ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

นนทบุรีไม่น้อยหน้า ‘ดอง ดอง ดองกิ’ เปิดในเซ็นทรัล เวสต์เกต

เมื่อวันอังคารที่ 9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ร่วมกับสรรพสินค้าเซ็นทรัลในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยโฉมสาขาใหม่ล่าสุดของซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง “ดอง ดอง ดองกิ เซ็นทรัล เวสต์เกต” ซึ่งถือเป็นสาขาที่ 8 ในประเทศไทย และเป็นสาขาแรกของนนทบุรี ที่มาพร้อมประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ครบวงจร จัดเต็มทั้งเรื่องสินค้า อาหาร และไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ

นนทบุรีไม่น้อยหน้า ‘ดอง ดอง ดองกิ’ เปิดในเซ็นทรัล เวสต์เกต

การเปิดตัวดอง ดอง ดองกิ เซ็นทรัล เวสต์เกตในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มสาขาใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันกลยุทธ์การเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ PPIH Group ที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้กลายเป็น “Japan Specialty Store” แท้จริงด้วยคอนเซปต์ “อร่อย น่ารัก สนุกสนาน” ที่ดึงดูดทั้งครอบครัวและวัยรุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ที่ ‘ดอง ดอง ดองกิ’

ไฮไลต์ตัวร้อนล่าสุดของร้านคือ โซน “Self-Pick Sushi & Cake” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกหยิบซูชินิกิริสดใหม่และเค้กญี่ปุ่นได้แบบสนุกๆ ด้วยระบบเลือกเอง สะท้อนแนวคิด Experience-driven shopping ที่ช่วยให้ช้อปปิ้งกลายเป็นเรื่องที่สุขุมและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

  • เมนูฟิวชันไทย-ญี่ปุ่น สไตล์ใหม่ล่าสุด เช่น “ชุดหมูกระทะ” และ “ข้าวกะเพราเนื้อปลาไหลญี่ปุ่น”
  • ครบครันด้วยสินค้าไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น ทั้งสินค้าคาแรกเตอร์ เครื่องเขียน เครื่องสำอาง และ “ตู้แคปซูลทอย” มีมากกว่า 50 เครื่องจากญี่ปุ่น

ทั้งหมดนี้ถูกจัดวางอย่างลงตัว ณ ชั้น G ของเซ็นทรัลเวสต์เกต ขอบคุณทำเลที่เชื่อมโยงกับผู้คนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเสริมศักยภาพของโครงการนี้ให้กลายเป็น Super Regional Mall ศูนย์กลางตะวันตกของกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

หากคุณชอบอาหารญี่ปุ่นหรือกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ กับวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ลองมาสัมผัสการเดินทางสั้นๆ ไปญี่ปุ่นได้ที่ ดอง ดอง ดองกิ เซ็นทรัล เวสต์เกต เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00–22.00 น.

อย่าลืมไปสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ร้านแห่งนี้ เพราะคุณจะเจอความอร่อย ความสนุก และความแปลกใหม่แบบที่มีแต่ที่นี่เท่านั้น

ที่มา – นนทบุรีไม่น้อยหน้า ‘ดอง ดอง ดองกิ’ เปิดในเซ็นทรัล เวสต์เกต

ชาวต่างชาติลิ้มรส “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” เมนูขึ้นชื่อต้นตำรับจากยูนนาน

ในยุคที่วัฒนธรรมการทำอาหารข้ามชาติเป็นที่นิยมอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” ซึ่งถือเป็นเมนูตำรับต้นตำรับจากภาคใต้ของจีน โดยเฉพาะในพื้นที่มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ที่กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลงใหลในรสชาติท้องถิ่นแบบออริจินัล

ชาวต่างชาติลิ้มรส “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” เมนูขึ้นชื่อต้นตำรับจากยูนนาน

จากข่าวรายงานของสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า กลุ่มชาวต่างชาติจากประเทศในแง้มโลกใต้ได้มีโอกาสได้เพลิดเพลินกับรสชาติของ ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน หรือที่รู้จักในภาษาท้องถิ่นว่า “กั้วเฉียวหมี่เซี่ยน” ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของอาหารพื้นถิ่นในเมืองเหมิงจื้อ ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและรสชาติอันเป็นเลิศ

เมนูนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวชนิดอื่น เนื่องจากมีการเสิร์ฟวัตถุดิบที่สดใหม่และปรุงแยกจากกัน นั่นคือ น้ำซุปที่ร้อนจัดจะถูกเสิร์ฟแยกจากเส้นหมี่ เนื้อสัตว์ดิบหั่นบาง (หมู เนื้อ ไก่ หรือปลา) ผักสดและเครื่องเคียงอื่น ๆ

วิธีการเสิร์ฟที่เป็นเอกลักษณ์

ความพิเศษของ “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” ยังอยู่ที่น้ำซุปที่ทำจากกระดูกไก่และกระดูกหมู และมีชั้นน้ำมันปกคลุมซึ่งช่วยรักษาความร้อนของน้ำซุปไว้ได้นาน ผู้รับประทานสามารถนำวัตถุดิบทั้งหมดใส่ลงไปในชามน้ำซุปที่ร้อนจัด แล้วรอสักครู่ให้เนื้อสัตว์สุกพอดี ก่อนตักทานทันที

นอกจากความอร่อยแล้ว มื้ออาหารนี้ยังมาพร้อมกับชามขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่าใบหน้าเสียอีก ให้ความรู้สึกอิ่มจุใจเยอะแยะแบบจุใจสุด ๆ

รู้จักกับที่มาของ “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน”

ส่วนชื่อ “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” มีมานิเทศเล่าว่าเกิดจากเรื่องเล่าของหญิงสาวในสมัยก่อน ที่ภรรยาของนักวิชาการคนหนึ่งต้องเดินข้ามสะพานทุกวันเพื่อไปส่งอาหารให้สามีที่อยู่อ่านหนังสือบนเกาะกลางน้ำ แต่อาหารมักจะเย็นก่อนถึงมือ เธอจึงคิดค้นสูตรน้ำซุปที่ร้อนจัดและมีชั้นน้ำมันปกคลุม เพื่อให้อาหารยังคงร้อนอยู่แม้ต้องพกพาไกล

วิธีนี้ทำให้อาหารยังคงความอร่อยและอุ่นวารีจนถึงผู้รับประทานเป็นอย่างดี จึงกลายมาเป็นที่มาของ “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” ที่เราได้ลิ้มรสกันอยู่ทุกวันนี้

หากคุณมีโอกาสเดินทางไปเยือนยูนนาน หรือเมืองเหมิงจื้อ อย่าลืมแวะลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อแบบนี้ เพราะไม่เพียงอร่อย แต่ยังเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมอาหารอีกด้วย

ที่มา – ชาวต่างชาติลิ้มรส “ก๋วยเตี๋ยวข้ามสะพาน” เมนูขึ้นชื่อต้นตำรับจากยูนนาน

แจ็คกี้ช้ำใจถูกดาราหนุ่มหลอกให้รัก ยืมตังค์ไม่คืน

สำหรับนักแสดงสาวอารมณ์ดี แจ็คกี้-ชาเคอลีน มึ้นช์ แล้ว ความรักครั้งนี้คงเป็นบทเรียนที่ช้ำใจอย่างแรง เพราะเธอกลายเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในคราบคนรัก สูญเสียเงินนับล้านบาท และทำให้เธอไม่กล้าเปิดใจใครอีกต่อไป

แจ็คกี้ช้ำใจถูกดาราหนุ่มหลอกให้รัก

ในรายการ “แฉ” แจ็คกี้เล่าให้ฟังว่า คนที่ตอนนั้นเธอหลงรักเป็นอย่างมากกลับเป็นคนที่หลอกเงินเธออย่างหนักหน่วง เขาเริ่มจากบอกว่าตนเองมีปัญหาครอบครัว ต้องดูแลลูก แม้จะยังไม่เปิดตัวชัดเจนว่าทำงานอะไร แต่แจ็คกี้ก็ยังเชื่อใจ เริ่มให้ความช่วยเหลือ

จากการที่มีความรักบังตา แถม “ดาราหนุ่ม” คนนี้ยังตรงสเปกของแจ็คกี้เลย เธอจึงไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ ให้เงินเพื่อจ่ายค่าเทอมลูกกว่า 150,000 บาท และยังช่วยจ่ายค่าบ้าน ค่ารถ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ จนสุดท้ายรวมเป็นจำนวนเงินนับล้านบาท

ยืมตังค์นับล้านไม่คืน

แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่นั้น แจ็คกี้เปิดเผยว่า หลังจากที่รู้ว่า “ดาราหนุ่ม” มีเมียและลูกแล้ว เธอก็พยายามให้เขาคืนเงิน แต่กลับถูกหลอกมาตลอด เขาไม่คืนเต็มจำนวน และใช้เวลาในการ “จ่ายคืน” ที่นานเกินกว่า 2 ปี

“เขาคืนแต่ไม่หมด เรื่องของเรื่องเราคิดว่าเราเลิกกันไปแล้ว เราก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ก็ยังไม่หมด คืนเกิน 50% แล้วนะ” แจ็คกี้เล่า

  • ใช้เวลาเกือบ 2 ปีในการเรียกคืนเงิน
  • เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงที่แจ็คกี้ยังเป็นนักแสดงธรรมดา
  • ไม่กล้าเปิดใจใครหลังจากนั้น

ที่ทำให้แจ็คกี้สังเกตว่า “ดาราหนุ่ม” กลับไม่คืนเงิน เพราะเธอเห็นในสตอรี่ของเขาว่าเขาได้ขับรถหรูที่ไม่ใช่ของเก่าที่เธอเคยนั่งมาตลอด เธอเลยเริ่มสืบสวนจนรู้ความจริงว่าเขาซื้อรถที่ราคาเป็นล้านได้ยังไม่คืนเงินเลย

ความรักยังเป็นภัยใน disguise

อย่างไรก็ตาม แจ็คกี้ยังบอกอีกว่าเธอเคย “เฉยๆ” ที่จะทำตัวเป็นเพื่อนกับ “ดาราหนุ่ม”คนนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องเจอเจ๊ที่ดูแลพื้นที่ในจังหวัดบอกว่าเขามีเมียและลูกซ่อนอยู่จริง

“ขอบคุณเรายังมีเทพที่พิทักษ์เราที่ดี เราดันไปรู้จักนักการเมืองท้องถิ่น… เจ๊บอกหนูเขาซุกลูกซุกเมียไว้อำเภอข้างๆนี้จ้ะ”

จากเรื่องราวของ แจ็คกี้ ช้ำใจถูกดาราหนุ่ม นี้ เราคงได้เห็นว่าโลกออนไลน์เต็มไปด้วยแรงจูงใจในการ “หลอก” ที่ซับซ้อน และเราควรใช้สติในการสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า ควรมีความระมัดระวังมากขึ้น

ที่มา – ‘แจ็คกี้’ ช้ำใจถูก ‘ดาราหนุ่ม’ หลอกให้รัก แถมยืมตังค์นับล้านไม่คืน

LINE HEALTH ทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพคนไทย

หาหมอออนไลน์บน LINE ได้แล้ว! วันนี้ LINE ประเทศไทย ได้เปิดตัว “LINE HEALTH” ทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพสำหรับคนไทยอย่างเป็นทางการ เชื่อมต่อผู้ใช้ LINE ทั่วไทยกับ 4 ผู้ให้บริการหมอออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ Clicknic, Health at Work, หมอคู่คิดส์ และ ooca ผ่านบัญชีทางการเดียว (@linehealth) เพียงแค่เพิ่มเพื่อน ก็สามารถเข้าปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ รอรับยาที่ส่งถึงบ้าน ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย ใจ และหมอเด็ก เข้าถึงง่าย สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องเดินทาง

LINE HEALTH คืออะไร?

LINE HEALTH เป็นบริการที่ใช้ศักยภาพของ LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย มาเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการเทเลเมดิซีนชั้นนำ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับทุกกลุ่มคน โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ผู้ใช้ประกันกลุ่ม และพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก ปัจจุบัน LINE HEALTH รองรับ 42 กลุ่มอาการทั่วไป และสามารถเชื่อมต่อระบบสิทธิของ สปสช. ได้อย่างพร้อมเพรียง

พันธมิตรตัวหลักของ LINE HEALTH

มี 4 บริการหลักให้ผู้ใช้งานได้เลือกใช้บนแพลตฟอร์ม LINE HEALTH:

  • Health at Work: บริการเทเลเมดิซีนสำหรับผู้ที่ทำงานในองค์กร รองรับการปรึกษาแพทย์ ส่งยาถึงที่ และเชื่อมต่อกับประกันกลุ่ม
  • หมอคู่คิดส์: ให้คำปรึกษาจากพยาบาลและหมอเด็ก ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมฟีเจอร์ติดตามพัฒนาการของลูกและการบันทึกวัคซีน
  • ooca: แพลตฟอร์มด้านสุขภาพจิตชั้นนำของไทย ให้บริการปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ลดการตีตรา และเสริมความเป็นส่วนตัวสูง
  • Clicknic: ให้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านวิดีโอคอลทันที รองรับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยาจัดส่งถึงมือ

“การเปิดตัว LINE HEALTH คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สอดรับกับวิสัยทัศน์ของ LINE ในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนไทย” รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ของ LINE ประเทศไทย กล่าว

ยกระดับสุขภาพดิจิทัลของประเทศ

ความร่วมมือระหว่าง LINE ประเทศไทย และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถือเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันระบบสาธารณสุขของไทยให้ก้าวไปสู่ระบบสาธารณสุขดั้งเดิม โดยสามารถลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ และให้บริการเทเลเมดิซีนแก่กลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือกลุ่มเสี่ยงได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการ LINE HEALTH ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE โดยเพียงพิมพ์ “@linehealth” หรือคลิกที่ https://lin.ee/acRu9SY เพื่อเพิ่มเป็นเพื่อน เพื่อใช้งานบริการได้ทันที

นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมอย่าง WHALE ที่รวบรวมสินค้าด้านสุขภาพและอาหารเสริม ภายใต้การคัดสรรของ LINE เพื่อให้ผู้ใช้งานมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์

LINE HEALTH ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการดูแลสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคใหม่ โดยเน้นความสะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้ง่ายจากที่ไหนก็ได้

ที่มา – LINE ผนึก 4 พันธมิตร เปิดตัว LINE HEALTH ทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพสำหรับคนไทย

กองปราบตามซิว ‘ไฮโซเก๊’ หลอกเงินมัดจำจองคิว ‘ลำไย ไหทองคำ’

เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ดำเนินการจับกุม นายเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งภรรยาการกระทำนี้เกี่ยวข้องกับการแกล้งตัวเป็นไฮโซเก๊ และเชิดจ้างผู้เสียหายให้จ่ายเงินหลายแสนบาทเพื่อจองคิววงดนตรีลำไย ไหทองคำ ที่เป็นเพียงหลอกลวงเท่านั้น

ไฮโซเก๊ฉ้อโกง ภาพลวงตาสร้างความเสียหาย

ข่าวที่ถือว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสะพรึงใจไม่น้อย เมื่อไฮโซเก๊ หนุ่มที่แสร้งทำตัวเป็นผู้จัดการศิลปินวงการบันเทิงระดับจังหวะ พร่ำเพรื่อถึงการมี人脉ที่ครอบคลุมในทุกค่ายเพลงใหญ่ จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าได้โอกาสสัมผัสวงดนตรีชื่อดังในราคาพิเศษ โดยต้องจ่ายเงินค่ามัดจำจองคิววงดนตรีลำไย ไหทองคำ เสียก่อน

จนกระทั่งถึงใกล้วันแสดง ผู้เสียหายกลับไม่สามารถติดต่อผู้กล่าวอ้างได้อีกต่อไป และเมื่อตรวจสอบมูลความจริง พบว่ามิใช่เรื่องที่ถูกต้องแต่อย่างใด จึงมีการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของคดีฉ้อโกงครั้งนี้

ความเคลื่อนไหวจากเจ้าหน้าที่กองปราบ

เจ้าหน้าที่จากบก.ป.ได้เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว โดยมี พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับกอง 4 และพ.ต.ต.จิรัฎฐวัฒน์ กิจรุ่งเรืองเดช รองผู้กำกับฯ เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จที่หน้าเดอะพูลสเปซวิลล่า ซอยเขามะกอก 1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

  • ผู้ต้องหาใช้ชื่อว่า “เก่ง” อายุ 35 ปี
  • ถูกดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดสตูลที่ จ.271/2568
  • เหตุการณ์ฉ้อโกงเกี่ยวข้องกับวงดนตรีชื่อดัง “ลำไย ไหทองคำ”
  • เงินที่ถูกฉ้อโกงมีมูลค่าหลายแสนบาท

ภายหลังจากการสอบสวนriminalรับสารภาพว่า ตนแกล้งตัวเป็นคนมีฐานะเพื่อหว่านล่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จนกระทั่งสามารถนำเงินไปใช้ในกิจวัตรส่วนบุคคลอย่างไร้ข้อจำกัด อย่างไรก็ตามไฮโซเก๊ ได้เริ่มทยอยหาทางส่งเงินคืนผู้เสียหายบางส่วนแล้ว เพื่อลดบทลงโทษ

ควรรู้ไว้ก่อนใช้บริการจ้างวงดนตรี

กรณีนี้ยังคงเป็นบทเตือนสำหรับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะผู้ประกอบการงานบันเทิงที่บรรจงหาวงดนตรีที่ต้องการมาใช้งาน ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการมากกว่าคำพูดเหนือกระดาษ ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงผู้จัดการ หรือการรับประกันการชำระเงินอย่างโปร่งใสนั้น เนื่องจากปัจจุบันมีผู้แกล้งเลียนแฉกเสกตัวให้ดูมีอิทธิพลเพียงเพื่อแฉบริการหรือภาพลวงตาให้ผู้บริโภคลงเอย

หากคุณกำลังพิจารณางานวงดนตรีเช่นวงลำไย ไหทองคำ เป็นสิ่งสำคัญมากว่าเงื่อนงำการเงิน ให้พิจารณารายละเอียดบนระบบอินเทอร์เน็ต หรือสอบถามจากผู้อื่นที่เคยใช้บริการอย่างมั่นคง เช่น ผ่านfacebookกลุ่ม หรือเว็บไซต์แบ่งปันประสบการณ์

อย่าลืมว่า ตัวตนของใครบางคนอาจลวงตาคุณให้เสียทั้งเงิน ความไว้วางใจ และเวลา

ที่มา – กองปราบตามซิว ‘ไฮโซเก๊’ หลอกเงินมัดจำจองคิว ‘ลำไย ไหทองคำ’

สสว. สร้างนวัตกรรมบริการไทยเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้จัดโครงการสร้างนวัตกรรมบริการไทยเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน (Build Thailand Innovation Service) ประจำปีงบประมาณ 2568 เพื่อผลักดันกลุ่มผู้ประกอบการภาคบริการให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปรับปรุงธุรกิจให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

สสว. สร้างนวัตกรรมบริการไทยเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน

ภายใต้โครงการนี้ สสว. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการภาคบริการปรับโฉมธุรกิจผ่านการเข้าถึงองค์ความรู้ในรูปแบบเครือข่าย และมีโอกาสยกระดับผ่านกิจกรรม Hackathon เอาชนะปัญหาด้วยวิธีการใหม่ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญในการเร่งพัฒนาและสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับแนวโน้มในยุคปัจจุบัน

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของโครงการ

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. ระบุว่า กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรมรีสอร์ท ร้านอาหาร สปา และธุรกิจด้านสุขภาพ โดยให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาทักษะด้านการจัดการ รวมถึงการปรับเปลี่ยนวิธีทำธุรกิจให้เหมาะสมกับตลาดใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน

หนึ่งในกิจกรรมหลักของโครงการคือการจัด Hackathon เอาชนะปัญหาด้วยวิธีการใหม่ ซึ่งได้รับการจัดขึ้น ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ และโรงแรม เดอะ ไทด์รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ พัฒนา และปรับปรุงรูปแบบการทำธุรกิจผ่านการโค้ชและทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

ผลลัพธ์และความสำเร็จ

จากการดำเนินโครงการในปีนี้ มีผู้ประกอบการหลากหลายด้านที่ได้รับโอกาสในการเชื่อมโยงทางการตลาดโดยตรง ผ่านการเข้าร่วมงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 74 ระหว่างวันที่ 26 – 29 มิถุนายน 2568 ณ ไบเทค บางนา โดยได้แก่ บริษัทโฆษะ โฮลดิ้ง จำกัด, The Canteen Food Products, ยิปมันส์ จำกัด, เดญา เวลเนส กรุ๊ป จำกัด, แพลทินั่ม เพลส จำกัด และ อาร์.เอส.สัมมนา เซนเตอร์ จำกัด

ในขณะที่ ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 75 ที่จัดระหว่างวันที่ 21 – 24 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ได้คัดเลือกบริษัทที่ผ่านการพัฒนาอย่างเข้มข้น ได้แก่ ซี เอส พี แลนด์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้, พราวิเนีย, ไทดี้คลีนนิ่ง และ พอยท์ ออฟ วิว ทราเวล ซึ่งทั้ง 10 กิจการนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 20,000,000 บาทจากการดำเนินโครงการ

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและศรัทธาของผู้ประกอบการไทยที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน กับการสนับสนุนจาก สสว. ผ่านนวัตกรรมและระบบที่เหมาะสม โครงการนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของภาคบริการไทย บนพื้นฐานแห่งความร่วมมือและการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์

หากคุณเป็นผู้ประกอบการในภาคบริการ อย่าพลาดโอกาสในการเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ ร่วมกับ สสว. และสร้างโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

ที่มา – สสว. จัดโครงการสร้างนวัตกรรมบริการไทยเพื่อการเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรม Hackathon เอาชนะปัญหาด้วยวิธีการใหม่

‘สุขุม’ ชม‘อนุทิน’เซ็ตทีม ครม.เศรษฐกิจ – ฟื้นคนละครึ่ง สังคมมีความหวัง

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568 รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองและแนวทางการบริหารประเทศ ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า บรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้เริ่มสร้างความหวังใหม่ให้กับสังคมไทย โดยเฉพาะการกำหนดกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน และการเร่งเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจที่ประชาชนรอคอย

‘สุขุม’ ชม‘อนุทิน’เซ็ตทีม ครม.เศรษฐกิจ – ฟื้นคนละครึ่ง สังคมมีความหวัง

รศ.ดร.สุขุม กล่าวว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำเร่งด่วนคือการแสดงฝีมือให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์โดยเร็ว ก่อนที่จะเดินเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า รัฐบาลต้องใช้โอกาสนี้สร้างผลงานเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรื้อฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างกว้างขวาง

“วันนี้ไม่มีใครสนใจแล้วว่าใครคิด ใครเริ่มต้น สังคมสนใจเพียงว่าใครทำให้สำเร็จ ใครทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ หากภูมิใจไทยเดินหน้านโยบายนี้อย่างจริงจัง ก็ย่อมจะได้คะแนนนิยมกลับคืนมา” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

ทีมเศรษฐกิจใหม่สร้างความไว้วางใจ

อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง มองว่า การจัดทัพคณะกรรมการรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจ ชุดใหม่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากความเป็น “มืออาชีพ” ที่มีความรู้ความสามารถ และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน ที่กำลังเผชิญปัญหาด้านค่าครองชีพและต้องการทีมงานที่สามารถแก้ไขได้จริง

“สิ่งที่เราเห็นคือนายกฯ พยายามตอบสนองสังคมในประเด็นที่ประชาชนกังวลมากที่สุด คือเศรษฐกิจ และค่าครองชีพ การที่เลือกคนนอกที่มีความเก่งกาจเข้ามา ก็เป็นการอ่านใจประชาชนได้อย่างถูกต้อง ทำให้สังคมมีความหวังมากขึ้น” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

เห็นได้ชัดว่า ความหวังใหม่ของสังคมไทยกำลังเริ่มต้นขึ้น โดยมีนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสร้างแรงผลักดันสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว และได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

ที่มา – ‘สุขุม’ ชม‘อนุทิน’เซ็ตทีม ครม.เศรษฐกิจ – ฟื้นคนละครึ่ง สังคมมีความหวัง

สองสามีภรรยาฟ้องหย่าเพราะตกลงเรื่องชื่อลูกไม่ได้

ความรักและความเข้าใจอาจเป็นรากฐานของความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง夫妻,แต่บางครั้งปัญหาเล็กๆ กลับกลายเป็นหินก้อนโตที่ทำลายความสัมพันธ์ได้สองสามีภรรยาฟ้องหย่ากันเพราะตกลงเรื่องชื่อลูกไม่ได้ ประเด็นนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ในสาธารณชนของประเทศจีน หลังจากที่ศาลประชาชนเขตผู่ตงใหม่ในเซี่ยงไฮ้ได้พิจารณาคดีดังกล่าว

สองสามีภรรยาฟ้องหย่ากันเพราะตกลงเรื่องชื่อลูกไม่ได้

ตามรายงานศาล สามีภรรยาคู่นี้สมรสกันตั้งแต่ปี 2566 และมีลูกชายรวมกันในช่วงต้นปีถัดมา ทว่าความสัมพันธ์เริ่มมีปัญหาหลังจากทั้งสองฝ่ายมีข้อโต้เถียงเรื่องการตั้งชื่อให้กับลูกชาย แต่ละคนพยายามยืนกรานในแนวทางของตนเองจนไม่สามารถสรุปทางออกได้

ความลำบากของลูกน้อยที่ไม่มีชื่อ

จากข้อมูลในศาลเผยให้เห็นว่า ทั้งสองไปโรงพยาบาลเพื่อลงทะเบียนชื่อลูกแต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะขัดข้องจากระบบเอกสาร ด้านอื่น ๆ เช่น สูติบัตร การลงทะเบียนสำมะโนครัว และแม้กระทั่งการฉีดวัคซีนสำหรับลูกน้อยก็ล่าช้า “เด็กอายุมากกว่าหนึ่งปีแล้ว แต่เขายังไม่มีแม้แต่สูติบัตร” ผู้พิพากษาเปิดเผย

ศาลเห็นว่า ใบรับรองการเกิดถือเป็นเอกสารหลักในการให้สิทธิขั้นพื้นฐานแก่เด็ก หากพ่อแม่ล่าช้าหรือไม่ร่วมมือกัน จะส่งผลลบต่อตัวเด็กโดยตรง ‘หนังสือแจ้งการดูแลเด็กผู้เยาว์’ ฉบับพิเศษ จึงถูกออกขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิเหล่านี้

  • กำหนดเวลาให้พ่อแม่ร่วมมือจัดทำสูติบัตร
  • เร่งดำเนินการลงทะเบียนสำมะโนครัวของลูก
  • ชี้แจงว่าชื่อไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าความเป็นอยู่ของลูก

ไม่นานหลังจากที่ศาลจัดการ ‘กำหนดการแก้ไข’ ความขัดแย้งก็กลับมาอีก เมื่อทั้งสองกลับทะเลาะกันเรื่องการครอบครองสูติบัตรต้นฉบับอีกครั้ง ศาลจึงตัดสินใจเก็บเอกสารไว้ก่อนและมอบให้ฝ่ายแม่เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป

ความคิดเห็นของสังคมต่อเรื่องนี้?

คดีนี้กลายเป็นกระแสบนสื่อโซเชียลของจีนอย่างไม่น่าเชื่อ โดยหลายคนเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่แย่ของคนที่ควรจะมีหน้าที่ดูแลลูก “สองสามีภรรยาแบบนี้ไม่ควรมีลูกเลย” หนึ่งในเน็ตไอดอลกล่าว

ความขัดแย้งเล็กๆ อย่างการเลือกชื่อสำหรับลูกอาจดูไม่สำคัญ แต่ถ้าพ่อแม่ใช้เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่และโยนกันไปเรื่อยๆ ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่กระทบถึงตัวเด็กโดยตรง ควรพิจารณาอย่างรอบด้านมากกว่า

หากคุณเป็นผู้ปกครอง ลองถามตัวเองว่า “แม้แต่เรื่องง่ายๆ เราก็ทำงานร่วมกันเพื่อลูกได้จริงหรือไม่?” เพราะสุดท้าย คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเด็กที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ที่มา – สองสามีภรรยาฟ้องหย่ากันเพราะตกลงเรื่องชื่อลูกไม่ได้

น้องธามคว้าแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย ศึกเทควันโดกรมพลศึกษา

เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาปากเกร็ด ได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาเทควันโดระหว่างโรงเรียนประจำปีการศึกษา 2568 ของกรมพลศึกษา โดยมี ส.ต.ท.หญิงชุติกาญจน์ พาลใจ ผู้อำนวยการกลุ่มกีฬาส่วนภูมิภาค กรมพลศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบเหรียญรางวัลให้กับนักกีฬาที่ได้รับชัยชนะในแต่ละรุ่นการแข่งขัน

น้องธามคว้าแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย

ในการแข่งขันครั้งนี้ มีนักกีฬารวมตัวกันจากหลายโรงเรียน เพื่อชิงแชมป์ในรุ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย ที่ถือเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม “น้องธาม ดาราวลี” สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นคว้าแชมป์ไปครองอย่างภาคภูมิใจ ส่วนรองชนะเลิศเป็นของ “ณัฐวรรธน์ พูลสวัสดิ์” และอันดับ 3 เป็น “พิชชาชาญ อ้วนไตร” นักกีฬาจากโรงเรียนสังขตะอำพน

ผลการแข่งขันรุ่นน้ำหนัก 25–34 กก.

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่นน้ำหนักต่าง ๆ ดังนี้

  • รุ่นน้ำหนัก 25-28 กก. – ชนะเลิศ รตช กะวะระพฤษ, รองชนะเลิศ ณัฐพัฒน์ อัจฉริยะตระกูล, อันดับ 3 ตรัยคุณ โมลา และปุญญพัฒน์ บุญธรรม
  • รุ่นน้ำหนัก 28-31 กก. – ชนะเลิศ ธวัชชัย ทัดทอง, รองชนะเลิศ ปุณณ์ เรืองเดช, อันดับ 3 อดิเทพ จุลินทร และสุวิกรม ฤทธิ์ประดิษฐ์โชค
  • รุ่นน้ำหนัก 31-34 กก. – ชนะเลิศ เทวา ทิมประเสริฐ, รองชนะเลิศ กีรติ ช้อยสุชาติ, อันดับ 3 บรรณรฏ แซ่เล้า และอนันกลึงกลิ่น

การแข่งขันเทควันโดในครั้งนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การแย่งชิงความเป็นหนึ่ง แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้ การฝึกฝนทักษะ และการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่นักกีฬารุ่นเยาว์ เพื่อให้เติบโตขึ้นมาเป็นนักกีฬาที่มีวินัย มีความรับผิดชอบ และมีจิตใจที่เข้มแข็ง

การมี “น้องธาม” เป็นแชมป์ในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย เป็นแรงบันดาลใจให้กับน้อง ๆ รุ่นน้องหลายคน ว่าการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและการมีเป้าหมายชัดเจน แม้จะยังเล็ก แต่ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองและโรงเรียนได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือนักกีฬาที่สนใจ น้องธามคว้าแชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย หรือนักกีฬารุ่นเยาว์ด้านเทควันโด อย่าลืมสนับสนุนและติดตามกีฬาไทยในทุกระดับ เพราะเราเชื่อว่าชาวยุคใหม่ของเราสามารถ闪耀 ได้มากกว่าที่คุณคาดไว้

ที่มา – “น้องธาม” คว้าแชมป์ รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชาย ศึกเทควันโด กรมพลศึกษา

5 นางเอก-นักร้องตัวแม่ สลัดลุคสายหวาน โดนวิจารณ์ยับ ‘ไม่เหมาะสม-โป๊เกินงาม’

วงการบันเทิงไทยเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น และหนึ่งในประเด็นที่สร้างความฮือฮาอย่างต่อเนื่อง คือ “5 นางเอก-นักร้องตัวแม่ สลัดลุคสายหวาน โดนวิจารณ์ยับ ‘ไม่เหมาะสม-โป๊เกินงาม’

สาวๆ ที่เคยมีภาพลักษณ์เรียบร้อย กว่าจะมาถึงจุดที่กล้าแสดงออกด้วยลุคเซ็กซี่ ก็มักจะต้องเผชิญกับแรงวิจารณ์หลากหลายจากสังคม บทความนี้จะพาคุณไปชมว่าใครบ้างที่เคยโดนกระแสแรงจนบางทีอาจอยากยอมแพ้

5 นางเอก-นักร้องตัวแม่ สลัดลุคสายหวาน โดนวิจารณ์ยับ ‘ไม่เหมาะสม-โป๊เกินงาม’

เราจะเริ่มต้นกับ สุนารี ราชสีมา นักร้องลูกทุ่งที่เปลี่ยนจากลุครุนแรงเป็นเซ็กซี่ ในครั้งหนึ่งเธอขึ้นเวทีคอนเสิร์ตในชุดบอดี้สูทเนื้อสี กระตุ้นความคิดเห็นในโซเชียลว่า “ไม่เหมาะสมกับวัย” ถึงกระนั้นก็มีแฟนคลับมากมายที่ยังยอมรับและชื่นชมความเปลี่ยนแปลงของเธอ

แต้ว ณฐพร ที่เปลี่ยนจากสายอบอุ่นไปเป็นเซ็กซี่

อีกคนที่มีกระแสดราม่าแรงไม่แพ้คือ แต้ว ณฐพร นางเอกสาวที่ตอนเริ่มต้นเข้าวงการมีภาพลักษณ์หวานและเป็นมิตร โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เธอปล่อยภาพชุดว่ายน้ำและเต้น TikTok ทำให้ผู้ชมบางกลุ่มกลับไม่คิดว่า “เหมาะกับเธอ” แต่นั่นไม่ใช่แรงผลักที่ทำให้แต้วหยุดพัฒนา กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอยืนยันตัวเองมากขึ้น

อีกหนึ่งตัวชี้วัดความกล้าของสาวเซ็กซี่คือ โบกี้ ไลอ้อน ที่เคยเผชิญกระแสวิจารณ์เรื่อง “ชุดโป๊เกินงาม” แม้จะมีความเห็นวิจารณ์ว่าตัวโป๊เกินไปแต่เธอไม่ได้ปิดบัง กลับออกมาเคลียร์อย่างโปร่งใสว่า “นี่คือศิลปะเชิงการสื่อสาร และใครก็มีสิทธิเลือกแต่งตัว”

ชมพู่ อารยา กับภาพลักษณ์บนเวทีเมืองคานส์

ถัดมาคือ ชมพู่ อารยา ที่โผล่บนพรมแดงเมืองคานส์ในลุคเซ็กซี่ โดยแต่งบอดี้สูทสีชมพูเปิดขาจากแบรนด์ Atelier Versace แต่กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อมีเสียงว่าเธอท้าทายวัฒนธรรมไทย จนเธอต้องได้รับความตื่นเต้นจากทั้งแฟนคลับและผู้ติดตามสายศิลปะ

สุดท้าย เจมี่ บูเฮอร์ เมื่อเธอเลือกใส่ชุดที่ดูแรงขึ้นเวทีงานรางวัลสร้างเสียงวิจารณ์ด้านภาพลักษณ์ บางหลายความเห็นมองว่า “ไม่ได้สุภาพ” แต่เจมี่ก็ออกมาชี้แจงว่า “อยากโชว์ขา ไม่ได้ตั้งใจให้ดูโป๊” และประกาศว่าจะหยุดจัดภาพลักษณ์ในแบบที่มีความเสี่ยง

ดูเหมือนจะไม่มีความถูกหรือผิดในการแสดงออกของศิลปิน แต่ก็มีคนที่เข้าใจและคนที่ไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับสาวๆ เหล่านี้ ที่แม้จะถูกวิจารณ์แรง แต่พวกเธอก็ไม่ล้มเลิก เพราะหมั่นตัวเองมากกว่าที่ใครจะกล่าวถึง

หากคุณเข้าใจแล้วว่าโลกบันเทิงเต็มไปด้วยมุมมองที่หลากหลาย เชิญแสดงความเห็นของคุณด้านล่างว่า “นางเอกหรือนักร้องคนไหนควรเปลี่ยนลุค?”

ที่มา – ‘5 นางเอก-นักร้องตัวแม่’ สลัดลุคสายหวาน โดนวิจารณ์ยับ ‘ไม่เหมาะสม-โป๊เกินงาม’