ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ปากีสถานตั้ง “กองทัพจรวด” เพื่อรับมือความขัดแย้งกับอินเดีย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สื่อต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถานว่านายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ได้ประกาศแผนการจัดตั้ง “กองทัพจรวด” อย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำว่ากองกำลังนี้จะได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารด้านความมั่นคงของประเทศ

ปากีสถานตั้ง “กองทัพจรวด” เพื่อรับมือความขัดแย้งกับอินเดีย

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับโครงสร้างของกองทัพจรวดแห่งใหม่ แต่มีแหล่งข่าวภายในระบุว่า กองทัพจรวดแห่งนี้จะมีหน่วยบัญชาการเฉพาะตัว พร้อมบทบาทในการดูแลและจัดการขีปนาวุธในสถานการณ์สงครามระดับสูง โดยเฉพาะหากเกิดความขัดแย้งกับอินเดีย ซึ่งถือเป็นคู่แข่งทางทหารรายสำคัญของประเทศ

ขีดความสามารถทางทหารระดับภูมิภาค

อินเดียและปากีสถานมีความขัดแย้งทางทหารกันมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ได้รับเอกราชในปี 2490 การสร้างกองทัพจรวดในครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการปรับโครงสร้างกองกำลังทหาร เพื่อโต้ตอบกับการพัฒนาทางทหารของอินเดียอย่างเหมาะสม

ล่าสุด ในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เกิดเหตุปะทะกันระหว่างกองกำลังของทั้งสองฝ่ายในพื้นที่แคชเมียร์ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก และนำไปสู่การแลกโจมตีข้ามพรมแดนระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม ก่อนจะสงบลงด้วยการเจรจา

  • จัดตั้ง “กองทัพจรวด” เพื่อยกระดับภัยคุกคาม
  • มีหน่วยบัญชาการเฉพาะ
  • เตรียมพร้อมรับมือกับอินเดียในกรณีเกิดสงคราม

ปัจจุบัน ประเทศที่มีกองทัพจรวดอย่างเป็นทางการมีอยู่แล้ว 5 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย อินเดีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ซึ่งหากปากีสถานสำเร็จในการจัดตั้งกองทัพจรวดแห่งใหม่ ประเทศนี้จะกลายเป็นลำดับที่ 6 ของโลกที่มีกองกำลังลักษณะนี้

การจัดตั้งกองทัพจรวดของปากีสถานถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงภูมิคุ้มกันตัวของประเทศต่อการแข่งขันทางอาวุธในเอเชียใต้ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาคร่วมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ

ไม่ว่าจะมองในแง่การป้องกันตนเองหรือการสร้างความน่าเกรงขาม ปากีสถานจัดตั้ง “กองทัพจรวด” เพื่อรับมือความขัดแย้งกับอินเดีย น่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมในระยะยาว เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก โดยเฉพาะในยุคที่อาวุธทำลายล้างระดับสูงกลายเป็นปัจจัยสำคัญของความมั่นคง

หากคุณกำลังติดตามสถานการณ์ในเอเชียใต้ การจัดตั้งกองทัพจรวดของปากีสถานเป็นประเด็นที่ต้องจับตาให้ใกล้ชิด เพราะอาจเปลี่ยนแปลงแผนผังความขัดแย้งในภูมิภาคในอนาคต

ที่มา – ปากีสถานตั้ง “กองทัพจรวด” เพื่อรับมือความขัดแย้งกับอินเดีย

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบอัคคีภัยสกลนคร

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลคูสะคาม อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสกลนคร ได้เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวราษฎรผู้ประสบอัคคีภัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและบำรุงขวัญกำลังใจ

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบอัคคีภัยสกลนคร

ในโอกาสนี้ สิ่งของพระราชทานได้ถูกมอบให้แก่ครอบครัวนางนาวี ซึ่งบ้านพักอาศัยแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลคูสะคาม อำเภอวานรนิวาส ประสบเหตุอัคคีภัยเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลังอย่างหนัก

ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

หลังเกิดเหตุ หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้แก่ ที่ทำการปกครองอำเภอวานรนิวาส กิ่งกาชาดอำเภอวานรนิวาส และส่วนราชการในพื้นที่อำเภอวานรนิวาส ได้ให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท พร้อมกับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมการเปิดรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งประชาชน และองค์กรการกุศล ได้ให้การสนับสนุนรวมเป็นเงินประมาณ 100,000 บาท

ขณะนี้การรับบริจาคได้สิ้นสุดลงแล้ว และได้นำสิ่งของที่ได้รับไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในเบื้องต้น ตลอดจนเทศบาลตำบลคูสะคาม ยังได้เข้าตรวจสอบความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกเป็นเงินจำนวน 33,525 บาท

พิธีมอบ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ มอบสิ่งของพระราชทานแก่ผู้ประสบอัคคีภัยสกลนคร ได้รับการสนับสนุนจากกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอวานรนิวาส องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเหล่าจิตอาสาพระราชทาน รวมถึงแม่บ้านมหาดไทยในพื้นที่

นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ได้กล่าวแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้งย้ำว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

สิ่งของพระราชทานในการดำรงชีพที่ได้จัดส่งมายังพื้นที่เกิดอัคคีภัยในครั้งนี้ ถือเป็นการสนองพระราโชบายที่มีความเมตตา และพร้อมที่จะดูแลราษฎรทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์เล็กหรือใหญ่ เพื่อให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวและเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมั่นคง

เราขออนุโมทนาบุญผู้ที่มีจิตศรัทธาและเข้าร่วมในการให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ ยิ่งช่วยกันมากเท่าไหร่ ความหวังกลับคืนมาได้เร็วขึ้นเท่านั้น ขอให้สังคมไทยเต็มไปด้วยความเมตตาและพลังแห่งความร่วมมือเสมอไป

ที่มา – มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่สกลนคร

พม.เชียงราย มอบวุฒิบัตรปิดโครงการซ่อมวีลแชร์-สามล้อโยก

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย นำโดยนายวินัย เก่งสุวรรณ ได้จัดพิธีมอบวุฒิบัตรและปิดโครงการฝึกอบรมการซ่อมรถเข็น (วีลแชร์) และสามล้อโยกแก่คนพิการ ณ โรงแรมคงการ์เด้น วิว รีสอร์ท อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย โดยมีผู้ผ่านการฝึกอบรมทั้งหมด 30 คน ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีความหมายและมีผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้พิการในพื้นที่อย่างยิ่ง

พม.เชียงราย มอบวุฒิบัตรพร้อมโชว์ความสำเร็จและปิดโครงการฝึกอบรมการซ่อมรถเข็น (วีลแชร์) และสามล้อโยก

การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกายเชียงราย กับสำนักงานพม.จังหวัดเชียงราย โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดเชียงราย โครงการดังกล่าวไม่ใช่แค่การถ่ายทอดทักษะด้านเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลุกสำนึกและสร้างความเชื่อมั่นว่า ผู้พิการสามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ตามจังหวะและสภาพความพร้อมของแต่ละบุคคล

ความสำคัญของการฝึกอบรมด้านเทคนิคช่างให้แก่ผู้พิการ

นายวินัย เก่งสุวรรณ ในฐานะประธานในพิธีได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า เป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพและโอกาสทางการทำงานให้แก่ผู้พิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเวลาในการฝึกอบรมที่จำเป็นต้องเปิดกว้างและไม่บังคับให้เร่งรีบ ตามเขาระบุว่า “เราจำเป็นต้องให้แต้มต่อพี่น้องคนพิการบ้าง เพราะมีหลายกรณีที่เวลาบาดเจ็บ ย่อมส่งผลต่อสมรรถภาพ และเราก็ต้องให้โอกาสพวกเขาได้พิสูจน์ตัวเองอย่างเท่าเทียม”

ด้านการจัดกิจกรรมภายในงาน ไม่ได้มีเพียงแค่พิธีมอบวุฒิบัตร แต่ยังมีการแสดงความสำเร็จของผู้เรียนที่ได้ฝึกผ่านโครงการ เช่น การสาธิตการซ่อมวีลแชร์ และรถสามล้อโยกอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงผลลัพธ์ที่แท้จริงของโครงการนี้ และเพิ่มมูลค่าต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มคนพิการในสังคม

  • พัฒนาทักษะด้านเทคนิคเฉพาะทาง
  • สร้างความมั่นใจในศักยภาพตัวเอง
  • เพิ่มโอกาสในการทำงานของผู้พิการ
  • ส่งเสริมความเข้าใจของสังคมต่อคนพิการ

ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการนี้สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหลักสูตรใหม่ ๆ หรือการสร้างเครือข่ายช่างซ่อมวีลแชร์ที่ยั่งยืน เพื่อให้บริการแก่ชุมชนได้ครอบคลุมมากขึ้น โครงการฝึกอบรมการซ่อมรถเข็นและสามล้อโยกจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของโอกาสใหม่ ๆ สำหรับผู้พิการในจังหวัดเชียงราย

คุณค่าของความยั่งยืนในงานฝึกอบรม ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้เรียนเพียงอย่างเดียว แต่คือผลผลิตที่สามารถนำความรู้ไปสู่การใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างอิสระ ซึ่งโครงการนี้สามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่ผู้เรียน และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ต่อยอดองค์ความรู้

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มองเห็นศักยภาพของผู้พิการในด้านเทคนิค หรือหากคุณเป็นผู้ที่อยากรู้ว่าการเปิดโอกาสเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงภาพใหญ่ของสังคมได้อย่างไร การร่วมสนับสนุนและส่งเสริมโครงการลักษณะนี้จะเป็นการสร้างความเปลี่ยนที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

ที่มา – พม.เชียงราย มอบวุฒิบัตรพร้อมโชว์ความสำเร็จและปิดโครงการฝึกอบรมการซ่อมรถเข็น (วีลแชร์) และสามล้อโยก

สส.พรรคประชาชนยื่น กมธ.การศึกษา ปมครูทำร้ายร่างกายนักเรียน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาชน ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษา เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการกรณีที่มีครูทำร้ายร่างกายนักเรียนโรงเรียนวัดวังหิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

สส.พรรคประชาชนยื่น กมธ.การศึกษา ปมครูทำร้ายร่างกายนักเรียน

นายพงศธร กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่อท้องถิ่น ทำให้เกิดความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ข้อเท็จจริงเบื้องต้นปรากฏว่าผู้ปกครองของนักเรียนรายหนึ่งได้โพสต์ในโซเชียลขอความช่วยเหลือ เพราะน้องชายถูกครูทำร้าย โดยไม่ได้ระบุชื่อครูและโรงเรียน

ร่างกายถูกทำร้าย จิตใจก็เสียหายตาม

หลังจากนั้น โรงเรียนได้ติดต่อและระบุว่าครูผู้เกี่ยวข้องรู้สึกผิดและต้องการขอโทษ พร้อมแจ้งให้ลบโพสต์ แต่เมื่อเรื่องกลับมาเผยแพร่ซ้ำอีกครั้ง เนื่องจากมีข้อความไม่เหมาะสมจากน้องสาวของครูในสื่อโซเชียล ส่งผลให้เกิดการโต้ตอบจนเป็นข่าวดังซ้ำ

นักเรียนผู้เสียหายเริ่มมีพฤติกรรมหวาดกลัว โดยเฉพาะเมื่อถูกบังคับให้ตัดผมสั้น เนื่องจากเคยถูกครูตบศีรษะเมื่อผมยาว และมีผู้ปกครองรายอื่นแจ้งว่าบุตรหลานก็เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ปัจจุบันเด็กยังมาเรียนตามปกติ แต่ก็ยังไม่ปลอดภัยในจิตใจ

  • โรงเรียนไม่มีการขอโทษอย่างเป็นทางการ
  • เด็กกลัวที่จะมาโรงเรียน
  • มีผู้ปกครองเตรียมแจ้งความ

นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมยังมีประเด็นเกี่ยวกับการตัดผมนักเรียนหญิงโดยบุคลากรของโรงเรียน ซึ่งส่งผลกระทบกับจิตใจของนักเรียน ทั้งที่ไม่มีความคืบหน้าในการสอบสวนจนทุกวันนี้

น.ส.พิมพ์กาญจน์ โฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษา ในฐานะ ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวว่า โรงเรียนควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนทั้งนักเรียนและคุณครู

ปัญหารากศัพท์อยู่ที่การไม่เข้าใจกันระหว่างครูกับผู้ปกครอง

เธอระบุว่ารากศัพท์ของปัญหาคือ “ความไม่เข้าใจกันระหว่างสองฝ่าย” พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางเดิมเมื่อยังเป็นพรรคก้าวไกล โดยเสนอให้มีนักจิตวิทยาเข้ามาช่วยพัฒนาทักษะให้ครูในการสังเกตพฤติกรรมที่อาจเป็นปัญหา และสร้างกลไกให้นักเรียนสามารถร้องเรียนได้อย่างปลอดภัย

เธอสรุปว่าขอให้เรื่องนี้เป็นกรณีสุดท้าย และทุกภาคส่วนควรทำงานร่วมกันเพื่อเยียวยาความเสียหาย เช่นเดียวกับการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

สส.พรรคประชาชนยื่น กมธ.การศึกษา ปมครูทำร้ายร่างกายนักเรียน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้างระบบความยุติธรรมและความปลอดภัยในสถานศึกษา เรื่องนี้ควรได้รับการติดตามไม่ให้กลายเป็นเหตุแล้วหาย เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ

ที่มา – ‘สส.พรรคประชาชน’ ยื่น กมธ.การศึกษา ปมครูทำร้ายร่างกายนักเรียน แนะหาแนวทางการแก้ไขปัญหา

อดีต รปภ.ปืนไวรัว 9 มม.เจ็บ 2 อ้างโดนหาเรื่อง

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุยิงกันในลานจอดรถของร้านอาหารแห่งหนึ่งในตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ นายสมยศ อายุ 48 ปี และนายชัยลักษณ์ อายุ 41 ปี ที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลนครนายกเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 6 ปลอก ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อค้นหาปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ

อดีต รปภ.ปืนไวรัว 9 มม.เจ็บ 2 อ้างโดนหาเรื่อง

ผู้ก่อเหตุทราบชื่อว่านายพิชิต อายุ 34 ปี เป็นอดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หลังจากก่อเหตุไปแล้ว 2 ชั่วโมง ได้เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก

เบื้องต้น นายพิชิต ถูกตั้งข้อหา “ความผิดฐานพยายามฆ่า” และ “การพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”

คำให้การที่ขัดแย้งกัน

จากผลการสอบสวนเพื่อนของผู้บาดเจ็บ นายพิชิต อ้างว่ากลุ่มผู้บาดเจ็บเป็นฝ่ายเข้ามากระทำกับตนก่อน โดยมีการกระแทกกายและทำท่าเหมือนจะชักอาวุธปืน จากนั้นจึงชิงจังหวะใช้ปืนที่พกติดตัวยิงเพื่อป้องกันตัว ก่อนจะหลบหนีไป พอตั้งสติได้จึงเข้ามอบตัวในภายหลัง

ในขณะที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์เกิดจากการชนกันโดยอุบัติเหตุ ทั้งยังกล่าวขอโทษแล้ว แต่นายพิชิตยังเดินตามออกมาและใช้อาวุธปืน ซิกซาวเออร์ ขนาด 9 มม. ยิงใส่ทั้งกลุ่มจนทำให้มีผู้บาดเจ็บเกิดขึ้น

ในส่วนของอาการบาดเจ็บของผู้ประสบเหตุ ล่าสุด นายสมยศ ที่ถูกยิงเข้าที่หน้าอกและท้อง มีอาการดีขึ้นและเริ่มรู้สึกตัว ส่วน นายชัยลักษณ์ ที่ถูกยิงที่ไหล่ซ้ายยังคงหมดสติและอาการยังไม่ดีนัก

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของการใช้อาวุธปืนในสถานการณ์ธรรมดาที่อาจถูกบิดเบือนให้กลายเป็นเหตุรุนแรง

เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์และค้นหาหนทางสันติในการแก้ไขปัญหา มากกว่าการใช้ความรุนแรงหรือการชักปืน

ที่มา – อดีต รปภ.ปืนไวรัว 9 มม.เจ็บ 2 อ้างโดนหาเรื่องเห็นชักปืนเลยชิงลั่นไกก่อน

ราชสกุลประวิตรให้เวลา 15 วัน วัดกัลยาฯสร้างเจดีย์เจ้าจอมมารดาแช่ม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สโมสรกีฬาราชประชา นายวิฑูรย์ เก่งงาน ทนายความและที่ปรึกษากฎหมายของตระกูล ราชสกุลประวิตร พร้อมด้วยพลเอกหมื่นหลวง สุปรีดี ประวิตร ได้แถลงข่าวถึงการเรียกร้องให้พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร ดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลในเรื่องการทุบทำลายเจดีย์เจ้าจอมมารดาแช่มและเจดีย์ของราชสกุลประวิตร

ราชสกุลประวิตรเรียกร้องตามคำสั่งศาล

พลเอกหมื่นหลวง สุปรีดี กล่าวว่าเดิมนั้น เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรได้ทำการทุบทำลายเจดีย์เจ้าจอมมารดาแช่ม ซึ่งภายในบรรจุอัฐิของเจ้าจอมมารดาแช่มในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และสมาชิกในตระกูลประวิตร เช่น พระเจ้าพี่ยาเธอ หม่อมชื้น ประวิตร ม.จ.จิตรปรีดี ม.จ.วิกรมสุรสีห์ และม.จ.กนิษฐากุมารี เป็นต้น

การลงนามในข้อตกลงเพื่อสร้างเจดีย์ใหม่

หลังการทุบทำลาย ทางด้านราชสกุลประวิตรได้เข้าเจรจากับทางวัดและมีการลงนามข้อตกลงในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เพื่อสร้างเจดีย์ทดแทนในทำเลเดิม อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ทางวัดกลับหลังคำพูดและดำเนินการสร้างศาลารายทับบริเวณฐานของเจดีย์เดิม

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ทางวัดได้กล่าวปฏิเสธว่าไม่พบหลักฐานว่าเคยมีการสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าจอมมารดาแช่มและตระกูลประวิตรไว้ในบริเวณวัดกัลยาณมิตรมาก่อน ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลแพ่งธนบุรีในปี พ.ศ. 2562

ศาลได้พิพากษาให้วัดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณพื้นที่เดิมที่เคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์ และให้สร้างเจดีย์ใหม่ตามรูปแบบเดิมในตำแหน่งเดิมด้วย โดยคำพิพากษาได้รับการยืนยันจากศาลฎีกาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566

“ทางกรมศิลปากรยืนยันแล้วว่าศาลารายที่สร้างขึ้นใหม่เป็นสิ่งปลูกสร้างธรรมดา ไม่เข้าข่ายโบราณสถาน สามารถทำลายได้ตามคำสั่งศาล” พลเอกหมื่นหลวงกล่าวเสริม

ตามคำพิพากษาภายใน 15 วัน

ทนายวิฑูรย์ เก่งงาน ได้ระบุชัดเจนว่า หวังให้ทางวัดดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จึงให้เวลาอีก 15 วัน หากภายในกำหนดเจ้าอาวาสไม่ปฏิบัติตาม ก็จะต้องดำเนินการบังคับคดีด้วยตนเอง

นี่เป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงความเคารพต่อกฎหมายและการอนุรักษ์ที่มีต่อตระกูลสำคัญของประเทศไทย การสานต่อแนวทางเดิมและสร้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์คืนในจุดเดิม ถือเป็นการรักษาประเพณีและความเป็นธรรมในสังคมไทย

อย่าลืมติดตามข่าวสารด้านศาสนาและประวัติศาสตร์ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เข้าใจบริบทและมุมมองที่เป็นกลางของทุกฝ่าย

ที่มา – ‘ราชสกุลประวิตร’ ให้เวลา 15 วัน ‘วัดกัลยาฯ’ ทำตามคำสั่งศาล สร้าง ‘เจดีย์เจ้าจอมมารดาแช่ม’ ไว้ที่เดิม

10 เลขเด็ด งวด 16 ส.ค.68 ทะเบียนรถหลวงปู่ศิลามาแรง

ใกล้ถึงวันออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 แล้ว หลายคนเริ่มตื่นเต้นและตามหา 10 เลขเด็ด งวด 16 ส.ค.68 เพื่อลุ้นโชคกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเลขทะเบียนรถของ “หลวงปู่ศิลา” ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

10 เลขเด็ด งวด 16 ส.ค.68

บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งในช่วงก่อนออกรางวัลงวดวันที่ 16 ส.ค.68 ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ค่อยดี บวกกับฝนตกหนักทำให้ผู้คนออกมาซื้อขายสลากกันน้อยลง ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างยังรอดูตลาด ส่งผลให้ปริมาณสลากที่เหลืออยู่ยังมีจำนวนมาก

แม้ราคาซื้อขายส่งจะลดลงเหลือประมาณ 80-81 บาทต่อใบ แต่ยังขายออกช้า ส่วนราคาขายปลีกยังคงอยู่ที่ 100 บาทต่อใบ แต่คาดว่าจะปรับตัวลดลงเหลือประมาณ 80 บาท หรืออาจต่ำกว่านั้นในช่วงวันสุดท้าย สลากดิจิทัลก็ยังคงเหลืออยู่ประมาณ 6-7 ล้านใบ ส่วนเลข 3 หลักหรือ N3 กลับขายดีขึ้นกว่า 1 ล้านใบ

เลขทะเบียนรถหลวงปู่ศิลา

ในงวดนี้ เลขทะเบียนรถหลวงปู่ศิลา โดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะเลข 85 และ 58 ที่มียอดซื้อขายติดอันดับแรก ขายชุดละ 1,200 บาท หรือขายแยกใบละ 200 บาท เป็นต้น ตามด้วยเลขอื่นๆ เช่น 885, 88, และ 588 ก็ได้รับความนิยมตามมา เรียกได้ว่าเป็น 10 เลขเด็ด งวด 16 ส.ค.68 จากผู้เชี่ยวชาญและเซียนหวยตัวจริง

นอกจากนั้นเลขอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องได้แก่ เลขมงคลอย่าง 10, 28, 73, 74, 904, 93, 94, 12, และ 902 ส่วนเลขวันเกิดของบิ๊กป้อม 11 ส.ค. คือ 2488 อายุครบ 80 ปี รวมถึงคะแนนจากผลฟุตบอลหญิงไทยชนะกัมพูชา 7-0 ก็กลายเป็นที่น่าจับตามองเช่นกัน

  • เลขนำโชค: 85, 58, 885
  • เลขมงคล: 10, 28, 12, 73, 74, 93
  • เลขหลากหลาย: 2495, 904, 902, 2475
  • วันเกิดบิ๊กป้อม: 2488
  • ผลฟุตบอล: 7-0, 0-7 และเลขจีน: 469, 965

การออกรางวัลงวดนี้จะจัดขึ้นที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบิน จังหวัดนนทบุรี เหมือนเดิม โดยจะเริ่มออกรางวัลตั้งแต่เวลา 14.30 น. สามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ วิทยุ หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ทั่วประเทศ

ไม่ว่าจะเล่นเลขดังหรือเลขมงคล การเตรียมตัวลุ้นโชคเป็นสิ่งสำคัญ เลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวช่วย หากจะเล่นก็ควรทำด้วยความพอดี อย่าให้ความอยากมีมากเกินจนกระทบชีวิตประจำวัน โชคคือความหวังที่ยิ่งใหญ่ ขอให้ทุกคนได้ลุ้นเลขวันที่ 16 ส.ค.นี้อย่างมีความสุข

ที่มา – เปิด 10 เลขเด็ด งวด 16 ส.ค.68 งวดนี้ทะเบียนรถ ‘หลวงปู่ศิลา’ มาแรงมาก

ขอเสียงหน่อย! อิเคดะ เตือนเกมรับชบาแก้ว ก่อนตัดเชือกเมียนมา

ทีม ชบาแก้ว ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย จะมีคิวลงสนามในศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2025 รอบรองชนะเลิศ พบกับ เมียนมา ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 16.00 น. ณ ประเทศเวียดนาม โดยการถ่ายทอดสดเป็นการสดผ่านช่อง ททบ.5 HD, AIS PLAY, BG Sports, True Visions Now รวมถึงทาง เพจ FA Thailand, Thai Women’s Football และ Youtube ช้างศึก

ขอเสียงหน่อย! อิเคดะ เตือนเกมรับชบาแก้ว ก่อนตัดเชือกเมียนมา

ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย มีประวัติการันตีความเก่ง คว้าแชมป์มาแล้วสูงสุด 4 สมัย โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2018 ส่วน เมียนมา คว้าแชมป์มาแล้ว 2 สมัย เมื่อปี 2007 ผลงานของทั้งสองทีมในรอบแบ่งกลุ่ม ไทย สามารถเบียดเอาชนะ อินโดนีเซีย 7-0, กัมพูชา 7-0 แต่แพ้ เวียดนาม 0-1 ได้เพียงรองแชมป์กลุ่ม A ขณะที่ เมียนมา เก็บชัยชนะเหนือ ออสเตรเลีย 2-1, ติมอร์เลสเต 3-0, และเสมอ ฟิลิปปินส์ 1-1 คว้าแชมป์กลุ่ม B และเขี่ยแชมป์เก่าอย่าง ฟิลิปปินส์ ตกรอบ

อิเคดะคำนึงถึงเกมรับเป็นหลัก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ฟูโตชิ อิเคดะ เฮดโค้ชของทีมไทย ได้นำนักเตะลงฝึกซ้อมที่สนาม VIN 1 ที่เมืองไฮฟอง โดยเน้นซ้อมเรื่องการรุกเข้าทำ, การยืนตำแหน่งในเกมรับ และการป้องกันจังหวะโต้กลับ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทีมก่อนเผชิญหน้ากับ เมียนมา

ปวริษา หอมยามเย็น ผู้รักษาประตูของทีมชบาแก้ว กล่าวว่า “ค่อนข้างพอใจกับผลงานของทีมในรอบแบ่งกลุ่ม เพราะแม้จะมีนักเตะหน้าใหม่มากมาย แต่ทุกคนเข้ากันได้ดี และมีความเข้าใจกันอย่างรวดเร็ว ส่วนการพบกับ เมียนมา ถือว่าเป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งในเรื่องของการเพรสซิ่งและจังหวะโต้กลับ เราต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด เพราะเหลือเวลาอีกแค่ 2 วันก่อนเกมสำคัญนี้”

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เกมรับของทีมเราควรเพิ่มการสื่อสารกันให้มากขึ้น ปัจจุบันโค้ชอิเคดะมีแนวทางชัดเจน尤其特别强调后防线的配合,并指示门将需要在防守时给予队友更多支持。”

อิเคดะ เตือนว่า ทีมไทยต้องยกระดับเกมรับให้มากขึ้น โดยเฉพาะจังหวะลูกกลาง และการรับลูกเตะมุม เพราะจากเกมก่อนหน้านี้ของ เมียนมา พоказให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเรื่องของการมีจังหวะยิงไกลและการเล่นแบบกดดันสูง

บรรยากาศการซ้อมล่าสุด

บรรยากาศการซ้อมของนักเตะไทยถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดี นักเตะทุกคนตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนัก และมีความพร้อมเต็มที่ ฟูโตชิ อิเคดะ โค้ชชาวญี่ปุ่นยังคอยให้คำแนะนำนักเตะรายบุคคล โดยมองเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละคน พร้อมทั้งปรับแนวทางให้เหมาะสมกับรูปแบบการเล่นของคู่แข่ง

  • เวลาการแข่งขัน: 16.00 น. วันที่ 16 ส.ค. 2568
  • สถานที่: เมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม
  • พันธมิตรในการถ่ายทอดสด: ททบ.5 HD, AIS PLAY, BG Sports, True Visions Now
  • ช่องทางออนไลน์: เพจ FA Thailand, Thai Women’s Football และ Youtube ช้างศึก

ทั้งนี้ การจัดการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์อาเซียน 2025 ถือเป็นเวทีระดับภูมิภาคที่รวมเอาทีมฟุตบอลหญิงชั้นนำจากประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับทีมไทยที่จะพิสูจน์ตัวเองว่ายังคงเป็นหนึ่งในทีมท็อปของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศคู่อื่น: เจ้าภาพเวียดนาม แชมป์ 3 สมัย จะพบกับ ออสเตรเลีย ในเวลา 20.00 น. วันที่ 16 ส.ค. 2568 ณ สนามเดียวกัน

การเข้าชิงชนะเลิศของทีมไทยเป็นเป้าหมายหลักในฤดูกาลนี้ และก้าวสำคัญที่ต้องสำเร็จผ่านการเอาชนะ เมียนมา อย่างเด็ดขาดในแมตช์ครั้งนี้ ขอให้ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยนำทีม “ชบาแก้ว” สร้างประวัติศาสตร์ใหม่สำหรับวงการฟุตบอลไทย

ที่มา – ขอเสียงหน่อย! ‘อิเคดะ’ เตือนเกมรับชบาแก้ว ก่อนตัดเชือก ‘เมียนมา’

‘แม่ทัพกุ้ง’ไม่หวั่นโดนเช็คบิล หลังเกษียณ

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ‘แม่ทัพกุ้ง’ กลายเป็น话题หลังจากออกมาให้สัมภาษณ์และกล่าวปราศัยแก่เยาวชนเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยหนุนหลังจากเกษียณจากการเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 เขาไม่หวั่นต่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือแม้กระทั่งการโดน ‘เช็คบิล’ จากกรณีขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์หรือความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา

‘แม่ทัพกุ้ง’ไม่หวั่นโดนเช็คบิล หลังเกษียณ

ในการให้สัมภาษณ์ นั้น พล.ท.บุญสิน ได้กล่าวว่า ถ้าเราคิดดี ทำดี ไม่ต้องกลัวใครในโลกนี้ เพราะสิ่งที่ทำผ่านมา ตนยืนยันว่า “เราไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมต่อสู้ทุกรูปแบบอยู่แล้ว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงในความคิดและการใช้ชีวิตอย่างมีหลักการของ ‘แม่ทัพกุ้ง’

แรงผลักดันจากความชอบธรรม

“ผมก็ล็อกเป้า หมายหัวเขาไว้เหมือนกัน” พล.ท.บุญสิน ตอบคำถามเกี่ยวกับการที่ฝ่ายกัมพูชามองเขาเป็นเป้าหมายพิเศษ ด้วยท่าทีสมาร์ทและมั่นใจ สื่อถึงการไม่ยอมถอยต่อกับแรงกดดันใด ๆ และแสดงให้เห็นว่าเขายังพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์แม้จะไม่อยู่ในตำแหน่งราชการแล้ว

คำกล่าวของเขายังสะท้อนถึงความเข้าใจในระบบราชการ การเมือง และการยอมรับในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ว่าทุกสิ่งต้องมีวันจบลง รวมทั้งวาระของตนเอง “วันที่ 30 ก.ย. ก็จบหน้าที่แล้ว” ซึ่งเขาบอกว่าเป็นธรรมชาติของชีวิต พร้อมให้กำลังใจรุ่นใหม่ที่จะมาต่อยอดหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ

  • มีหลักคิดที่มั่นคงไม่หวั่นภัย ไม่เกรงกลัว
  • ยอมรับในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน และเชื่อมั่นในระบบ
  • มีความพร้อมรับมือกับทุกกระแส ไม่ว่าจะในหรือนอกหอผู้ว่าราชการ

ท่าทีของ ‘แม่ทัพกุ้ง’ หลังเกษียณ ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้หลายฝ่าย ด้วยการยึดมั่นในความจริง คุณธรรม และความชอบธรรม ที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้นำในสังคมไทย

ถ้อยคำและแนวคิดของ ‘แม่ทัพกุ้ง’ หลังเกษียณ เป็นคำเตือนใจว่า: ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด หากเรายึดมั่นความดี ความถูกต้อง ก็ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรเลย นี่คือสิ่งที่แต่ละคนควรนำไปเป็นแรงบันดาลใจ

ที่มา – ‘แม่ทัพกุ้ง’ไม่หวั่นโดนเช็คบิล หลังเกษียณ

‘พงศ์กวิน’ แจงสกรีนแรงงานกัมพูชาได้หลังคนไทยกังวลสายลับ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในการนำแรงงานต่างด้าวจาก 4 สัญชาติใหม่ ได้แก่ ศรีลังกา เนปาล อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยระบุว่า ขณะนี้ศรีลังกาได้ผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องแล้ว ในส่วนของอีก 3 ประเทศนั้น อยู่ระหว่างพิจารณาและมีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ได้รับความสนใจไม่น้อยคือกรณีแรงงานกัมพูชา ที่มีจำนวนหนึ่งออกจากประเทศไทยไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีแรงงานบางส่วนที่ต้องการกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง สำหรับประเด็นนี้ นายพงศ์กวิน กล่าวว่า การรับแรงงานจากต่างประเทศมีกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชา หากเข้ามาในรูปแบบถูกกฎหมาย สามารถดำเนินการ สกรีนแรงงานกัมพูชา เพื่อคัดกรองได้อย่างรอบคอบ

‘พงศ์กวิน’ แจงสกรีนแรงงานกัมพูชาได้ หลังคนไทยกังวลสายลับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการที่แรงงานต่างด้าวอาจเป็นสายลับนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลย แต่ในปัจจุบันมีความเชื่อมั่นว่าการรับแรงงานกัมพูชาผ่านระบบอย่างเป็นทางการสามารถควบคุมความเสี่ยงได้

สำหรับแรงงานที่เข้ามาในรูปแบบผิดกฎหมาย เช่น การแอบลักลอบเข้ามาผ่านจุดทางธรรมชาติ หรือเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต นั้นไม่สามารถสกรีนแรงงานกัมพูชาได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากไม่สามารถติดตามหรือทราบข้อมูลได้ก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม

หลักเกณฑ์รับแรงงานต่างด้าวยังเหมือนเดิม

ทั้งนี้ รัฐมนตรีกล่าวว่า จากการคุยกับหน่วยงานด้านความมั่นคงไม่มีการเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใหม่ใดๆ ในการรับแรงงานกัมพูชา หลักเกณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังคงใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักเรื่องความโปร่งใส การคัดเลือกอย่างมีระบบ และการตรวจสอบข้อมูลก่อนอนุญาตให้เข้าทำงาน

“การนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทยต้องมีความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของค่าแรงที่ต่ำกว่าและจำนวนประชากรที่เพียงพอ เราต้องวางระบบให้มั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินจากสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่ในขณะนี้” นายพงศ์กวิน กล่าวเสริม

  • แรงงานต่างด้าวต้องเข้ามาถูกกฎหมายเท่านั้นจึงสามารถสกรีนได้
  • การรับแรงงานกัมพูชาใช้เกณฑ์เดิม ไม่มีการเพิ่มเงื่อนไขใหม่
  • ศรีลังกาเป็นประเทศแรกที่ผ่านการอนุมัติเบื้องต้น
  • กำลังรอผลจากสภาความมั่นคงฯ เพื่อดำเนินการกับ 3 สัญชาติที่เหลือ

ในมุมมองของคนทำงาน ด้านแรงงานต่างด้าวให้ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมในหลายภาค โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและก่อสร้าง ถ้ามีการบริหารจัดการอย่างมีระบบและโปร่งใส.setRotation ผู้ว่าจ้างก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับกระแสข่าวลือใดๆ

การเปิดรับแรงงานต่างด้าวควรทำอย่างรอบคอบและมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจประเทศ และลดความกังวลของสังคมในเรื่องความมั่นคง

ที่มา – ‘พงศ์กวิน’ แจงสกรีนแรงงานกัมพูชาได้ หลังคนไทยกังวลสายลับในคราบแรงงาน