ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

HIGHLIGHT ส่งคำรักถึงไลท์ กรุงเทพฯ ก่อนคอนเสิร์ต RIDE OR DIE 2025

วันธรรมดาของ LIGHTs ชาวไทยกำลังจะกลายเป็นวันที่เต็มไปด้วยความพิเศษอีกครั้ง เมื่อ HIGHLIGHT มาระเบิดความสุดยอดบนเวทีคอนเสิร์ต HIGHLIGHT LIVE 2025 [RIDE OR DIE] IN BANGKOK ในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้มาพร้อมกับเซ็ตลิสต์ที่ใกล้เคียงกับเวอร์ชันในกรุงโซลถึง 99% พร้อมโชว์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นตาตื่นใจจากสมาชิกทั้ง 4 คน ได้แก่ ยุน ดูจุน, ยัง โยซอบ, อี กิกวัง และ ซน ดงอุน

HIGHLIGHT ส่งคำรักถึงไลท์ กรุงเทพฯ

ก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบปี 2025 ที่กำลังจะมาถึง HIGHLIGHT ไม่ลืมที่จะส่งข้อความรักไปยังแฟนคลับชาวไทย ด้วยใจที่อุ่นและความตั้งใจที่จะมอบความประทับใจสุดพิเศษให้กับไลท์ทุกคนในกรุงเทพฯ “สวัสดีครับ พวกเรา HIGHLIGHT ครับ! ไลท์ทุกคนในประเทศไทย พวกเราจะไปเจอทุกคนอีกครั้งที่คอนเสิร์ต HIGHLIGHT LIVE 2025 [RIDE OR DIE] IN BANGKOK ปีที่แล้วเราได้เห็นรอยยิ้ม แรงเชียร์ และความอบอุ่นจากทุกคน เราก็รู้สึกดีใจที่ได้แบ่งปันเวทีกับไลท์ทุกคน และในปีนี้ เราก็พร้อมจะเติมความมันส์ และความตื่นเต้นอย่างเต็มที่อีกครั้ง!”

เตรียมพบกับเวทีที่เข้มข้นและสนุกยิ่งกว่าเดิม

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “RIDE OR DIE” ถือเป็นคำมั่นที่ HIGHLIGHT มีต่อกับแฟนคลับ โดยพวกเขาเตรียมโชว์พิเศษหลากหลายรูปแบบ ทั้งการร้อง เต้น และสื่อสารกับไลท์ พร้อมกับการตกแต่งเวทีที่ล้ำสมัย และเพลย์ลิสต์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ช่วยให้ทุกคนได้สัมผัสถึงพลังแห่งความรักและความทุ่มเทที่ HIGHLIGHT มีให้แฟนๆ อย่างแท้จริง

  • วันที่แสดง: 20 กันยายน 2568
  • สถานที่: แจ้งวัฒนะฮอลล์, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
  • ผู้จัดฯ: O.N worldwide
  • คอน셉ต์คอนเสิร์ต: RIDE OR DIE

“เรารู้นะครับว่าคุณกำลังรอชมพวกเราอยู่ แล้วพวกเราก็ตั้งตารอที่จะกลับมาพบทุกคนในวันที่เราเติบโตขึ้นอีกหนึ่งก้าว จะเป็นวันที่ไม่มีใครลืมแน่นอน” นั่นคือคำพูดจากฮีโร่แห่งเวทีที่แฟนคลับทั้งหลายรอคอยมานาน

นอกจากความตื่นเต้นจากเวทีการแสดงแล้ว HIGHLIGHT ยังเตรียมเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ สำหรับไลท์ที่จะได้สัมผัสความใกล้ชิดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นต์ของที่ระลึก หรือโอกาสพิเศษในการถ่ายรูปร่วมกับสมาชิกทั้ง 4 คน เพราะสำหรับพวกเขา ไลท์คือแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

HIGHLIGHT ส่งคำรักถึงไลท์ กรุงเทพฯ ก่อนคอนเสิร์ต

ปิดท้ายด้วยคำพูดที่ทุกคนรอคอย “ผมรักคุณ ไลท์ กรุงเทพฯ” อาการคลั่งไคล้ย่อมเกิดขึ้นได้ไม่ยากเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ของ HIGHLIGHT และ admired LIGHTs โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพลังแฟนคลับหนักแน่นที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

หากคุณเป็นหนึ่งในไลท์ ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลามหัศจรรย์ที่คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนที่จะได้พบกับความสุดยอดของความบันเทิงบนเวทีและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันล้ำค่าอีกครั้งในวันที่ 20 กันยายนนี้

ที่มา – “HIGHTLIGHT ส่งข้อความรักถึงแฟนๆพร้อมส่งคำรัก “ผมรักคุณ ไลท์ กรุงเทพฯ” เช็กความตื่นเต้นก่อนเจอกัน

วุฒิสภา’ถกลับญัตติตั้งกรรมาธิการฯศึกษายกเลิก‘เอ็มโอยู 43-44’

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่รัฐสภาได้มีการประชุมวุฒิสภาภายใต้การเป็นประธานของนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง โดยมีวาระสำคัญในการพิจารณาญัตติขอให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของการยกเลิก MOU ปี 2543 และ MOU ปี 2544 ซึ่งเป็นข้อตกลงเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. เป็นผู้เสนอ

วุฒิสภา’ถกลับญัตติตั้งกรรมาธิการฯศึกษายกเลิก‘เอ็มโอยู 43-44’

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒน์นาพงศ์ สว. ได้ลุกขึ้นเสนอให้การพิจารณาญัตติดังกล่าวเป็นการประชุมลับ เนื่องจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนสูง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เหมาะสม

การลงมติแบบลับของวุฒิสภา

“ผมเชื่อว่า สว. ทุกท่านต่างห่วงใยอธิปไตยของประเทศและประชาชนไทยมากกว่าสิ่งอื่นใด จึงขอให้ท่านประธานให้มีการลงมติเพื่อให้การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมลับ” นายพิสิษฐ์กล่าว

ผลการลงมติของที่ประชุมวุฒิสภาปรากฏว่า มีเสียงเห็นชอบจำนวน 71 เสียง ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ว่า ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของสมาชิกทั้งหมดของวุฒิสภา เพื่อเสนอให้มีการประชุมแบบลับ หลังจากการลงมติแล้ว ที่ประชุมได้เข้าสู่วาระการประชุมลับทันที

  • เสนอโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว.
  • ผลักดันโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒน์นาพงศ์ สว.
  • การลงมติเห็นชอบ: 71 เสียง
  • ประเด็นหลัก: การยกเลิก MOU ปี 2543 และ 2544

ทั้งนี้ นายพิสิษฐ์ยังได้เปิดเผยว่า ท่านจะมีแถลงการณ์ผลการพิจารณาของวุฒิสภาในเวลา 13.00 น. วันที่ 27 สิงหาคมนี้ ซึ่งประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและผลการประชุมได้อย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในครั้งนี้มีผลกระทบต่อสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สระแก้ว และจ.อุบลราชธานี ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่

การตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมของการรักษาหรือยกเลิกข้อตกลง MOU ปี 2543-2544 จึงเป็นการดำเนินการที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบของวุฒิสภาที่ต้องใส่ใจในเรื่องสำคัญอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นที่มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย

ข้อคิด: การตัดสินใจเช่นนี้จากวุฒิสภาสามารถส่งผลต่ออนาคตของความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลึกซึ้ง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะต้องติดตามผลในขั้นตอนต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ‘วุฒิสภา’ถกลับญัตติตั้งกรรมาธิการฯศึกษายกเลิก‘เอ็มโอยู 43-44’

อบจ.แม่กลองอบรมสร้างอาชีพใหม่ หนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการขายของออนไลน์

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่เรียกกันว่า “อบจ.แม่กลอง” ได้จัดกิจกรรมอบรมสร้างอาชีพใหม่ให้กับกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยเน้นเฉพาะ ผู้สูงอายุและผู้พิการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการประกอบอาชีพผ่านระบบออนไลน์

อบจ.แม่กลองอบรมสร้างอาชีพใหม่ หนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการขายของออนไลน์

งานอบรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2568 ณ หอประชุมพิพัฒน์มงคล โดยมี นายเจษฎา ญาณประภาศิริ นายก อบจ.สมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยนางนิลุบล เดชเกตุ ปลัด อบจ. ที่กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างชัดเจน

ผู้เข้าร่วมโครงการมีจำนวน 60 คนแบ่งเป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมใน 3 หลักสูตร ได้แก่ การทำกระเป๋าจากเชือกฟอก (26-28 ส.ค.) การทำดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ (26-27 ส.ค.) และการขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ (28-29 ส.ค.) หลักสูตรเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะที่สามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพเสริมได้จริง

เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยอาชีพออนไลน์

นางนิลุบล เดชเกตุ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมอบรมในครั้งนี้เป็นไปตามบทบาทหน้าที่ของ อบจ. ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประกอบอาชีพ ลดภาระในครอบครัว และทำให้เกิดการใช้วัสดุเหลือใช้ให้เป็นประโยชน์ในรูปแบบผลิตภัณฑ์

ในส่วนของนายเจษฎา ญาณประภาศิริ นายก อบจ. กล่าวเสริมว่า โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มตั้งแต่ระดับการผลิตใช้วัสดุในท้องถิ่น พร้อมทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม ออนไลน์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น “การเรียนรู้การตลาดออนไลน์ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป ขอเพียงพื้นฐานและความเข้าใจที่ถูกต้อง แล้ว อบจ.ก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่” นายเจษฎาอธิบาย

จังหวัดสมุทรสงครามเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง ทำให้กลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำเสนอสินค้าผ่านช่องทาง ออนไลน์ เข้าถึงลูกค้าได้จากทั่วประเทศ

  • อบรมทักษะการทำกระเป๋าจากเชือก
  • ส่งเสริมการสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยวัสดุรีไซเคิล
  • เรียนรู้การขายสินค้าผ่านออนไลน์อย่างมืออาชีพ
  • จุดประกายโอกาสใหม่ให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ

การอบรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดทักษะทางอาชีพ แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มเปราะบางได้มีรายได้อย่างยั่งยืน โดยสามารถพึ่งพาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง การสนับสนุนจาก อบจ.แม่กลอง คือบทใหม่ของการเริ่มต้นที่หวังว่าจะมอบโอกาสให้ทุกชีวิตมีคุณค่า

หากคุณเป็นผู้สนใจลงทุนเริ่มต้นอาชีพใหม่ หรือสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่น อย่าลืมติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีขึ้นไปด้วยกัน

ที่มา – อบจ.แม่กลองอบรมสร้างอาชีพใหม่ หนุนผู้สูงอายุ ผู้พิการขายของออนไลน์ หวังยกระดับคุณภาพชีวิต

คมนาคมลุยแก้สัญญาฯ รถไฟฟ้า แบ่งรายได้ “รถไฟฟ้า 20 บาท” เข้ากองทุนตั๋วร่วม 25%

กระทรวงคมนาคมเตรียมดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า 4 สาย ได้แก่ สายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีชมพู และสายสีเหลือง เพื่อให้ผู้รับสัมปทานแบ่งรายได้เข้ากองทุนตั๋วร่วมเพิ่มเป็น 25% จากเดิม 15% เพื่อรองรับมาตรการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่จะเริ่มใช้ในช่วงปลายปีนี้

คมนาคมลุยแก้สัญญาฯ รถไฟฟ้า แบ่งรายได้ “รถไฟฟ้า 20 บาท” เข้ากองทุนตั๋วร่วม 25%

ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในระหว่างที่กระทรวงฯ รอการพิจารณากฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 15 พ.ย.2568 กระทรวงคมนาคมจะเร่งดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานเพื่อรองรับมาตรการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่างมีประสิทธิภาพ

แผนขั้นตอนแก้ไขสัญญาฯ

รฟม.จะสรุปรายละเอียดการแก้ไขสัญญาฯ ภายในวันที่ 31 ส.ค.2568 และเสนอคณะกรรมการรฟม.พิจารณาในวันที่ 9 ก.ย.2568 จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการกำกับแก้ไขสัญญาภายในวันที่ 16 ก.ย.2568 พร้อมส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบภายใน 45 วัน หรือหากเร่งได้ภายใน 30 วัน ก็จะสามารถเริ่มดำเนินมาตรการตามแผนในต้น พ.ย.2568

  • ขั้นตอนการเจรจา: เจรจาไม่เป็นทางการกับผู้รับสัมปทานทุกราย
  • ข้อยกเว้น: สายสีม่วง สีแดง และแอร์พอร์ตลิงก์ไม่ต้องแก้ไขสัญญา
  • สายพิเศษ: สายสีเขียวจะต้องประสานกทม.ดำเนินการ

ทั้งนี้เดิมกระทรวงฯ ใช้วิธีให้เอกชนบริจาคเข้ากองทุน แต่เนื่องจากต้องให้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจึงต้องมีการแก้ไขสัญญาอย่างเป็นทางการ มีเป้าหมายให้ทุกฝ่ายมีความพร้อมและโปร่งใส

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะเริ่มต้นเมื่อไร?

สำหรับสายสีแดงและสายสีม่วง ไม่ต้องรอกฎหมายผ่านสภาฯ ก็สามารถดำเนินมาตรการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 ถึง 30 ก.ย.2569 ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะขยายออกไปเป็นรายปีเหมือนเดิม หากมีความพร้อมทั้งด้านกฎหมายและสัญญาสัมปทาน

การดำเนินการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระเดินทางให้ประชาชน และให้บริการขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพสูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปรับปรุงระบบขนส่ง

หากคุณเป็นผู้ใช้บริการรถเมล์หรือรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะส่งผลดีต่อคุณโดยตรง

ที่มา – “คมนาคม” ลุยแก้สัญญาฯ รถไฟฟ้า แบ่งรายได้ “รถไฟฟ้า 20 บาท” เข้ากองทุนตั๋วร่วม 25%

“จอมเตะไทย” ลุยชิงแชมป์ “มูจู กรังด์ปรีซ์” แดนโสมขาว

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย หรือที่เรียกกันว่า “จอมเตะไทย” ได้ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเทควันโดชั้นนำระดับโลกรายการ “Muju Taekwondo 2025 World Taekwondo Grand Prix Challenge” ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองมูจู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 28-31 สิงหาคม 2568

“จอมเตะไทย” ลุยชิงแชมป์ “มูจู กรังด์ปรีซ์” แดนโสมขาว

สำหรับศึก “มูจู กรังด์ปรีซ์” ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาทั่วโลกได้แสดงศักยภาพในรูปแบบการแข่งขันแบบ Poomsae และ Kyorugi อันดุเดือด โดยทีมชาติไทยในครั้งนี้มาในรูปแบบ “ชุดใหญ่” ด้วยนักกีฬาทั้งหมด 11 คน

รายชื่อนักกีฬาชาย

  • ธนัช เตชะรัตนวิบูลย์ (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 58 กก.)
  • สิรวิชญ์ มะหะหมัด (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 58 กก.)
  • ณภัทร ศรีติมงคล (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 68 กก.)
  • บัลลังก์ ทับทิมแดง (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 68 กก.)
  • ธนาธร แซ่โจ (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กก.)
  • แจ็ค วูดี้ เมอร์เซอร์ (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กก.)

รายชื่อนักกีฬาหญิง

  • พัชรกัญน์ พูลเกิด (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กก.)
  • กมลชนก สีเคน (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กก.)
  • ชุติกาญจน์ จงกลรัตนวัฒนา (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กก.)
  • ณัฐกมล วาสนา (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กก.)
  • ศศิกานต์ ทองจันทร์ (รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก.)

โดยทีม “จอมเตะไทย” จะได้รับการฝึกปรือจาก “โค้ชเช” ชัชชัย เช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมเทควันโดไทย ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและความสามารถในการพัฒนานักกีฬาระดับโลกมายาวนาน

การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะพิสูจน์ฝีเท้าและความแกร่งของ “จอมเตะไทย” บนเวทีระดับนานาชาติอีกครั้ง แฟนกีฬาชาวไทยร่วมเชียร์ และร่วมติดตามผลงานของเหล่านักกีฬาไทยได้จากประเทศไทยผ่านการถ่ายทอดสดและรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด

การแข่งขันเทควันโด “มูจู กรังด์ปรีซ์” จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่นักกีฬาไทยจะได้เก็บประสบการณ์ระดับโลก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่สูงขึ้นในอนาคต

ติดตามผลงานของเหล่า “จอมเตะไทย” ได้ในเร็วๆ นี้ และอย่าลืมให้กำลังใจนักกีฬาไทยที่ขุนเขาแดนโสมขาวนะคะ

ที่มา – “จอมเตะไทย” จัดชุดทัพใหญ่ ล่าแชมป์เทควันโด “มูจู กรังด์ปรีซ์” แดนโสมขาว

เจ้าคณะจังหวัดลพบุรีสั่งตรวจสอบทรัพย์สินวัดพระบาทน้ำพุ

เมื่อเร็วๆ นี้ วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงสังคมออนไลน์หลังจากมีการจับกุม หลวงพ่ออลงกต ด้วยข้อหาทุจริตยักยอกเงินวัด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดอย่างละเอียด พร้อมกับจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการวัดในระยะสั้น กลาง และยาว

เจ้าคณะจังหวัดลพบุรีสั่งตรวจสอบทรัพย์สินวัดพระบาทน้ำพุ

จากข้อมูลที่ได้รับ นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า เจ้าคณะจังหวัดลพบุรีได้มีการแต่งตั้ง พระครูสุวัฒน์กิตติสาร เจ้าคณะตำบลเขาสามยอด เข้ามารักษาการเจ้าอาวาสแทน หลังจาก หลวงพ่ออลงกต ได้ลาสิกขาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเปิดทางให้คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายสามารถเข้าไปตรวจสอบกิจการภายในวัดอย่างครอบคลุม

คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและแผนฟื้นฟู

คณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดลพบุรีมีหน้าที่ตรวจสอบ

  • ทรัพย์สินของวัด
  • ค่าใช้จ่ายภายในวัด
  • การบริหารจัดการกิจการของวัด
  • จัดทำแผนฟื้นฟูวัดพระบาทน้ำพุในระยะต่างๆ

จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า วัดมีพระจำพรรษาเพียง 4-5 รูป ไม่มีเณร และส่วนใหญ่เป็นจิตอาสาที่ หลวงพ่ออลงกต เลี้ยงดูไว้ ซึ่งข้อมูลนี้ส่งผลต่อการบริหารภายในวัดอย่างมาก ทำให้คณะกรรมการต้องศึกษาปัญหาอย่างละเอียดก่อนจะกำหนดแนวทางแก้ไขในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการตรวจสอบสามารถดำเนินการได้เฉพาะในส่วนของทรัพย์สินและบัญชีของวัดเท่านั้น ส่วนมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับวัดจะถูกตรวจสอบโดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ภายใต้คำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งหมายความว่าการสอบสวนจะเป็นไปอย่างครอบคลุมทั้งในระดับวัดและองค์กรภายนอก

ข้อกำหนดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ที่ต้องการให้วัดพระบาทน้ำพุได้รับการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านทรัพย์สิน บุคลากร และการบริหารจัดการ เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้บริจาคและชุมชนโดยรอบ

ทั้งนี้ วัดพระบาทน้ำพุเคยได้รับความนิยมจากผู้คนมากมายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องของขัดดาวและของที่ระลึกที่มีความเชื่อว่าสามารถช่วยเสริมโชคลาภให้กับผู้ที่มากราบไหว้ ดังนั้น การที่ เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เร่งดำเนินการตรวจสอบและฟื้นฟูกิจการเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทางภาครัฐ ศาสนา และชุมชน เพื่อสร้างความโปร่งใสและยั่งยืนให้กับวัดแห่งนี้ในระยะยาว ซึ่งเชื่อว่าหากดำเนินการอย่างสอดคล้องคู่ไปกับจริยธรรมและความรับผิดชอบ จะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ดีของ “วัดพระบาทน้ำพุ”

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในวัดพระบาทน้ำพุถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับการบริหารจัดการวัดในประเทศไทย ไม่ว่าจะในด้านการเงินหรือการจัดการบุคลากร ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายหรือแนวทางการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคต

ที่มา – ‘เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี’ สั่งการตรวจสอบทรัพย์สิน-ทำแผนฟื้นฟู ‘วัดพระบาทน้ำพุ’

ทรัมป์ขู่เก็บภาษีประเทศที่ ‘คุกคาม’ บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ

เมื่อเร็ว ๆ นี้อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาขู่ว่าจะเก็บภาษีกับประเทศที่ “คุกคาม” บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ โดยเฉพาะต่อการใช้กฎหมายด้านดิจิทัลที่เขาเห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบริษัทอเมริกัน

ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ทรัมป์ระบุว่า ภาษีดิจิทัล กฎหมายบริการดิจิทัล และกฎระเบียบตลาดดิจิทัล ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อ “ทำร้าย” หรือ “เลือกปฏิบัติ” ต่อบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ โดยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายของสหภาพยุโรป เช่น กฎหมายตลาดดิจิทัล (DMA) และกฎหมายบริการดิจิทัล (DSA) ซึ่งถูกมองว่าเป็นมาตรการควบคุมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในภูมิภาค

ทรัมป์ขู่เก็บภาษีประเทศที่ ‘คุกคาม’ บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่เจาะจง แต่เขากล่าวว่าหากสหรัฐฯ เห็นว่ามีการปฏิบัติอย่างเป็นการเลือกปฏิบัติ แล้วยังไม่ถูกยกเลิก เขาจะไม่ลังเลที่จะใช้อำนาจในการกำหนดภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าจากประเทศเหล่านั้นรวมถึงประกาศข้อจำกัดในการส่งออกเทคโนโลยีและชิปของสหรัฐฯ

การเผชิญหน้าทางการค้า

ทรัมป์กล่าวว่า “อเมริกาและบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันจะไม่เป็นกระปุกออมสินหรือพรมเช็ดเท้าของโลกอีกต่อไป” ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นที่เขามีต่อการป้องกันผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ

ในทางปฏิบัติ อารมณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน ทรัมป์เคยยกเลิกการเจรจาการค้ากับแคนาดา เพื่อตอบโต้แผนการของรัฐบาลออตตาวาในการเก็บภาษีบริการดิจิทัล ซึ่งกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกาอย่าง อัลฟาเบต (Google), แอมะซอน และเมตา(Facebook) แต่ท้ายที่สุด แคนาดาก็ตัดสินใจยกเลิกภาษีดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางการค้า

  • กฎหมายด้านดิจิทัลในสหภาพยุโรปถูกมองว่าเป็นภัยต่อบริษัทสหรัฐ
  • ทรัมป์เคยใช้มาตรการทางการค้ากับแคนาดาเมื่อปีที่แล้ว
  • สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้เทคโนโลยีถูกใช้เป็นสินค้าแลกเปลี่ยน

ข้อความของเขาสะท้อนถึงแนวคิดที่ว่า สหรัฐอเมริกาจะปกป้องบริษัทเทคโนโลยีในประเทศอย่างหนักแน่น แม้จะต้องเสี่ยงถึงการยุติความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศพันธมิตร ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางการค้าในอนาคต

มองไกลขึ้นอาจเห็นว่า การขู่เก็บภาษีครั้งนี้เปิดโอกาสให้สหรัฐฯ เชือดขาโนต้ามประเทศที่ต้องการควบคุมพฤติกรรมออนไลน์ของบริษัทอเมริกัน และสร้างการเจรจาใหม่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายสหรัฐฯ

ที่มา – ทรัมป์ขู่เก็บภาษีประเทศที่ ‘คุกคาม’ บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐ

‘ธนพร’ จ่อฟ้อง ครม. ตัดชื่อเข้าเรียน วปอ. ซัดละเมิดสิทธิชัดเจน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม นายธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ตนเองถูกตัดชื่อออกจากนักศึกษา วปอ. โดยระบุว่า แม้จะเคยประกาศว่าจะไม่ฟ้องใคร แต่เรื่องนี้เป็นการ ละเมิดสิทธิชัดเจน หลังจากที่ตนได้สมัครเข้าเรียนตามขั้นตอนปกติและได้รับการรับรองจากสภา วปอ. แล้ว

‘ธนพร’ จ่อฟ้อง ครม. ตัดชื่อเข้าเรียน วปอ. ซัดละเมิดสิทธิชัดเจน

“ผมคิดว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิผมชัดเจน และเรื่องนี้ผมจะดำเนินการทางกฎหมายกับทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมครม.วันนี้ ผมหมายถึง ครม.ทั้งคณะ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย” นายธนพรกล่าวอย่างชัดเจน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

กรณีที่เกิดขึ้นมานี้ มีต้นตอจากการที่ ‘ธนพร’ จ่อฟ้อง ครม. เนื่องจากการใช้อำนาจตัดชื่อนักศึกษา วปอ. อย่างไร้กระบวนการย้อนกลับไปยังสภา วปอ. เพื่อให้พิจารณาใหม่ หากมีข้อสงสัยในคุณสมบัติของผู้สมัคร แต่ในทางกลับกัน ครม. กลับตัดสินใจเองโดยไม่มีการแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน

เขาชี้ให้เห็นว่า การที่ตนมายื่นเข้าเรียน ‘ธนพร’ จ่อฟ้อง ครม. มีกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้อง และได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาอย่าง วปอ. แล้ว การตัดสินใจของ ครม. จึงถือเป็นการข้ามขั้นตอน และอาจถือว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ

  • ขาดความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจของ ครม.
  • ไม่มีการแจกแจงเหตุผลที่ชัดเจนต่อผู้ถูกกระทบ
  • เป็นการละเมิดขั้นตอนการรับสมัครอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ นายธนพร ยังเปิดเผยว่า เรื่องที่ถูกกล่าวอ้างว่าสมาคมประมงไม่อนุมัติให้ตนเข้าศึกษา นั้นถือเป็นเรื่องที่น่าขบขัน เพราะเขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ผลักดันให้ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นภัยคุกคามจากสหภาพยุโรปด้านกฎหมายการทำประมงอย่าง “ใบเหลือง” และ “ใบแดง” ได้สำเร็จ

ในมุมมองของเขา นี่ไม่ใช่แค่กรณีส่วนตัว แต่เป็นประเด็นเกี่ยวกับสิทธิ และหน้าที่ของประชาชนในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ยิ่งเมื่อชัดเจนว่าทุกขั้นตอนได้ดำเนินการตามกติกาอย่างถูกต้องแล้ว

ขณะนี้นายธนพร กำลังศึกษาแนวทางทางกฎหมายเพิ่มเติม ว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับคำสั่งทางราชการที่อาจมีเจตนาละเมิดสิทธิ ซึ่งอาจจะเปรียบเทียบได้กับเหตุการณ์เดิมที่เคยเกิดขึ้น เช่น การโยกย้ายตำแหน่งของนายถวิล เปลี่ยนศรี ซึ่งส่งผลให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่ง

เรื่องนี้นอกจากจะเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานการบริหารราชการแล้ว ยังสะท้อนปัญหาการใช้อำนาจในระดับสูงอย่างไร้ข้อจำกัดด้านกระบวนการและสิทธิของพลเมือง ซึ่งหากปล่อยไว้ก็อาจเป็นต้นเหตุของการละเมิดสิทธิในโอกาสของคนอื่น ๆ ได้เช่นกัน

หากคุณกำลังติดตามประเด็นนี้ ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นหรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เพจของเรา เรากำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเด็นสำคัญเช่นนี้

ที่มา – ‘ธนพร’จ่อฟ้องครม. ตัดชื่อเข้าเรียน วปอ.ซัดละเมิดสิทธิชัดเจน

เรื่องเล่าจากนักรบแนวหน้า ความสามัคคีคือหัวใจของชัยชนะ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม เฟซบุ๊ก กองบัญชาการกองทัพไทย ได้โพสต์บทความในหัวข้อ “สารจากนักรบ” โดยเป็นข้อความที่ถ่ายทอดมาจาก ร้อยตรี ธนาวุธ เวชสงเคราะห์ ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 61 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 72

เรื่องเล่าจากนักรบแนวหน้า

ในบทความนี้ ร้อยตรี ธนาวุธ ได้เล่าประสบการณ์จากสนามรบให้ฟังอย่างละเอียด ความเข้าใจในคำว่า “เสียสละ” และ “กล้าหาญ” ซึ่งเขากล่าวว่ากล้าหาญไม่ใช่ผลของการปฏิบัติ แต่เป็นการตัดสินใจที่จะต่อสู้ แม้รู้ว่าอาจไม่รอดกลับมา คำเหล่านี้สะท้อนถึงมุมมองของทหารผู้มีจิตใจเข้มแข็ง และมีความรักในหน้าที่

ความสามัคคีคือหัวใจของชัยชนะ

ความสามัคคี คือหัวใจสำคัญของชัยชนะ ร้อยตรี ธนาวุธ กล่าวว่า ชัยชนะในสนามรบไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันอย่างหนาแน่นของทุกสายงาน ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง การทหาร หรือข่าวกรอง การที่ทุกภาคส่วนมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ ความสามัคคี เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความสำเร็จ

ในช่วงเวลาที่ในสนามรบเต็มไปด้วยความหวาดเสียว แม้จะตัดสินใจเดินไปด้วยความกล้าหาญ แต่สิ่งที่ทำให้ความกล้าหาญนั้นอบอุ่นคือ “น้องพลทหาร นายสิบ และกำลังพลที่อยู่เคียงข้าง” ความรักและความไว้วางใจในผู้นำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องรักเขาเหมือนที่เรารักชีวิตตัวเอง

ทหารรบเพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง

ร้อยตรี ธนาวุธ กล่าวว่า ทหารแต่ละคนไม่ได้ออกไปรบเพื่อรับเหรียญกล้าหาญหรือคำชม แต่เพื่อปกป้องประเทศชาติและให้อาจารย์ภูมิใจ แม้ต้องสูญเสียหรือบาดเจ็บ แต่ความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมรบเพื่อชาติ จะไม่มีคำว่าสูญเปล่า

  • การสูญเสียคือสิ่งที่รับรู้และเข้าใจ แต่หากเพื่อชาติ จะกลายเป็นคุณค่าที่สูงส่ง
  • ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคล แม้จะรอดกลับมา แต่ก็หวังแค่ให้ภารกิจสำเร็จ
  • ความสามัคคีคือหัวใจของชัยชนะ จากการปฏิบัติร่วมกันอย่างจริงใจ

ขอบคุณกำลังใจจาก ‘แนวหลัง’

เป็นสิ่งที่ทำให้กำลังใจของทหารใกล้แนวหน้าแข็งแกร่งขึ้น สิ่งที่ “แนวหลัง” ส่งมาคือความสามัคคีและเสียสละที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่น ทุกคำกล่าวขวัญ ทุกความห่วงใย คือพลังที่ทำให้เราสู้ต่อได้

ในเหตุการณ์ที่ช่องอานม้า วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ร้อยตรี ธนาวุธ ได้บอกเล่าความทรงจำที่ยากจะลืม และย้ำว่า เขาเสียใจที่ต้องพาลูกน้องเข้าไป แล้วกลับมารู้ว่ากลับมาเพียงผู้เดียว ทุกความทรงจำ ความรักจากลูกน้อง เขาจะจดจำไปตลอดชีวิต

ในที่สุด ข้อความจาก ‘นักรบแนวหน้า’ นี้ ถือเป็นคำขอบคุณต่อทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง และเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่ผู้ที่สูญเสียชีวิตเพื่อชาติ อธิปไตย และแผ่นดินไทย

ถ้อยคำของเขาในบทความนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล่า แต่เป็นศีลธรรมดาของผู้ที่น้อมรับหน้าที่อย่างเต็มตัว มีความเสียสละ และรักในห้วงค่านิยมที่สูงส่ง

“เมื่ออยู่ในสนามรบ ไม่ว่าจะยศอะไร ก็หนึ่งชีวิตเท่ากัน” ทุกชีวิตมีคุณค่า ทุกการเสียสละจะไม่มีวันลืมเลือน

อย่าลืมให้กำลังใจพลทหารที่ป้องกันชาติอยู่เสมอ เพราะความสามัคคีคือหัวใจของชัยชนะ

ที่มา – เรื่องเล่าจาก ‘นักรบแนวหน้า’ ขอบคุณกำลังใจ ‘แนวหลัง’ ลั่นความสามัคคีคือหัวใจของชัยชนะ

ออกกำลังกายแล้ว รีบอาบน้ำภายใน 30 นาที

หากคุณเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายและปล่อยให้เหงื่อท่วมตัวไว้นานๆ โดยที่ไม่รีบไปอาบน้ำ บทความนี้จะทำให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมในทันที

หลายคนมักได้ยินว่า หลังจากออกกำลังกายควรอาบน้ำให้เร็วที่สุด แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมจึงต้องเร่งอาบน้ำภายใน 30 นาที? แพทย์ผิวหนังจากสหรัฐอเมริกาได้เตือนว่า การปล่อยให้เหงื่อค้างอยู่บนผิวกายนานกว่า ออกกำลังกายแล้ว รีบอาบน้ำภายใน 30 นาที อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวอย่างมาก

ออกกำลังกายแล้ว รีบอาบน้ำภายใน 30 นาที เพราะเหตุใด?

เมื่อเหงื่อ น้ำมัน และแบคทีเรียรวมตัวกันบนผิวหนัง และยังมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงจากการออกกำลังกาย ผิวของเราจะกลายเป็นสถานที่เพาะพันธุ์ของเชื้อโรค เช่น เชื้อรา สตัฟฟิลลัส และยีสต์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดสิว ผดผื่น หรือโรคผิวหนังประเภทต่างๆ ได้

ปัญหาที่เกิดจากการไม่อาบน้ำหลังออกกำลังกาย

นอกจากจะทำให้เกิดสิว มีแม้กระทั่งโอกาสที่ผิวจะมีรอยฉีกเล็กๆ ที่เกิดจากการเสียดสี ซึ่งเป็นจุดเข้าทำลายของเชื้อแบคทีเรียอันตราย เช่น Staphylococcus aureus ซึ่งอาจนำไปสู่โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง และโรคอื่นๆ ที่รุนแรงกว่านั้น

วิธีอาบน้ำที่ถูกต้องที่สุดหลังออกกำลังกาย

การใช้น้ำเปล่าล้างตัวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการขจัดเชื้อโรคและเหงื่อ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเหมาะสมกับการออกกำลังกาย

  • คนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid หรือ Glycolic Acid ซึ่งช่วยควบคุมการอุดตันของรูขุมขนและลดสิว
  • ผิวบอบบางและแพ้ง่าย ควรใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำที่ปราศจากน้ำหอม และสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • หลีกเลี่ยงการสครับขัดผิวทันที เพราะอาจทำให้ผิวที่มีรูพรุนหรือถูกเหงื่อท่วมบอบเจ็บมากไปกว่านี้

แต่หากจริงๆ แล้วคุณไม่สามารถอาบน้ำได้ในทันทีหลังออกกำลังกาย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าให้ใช้ผ้าเปียกเช็ดตัวก่อน เพื่อขจัดเหงื่อและลดจำนวนแบคทีเรียปานกลาง แต่ต้องจำไว้ด้วยว่าสิ่งนี้เป็นเพียงทางแก้ชั่วคราว ออกกำลังกายแล้ว รีบอาบน้ำภายใน 30 นาที คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผิวพรรณของคุณ

การดูแลสุขภาพผิวหลังออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากผิวจะดูดี ยังช่วยป้องกันโรคที่อาจเกิดตามมาจากการปล่อยให้เหงื่อค้างไว้ ดังนั้น ทุกครั้งที่ออกกำลังกาย อย่าลืมกำหนดเวลาอาบให้เร็วที่สุดภายใน 30 นาที

ที่มา – ออกกำลังกายแล้ว รีบอาบน้ำภายใน 30 นาที