ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

หลวงพ่อเจริญ นำเครือข่ายรัฐ-ศาล-ชุมชน ลงนาม MOU ฟื้นฟูเยาวชนคืนคนดีสู่สังคม

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่วัดโนนสว่าง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเครือข่ายภาคีหลายหน่วยงาน เพื่อดำเนินโครงการบำบัดและฟื้นฟูเยาวชนที่เคยก้าวพลาด ให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างมีคุณภาพ หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต เจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และหนึ่งในผู้ร่วมลงนามใน MOU นี้

หลวงพ่อเจริญ นำเครือข่ายรัฐ-ศาล-ชุมชน ลงนาม MOU ฟื้นฟูเยาวชนคืนคนดีสู่สังคม

ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เลย ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนขอนแก่น สถานพินิจฯ จ.เลย และอุดรธานี วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธานี และวัดโนนสว่าง ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี และนางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีฯ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

เน้นการบูรณาการด้านกฎหมาย ศาสนา และการศึกษา

“ศูนย์ประสานงานการฝึกทักษะและการเรียนรู้” ถูกจัดตั้งขึ้นที่วัดโนนสว่าง โดยมี หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต เป็นผู้นำในการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่เคยมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน ผ่านกิจกรรมด้านจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เช่น กลองกริ่ง กลองยาว และกิจกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ เพื่อช่วยเยียวยาจิตใจและเตรียมความพร้อมก่อนกลับสู่สังคม

โครงการนี้ใช้กรอบกฎหมายตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 132 เป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน ซึ่งกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เด็กและเยาวชนที่อยู่ภายใต้การดูแลของสถานพินิจหรือได้รับคำสั่งจากศาลให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดขัดเกลา

  • บูรณาการระหว่างศาสนา กฎหมาย การศึกษา และสังคม
  • เน้นการเรียนรู้จากศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
  • ส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของแนวทางนี้ไม่ได้อยู่แค่ที่การลงนาม MOU แต่อยู่ที่ความร่วมมืออย่างแท้จริงของภาครัฐ ศาล ชุมชน และศาสนา ที่ร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้เยาวชนเหล่านี้ สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมศักดิ์ศรีและความหวังใหม่ให้พวกเขาได้กลับมาเป็นพลเมืองดีของประเทศ

หากทุกฝ่ายยังคงร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าโครงการเชิงบูรณาการนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตเยาวชนได้อย่างแท้จริง และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมในระยะยาว

ที่มา – หลวงพ่อเจริญ นำเครือข่ายรัฐ-ศาล-ชุมชน ลงนาม MOU ฟื้นฟูเยาวชนคืนคนดีสู่สังคม

ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาท เกาะติดวันนี้ ราคาทองคำในตลาดโลก

ในช่วงเช้าของวันนี้ (27 ส.ค.) ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ที่ส่งผลให้สกุลเงินไทยเคลื่อนไหวผันผวนเล็กน้อยในช่วงบ่ายวันนี้ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวานที่ 32.49 บาท

ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาท เกาะติดวันนี้ ราคาทองคำในตลาดโลก

น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าเมื่อวันนี้ แม้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ แต่มีแนวโน้มในด้านของการอ่อนค่า เช่นเดียวกับสกุลเงินเยนและสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียอื่น

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาท

อีกหนึ่งปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญคือ การปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งส่งผลต่อกระแสทุนเข้าออกของนักลงทุนต่างประเทศ และยังต้องติดตามสถานการณ์ด้านการเมืองภายในประเทศซึ่งเป็นปัจจัยไม่แน่นอนต่อมาก

  • ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ
  • สถานการณ์ตลาดทองคำโลก
  • ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
  • พฤติกรรมดอกเบี้ยสหรัฐฯ

กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ในช่วง 32.30 ถึง 32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยหากมีรายงานเศรษฐกิจที่สำคัญออกมาในช่วงกลางเดือนกันยายนจะส่งผลให้เงินบาทเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงมากขึ้น

จากการติดตามข่าวสารในตลาด การปรับฐานิ่งของราคาทองคำในตลาดโลกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียรวมถึงเงินบาทได้รับแรงกดดันในการแข็งค่า และผู้ถือครองสกุลเงินควรอยู่ในสถานการณ์เตรียมตัวให้พร้อมกับความผันผวน

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ให้เห็นว่า ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ถือเป็นจุดสำคัญที่ควรให้ความสนใจ เพราะหากเงินบาทอ่อนค่าชัดเจนจะกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศและราคาสินค้าที่นำเข้าอย่างมาก

การติดตามข้อมูลในวันนี้จึงควรให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ตลอดจนการปล่อยข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น ข้อมูลยอดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และอัตราเงินเฟ้อ

หากคุณเป็นนักลงทุน หรือผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนเงินตรา ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผ่วงของ ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาท นี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนของธุรกิจ

ความเคลื่อนไหวในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของช่วงไตรมาสที่ 3 และเป็นโอกาสสำคัญในการประเมินทิศทางการลงทุนในสกุลเงินในปี 2024 อีกด้วย การเข้าใจแนวโน้มของตลาดเกี่ยวกับ ราคาทองคำในตลาดโลก และการเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินหลักจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการวางแผนทางการเงินในระยะยาว

เมื่อพิจารณาภาพรวมแล้ว ประวัติศาสตร์การเงินของไทยมีบทเรียนมากมายจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาท และปัจจุบันการจัดการความเสี่ยงทางการเงินจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเงินและเศรษฐกิจในประเทศไทย การติดตามสถานการณ์ของ ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาท เป็นสิ่งที่ไม่ควรปล่อยให้ล่าช้า เพราะข้อมูลเหล่านี้มีอิทธิพลโดยตรงต่อการตัดสินใจทางการเงินในอนาคต

สรุป: ปัจจัยภายนอกเช่น ราคาน้ำมัน ราคาทองคำ และตรรกะของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 32.50 บาทในขณะนี้ การติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจทางการเงินไม่ว่าจะเป็นการลงทุน หรือการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน

ที่มา – ค่าเงินบาทแตะระดับ 32.50 บาท เกาะติดวันนี้ ราคาทองคำในตลาดโลก

เกษตรกรรุ่นใหม่อุทัยธานีปลูกส้มจุกผลักดันเป็นซิกเนเจอร์

ในยุคที่เกษตรกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว เกษตรกรรุ่นใหม่จากจังหวัดอุทัยธานีกำลังสร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการเกษตรด้วยการนำสิ่งใหม่มาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “ส้มจุก” ส้มหายากที่มีรสหวานเข้มข้น ไร้เมล็ด เปลือกบาง เยอะน้ำ กลายเป็นเป้าหมายในการพัฒนาของ น.ส.พิมธาดา จำรัส เกษตรกรรุ่นใหม่อุทัยธานี ผู้หวังผลักดันให้ “ส้มจุก” เป็นซิกเนเจอร์ของตำบลทุ่งนางาม

ส้มจุก อีกหนึ่งความหวังของเกษตรกรรุ่นใหม่อุทัยธานี

ที่บริเวณแปลงเกษตรบ้านเลขที่ 43 ม.5 บ้านการอดบ่วง ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี น.ส.พิมธาดา จำรัส อายุ 43 ปี พยายามดูแลต้นส้มจุกที่เธอซื้อพันธุ์มาจากจังหวัดสงขลาเมื่อ 2 ปีก่อน โดยปลูกไว้ทั้งหมด 30 ต้น และขณะนี้กำลังเริ่มเติบโตและแตกยอดให้ผลผลิตรวงแล้ว เธอกล่าวว่า รู้สึกชื่นชมในความอร่อยของส้มจุกตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลิ้มรส และมองเห็นศักยภาพของเขาเพื่อมาเป็นพืชที่มีความโดดเด่นในท้องถิ่น

เธอเล่าต่อว่า ส้มจุกเป็นไม้ผลหายากที่มีการบริโภคต่ำในตลาดทั่วไป แต่กลับมีศักยภาพสูง หากผลักดันให้เป็นผลไม้เฉพาะถิ่น ด้วยความหวานหอมและลักษณะไร้เมล็ด เปลือกบางง่ายต่อการกิน และกลิ่นหอมหวานที่ชวนให้หยุดไม่อยู่ ซึ่งนับเป็นจุดขายสำคัญในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสะดวกและความพิเศษ

พัฒนาสู่เป้าหมาย 2,000 ต้น และบริหารตลาดอย่างยั่งยืน

สำหรับปัจจุบัน น.ส.พิมธาดาได้เริ่มขยายพันธุ์ส้มจุกจำนวน 2,000 ต้น โดยใช้วิธีการเสียบยอดกับต้นตอส้มโอที่เพาะจากเมล็ด ส่วนยอดที่นำมาเสียบก็เป็นต้นส้มจุกจากแปลงต้นแม่ที่ปลูกไว้ในแปลง ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าได้สายพันธุ์แท้ ต้นที่เติบโตออกมาจะมีคุณภาพสูง และสามารถสืบทอดคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ต้นละ 150 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อย

นอกจากนี้ เธอยังวางแผนจะสร้างเครือข่ายผู้กระจายผลผลิตในท้องถิ่น โดยเฉพาะจัดจำหน่ายในช่วงฤดูผลผลิต เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและลูกค้าออนไลน์ที่ชื่นชอบผลไม้พื้นถิ่น โดยหวังว่าผลไม้ชนิดนี้จะมีบทบาทมากขึ้นในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของตำบล

น.ส.พิมธาดาทิ้งท้ายว่า “หวังว่า ‘ส้มจุก’ จะกลายเป็นสัญลักษณ์หรือซิกเนเจอร์ของตำบลทุ่งนางามได้จริง เพราะถ้าอยากได้รสชาติแบบนี้ ก็ต้องมาที่นี่ที่เดียวเท่านั้น” และเธอยังเชื่อด้วยว่า การขับเคลื่อนจากเกษตรกรรุ่นใหม่จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการลงทุนและพัฒนาผลไม้คุณภาพต่าง ๆ อย่ารอช้า มาติดตามและสนับสนุนแรงบันดาลใจจาก เกษตรกรรุ่นใหม่อุทัยธานี ผู้กำลังขับเคลื่อนการปลูก “ส้มจุก” ให้เป็นซิกเนเจอร์ของภูมิถิ่นอย่างแท้จริง

ที่มา – เกษตรกรรุ่นใหม่ อุทัยธานี ปลูก “ส้มจุก” ผลักดันเป็นซิกเนเจอร์

เอ็กซ์ตรีมไทย สร้างผลงาน ‘สเก็ตทัวร์อาเซียน’ ที่แดนเสือเหลือง

สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย เดินหน้าสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีอาเซียน ล่าสุดส่งนักกีฬาสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทย เข้าร่วมการแข่งขัน สเก็ตทัวร์อาเซียน 2025 รายการ “มาเลเซีย โอเพ่น” ระหว่างวันที่ 21-24 ส.ค. 68 ที่รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย การแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายก่อนลุยศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อีกด้วย

ผลการแข่งขันจาก สเก็ตทัวร์อาเซียน ที่แดนเสือเหลือง ถือว่าเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจอย่างยิ่ง เมื่อนักสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้ถึง 7 เหรียญ ประกอบด้วย เหรียญทอง 2 เหรียญ เงิน 3 เหรียญ และทองแดง 2 เหรียญ

เอ็กซ์ตรีมไทย สร้างผลงาน ‘สเก็ตทัวร์อาเซียน’ ที่แดนเสือเหลือง

เหรียญทองในครั้งนี้มาจากสองนักกีฬาดาวรุ่งของบ้านเรา โดย “มินิ” จันทร์เก้า อุดมเพ็ญ คว้าทองในประเภทสตรีทหญิง และ “โค้ด” อัฐพล สำเภากลาง สควอชทองในประเภทสตรีทชาย ส่วนเหรียญเงินได้แก่ “เอสที” วารียา สุขเกษม, “ฟิราส” คิริน เพชรคิรี และ “โคโล” ธีราธวัชย์ ศิริสุวรรณ ส่วนเหรียญทองแดงไปตกเป็นของ “จอห์น” ชยากร วงศ์วัฒนโสภณ และ “ต้น” กรวิชญ์ เกตแก้ว

ความหวังสู่ซีเกมส์ 2025 และโอลิมปิก 2028

นักกีฬาที่เดินทางไปร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ประกอบด้วยทั้งนักกีฬาชุดเตรียมซีเกมส์ 2025 และดาวรุ่งที่มีศักยภาพสู่โอลิมปิกในโครงการ Road To LA 2028 โดยทางทีมมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะคว้าเหรียญทองจากประเภทสเก็ตบอร์ดในซีเกมส์ปลายปีนี้ให้ได้ 3 เหรียญ

ผลงานของทีมไทยในครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับซีเกมส์เท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์ถึงศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาไทยบนเวทีระดับนานาชาติ การันตีถึงความก้าวหน้าของวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมในประเทศไทยที่ไม่หยุดนิ่ง

อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีใฝ่ฝันจะเข้ามาสานต่อความฝันบนเส้นทางแห่งความเป็นมืออาชีพทั้งในเวทีเอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ และระดับโอลิมปิก

สเก็ตทัวร์อาเซียน ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันธรรมดา ๆ แต่ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ความพร้อมและขวัญกำลังใจของทีมชาติไทยที่สำคัญที่สุดในปีนี้

หากคุณหลงใหลในกีฬาเอ็กซ์ตรีมหรือติดตามผลงานของนักกีฬาไทยในเวทีนานาชาติ ห้ามพลาดที่จะติดตามกิจกรรมต่อไปของทีมชาติไทย เพราะความมหัศจรรย์กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า!

ที่มา – เอ็กซ์ตรีมไทย สร้างผลงาน ‘สเก็ตทัวร์อาเซียน’ ที่แดนเสือเหลือง

ลิณธิภรณ์ หนุนหลักสูตรสกร. ต่อยอดมาตรฐานอาชีพ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมอาชีพและนำเสนอ หลักสูตรสกร. ที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพภายใต้โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานดังกล่าว

ลิณธิภรณ์ หนุนหลักสูตรสกร. ต่อยอดมาตรฐานอาชีพ

ในการกล่าวปราศัย ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการยกระดับ หลักสูตรสกร. พร้อมให้ความมั่นใจว่าหลักสูตรที่ผ่านการพัฒนา จะสอดคล้องกับมาตรฐานสมรรถนะของประเทศ ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนในการเรียนรู้เพื่อประกอบอาชีพอย่างแท้จริง

ช่วยสร้างโอกาสและรายได้ที่ยั่งยืน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวเสริมว่า การพัฒนาหลักสูตรอาชีพตามมาตรฐานของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับทักษะแรงงานไทย ทำให้สามารถแข่งขันในระดับทั้งในประเทศและนานาชาติ และยังเป็นการทำให้การเรียนรู้ “เรียนแล้วมีรายได้จริง”

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ำว่า หลักสูตรสกร. ที่มีการรับรองในครั้งนี้เป็นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมของหลักสูตรด้านอาชีพ ที่ทำให้ผู้เรียนมั่นใจได้ว่าจะสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพ หรือสร้างธุรกิจส่วนตัวได้จริง

  • หลักสูตรครอบคลุมหลากหลายสาขาอาชีพ
  • ผู้เรียนสามารถสร้างรายได้หลังจบหลักสูตรได้จริง
  • เป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ในปีงบประมาณ 2567 มีผู้เข้ารับการฝึกอาชีพผ่าน หลักสูตรสกร. มากกว่า 700 คน และสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 1.2 ล้านบาทต่อปี เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าหลักสูตรที่มีคุณภาพนี้สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้จริง

พร้อมกันนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้มีแผนจะขยายผลไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศในปีหน้า ด้วยการขับเคลื่อน “1 จังหวัด 1 หลักสูตร” ซึ่งรวมถึงหลักสูตรหลากหลายสาขา อาทิ อาหารไทย นวดแผนไทย บาติก การทอผ้าจากสีธรรมชาติ กาแฟ และงานจักสาน เป็นต้น

ด้วยการสนับสนุนที่ชัดเจนจากผู้บริหารระดับประเทศ การพัฒนา หลักสูตรสกร. ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพถือเป็นการขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อการมีงานทำ สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจและสังคมไปในเวลาเดียวกัน

หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ หรือพัฒนาทักษะอาชีพให้ทันสมัย หลักสูตรสกร. เป็นทางเลือกที่ไม่ควรพลาด เพราะคุณจะได้เรียนรู้จากหลักสูตรที่มีมาตรฐาน และเปิดโอกาสให้คุณประสบความสำเร็จในเส้นทางของตนเอง

ที่มา – ‘ลิณธิภรณ์’ หนุนหลักสูตรสกร. ต่อยอดมาตรฐานอาชีพ สร้างโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

นครแหลมฉบัง จัดโครงการสงเคราะห์แว่นตา สำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นครแหลมฉบัง ได้จัดโครงการ “โครงการสงเคราะห์แว่นตา สำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน” ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้คนในชุมชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาทางสายตา ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม โครงการนี้เป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 24 ของการจัดโครงการฯ อีกด้วย

โครงการสงเคราะห์แว่นตา สำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน

งานนี้จัดขึ้น ณ ห้องประชุมเมืองท่า ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลนครแหลมฉบัง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้ทรงคุณวุฒิ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด และให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ทำเนียบแหลมฉบัง

เน้นย้ำการดูแลสุขภาพทางสายตา

นางจินดา กล่าวว่า สำนักงานเทศบาลนครแหลมฉบัง มีความตระหนักถึงปัญหาทางสายตาที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน ซึ่งอาจมีพฤติกรรมในการใช้สายตาในชีวิตประจำวันอย่างไม่เหมาะสม จึงได้มอบหมายให้กองสวัสดิการสังคมดำเนินการจัด โครงการสงคราะห์แว่นตาสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน เพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาทางสายตาในระยะยาว

บรรยากาศการจัดโครงการ

โดยในปีงบประมาณนี้ มีผู้เข้ารับบริการและได้รับแว่นตาจำนวนทั้งสิ้น 406 คน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของโครงการนี้ รวมถึงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ที่ยังคงประสบปัญหาทางสายตาอย่างต่อเนื่อง

โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหลักของเทศบาลที่เน้นการดูแลครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้มีโอกาสในการเรียนรู้ การทำงาน และการดำรงชีวิตได้อย่างเท่าเทียมกัน

การพัฒนาชุมชนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการสงเคราะห์แว่นตาสำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน จึงไม่เพียงเป็นการสร้างโอกาสทางสังคม แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่มีสุขภาพที่ดีเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือมีญาติในครอบครัวที่มีปัญหาทางสายตาและต้องการความช่วยเหลือ ควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นใกล้บ้านเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรับความช่วยเหลือจากโครงการดี ๆ เช่นนี้

ที่มา – นครแหลมฉบัง จัดโครงการสงเคราะห์แว่นตา สำหรับเด็ก เยาวชนและประชาชน

บุกรวบแก๊งปาร์ตี้ยา! วัยรุ่นชาย-หญิง 52 คน มั่วสุมในพูลวิลล่าชะอำ ยึดยาเสพติดเพียบ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 7 ร่วมกับ ตำรวจ สภ.ชะอำ และฝ่ายปกครองอำเภอชะอำ ได้จัดการ บุกรวบแก๊งปาร์ตี้ยา ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นชายและหญิง รวมทั้งหมด 52 คน โดยมีอายุระหว่าง 16 ถึง 28 ปี

กลุ่มวัยรุ่นเหล่านี้กำลังจัดปาร์ตี้มั่วสุมพร้อมเสพ ยาเสพติด อยู่ภายในบ้านพักแบบพูลวิลล่าแห่งหนึ่งที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการจับกุมและตรวจสอบสถานที่

บุกรวบแก๊งปาร์ตี้ยา

ผลการจับกุมในครั้งนี้พบว่ากลุ่มวัยรุ่นมีพฤติกรรมเสี่ยง เมื่อเชิญชวนเพื่อนมารวมตัวกันในบ้านพักเพื่อจัดงานปาร์ตี้ในรูปแบบมั่วสุม และเสพสารเสพติดหลากหลายชนิด

เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ยาไอซ์ ยาอีเค ยาบ้า บุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงโทรศัพท์มือถือทั้งหมด 30 เครื่อง ซึ่งจะนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ครอบครองและแหล่งที่มา

ความผิดที่พบ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า หนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคือภรรยาของผู้ต้องสงสัยในคดียาเสพติดจากจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นผู้ชักชวนเพื่อนๆ หลายคนมารวมตัวในงานครั้งนี้

แม้ว่าเจ้าของบ้านจะระบุว่าได้รับแจ้งการเช่าบ้านจากกลุ่มวัยรุ่นเพียง 7-8 คนเท่านั้น แต่ต่อมาพบว่าได้มีการชวนเพื่อน ๆ เพิ่มจนจำนวนคนรวมกันมากถึง 52 คน ซึ่งส่งผลให้สถานที่กลายเป็นฉากของงานปาร์ตี้ยาเสพติด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ที่กระทำผิดเกี่ยวกับการ เสพและครอบครองยาเสพติด ก่อนนำตัวทั้งหมดกลับไปสอบสวนที่ สภ.ชะอำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

เหตุการณ์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมเสี่ยงของกลุ่มวัยรุ่น ที่เลือกสถานที่ลักซ์ชัวรี่เพื่อจัดงานปาร์ตี้ยาเสพติด ซึ่งนอกจากเป็นการเสี่ยงต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจกระทบต่อความมั่นคงของชุมชนโดยรอบ

ใครก็ตามที่ตระหนักถึงลักษณะการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม หรือมีเพื่อนร่วมงวงที่มีพฤติกรรมผิดปกติ ควรเริ่มหันกลับมาใส่ใจสุขภาพจิตและพฤติกรรมของตนเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่โลกมืดของสารเสพติด

ที่มา – บุกรวบแก๊งปาร์ตี้ยา! วัยรุ่นชาย-หญิง 52 คน มั่วสุมในพูลวิลล่าชะอำ ยึดยาเสพติดเพียบ

Eden สวรรค์คนบาป เกาะสวรรค์ที่กลายเป็นแดนต้องสาป

“ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น…ที่จะอยู่รอดบนเกาะแห่งนี้!” เตรียมพบกับการล่า-สู้-ฆ่า สุดระทึกแห่งปี ที่ชวนลุ้นจนแทบหยุดหายใจกับ Eden สวรรค์คนบาป ภาพยนตร์เขย่าขวัญการันตีคุณภาพล่าสุดจาก “รอน ฮาวเวิร์ด” ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ที่เชี่ยวชาญในการถ่ายทอดเรื่องราวความจริงได้อย่างมีพลัง เช่นเดียวกับภาพยนตร์อย่าง “A Beautiful Mind” (2001) หรือ “Apollo 13” (1995)

Eden สวรรค์คนบาป เปิดฉากแห่งความมืดมนของมนุษย์

ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงจากเรื่องจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งกลุ่มชาวยุโรปเลือกหลีกหนีสังคม ทิ้งชีวิตแบบสมัยใหม่เพื่อไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายบนเกาะฟลอรีอานา หมู่เกาะกาลาปากอส ซึ่งเริ่มต้นด้วยความสงบและหวังให้ทุกอย่างสงบสุข

ความสงบสุขที่พังทลาย

ทุกอย่างมาเปลี่ยนแปลงเมื่อ “ไฮนซ์ วิตต์เมอร์” (ดาเนียล บรูห์ล) และภรรยา “มาร์เกรต วิตต์เมอร์” (ซิดนีย์ สวีนีย์) พร้อมลูกชายมาเยือน เหตุการณ์เหล่านี้พัฒนาเป็นความตึงเครียด เมื่อ “เอโล อิส แวร์บอร์น เดอ วากเนอร์ บอสเกต์” (อนา เดอ อาร์มาส) เศรษฐีนีที่มีเป้าหมายจะเปลี่ยนเกาะแห่งนี้ให้กลายเป็นรีสอร์ทสุดหรูจนส่งผลให้เกิดการปะทะ และพัฒนาเป็นความขัดแย้งด้านอารมณ์ ความโหยหาอำนาจ และความลับที่ถูกกลบฝัง

Eden สวรรค์คนบาป ถ่ายทอดเรื่องราวของดร.ฟรีดริค ริตเตอร์ (จู๊ด ลอว์) และดอเร สเตราช์ (วาเนสซา เคอร์บี) ที่หลีกหนีสังคมมายังเกาะร้างอย่างสงบสุข แต่ด้วยมนุษย์ตัวร้าย สวรรค์กลายเป็นนรกในแวบตา ความสงบของพวกเขาแทบจะถูกทำลายโดยความเห็นแก่ตัวของผู้คน

  • การล่าความมืดที่ซ่อนอยู่ในจิตใจมนุษย์
  • บทสรุปของความรักและความหวังท่ามกลางความโหดร้าย
  • ภาพยนตร์ที่กระตุ้นความคิดเกี่ยวกับมนุษยธรรมและธรรมชาติ

สื่อต่างประเทศต่างเชิดชูความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์ โดยยกย่องว่า “เขย่าขวัญเต็มสูบ” (The Wrap), “มหกรรมปั่นประสาทนองเลือด” (Entertainment Weekly), และ “รุนแรงจนไม่รู้ลืม” (Vanity Fair) แน่นอนว่า Eden สวรรค์คนบาป เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ไม่ควรพลาดของวงการภาพยนตร์ปี 2025 นี้

เตรียมตัวให้ดี เพราะเมื่อสวรรค์กลายเป็น inferno ความสงบกลายเป็นความวุ่นวาย นรกคือความจริงที่ถูกเปิดเผย…

ชมภาพยนตร์ Eden สวรรค์คนบาป ได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ 21 สิงหาคมนี้

ที่มา – เมื่อเกาะสวรรค์กลายเป็นแดนต้องสาปจากน้ำมือคนบาป ลุ้นให้ตัวโก่งใน “Eden สวรรค์คนบาป”

ด่วน! สพฐ.ถอดเนื้อหา ‘พระอลงกต’ ออกจากตำราเรียนชั้นป.5

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการตรวจสอบหนังสือเรียนที่มีการยกย่องอดีตพระอลงกต แห่งวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเคยถูกนำเสนอเป็นตัวอย่างของการมีจิตอาสาและจิตสาธารณะในหนังสือเรียนกลุ่มสาระภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ด่วน! สพฐ.ถอดเนื้อหา ‘พระอลงกต’ ออกจากตำราเรียนชั้นป.5

หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า เนื้อหาที่กล่าวถึงพระอลงกต รายนี้มีคุณธรรมและจริยธรรมในการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ในอดีต ซึ่งถือเป็นการกระทำที่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง แต่เมื่อปรากฏข้อมูลว่าพระอลงกต รายนี้ถูกจับกุมสอบสวนเกี่ยวกับการปิดบังประวัติและการทำผิดวินัยสงฆ์ และยังถูกกล่าวหาในข้อหาฟอกเงิน สพฐ. จึงตัดสินใจถอดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องออกจากหนังสือเรียนโดยทันที

ผลกระทบต่อเนื้อหาการเรียนการสอน

เนื้อหาการเรียนการสอนในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตัวอย่างด้านจิตสาธารณะ ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เยาวชน อย่างไรก็ตาม เมื่อบุคคลดังกล่าวถูกเปิดเผยว่ามีพฤติกรรมที่ขัดต่อคุณธรรม หรือเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม สิ่งนี้ย่อมส่งผลต่อการเป็นแบบอย่างที่ดีในตำราเรียน

  • สพฐ.ได้ดำเนินการถอดเนื้อหาออกจากตำราแล้ว
  • เนื้อหาจะไม่ปรากฏในหนังสือเรียนปีหน้า
  • จัดทำแนวทางใหม่ในการคัดเลือกตัวอย่างที่เหมาะสม

ทาง สพฐ. ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าในปีการศึกษาหน้า เนื้อหาเกี่ยวกับอดีตพระอลงกต จะไม่ปรากฏอีกต่อไปในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความเหมาะสมและเป็นไปตามคุณค่าทางจริยธรรมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การตัดสินใจของ สพฐ. สะท้อนให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อการปลูกฝังคุณธรรมในเด็กนักเรียนอย่างรอบด้าน เพราะการใช้บุคคลที่มีปมในอดีตเป็นตัวอย่าง อาจส่งผลเสียต่อการพัฒนาจิตใจของเยาวชนได้

การศึกษาไม่ใช่แค่การถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับเด็กจากใจเล็ก ถึงใจใหญ่ การเลือกเนื้อหาอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ซึ่งจากกรณีนี้ มิหนำซ้ำเป็นบทเรียนสำคัญให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาเลือกเนื้อหาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน

ที่มา – ด่วน! สพฐ.ถอดเนื้อหา ‘พระอลงกต’ ตัวอย่างจิตสาธารณะ ออกจากตำราเรียนชั้นป.5

ตำรวจท่องเที่ยวจัดโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุม ขรัวตาจู วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดโครงการ ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (STC-ย่อย) ขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน และยั่งยืน

ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (STC-ย่อย)

ในการประชุมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากพระครูโสภณวีรานุวัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ เป็นประธานในการประชุม นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ พ.ต.อ.กรฤวิศวร์ ทองศรีวาณิช ผกก.1 บก.ทท.3, พ.ต.ท.กฤษฎา จันทร์อุทัย สวญ.ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.3, พ.ต.ท.อิชยา สิทธิธูรณ์ สว.ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.3 และตัวแทนจากเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงตัวแทนจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวชาวบ้าน และอาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยวสุพรรณบุรี

เตรียมความพร้อมดูแลนักท่องเที่ยว

โครงการ ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (STC-ย่อย) นี้ เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้ชุมชนในพื้นที่มีบทบาทร่วมในการดูแลหมู่บ้าน แหล่งท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับ “วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี” ที่ถูกกำหนดให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็งภายใต้โครงการ STC-ย่อย

ในการดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อวางมาตรการป้องกันการเกิดอาชญากรรมร่วมกัน โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น การแก้ปัญหาคนเร่ร่อน โดยให้ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เข้ามาตรวจสอบสถานการณ์ในช่วงที่วัดจัดงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานกล้องวงจรปิด และการร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางศาสนาอย่าง “นาวาภิกขาจาร” พร้อมส่งเสริมกิจกรรมอนุรักษ์พันธุ์กล้วยพื้นเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและ สภ.เมืองสุพรรณบุรียังได้ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจลาดตระเวนภายในวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมกิจกรรม

การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน

การประชุมเพื่อขับเคลื่อน ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการรวมพลังของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างอีโคซิสเต็มการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

  • ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัย
  • สร้างความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่น
  • ลดปัญหาสังคมในพื้นที่การท่องเที่ยว
  • เพิ่มการมีส่วนร่วมของอาสาสมัคร

จากผลการประชุมที่สรุปสาระสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว การคมนาคม และการสื่อสาร เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาจังหวัดสุพรรณบุรี จึงเป็นกลางทางเลือกในการพักผ่อนหย่อนใจในอนาคตอันใกล้

หากคุณกำลังมองหาจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย ล้ำค่าด้านวัฒนธรรม และสงบสุข วัดป่าเลไลยก์วรวิหารอาจเป็นคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสธรรมะแล้ว ยังมีความมั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนพร้อมที่จะดูแลให้คุณและครอบครัวได้สัมผัสกับช่วงเวลาอันแสนประทับใจ

ที่มา – ตำรวจ ทท.จัดโครงการชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง Strong Tourism Community (STC-ย่อย)