ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

“ส.ลูกยางโลก” มอบโทรฟี่อันทรงเกียรติ “FIVB Grand Cross Award” ให้ “บิ๊กสมพร-บิ๊กติ๋ม” สองคีย์แมนกีฬาไทย

ความสำเร็จที่โดดเด่นของศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 (FIVB Women’s World Championship 2025) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น ได้รับการยอมรับจากทั่วทั้งวงการกีฬาอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันที่ถือว่า “ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

“ส.ลูกยางโลก” มอบโทรฟี่อันทรงเกียรติ “FIVB Grand Cross Award” ให้ “บิ๊กสมพร-บิ๊กติ๋ม” สองคีย์แมนกีฬาไทย

ล่าสุด นายฟาบิโอ อาเซเวโด ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้มอบรางวัล “FIVB Grand Cross Award” ให้กับ “บิ๊กสมพร” สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และ “อาจารย์ติ๋ม” ร.ท.ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ รองประธานกิติมศักดิ์ตลอดชีพสหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย (AVC) ที่ห้องรับรองพิเศษ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทำไมรางวัลนี้ถึงมีความสำคัญ?

รางวัล “FIVB Grand Cross Award” ถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุดในวงการวอลเลย์บอล โดยปกติจะมอบให้กับบุคคลในตำแหน่งสูง เช่น ประธานสหพันธ์หรือผู้นำด้านกีฬาในระดับนานาชาติเท่านั้น การที่ “บิ๊กสมพร” และ “อาจารย์ติ๋ม” ได้รับรางวัลนี้ แสดงถึงการยอมรับอย่างเต็มที่จาก FIVB และ Volleyball World

นอกจากนี้ การจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ด้วยความร่วมมือของ 2 คีย์แมนรายนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถของประเทศไทยในการรองรับกิจกรรมกีฬาระดับโลก และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในระดับนานาชาติได้อย่างยอดเยี่ยม

การได้รับรางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติของ “บิ๊กสมพร” และ “อาจารย์ติ๋ม” เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจของทั้งวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะวงการวอลเลย์บอล ที่สามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของกีฬาชั้นนำระดับโลกได้อย่างประสบความสำเร็จ

นี่คือแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและนักกีฬารุ่นใหม่ในการนำเกียรติยศของประเทศไปสู่เวทีนานาชาติ เพราะการมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นอย่าง “บิ๊กสมพร” และ “บิ๊กติ๋ม” จึงทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในระดับโลกได้

หากคุณเป็นแฟนกีฬาหรือชื่นชอบวอลเลย์บอล ต้องติดตามและภาคภูมิใจในความสำเร็จนี้ของทีมงานและนักกีฬาไทย เพราะความภูมิใจนี้เป็นของทุกคน

ที่มา – “ส.ลูกยางโลก” มอบโทรฟี่อันทรงเกียรติ “FIVB Grand Cross Award” ให้ “บิ๊กสมพร-บิ๊กติ๋ม” สองคีย์แมนกีฬาไทย

สาวสิรินธรโค่นCTศรีปทุมแชมป์เก่าประเดิมชัยศึกยัดห่วงหญิงธกส.ชิงแชมป์ประเทศไทย

ในการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง “ธกส.ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย” ประจำปี 2568 (Women’s Thailand Basketball Championship 2025) ระหว่างวันที่ 6-21 กันยายน 2568 ที่โรงยิมสโมสรไฮเทค ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร มีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 6 ทีม ได้แก่ ขอนแก่นฮอว์กส์ บีซี, Chuu น้อยนพคุณ dpu, CT ศรีปทุม, สิรินธรราชวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อ่างทอง Altus โดยแต่ละทีมต่างเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์ในรายการนี้

สาวสิรินธรโค่นCTศรีปทุมแชมป์เก่าประเดิมชัยศึกยัดห่วงหญิงธกส.ชิงแชมป์ประเทศไทย

นัดเปิดสนามของศึกมีความตื่นเต้นตั้งแต่ช่วงต้น เมื่อ สิรินธรราชวิทยาลัย ได้พบกับ CT ศรีปทุม แชมป์เก่าของรายการ ซึ่งเป็นการดวลทักษะที่แฟนบอลต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งสองทีมต่างส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเต็มร้อย โดยทางด้านทีม สิรินธรราชวิทยาลัย มี “แป้ง” อัมพวา ท้วมอ้น และนักยัดห่วงทีมชาติไทยอย่าง “นุช” ปิยนุช ศรีเปรม เป็นแกนนำ ส่วนทางด้าน CT ศรีปทุม มี “กิ๊ก” กนกวรรณ ประจวบสุข และ “แพรว” ศศิพร วงศ์ตาผา ขึ้นแท่นกัปตันทีม

สิรินธรระเบิดฟอร์มสุดยอดถล่ม 91-56

ผลการแข่งขันออกมาอย่างน่าประหลาดใจ เพราะ สิรินธรราชวิทยาลัย สามารถควบคุมเกมได้ตั้งแต่ควอเตอร์แรก พวกเขาเล่นได้ฉุกเฉินและมีความคมชัดในทุกจังหวะ อีกทั้งยังสามารถยิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้จบเกมไปด้วย比分 91-56 ในที่สุด สาวสิรินธร ประสบความสำเร็จในการคว้าชัยชนะนัดแรกของรายการไปอย่างสวยงาม

สำหรับท็อปสกอร์ของเกมนี้ตกเป็นของ ปิยนุช ศรีเปรม จากทีม สิรินธรราชวิทยาลัย ที่ทำได้ 21 คะแนน ส่วนทางฝั่ง CT ศรีปทุม ท็อปสกอร์เป็นของ ลักษมี เหวชัยภูมิ ที่ทำได้ 12 คะแนน

อีกหนึ่งคู่เปิดสนามที่น่าสนใจ Chuu เอาชนะขอนแก่น

นอกเหนือจากการพบกันของ สาวสิรินธรกับCT ศรีปทุม ยังมีคู่อื่นที่ไม่แพ้กันอย่างการแข่งขันระหว่าง Chuu น้อยนพคุณ EDU กับ ขอนแก่น ฮอว์กส์ บีซี ซึ่ง Chuu น้อยนพคุณ สามารถเก็บชัยชนะไปได้อย่างขาดลอยด้วย比分 102-55

น่าสนใจไม่แพ้กันในส่วนของท็อปสกอร์ ทางฝั่งขอนแก่น ฮอว์กส์ บีซี เป็นของ จุฑามาศ โนคำ ทำได้ 18 คะแนน ส่วนทาง Chuu น้อยนพคุณฯ นั้น ท็อปสกอร์เป็นของ “ทิตาร์วี” ฤทธิ์อินทร์ ที่ทำได้ 20 คะแนน พร้อมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพาทีมเก็บชัยชนะครั้งสำคัญนี้

ข่าวดีของ สาวสิรินธร และทีม CT ศรีปทุม ต้องเตรียมความพร้อมให้มากขึ้นกับการแข่งขันลุ้นแชมป์ครั้งต่อไป เพราะเป็นทัวร์นาเมนต์แบบลีกๆ และรอผู้ชนะในแต่ละคู่ไปพบกันในรอบสุดท้าย แฟนบอลทั้งหลายต้องติดตามกันต่อเนื่องว่าใครจะคว้าแชมป์ไปครองในปีนี้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา ต้องตามให้ทันทุกการแข่งขัน เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ที่มา – “สาวสิรินธร” โค่น “CT ศรีปทุม” แชมป์เก่า ประเดิมชัย ศึกยัดห่วงหญิง “ธกส. ชิงแชมป์ประเทศไทย”

“อัญชิสา” เจ็บ! จบที่รองแชมป์หญิงเดี่ยว “หนุ่มเช็ก” ผงาดแชมป์ชายเดี่ยว ส่งท้ายศึกเทนนิส “G H BANK”

ศึกเทนนิสนานาชาติ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (3)” สัปดาห์สุดท้ายที่จัดแข่ง ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ถือเป็นการปิดฉากการแข่งขันเทนนิสภายใต้สังกัด ITF World Tennis Tour อย่างน่าประทับใจ กับคู่ semifinal ที่ใครหลายคนจับตามองในประเภทหญิงเดี่ยว เมื่อ “น้องออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ ต้องพบกับสาวเกาหลีใต้ คู ยอนวู ในรอบชิง สำหรับคนที่คอยติดตามผลงานของนักเทนนิสสาวไทยรายนี้ การเจ็บขัดก่อนถึงเส้นชัยในการแข่งขันครั้งสำคัญถือเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนเสียดาย

“อัญชิสา” เจ็บ! จบที่รองแชมป์หญิงเดี่ยว “หนุ่มเช็ก” ผงาดแชมป์ชายเดี่ยว ส่งท้ายศึกเทนนิส “G H BANK”

ในการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว W35 ที่มีเงินรางวัลรวม 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1,016,400 บาท) นักเทนนิสประเทศไทยอย่าง อัญชิสา ฉันทะ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “น้องออมสิน” ต้องมาพ่ายแพ้ก่อนถึงเส้นชัย หลังจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหน้าท้องด้านขวาก่อนจะขอยอมแพ้ในเกมหลังจบเซตแรกด้วยสกอร์ 4-6 และ 0-2 (รีไทร์) ทำให้เธอได้แชมป์รางวัลรองชนะเลิศกลับมาครอบครอง ส่วนสาวเกาหลีใต้ คู ยอนวู คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวไอทีเอฟอาชีพรายการนี้ไปได้เป็นครั้งที่ 5 ของเธอแล้ว

G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (3) เป็นเวทีโอกาสเติบโตของนักเทนนิสอาชีพ

นอกจากผลการแข่งขันในฝั่งหญิงแล้ว ฝั่งผู้ชายก็มีการแข่งขันสุดเข้มข้นเช่นกัน โดยในประเภทชายเดี่ยว เอ็ม 25 มีการชิงเงินรางวัลทั้งหมด 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,016,400 บาท) กับคู่ชิงที่ดึงดูดสายตาอย่าง โดมินิค ปาแลน หนุ่มชาวสาธารณรัฐเช็ก มือวางสูง มาปะทะกับ ศศิกุมาร์ มุกุนด์ นักเทนนิสจากอินเดีย โดยชนะด้วยสกอร์ 6-4, 6-2 เซต ซึ่งนับว่าเป็นแชมป์ไอทีเอฟอาชีพรายการที่ 5 ของ โดมินิค ปาแลน อีกด้วย

  • คู ยอนวู เจ้าของแชมป์หญิงเดี่ยว
  • โดมินิค ปาแลน คว้าแชมป์ชายเดี่ยว
  • G H BANK ธนาคารสนับสนุนกีฬายอดนิยม
  • การทำงานร่วมกันระหว่าง ITF และสมาคมเทนนิสไทยถือว่ามีประสิทธิภาพ

สำหรับรายการ “G H BANK ITF World Tennis Tour 2025” ที่จัดครบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนานักเทนนิสประเทศไทย โดยจัดโดย สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H BANK) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะของนักเทนนิสหน้าใหม่ ๆ และให้โอกาสอาชีพแก่นักเล่นในระดับโลกในการมาเจอกันแบบใกล้ชิด

หากคุณเป็นแฟนกีฬาเทนนิสหรือต้องการรับชมนักเทนนิสท้องถิ่นแสดงศักยภาพ เราเชื่อว่า การร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานเช่นนี้ใครก็ตามสามารถรู้สึกถึงแรงบันดาลใจได้อย่างแน่นอน และยังสามารถติดตามผลงานของ “น้องออมสิน” รวมถึงดาวรุ่งพลวงดาวด้านเทนนิสในอนาคตได้อีกด้วย

ที่มา – “อัญชิสา” เจ็บ! จบที่รองแชมป์หญิงเดี่ยว “หนุ่มเช็ก” ผงาดแชมป์ชายเดี่ยว ส่งท้ายศึกเทนนิส “G H BANK”

‘ทวี’ แจงเหตุเป็นแกนนำเข้าชื่อยื่นศาลรธน.เชือด ‘หนู-เท้ง’

เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ตนเองเป็นแกนนำร่วมกับพรรคเพื่อไทยเข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยสมาชิกภาพของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

โดยระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการริเริ่มโดยพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่ยึดหลักนิติธรรม และไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใด ทวีกล่าวว่าขณะนี้ทุกพรรคควรรอชมหน้าตาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ก่อน จากนั้นจึงค่อยดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป

‘ทวี’ แจงเหตุเป็นแกนนำเข้าชื่อยื่นศาลรธน.เชือด ‘หนู-เท้ง’

เมื่อถูกถามถึงประเด็นที่ว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการตรวจสอบความซื่อสัตย์สุจริตของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง ทวียืนยันว่า รัฐบาลควรดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายเสมอ และหากมีประเด็นใดที่ควรตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้ว ส.ว. หรือคดีที่ดินเขากระโดง ก็สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา

ย้ำบทบาทฝ่ายค้านต้องชัดเจน

ทวีกล่าวต่อว่า การทำงานร่วมกับพรรคประชาชนนั้น ถือเป็นเรื่องปกติในฐานะฝ่ายค้าน โดยทุกพรรคควรคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนตัว แม้จะมีความเห็นแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ

ทวีชี้ว่าในระบบทุนนิยมแบบประชาธิปไตย เสรีภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบรัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งในสถานการณ์ที่รัฐบาลมีเสียงข้างน้อย ฝ่ายค้านจึงต้องเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีอำนาจตรวจสอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการเรียกร้องคำปรึกษาหารือ ซึ่งหากฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถตอบสนองได้ อาจส่งผลให้กระทรวงต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ทวียังระบุว่า พรรคประชาชาติพร้อมจะร่วมมือกับพรรคที่มีแนวทางใกล้เคียงกัน เพื่อตรวจสอบและเสนอทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และย้ำว่าการเป็นฝ่ายค้านต้องมีความจริงจัง ไม่ใช่การเป็นเพลิงเพื่อเผาเผี่ยงเท่านั้น

สรุปแล้ว การยื่นศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นสัญญาณว่าการเมืองไทยเริ่มฟื้นคืนสมดุลระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ และหากทุกฝ่ายสามารถรักษาบทบาทหน้าที่ได้ ประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด

อยากรู้ต่อว่าจะเป็นยังไงกับหน้าตาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่? และใครจะมีโอกาสเข้ารับตำแหน่งสำคัญบ้าง ตามติดข่าวได้ที่นี่

ที่มา – ‘ทวี’ แจงเหตุเป็นแกนนำเข้าชื่อยื่นศาลรธน.เชือด ‘หนู-เท้ง’ บอกรอดูโฉมหน้าครม.ใหม่

‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์

เมื่อวันที่ 7 กันยายน กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแจ้งข่าวการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณประเทศเมียนมาร์ ซึ่งมีขนาดแรงสั่นถึง 5.1 แมกนิจูดบนบก โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตองอู ประเทศเมียนมาร์ และห่างจากอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 152 กิโลเมตร

‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์

ตามรายงานจาก ‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์ เหตุเกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault) ซึ่งเป็นรอยเลื่อนในแนวระนาบเหลื่อมขวา (right-lateral strike slip fault) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งประชาชนในอำเภอเมืองและอำเภอสบเมยได้รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน

สาเหตุจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนสะกาย

รอยเลื่อนสะกายหรือ Sagaing Fault เป็นหนึ่งในรอยเลื่อนที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นรอยเลื่อนที่มีกิจกรรมทางธรณีวิทยาอย่างต่อเนื่อง หากเทียบกับลักษณะทางโครงสร้างภูมิประเทศของประเทศไทยแล้ว รอยเลื่อนนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศอย่างต่อเนื่อง

การ‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ที่ประเทศเมียนมาร์ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นถึงแม้จะอยู่ในระดับปานกลาง แต่สามารถส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารสูงในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่างก็สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน

  • วันเวลาเกิดเหตุ: เมื่อเวลา 10.17 น. (เวลาประเทศไทย)
  • ขนาดแรงสั่น: 5.1 แมกนิจูด
  • พิกัดจุดศูนย์กลาง: บริเวณทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองตองอู ประเทศเมียนมาร์
  • ระยะห่างจากไทย: ห่างจากอ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 152 กม.
  • สาเหตุ: รอยเลื่อนสะกาย (Sagaing Fault)

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรธรณี จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรายงานให้ประชาชนทราบทันทีหากมีความเคลื่อนไหวที่สำคัญ

ความปลอดภัยของประชาชน เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญสูงสุด แม้แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจะมีขนาดไม่มาก แต่หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมตัวให้พร้อม และมีข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

อย่าลืมติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเข้าใจถึงความสำคัญของภัยธรรมชาติ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างไม่ทันเตือน

ที่มา – ‘กรมธรณี’แจ้งแผ่นดินไหวบนบกขนาด 5.1 บริเวณประเทศเมียนมาร์ เหตุรอยเลื่อนสะกายขยับอีก

ทำความรู้จัก เพลง ชนม์ทิดา ชีวิตเหมือนเจ้าหญิงยุคใหม่

“น้องเพลง” หรือ ชนม์ทิดา อัศวเหม คือหนึ่งในสาวสวยและเก่งกาจ ที่ชีวิตเหมือนหลุดมาจากการ์ตูน ในฐานะลูกสาวของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อดีตนักการเมือง และ ตู่ นันทิดา ตำนานนักร้อง-นักแสดง ทำให้น้องเพลงเติบโตมาในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมและความสำเร็จ

ทำความรู้จัก เพลง ชนม์ทิดา

เกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2537 เพลงมีความโดดเด่นมาตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งด้านการศึกษาและบุคลิก จบชั้นมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี ก่อนจะเดินทางต่อเพื่อศึกษาต่อที่ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 และจบปริญญาโทจาก University of Westminster ประเทศอังกฤษ

ไม่หยุดแค่การเรียน

ความเก่งของเพลงไม่จำกัดเพียงแค่ในห้องเรียนเท่านั้น เพราะเธอยังผ่านหลักสูตรนักบินส่วนบุคคลของกองทัพอากาศ รุ่น SUNNY 72 และสามารถบินเดี่ยวได้อย่างประสบความสำเร็จ เรียกว่าเป็นตัวอย่างของ “สาวสมัยใหม่ที่ครบเครื่อง” อย่างแท้จริง

เริ่มต้นวงการบันเทิงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 กับละคร My Melody 360 องศารัก และเดินสายการแสดงมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ความรักครั้งสุดท้าย, บางกอกนฤมิต, The Missing, สงครามนักปั้น และภาพยนตร์ The Collector คนประกอบผี

เสียงร้องจากพรสวรรค์ของคุณแม่

เพลลงยังได้ inherit พรสวรรค์ด้านเสียงเพลงจากแม่ “ตู่ นันทิดา” ด้วยการร้องเพลงประกอบละครจำนวนมาก ซึ่งยังมีแฟนคลับจำเนื้อเพลงได้อยู่จนถึงทุกวันนี้

หลังจบการศึกษาจากต่างประเทศ เพลงได้เข้าสู่วงการการเมือง ในพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะหันมาเริ่มทำธุรกิจในหลายแขนง ทั้งธุรกิจโรงแรม รถหรู 24 ชั่วโมง และแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับคนรักการขี่รถ

ความรักหวานใจกับ “เป๊ก เศรณี”

ใครหลายคนคงทราบกันดีว่า เพลงมีความสัมพันธ์กับ “เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล” ลูกชายของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล คู่รักที่คบหากันมานานกว่า 7 ปี และเพิ่งเข้าพิธีขอแต่งงานกันอย่างเป็นทางการที่ประเทศอังกฤษในปี พ.ศ. 2567

ซึ่งมันนำมาซึ่งภาพลักษณ์ของ “ชีวิตราบรื่น” ของเธออย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน ครอบครัว พร้อมแล้วกับการกลับมาสร้างคลื่นในวงการบันเทิงอีกครั้ง ด้วยการเป็นคนที่ “ครบเครื่อง” อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจจากสาวสวย ที่มีทั้งความเก่ง ความอัจฉริยะ และความรักที่มั่นคง เพลง ชนม์ทิดา คือคำตอบ

ที่มา – ทำความรู้จัก“เพลง ชนม์ทิดา “ สวย เก่ง ครบเครื่อง หวานใจ “เป๊ก เศรณี” ลูกชายนายกฯ “อนุทิน”

เขมรยังเหิม! รวมตัวครึ่งร้อยท่ามกลางฝน กดดันทหารไทยพื้นที่บ้านหนองจาน

เมื่อวันที่ 7 กันยายน สถานการณ์ชายแดนประเทศไทยและกัมพูชายังคงตึงเครียด หลังจากมีการรายงานว่ากลุ่มชาวกัมพูชาได้รวมตัวกันที่บริเวณบ้านหนองจาน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้หลักเขตที่ 46 ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนทางการเมืองและภูมิศาสตร์

เขมรยังเหิม! รวมตัวครึ่งร้อยท่ามกลางฝน กดดันทหารไทยพื้นที่บ้านหนองจาน

ประชาชนในพื้นที่บ้านหนองจานถูกพบว่าได้รวมตัวกันจำนวนกว่า 50 คน โดยจัดสร้างเพิงพักเพื่อใช้เป็นที่พักชั่วคราว บรรยากาศในพื้นที่แม้จะมีฝนตกตลอดช่วงเวลาที่มีการรวมตัว แต่ชาวบ้านก็ยังคงเดินทางมายังจุดดังกล่าวเพื่อแสดงพลังและเสริมทางการเมืองให้กับฝ่ายกัมพูชา โดยมีเป้าหมายในการแสดงออกเพื่อพยายามกดดันทหารไทยในพื้นที่และเพิ่มคะแนนนิยมภายในประเทศ

การเกณฑ์เยาวชนหญิงในกิจกรรมกดดัน

จากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Army Military Force ระบุว่าเมื่อเวลา 17.34 น. ของวันที่ 6 กันยายน พบรูปภาพจากฝั่งกัมพูชาที่แสดงให้เห็นถึงการเกณฑ์เด็กและผู้หญิงนำเข้ามาในพื้นที่บ้านหนองจานเพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง โดยมีการจัดกิจกรรมอีเวนต์ต่างๆ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยอีกด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะ พันตำรวจโท สุทธิพงษ์ อินทสิทธิ์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอโคกสูง ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าภายหลังเวลา 11.00 น. ได้มีกลุ่มชนจากฝั่งกัมพูชาเดินทางเข้ามายังพื้นที่จำนวนประมาณ 20 คน แม้จะมีฝนตกตลอดแต่ก็ไม่ทำให้การรวมตัวหยุดชะงัก

น่าสังเกตคือ มีพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่จอดรถมาจำหน่ายสินค้า และชาวบ้านจำนวนมากในพื้นที่ใกล้เคียงได้มาร่วมด้วยช่วยกันจัดเตรียมอาหารแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมและผู้สื่อข่าวที่เดินทางมายังพื้นที่ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการสื่อสารทางสังคมที่บ่งบอกถึงการเข้าข้างหรือการสนับสนุนจากชุมชนในพื้นที่

สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในลักษณะปกติ ไม่มีการรายงานเหตุร้ายแรงหรือความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชานั้นถูกมองว่าเป็นการกระทำที่ตั้งใจสร้างความตึงเครียดทางการเมืองและเผาแสลงความสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ระหว่างสองประเทศ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการฟื้นคืนชีพของการรับรู้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งที่ยาวนาน การใช้มวลชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองจึงอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดได้ ทั้งในเชิงสังคม การเมือง หรือแม้กระทั่งในเรื่องของความปลอดภัยในระยะยาว

ผู้สังเกตการณ์มองว่ากรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงเกมการเมืองภายในของกัมพูชา และกลยุทธ์ในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ในสายตาของประชาชนภายในประเทศ โดยใช้ปัญหาชายแดนเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศของตน ซึ่งเป็นการตอกย้ำเรื่องที่ว่าความขัดแย้งในด้านภูมิศาสตร์มักแฝงไว้ด้วยปัญหาภายในประเทศของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสมอ

ชาวไทยควรให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีผลกระทบโดยตรงต่อสันติภาพในพื้นที่ในอนาคต

ที่มา – เขมรยังเหิม! รวมตัวครึ่งร้อยท่ามกลางฝน กดดันทหารไทยพื้นที่บ้านหนองจาน

เพลง ชนม์ทิดา โพสต์ข้อความชวนสงสัย ตอกย้ำรักสั่นคลอน

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่ใครหลายคนต่างจับตาดู สำหรับความสัมพันธ์ของ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม กับ เป๊ก-เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล โดยล่าสุดสาวเพลงได้โพสต์ข้อความแปลกๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ส่งผลให้แฟนคลับต่างแห่พากันตีความและส่งกำลังใจรัวๆ

เพลง ชนม์ทิดา โพสต์ข้อความชวนสงสัย

ท่ามกลางความสงสัยที่เพิ่มขึ้นของแฟนคลับ ล่าสุด เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้นๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า “Still the same girl, with the same name. Just a different mindset, And a new game” ซึ่งแปลได้ว่า “ยังเป็นผู้หญิงคนเดิม ชื่อเดิม เพียงแต่ความคิดเปลี่ยนไป และบทใหม่ที่ต้องก้าวเดิน”

ข้อความดังกล่าวถูกตีความต่าง ๆ กันว่า มีความหมายลึกซึ้งเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต รวมถึงสถานะความรักระหว่างเธอและเป๊ก ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเงียบกริบกว่าที่เคย

ความเงียบงันหลังฉลองครบรอบรัก 7 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ เธอและเป๊กเพิ่งฉลองครบรอบความรักครบ 7 ปี แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีภาพคู่หรือโพสต์หวานๆ บนอินสตาแกรมร่วมกันเลย ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยและจับตามองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

อีกทั้งยังมีข่าวลือไม่เป็นทางการแพร่กระจายว่าทั้งคู่อาจมีปัญหาหรือให้ความสำคัญกับงานมากกว่าด้านความสัมพันธ์ สวนทางกับภาพหวานที่เคยให้แฟนๆ ได้เห็นตลอดเวลา

แฟนๆ ลุ้นรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

ท่ามกลางข่าวลือและบทวิเคราะห์ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครเป็นอย่างไร หลายคนต่างก็ให้ความหวังและพร้อมต้อนรับบทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบทใหม่ในชีวิต หรือบทใหม่ของความสัมพันธ์ ขอเพียงแค่ เพลง ชนม์ทิดา จะออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาย

  • แฟนคลับต่างหวังให้เพลงกลับมาอัปเดตชีวิตส่วนตัว
  • หลายคนชื่นชมในความแรงกล้าของเธอในการเปลี่ยนแปลง
  • ยังคงมีคนเฝ้ารอคำตอบว่าเธอและเป๊กเป็นยังไงกันแน่

ข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุดของ เพลง ชนม์ทิดา เปิดโปรมุมมองใหม่ พร้อมปลุกกระแสความคิดเกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในสังคม และในความรักรวมถึงการเติบโตในชีวิต ท่ามกลางบรรยกาศของข่าวลือและความสงสัย

ลองมองในอีกแง่หนึ่ง บางทีข้อความที่เธอปฏิเสธไม่ได้แสดงถึงการเติบโตและการปรับตัวกับบทบาทใหม่ในชีวิต ที่ไม่ใช่แค่ “ฟ้าผู้หญิง” แต่อาจเป็นผู้กำหนดชะตากรรมเองก็ได้

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณเป็นแฟนคลับของเธอ ลองให้เวลาเธอสักหน่อย แล้วคุณอาจได้เห็นบทใหม่ของเธอที่น่าประทับใจกว่าเดิม

ที่มา – ‘เพลง ชนม์ทิดา’ โพสต์ข้อความชวนสงสัย ตอกย้ำรักสั่นคลอน ลูกชาย นายกฯ ‘อนุทิน’!

กมธ. ศึกษา MOU 43-44 สว. เชิญ ‘เจ้ากรมแผนที่ทหาร’ แลกเปลี่ยนความเห็น 9 ก.ย.นี้

คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดการประชุมในวันที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์จากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกสภาผู้แทนราษฎร

กมธ. ศึกษา MOU 43-44 สว. เชิญ ‘เจ้ากรมแผนที่ทหาร’ แลกเปลี่ยนความเห็น 9 ก.ย.นี้

นายพณิชย์ อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญได้เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ว่า กมธ. จะเชิญ “เจ้ากรมแผนที่ทหาร” เข้าร่วมในวันที่ 9 กันยายน เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเป็นมาของ MOU 2543 และ MOU 2544 ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการเตรียมข้อมูลพื้นฐานอย่างครบถ้วน เพื่อรองรับการตัดสินใจในอนาคต

ข้อมูลครบถ้วนเพื่อการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

ประธาน กมธ. กล่าวว่า จะให้สมาชิกทุกคนได้มีโอกาสนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์ที่มี เพื่อให้สามารถประเมินความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ MOU 2543 และ 2544 นั้นเป็นข้อมูลที่มีอายุยาวนาน สูงถึง 20-25 ปี จึงจำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อประกอบการพินิจพิเคราะห์อย่างรอบด้าน

หนึ่งในกรอบหลักในการพิจารณาคือ การตรวจสอบขั้นตอนการเจรจาและลงนามว่าเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ และอีกกรอบคือ การตรวจสอบประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งทั้งสองกรอบนี้จะช่วยให้การพิจารณาไม่หลงไปจากประเด็นหลัก

  • กรอบแรก – ความถูกต้องตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
  • กรอบที่สอง – ประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
  • มีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ไปสำรวจพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ทะเล ตามข้อตกลงใน MOU 2544 โดยเฉพาะบริเวณเกาะกูด ที่อาจมีข้อสัญญาหรือข้อพิพาทซ่อนเร้นที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน

ส่งหนังสือถึงกระทรวงฯ ขอดูเอกสารทั้งหมด

นายพณิชย์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้การพิจารณาเป็นกลางและแม่นยำ กมธ. ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจมีความไม่สมบูรณ์ ซึ่งการได้ข้อมูลที่ครบถ้วนจะทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

“เรายังบอกไม่ได้ว่าจะไปในทิศทางใด อยู่กับที่ใด แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ เราต้องการข้อมูลที่แม่นยำ ครบถ้วน และโปร่งใส เพราะสิ่งที่ทำไปต้องเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นการเสียเปรียบประเทศของเรา” นายพณิชย์กล่าวอย่างชัดเจน

ประธาน กมธ. ระบุอีกว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง แต่ตนเองไม่มีความกังวล เพราะการทำงานของ กมธ. มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ทุกคนมีเจตนาดี และมุ่งไปในทางเดียวกันคือ ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

สิ่งสำคัญคือ หลังจากมีข้อมูลครบถ้วนแล้ว สิ่งนั้นจะต้องเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ เพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าใจในข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการพิจารณาสถานะของ MOU 2543 และ 2544 ว่า ควรคงอยู่ แก้ไข หรือยกเลิก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อประชาชนเข้าใจแล้ว จะสามารถร่วมมือในการวางเสียงสนับสนุนหรือเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง และเป็นการปูรากฐานสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพในอนาคต

ทั้งนี้ ความคืบหน้าครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดโปงข้อเท็จจริงของบันทึกความเข้าใจทั้งสองฉบับ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

หากคุณอยากรู้ว่า MOU ฉบับเดิม จะคงอยู่ หรือเปลี่ยนแปลง ต้องติดตามการประชุมครั้งนี้ และข้อมูลที่จะเผยในเร็วๆ นี้

ที่มา – กมธ. ศึกษา MOU 43-44 สว. เชิญ ‘เจ้ากรมแผนที่ทหาร’ แลกเปลี่ยนความเห็น 9 ก.ย.นี้

‘ขัตติยา’ บอก ‘ทักษิณ’ บินนอกไม่กระทบกำลังใจ ‘สส.เพื่อไทย’

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่พรรคเพื่อไทย นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้บินออกนอกประเทศหนึ่งวันก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำให้บางคนตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวอาจกระทบต่อขวัญกำลังใจของพรรคเพื่อไทย

‘ขัตติยา’ บอก ‘ทักษิณ’ บินนอกไม่กระทบกำลังใจ ‘สส.เพื่อไทย’

อย่างไรก็ตาม น.ส.ขัตติยาชี้แจงว่า ทุกคนในพรรคยังคงมีขวัญและกำลังใจดีอยู่ โดยนายทักษิณเองก็ได้ออกมาโพสต์ยืนยันแล้วว่าจะกลับมา ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการทำงาน หรือความมั่นใจของสมาชิกพรรคเพื่อไทย

“ทุกคนได้ปรับบทบาทตัวเองเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว ซึ่งเราก็มีแผนยุทธศาสตร์พร้อมดำเนินการตามเป้าหมายของพรรคอยู่แล้ว” น.ส.ขัตติยากล่าว

พรรคเพื่อไทยเผชิญกับสถานการณ์ยุบสภา

เมื่อถูกถามถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดการยุบสภา น.ส.ขัตติยาเปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีการหารือและวางผู้สมัครรายชื่อไว้แล้วในบางพื้นที่ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์เลือกตั้งใหม่หากมีโอกาสเกิดขึ้น

“เราผ่านสถานการณ์แบบนี้มาเยอะแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ก็แค่ต้องวางแผนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ประเด็น ส.ส. บางคนของพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ ประเด็นที่มี ส.ส. พรรคเพื่อไทยบางคนออกมายืนยันว่าออกเสียงสนับสนุนนายอนุทิน น.ส.ขัตติยากล่าวว่า พรรคได้รับข้อมูลและเข้าใจถึงพฤติกรรมของ ส.ส. กลุ่มนี้แล้ว ทั้งนี้ เหล่า ส.ส. ที่ยังทำงานอยู่ในพรรคจะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มตัว

“เราไม่แปลกใจกับการกระทำของ ส.ส. 8 คน เพราะเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ แต่สิ่งสำคัญคือส่วนที่เหลือจะต้องมั่นคง ทำหน้าที่อย่างเคร่งขัด รักษาความเชื่อมั่นจากประชาชน”

สรุปเกี่ยวกับโผคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

อีกประเด็นเกี่ยวกับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ถูกเปิดเผยออกมาในช่วงที่ผ่านมา น.ส.ขัตติยาแสดงความคิดเห็นว่า ในตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเสนอชื่อ จึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าเหมาะสมหรือไม่

“ขอให้รอดูเมื่อถึงประกาศเป็นทางการ แต่เชื่อว่ารัฐบาลชุดใหม่จะหาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาบริหารราชการแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ”

ในภาพรวม แม้พรรคเพื่อไทยจะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและการสูญเสียผู้นำคนสำคัญไปในระยะหนึ่ง แต่พรรคได้แสดงให้เห็นว่ามีความพร้อมในการปรับตัวและทำงานในฐานะฝ่ายค้านอย่างมีศักยภาพ

หากคุณติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ต้องติดตามพรรคเพื่อไทยที่ยังคงเดินหน้าสู้เพื่อสร้างนโยบายและเสียงของประชาชนให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – ‘ขัตติยา’ บอก ‘ทักษิณ’ บินนอกไม่กระทบกำลังใจ ‘สส.เพื่อไทย’