ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มอสหลง-แบงค์กี้ แท็กทีมภู-นีล-นิวตั้น-พอล โชว์สุดปัง!

ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่กับ Harbin Music Festival เทศกาลดนตรีฤดูร้อน ณ เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน โดยจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน ถึง กันยายน ของทุกปี ครั้งนี้ Star Hunter Entertainment ได้พาตัวแทน 6 หนุ่มศิลปิน THE DARGON มอสหลง ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ, แบงค์กี้ มณฑป เหมตาล, เตนนท์ เตชพัฒน์ พิณรัตน์, พีท วชโรนนท์ สีเดือน, ฟง บวร คงแนวดี, เจเจ รัฐศาสตร์ บุตรวงศ์ และ 4 หนุ่มนักแสดง “รักรสนม(จืด)” (Flirtmilk The Series) ภู ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช, นีล กวิศวร์ สันทราย, นิวตั้น ไวยากรณ์ วงค์ขาแก้ว, พอล สมภพ อามาตมูลตรี ไปแสดงโชว์ร้อง โชว์เต้น สุดอลังการ ณ ANT INTERNATIONAL MUSIC FESTIVAL

เปิดเวทีคอนเสิร์ตในพาร์ทนี้ ด้วย 4 หนุ่มนักแสดง “ภู-นีล-นิวตั้น-พอล” ที่ขึ้นมาร้องเพลงแรก SPARK (ช็อต…หัวใจ) เป็นการทักทายแฟน ๆ ในฮอลล์ จากนั้นตอกย้ำความซึ้งในเพลง Best thing (ดีที่สุดแล้ว) Ost. รักรสนม(จืด) Flirt Milk The Series จาก 2 พระเอก – นายเอก ของซีรีส์เรื่องนี้ ภู และ นีล ปิดท้ายในช่วงนี้กับเพลง สติกเกอร์หัวใจ (Heart Sticker) จาก มอสหลง ที่นำมาคัฟเวอร์ใหม่ ในแบบฉบับของ นิวตั้น และ พอล ที่บอกเลยว่าน่ารักสุด ๆ

ตามด้วยโชว์ของ 6 หนุ่มศิลปิน THE DARGON “มอสหลง-แบงค์กี้-เตนนท์-พีท-ฟง-เจเจ” ที่หยิบ เพลง คลั่งรักเธอ มาร้องเปิดเวที ต่อด้วยเพลง Can’t Stop Me Loving You ก่อนที่ แบงค์กี้ จะขอยึดเวที โชว์เดี่ยวในเพลง Dancing With The Devil เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ ตามด้วย 6 หนุ่มขอโชว์สกิลการร้องเพลงภาษาจีน FAR AWAY ซึ่งเป็นเพลงฮิตของ Jay Chou ที่ทำได้ดีมาก ๆ ปิดเวทีด้วยความประทับใจ กับ เพลง ไปด้วยกันเถอะ (We Go Together) งานนี้แฟนคลับในฮอลล์ส่งเสียงกรี๊ดตลอดโชว์ทีเดียว

มอสหลง-แบงค์กี้ แท็กทีม”ภู-นีล-นิวตั้น-พอล”โชว์ร้อง โชว์เต้นสุดปังทำแฟนๆใจสั่นหวั่นไหวมาก

เรียกได้ว่าคอนเสิร์ต Harbin Music Festival ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทั้งจากความสามารถของศิลปิน THE DARGON และนักแสดงจาก “รักรสนม(จืด)” ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ชาวจีนอย่างมาก และแน่นอนว่าแฟนๆ ชาวไทยก็ไม่น้อยหน้า ส่งกำลังใจให้หนุ่มๆ อย่างล้นหลามเช่นกัน พวกเขาเหล่านี้ “มอสหลง-แบงค์กี้ แท็กทีม”ภู-นีล-นิวตั้น-พอล”โชว์ร้อง โชว์เต้นสุดปังทำแฟนๆใจสั่นหวั่นไหวมาก” จริงๆ

สรุปความปังของ มอสหลง-แบงค์กี้ แท็กทีม”ภู-นีล-นิวตั้น-พอล”

โดยรวมแล้ว งาน Harbin Music Festival ที่มี มอสหลง-แบงค์กี้ แท็กทีม”ภู-นีล-นิวตั้น-พอล”โชว์ร้อง โชว์เต้นสุดปังทำแฟนๆใจสั่นหวั่นไหวมาก ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพของศิลปินไทยในเวทีระดับนานาชาติ แฟนๆ ต่างรอคอยผลงานใหม่ๆ และการกลับมาของพวกเขาในอนาคตอย่างใจจดใจจ่อ

แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews

ที่มา – “มอสหลง-แบงค์กี้” แท็กทีม”ภู-นีล-นิวตั้น-พอล”โชว์ร้อง โชว์เต้นสุดปังทำแฟนๆใจสั่นหวั่นไหวมาก

สธ.ห่วง! ลูกหมาบ้าปี 68 ตายสูงกว่าเดิม 3 เท่า

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ว่าในปี 2568 มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงกว่าปีที่แล้วถึง 3 เท่า จากข้อมูลที่ได้รับจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบางพลี ซึ่งได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ “โรคพิษสุนัขบ้า” หลังพบสุนัขป่วยในพื้นที่ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี และมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังตำบลบางเสาธงและตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

สถานการณ์ ลูกหมาบ้าปี 68 ในประเทศไทยน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าถึง 7 ราย กระจายอยู่ในหลายจังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ศรีสะเกษ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา (2 ราย) ตาก และระยอง ตัวเลขนี้สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 อย่างชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าในปี 2568 จะยังไม่พบผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าในจังหวัดสมุทรปราการ แต่ในปี 2567 ที่ผ่านมา ก็มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ในพื้นที่อำเภอบางพลี 1 ราย ซึ่งเป็นชายอายุ 59 ปี ที่ถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้กัด แต่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

สถานการณ์น่าห่วง! ลูกหมาบ้าปี 68 เสียชีวิตมากกว่าเดิม 3 เท่า

เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้สั่งการให้ประสานงานกับอำเภอทุกแห่ง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อลดความวิตกกังวล และสร้างความตระหนักในการป้องกันตนเองจากการถูกสัตว์กัด นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้จัดเตรียมเวชภัณฑ์และวัคซีนให้พร้อมสำหรับการดูแลและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในคน โดยยืนยันว่าโรงพยาบาลบางพลีมีวัคซีนเพียงพอสำหรับให้บริการแก่ผู้ที่ถูกสุนัขหรือแมวกัดข่วนทุกคน ข้อมูล ณ คลังยาของโรงพยาบาลบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ระบุว่ามีวัคซีนจำนวน 975 โดส พร้อมทั้งอิมมูโนโกลบุลินสำหรับผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และในกรณีฉุกเฉิน สามารถระดมวัคซีนจากอำเภออื่น ๆ ได้ทันที

สิ่งที่น่ากังวลคือการติดเชื้อในคนส่วนใหญ่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ เช่น การถูกสุนัขหรือแมวกัดแล้วไม่ได้ล้างแผลอย่างถูกต้อง ไม่ไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา และไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เสียชีวิตบางรายเป็นผู้ที่รักสัตว์และชอบเก็บสุนัขจรจัดมาเลี้ยง โดยขาดความตระหนักถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้า ทำให้มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว

คำแนะนำเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากสถานการณ์ ลูกหมาบ้าปี 68 ที่น่าเป็นห่วง

เพื่อป้องกันตนเองจากโรคพิษสุนัขบ้า หากถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียบาดแผล แม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบดำเนินการตามหลัก “ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ” โดยทันที การล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลาย ๆ ครั้งเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ หลังจากนั้น ควรใส่ยาฆ่าเชื้อ และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงสัตว์ควรนำสุนัขและแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยเจ้าหน้าที่หรือสัตวแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ให้อยู่ในระดับที่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้

สถานการณ์ ลูกหมาบ้าปี 68 ที่มีผู้เสียชีวิตสูงกว่าปีก่อนถึงสามเท่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญให้เราตระหนักถึงอันตรายของโรคพิษสุนัขบ้า และให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเองและสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ การสร้างความตระหนักและการให้ความรู้แก่ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย

ที่มา – ‘สมศักดิ์’ ห่วงลูกหมาบ้าปี 68 พบป่วยเสียชีวิตสูงกว่าปีก่อน 3 เท่า

สรวุฒิเผย! กมธ.งบประมาณฯ 69 หั่นงบ 8.92 พันล้าน

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต สส.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 2569 สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การพิจารณางบประมาณ 3,780,600 ล้านบาท รัฐบาลมุ่งเน้นในการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้งยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจปากท้องและเศรษฐกิจในมหภาค ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการจัดทำงบประมาณในปี 2569 เป็นการจัดงบประมาณเพื่อรับกับการผันผวนของเศรษฐกิจโลก

นายสรวุฒิ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ มีมติปรับลดงบประมาณทั้งสิ้น รวม 8.92 พันล้านบาท โดยปรับลดสูงสุดได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ปรับลด 2.14 พันล้านบาท รัฐสภา 880 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 795 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 693 ล้านบาท และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 459 ล้านบาท ขณะเดียวกันก็ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศมากที่สุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรวมทั้งการเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยในต่างประเทศในกลุ่มประเทศที่ศักยภาพ เพื่อเพิ่มรายตลาดให้กับสินค้าไทย

“ในขณะเดียวกันด้านการท่องเที่ยวต้องยอมรับว่าประเทศไทยไม่มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ที่จะเข้ามา น่าเสียดายที่โครงการเอ็นเตอร์เทนเมนคอมเพล็กซ์ที่เป็นโอกาสครั้งใหญ่เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถดึงเม็ดเงินลงทุนหลายแสนล้านและนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน ที่ผ่านมาต้องถูกต่อต้านจากพรรคการเมืองและกลุ่มอคติการเมืองสร้างวาทกรรมมาบิดเบือนต่างๆ นาๆ โดยเฉพาะเรื่องคาสิโนที่มีเพียงร้อยละ 5 ของทั้งโครงการทั้งหมด จนโครงการต้องชะลอไป เป็นการทำลายโอกาสสร้างอาชีพและสร้างรายให้ประชาชน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านทั้งสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ กำลังก่อสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนคอมเพล็กซ์เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่อเนื่อง ทำลายโอกาสสร้างรายให้ประชาชน”นายสรวุฒิ กล่าว.

สรวุฒิเผย! กมธ.งบประมาณฯ 69 หั่นงบ 8.92 พันล้าน

การเปิดเผยข้อมูลจากนายสรวุฒิเกี่ยวกับ กมธ.งบประมาณฯ 69 หั่นงบ 8.92 พันล้าน นั้น ทำให้เห็นภาพรวมของการจัดสรรงบประมาณในปีนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ประเด็นที่น่าสนใจคือการปรับลดงบประมาณในหลายกระทรวงหลัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในบางโครงการได้

ผลกระทบจากการหั่นงบประมาณ

การที่ กมธ.งบประมาณฯ 69 หั่นงบ 8.92 พันล้าน นั้น หมายความว่าแต่ละกระทรวงจะต้องบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ การใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

  • กระทรวงมหาดไทย: การปรับลดงบประมาณ 2.14 พันล้านบาท อาจส่งผลต่อโครงการพัฒนาท้องถิ่นและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นที่
  • รัฐสภา: การปรับลด 880 ล้านบาท อาจกระทบต่อการดำเนินงานของรัฐสภาในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล
  • กระทรวงคมนาคม: การปรับลด 795 ล้านบาท อาจส่งผลต่อโครงการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม
  • กระทรวงสาธารณสุข: การปรับลด 693 ล้านบาท อาจกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชน
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: การปรับลด 459 ล้านบาท อาจส่งผลต่อโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ นายสรวุฒิยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน

ประเด็นเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่ถูกต่อต้านก็เป็นอีกเรื่องที่น่าพิจารณา เพราะหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง อาจสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเข้ามาในประเทศได้ แต่ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบด้วยเช่นกัน

โดยรวมแล้ว การพิจารณา กมธ.งบประมาณฯ 69 หั่นงบ 8.92 พันล้าน ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งต้องอาศัยการพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน เพื่อให้งบประมาณที่จำกัดถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

การตัดสินใจเกี่ยวกับงบประมาณเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน ดังนั้นการติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจในรายละเอียดต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – ‘สรวุฒิ’ เผย ‘กมธ.งบประมาณฯ 69’หั่นงบ 8.92 พันล้าน

รวมพลังศรัทธา! ปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนม

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ลานแลนด์มาร์คพญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรม ปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนม ครบรอบ 50 ปี พร้อมด้วยนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม คณะนักปั่นจักรยานจากทั่วประเทศ และจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่มาร่วมปั่นจักรยานสักการะองค์พระธาตุพนม เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อปี พ.ศ. 2518 ซึ่งองค์พระธาตุพนมพังทลายลง นับเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญยิ่งต่อจิตใจของชาวพุทธทั่วทั้งภูมิภาคลุ่มน้ำโขง สะท้อนความงดงามของพลังศรัทธา ความสามัคคี และการใส่ใจในสุขภาพ

ภายในงานมีนักปั่นจักรยานจากทั่วประเทศ ต่างประเทศ นักปั่นรถถีบมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมกันกว่า 1,000 คน รวมพลังกันด้วยจิตศรัทธาอันแน่วแน่เพื่อร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนมในครั้งนี้ ซึ่งมีระยะทางไปกลับถึง 104 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการนำดอกไม้ ธูป เทียน ที่พี่น้องประชาชนชาวพุทธจากหลากหลาย พื้นที่ได้มอบให้ตามเส้นทางการปั่นจักรยาน เป็นตัวแทนนำไปสักการะองค์พระธาตุพนมด้วยความเคารพสักการะสูงสุด

ปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนม ครบรอบ 50 ปี

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงออกถึงความศรัทธาที่มีต่อองค์พระธาตุพนม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธทั้งในประเทศไทยและลาว การปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนม ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และส่งเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอีกด้วย

ความสำคัญขององค์พระธาตุพนม

องค์พระธาตุพนมมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตใจอย่างยิ่ง สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ และได้รับการบูรณะมาหลายยุคหลายสมัย องค์พระธาตุพนมเป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า ทำให้เป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวพุทธ นอกจากนี้ องค์พระธาตุพนมยังเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคล

กิจกรรมปั่นจักรยานครั้งนี้จึงเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในอดีต และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของชาวพุทธในการร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดนครพนม ทำให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น

เตรียมตัวร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานครั้งต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนมในครั้งต่อไป ควรเตรียมความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจให้พร้อม ควรศึกษาเส้นทางการปั่นจักรยาน และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น จักรยานที่อยู่ในสภาพดี หมวกกันน็อค แว่นกันแดด และเสื้อผ้าที่เหมาะสม นอกจากนี้ ควรเตรียมยาประจำตัวและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นติดตัวไปด้วย

การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดี และเป็นการพบปะผู้คนที่มีความสนใจเดียวกันอีกด้วย หากคุณเป็นนักปั่นจักรยานและมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา กิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด

ร่วมกันสืบสานประเพณีและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กัน แล้วพบกันใหม่ในกิจกรรมปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนมครั้งต่อไป!

ที่มา – รวมพลังศรัทธาจัดกิจกรรม “ปั่นจักรยานบูชาองค์พระธาตุพนม” ครบรอบ 50 ปี

สภาทนายความ ไม่ตั้งทีมดูแลคดีวัดพระบาทน้ำพุ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ หลังจากทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้ประกาศถอนตัวจากการเป็นทนายความในคดีวัดพระบาทน้ำพุ โดยให้เหตุผลว่า สภาทนายความเตรียมจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลคดีนี้ต่ออย่างเป็นทางการภายใน 1-2 วัน พร้อมอ้างถึงปัญหาสุขภาพส่วนตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานร่วมกับคณะทำงาน

ทนายเกิดผลได้แจ้งความประสงค์ขอถอนตัวจากคดีนี้ต่อหลวงพ่ออลงกต โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานของคณะทนายความชุดใหม่ และเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากตนเองมีปัญหาสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่า สภาทนายความไม่ได้มีการแต่งตั้งทนายความเพื่อช่วยเหลือทางคดีวัดพระบาทน้ำพุ และไม่ทราบเรื่องการแต่งตั้งทีมทนายใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้เกิดความสับสนและข้อสงสัยในวงกว้าง

สภาทนายความ ไม่ตั้งทีมดูแลคดีวัดพระบาทน้ำพุ จริงหรือ?

นายกสภาทนายความได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า คดีนี้ไม่อยู่ในข่ายของคดีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นกรณียากไร้ ดังนั้นจึงไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจที่สภาทนายความจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือทางคดีได้ตามข้อบังคับและกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการตั้งทีมทนายความดูแลคดีวัดพระบาทน้ำพุของนายกสภาทนายความ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า แล้วใครจะเป็นผู้ดำเนินการต่อในคดีนี้ และอนาคตของคดีจะเป็นอย่างไรต่อไป

ทำไมสภาทนายความถึงไม่ช่วยเหลือคดีวัดพระบาทน้ำพุ?

เหตุผลหลักที่สภาทนายความไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือคดีวัดพระบาทน้ำพุได้นั้น ก็เนื่องมาจากข้อจำกัดทางกฎหมายและข้อบังคับของสภาทนายความเอง ที่กำหนดขอบเขตการให้ความช่วยเหลือในคดีต่างๆ ไว้ค่อนข้างชัดเจน คดีที่จะได้รับการพิจารณาให้ความช่วยเหลือจากสภาทนายความ มักจะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับ:

  • การคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
  • ผู้ที่ยากไร้และไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้
  • คดีที่มีความสำคัญทางสังคมและส่งผลกระทบต่อส่วนรวม

เนื่องจากคดีนี้ไม่เข้าข่ายตามเกณฑ์ดังกล่าว สภาทนายความจึงไม่สามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือได้ แม้ว่าวัดพระบาทน้ำพุจะเป็นองค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และเด็กกำพร้าจำนวนมากก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่วัดพระบาทน้ำพุสามารถดำเนินการได้ เช่น การว่าจ้างทนายความเอกชน หรือขอความช่วยเหลือจากองค์กรอื่นๆ ที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายฟรี โดยอาจจะต้องพิจารณาถึงรายละเอียดของคดีและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ

การที่สภาทนายความ ไม่ตั้งทีมดูแลคดีวัดพระบาทน้ำพุ อาจสร้างความผิดหวังให้กับหลายๆ คนที่คาดหวังว่าสภาทนายความจะเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ต้องเข้าใจถึงข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ที่สภาทนายความต้องปฏิบัติตาม การดำเนินการทางกฎหมายในทุกๆ คดี ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรมและอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย

ถึงแม้ว่าสภาทนายความจะไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือโดยตรงได้ แต่ก็ยังมีความหวังและความเป็นไปได้อื่นๆ ที่จะทำให้คดีนี้ได้รับการแก้ไขอย่างยุติธรรมและเป็นธรรมที่สุด

ที่มา – สภาทนายความยืนยัน! ไม่ตั้งทีมทนายดูแลคดีวัดพระบาทน้ำพุ ชี้ไม่อยู่ในอำนาจ-ไม่เข้าข่ายช่วยเหลือ

อบต.บ้านช้าง เดินหน้าโครงการมหาดไทยสีขาวหยุดยาเสพติด

นายรังสิต กลิ่นสุข นายก อบต.บ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ นายสุชาติ ฤทธิเดช รองนายก อบต.บ้านช้าง เดินหน้าโครงการมหาดไทยสีขาวสร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งยาเสพติด (Safe Zone No Drugs) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัด เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกรูปแบบ ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการปกครองจัดทำโครงการมหาดไทยสีขาว สร้างพื้นที่ ปลอดภัย หยุดยั้งยาเสพติด (Safe Zone No Drugs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และบุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกรูปแบบ โดยการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของบุคลากรในสังกัด ณ ห้องประชุม สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านช้าง

อบต.บ้านช้าง

นายรังสิต กล่าวว่า ได้ร่วมกับ นายนเรศ หนูทอง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย ชุดสมาชิกร้อย อส.อ.สองพี่น้อง ที่ 8 เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดอำเภอสองพี่น้อง (ศอ.ปส.อ.) ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทำการสุ่มตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะให้กับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ และพนักงานจ้าง ทุกคน จำนวน 29 ราย เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน ผลปรากฏว่า ไม่พบปัสสาวะ มีสีม่วง แต่อย่างใด ซึ่งจะดำเนินการสุ่มตรวจเป็นระยะ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อมิให้บุคลากรในองค์กร เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อให้การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลสัมฤทธิ์ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย อันจะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผล ตามเป้าหมายที่กำหนด

อบต.บ้านช้าง เดินหน้าโครงการมหาดไทยสีขาวสร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งยาเสพติด

โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ อบต.บ้านช้าง ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยการเริ่มต้นจากภายในองค์กรเอง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชน

ความสำคัญของโครงการมหาดไทยสีขาว

โครงการมหาดไทยสีขาวสร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งยาเสพติด มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคมไทย การที่หน่วยงานภาครัฐอย่าง อบต.บ้านช้าง ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติด ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดภัยสำหรับทุกคน นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรของรัฐเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมายและไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน

  • การตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของบุคลากร
  • การรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด
  • การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ

การดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจริงจังของ อบต.บ้านช้าง ในโครงการมหาดไทยสีขาวสร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งยาเสพติด จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่ปลอดจากยาเสพติดและมีความสุขอย่างยั่งยืน

การที่ อบต.บ้านช้าง ดำเนินโครงการมหาดไทยสีขาวสร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งยาเสพติด ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างแท้จริง การสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน หากทุกคนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เราจะสามารถสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปลอดจากยาเสพติดได้อย่างแน่นอน

ที่มา – อบต.บ้านช้าง เดินหน้าโครงการมหาดไทยสีขาวสร้างพื้นที่ปลอดภัยหยุดยั้งยาเสพติด

กำแพงเพชรจัดกิจกรรม ปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่”

ที่ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริกิติ์อุทยาน ริมแม่น้ำปิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นายกองเอกชัยพฤกษ์ เชียรธานรักษ์ ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับมอบหมายจาก นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดกิจกรรม ปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่” เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 โดยมีนายศุภชัย ศรีงาม นายกสมาคมกีฬาจักรยานชากังราวจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวรายงาน พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรีหญิง กัญญารัตน์ เชียรธานรักษ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ,นางเยาวลักษณ์ เครือคำขาว ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร ,นายวุฒิชัย ศุภอรรถพานิช นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร หัวหน้าส่วนราชการและผู้แทน ประชาชน และนักท่องเที่ยวต่างพร้อมใจกันแต่งกายสีฟ้าเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 และเพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัด

เส้นทางปั่นจักรยานวันนี้ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ในเขตตัวเมืองกำแพงเพชร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกำแพงเพชร ได้แก่ วัดเก่าแก่ ตลาดในชุมชนท้องถิ่นเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชร ริมแม่น้ำปิง กิจกรรมนี้เน้นบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เพื่อให้นักปั่นทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้ โดยเฉพาะมือใหม่และผู้ที่ต้องการใช้เวลาดีๆ กับครอบครัว โดยมี หอการค้าจังหวัดกำแพงเพชรร่วมสนับสนุนอาหารเช้า และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจากสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร ดูแลอำนวยความสะดวกการจราจรทางร่วมทางแยก พร้อมทั้งมีทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

นอกจากนี้ ยังมีการเชิญชวนผู้เข้าร่วมงานร่วมบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวของทหารที่ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สมทบทุนช่วยเหลือครอบครัวของทหารกล้าที่ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการแสดงน้ำใจแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติด้วย

ปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่” ที่กำเเพงเพชร

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 จังหวัดกำแพงเพชรได้จัดกิจกรรม ปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก การจัดงานนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ทำไมต้อง ปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่”?

กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของคนในชุมชนเพื่อทำความดีเพื่อแม่ของแผ่นดิน และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดกำแพงเพชรอีกด้วย

  • แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ส่งเสริมสุขภาพและสร้างความสามัคคีในชุมชน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด

การจัดกิจกรรม ปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่” ที่กำแพงเพชรในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมที่คับคั่ง บรรยากาศที่อบอุ่น และความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี และความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง

ที่มา – กำแพงเพชรจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน“หนึ่งแรงปั่น ล้านแรงใจ…เพื่อแม่” ประชาชนร่วมกิจกรรมคึกคัก!

รร.กีฬานนท์ฯ ป้องกันแชมป์วอลเลย์บอล 7HD สมัย 3

ปิดฉากอย่างสวยงามสำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลนักเรียนหญิง แชมป์กีฬา 7HD 2025 ครั้งที่ 8 สุดยอดทัวร์นาเมนต์ที่ ช่อง 7HD ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นเพื่อสานฝันเยาวชนสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ และ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา

บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจนักกีฬาอย่างคึกคัก พร้อมด้วยเหล่าดารานักแสดงจากช่อง 7HD ที่มาร่วมสร้างสีสันในการแข่งขัน

คู่ชิงอันดับที่ 3 เป็นการพบกันระหว่าง รร.กีฬาจังหวัดอ่างทอง และ รร.เทพมงคลรังษี ซึ่งผลปรากฏว่าเป็น รร.เทพมงคลรังษี ที่สามารถเอาชนะไปได้ 3-2 เซต

และแล้วก็มาถึงคู่ชิงชนะเลิศที่ทุกคนรอคอย เป็นการพบกันระหว่างแชมป์เก่า 2 สมัย อย่าง รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ กับ วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา

รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ ป้องกันแชมป์!

เกมในคู่ชิงชนะเลิศเป็นไปอย่างเข้มข้น ทั้งสองทีมต่างก็งัดเอาศักยภาพของตนเองออกมาอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายเป็น รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ ที่สามารถเอาชนะไปได้ 3-0 เซต คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ

รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ โชว์ฟอร์มสุดแกร่งป้องกันแชมป์วอลเลย์บอล 7HD ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยาไปอย่างขาดลอย 3-0 เซ็ต สร้างความประทับใจให้กับแฟนกีฬาวอลเลย์บอลทั่วประเทศ

สรุปผลการแข่งขันวอลเลย์บอล 7HD 2025

  • แชมป์: รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖
  • รองแชมป์: วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา
  • อันดับ 3: รร.เทพมงคลรังษี
  • อันดับ 4: รร.กีฬาจังหวัดอ่างทอง

นอกจากรางวัลสำหรับทีมที่ชนะเลิศแล้ว ยังมีการมอบรางวัลพิเศษให้กับนักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่นอีกด้วย

การแข่งขันวอลเลย์บอลนักเรียนหญิง แชมป์กีฬา 7HD 2025 ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

แฟนกีฬาที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์ต่างๆ

การแข่งขันวอลเลย์บอลนักเรียนหญิง แชมป์กีฬา 7HD 2025 ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันและพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชนของไทยให้ก้าวไปสู่ระดับอาชีพและทีมชาติต่อไป

การคว้าแชมป์ของ รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของนักกีฬาและทีมงานทุกคน ที่พร้อมจะพัฒนาตนเองเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ที่มา – รร.กีฬานครนนท์วิทยา ๖ ป้องกันแชมป์! ถล่มพณิชยการอยุธยา 3-0 ซิวถ้วยวอลเลย์บอล 7HD สมัย 3

หนุ่ม กรรชัย แจงดราม่าพิธีกรดุทีมงาน เรื่องนี้มันบ้านใครบ้านมัน!

จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นพิธีกรท่านหนึ่งบ่นทีมงานระหว่างออกอากาศสด ล่าสุด “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกรชื่อดังและเจ้าของรายการ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงมุมมองและเหตุผลในการทำงาน โดย หนุ่ม ได้ระบุข้อความว่า

“เห็นกำลังมีดราม่าเรื่องบ่นทีมงานออกอากาศ ก็คิดในใจ ตอนนี้ก็มีอยู่สองคนไม่xก็พุทธ (อภิวรรณ) หล่ะวะ555 เลยย้อนกลับดูตัวเองว่าxบ่นเยอะไปไหม แต่ได้คำตอบว่าไม่นะ ดูถูกความเป็นมนุษย์ ของทีมงานออกรายการไหม xก็ว่าไม่นะ 555 เลยไปเมนต์เอาไว้ว่า

“การทำงานที่ดี คือความพร้อม ประชุมแล้ว เลือกภาพแล้ว รู้แล้วว่าจะมีอะไรที่ต้องทำบ้าง แต่สุดท้ายผิดหมด เวลาหมอผ่าตัดทุกคนต้องรู้หน้าที่ตัวเอง หมอขอมีด ดันส่งที่ดูดเสมหะให้ หรือเชฟตั้งกระทะผัดข้าวผัด ขอซอสจากลูกมือ เสือกส่งน้ำส้มสายชูให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าผัดข้าว ทำไงดีครับ ที่สำคัญ เป็นทุกวันทั้งๆที่ประชุมไปแล้ว ที่สำคัญผมว่าเรื่องแบบนี้มันบ้านใครบ้านมันครับ”

เอาตรงๆนะ โคตรอยากให้คนพูดเรื่องนี้ไปนั่งแทนxมาก จะได้รู้ว่า เวลาทีมงานปล่อยภาพผิด คนโดนฟ้อง คือเจ้าของรายการ…เวลาทีมงานไม่ปล่อยภาพงานของลูกค้า คนโดนด่า คนโดนปรับ ก็คือเจ้าของรายการ…ปล่อยภาพหน้าเด็กออกมาแบบไม่เหมาะสม คนโดนด่าก็เป็นเจ้าของรายการ พิธีกร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล มีการพูดคุยและประชุมกันไปแล้ว ทีมงานไม่โดนหรอกครับ พิธีกรกับเจ้าของรายการนี้นี่แหละครับที่โดน “และที่สำคัญ พิธีกรรันรายการสดอยู่ ไม่มีโอกาสเดินออกไปเพื่อที่จะไปพูด ก็ต้องพูดผ่านตอนออกอากาศนั่นแหละครับ” ในส่วนของทีมงานของผม ทุกคนเข้าใจผมหมดและเข้าใจดีว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันคืออะไร ไม่มีใครโกรธผม เพราะผมมั่นใจว่าเราอยู่กันแบบครอบครัว พวกเขารู้ว่าผมเป็นคนยังไง

อ้อ แล้วที่บอกว่าถ้าอย่างนั้นแก้ปัญหาโดยการ ไล่ทีมงานออกไปสิ ผมว่าผมไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ ทีมงานผมเขาคงอยากให้ผมบ่นมากกว่าไปไล่เขาออก ที่สำคัญที่สุด อย่างที่บอกแหละครับ บ้านใครบ้านมัน เข้าใจความหมายนะครับ”

อีกทั้ง หนุ่ม ได้เขียนข้อความต่อในคอมเมนต์ของโพสต์ดังกล่าวว่า “ส่วนไอ้ที่บอกว่า ให้ไปคุยหลังไมค์จะดูมืออาชีพมากกว่า อยากจะบอกว่า จ้าาาา” งานนี้ทำเอาหลายคนต่างพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย อาทิ รายการสดนี่มันสนุกจริงๆ ไหวพริบ สติล้วนๆ หลังบ้าน อย่าลนๆๆๆๆๆ 55555+ , วัยทองแหล่ะ … คนเมนต์นะ ไม่ได้ว่าพี่ , เข้าใจป๋าที่สุดเลยค่ะ , คนดูแบบเราก็ชอบตอนพี่หนุ่มและพี่พุทธ “ลั่น” อะคะ 55555 ทั้งขำ ทั้งสงสาร แต่ใดๆทุกองค์กรก็มีปัญหาแบบนี้แหละคะ มันคือความเป็นธรรมชาติ เป็นต้น

จากกรณีดราม่าที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม หนุ่ม กรรชัย ถึงออกมาพูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เหตุผลก็คือ ความรับผิดชอบที่เจ้าของรายการต้องแบกรับไว้นั่นเอง เมื่อเกิดความผิดพลาดในการทำงาน คนที่ต้องรับหน้าคือหนุ่ม กรรชัย

เรื่องนี้มันบ้านใครบ้านมัน!

หนุ่ม กรรชัย ได้เน้นย้ำว่า เรื่องนี้มันบ้านใครบ้านมัน! ซึ่งหมายถึง แต่ละคนต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง การทำงานเป็นทีมต้องมีความพร้อมและความเข้าใจ หากเกิดข้อผิดพลาด ผลกระทบจะตกอยู่ที่เจ้าของรายการและพิธีกร

ทำไมหนุ่ม กรรชัย ถึงต้องพูดออกอากาศ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม หนุ่ม กรรชัย ถึงต้องพูดถึงปัญหาเหล่านี้ออกอากาศ เหตุผลก็คือ ในขณะที่รายการสดดำเนินอยู่ พิธีกรไม่มีโอกาสที่จะเดินออกไปเพื่อพูดคุยกับทีมงานเป็นการส่วนตัว การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจึงต้องทำผ่านการสื่อสารออกอากาศ

สถานการณ์ที่ หนุ่ม กรรชัย ต้องเผชิญ แสดงให้เห็นถึงความกดดันและความรับผิดชอบที่พิธีกรและเจ้าของรายการต้องแบกรับ การทำงานภายใต้แรงกดดันสูง จำเป็นต้องอาศัยทีมงานที่มีความพร้อมและความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง

สิ่งที่ หนุ่ม กรรชัย พูด อาจจะดูแรงและตรงไปตรงมา แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงในการทำงานที่ต้องมีความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้มันบ้านใครบ้านมัน! ทุกคนต้องตระหนักถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตัวเอง เพื่อให้การทำงานเป็นทีมราบรื่นและประสบความสำเร็จ

ที่มา – เรื่องนี้มันบ้านใครบ้านมัน! ‘หนุ่ม กรรชัย’ แจงดราม่าพิธีกรดุทีมงาน ลั่น ถ้าผิดใครโดนด่าใครโดนฟ้อง!

โค้ชโอ่ง ‘สั่นเลย’ ได้ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ร่วมทัพ!

“โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน โค้ชพลังกาญจน์ เอฟซี ยอมรับว่า เขานั้นถึงกับ ‘สั่นเลย’ ทีเดียว เมื่อได้นักเตะระดับทีมชาติอังกฤษอย่าง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ มาร่วมทีม

“พลังกาญจน์” น้องใหม่ ไทยลีก 1 “บีวายดี ซีไลออน 6 ลีก 1” ที่จะลุยฤดูกาล 2025-26 ได้ ทาวน์เซนด์ วัย 34 ปี อดีตแข้งพรีเมียร์ลีก และทีมสิงโตคำราม ร่วมทัพ ถือเป็นดีลสุดฮือฮาของวงการลูกหนังไทย

แอนดรอส ทาวน์เซนด์ พลังกาญจน์ เอฟซี

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พลังกาญจน์ได้จัดงานเปิดตัวสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ ที่โรงงานกระดาษไทย กาญจนบุรี ซึ่งโค้ชโอ่งได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่ทีมได้ ทาวน์เซนด์ มาร่วมงาน โดยยอมรับว่าทีแรกก็หวั่นใจไปบ้างในช่วงปรีซีซั่น เพราะ ทาวน์เซนด์ มาช้า แต่สุดท้ายดีลก็ลุล่วงไปด้วยดี ต้องขอบคุณจริงๆ เพราะนับเป็นนักเตะเบอร์ใหญ่จริงๆ ตั้งแต่ทำฟุตบอลมายังไม่เคยมีเลยในชีวิตการเป็นโค้ช แม้มาช้า แต่มาจริง ๆ

โค้ชโอ่งกล่าวเพิ่มเติมว่า “ระดับอดีตทีมชาติอังกฤษเนี่ยนะ จะมา พลังกาญจน์? ผมเห็นตัวเป็น ๆ ผมยัง‘สั่นเลย’ คิดอยู่ในใจว่าเขาจะยกมือไหว้สวัสดีผมไหมเนี่ย”

นอกจากนี้ โค้ชโอ่งยังได้กล่าวถึงสิ่งที่น่ากังวลในตอนแรก คือ เรื่องความสัมพันธ์ภายในทีม และความฟิตของร่างกาย แต่ปรากฏว่า ทาวน์เซนด์ สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ค่อนข้างรวดเร็ว แม้อาจจะยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกเล็กน้อย เนื่องจากเพิ่งจะเดินทางมาถึง อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาในการทำฟุตบอล โค้ชโอ่งมองว่าบางคนอาจจะต้องใช้เวลาถึงครึ่งฤดูกาลในการปรับตัว แต่สำหรับทาวน์เซนด์แล้ว ถือว่าน่าพอใจอย่างยิ่งในการปรับตัว

โค้ชโอ่ง ‘สั่นเลย’ จริงหรือ?

การที่โค้ชโอ่งออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นและความคาดหวังที่มีต่อการมาของ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ นักเตะระดับโลกดีกรีทีมชาติอังกฤษ การย้ายมาร่วมทีมของทาวน์เซนด์ ไม่เพียงแต่จะเป็นการยกระดับฝีเท้าของพลังกาญจน์ เอฟซี เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างกระแสและความสนใจให้กับวงการฟุตบอลไทยอีกด้วย

ปัจจัยที่ทำให้โค้ชโอ่ง ‘สั่นเลย’

  • ดีกรีนักเตะ: แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เคยเล่นในพรีเมียร์ลีกและเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ
  • ความคาดหวัง: ทาวน์เซนด์ถูกคาดหวังให้เป็นกำลังหลักของทีมในการสู้ศึกไทยลีก
  • การสร้างกระแส: การมาของทาวน์เซนด์ช่วยสร้างกระแสและความสนใจให้กับสโมสร

การที่โค้ชโอ่งยอมรับว่า ‘สั่นเลย’ เมื่อได้ทาวน์เซนด์มาร่วมทีม แสดงให้เห็นถึงความน่าตื่นเต้นของดีลนี้ และความคาดหวังที่สโมสรมีต่อการเสริมทัพครั้งสำคัญนี้ การได้นักเตะระดับโลกมาร่วมทีม ถือเป็นก้าวสำคัญของพลังกาญจน์ เอฟซี ในการสร้างทีมให้แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในไทยลีก

แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่

การมาของแอนดรอส ทาวน์เซนด์ จะช่วยยกระดับพลังกาญจน์ได้มากน้อยแค่ไหน? แฟนบอลต้องติดตามให้กำลังใจกันต่อไป

ที่มา – ‘โค้ชโอ่ง’ ยอมรับ ‘สั่นเลย’ ได้ ‘แอนดรอส ทาวน์เซนด์’ มาร่วมทัพ