ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ลางโบราณแม่น! ฝูงอีกากรีดร้อง 3 วันก่อนชาวนาวูบเสียชีวิต

ในเหตุการณ์ที่ชวนให้ขนลุก เมื่อลางบอกเหตุจากธรรมชาติแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ ชาวบ้านหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีต้องตกตะลึงเมื่อฝูงอีกาบินกรีดร้องเป็นเวลา 3 วันติด เหมือนกำลังเตือนภัยล่วงหน้า ก่อนที่ชายชาวนาวัย 65 ปีจะวูบหมดสติและจมน้ำเสียชีวิตในนาของตนเอง

ลางโบราณแม่น! ฝูงอีกากรีดร้อง 3 วันก่อนชาวนาวูบเสียชีวิต

ความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์ที่สามารถเหน็บลางบอกเหตุให้มนุษย์ได้นั้น มีมายาวนาน รวมถึงในประเทศไทย ที่ชาวบ้านมักเชื่อกันอย่างลึกซึ้งว่าเหล่าสัตว์ในธรรมชาติมักมี “สัญชาตญาณ” บางอย่างที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใจได้ และในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่อาจยืนยันความเชื่อนั้นได้อย่างชัดเจน

ความหวาดเสียวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์สั่งการกู้ชีพกู้ภัย 1669 จังหวัดอุดรธานีได้รับแจ้งเหตุชายวัย 65 ปี ชื่อนายวิชิต แพทย์จันลา สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว ออกมาทำงานในนาตามปกติ เมื่อถึงค่ำคืนกลับไม่ถึงบ้าน เพื่อนบ้านจึงตามออกมานา จนพบศพของนายวิชิตนอนจมอยู่กลางนา ศีรษะอยู่ใต้น้ำ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย

ที่น่าหายใจไม่ออกคือ ในวันเกิดเหตุและก่อนหน้านั้น 3 วัน ชาวบ้านในพื้นที่ระบุชัดว่ามีฝูงอีกาจำนวนมหาศาลบินเหินเวียนอยู่ในหมู่บ้านตั้งแต่เช้าจรดเย็น พร้อมส่งเสียงกรีดร้องดังกระหึ่ม ไม่ยอมบินไปไหน บางคนมองว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ก็มีผู้เชื่อว่า “อีกาอาละวาด” มักเป็นลางบอกเหตุร้าย

  • อีกาบินกรีดร้องติดต่อกัน 3 วัน
  • ชายชาวนาวูบหมดสติและจมน้ำดับในนา
  • ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุตามคำโบราณ
  • ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย ได้รับการยืนยันจากแพทย์

นางกิมลี้ ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่าสามีเป็นคนที่ขยันและมักออกจากบ้านเพียงลำพังไปทำงานในนา แม้ญาติจะเตือนเรื่องสุขภาพและโรคประจำตัว เช่น ความดันและเบาหวาน แต่ผู้ตายยังยืนยันว่า “ต้องทำให้เสร็จก่อนฟ้ามืด” ซึ่งก็กลายเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาพูดก่อนออกจากบ้านเมื่อช่วงบ่ายสามวันนั้น

นางประครอง เกตุรุน นายก อบต.หมูม่น เล่าว่า ตนเองและเพื่อนบ้านต่างรู้จักผู้ตายดี และหลายคนเคยเตือนเรื่องการออกมาลำพัง เพราะสุขภาพไม่แข็งแรง แต่เจ้าตัวมักไม่ฟัง กระทั่งวันนี้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นจริง ๆ

คำโบราณที่ว่า “เมื่ออีกายกรีดร้องดัง มักมีกรรมตามมา” กลับกลายเป็นความจริงในครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านต้องจำความเชื่อเก่าแก่ทางวัฒนธรรมมากมายกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมและศาสนาไว้อย่างเข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นบทพิสูจน์อีกหนึ่งครั้งว่าธรรมชาตินั้นมีภาษาของมันเอง ภาษาที่ใช้สัญชาตญาณ สัญลักษณ์ และพฤติกรรม เพื่อสื่อสารบางสิ่งบางอย่างกับมนุษย์ ถ้าเราพร้อมจะหยุดฟัง

อย่ามองข้ามสิ่งเล็ก ๆ ที่ธรรมชาติส่งมา เพราะบางครั้งมันอาจจะเป็นคำเตือนให้เราปลอดภัยก็ได้

ที่มา – ลางโบราณแม่น! ฝูงอีกาบินกรีดร้อง 3 วันติด ก่อนชายชาวนาวูบดับจมนา

สวยสมมง! ‘วีนา – ปวีนา ซิงห์’ คว้าตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2025

ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงระยิบระยับของความงามและพรสวรรค์ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ได้จัดประกวด Miss Universe Thailand 2025 อย่างยิ่งใหญ่ ณ MGI Hall ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 พร้อมด้วยคณะกรรมการ แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนจากทั่วประเทศ ที่มาร่วมเฉลิมฉลองและ见证 77 สาวงามแลนด์ ตัวแทนจากทั่วประเทศในความตื่นเต้นกับการประกวดครั้งสำคัญนี้

Miss Universe Thailand 2025 เริ่มต้นได้อย่างยิ่งใหญ่

บรรยากาศเริ่มต้นอย่างตื่นเต้นเมื่อ 77 สาวงามจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานในโอเพนนิ่งโชว์ ฉากยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยการเปิดตัวอย่างอลังการ พวกเธอมอบความเข้มข้นของแสง สี เสียง และความงามในเวทีที่สามารถพิสูจน์ความพร้อมครบทุกภาคส่วน ทั้งการจัดการผลิตเป็นนางแบบผู้แพรวพราวสำหรับผู้ชมชาวเน็ต โดยมีคู่พิธีกรชั้นแนวหน้าอย่าง แมทธิว ดีน และ นาตาลี เกลโบว่า Miss Universe 2005 มาปั้นค่ำคืนอย่างสมบูรณ์แบบ

รวมพลังความงามผู้สวมเสื้อผ้าประจำภูมิภาคที่ดีที่สุด

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของการประกวดนี้คือการประกาศผลรางวัล Best National Costume ซึ่ง MUT จันทบุรี เฟนิษ-ณิชารีย์ ชิงดวง ได้รับรางวัลในกลุ่มนี้พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท และ MUT กรุงเทพมหานคร, ภูเก็ต, พิจิตร และ นราธิวาส ได้เข้าเป็นรองชนะเลิศชุดประจำชาติยอดเยี่ยมอีกด้วย

ต่อมา 18 คนสุดท้ายในงานได้ประกาศผ่านรางวัลเฉพาะระดับกอง ได้แก่ ‘Best Seller Award’ รางวัลจากผู้ผ่านพ้นในแคมเปญยอดฮิตของแต่ละ свобод เมื่อ้งการประกวดคือ MUT สระบุรี, Inspire U to The Universe โดย ขิง-ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร (MUT สุราษฏร์ธานี), และ Miss Popular Vote ที่ทำซุปตาร์ทางสื่อให้เป็นกลางได้มากที่สุดคือ MUTกรุงเทพมหานคร

อีกหนึ่งไฮไลต์ใช้ทรัพยากรศิลปะความเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นหากเราจะมองไปยังการแสดงในชุดว่ายน้ำที่ฉูดฉาดของสาวงาม 18 คน(calypso+kiseido) มีทั้งการเลือกท่าโดดเด่นในสไตล์ชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยมได้แก่ MUTกรุงเทพมหานคร แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง

พิสูจน์ด้วยคำถามสุดแร็ปต่อหน้าสายตาสาธารณชน ว่าใครคือผู้หวังงานคนจริง!

ตามด้วยค่ำคืนระหว่างรอบประกวดแบบ TOP 10 ที่ร่วมตอบคำถามความสัมพันธ์ของมนุษย์กับเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันพร้อมหนึ่งในร้อยเสียงกรี๊ดกราดใส่ชุดราตรี การแสดงจากศิลปินเพื่อความสนุกส่งเฮฮาลูกหัวโหลดในฮอลล์

“ทำไมคุณคิดว่ามนุษย์ยังคงมีคุณค่าที่เทคโนโลยียังไม่สามารถแทนที่ได้ และคุณจะนำพาตัวเองและสังคมไปทำไมในยุคนี้?”

อย่างไรก็ตาม ความประทับใจมาแล้วสู่รอบคำถามสอบวินิจฉัยของผู้ได้ท้าชิงตำแหน่งเพื่อทราบว่าหากประเทศไทยจะเปิดบ้านรับ คนงามกว่า 130 ประเทศทั่วโลก ต้องส่งข้อความสั้น ๆ สะท้อนความเทศกาลและความเอกลักษณ์ของท้องถิ่นให้พวกเขาได้รับรู้ เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจร่วม

ทุกสายตาจับจ้องหน้าจอ มือหรือสายพันธุ์บัตรโทรศัพท์เติมข้อความเพื่อติดตามประสพการณ์อย่างดีกว่าหนึ่งครึ่งชั่วโมงเพื่องานครั้งสุดท้ายสุดยิ่งใหญ่กับการประกาศผู้แทนหญิงไทยในเวที Miss Universe Thailand 2025 ในขณะที่สถานที่เยิ้มแห่งความตื่นเต้นอยู่บนเทอร์มินัล

ยิ่งไปกว่านั้น ทนายความกล่าวถึงความหมายเบื้องลึกของมงกุฎ “The Shining of the New Era” ซึ่งหน้าตา影像ทั้ง.usermodelและ致航表决的意义させคุณค่าแห่งโลกในมุมที่แตกต่าง จิตใจตามติด Microsoft Unified Trilogy ของปืนไว้หน้าเถ้าชนะเลิศยิ่งใหญ่สุดภายใต้สัญญาว่าเราก้าวเข้าไปเทียบเคียงด้วยคาบแห่งความเปลี่ยนแปลง

คำตอบอยู่ที่ ‘วีนา – ปวีนา ซิงห์’ MUT สระบุรี
ผู้ได้รับตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2025 พร้อมเงินรางวัลและมงกุฎกุหลาบ

และในตอนจบเธอจะRepresent Team Thailand ภูมิฐานającian unSKILLED คนงาม Cambodia resto perfect love worldwide collaboration SEO content mission victim-themed award trending publicize future generations царь beauty national issue completes victory identity world Angel scattered dream stars halo day joy incredible season dilemmas synchronization arrival wonderful preparation warmth beginnings cry thunder fire stream passion freedomtainment capes mermaid firecon magnificent today AMAZING near divine designers carried hearts journeyYOUR

รองชนะเลิศอันดับ 1: “แพรววณิชยฐ์ เรืองทอง” MUT กรุงเทพมหานคร

รองชนะเลิศอันดับ 2: “เดล นฤมล” MUT ภูเก็ต

และนี่คือค่ำคืนหนึ่งที่ทำให้ประเทศประเทศไทยได้ Flores.drawn經歷พลิกโผของคนงามที่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความหลักแหลม หากคุณพลาดการชมบนเวทีจริง ไม่ต้องกังวลเพราะสามารถตามชมซ้ำได้ที่เพจทางการของ Miss Universe Thailand และเชียร์ให้สาวงามชาวไทยครองมงกุฏโลกในปี 2025

มาเป็นส่วนหนึ่งของการประพันธ์ความทรงจำและความฝันที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรักและความเชื่อมั่นว่าผู้หญิงไทยสามารถอยู่ข้างโลกได้เสมอ

ที่มา – สวยสมมง! ‘วีนา – ปวีนา ซิงห์’ คว้าตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2025

บีจี พลิกชนะลำพูน 2-1 ตัวสำรองยิง 2 เมืองทองรอดจุดโทษ

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 “บีวายดี ซีไลออน 6 ลีก 1” สัปดาห์ที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2568 ได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วประเทศ โดยเฉพาะการแข่งขันของ “เดอะแรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่เปิดสนาม ทรู บีจี สเตเดียม ต้อนรับ “ราชันโคขาว” ลำพูน วอริเออร์

บีจี พลิกชนะลำพูน 2-1 ตัวสำรองยิง 2 เมืองทองรอดจุดโทษ

ในเกมนี้ ครึ่งแรกเป็นฝ่ายลำพูนที่ขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกยิงของ โมฮัมเหม็ด ออสมาน ในนาทีที่ 25 อย่างไรก็ตาม ขุมพลังจากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และระหว่างครึ่งหลัง พวกเขาได้พลิกสถานการณ์อย่างสุดมัน

ตัวสำรองช่วยเปลี่ยนเกม

ขอบคุณ ‘พลังตัวสำรอง’ ในนาทีที่ 78 และ 87 มาเธอุส ฟอร์นาซารี เจ้าหนูชาวบราซิลที่เพิ่งลงสนามแทนเพื่อนร่วมทีม ก็สามารถซัดประตูได้คนเดียว 2 ลูก ช่วยให้บีจี พลิกชนะ 2-1 ไปอย่างน่าตื่นเต้น

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้บีจี มี 4 แต้มสะสม ส่วนลำพูน วอริเออร์ ยังไม่ได้แต้มใดเลย

ความมันส์ของ “เมืองทอง” กับการยิงจุดโทษ 2 ครั้ง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวอีกหนึ่งเกมที่แฟน ๆ พูดถึงมาก นั่นคือ “เมืองทอง ยูไนเต็ด” ที่พบกับ “น้องใหม่” อยุธยา ยูไนเต็ด โดยเจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน 2 ลูกในนาทีที่ 5 และ 12 จากลูกยิงของ เวโรจน์ หรือ ชนานันท์ ป้อมบุบผา

เมืองทอง พลิกสถานการณ์ได้ด้วยการได้จุดโทษ 2 ครั้งในนาทีที่ 80 และ 90+11 ที่หลัง ซึ่ง เมลวิน ลอเรนเซน สังหารได้ทั้ง 2 ลูก ช่วยให้ทีมแบ่งแต้มได้แบบอึดใจสุดท้าย จบเกมเสมอ 2-2

อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงความมันส์ของเกม อาจจะต้องยกให้กับการฟาดแข้งของ “ราชันมังกร” ราชบุรี เอฟซี ที่บุกไปชนะ “น้องใหม่หน้าเก่า” ชลบุรี เอฟซี 1-0 โดย เอ็นจีวา ซัดคนเดียวในนาทีที่ 72

  • บีจี พลิกชนะลำพูน 2-1 ด้วยพลังตัวสำรอง
  • เมืองทองรอดตายจุดโทษ ไล่ตีเสมอ 2-2
  • ราชบุรีชนะชลบุรี 1-0 ตีตลาดชัยอย่างเด็ดขาด
  • สิงห์เชียงราย เอาชนะ ประจวบ เอฟซี 2-1

จากสัปดาห์การแข่งขันที่ผ่านมานี้แสดงให้เห็นว่า ไทยลีก 1 ปีนี้เต็มไปด้วยความสนุก ใคร ๆ ก็มีสิทธิ์ลุ้น และการต่อสู้บนสนามเป็นจุดเด่นที่ทำให้แฟนบอลต้องรักมากขึ้นทุกปี

หากคุณเป็นแฟนบอล และยังไม่ได้รับชมการถ่ายทอดสดของสโมสรในดวงใจ ควรรีบเข้าไปเชียร์ พร้อมดูแล้วจะติดกันทั้งฤดูกาลแน่นอน

ที่มา – ‘บีจี’ ได้ตัวสำรองทีเด็ด ยิง 2 พลิกชนะ ‘ลำพูน’ – ‘เมืองทอง’ ยิง 2 จุดโทษรอดตายอึดใจสุดท้าย

กรมการปกครองแจงเลขบัตรประชาชนหลวงพ่ออลงกตไม่ซ้ำผู้อื่น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการปกครองได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือว่า เลขบัตรประชาชนของ หลวงพ่ออลงกต นั้นตรงกับประชาชนท่านหนึ่งที่เสียชีวิตแล้ว โดยระบุอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลที่เป็นข่าวเผยแพร่นั้นเป็นความคลาดเคลื่อน ซึ่งกรมการปกครองได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า เลขประจำตัวประชาชนของทั้งสองคนนั้นไม่ซ้ำกันแต่อย่างใด

กรมการปกครองแจงเลขบัตรประชาชนหลวงพ่ออลงกตไม่ซ้ำผู้อื่น

จากข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ ระบุว่า หลวงพ่ออลงกต มีเลขประจำตัวประชาชนตรงกับ “นายอลงกต พลมุข” ซึ่งเป็นบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม กรมการปกครองได้ชี้แจงว่า จริง ๆ แล้วบุคคลทั้งสองคนนั้นมีชื่อและนามสกุลที่ต่างกันอย่างชัดเจน ถึงแม้จะมีชื่อว่าอลงกตเหมือนกัน แต่นามสกุลและเลขบัตรประชาชนก็ไม่เหมือนกันเลย

รายละเอียดของทั้งสองคน

กรมการปกครองได้แจงว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่ออลงกต มีชื่อว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต พูลมุข) มีเลขประจำตัวประชาชนหมายเลข x-xxxx-xxx036-50-7 เกิดในปี พ.ศ. 2503 ส่วนนายอลงกต พลมุข (ผู้เสียชีวิตแล้ว) นั้น มีเลขประจำตัวประชาชน x-xxxx-xxx796-46-3 เกิดในปี พ.ศ. 2505 และมีนามสกุลว่า พลมุข ซึ่งไม่มีสระอู ต่างจาก หลวงพ่ออลงกต ที่มีนามสกุลว่า พูลมุข ที่มีสระอู

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบทะเบียนราษฎร กรมการปกครองได้ยืนยันว่า ทั้งสองรายชื่อนั้นเป็นคนละคนกันอย่างแน่นอน และไม่มีการใช้ข้อมูลหรือเลขบัตรประชาชนซ้ำกันแต่อย่างใด ซึ่งข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อนั้นอาจเกิดจากความเข้าใจผิดหรือความกำกวมของตัวอักษรในชื่อและนามสกุล

สรุปความเข้าใจผิด

ประเด็นนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของระบบบัตรประชาชน อย่างไรก็ตาม กรมการปกครองได้ระบุอย่างชัดเจนแล้วว่า ระบบทะเบียนราษฎรนั้นมีความถูกต้อง และข่าวที่เผยแพร่ว่า หลวงพ่ออลงกต มีเลขบัตรประชาชนตรงกับผู้ที่เสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเผยแพร่ข่าวสารสู่สาธารณะ

หากใครได้ยินข่าวลือหรือข้อมูลที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก่อนเชื่อถือ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น

ที่มา – ‘กรมการปกครอง’ แจง เลขบัตรประชาชน ‘หลวงพ่ออลงกต’ ไม่ตรงกับผู้อื่น

ผักชนิดนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้

ปัจจัยที่มีผลต่อการเสื่อมของสมองและความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อมมีมากมาย แต่มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่า นอกเหนือจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมแล้ว การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การออกกำลังกาย การใช้สมอง และการกินอาหารที่ดี ก็มีส่วนในการลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้

แม้จะยังไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถบำรุงและปกป้องสมองได้ครบถ้วน แต่นักโภชนาการต่างเห็นตรงกันว่า หากต้องการกินผักใบเขียวเพื่อบำรุงสมองแล้ว ผักปวยเล้ง คือตัวเลือกที่ดีที่สุด

เหตุผลที่ปวยเล้งช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

1. ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น

“ปวยเล้งมีไนเตรทสูง ซึ่งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังสมอง เพื่อประสิทธิภาพการทำงานของไมโทคอนเดรียที่ดีขึ้น” คริสซี บาร์ธ นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญกล่าว

ไมโทคอนเดรียคือโครงสร้างเล็กๆ ในเซลล์ร่างกายของเราที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงาน ซึ่งจำเป็นสำหรับทุกกิจกรรม ตั้งแต่การเคลื่อนไหว การเจริญเติบโต ไปจนถึงการส่งสัญญาณในสมอง

ผลจากการศึกษาพบว่า หากเพิ่มปริมาณไนเตรทจากอาหารทุกๆ 50 มิลลิกรัม จะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อมได้ถึง 8% โดยไนเตรทที่ได้จากผัก ซึ่งรวมถึงปวยเล้งมีประโยชน์มากที่สุด

2. เสริมสร้างความจำและการมีสมาธิ

การอักเสบเรื้อรังของระบบประสาทในสมองหรือไขสันหลัง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีการผลิตคราบพลัคอะไมลอยด์-เบต้าในสมอง คราบพลัคเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการเสื่อมของระบบประสาท ซึ่งเป็นภาวะที่พบในโรคอัลไซเมอร์

“ปวยเล้งเป็นหนึ่งในแหล่งลูทีนชั้นนำ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นมิตรต่อสมอง ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทจากความเครียด และเสริมสร้างความจำและการมีสมาธิ” เคที ชิมเมลป์เฟนนิง นักโภชนาการอาชีพกล่าว

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าผู้ที่มีระดับลูทีนสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์น้อยลง และมีอาการของภาวะสมองเสื่อมน้อยกว่าด้วย ซึ่งบ่งชี้ว่าสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีบทบาทในการปกป้องสมอง

3. เป็นแหล่งโฟเลตจากธรรมชาติ

“ปวยเล้งเพียงครึ่งถ้วยที่ปรุงสุกแล้ว ให้โฟเลตประมาณหนึ่งในสามของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวัน ซึ่งเป็นสารสำคัญในวิตามินบีที่จำเป็นสำหรับการทำงานของสมอง” เฮนนิส ทัง นักกำหนดอาหารวิชาชีพกล่าว

การศึกษาล่าสุดพบว่าโฟเลตอาจมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองในวัยผู้ใหญ่ตอนปลาย กล่าวคือ ผู้สูงอายุที่มีภาวะขาดโฟเลตมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม ซึ่งอาจเป็นเพราะบทบาทของโฟเลตในการช่วยลดระดับโฮโมซิสเตอีนและช่วยซ่อมแซมดีเอ็นเอในเซลล์สมอง ซึ่งเป็นสองปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าระดับโฟเลตที่ต่ำเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคสมองเสื่อม หรือเป็นเพียงสัญญาณเตือนล่วงหน้าเท่านั้น

4. สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างลำไส้และสมอง

ลำไส้และสมองของเราเชื่อมต่อกัน งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยไฟโตเคมิคอล ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีประโยชน์ตามธรรมชาติที่พบในพืชอย่างปวยเล้ง สามารถเพิ่มการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระในลำไส้ได้

สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบโดยการต่อต้านสารอนุมูลอิสระซึ่งเป็น “ตัวร้าย” ที่อาจนำไปสู่ความเสียหายของเซลล์และโรคต่างๆ ผลการป้องกันเหล่านี้จึงส่งผลดีต่อสมอง

นอกจากนี้ แบคทีเรียในลำไส้ยังย่อยสลายใยอาหารที่พบในผักโขมและสร้างกรดไขมันสายสั้น เช่น บิวไทเรต โพรพิโอเนต และอะซิเตต กรดไขมันสายสั้นเหล่านี้จะไปช่วยลดการอักเสบและช่วยปกป้องระบบประสาทของเราให้มีสุขภาพดีได้อีกด้วย

การเลือกรับประทาน “ผักชนิดนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้” อย่างสม่ำเสมอ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สามารถมีผลต่อสุขภาพสมองในระยะยาวได้มากกว่าที่คุณคิด เพียงแค่ใส่ผลัดปวยเล้งลงในสลัด ผัดกับกระเทียม หรือต้มใส่แกงเขียวหวาน ก็อาจช่วยให้สมองของคุณแข็งแรงไปอีกนานปี

ที่มา – นักโภชนาการแนะ แค่กินผักชนิดนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อมได้

องค์กรชาวพุทธภาคเหนือ ร้อง สุชาติ ยกเลิก ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เครือข่ายองค์กรชาวพุทธภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย สมาพันธ์ชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิโพธิยาลัยจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายศูนย์การเรียนโพธิยาลัย เครือข่ายสถานะบุคคล 48 องค์กร และหน่วยงานอื่นๆ ได้ส่งหนังสือถึง นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางบางประการในการจัดการกับปัญหาทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

องค์กรชาวพุทธภาคเหนือเร่งร้องเรียน

หนึ่งในประเด็นหลัก คือ การดำเนินการสร้าง ‘ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพระธรรมวินัย’ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอให้ยกเลิก ‘ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพระธรรมวินัย’ โดยองค์กรกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการกระทำแบบ unilateral หรือด้านเดียว โดยไม่เปิดโอกาสให้พุทธบริษัทและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการวางแผนหรือแสดงความคิดเห็น

ข้อเรียกร้องอื่นๆ ของ องค์กรชาวพุทธภาคเหนือ รวมถึงการให้พุทธบริษัทมีบทบาทในการออกแบบระบบบัญชีวัด การสร้างข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัด และการให้หน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ และส่งเสริมความโปร่งใส

แนวทางแก้ไขที่องค์กรเสนอ

  • ยกเลิก “ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพระธรรมวินัย” พร้อมใช้ช่องทางร้องเรียนเดิม
  • พัฒนาระบบจัดการข้อมูลวัดที่ชัดเจนและมีพุทธบริษัทมีส่วนร่วม
  • ให้องค์กรพุทธได้แสดงความเห็นก่อนออกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  • ดำเนินการตามมติมหาเถรสมาคมที่ 731/2566 อย่างจริงจัง
  • เปิดโอกาสให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับฟังพุทธบริษัทก่อนยื่น พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา

ทางองค์กรเผยว่าแนวทางที่ระบุจะเป็นเครื่องรับประกันว่าพระพุทธศาสนาในประเทศไทยจะดำเนินไปด้วยความสงบ มีศรัทธา มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว โดยไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชนหรือสิทธิทางศาสนาตามรัฐธรรมนูญ

การร้องเรียนและข้อเสนอแนะเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการบริหารจัดการพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยและกฎหมาย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมเริ่มเกิดปัญหาความขัดแย้งและความกังวลเกี่ยวกับวิกฤติศรัทธาในวงสังคม

แนวคิดนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ พุทธบริษัท รวมถึงประชาชนทั่วไป มีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม

ที่มา – ‘องค์กรชาวพุทธภาคเหนือ’ ร้อง ‘สุชาติ’ ยกเลิก ‘ศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพระธรรมวินัย’

รวบผัวเมีย Sex Creator ลวงเด็กหนุ่มถ่ายคลิปสยิวลง Onlyfans

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ปคม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมคู่สามีภรรยาภายใต้ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการเผยแพร่สื่อลามกเด็กจากการผลิตและเผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์ม Onlyfans ซึ่งเป็นแหล่งแพร่กระจาย คลิปลามกอนาจาร ที่มีความรุนแรงและอาจกระทบกับกฎหมายอย่างมาก

รวบผัวเมีย Sex Creator ลวงเด็กหนุ่มถ่ายคลิปสยิวลง Onlyfans

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่านายภาคภูมิ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี และน.ส.กีรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้มีพฤติกรรมผิดกฎหมายโดยการโพสต์คลิปวิดีโอและภาพลามกอนาจารกว่า 300 คลิป ที่มีเด็กชายอายุต่ำกว่า 17 ปีมาร่วมแสดงด้วย ภายในบัญชี X (ทวิตเตอร์เดิม) ที่มีผู้ติดตามรวมกันกว่า 570,000 ราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบว่า คู่สามีภรรยานี้ใช้บัญชีดังกล่าวเพื่อโปรโมทคลิปเต็มให้กับผู้เยี่ยมชมทางแพลตฟอร์ม Onlyfans โดยใช้ชื่อเสียงในกลุ่ม “Sex Creator” เพื่อสร้างรายได้จากการขายคลิปส่วนตัวอย่างผิดกฎหมาย โดยมีการถ่ายทำคลิปโดยเฉพาะมาแล้วกว่า 4 ปี สร้างรายได้สูงกว่า 4 ล้านบาท

กระบวนการจับกุมและหลักฐาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการขอหมายจับศาลอาญาที่ 4839-4840/2568 ลงวันที่ 21 สิงหาคม และสามารถจับกุม ผัวเมียที่ทำหน้าที่เป็น Sex Creator ได้สำเร็จ พร้อมของกลางประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ชุดว่ายน้ำ และสร้อยข้อมือ 1 เส้น พบของกลางและหลักฐานตามสถานที่จับกุมซึ่งเป็นหอพักย่านถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

  • มีการใช้ teenage boys ในการแสดงงานอนาจาร
  • มีการใช้โซเชียลมีเดียโปรโมทคลิปลามกระหว่างหนุ่มสาว
  • ผลิตเนื้อหานี้โดยมีการจูงใจเด็กชายเข้ามามีบทบาท

น.ส.กีรติให้การว่า ทำงานในโรงงานและเริ่มแสวงหาเงินเป็น “Sex Creator” มาตั้งแต่ปี 2564 โดยเฉพาะคลิปที่ถ่ายทำด้วยชายหนุ่มแปลกหน้าหรือเด็กชายต่ำกว่า 18 ปี ต่อมานายภาคภูมิจะนำไปโพสต์ขายบนระบบออนไลน์ โดยเฉพาะ Onlyfans อีกทั้งยังมีการดึงกลุ่มเป้าหมายที่มีรสนิยมในการชมวิดีโอลามกให้สมัครสมาชิกเพิ่มมากขึ้น

กรณีนี้ถือเป็นหนึ่งในฉากระเบื้องในวง “Onlyfans” ที่อาจสะท้อนถึงการค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ และ ความผิดพลาดทางจริยธรรมในการสร้างเนื้อหาผิดกฎหมายผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมาย严格ควบคุมด้านสื่อลามก พฤติกรรมของคู่ผัวเมียคนนี้ก็ยังสามารถหลบเลี่ยงจนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งสองตามข้อหาที่เกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นคำเตือนอย่างหนักสำหรับผู้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่อาจมี intention ต่อเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อวัยรุ่น หรือเยาวชนในอนาคต

อย่าลืมอัปเดตข่าวสารแวดวงความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ต่อเนื่อง เพื่อปกป้องตัวเองและคนรอบด้าน

ที่มา – รวบผัวเมีย Sex Creator ลวงเด็กหนุ่มถ่ายคลิปสยิวลง Onlyfans

“ไก่เดือยทอง” บุกล่า “เรือใบสีฟ้า” คว้าจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเกิดความเซอร์ไพรส์อย่างยิ่ง เมื่อทีม “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ส่งลูกชุดใหญ่พิชิต “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-0 ซึ่งผลการแข่งขันนัดนี้ส่งผลให้ สเปอร์ส พลิกขึ้นนำตารางคะแนนและคว้าตำแหน่งจ่าฝูงไปครองได้อย่างน่าอัศจรรย์

“ไก่เดือยทอง” บุกล่า “เรือใบสีฟ้า” ได้อย่างสุดมัน

เกมนี้ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ใช้แทคติกเพรสซิ่ง เพื่อควบคุม节奏การเล่นของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี จนแทบไม่มีโอกาสได้ครองบอลอย่างต่อเนื่อง และในนาทีที่ 35 สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ริชาร์ลิซอน เปิดบอลตัดเซฟให้ เบรนแนน จอห์นสัน ฉวยโอกาสแปบอลเข้าไปอย่างเฉียบขาด

เปิดบอลพลาด! ส่งผลให้ทีมเยือนหนีห่าง

ต่อเนื่องในช่วงเวลาทดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+2 เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้รักษาประตูตัวใหม่ของ แมนฯ ซิตี บังเอิญเปิดบอลพลาด เสียตำแหน่งสำคัญให้กับทีมเยือน “ไก่เดือยทอง” ทันที ชูเอา ปาลินญา รับบอลแล้วซัดเข้าไปอย่างเด็ดขาด เซ็นชัยให้ทีมนักเตะ สเปอร์ส คว้าขึ้นนำ 2-0

ทีม “ไก่เดือยทอง” ฉลองประตูขึ้นนำไปก่อน

ในครึ่งหลัง “เรือใบสีฟ้า” พยายามกลับมาปรับจังหวะและเพิ่มการควบคุมเกมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของ “ไก่เดือยทอง” ที่ลงสนามมาอย่างตั้งใจและรัดกุมได้เลย ธงเหลืองขึ้นมาในนาที 80 หลังจากที่ โรเดริ กองกลางสำคัญของ ซิตี เกือบจะตัดสินเกมด้วยลูกยิงไกล แต่เจ้าตัวยังแทะนิดเดียว ทำให้ไม่สามารถผ่านมือ เอลลิส แฮร์วิค ผู้รักษาประตูทีมเยือนได้

ผู้เล่น “เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสตัดสินเกม

ผลการแข่งขันที่ “ไก่เดือยทอง” พลิกชนะ “เรือใบสีฟ้า” 1-0 มาพร้อมกับอีก 1 แต้มจากเกมก่อนหน้า ทำให้ทีมตอนนี้มี 6 แต้มเต็มจากการลงสนาม 2 นัด แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ของตาราง ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี มี 3 แต้ม และอยู่ในอันดับที่ 4 ของลีก

การยึดจ่าฝูงครั้งนี้ถือเป็นผลที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งสำหรับนักเตะ สเปอร์ส เพราะพวกเขาสามารถเอาชนะคู่แข่งระดับท็อปทีมที่ไม่เคยแพ้ง่ายๆ แม้จะเป็นในบ้านของทีมโดยตรง อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจในการรั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป

หากทีม “ไก่เดือยทอง” ยังรักษารูปเกมและกลยุทธ์ในลักษณะเดิม ไม่แน่อาจจะสร้างความประหลาดใจแบบครั้งนี้ให้กับแฟนบอลได้อีกมากในฤดูกาลนี้

การแสดงครั้งนี้ของ “ไก่เดือยทอง” น่าติดตามเป็นพิเศษ แฟนบอลห้ามพลาดเด็ดขาด!

ที่มา – “ไก่เดือยทอง” บุกล่ม “เรือใบสีฟ้า” ผงาดยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ผู้ช่วยทูตทหารไทยประท้วงกัมพูชาบิดเบือนข้อตกลง RBC

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พลเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee: RBC) ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นจุดตัดแยกชายแดนระหว่างสองประเทศ

ผู้ช่วยทูตทหารไทยประท้วงกัมพูชาบิดเบือนข้อตกลง RBC

ในการประชุมดังกล่าว มีตัวแทนจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมหารือเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นเอกสารภาษาอังกฤษนั้น มีข้อความบางตอนที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน

เนื้อเรื่องที่เสนอในเอกสารของกัมพูชา

ในเอกสารดังกล่าวระบุว่า “ในการประชุม ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงมาตรการในทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องลวดหนามและสิ่งกีดขวางอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความยากลำบากของชุมชนในพื้นที่ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตให้ได้โดยเร็วที่สุด” อย่างไรก็ตาม ข้อความนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ในบันทึกการประชุมอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ต่อหน่วยงานต่าง ๆ จากทั้งสองฝ่าย

ผู้ช่วยทูตทหารไทย ผ่านสำนักงานที่ประจำอยู่ ณ กรุงพนมเปญ ได้ทำการออกหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชา โดยระบุว่า คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ถือเป็นกลไกทวิภาคีในการเจรจาประเด็นความมั่นคงชายแดนภายในสถานที่ปิดอย่างเป็นทางการ และไม่ใช่เวทีสำหรับการประกาศหรือเผยแพร่เนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณะ

การตอบสนองอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายทหารไทยได้แสดงความกังวลอย่างหนัก โดยระบุว่า การเผยแพร่ท่าทีหรือเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับที่ได้รับการพิจารณาร่วมกันด้วยความเป็นกลาง มีความเสี่ยงจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระหว่างประเทศทั้งสองฝ่าย รวมถึงความพร้อมของความร่วมมือในระดับปฏิบัติการ

  • ไม่เห็นด้วยกับการบิดเบือนข้อเท็จจริง
  • ร้องขอให้คืนสู่กรอบการประชุมอย่างเป็นทางการ
  • เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามบันทึกการประชุมที่ได้ลงนามร่วมกัน

ดังนั้น ทางกองทัพบกของไทยจึงเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และระงับการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่สอดคล้อง พร้อมกับแสดงความเต็มใจที่จะทำงานร่วมกันผ่านคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ตามกระบวนการที่เคยตกลงร่วมกัน

ข้อความนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสื่อสารภายในขอบเขตครอบคลุมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่เสียหายได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพต่อบรรณาธิการในระหว่างข้อตกลงระหว่างประเทศ เนื่องจากทุกคำพูดและการกระทำอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือระดับนานาชาติของแต่ละฝ่าย

รัฐบาลไทยยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาผ่านเส้นทางทูตการที่โปร่งใส จริงจัง และยั่งยืน พร้อมให้ความร่วมมือกับกัมพูชาโดยไม่เสนอเงื่อนไขเชิงเดียว หากยังมีความจริงใจในการรักษาความสงบสุขบนแนวชายแดน

ในขณะที่ยังมีการประเมินผลการประชุมในวงในอย่างรอบคอบจากทั้งสองฝ่าย ประชาชนในพื้นที่ชายแดนก็หวังว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การลดความขัดแย้ง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

เราจะติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนว่า ประเด็นของการบิดเบือนข้อตกลงจะเปลี่ยนแปลงอะไรต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาในข้างหน้าหรือไม่

ที่มา – ‘ผู้ช่วยทูตทหารไทย’ทำหนังสือประท้วง‘กัมพูชา’บิดเบือนข้อตกลง ‘RBC’

‘ไผ่ ลิกค์’ เรียกร้องซีเกมส์ 2025 ต้องใช้ชื่อ Muaythai

นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม และดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงและเรียกร้องอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ชื่อในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปี 2025 ว่าจะต้องใช้ชื่อ “Muaythai” อย่างเดียวไม่ต้องเกรงใจเขมร

‘ไผ่ ลิกค์’ เรียกร้องซีเกมส์ 2025 ต้องใช้ชื่อ Muaythai

กรณีที่มีข่าวลือว่าอาจมีการใช้คำว่า “Muay” แทนคำว่า “Muaythai” ในการจัดการแข่งขันกีฬามวยไทยในซีเกมส์ 2025 ถือเป็นประเด็นที่ทำให้หลายคนตื่นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าภาพของซีเกมส์ปี 2023 ได้เสนอใช้คำว่า “กุน ขแมร์” ในการแข่งขันกีฬามวย และอ้างว่าเป็นกีฬาที่มีต้นกำเนิดจากเขมร

“เราไม่จำเป็นต้องเกรงใจเขมร เพราะมวยไทย คือ อัตลักษณ์ชาติไทย” นายนไผ่ ลิกค์ เผยว่า ในหลายครั้งที่ผ่านมา ถูกเขมรยืม หรือบิดเบือนศิลปะการต่อสู้ไทยไปใช้ในรูปแบบของตน หากครั้งนี้เป็นโอกาสของไทยในการจัดซีเกมส์ ก็ควรยืนยันการใช้ “Muaythai” อย่างเดียว และไม่ยอมให้มีการแอบอ้างวัฒนธรรมต้นตอของเราโดยเด็ดขาด

เหตุผลที่ต้องยืนยันใช้ชื่อ “Muaythai” ในซีเกมส์ 2025

นายไผ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า IFMA หรือ สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลกีฬามวยในเวทีนานาชาติ ได้มีมติอย่างชัดเจนในการใช้คำว่า “Muaythai” มายาวนานหลายทศวรรษ มวยไทย ไม่ได้มีเพียงแค่คุณค่าทางด้านกีฬา แต่ยังสะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยที่มีความลึกซึ้งมาก

  • Muaythai คือศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของไทย
  • ถูกรับรองจากองค์กรกีฬาระดับโลกทั้ง IFMA และ IOC
  • มีความสำคัญในแง่วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชาติไทย
  • แต่ถูกบางประเทศพยายามแย่งชิงหรือบิดเบือนการใช้

ดังนั้นการจัดซีเกมส์ในประเทศไทยในปี 2025 ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะเป็นเวทีกลางโลกและสามารถนำเสนอ “มวยไทย” ในทุกด้านทั้งกีฬา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตวิญญาณอย่างถูกต้องและแท้จริงได้

นอกจากนี้ มวยไทยยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของนโยบาย Soft Power ที่รัฐบาลพยายามส่งไปยังสากลโลก การใช้ชื่อ “Muaythai” อย่างชัดเจนจึงเป็นการยืนยันเอกลักษณ์ของชาติอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความเคารพในมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนาน

ไม่ว่าจะเรียกกันว่า “มวยไทย” หรือ “Muaythai” จะเห็นได้ว่า มวยไทยคือกีฬาที่คนไทยและชาวโลกต่างรู้จักดีว่าเป็นของไทยอย่างแท้จริง มาพร้อมกับศิลปะ ดนตรี และจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง การตั้งชื่อในเวทีซีเกมส์ 2025 อย่างถูกต้อง จึงเป็นการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของไทยอย่างเต็มที่

เพราะฉะนั้นขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยร่วมกันยืนยันชื่อ “Muaythai” อย่างเดียว ไม่มีคำว่า “Muay” อย่างเดียวให้เกิดขึ้นอีก ให้โลกได้รู้ว่า มาจากไทยได้อย่างชัดเจน ถูกต้อง และไม่ยอมให้ผู้ใดแอบอ้างได้อีกต่อไป

ที่มา – ‘ไผ่ ลิกค์’ลั่น ซีเกมส์ 2025 ต้องใช้ชื่อ Muaythai ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเขมรให้แอบอ้างอัตลักษณ์ชาติไทยได้อีก