ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ปลัดกลาโหมเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล มอบเหรียญบางระจัน

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา

การเยี่ยมให้กำลังใจครั้งนี้เป็นการแสดงความห่วงใยและความจงรักภักดีต่อบุคลากรทหารที่เสี่ยงชีวิตเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ โดย ปลัดกลาโหม เข้าเยี่ยม慰问 ณ ตึกสิริกิติ์และตึกเฉลิมพระเกียรติ ของโรงพยาบาล พร้อมทั้งมอบ เหรียญบางระจัน และประกาศนียบัตรให้กับกำลังพลผู้บาดเจ็บทั้ง 7 นาย

ปลัดกลาโหมเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล มอบเหรียญบางระจัน

นอกจากนี้ ยังมีการมอบเหรียญบางระจันให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และแสดงความขอบคุณในความเสียสละ

พล.อ.สนิธชนก กล่าวว่ากระทรวงกลาโหมยืนยันการสนับสนุนต่อวีรบุรุษและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญและความเสียสละของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติอย่างไม่หวาดกลัว

เหรียญบางระจันเกียรติแก่ผู้เสียสละเพื่อชาติ

เหรียญบางระจัน นี้จัดทำขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรกรรมของวีรชนในบางระจันที่เสียชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมือง และสะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญของทหารไทยในยุคปัจจุบันด้วย” พล.อ.สนิธชนก กล่าว

รายชื่อผู้ได้รับเหรียญบางระจัน ได้แก่

  • ส.อ.สุทธิชัย เรื่อเรือง
  • ส.อ.ธนศักดิ์ มาลา
  • ร.ต.เกียรติวงศ์ สถาวร
  • ส.อ.ศุภชัย สุภาพ
  • พลฯธนพัฒน์ หุยวัน
  • พลฯรัชชานนท์ ไกยะฝ้าย
  • จ.ส.อ.พิชิตชัย บุญชูหล้า

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการตามแนวทางของ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาราชการแทนรมว.กลาโหม

ด้วยการมอบ เหรียญบางระจัน ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการถ่ายทอดแนวคิดเกียรติยศและคุณธรรมสู่คนรุ่นหลัง จะได้รำลึกถึงความเสียสละของเหล่าทหารที่ไม่หวงชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน

เป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ที่จะต้องรักษาความสงบสุขของชาติไว้ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ล้วนสามารถยกระดับความสามัคคีและภูมิใจในจิตใจไทยได้

หากคุณรู้จักความหมายของความเสียสละ ร่วมกันรักษาภูมิปัญญาและภูมิใจในชาติของเราไปด้วยกัน

ที่มา – ‘ปลัดกลาโหม’เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล มอบ‘เหรียญบางระจัน’

‘เทวัญ’ นำทีม สส.ชาติพัฒนา เกาะติดงบประมาณปี 69 วาระ 2-3

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่รัฐสภา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ได้เดินทางไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่สองและวาระที่สาม เป็นวันที่สองของการประชุม

ในการประชุมครั้งนี้ นายเทวัญ ได้ร่วมด้วยกับคณะผู้บริหารพรรคชาติพัฒนา ซึ่งประกอบด้วย นายประสาท ตันประเสริฐ ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ เลขาธิการพรรค นายอรัญ พันธุมจินดา รองหัวหน้าพรรค และนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา รองหัวหน้าพรรค ส.ส. จังหวัดปราจีนบุรี ในการติดตามความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว

‘เทวัญ’ นำทีม สส.ชาติพัฒนา เกาะติดงบประมาณปี 69 วาระ 2-3

ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีจำนวน 41 มาตรา โดยกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายรวมไว้ที่ 3,780,600,000,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งเป็นการพิจารณารายมาตราตามลำดับ

ที่สำคัญ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถือเป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีผลกระทบโดยตรงต่อแผนพัฒนาประเทศในปีงบประมาณ 2569 และเป็นแนวทางสำคัญในการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างรอบด้าน

ความคืบหน้าพิจารณางบประมาณ 2569

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังดำเนินอยู่ มีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 13–15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00–23.30 น. ของทุกวัน เพื่อให้การพิจารณางบประมาณรายจ่ายแล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

นายเทวัญ กล่าวว่า การติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคชาติพัฒนาในการทำงานร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้งบประมาณประเทศถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

นอกจากนี้ คาดว่าการพิจารณาในวาระที่สองและสาม จะมีการอภิปรายรายละเอียดและข้อเสนอแนะอย่างละเอียดรอบด้าน โดยเฉพาะในประเด็นของนโยบายต่าง ๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการจัดสรรงบประมาณ

ขั้นตอนต่อไปหลังจากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว คือ การนำร่างกฎหมายส่งขึ้นพิจารณาในวาระสุดท้ายต่อวุฒิสภา เพื่อให้สามารถประกาศใช้ในปีงบประมาณต่อไป

การติดตามสถานการณ์โดยพรรคชาติพัฒนาโดยตรงแสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

หากท่านต้องการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของร่างงบประมาณฯ ฉบับนี้ต่อไป สามารถติดตามกิจกรรมของพรรคร่วมพัฒนาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ไม่พลาดรายละเอียดที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจของบ้านเมืองไทย

ที่มา – ‘เทวัญ’ นำทีม สส.ชาติพัฒนา เกาะติดงบประมาณปี 69 วาระ 2-3

‘กล้าธรรม’ สมาชิกทะลุ 1.34 แสนคน สูงสุดในไทย

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 พรรคกล้าธรรมได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงจากประชาชนทั่วประเทศ เมื่อปรากฏว่ามีสมาชิกพรรคมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 134,268 คน ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งอ้างอิงจากสำนักงานกิจการพรรคการเมือง ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงถึงแรงสนับสนุนและความนิยมของประชาชนต่อพรรคที่มีกระแสโด่งดังมากที่สุดในช่วงเวลานี้

‘กล้าธรรม’ สมาชิกทะลุ 1.34 แสน คนทั่วประเทศ

ส.ส.ชัยภูมิและโฆษกพรรคกล้าธรรม นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบข้อมูลว่า ปัจจุบันพรรคกล้าธรรมมีสาขาพรรค 7 สาขา และมีตัวแทนพรรคประจำใน 65 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในเขตเมืองและพื้นที่ชนบท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้

การเมืองใส ตอบโจทย์ปัญหาประชาชน

การเติบโตของพรรคกล้าธรรมสะท้อนถึงความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อแนวทางการทำงานที่ชัดเจน การที่คณะกรรมการพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถรับฟังและเข้าใจปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างใกล้ชิด แนวทางการสื่อสารนโยบายที่เน้นประโยชน์ของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป สร้างความน่าเชื่อถืออย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ พรรคกล้าธรรมยังมีจุดยืนชัดเจนในการทำงานการเมืองอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชนเป็นหลัก ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาย้ำเสมอว่า “ต้องกล้าคิด กล้าทำ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง” จุดนี้เองที่ทำให้พรรคได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้านในทุกพื้นที่

  • มีสมาชิกพรรคมากที่สุดในไทย: 134,268 คน
  • มีสาขาพรรคทั้งหมด 7 สาขา
  • มีตัวแทนประจำจังหวัดใน 65 จังหวัด
  • เน้นการทำงานด้านนโยบายที่เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พรรคมีความมุ่งมั่นในการขยายฐานสมาชิกอย่างมีคุณภาพ ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลข แต่มองไปยังความเข้มแข็งและความพร้อมในการร่วมขับเคลื่อนประเทศภายใต้หลักการ “การเมืองที่ทุกคนเป็นเจ้าของ”

ในท้ายที่สุด พรรคนี้ยังขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจและความร่วมมืออย่างกว้างขวาง พร้อมยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าทำงานอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างการเมืองที่โปร่งใส ยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

หากคุณมัวลังว่าจะเลือกพรรคไหนที่ยืนอยู่กับประชาชน พรรคกล้าธรรมคือทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม

ที่มา – ‘กล้าธรรม’ นำโด่งเดือน ก.ค.สมาชิกพรรคทะลุ 1.34 แสนคน

พนักงานเรือฮีโร่! กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง 5 เดือน

ในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เหตุการณ์ที่สะเทือนใจเกิดขึ้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อพนักงานเรือไฟฟ้าไทยสมายล์ โบ้ท ตัดสินใจกระโดดน้ำเพื่อช่วยชีวิตสาวท้อง 5 เดือน ที่ตกอยู่ในอันตรายหลังจากกระโดดจากสะพานพระนั่งเกล้า โดยมีความเสี่ยงต่อการจมน้ำอย่างมาก

พนักงานเรือฮีโร่! กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง 5 เดือน

ขณะที่กำลังปฏิบัติงานอยู่บริเวณจุดชาร์จ ทางฝั่งสะพานพระนั่งเกล้า พนักงานบริษัท ไทยสมายล์ โบ้ท ได้ยินเสียงคนตะโกนบอกว่า “มีคนกระโดดสะพาน” ทันทีที่พวกเขาหันไปดู ก็พบหญิงตั้งครรภ์รายหนึ่ง ลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีสภาวะใกล้จมน้ำ

ด้วยความกล้าหาญและจิตใจเอื้ออาทร นายชาคริช สาคะริชานนท์ พนักงานเรือไฟฟ้า TSB และ นายสุพักษ์ ภู่เสือ พนักงานออโต้บัสเซอร์วิส ได้คว้าห่วงยางและเสื้อชูชีพ กระโดดลงไปในน้ำโดยไม่ลังเล เพื่อเข้าช่วยเหลือหญิงสาวคนนั้นอย่างเร่งด่วน

การกระทำที่น่าชื่นชม

พวกเขาใช้ความชำนาญการว่ายน้ำ ลากหญิงสาวขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย และนำตัวมานั่งพักบนเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม จากนั้นทั้งสองจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาดูแลต่อไป

  • การตอบสนองอย่างรวดเร็ว: เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่นาที แต่ทั้งสองสามารถวิเคราะห์สถานการณ์และลงมือได้ทันท่วงที
  • ทักษะการช่วยเหลือเฉพาะจุด: การมีทักษะการว่ายน้ำและการใช้ห่วงชูชีพสามารถช่วยชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความกล้าหาญ: การกระโดดลงไปช่วยโดยไม่ลังเลแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความมีมนุษยธรรม

เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตอย่างแท้จริง แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนให้ตระหนักถึงความสำคัญของความมีน้ำใจและสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ในวิกฤต

เราอาจไม่ได้เป็น “พนักงานเรือฮีโร่” แต่เราทุกคนสามารถเป็นฮีโร่ในชีวิตประจำวันได้ ถ้ามีความกล้าและหัวใจที่เอื้ออาทร ต่อให้ความช่วยเหลือเล็กน้อย ก็อาจเปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้เช่นกัน

ที่มา – พนักงานเรือฮีโร่! กระโดดน้ำช่วยชีวิตสาวท้อง 5 เดือน หวิดจมแม่น้ำเจ้าพระยา

องค์การสวนสัตว์ฯ ตั้งศาสตราจารย์วิชา มหาคุณตรวจสอบข้อกล่าวหา

องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยได้ประกาศแต่งตั้งศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายหลังมีข่าวการร้องเรียนจากกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้บริหารและพนักงานขององค์การฯ ซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงประเด็นต่าง ๆ ที่น่ากังวลเกี่ยวกับกระบวนการกำกับดูแลกิจการขององค์การฯ

องค์การสวนสัตว์ฯ ตั้งศาสตราจารย์วิชา มหาคุณตรวจสอบข้อกล่าวหา

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ด้านการสอบสวนสอบสวนในคดีสำคัญ อีกทั้งเคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทำให้เหมาะสำหรับเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบทรงคุณวุฒิ คณะผู้ตรวจสอบยังมีอาจารย์และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น ๆ ร่วมด้วย อาทิ นายทศพร รัตนมาศทิพย์, นายวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์, นายกวีพร จันทน์ขาว, พล.อ.ท. กิติทัศน์ ภาเจริญ และนายเชฏฐ คำวรรณ ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ

เพื่อความโปร่งใสในการดำเนินกิจการ

การจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในครั้งนี้ เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นขององค์การสวนสัตว์ฯ ในการดำเนินงานอย่างโปร่งใส และเปิดรับการตรวจสอบภายในอย่างเป็นระบบ คณะกรรมการมีเป้าหมายเพื่อทบทวนสถานการณ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำผลการตรวจสอบมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือขององค์กร

ตามรายงาน องค์การฯ ได้ชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงข้อเท็จจริงเบื้องต้น และเผยแพร่เอกสาร Fact Sheet บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ข้อมูลถึงสถานการณ์อย่างถูกต้องและครบถ้วน ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานขององค์การฯ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญหลายอย่าง ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีความน่าเชื่อถือ และถูกต้องตามกฎหมาย

  • ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ – ประธานกรรมการ
  • นายทศพร รัตนมาศทิพย์ – กรรมการ
  • นายวิฑูลรย์ ศิริวิโรจน์ – กรรมการ
  • นายกวีพร จันทน์ขาว – กรรมการ
  • พล.อ.ท. กิติทัศน์ ภาเจริญ – กรรมการ
  • นายเชฏฐ คำวรรณ – กรรมการและเลขานุการ
  • นายกฤษฎา แสงเจริญทรัพย์ – กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ผลการสืบสวนจากคณะกรรมการจะถูกนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อให้มั่นใจว่าองค์การฯ ดำเนินการอย่างมีจริยธรรม ยุติธรรม และสามารถทำงานต่อไปได้อย่างไร้ที่ติ เจตนารมณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่การปิดบังข้อเท็จจริง แต่เพื่อสร้างความโปร่งใสอย่างแท้จริง โดยนำผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือมาร่วมตรวจสอบ

องค์การสวนสัตว์ฯ ถือเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการดูแลสัตว์ การพัฒนาองค์กร รวมถึงการťองรางวัลมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมงานในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มศักยภาพ การจัดตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้จึงคาดว่าจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นและสื่อสารความน่าเชื่อถือให้กับสาธารณะ

หากคุณเป็นผู้ที่สนใจดูแลสัตว์ มีส่วนร่วมกับการอนุรักษ์ หรือแม้แต่ติดตามภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมขององค์การฯ การติดตามพัฒนาการครั้งนี้ขององค์การสวนสัตว์ฯ ถือเป็นโอกาสในการเป็นพยานแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ดี และกระบวนการที่เป็นธรรม

ที่มา – ‘องค์การสวนสัตว์ฯ’ตั้ง‘วิชา มหาคุณ’พร้อมคณะตรวจสอบข้อกล่าวหา

กมธ.ท่องเที่ยวฯ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ลุยซีเกมส์

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา โดยมี นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล เป็นกรรมาธิการและที่ปรึกษา ได้เดินทางไปยังศูนย์ฝึกซ้อม เจริญทองยิม เหม่งจ๋าย ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนประชาอุทิศ เขตวังทองหลาง กทม. เพื่อเข้ารับฟังการบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของนักกีฬา Kickboxing ทีมชาติไทย ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33

กมธ.ท่องเที่ยวฯ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ลุยซีเกมส์

ในการนี้ มีตัวแทนจากสมาคมกีฬามวยไทยเข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายศิวกร หมึกทอง กรรมการสมาคม นายเจริญ ชูมณี ผู้ฝึกสอน และ นายปุริศ ไสยสมบัติ ผู้ฝึกสอน ซึ่งได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับแผนการฝึกซ้อมและแนวทางการเตรียมทีมเพื่อคว้าชัยในศึกการแข่งขันระดับนานาชาติครั้งสำคัญนี้

บูรณาการการฝึกซ้อมอย่างเข้มงวด

จากการติดตามสถานการณ์โดยตรง คณะกรรมาธิการได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและสภาพแวดล้อมในการฝึกซ้อม โดยมีจุดประสงค์หลักคือการสร้างความมั่นใจให้นักกีฬามีสมาธิและประสิทธิภาพในการแข่งขัน การติดตามนักกีฬา Kickboxing ผ่านกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในศักยภาพของนักกีฬาไทยที่จะคว้าเหรียญรางวัลในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากการประชุม คณะฯ ได้เข้าชมการซ้อมของนักกีฬาทีมชาติอย่างใกล้ชิด โดยมีการซ้อมรูปแบบต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่เข้มแข็ง สมรรถนะทางร่างกายจะต้องสูงมาก ร่วมกับทักษะการรบด้วยจังหวะ และการวางกลยุทธ์ของโค้ชผู้ฝึกสอน

  • การเตรียมความพร้อมด้านร่างกายของนักกีฬา
  • การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการแข่งขัน
  • การส่งเสริมจิตใจและแรงจูงใจในการแข่งขัน

บรรยากาศในการฝึกซ้อมเต็มไปด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น นักกีฬาทั้งหลายได้รับคำแนะนำจากการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะด้านเทคนิคและวินัยในสนาม ทั้งยังเป็นการตกผลึกถึงความภูมิใจในการสวมชุดแข่งขันชาติไทย ซึ่งหลายคนเริ่มมองถึงเส้นทางสู่ความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว

นายนิทัศน์ และคณะฯ ได้กล่าวขวัญให้กำลังใจนักกีฬาทุกคนอย่างจริงใจ โดยเน้นย้ำว่า “เราเชื่อมั่นในความพร้อมและความมุ่งมั่นของนักกีฬาไทยอย่างเต็มที่” พร้อมทั้งหวังให้ทุกคนสามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมใน การแข่งขันซีเกมส์ ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญส่งเสริมภาพลักษณ์กีฬาไทยไปทั่วอาเซียน

ขบวนการสนับสนุนโค้ช นักกีฬา รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นการยกระดับการพัฒนากีฬาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างชื่อเสียงระดับโลก สำหรับการ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ลุ้นชัยร่วมกันด้วยจิตสำนึกแห่งความภาคภูมิใจ

นักกีฬา Kickboxing ทีมชาติไทย ถือเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับกีฬาไทย ทั้งในด้านความสำเร็จในสนาม และภาพลักษณ์เชิงบวกต่อประเทศชาติ การฝึกซ้อมในวันนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการคว้าแชมป์ในซีเกมส์ครั้งนี้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา มวยไทย หรือ Kickboxing การให้กำลังใจทีมชาติไทยครั้งนี้เป็นโอกาสที่คุณสามารถมีส่วนร่วมในความสำเร็จของนักกีฬาผู้แทนชาติไทย อย่าลืมเชียร์พวกเขาให้ถึงชัยในซีเกมส์ครั้งนี้!

ที่มา – กมธ.ท่องเที่ยวฯ ติดตามนักกีฬา Kickboxing ลุยซีเกมส์

มาสด้าหนุนสวาทแคทลุยไทยลีก2025 หวังคว้าผลตอบรับยอดเยี่ยม

ในฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลไทย ปี 2025/26 ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนั้น “มาสด้า” ได้ยังคงเดินหน้าเป็นพันธมิตรสำคัญของสโมสร “สวาทแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ต่อเนื่องมาอย่างยาวนานถึงปีที่ 13 พร้อมย้ำความมุ่งมั่นในการผลักดันวงการฟุตบอลไทยให้ยั่งยืนและเติบโตอย่างมีคุณภาพ

บรรยากาศในงานเปิดตัวสโมสรฯ สำหรับฤดูกาลใหม่ภายใต้ธีม “SWATCAT REBORN เริ่ม ลุย ใหม่” ล้นหลามไปด้วยความตื่นเต้นและกำลังใจจากแฟนบอล ผู้สนับสนุน และบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารสโมสร และตัวแทนจากมาสด้า ที่มาร่วมเฉลิมฉลองและให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

มาสด้าหนุนสวาทแคทอย่างเต็มกำลัง

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ระบุว่า มาสด้ามีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเพียงแค่การขายรถยนต์ มันคือการ “ขับเคลื่อนชีวิตด้วยความสุข” ด้วยพันธกิจในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทย และวงการกีฬาโดยเฉพาะ การสนับสนุน “สวาทแคท” จึงเป็นหนึ่งในประโยชน์เชิงสังคมที่สำคัญ ช่วยต่อยอดความฝันของนักฟุตบอลรุ่นใหม่ และส่งต่อจิตวิญญาณของทีมที่ไม่ยอมแพ้กับการแข่งขัน

เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในฤดูกาล 2025

ในฤดูกาล 2025/26 นี้ สโมสรฯ ได้ปรับโครงสร้างทั้งในทีมงานเทคนิคและการเสริมทัพนักเตะเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศึกไทยลีก 1 โดยได้นายอิสระ ศรีทะโร “โค้ชหระ” ซึ่งเป็นโค้ชชาวไทยที่มีผลงานดีกับเยาวชนชาติ เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน และยังมีการเปิดตัวนักเตะใหม่ทั้งชาวไทยและนักเตะต่างชาติที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ “สวาทแคท” ในฤดูกาลนี้ หลายคนเชื่อว่า สโมสรได้ปรับตัวอย่างคาดการณ์และตั้งเป้าสูง ไม่เพียงแต่เพื่อความอยู่รอด แต่เพื่อคว้าอันดับสูง ๆ และจุดประกายความสุขให้แฟนบอลชาวโคราชและผู้ชื่นชอบฟุตบอลทั่วประเทศ

เราเชื่อว่าฟุตบอลคือพลังที่เปลี่ยนชีวิต และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันคุณภาพของสังคมให้ดีขึ้น” ประธานสโมสรฯ กล่าว พร้อมเสริมว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนของสโมสรต้องอาศัยการสนับสนุนในทุกภาคส่วนอย่างเหนียวแน่น และเด่นชัดในปีนี้ “สวาทแคท” ได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่จาก “มาสด้า” และพันธมิตรทั้งในและนอกระบบ

ต้นแบบเสื้อใหม่ สะท้อนรากแก้วงศ์ของโคราช

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานเปิดตัวก็คือการเปิดเผยว่าสโมสรจะสวมใส่ชุดแข่งขันใหม่ที่ออกแบบโดย บริษัท โวลท์ เอนเนอร์จี แวร์ จำกัด ซึ่งเน้นความพิเศษผ่านแรงบันดาลใจจาก “แผนที่โคราชจีโอพาร์ก” และภาพเขียนสีโบราณที่มีอายุกว่า 4,000 ปีจากเขาจันทร์งาม ชุดแข่งในฤดูกาลนี้จึงถือเป็นการผสมผสานของวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญา และจิตวิญญาณของทีม “สวาทแคท” ที่มุ่งไปสู่“การเริ่มต้นใหม่” อย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

  • การเติมเต็มจุดอ่อนจากฤดูกาลก่อน
  • การเสริมศักยภาพทั้งด้านผู้เล่นและโค้ช
  • เสื้อแบบใหม่ที่แสดงอัตลักษณ์ของโคราช
  • การได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก “มาสด้า” & ทุกภาคส่วน

นักเตะสำคัญในทีม “สวาทแคท” ฤดูกาล 2025/26 ประกอบด้วยหัวหน้าผู้ฝึกสอน “โค้ชหระ” และเหล่านักเตะที่สืบทอดจิตวิญญาณการต่อสู้อย่าง ธนภัทร์ วะรงค์, พัชรพงษ์ ประทุมมา, เดยัน เมเลก, สิทธิโชค ภาโส, ธนินนัทธ์ อธิศราวรเมศร์, วิคเตอร์ มาร์ติเนซ และอีกมากมายที่เตรียมเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสในการคว้าชัยในสนามฟุตบอล

กับความตั้งใจและหัวใจของเหล่าทีมงานในปีนี้ เชื่อได้ว่าทั้งผู้เล่น ผู้ฝึกสอน ฝ่ายบริหาร และทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง “สวาทแคท” จะฉีกแต้มบนสนามในฤดูกาลนี้ให้ได้ดีที่สุด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและคืนความสุขให้ทุกคนผ่านศาสตร์แห่งความสนุกของ “ฟุตบอลไทย”

อย่าลืมตามเชียร์สโมสร “สวาทแคท” บนสนาม เริ่มรอบแรกของฤดูกาล 2025/26 ในวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เราของเหล่าสาวก “แมวสีส้มรุ่นใหญ่” พร้อมแล้วหรือยัง?

ที่มา – “มาสด้า” หนุน “สวาทแคท” สู้ศึกไทยลีก 2025 หวังทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด

ธอส. ใจดีหนุนลอนเทนนิส 10 ล้านบาท จัด G H BANK ITF World

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือที่รู้จักในนาม “ธอส.” ได้ให้การสนับสนุนวงการกีฬาเทนนิสของไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีความร่วมมือกับสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย โดยมอบเงินสนับสนุนจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อจัดการแข่งขัน “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025” ที่เป็นเวทีระดับนานาชาติ จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ธอส. ใจดีหนุนลอนเทนนิส 10 ล้านบาท

การสนับสนุนครั้งนี้มาจากความตระหนักของ “บิ๊กสุชัย” นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ที่ว่าการพัฒนาโลกเทนนิสของไทยต้องอาศัยความร่วมมืออย่างยั่งยืนจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะองค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่เห็นคุณค่าของการส่งเสริมเยาวชนไทยให้สามารถแข่งขันระดับโลกได้

เป้าหมายระดับโลกผ่าน G H BANK ITF World

ในการจัดงาน G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 เป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักเทนนิสไทยที่จะเก็บคะแนนเพื่อเลื่อนอันดับโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างเวทีให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ให้ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ โดยมีการจัด 6 รายการ ITF World Tennis Tour พร้อมเงินรางวัลรวมกันกว่า 5 ล้านบาท และการแข่งขัน ธอส.-เทนนิสเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 85 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 2 ตุลาคมนี้

นอกจากนี้ยังมีรายการ G H BANK ITF Juniors World Tennis Tour 2025 สำหรับนักเทนนิสเยาวชนที่กำลังแข่งขันอยู่ กระทั่งพลิกโฉมวงการเทนนิสไทยด้วยการมุ่งเน้นรากฐานการฝึกสอนและการให้โอกาสแก่เยาวชนเสี่ยงดวง ในฐานะที่นักเทนนิสอาชีพในอนาคต

“ในนามของนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการอำนวยการสมาคมฯ ผมขอขอบคุณ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนากีฬาเทนนิสในประเทศไทย โดยรายการที่ ธอส. ให้การสนับสนุนในระดับเยาวชน ก็เป็นรากฐานที่สำคัญ ส่วนรุ่นทั่วไปเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของนักกีฬาในการใช้กีฬาเทนนิสก้าวสู่กีฬาอาชีพด้วย” นายสุชัย กล่าว

การจัด การแข่งขัน G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของนักกีฬาไทยที่มีศักยภาพ พร้อมเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งการแข่งขันเทนนิสนานาชาติ ให้กับนักกีฬาทั่วโลกได้อีกด้วย

มาลุ้นไปด้วยกันว่า ใครจะเป็นแชมป์จากเวที G H BANK ITF World Tennis Tour ซึ่งอาจเป็นดาวรุ่งไทยที่จะ{Name}ขึ้นแท่นเป็นนักเล่นระดับโลกในอนาคต!

ที่มา – “ธอส.” ใจดีหนุน “ลอนเทนนิส” 10 ล้านบาท จัดศึก “G H BANK ITF World”

มาริษถก3ฝ่ายขอบคุณจีนหนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศในกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 10 พร้อมทั้งหารือไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากจีนและกัมพูชา โดยได้รับการต้อนรับจากนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และนายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา

มาริษถก3ฝ่ายขอบคุณจีนหนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

ในการประชุมครั้งนี้ นายมาริษได้แสดงความขอบคุณต่อบทบาทของจีนในการส่งเสริมและสนับสนุนการแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างสันติ โดยเฉพาะในเรื่องการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศไทยและคณะประเทศสมาชิกอาเซียน

นอกจากนี้ ท่านยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาเพื่อดำเนินงาน เก็บกู้ทุ่นระเบิด ที่ยังคงเหลืออยู่ตามแนวชายแดน เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและฟื้นฟูความสงบสุขให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดน

ความร่วมมือระหว่างไทย-จีน-กัมพูชา

นายมาริษ กล่าวในระหว่างการพูดคุยว่า รัฐบาลจีนได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในประเด็นนี้ โดยมีความคาดหวังว่าจะมีการหารืออย่างเป็นทางการในคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC) ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการปรับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับกัมพูชาในเชิงลึกมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้แทนทั้งสามฝ่ายยังเห็นพ้องตรงกันว่าควรมีการควบคุมข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือหรือข้อมูลผิดพลาดไปขยายผลและสร้างความเข้าใจผิดในระดับประชาชน

  • ขอขอบคุณจีนที่ให้การสนับสนุนด้านความมั่นคง
  • เน้นการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามพรมแดน
  • อภิปรายเรื่องข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • ร่วมกันรักษาความสงบในภูมิภาค

ทว่าข้อตกลงเหล่านี้ยังต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการที่เกี่ยวข้องกับการ เก็บกู้ทุ่นระเบิด ตามแนวชายแดนสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ทั้งยังเปิดโอกาสในการขยายความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจและการค้าในอนาคตอันใกล้

ทิศทางในอนาคตของข้อตกลงความร่วมมือ: การพูดคุยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของการยกระดับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชาในหลายมิติ โดยเฉพาะภายใต้กลไกอาเซียนที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงวาระการเจรจาต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังมีความคาดหวังว่าการดำเนินงานทางด้านความมั่นคงจะช่วยให้เกิดผลเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมือง และมุ่งสู่การแก้ปัญหาบนพื้นฐานของสันติและประสิทธิภาพสูงสุด

ดังนั้น การสนับสนุนจากจีนในประเด็นเก็บกู้ทุ่นระเบิดนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่สำคัญของการออกนอกบทบาทผู้นำภูมิภาค และเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของอาเซียน

ที่มา – ‘มาริษ’ ถก 3 ฝ่าย ‘จีน-ไทย-กัมพูชา’ ขอบคุณจีนหนุนเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน

เอแซ็ป หนุน โปรตี้ ลุยคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพเอเชียนทัวร์ 2025

ในวงการกีฬากอล์ฟระดับโลก การมีพันธมิตรที่เชื่อมั่นในศักยภาพของนักกีฬาไทยจะช่วยเปิดโอกาสให้ฝันกลายเป็นจริงได้อย่างมาก ล่าสุด บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอแซ็ป” ได้ประกาศเป็น ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ให้กับ “โปรตี้” สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย นักกอล์ฟอาชีพชื่อดังของเมืองไทย โดยมุ่งเป้าเดินสายลุยคว้าแชมป์ในรายการ เอเชียนทัวร์ 2025

เอแซ็ป หนุน โปรตี้ ลุยคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพเอเชียนทัวร์ 2025

การลงนามครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Sport Marketing ของ “เอแซ็ป” ที่ไม่เพียงแค่ต้องการส่งเสริมแบรนด์ แต่ยังมุ่งเน้น “การตอบแทนสังคม” และ “การขับเคลื่อนศักยภาพนักกีฬาไทย” สู่เวทีโลก โดย “โปรตี้” จะประเดิมการแข่งขันในเอเชียนทัวร์ 2025 ที่ประเทศเกาหลีใต้ในทัวร์นาเมนต์แรกของฤดูกาล

เอแซ็ป เชื่อในศักยภาพโปรตี้

นายทรงวิทย์ ฐิติปุญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ “เอแซ็ป” เปิดเผยว่า “asap มุ่งมั่นในการตอบแทนสังคมและสนับสนุนผู้ที่มีศักยภาพให้ได้แสดงความสามารถสู่ระดับสากล การสนับสนุน ‘โปรตี้’ ครั้งนี้จึงเป็นการสะท้อนค่านิยมของแบรนด์ที่ต้องการขับเคลื่อนความสำเร็จของนักกีฬาไทย พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ และยกระดับวงการกีฬาไทยบนเวทีโลก”

สำหรับ “โปรตี้” สุธีพัทธ์ ประทีปเธียรชัย เองก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในการได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ระดับประเทศแบบ “เอแซ็ป” และเปิดเผยว่า “เมื่อทราบว่า asap ต้องการสนับสนุนนักกีฬาไทย ผมรู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมาก โดยตั้งเป้าว่าจะคว้าแชมป์ให้ได้อย่างน้อย 1 รายการในเอเชียนทัวร์ 2025 เพื่อนำความภาคภูมิใจมาให้กับคนไทย”

ความร่วมมือเพื่ออนาคต

การร่วมมือระหว่าง “เอแซ็ป” กับ “โปรตี้” ไม่ใช่เพียงแค่การสนับสนุนทางการเงิน แต่เป็นการผนึกกำลังของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนความสามารถของนักกีฬาไทยให้โด่งดังในระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างแรงบันดาลใจ ความภาคภูมิใจให้กับคนไทยผ่านความสำเร็จในสนามกอล์ฟ

  • สนับสนุนนักกีฬาไทยอย่างยั่งยืน
  • ยกระดับกีฬาไทยสู่เวทีโลก
  • ยึดแนวคิด Sport Marketing ด้านสังคม

ในเอเชียนทัวร์ 2025 นี้ มีโอกาสสูงที่ “โปรตี้” จะสร้างความประหลาดใจให้แฟนกอล์ฟทั่วประเทศ และเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดให้กับเขาที่จะพิสูจน์ความสามารถ และนำแชมป์กลับมายังไทยอย่างภาคภูมิใจ

หากคุณเป็นแฟนกีฬา การมีกลยุทธ์สนับสนุนที่ดีอย่าง “เอแซ็ป” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การลงทุนในนักกีฬาอีลิตสามารถสร้างมูลค่าทั้งในเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์ได้ในเวลาเดียวกัน

อย่าลืมเชียร์ “โปรตี้” ในเอเชียนทัวร์ 2025 และตามผลงานของเขากันต่อในสนามกอล์ฟระดับโลก!

ที่มา – “เอแซ็ป” หนุน “โปรตี้” ลุยคว้าแชมป์กอล์ฟอาชีพ “เอเชียนทัวร์ 2025”