง

การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพียงแค่ความบันเทิง แต่ยังเป็นโอกาสในการทำบุญร่วมกัน ทั้งสำหรับศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และผู้ชมทั่วไป โดยผลงานดนตรีที่นำเสนอจะสะท้อนภาพ “วันวาน” ในอดีต และ “วันนี้” ในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของศิลปินที่สื่อสารความรู้สึกด้วยบทเพลงที่เน้นภาพลักษณ์ของ ‘คนวาดรูป’ ทั้งในเชิงศิลปะและชีวิตจริง

รายได้เพื่อสมทบทุนโครงการบูรณะปิดทององค์พระครู

รายได้ที่ได้จากการจำหน่ายบัตรเข้าชมงานคอนเสิร์ตจะนำไปใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง และนำไปสมทบทุนสำหรับโครงการบูรณะซ่อมแซมปิดทององค์พระครู ซึ่งถือเป็นมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมที่มีคุณค่าจากคณาอาจารย์และศิษย์เก่าของวิทยาลัยเพาะช่าง

  • วันที่จัดคอนเสิร์ต: 15 พฤศจิกายน 2568
  • เวลา: 14.00 น.
  • สถานที่: หอประชุม NT Auditorium ถนนแจ้งวัฒนะ
  • ศิลปินร่วมงาน: หรั่ง ร็อกเคสตร้า, ป้อม ออโต้บาห์น, ชมพู ฟรุ้ตตี้, ชัยรัตน์ เทียบเทียม, เทวัญ ทรัพย์แสนยากร, อำนาจ ศรีมา

ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมงานตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจแฟนเพจ “สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง”

งานคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ความบันเทิง แต่ยังเป็นแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้เราได้ย้อนมอง “วันวาน” และสัมผัส “วันนี้” ด้วยศิลปะและการแบ่งปัน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดี ๆ ผ่านงาน “คนวาดรูป” ตอน วันวาน…วันนี้ แล้วคุณจะได้ไม่พลาดฉากที่มีแต่หัวใจและศิลปะ

ที่มา – ‘สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง’ จัดคอนเสิร์ต ‘คนวาดรูป’ ตอน วันวาน…วันนี้ 15 พ.ย.68

ตั้งแต่2ต.ค.รถรับจ้างผ่านแอปต้องจดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง

ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันจะต้องจดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง รวมถึงต้องมีใบขับขี่สาธารณะ และห้ามใช้รถส่วนบุคคลในการให้บริการรับจ้าง เนื่องจาก ตั้งแต่2ต.ค.รถรับจ้างผ่านแอปต้องจดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง ตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีผลบังคับใช้เพื่อรักษาความเรียบร้อยและมาตรฐานในการให้บริการรถยนต์สาธารณะผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ตั้งแต่2ต.ค.รถรับจ้างผ่านแอปต้องจดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง

กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศให้แอปพลิเคชันที่ให้บริการรถรับจ้างต้องดำเนินการให้ผู้ขับรถรับจ้างทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจดทะเบียนรถในรูปแบบ ตั้งแต่2ต.ค.รถรับจ้างผ่านแอปต้องจดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง ให้ถูกต้องก่อนเริ่มให้บริการ มิเช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมายและไม่สามารถให้บริการได้

ข้อกำหนดสำคัญสำหรับผู้ขับรถรับจ้าง

ข้อกำหนดของกฎหมายที่เจ้าของรถและผู้ขับต้องปฏิบัติตาม มีดังนี้:

  • ต้องจดทะเบียนรถเป็นรถสาธารณะและติดสติกเกอร์ป้ายเหลือง
  • รถต้องมีอายุไม่เกิน 9 ปีนับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก
  • ต้องมีประกันภัยรถยนต์สาธารณะ
  • ผู้ขับต้องมีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ
  • ห้ามใช้รถส่วนตัวให้บริการรับจ้างผ่านแอป
  • ห้ามเก็บค่าบริการเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

เมื่อผ่านการจดทะเบียนแล้ว ผู้ขับจะได้รับสติกเกอร์ป้ายเหลืองที่ต้องนำมาติดบนกระจกกันลมด้านหน้าและด้านหลังอย่างชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ในระหว่างให้บริการ

การให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง

สำหรับแอปพลิเคชันที่ให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องให้บริการด้วยรถจักรยานยนต์สาธารณะที่จดทะเบียนถูกต้อง มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ จัดเก็บค่าบริการไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และต้องมีวิน (จุดจอด) อย่างเป็นทางการ รองรับการให้บริการทั้งในรูปแบบเรียกผ่านแอปฯ และในรูปแบบวินโดยสารทั่วไป

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ถือเป็นมาตรการช่วยให้บริการรถผ่านแอปฯ ในประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นทั้งในด้านผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ หากผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะถูกดำเนินคดีและไม่สามารถให้บริการได้

สุดท้ายนี้ การเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้คุณสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและไม่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย

ที่มา – ตั้งแต่2ต.ค.รถรับจ้างผ่านแอปต้องจดทะเบียนเป็นป้ายเหลือง/มีใบขับขี่สาธารณะ/ห้ามใช้รถส่วนบุคคลรับจ้าง

“ประเสริฐ” สั่ง กรมอุตุฯ เกาะติดสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ”

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา นาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เป็นประธานเปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ที่ศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ ชั้น 11 อาคาร 50 ปี อุตุนิยมวิทยา

“ประเสริฐ” สั่ง กรมอุตุฯ เกาะติดสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ”

การเปิดศูนย์ปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฝ้าระวัง วิเคราะห์ และแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างทันท่วงที โดยมี น.ส. สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมให้ข้อมูล เพื่อเป็นศูนย์กลางสื่อสารสถานการณ์แบบเรียลไทม์และเตือนภัยแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ส่งผลกระทบหลายพื้นที่

นาย ประเสริฐ กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เริ่มมีอิทธิพลต่อประเทศไทย โดยส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและความเป็นอยู่ของประชาชน กระทรวงดีอีจึงร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาเปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

“ศูนย์ปฏิบัติการนี้จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันเวลาแก่ประชาชน” นายประเสริฐกล่าว

ด้าน น.ส. สุกันยาณี ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 25 ส.ค. พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” อยู่ห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 120 กิโลเมตร มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กม./ชม. และเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กม./ชม. พายุคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งในเวียดนามในวันเดียวกัน และหลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชัน

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, ลำปาง, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคอีสาน: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม
  • ภาคกลาง และกรุงเทพฯ: ลพบุรี, สระบุรี, กาญจนบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, นครปฐม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่

ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบควรเตรียมตัวรับมือ โดยเฉพาะฝนตกหนัก ลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะเกิดฝนที่ตกสะสมในหลายพื้นที่

คำแนะนำสำหรับประชาชน

กรมอุตุนิยมวิทยาขอแนะนำให้ประชาชน:

  • ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากช่องทางทางการ
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
  • สำหรับชาวเรือควรระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือ
  • ประชาชนในบริเวณชายฝั่งต้องระวังคลื่นลมแรง

ด้วยการเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้นจากภาครัฐและประชาชน ประเทศไทยจะสามารถรับมือกับพายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ได้อย่างคล่องแคล่วและปลอดภัย

เตรียมความพร้อมก่อนพายุมา ช่วยกันลดความเสี่ยงได้ ขอเชิญร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยา

ที่มา – “ประเสริฐ” สั่ง กรมอุตุฯ เกาะติดสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ใกล้ชิด เปิดศูนย์ปฏิบัติการ 24 ชม.

สศก.เผยเกษตรกรกว่า40% ได้มาตรฐาน GAP หนุนกุ้งแวนนาไมส่งออก

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย โดยเฉพาะกุ้งขาวแวนนาไมที่ได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก

สศก.เผยเกษตรกรกว่า40% ได้มาตรฐาน GAP

จากข้อมูลที่ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร รายงานว่า ในปี 2568 มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งแวนนาไมในจังหวัดสมุทรสาครจำนวน 397 ฟาร์ม โดยมี 161 ฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จากกรมประมง คิดเป็นกว่า 40.55% และอีก 47 ฟาร์มได้รับการรับรอง GAP (มกษ.) จากกระทรวงเกษตรฯ

ผลิตกุ้งได้คุณภาพ ราคาดี

ฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP มีความได้เปรียบหลายด้าน ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้สามารถเข้าถึงตลาดส่งออกและลูกค้ารายใหญ่ได้มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับฟาร์มที่ยังไม่มีมาตรฐาน ซึ่งมักจำกัดอยู่แค่ตลาดท้องถิ่น

ในปัจจุบันราคาขายกุ้งแวนนาไมที่ได้มาตรฐานอยู่ที่ 180 – 230 บาทต่อกิโลกรัม และสามารถผลิตได้สูงสุด 3 รอบต่อปี ถ้าได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ปัญหาโรคและทางออก

  • โรคขี้ขาว (WFS) และ โรค EMS/AHPNS เป็นปัญหาสำคัญที่ฟาร์มต้องเผชิญ
  • ส่งเสริมการใช้ โปรไบโอติก และการจัดการชีวภาพเพื่อลดการใช้ยา
  • ส่งเสริมการเลี้ยงแบบระบบปิดและน้ำหมุนเวียน

นอกจากนี้ กรมประมงยังมีแนวทางพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยเน้นการลดต้นทุนจากการเกิดโรค การส่งเสริมลูกกุ้งคุณภาพ และการพัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการวินิจฉัยโรค

สศก. มีแผนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังเน้นย้ำว่าการได้รับมาตรฐาน GAP จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์กุ้งไทย และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าในตลาดต่างประเทศ

ด้วยการส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง การมีฟาร์มที่ได้มาตรฐาน GAP มากกว่า 40% ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมกุ้งแวนนาไมที่กลายเป็นสินค้าส่งออกชั้นนำของประเทศ

เพราะมาตรฐาน GAP คือความเชื่อมั่นที่เปิดประตูสู่ตลาดโลก

ที่มา – สศก.ชี้ เกษตรกรมหาชัยกว่า40% ได้มาตรฐานGAP ดัน’กุ้งแวนนาไม’ส่งออก

TSB คว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย APEA 2025

ในปี 2025 บริษัท TSB หรือ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นจากการได้รับรางวัลระดับภูมิภาคเอเชียจากงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

TSB คว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย APEA 2025

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ได้เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพันธกิจขององค์กรในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านมาตรฐานความปลอดภัย ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเข้าถึงของประชาชนทั่วไป

รางวัลที่ได้รับจากงาน APEA 2025

TSB ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับภูมิภาคเอเชีย ในหมวด Corporate Excellence Award หรือรางวัลองค์กรยอดเยี่ยม ภายใต้กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมขนส่งสาธารณะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรางวัลที่สำคัญที่สุดในงาน APEA โดยเป็นการยอมรับศักยภาพองค์กรที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลกด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล)

รางวัลดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันความทุ่มเทของทีมงาน แต่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ TSB ได้เดินหน้าต่อยอดแผนงานในอนาคต ด้วยเป้าหมายที่จะขยายโครงข่ายระบบขนส่งสีเขียว พัฒนาแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการเดินทางของประชาชนอย่างสะดวกยั่งยืน

เป้าหมายสู่คาร์บอนนิวทรัล

เป้าหมายก้าวหน้าของ TSB คือการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนนิวทรัล ผ่านการใช้พลังงานสะอาด นวัตกรรมการขนส่ง และการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งตอกย้ำว่า ธุรกิจภาครัฐและเอกชนสามารถร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

งานประกาศรางวัล APEA 2025 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพมหานคร โดยมี Enterprise Asia เป็นองค์กรจัดงาน ซึ่งเป็นองค์กรอิสระระดับภูมิภาคเอเชียที่มุ่งพัฒนาเสริมศักยภาพของภาคธุรกิจในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละปีจะมีการคัดเลือกองค์กรที่โดดเด่นจากกว่า 16 ประเทศในภูมิภาคเอเชียมาเป็นตัวอย่างที่ดี

ไม่ว่าจะด้านใด รางวัลที่ได้รับนี้คือแรงผลักดันสำคัญให้ TSB ได้เดินหน้าต่อยอดการทำงานด้านนวัตกรรมและยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะที่เท่าเทียมและปลอดภัยยิ่งขึ้น

หากคุณให้ความสำคัญกับการเดินทางที่เป็นมิตรกับโลก อย่าลืมสนใจและติดตามแนวทางของ TSB ในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งสมัยใหม่ที่ยั่งยืน TSB คว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย APEA 2025 เป็นตัวอย่างที่ดีของความเป็นเลิศและจิตวิญญาณการขับเคลื่อนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – TSB คว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025

‘อิ๊งค์’ โต้ดราม่าคลิป ‘นั่งลงลูก’ ชี้อย่ามั่วข่าว

ล่าสุด นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ อิ๊งค์ ได้ออกมาโต้ข่าวดราม่าหลังจากมีคลิปเสียงถูกเผยแพร่ โดยเธอได้ รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรม พร้อมข้อความชี้แจงอย่างชัดเจนเกี่ยวกับข่าวที่ว่าเธอ “นั่งลงลูก” ขณะรับฟังคำชี้พยานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

‘อิ๊งค์’ โต้ดราม่าคลิป ‘นั่งลงลูก’

ดราม่าครั้งนี้เริ่มต้นหลังจากคลิปเสียงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการกล่าวว่า “นั่งลงลูก” ซึ่งถูกนำไปตีความว่านายกฯ อิ๊งค์แสดงความไม่เคารพต่อศาล ภายหลังมีการเจาะจงคำพูดของตุลาการว่าจริง ๆ แล้วเขาพูดว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่ถูกกล่าวขวัญ ส่งผลให้กระแสผิดเพี้ยนและเกิดการข่าวมั่ว

แพทองธาร จึงรีบชี้แจงผ่านไอจีสตอรี่ของตนเอง โดยระบุข้อความว่า “อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว” เน้นย้ำว่าความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่ผู้คนเข้าใจ และขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังในการเผยแพร่ข่าวสารที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

  • อิ๊งค์ได้เข้ารับฟังคำชี้พยานในศาลรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งขรึม
  • มีบทสนทนาในคลิปที่ถูกตัดเอาส่วนหนึ่งออกมาตีความผิด
  • เธอได้ชี้แจงว่ากำลังเข้ารับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ได้มีเจตนาใด ๆ

อิ๊งค์ย้ำว่าประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองต้องอาศัยความจริงและความโปร่งใส ซึ่งหากไม่มีการตรวจสอบข่าวได้ดี ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

สุดท้ายนี้ บทความนี้ต้องการส่งเสริมให้ทุกคนมีวิจารณญาณในการรับสารอย่างมีเหตุผล และเชื่อถือข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อไม่ให้ความเข้าใจผิดทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง

ที่มา – ‘อิ๊งค์’รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดราม่าคลิปปั่น‘นั่งลงลูก’บอกอย่ามั่ว

พ่อเมืองสมุทรสาคร เชิญชวนสัมผัสความยิ่งใหญ่ “Samutsakhon Expo 2025”

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “Samutsakhon Expo 2025” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ส่งเสริมศักยภาพและเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวสำคัญ อาทิ ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร และนายนคร หาญไกรวิไลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยผู้มีเกียรติหลากหลายภาคส่วน ร่วมลงนามเปิดโอกาสทางธุรกิจและการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดในระดับประเทศ

พ่อเมืองสมุทรสาคร เชิญชวนสัมผัสความยิ่งใหญ่ “Samutsakhon Expo 2025”

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ยังมีการเชิญผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงสื่อมวลชน เพื่อสัมผัสบรรยากาศและเตรียมพร้อมใจร่วมในงานใหญ่ระดับภูมิภาคที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 3 กันยายน 2568 ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

แนวคิดหลัก “SUSTAINABLE and SMART”

นายนริศ กล่าวถึงจุดประสงค์ในการจัดงานว่า “Samutsakhon Expo 2025” มีแนวคิดหลักภายใต้หัวข้อ “SUSTAINABLE and SMART” ซึ่งสื่อถึงการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผสมผสานกับการอนุรักษ์เอกลักษณ์ท้องถิ่น และสร้างคุณค่าให้กับสินค้าท้องถิ่น

งาน Samutsakhon Expo 2025 นี้ถือเป็นเวทีระดับภูมิภาค เพื่อตอกย้ำศักยภาพของสมุทรสาครในฐานะ “เมืองเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศ” โดยภายในงานจะมีผู้ประกอบการกว่า 200 ราย จากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น อาหารทะเลแปรรูป อาหารทะเลแช่แข็ง ยางและชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก โลหะ สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ของใช้สำหรับเด็ก สิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งสินค้าเกษตรสินค้า OTOP/SMEs และวิสาหกิจชุมชน ที่จะมาจำหน่ายในราคาโรงงาน

“ศักยภาพของจังหวัดสมุทรสาครมีมากมาย ทั้งในด้านอุตสาหกรรม การค้า และการบริการ โดยเราต้องการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงตลาดในและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น และสามารถแข่งขันได้จริง ผ่านแพลตฟอร์มของงานใหญ่อย่าง Samutsakhon Expo 2025”, นายนริศ กล่าวตอกย้ำ

โอกาสทางธุรกิจและการตลาดแบบครบวงจร

ภายในงานยังมีกิจกรรม Business Matching ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการสมุทรสาครกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งดำเนินการร่วมกับหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรม โดยมีการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์พร้อมเซสชั่นเจรจาธุรกิจโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ งานยังเติมเต็มอีกมุมด้วยกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย เช่น กิจกรรมเสริมทักษะสำหรับเด็กและเยาวชน มินิคอนเสิร์ต พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ และลุ้นรับของรางวัลมากมายภายในงานอีกด้วย

งานนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของการซื้อขาย แต่เป็นการเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมสัมผัส “พลัง” และ “ศักยภาพ” ของสมุทรสาคร ผ่านประสบการณ์แห่งคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และความหลากหลายเฉพาะตัว

“ทุกท่านจะได้เห็นว่า นี่แหละคือ สมุทรสาคร งานดีที่ห้ามพลาด!” นายนริศฯ เชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่นี้ได้ระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2568 ณ ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย อย่าพลาด!

ที่มา – พ่อเมืองสมุทรสาคร เชิญชวนสัมผัสความยิ่งใหญ่ “Samutsakhon Expo 2025”

บิ๊กเกรียงมอบสวัสดิ์ ส่งคำแถลงปิดคดีคลิปเสียงแพทองธารต่อศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ได้มีคำแถลงถึงความคืบหน้าในการสรุปสำนวนปิดคดีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ในวันดังกล่าวได้มอบหมายให้ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ส.ว. รับผิดชอบในการดำเนินการจัดทำคำแถลงปิดคดี และส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งรายงานล่าสุดระบุว่าหนังสือได้ถูกจัดส่งแล้วในวันเดียวกัน ไม่ได้มีการนำส่งด้วยตนเองโดยตรง

บิ๊กเกรียงมอบสวัสดิ์ ส่งคำแถลงปิดคดีคลิปเสียงแพทองธารต่อศาลรัฐธรรมนูญ

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงที่กล่าวว่าเป็นบทสนทนาของผู้นำระดับสูงระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การรวบรวมหลักฐานและพิจารณาทางวุฒิสภาที่มีสมาชิกวุฒิสภาจำนวน 36 คน ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ยื่นคำร้องร่วมกันได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการจัดตั้ง “วอร์รูม” เพื่อติดตามสถานการณ์ในวันที่ 29 สิงหาคม พล.อ.เกรียงไกร ได้ชี้แจงว่า ไม่มีการจัดตั้งวอร์รูมแต่อย่างใด และยืนยันด้วยการโบกมือเป็นสัญลักษณ์ว่าไม่จำเป็นต้องมีการประชุมเพิ่มเติมในประเด็นนี้

ความคืบหน้าเป็นไปอย่างไร?

แม้เคลื่อนไหวของวุฒิสภาจะดูเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการปิดคดี แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม โดยเฉพาะในแง่ของการถอดเอาบทสนทนาที่ไม่มีการยืนยันถึงความถูกต้องของเนื้อหาหรือบริบททั้งหมด

ขณะนี้ประชาชนต่างจับตาดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีมุมมองอย่างไรต่อคำแถลงปิดคดีที่ได้นำเสนอเข้าไป ซึ่งตามระเบียบกฎหมายแล้ว ศาลจะต้องพิจารณาว่ามีเหตุอันควรให้ดำเนินคดีตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องหรือไม่

  • การจัดทำเอกสารโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา: ปิดคดีอย่างเป็นทางการ
  • การส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ: ขั้นตอนสำคัญก่อนปิดประเด็น
  • การปฏิเสธการจัดวอร์รูม: ยืนยันว่าไม่มีความจำเป็น

ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสในการทำงานของวุฒิสภาที่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของกระแสสังคม และในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความเป็นวิทยา institutions ต่อระบบประชาธิปไตยของประเทศ

จากทุกขั้นตอน เราอาจเห็นได้ว่ารัฐบาลและองค์กรอิสระต่างมีบทบาทในการปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการปิดคดีนี้จะขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายที่จะเป็นไปต่อไปในระดับศาล

หากคุณมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่าลืมแชร์ความคิดของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพราะเราจะเป็นสังคมที่เข้าใจกันมากขึ้นหากได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยความเคารพ

ที่มา – ‘บิ๊กเกรียง’มอบ‘สวัสดิ์’ ส่งคำแถลงปิดคดีคลิปเสียง‘แพทองธาร’ต่อศาลรัฐธรรมนูญ

รวมใจสามัคคีเดิน-วิ่ง ประถมสาธิตประสานมิตร ครั้งที่ 19

กิจกรรม “รวมใจสามัคคีเดิน-วิ่ง ประถมสาธิตประสานมิตร” ครั้งที่ 19 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีและการออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน

รวมใจสามัคคีเดิน-วิ่ง ประถมสาธิตประสานมิตร

ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บรรยากาศในบริเวณสวูนิเพล็กซ์ (SWUNIPLEX) ลานอโศกมนตรี และลานเล่นล้อ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและพลังงานบวกจากนักเรียน ผู้ปกครอง และคณาจารย์ ภายใต้การเป็นประธานเปิดงานของ รศ.ดร.ทพ.สรสัณห์ รังสิยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพ พร้อมด้วยผู้บริหารและคณะกรรมการจากทั้งโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครู

ระยะทางหลากหลายสำหรับทุกกลุ่ม

กิจกรรมหลักของงานนี้คือการเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพที่แบ่งเป็นสามระยะทางเพื่อรองรับนักเรียนทุกระดับ ได้แก่ ระยะทาง 1.5 กม. สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 และ Year 1-2, 3 กม. สำหรับชั้นปีที่ 3-4 และ Year 3-4 และ 3.5 กม. สำหรับชั้นปีที่ 5-6 และ Year 5-6 ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างร่วมวิ่งอย่างคึกคัก มีกำลังใจจากครอบครัวและครูอย่างอบอุ่น 体现出ความสามัคคีและความร่วมมือที่ดีงาม

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษอย่างการแสดงเปิดตัวมาสคอตของโรงเรียน “ปราชญ์เปรียว” ซึ่งสร้างความตื่นเต้นและยิ้มแย้มแก่ทุกคนในงาน นักเรียนระดับชั้นเล็กยังได้มีโอกาสแสดงเต้นแอโรบิกอย่างมีชีวิตชีวา ที่ลานเล่นล้อ สร้างความสนุกสนานและความมั่นใจในตนเองของเด็ก ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

กิจกรรมนี้จัดมาแล้วเป็นครั้งที่ 19 และมีความหมายไม่เพียงแค่การออกกำลังกาย แต่ยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมของการทำงานร่วมกันระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง คุณครู และทีมงานของโรงเรียนด้วยความสามัคคี มิตรภาพ และความภาคภูมิใจในชุมชนการเรียนรู้ รายได้จากการจัดงานในปีนี้จะนำไปใช้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาสาธิต-สามัคคี ครั้งที่ 48 “องครักษ์เกมส์” อีกเช่นกัน

รวมใจสามัคคีเดิน-วิ่ง ประถมสาธิตประสานมิตร เป็นภาพที่สวยงามของความรักและความสามัคคีที่สร้างขึ้นจากการลงมือทำร่วมกัน วิ่งไปพร้อมกัน และเติบโตไปด้วยกัน ร่วมสนับสนุนสุขภาพที่ดีและจิตใจที่เข้มแข็งสำหรับเด็กนักเรียนทุกคน

ที่มา – “รวมใจสามัคคีเดิน-วิ่ง ประถมสาธิตประสานมิตร” ครั้งที่ 19 จัดยิ่งใหญ่ ณ มศว

คลิปเก่าถูกขุด! ‘มารี’ เคยสัมภาษณ์ ‘เชอรีน’ เรื่องรักกับอดีตสามี

ประเด็นร้อนแรงที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในโลกออนไลน์ในตอนนี้ คือกรณีของ มารี เบิร์นเนอร์ ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวเนื่องจากไม่ยอมเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งทำเอาทุกคนฮือฮาไปตาม ๆ กัน เพราะภายในรถมี ไฮโซบอส อดีตสามีของนักร้องสาว เชอรีน ณัฐจารี นั่งอยู่ด้วย ต่อมา นักร้องสาวก็ได้ออกมาโพสต์คลิปที่กำลังร้องเพลง “แฟนใหม่หน้าคุ้น” ร่วมกับเพื่อน ๆ รวมถึงนักร้องแร็ปเปอร์หนุ่มอย่าง แชมป์ ไมยราพ หรือที่รู้จักในชื่อ MAIYARAP

คลิปเก่าถูกขุด! ‘มารี’ เคยสัมภาษณ์ ‘เชอรีน’ เรื่องรักกับอดีตสามี

ล่าสุดโลกโซเชียลได้ขุดคลิปเก่าเมื่อ 3 ปีที่แล้วจากช่อง YouTube ในรายการ “ว่ามาดิ with Lily and Marie” โดย มารี และ ลิลลี่ ภัณฑิลา มาสัมภาษณ์ เชอรีน ในช่วงที่นักร้องสาวกำลังตั้งครรภ์ และได้พูดคุยเปิดใจถึงความรักกับอดีตสามีอย่าง ไฮโซบอส ซึ่งเธอเล่าว่าเริ่มคบหากันได้อย่างไร และมีความตั้งใจอยากมีลูกก่อนอายุ 28 ปี ซึ่งบอสก็เห็นด้วยเพราะอายุมากกว่า

มารีพูดประโยคเด็ดบนรายการที่พูดถึงเชอรีน!

ในช่วงรายการ มารี ได้พูดประโยคเด็ดที่กลายเป็นประเด็นว่า “กรณีของเชอรีน ถ้าพร้อมแล้ว เจอผู้ชายที่ใช่แล้ว จะให้รออะไร รอไข่ฝ่อเหรอ มันก็ไม่ใช่” และ เชอรีน ก็ตอบกลับอย่างมั่นใจว่า “เร็วไปคืออะไรคะ จำได้ จำได้” ซึ่งงานนี้ทำเอาชาวเน็ตแห่คอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม ตั้งแต่ผู้ที่ตามมาดูข่าวล่าสุด ไปจนถึงคนที่เพิ่งขุดเจอคลิปเก่า

ยิ่งทำเอาคนเข้าใจว่าความสัมพันธ์ของ เชอรีน และ มารี นั้นเหนียวแน่น และสนิทกันอย่างมาก โดยในรายการก็ยังมีช่วงที่ มารีและลิลลี่ ได้จับท้องของเชอรีนและอวยพรลูกในท้องด้วย

ดูแล้วแล้วไม่ว่าจะผ่านเวลาไปกี่ปี ความสัมพันธ์ของผู้หญิงสามคนนี้ ยังคงเป็นที่สนใจของออนไลน์อยู่เสมอ ทั้งจากมุมของคนดังและมุมของความเป็นมิตรที่ดูแล้วไม่เหมือนแค่เพื่อนธรรมดา

เหตุการณ์ในรอบนี้มีทั้งความคลาสสิกและความแปลกใหม่ปะปนกันอยู่ ทำให้เราเห็นถึงหลายแง่มุมของทั้งสามคน และยิ่งตอกย้ำอีกครั้งว่า “ความสัมพันธ์” ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลัง “การแต่งงาน” มันมีค่าเสมอ หากใจของคนทั้งสองฝ่ายอยู่ตรงกัน

ติดตามข่าวบันเทิงล่าสุด และคลิปที่น่าสนใจได้ที่นี่!

ที่มา – คลิปเก่าถูกขุด! ‘มารี’ เคยสัมภาษณ์ ‘เชอรีน’ เรื่องรักกับอดีตสามี ก่อนมีปมร้อนสะเทือนวงการ!