ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

คนร้ายป่วนยะลา เผายาง-ยิงหม้อแปลง-ระเบิดตู้เอทีเอ็ม

เมื่อช่วงดึกของวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 00.01 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเหตุไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลา เป็นการโจมตีแบบต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการ เผายางรถยนต์ บนถนนหมายเลข 409 ต่อจากนั้นก่อเหตุ ยิงใส่หม้อแปลงไฟฟ้า จนเกิดความเสียหาย และวางวัตถุต้องสงสัยไว้บริเวณ ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ด้านหน้าร้านมินิบิ๊กซี สาขาบ้านเนียง ต.เปาะเส้ง อ.เมืองยะลา

คนร้ายป่วนยะลา เผายาง-ยิงหม้อแปลง-ระเบิดตู้เอทีเอ็ม

จากนั้นไม่นาน เมื่อเวลา 00.55 น. ได้เกิดเหตุระเบิดที่ ตู้เอทีเอ็ม ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. บุดี บ้านกำปงบือแน ต.บุดี อ.เมืองยะลา แทบจะพร้อมกัน ศูนย์วิทยุ สภ.กาบัง ก็ได้รับแจ้งเหตุระเบิดอีกจุดหนึ่งที่ ตู้เอทีเอ็ม ปั๊มน้ำมัน ปตท. หมู่ 1 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา อีกด้วย

ความเสียหายและการตอบสนองของเจ้าหน้าที่

โชคดีที่ในเหตุการณ์ทั้งสามจุด ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่การโจมตีครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ迅速ปิดพื้นที่ และส่งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานอย่างละเอียด

แม้จะยังไม่สามารถยืนยันชนิดของวัตถุระเบิดได้อย่างชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะการใช้เหตุการณ์ในวันสำคัญ เช่น วันครบรอบการก่อตั้งขบวนการเบอร์ซาตู และวันชาติมาเลเซีย ซึ่งเป็นเวลามาตรฐานในการแสดงศักยภาพและความสามารถในการก่อเหตุ

  • เผายางรถยนต์กลางดึก
  • ยิงหม้อแปลงไฟฟ้า
  • วางวัตถุระเบิดตู้เอทีเอ็ม

การโจมตีสถานที่ห่างกันหลายพื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นถึงการวางแผนและประสานงานที่เป็นระบบของกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคงและระมัดระวังในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งในระดับท้องถิ่นและกลาง

สำหรับประชาชนในพื้นที่ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และรายงานเหตุไม่ปกติให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที เพื่อความปลอดภัยของตนเองและชุมชนโดยรวม

ความพยายามของกลุ่มก่อการร้ายครั้งนี้แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเชิงชีวภาพ แต่แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามที่แฝงมากในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องการทั้งการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและการร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อความสงบสุขของทุกคน

ที่มา – คนร้ายป่วนยะลา เผายาง-ยิงหม้อแปลง-ระเบิดตู้เอทีเอ็ม-กลางดึก โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ

รร.บ้านคลองใหญ่ สอนทำปลาดุกร้า-ปลาแดดเดียว ปั้นทักษะชีวิต เสริมรายได้นักเรียน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นางเมธปิยา รักษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ ได้เปิดเผยว่า โรงเรียนได้จัดกิจกรรมฝึกทักษะสร้างอาชีพให้แก่นักเรียนภายใต้ชั่วโมง “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” และ “ชั่วโมงเศรษฐกิจพอเพียง” ในทุกวันพุธ เวลา 14.30 – 15.30 น.

รร.บ้านคลองใหญ่ สอนทำปลาดุกร้า-ปลาแดดเดียว ปั้นทักษะชีวิต เสริมรายได้นักเรียน

กิจกรรมที่จัดขึ้นในคราวนี้คือ การนำปลาดุกที่เลี้ยงในบ่อซีเมนต์ของโรงเรียนมาสอนการแปรรูปเป็น “ปลาดุกร้า” และ “ปลาดุกแดดเดียว” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แก่นักเรียน และยังเป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ให้นักเรียนสามารถนำทักษะที่ได้รับไปใช้ในชีวิตจริงได้

การเรียนรู้ทักษะชีวิตจากการแปรรูปอาหาร

กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจากนางจิราพร ช่วยตรึกตรอง วิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเคล็ดลับในการแปรรูปปลาดุกอย่างมีคุณภาพ รวมถึงมีคุณครูจิราภรณ์ รุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงการอย่างใกล้ชิด ทำให้กิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เพียงแต่จะเป็นการเรียนรู้เชิงวิชาการเท่านั้น แต่การแปรรูปปลาดุกร้า-ปลาแดดเดียวยังเป็นการเสริมสร้างทักษะอาชีพ และพัฒนาทักษะชีวิตให้นักเรียนได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรในท้องถิ่น

  • ฝึกทักษะด้านการแปรรูปอาหารอย่างยั่งยืน
  • มีโอกาสสร้างรายได้เสริมจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  • ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการใช้เศรษฐกิจพอเพียง
  • ปลูกฝังความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น

ผลผลิตจากกิจกรรมในแต่ละครั้งสามารถนำไปจำหน่ายในชุมชนหรือตลาดท้องถิ่น ไม่เพียงสร้างรายได้แก่นักเรียน แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของโรงเรียนและชุมชนอย่างใกล้ชิด

นักเรียนได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง รู้ทั้งขั้นตอนการปรุงแต่ง การบรรจุภัณฑ์ และการตลาด ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นในวัยผู้ใหญ่ ทำให้นักเรียนพร้อมก้าวสู่สังคมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

การสร้าง ทักษะชีวิต และ เสริมรายได้นักเรียน ด้วยการเรียนรู้แบบบูรณาการผ่านกิจกรรมการแปรรูปอาหาร ถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาในท้องถิ่น

กิจกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ทางวิชาการ แต่ยังเป็นการปลูกฝังค่านิยมเชิงบวกในตัวนักเรียน เช่น ความขยัน ความรับผิดชอบ และการคิดเชิงวิศวกรรมในชีวิตประจำวัน

หากคุณเป็นครู หรือบุคคลที่สนใจในการพัฒนาเยาวชน ลองพิจารณานำแนวทางจาก รร.บ้านคลองใหญ่ สอนทำปลาดุกร้า-ปลาแดดเดียว เข้ามาปรับใช้ในสังคมของคุณดูสิ

ที่มา – รร.บ้านคลองใหญ่ สอนทำปลาดุกร้า-ปลาแดดเดียว ปั้นทักษะชีวิต เสริมรายได้นักเรียน

หนุ่มโวยหลังซักผ้ามีคนเอาออกให้ อย่าทำจนชิน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีเหตุการณ์ที่สร้างกระแสในโลกโซเชียลจากเพจดังชื่อ “ท่านเปา” ซึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเตือนสติผู้ใช้บริการ เครื่องซักผ้าสาธารณะ หลังจากพบว่ามีบางคนนำผ้าออกจากเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่พอใจ

หนุ่มโวยหลังซักผ้ามีคนเอาออกให้ อย่าทำจนชิน

โพสต์ระบุว่า หากต้องการใช้บริการ เครื่องซักผ้าสาธารณะ ควรเคารพมารยาทในการใช้บริการร่วมกัน โดยหากผ้าของคุณซักเสร็จแล้ว ควรรีบไปเอาออกด้วยตัวเอง ไม่ควรปล่อยให้ผู้อื่นต้องคอยเอาให้ เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่ condo ให้เช่าที่สามารถทิ้งไว้ได้แบบไม่ต้องสนใจ

มารยาทใช้เครื่องซักผ้าสาธารณะที่ควรรู้

การใช้ เครื่องซักผ้าสาธารณะ เป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะในหอพักหรืออาคารเช่าต่าง ๆ โดยมีมารยาทพื้นฐานที่ทุกคนควรมี เช่น การรอคิว การไม่ทิ้งผ้าไว้นานหลังซักเสร็จ และการเคารพสิทธิของผู้ใช้งานรายอื่น

  • กรุณาเอาผ้าออกทันทีเมื่อซักเสร็จ
  • ห้ามทิ้งผ้าไว้ในเครื่องนานเกินไป
  • เคารพคิวของผู้อื่น โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
  • ตั้งเวลาซักให้เหมาะสมเพื่อไม่เป็นการกวนผู้อื่น

นอกจากนี้ ยังมีความคิดเห็นจากผู้ใช้ที่เข้ามาในโพสต์ว่าความเข้าใจผิดเหล่านี้เกิดจากการขาดการสื่อสารและการให้ความสำคัญกับคนรอบตัว หรือบางคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ทำไปนั้นก่อให้เกิดความไม่พอใจให้ผู้อื่น

การสร้างวินัยส่วนรวมในการใช้ทรัพยากรร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ทุกคนได้รับบริการอย่างเท่าเทียมและมีความสุข อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่มีผลกระทบใหญ่ในระยะยาว

การเตือนสติดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาตำหนิใครทีเดียว แต่เป็นการชวนให้ทุกคนมีความตระหนักและเคารพความเป็นระเบียบเรียบร้อยร่วมกัน เพราะสุดท้ายแล้ว ในสังคมที่มีความเข้าใจซึ่งกันและกันจะสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่มากขึ้น

ที่มา – หนุ่มโวยลั่นหลังซักผ้าแล้วมีคนเอาออกจากเครื่องให้ ซัดทีหลังอย่าวิสาสะให้เขาเอาออกเองอย่าทำจนชิน

บึงกาฬ จัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิเสรีภาพฯ”หยุดย่ำยี หยุดบูลลี่ เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม”

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 ณ หอประชุมศรีบึงกาฬ โรงเรียนบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ นายจุมพฎ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนภายใต้หัวข้อ “หยุดย่ำยี หยุดบูลลี่ เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม” เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิเสรีภาพในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการสถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

หยุดย่ำยี หยุดบูลลี่ เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม

กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ มีเป้าหมายที่จะสร้างความตระหนักถึงสิทธิมนุษยชนและการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพสิทธิของผู้อื่นในทุกระดับ โดยได้เชิญวิทยากรจากหลากหลายหน่วยงาน เช่น โรงพยาบาลบึงกาฬ ยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ และผู้ที่ผ่านการอบรมส่งเสริมเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน เช่นเดียวกับกลุ่มเป้าหมายที่คัดเลือกมาจากสถานศึกษาในพื้นที่ ประกอบด้วยครู บุคลากรทางการศึกษา และตัวแทนนักเรียนแกนนำจำนวน 80 คน

การดูแลสุขภาพจิตนักเรียนในยุคบูลลี่ออนไลน์และออฟไลน์

หัวข้อสำคัญที่นำเสนอในกิจกรรมคือ“การดูแลสุขภาพจิตนักเรียนในยุคบูลลี่ออนไลน์และออฟไลน์” โดยได้รับการบรรยายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลบึงกาฬ ซึ่งเน้นการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของเยาวชนในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสูง

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายหัวข้อ“รู้ช่องทาง vẻยุติธรรมและความรับผิดชอบในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้เข้าใจถึงโครงสร้างและหน้าที่ขององค์กรที่มีบทบาทดูแลสิทธิของพลเมือง

  • ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
  • ลดปัญหาการกลั่นแกล้ง (Bullying) ในโรงเรียนและชุมชน
  • ปลูกฝังวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพ
  • สร้างความตระหนักด้านสุขภาพจิต

วัตถุประสงค์หลักของกิจกรรมนี้คือการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงบทบาทของแต่ละบุคคลในการเคารพสิทธิของผู้อื่น เพื่อไปสู่สังคมที่เป็นธรรมและสันติ ておりเด็กเยาวชนจะเติบโตมาอย่างมีคุณค่าในชีวิต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการลงมือสร้างสังคมแห่งความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือล่วงละเมิด การ “หยุดย่ำยี หยุดบูลลี่ เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม” จึงเป็นคำขวัญและจริยธรรมที่เราทุกคนควรยึดถือ

หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจว่าสิทธิทุกสิทธิคือของทุกคน เราก็จะอยู่ในสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น ความรุนแรงจึงจะลดลง และความเข้าใจจะเติบโตขึ้นในทุกพื้นที่

ที่มา – บึงกาฬ จัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิเสรีภาพฯ”หยุดย่ำยี หยุดบูลลี่ เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม”

‘เรืองไกร’ ร้อง กกต. ยื่นยุบ ‘เพื่อไทย’ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้ทำการส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ประกาศเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เรื่องการให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มาพิจารณาเพิ่มเติมในการดำเนินการเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืน พรบ.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 (2)

‘เรืองไกร’ ร้อง กกต. ยื่นยุบ ‘เพื่อไทย’ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง

ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีประเด็นเกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในแง่ของพฤติการณ์ของหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจเป็นการกระทำที่ต่อต้านหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ศาลจึงได้ระบุว่า กกต. สามารถนำหลักฐานดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาหยั่งรู้ได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองตามมาตรา 93 อีกต่อไป

คำร้องเพื่อขอดำเนินการยุบพรรค

นายเรืองไกร กล่าวว่า ในกรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถมีอำนาจสั่งยุบพรรคการเมืองเองได้ เนื่องจากคำร้องยื่นมาจาก กกต. เท่านั้นที่มีอำนาจตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องร้องขอกกต. ให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าพรรคเพื่อไทยมีพฤติการณ์ที่เข้าข่าย ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 (2) จริงหรือไม่

โดยในเอกสารคำร้อง ยังไม่มีการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนทั่วไปเนื่องจากคำวินิจฉัยยังไม่ได้ถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ แต่ได้มีการใช้ข้อมูลสรุปจากสื่อที่รายงานเพื่อประกอบคำร้อง และยังแนบสำเนาคำวินิจฉัยคดียุบพรรคไทยรักษาชาติบางส่วนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของ กกต. ด้วย

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเองก็มีเอกสารและข้อมูลพร้อมแล้ว จึงสามารถนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการได้อย่างรวดเร็ว หาก กกต. เห็นสมควรดำเนินการตามแนวทางนี้

  • ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาเพียงกรณีที่ กกต. ยื่น
  • การกระทำของหัวหน้าพรรคอาจเป็นเหตุให้พรรคผิดกฎหมาย
  • สามารถใช้คำวินิจฉัยก่อนหน้าเป็นประกอบการพิจารณาได้

กรณีนี้ถือเป็นเรื่องที่มีน้ำหนักไม่น้อย เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าพรรคเพื่อไทยกระทำการผิดจริง สิ่งที่ตามมาน่าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการเมืองของประเทศในระยะยาว การมี ‘เรืองไกร’ เป็นผู้ร้องขออย่างเป็นทางการ ให้เกิดการพิจารณาตามกฎหมาย สะท้อนให้เห็นถึงการตั้งใจตรวจสอบความถูกต้องในระบบพรรคการเมืองของไทยอย่างเข้มงวด

หากคุณสนใจดูความเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างใกล้ชิด การติดตามข่าวสารจาก กกต. และศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้คุณไม่พลาดรายละเอียดสำคัญที่อาจจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศได้

ที่มา – ‘เรืองไกร’ ร้อง กกต. นำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยื่นยุบ ‘เพื่อไทย’ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.พรรคการเมือง

“เนวิลล์” ยืนยัน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลแชมป์เหมือนเดิม

แม้อาร์เซนอลจะพ่ายต่อลิเวอร์พูล 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่แกรี เนวิลล์ นักวิเคราะห์เกมรายดัง ยืนยันว่าทีม “ปืนใหญ่” จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ตามที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล

“เนวิลล์” เชื่อมั่น “ปืนใหญ่” แชมป์เหมือนเดิม

เนวิลล์ เผยว่าเขายังไม่เปลี่ยนความเชื่อแม้ทีมจะเจอ挫折ในเกมกับลิเวอร์พูล เขากล่าวว่า “ผมทายไว้ว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ และหลังจากเกมเมื่อวันอาทิตย์ ผมก็ยังคงความเชื่อเดิม ผมมองเห็นความสามารถในทีม และเราไม่ควรเพิ่งตัดสินจากแค่เกมเดียว”

การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากความเห็นของเนวิลล์ ยังมีการประเมินจากนักวิเคราะห์หลายคนที่มองว่า อาร์เซนอล มีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะในแง่ของทีมชุดใหญ่ที่มีความสมดุล ทั้งด้านรุกและรับ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาทีมคว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลนี้

หนึ่งในจุดแข็งของทีมคือการใช้เด็กเล่นงานได้ดี โดยเฉพาะกรณีของเอเบเรชี เอเซ และโนนี มาดูเอเก ที่เนวิลล์ เรียกว่า “เล่นได้เฉียบคม” และเห็นว่าสามารถประสานงานในแนวรุกได้อย่างยอดเยี่ยม

  • เอเบเรชี เอเซ เรียกได้ว่าเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพและความมั่นคงในสนาม
  • โนนี มาดูเอเก แนวรุกที่สามารถผลิตโอกาสได้อย่างต่อเนื่อง
  • การจัดการทัคติกของมิเคล อาร์เตต้า ถือเป็นกุญแจสำคัญ

ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลที่ชนะ 3 เกมรวดหลังเกมดังกล่าวทำให้พวกเขากลายเป็นทีมเต็ง 1 โดยอัตราต่อรอง 6-4 ขณะที่ “ปืนใหญ่” ถูกปรับเหลือเป็นเต็ง 2 ด้วยอัตรา 15-8 แต่ถึงอย่างนั้น เนวิลล์ ก็ยืนยันว่าอัตราต่อรองไม่ได้บ่งบอกทุกอย่าง

ทิศทางฤดูกาลของ “ปืนใหญ่”

อาร์เซนอลจบฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยการคว้าอันดับ 2 มาติดต่อกัน 3 ปี นี่แสดงให้เห็นว่าทีมมีเสถียรภาพและมีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง การเดินหน้าเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็เตรียมความพร้อมไว้อย่างดี ทั้งในแนวรุกและแนวรับ

การได้ตัวผู้เล่นใหม่ ๆ ที่มีประสบการณ์และคุณภาพ มาเติมเต็มให้กับทัพ “ปืนใหญ่” ทำให้ความหวังของแฟนบอลเริ่มต้นสดใสขึ้น ว่าฤดูกาลนี้อาจจะเป็นฤดูกาลที่พวกเขาได้ลิ้มรสแชมป์ที่รอคอยมานาน

ถ้าหากคุณเป็นแฟนอาร์เซนอล อย่าเพิ่งท้อ เพราะยังมีเกมให้ลุ้นอีกมากมาย การกลับคืนของจิตวิญญาณนักสู้ในทีม อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่พาพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด

ที่มา – “เนวิลล์” ไม่เปลี่ยนใจยก “ปืนใหญ่” แชมป์เหมือนเดิม

เจี๊ยบ อมรัตน์ แก้ผ้ารำแก้บนหลังแพทองธารพ้นตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อและกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจส่วนตัว “Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ระบุว่าตนได้มาทำการ “แก้ผ้ารำ” เพื่อเป็นการแก้บนตามสัญญาที่เคยตั้งใจไว้ ถ้าหาก “แพทองธาร ชินวัตร” จะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนสิ้นปี พ.ศ. 2568

ในการแก้บนครั้งนี้ อมรัตน์ เปิดเผยว่าได้มี สจ.อ.เมือง นครปฐม รวมทั้งเพื่อนฝูงบางส่วนมาร่วมเป็นสักขีพยาน และยืนยันว่าคลิปการแก้บนจะถูกตัดต่อและเผยแพร่ให้ได้ชมกันต่อไป

เจี๊ยบ อมรัตน์ แก้ผ้ารำแก้บนหลังแพทองธารพ้นตำแหน่ง

เจ้าตัวกล่าวอีกว่าการกระทำในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การบนแบบสายมู แต่เกิดจากความหงุดหงิดและความรำคาญในใจที่สะสมมานาน “ไม่ใช่สายมู บนด้วยความรำคาญหงุดหงิดไปงั้น แต่บนครั้งแรกก็สำเร็จผลเลย” อมรัตน์ กล่าวผ่านโพสต์ โดยยอมรับว่าภายหลังจาก.posts สิ่งที่เกิดขึ้น จึงอาจมีคนสนใจมาร่วมกันดู จึงไม่ได้แจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาหรือความยุ่งยากที่อาจส่งผลกระทบต่อพิธีบน

ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับแพทองธาร

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของประเทศไทย ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับบทบาทในการบริหารประเทศ จนกระทั่งมีชื่อเข้าข่ายว่าอาจ “พ้นตำแหน่ง” ก่อนสิ้นปีนี้ โดยชาวเน็ตต่างจับจิตว่า อมรัตน์ ได้ทำสิ่งแปลกใหม่และไม่ธรรมดา เพื่อแสดงความยินดีหรืออารมณ์ในเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดราม่าในเชิงการเมือง หรือการแสดงออกทางอารมณ์ในรูปแบบที่แปลกประหลาด ข่าวดังกล่าวได้สร้างกระแสถกเถียงบนโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ข่าว หลายสำนักในประเทศไทย โดยเฉพาะความเชื่อมโยงระหว่าง “เจี๊ยบ อมรัตน์” กับ “แพทองธาร” ที่ดึงดูดความสนใจจากประชาชน รวมถึงนักวิเคราะห์การเมือง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมองเห็นมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับแนวทางในการแสดงความคิดเห็นต่อการเมืองไทยที่แตกต่างออกไป แม้ในบางครั้งอาจถูกมองว่าแปลกหรือเกินเลย์ แต่ก็สะท้อนถึงสังคมที่มีความจำเป็นต้องฟังเสียงหลากหลาย

สุดท้าย น่าสนใจว่าคลิปวิดีโอ “แก้ผ้ารำแก้บน” จะถูกเผยแพร่อย่างไร และจะส่งผลต่อความนิยมของผู้เกี่ยวข้องอย่างไรในอนาคต

หากคุณชอบบทความนี้ อย่าลืมแชร์หรือติดตามบทความใหม่ ๆ เพื่อไม่พลาดข่าวดีๆ ที่กำลังมาแรงทั้งในและนอกรัฐสภา

ที่มา – ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ แก้ผ้ารำแก้บน ปม ‘แพทองธาร’ พ้น ‘นายกรัฐมนตรี’ เซ่นคลิปเสียงฮุน เซน

ปัตตานีระทึก! คนร้ายบุกวางระเบิดตู้เอทีเอ็มอิสลามกลางดึก โชคดีไร้เจ็บ-ตาย

เมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขาปูยุด ต.ปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี ถือเป็นเหตุการณ์ช็อกที่ประชาชนในพื้นที่ต่างหวั่นใจ โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ปัตตานีระทึก! คนร้ายบุกวางระเบิดตู้เอทีเอ็มอิสลามกลางดึก โชคดีไร้เจ็บ-ตาย

จากข้อมูลที่เผยแพร่ พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองปัตตานี ได้รับแจ้งทันทีหลังเกิดเหตุ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และชุดระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ภาพสถานการณ์ของเหตุระเบิด

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่าตู้เอทีเอ็มถูกแรงระเบิดทำลายอย่างหนัก กระจกรอบข้างพังระนาว ส่วนเศษชิ้นส่วนจากอุปกรณ์ระเบิดกระจายอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด

จากการสอบถามพยาน พบว่าเหตุเกิดโดยกลุ่มคนร้ายจำนวนประมาณ 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุ บางส่วนปิดหน้าด้วยผ้าและสวมชุดคลุม สลับใช้ปืนสงครามข่มขู่จนกระทั่งประชาชน

ลักษณะการโจมตีจากกลุ่มคนร้าย

การปฏิบัติการของคนร้ายถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบ โดยมีหนึ่งกลุ่ม负责ติดตั้งอุปกรณ์ระเบิดไว้ที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารอิสลาม ส่วนอีกกลุ่มทำหน้าที่คุ้มกัน พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ประชาชน ก่อนจะหลบหนีทันทีในความมืด

ช่วงเวลาไม่นานหลังเกิดเหตุ มีเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วพื้นที่ ต่อให้วิธีการโจมตีมีความรุนแรง แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

  • เวลาเกิดเหตุ: 00.00 น. วันที่ 1 กันยายน
  • สถานที่: ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารอิสลาม สาขาปูยุด อ.เมือง จ.ปัตตานี
  • จำนวนคนร้าย: ประมาณ 4 คน
  • อาวุธ: ปืนสงคราม หน้ากากปิดบังใบหน้า
  • สิ่งที่หายไป: กล่องเงิน 3 กล่อง (คาดว่ามูลค่ากว่า 1 ล้านบาท)

มาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่ทิ้งสายตาต่อพื้นที่ที่เกิดเหตุ ไปตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิด และกล้องวงจรปิด พบว่าระเบิดที่ใช้น่าจะเป็นระเบิดแบบแสวง (IED) ที่ถูกตั้งไว้ล่วงหน้า และไม่มีสะเก็ดอันตรายกระจายหลงเหลือ

ทั้งนี้ โครงสร้างตู้เอทีเอ็มพังเสียหายหนัก ทีมสืบสวนเร่งพิสูจน์หลักฐาน เช่น ภาพผู้ต้องสงสัยและเส้นทางหลบหนี นอกจากนี้ มีชาวบ้านยืนยันว่าตู้เอทีเอ็มไม่สามารถใช้งานได้ก่อนเหตุเกิด ทำให้เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า การสูญหายของเงินบางส่วนอาจมาจากผู้ฉวยโอกาส หลังถึงที่เกิดเหตุ

ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า เหตุการณ์นี้เป็นความพยายามกระตุ้นความไม่มั่นคงในพื้นที่ หลังจังหวัดปัตตานีมีความสงบสุขมายาวนานกว่าหนึ่งเดือน จึงเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวนที่สถานที่สำคัญ และประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังตัว

ไม่ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การเฝ้าระวังจากชุมชนและเจ้าหน้าที่ต้องเดินควบคู่กันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเชิงรุกในอนาคต

ที่มา – ปัตตานีระทึก! คนร้ายบุกวางระเบิดตู้เอทีเอ็มอิสลามกลางดึก โชคดีไร้เจ็บ-ตาย

SCGP ชวนนักศึกษาโชว์แผนการตลาดและบรรจุภัณฑ์ผ่าน J-MAT Award ครั้งที่ 34

บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ร่วมกับบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด และสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) จัดโครงการ J-MAT Award ครั้งที่ 34 ภายใต้หัวข้อ “Packaging Speak Out : The Power of Premium Herbs” ชูไอเดียด้านการตลาดและบรรจุภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์แบรนด์ยาสีฟันสมุนไพร Hi-Herb ส่งเสริมคุณค่าสินค้าผ่านการออกแบบและกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

SCGP ชวนนักศึกษาโชว์แผนการตลาดและบรรจุภัณฑ์ผ่าน J-MAT Award ครั้งที่ 34

โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาจากทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพด้านการตลาดโดยใช้โจทย์จริงจากภาคธุรกิจ โดยเน้นกระบวนการวางแผนการตลาดที่เชื่อมโยงกับบรรจุภัณฑ์ และยกระดับประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง การประกวดในปีนี้ยังเน้นการพัฒนาแผนที่ผสานกับ Connected Packaging ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้มากขึ้นหลังการซื้อ ผ่านเทคโนโลยี QR Code และเชื่อมโยงข้อมูลกับช่องทางดิจิทัล

บรรจุภัณฑ์ บทบาทใหม่ของ ‘P’ ที่เกินกว่าแค่ห่อหุ้ม

ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวว่าในยุคปัจจุบัน “บรรจุภัณฑ์” กลายเป็น P ตัวที่ 5 ของการตลาด ที่มีบทบาทสำคัญไม่น้อยไปกว่า Product, Price, Place และ Promotion เพราะบรรจุภัณฑ์คือสิ่งที่สื่อสารกับผู้บริโภคได้โดยตรง ทั้งในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ จึงเป็นโอกาสที่เยาวชนจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการวางแผนและออกแบบให้ตอบโจทย์จริง

นางสาวอาทิตยา จำปา จาก SCGP เปิดเผยว่า “บรรจุภัณฑ์สามารถสร้างประสบการณ์ใหม่ และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเจ้าของแบรนด์กับผู้บริโภคได้” โดยใช้เทรนด์ในปี 2025 อย่าง Care, Shift และ Value เป็นตัวชี้วัดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ผู้บริโภค ในขณะที่นางสาวดารารัตน์ อมรวงศ์ปิติ เสริมว่า Connected Packaging ช่วยสร้างกิจกรรมทางการตลาดมากกว่าแค่ selling เท่านั้น มันคือประสบการณ์การมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค

  • ออกแบบแผนการตลาดกับแบรนด์จริงอย่าง Hi-Herb
  • ได้แสดงศักยภาพกับบรรจุภัณฑ์ที่สื่อสารได้
  • ได้เรียนรู้แนวโน้มการตลาดจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ได้ลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท

นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล จาก ไลอ้อน (ประเทศไทย) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ในยุคปัจจุบันมีความสำคัญสูงมาก เพราะมันคือตัวตัดสินใจตั้งแต่ผู้บริโภคจับสินค้าบนชั้นวาง การทำตลาดหลายช่องทางไม่สามารถสื่อสารได้หมด หากไม่มีบรรจุภัณฑ์ที่ดีมาเป็นตัวแทน สินค้าจะไม่มีโอกาสเข้าสู่ชีวิตของผู้บริโภค

โครงการ J-MAT Award ครั้งที่ 34 ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ โดยมีผู้สมัครกว่า 3,000 คน และยังเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ https://award.jmat.work/ ทั้งในรูปแบบรายบุคคลและทีม โดยสามารถชิงรางวัลใหญ่ทั้งโล่เกียรติยศจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า และเกียรติบัตรจากโครงการ

หากคุณเป็นนักศึกษาที่มีไอเดียดี ๆ เกี่ยวกับการวางแผนการตลาด และการใช้บรรจุภัณฑ์สื่อสารคุณค่าแบรนด์ในยุคปัจจุบัน ร่วมส่งผลงานได้เลยทันทีก่อนหมดเขต และสร้างชื่อเสียงในวงการการตลาดอย่างแท้จริง

ที่มา – SCGP ผนึกพันธมิตร ชวนนักศึกษาโชว์ไอเดียแผนการตลาด และบรรจุภัณฑ์ ผ่านโครงการ “J-MAT Award ครั้งที่ 34”

กู้เงินทำอย่างไร? เคล็ดลับสร้างเครดิตดีมีเงินใช้ทันท่วงที

หากคุณกำลังประสบกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินด่วน แต่เงินเก็บไม่เพียงพอ การกู้เงินจากสถาบันทางการเงินที่น่าเชื่อถือสามารถช่วยคุณได้ อย่างไรก็ตาม การกู้เงินทำอย่างไร? ให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ควรเริ่มจากการวางแผนอย่างรอบคอบและเลือกสินเชื่อที่ตรงกับความต้องการ

กู้เงินทำอย่างไรให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

การกู้เงินที่ดีนั้นควรเลือกจากสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ เช่น ธนาคาร ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย หลีกเลี่ยงการกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินจริงและอาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต

ประโยชน์ของการกู้เงินอย่างมีวิจารณญาณ

การกู้เงินไม่ใช่เรื่องน่า xấuใจหากทำด้วยความจำเป็นและการวางแผนที่ดี การกู้เงินที่เหมาะสมสามารถช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และยังเป็นโอกาสในการสร้างเครดิตให้ดีหากคุณสามารถจ่ายหนี้ได้ตรงเวลา

อย่างไรก็ตาม หากคุณยังไม่มีเครดิตที่ดี หรือเคยมีประวัติการกู้เงินที่ไม่ดี การเริ่มต้นสร้างเครดิตใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเริ่มกู้วงเงินเล็ก ๆ และชำระเงินให้ตรงเวลา

ประเภทของสินเชื่อที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

ปัจจุบันมีสินเชื่อหลายประเภทให้คุณเลือกใช้ตามวัตถุประสงค์และรายได้ของตนเอง เช่น

  • สินเชื่อส่วนบุคคล เหมาะสำหรับการใช้จ่ายส่วนตัวทั่วไป ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • บัตรเครดิตเงินสด ให้วงเงินการเบิกใช้ง่าย จ่ายดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่ใช้จริง
  • สินเชื่อเงินกู้เช่าซื้อรถ นำรถเป็นหลักประกันเพื่อขอวงเงิน ยังสามารถใช้รถได้ตามปกติ
  • สินเชื่อสำหรับ SME สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อขยายกิจการหรือลงทุน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากธนาคารไทยพาณิชย์ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล SCB Easy Cash ที่ให้วงเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท คลุมความเสี่ยงด้วยประกันชีวิต และอนุมัติภายใน 1-3 วันทำการ

เคล็ดลับในการกู้เงินอย่างชาญฉลาด

  • ทำความเข้าใจอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทั้งหมด ก่อนลงนามสัญญา
  • คำนวณความสามารถในการชำระหนี้ ให้เป็นสัดส่วนกับรายได้
  • เลือกสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง เช่น ธนาคารชั้นนำ
  • พยายามรักษาประวัติเครดิตให้ดีเสมอ จ่ายหนี้ตรงเวลาอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายนี้ การกู้เงินควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณผ่านพ้นวิกฤตทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ และหากวางแผนอย่างดี ยังสามารถเป็นก้าวย่างสู่เส้นทางสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคตได้ด้วย ถ้าคุณมีความต้องการเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ธนาคารไทยพาณิชย์

ที่มา – กู้เงินทำอย่างไร? พร้อมแนะนำเคล็ดลับสร้างเครดิตให้ดี มีเงินใช้ทันท่วงที