ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ไรเดอร์ส่งผิด ‘ปูนึ่ง’ เจ้าของบ้านฉุนยกพวกตื้บ 2 คนเจ็บ

เหตุการณ์ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาดเล็กๆ ของไรเดอร์ที่ส่งอาหาร “ปูนึ่ง” ไปผิดที่ ก่อให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจนกระทั่งมีผู้บาดเจ็บจากความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ราย ที่พักอาศัยในย่านเขาโล บางละมุง จ.ชลบุรี

ไรเดอร์ส่งผิด ‘ปูนึ่ง’ เจ้าของบ้านฉุนยกพวกตื้บ 2 คนเจ็บ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เวลาประมาณ 19.30 น. กล้องวงจรปิดได้จับภาพกลุ่มคนจีนและคนไทยรวมกว่า 10 คน บุกเข้าทำร้ายผู้อยู่อาศัยภายในบ้านหรูแห่งหนึ่ง หลังถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดที่ว่าบ้านนี้คือที่อยู่ของผู้สั่งอาหาร

ต้นตอของเหตุการณ์เกิดจาก “ไรเดอร์ส่งผิด” อาหารจีนดังกล่าวเป็น “ปูนึ่ง” ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 4,000 กว่าบาท หลังไรเดอร์นำส่งบ้านหลังดังกล่าว แต่คนในบ้านที่ได้รับกลับคิดว่าเป็นอาหารที่สั่งเองและได้กินไปหมดเกลี้ยง

เพื่อนบ้าน怒怼引发冲突

เมื่อเจ้าของบ้านที่เป็นฝ่ายสั่ง “ปูนึ่ง” มารับทราบว่าอาหารถูกส่งผิดไปแล้วจึงเดินมาทวงที่บ้านพักของผู้เช่าชาวจีน ซึ่งก่อให้เกิดเรื่องทะเลาะ กระทั่งพูดจาไม่เหมาะสมจนผู้เสียหายโทรแจ้งลูกชาย ทำให้กลุ่มคนจีนและคนไทยมาเป็นหมู่คณะเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

แต่ทว่าบรรยากาศยิ่งตึงเครียดขึ้น เมื่อพูดคุยกันไม่ลงรอยกัน สุดท้ายลุกลามเป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ได้แก่ นายมาร์ ตู่ อายุ 34 ปี ชาวจีน และคนสวนรายหนึ่ง ซึ่งทั้งสองได้ถูกรพ.นำตัวไปรักษาตัวอย่างเร่งด่วน

ภายหลัง เจ้าของบ้านได้มอบหมายให้คนในบ้านเข้าแจ้งความที่ สภ.หนองปรือ น.สพ.ได้ดำเนินการประสานงานจนมีผู้ต้องสงสัยเดินทางมามอบตัว 1 ราย คือ นายวันชัย อายุ 45 ปี เป็นชาวไทยซึ่งดูแลสวนให้กับบ้านหลังเกิดเหตุ

ทั้งนี้ นายวันชัยเปิดเผยว่า เดิม “อาม่า” หรือคุณยายของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้สั่ง “ปูนึ่ง” มูลค่ารวมกว่า 4,000 บาท ผ่านแอปฯ ของร้านอาหารจีน แต่ไรเดอร์ไม่ได้ส่งไปที่บ้านจริง

ตำรวจยังไม่ปิดคดี

  • กล้องวงจรปิดระบุให้เห็นภาพผู้เข้าทำร้ายถึง 10 ราย
  • ผู้ต้องสงสัยอาสาเข้ามอบตัว เพียงรายเดียว
  • เจ้าหน้าที่เร่งประสานให้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามอบตัว

พ.ต.ท.ธนา วิเศษชัย รอง ผกก.สืบสวน สภ.หนองปรือ กล่าวว่า ขณะนี้นักสืบได้ขึ้นบันทึกประวัติผู้มอบตัว และยังไม่มีการฟ้องร้อง เนื่องจากเชื่อว่ายังมีคนอื่นเกี่ยวข้อง จึงขอประสานให้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเคลียร์ข้อเท็จจริง และดำเนินคดีต่อไป

กรณีนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างเตือนใจของหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการด้านอาหารออนไลน์ หรือผู้บริโภค ที่ควรตรวจสอบให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพราะความเข้าใจผิดเพียงครั้งเดียวก็อาจพัฒนาเป็นความรุนแรงที่ไม่อาจควบคุมได้

หากคุณเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ อย่าคาดคะเนเพียงผิวเผิน เพราะการสำนึกถึงรัฐกฎหมายเป็นหน้าที่และสิทธิของเราทุกคน

ที่มา – ไรเดอร์ส่งผิด! เพื่อนบ้านกิน “ปูนึ่ง” ราคา 4 พันเกลี้ยง ฉุนปากแจ๋ว ยกพวกรุมตื้บเจ็บ 2

ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด

เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นบนถนนสาย 108 บริเวณตำบลแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อรถบรรทุกสิบล้อคันหนึ่งวิ่ง失控 ลงเขาอย่างรวดเร็วเนื่องจากเบรกขาด จนต้องใช้ประสบการณ์ของคนขับในการหักหัวรถเข้าข้างทางเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายใน ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด นี้

ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ชีพกู้ภัยแม่สะเรียง พร้อมด้วยอุปกรณ์ตัดถ่าง ได้รีบเข้าให้ความช่วยเหลือคนขับรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 70 – 2325 จังหวัดลำพูน ซึ่งประสบอุบัติเหตุชนเนินเขาบริเวณกิโลเมตรที่ 175-176 ของถนนสาย 108 ก่อนถึงปากทางบ้านป่าจี้ล่าง คู่กับตำบลแม่เหาะ

จากการประเมินสถานการณ์ คนขับและผู้โดยสารหนึ่งราย ซึ่งเดินทางมากับรถคันดังกล่าว ติดอยู่หน้ารถเป็นเวลานานกว่า 30 นาที ก่อนที่ทีมช่วยเหลือจะสามารถนำพวกเขาออกจากสภาพอันตรายได้อย่างปลอดภัย

ประสบการณ์ช่วยชีวิต

จากคำให้การของ นายสมบูรณ์ ผู้ที่เดินทางกับรถคันดังกล่าว เผยว่า รถบรรทุกคันนี้เดินทางจากจังหวัดกาญจนบุรี มีจุดหมายปลายทางคืออำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขนส่งปุ๋ยไปส่งร้านค้าในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม คนขับซึ่งเพิ่งเดินทางไปเส้นทางดังกล่าวเป็นครั้งแรก ได้แจ้งว่าเบรกไม่ทำงานระหว่างที่รถวิ่งลงเนินเขา

นายสมบูรณ์เล่าว่า เมื่อรถเริ่มถ่ายโอนความเร็วและไม่สามารถหยุดได้ เขาจึงพยายามกระโดดลงจากรถเพื่อช่วยหนุนล้อ แต่ก็ไม่สามารถหยุดรถได้ รถบรรทุกจึงไหลลงไปตามทางลาดชันอย่างรวดเร็ว จนคนขับตัดสินใจใช้ประสบการณ์ในการพวงหัวรถเข้าหาขอบทาง พาชีวิตทั้งคู่ผ่านพ้นจากเหตุการณ์อันตรายใน ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด นี้

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สะเรียง
  • เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแม่สะเรียง
  • เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.แม่เหาะ
  • หน่วยจุดตรวจแม่เหาะ

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เผยว่า ทีมช่วยเหลือต่างร่วมมือกันอย่างสุดความสามารถ โดยทุกฝ่ายมุ่งเน้นในการดูแลผู้ประสบเหตุและจัดการจราจรในพื้นที่ ทำให้สามารถบรรเทาสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่กดดันและเต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ผลลัพธ์ก็คือความปลอดภัยของทั้งผู้ขับและผู้ร่วมเดินทาง

กรณีนี้提醒 เตือนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะรถขนส่งขนาดใหญ่ที่วิ่งบนเส้นทางที่มีลักษณะเป็นทางลาดชันอย่างถนนสาย 108 ซึ่งหากไม่มีการบำรุงรักษาระบบเบรกอย่างสม่ำเสมอ อาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดคิดได้

อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถทุกครั้งก่อนออกเดินทาง และใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้โดยสารบนท้องถนน ประสบการณ์บางอย่างอาจช่วยชีวิตคุณได้ในวันที่คุณคาดไม่ถึง

ที่มา – ระทึก! สิบล้อวิ่งลงเขาลมเบรกหมด ใช้ประสบการณ์หยุดรถ รอดหวุดหวิด

“ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เด็ดปีก “นางนวล” ฉลองสังเวียนเหย้าแห่งใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมน่าสนใจอีกหนึ่งคู่ที่ดึงดูดสายตาแฟนบอลคือการพบกันระหว่าง “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรังใหม่ ฮิลล์ ดิคกินสัน สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน หรือ “นางนวล” ซึ่งเป็นทีมที่กำลังลุยหาตำแหน่งในลีกอย่างหนัก

“ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” กลับมาฉลองแบบยิ่งใหญ่ในรังใหม่

การย้ายมาเล่นในสแตเดียมแห่งใหม่นี้ ถือเป็นสิ่งที่ “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน นั้นตั้งหน้าตั้งตารอคอยมานาน เกมนี้เลยกลายเป็นโอกาสทองในการเปิดตัวรังเหย่าหลังใหม่อย่างยอดเยี่ยม ทีมได้เปิดฉากการแข่งขันด้วยความมุ่งมั่นสูง และกลับมาเก็บชัยชนะได้อย่างสุดยอดเหนือ “นางนวล” ไบรท์ตัน 2-0

เริ่มต้นเกมเดือด เอฟเวอร์ตันขึ้นนำก่อนในนาที 23

ช่วงต้นเกม ทั้งสองทีมออกสตาร์ทกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่เป็น เอฟเวอร์ตัน ที่ฟอร์มรุกเฉียบขาดกว่า เมื่อ แจ็ค กรีลิช เปิดบอลมาให้ อิลิมาน เอ็นดิอาย ดวลเข้าประตูอย่างสวยงาม ช่วยให้ “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” ออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 23 ยิงกระตุ้นความมั่นใจของทัพเจ้าบ้านได้อย่างดีเยี่ยม

ครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตันบุกต่อไม่ยั้ง

หลังจากพักครึ่งแรกที่จบสกอร์ต่างกัน ครึ่งหลังของเกม “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” พลิกโผมุมมองของเกม พวกเขาไม่ตั้งใจจะปล่อยชัยชนะให้พาไปเพราะน้ำขึ้นจากนาทีที่ 52 แจ็ค กรีลิช ไหลบอลให้ เจมส์ การ์ดเนอร์ ที่อยู่นอกกรอบสังหารอย่างแม่นยำ เป็นประตูที่สองของทีม ขยายความได้เป็น 2-0

แม้ไบรท์ตันจะได้โอกาสทวงคืนสกอร์จากจุดโทษในนาทีที่ 77 แต่ การยิงของแดนนี เวลเบ็ค กลับไม่ตรงเป้า ทำให้โอกาสของ “นางนวล” ตีไข่แตกพังเปล่า เกมนี้ “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เล่นได้ครอบครอง มีการควบคุมจังหวะและไม่ปล่อยโอกาสให้ขุนพลทีมเยือนได้ทวงคืน

มาถึงบ้านใหม่ กับบรรยากาศสุดพิเศษ

ในวันนี้ เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้แค่บุกสู่วิคตอรี่ แต่ยังฉลอง “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” ได้อย่างอลังการในรังเหย่าอันล้ำค่าแห่งใหม่ ฮิลล์ ดิคกินสัน สเตเดียม สะท้อนความภาคภูมิใจของทั้งสโมสรและแฟนบอล สถานที่แห่งใหม่นี้เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจสำหรับนักเตะให้สู้เผชิญหน้ากับความท้าทาย และความหวังในการลุยสู่สูงสุดของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้

หลังจากผ่าน 2 เกมแรก “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เก็บ 3 แต้มจาก 2 นัดอยู่ที่อันดับ 8 ส่วน “นางนวล” ไบรท์ตัน มี 1 แต้ม รั้งตำแหน่งที่ 17 จากทั้งหมด 20 ทีม นอกจากนี้ คู่อื่นๆ อย่าง คริสตัล พาเลซ เสมอ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-1

“ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” กลับมาอย่างมีสไตล์ กล้าหาญ และเต็มพลัง ทั้งที่สนามแห่งใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความโชว์บนสังเวียน แต่ยังเป็นการเริ่มต้นของแรงฝันที่ยิ่งใหญ่ แฟนบอลร่วมถกถางหนุน ครั้งนี้ เอฟเวอร์ตันเป็นทีมที่มีศักยภาพและพลังผลักดันอย่างแท้จริง

ที่มา – “ทอฟฟีสีฟน้ำเงิน” เด็ดปีก “นางนวล” ฉลองสังเวียนเหย้าแห่งใหม่

ผบ.ทอ. เผย เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เวลา 14.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศสวีเดน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้เปิดเผยว่า กองทัพอากาศไทยเตรียมจะทำการลงนามสัญญาซื้อขายเครื่องบินขับไล่กริพเพนในวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีทั้งทางฝ่ายไทยและฝ่ายสวีเดนเข้าร่วม และมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เป็นพยานในการลงนาม

เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68

การจัดซื้อครั้งนี้จะดำเนินการในรูปแบบของข้อตกลงแบบจีทูจี (G2G) ระหว่างทางการทหารของไทยกับ FMV (องค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารของสวีเดน) อีกทั้งยังมีการลงนามกับบริษัท Saab รายใหญ่ของสวีเดน ภายใต้ข้อตกลงออฟเซ็ต พอลิซี่ ซึ่งกองทัพอากาศไทยมองว่าการได้รับเครื่องบินกริพเพนเข้ามาจะช่วยเสริมศักยภาพด้านความมั่นคงของประเทศ และเป็นการทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่าอย่าง F-16 ที่ใช้ในกองบิน 1 โคราช

การเปลี่ยนแปลงในกองบินไทย

เมื่อถูกถามถึงผลกระทบหลังจากที่กองทัพอากาศได้เครื่องบินขับไล่กริพเพนเข้ามาใช้งาน ผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวว่า แม้ขนาดของกองบินอาจเล็กลง แต่ประสิทธิภาพของกองทัพอากาศจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการทำงานของเราอาศัยคุณภาพมากกว่าปริมาณ การใช้งานเครื่องบินรุ่นใหม่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในแง่ของความสามารถในการปฏิบัติภารกิจและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

  • กริพเพนช่วยเพิ่มความสามารถในการป้องกันทางอากาศ
  • ส่วนช่วยยกระดับเทคโนโลยีภายในประเทศผ่านข้อตกลงออฟเซ็ต
  • เพิ่มโอกาสในการสร้างแรงงานที่มีทักษะสูง

นอกจากนี้ เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68 นี้ยังถือว่าเป็นภาพสะท้อนถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างประเทศไทยกับสวีเดน ที่เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการจ้างงานแบบมีสกิล และช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศให้มีขีดความสามารถที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่คนไทยสร้างขึ้นมา เช่นผ้าไทยสุรินทร์ลายแม่ย่านางกริพเพน ก็ถือเป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมแก่นักบินและกำลังพลกองทัพอากาศที่พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตย์ของชาติ หากเทียบกับกองบินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น 21, 23 เครื่อง F-5, เครื่อง Alpha Jet และเครื่องบินรุ่นอื่นๆ การเตรียมตัวของกองทัพอากาศมีความเข้มแข็งและพร้อมเสมอภายใต้กรอบกฎหมายสากล

การซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนายุทธภัณฑ์ทางทหารของไทยในทิศทางใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นความได้เปรียบเชิงคุณภาพสูงกว่าเดิม ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและการต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทำให้กองทัพอากาศมีความพร้อมในการรักษาเสถียรภาพของชาติอย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงและเทคโนโลยีการป้องกันของประเทศไทย การเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินกริพเพนในครั้งนี้เป็นประเด็นที่คุณไม่ควรพลาด

ที่มา – ผบ.ทอ. เผย เตรียมเซ็นสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน 25 ส.ค. 68

สส.บึงกาฬ จี้รัฐสร้างสนามกีฬา งบ 90 ล้าน 10 ปีมีแค่รั้ว

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายสยาม เพ็งทอง ส.ส.จังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการสร้าง สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่ปี 2558 ที่ได้รับงบประมาณกว่า 90 ล้านบาท เพื่อสร้างสนามกีฬาในพื้นที่ตำบลโนนสมบูรณ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ

สส.บึงกาฬ จี้รัฐสร้างสนามกีฬา งบ 90 ล.

จากข้อมูลระบุว่า เงินจำนวน 90 ล้านบาทที่ถูกจัดสรรไว้สำหรับการก่อสร้าง สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นั้น กลับไม่ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านมา 10 ปี ที่ทุกคนต้องเสียดายกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีแต่รั้วเก่าและโครงสร้างพังๆ ประชาชนในพื้นที่เริ่มเกิดความผิดหวัง เนื่องจากโครงการที่เคยให้ความหวังกลับกลายเป็นพื้นที่รกร้าง

ผลกระทบต่อเยาวชนจังหวัดบึงกาฬ

นายสยาม กล่าวว่า แนวคิดของการมี สนามกีฬาในจังหวัดบึงกาฬ ไม่ได้หมายถึงการส่งเสริมด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างงานสร้างรายได้ สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัดและระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนและนักกีฬาท้องถิ่นที่มีความสามารถ แต่ขาดเวทีในการแสดงศักยภาพ การมีสนามจริงจังจะช่วยสนับสนุนให้พวกเขาเติบโตในเส้นทางอาชีพที่ดี

  • โอกาสสูญเสียเยาวชนคนเก่ง
  • การขาดเวทีในการแสดงความสามารถ
  • พื้นที่ว่างที่ไม่มีการใช้ประโยชน์
  • การพัฒนาเศรษฐกิจทางด้านกีฬาและท่องเที่ยว

สิ่งที่เกิดขึ้นใน สนามกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คือภาพสะท้อนของความล่าช้าและความไม่พร้อมในการบริหารโครงการสาธารณประโยชน์ การที่งบประมาณถูกใช้ไปแต่ไม่ได้รับการพัฒนาตามเป้าหมายที่วางไว้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการพัฒนา และอาจทำลายโอกาสของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ไปอย่างถาวร

การเรียกร้องของนายสยาม เพ็งทอง จึงเป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญจากประชาชน ที่ต้องการให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งแก้ไขปัญหานี้ และให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพื่ออนาคตของเยาวชนจังหวัดบึงกาฬและศักยภาพในการเติบโตของเมืองในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงควรเริ่มต้นจากการฟังเสียงของประชาชน และการลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อให้เมืองบึงกาฬมีโอกาสก้าวไปสู่ความเป็นเลิศด้านกีฬาและเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘สส.บึงกาฬ’จี้รัฐสร้างสนามกีฬา งบ 90 ล.ผ่านไป 10 ปีมีแค่รั้ว

สกัดจับหกล้อตู้ทืบ ‘ผัวขับ-เมียอุ้มลูกน้อย’ ผงะเจอช่องลับขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยาเสพติดของ สภ.แม่พริก จังหวัดลำปาง ได้ตั้งด่านตรวจรถยนต์ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายจากภาคเหนือมายังเมืองหลวง ขณะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกหกล้อตู้ทืบคันหนึ่งที่ติดสติกเกอร์เอกชน เข้าสู่ด่านตรวจบนถนนพหลโยธินขาล่อง สายลำปาง-ตาก ตำบลบ้านพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบผู้ขับขี่เป็นชายมีภรรยาและลูกน้อยนั่งอยู่ด้วยกัน โดยจากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ขับขี่ให้ชื่อว่า นายธีรวัฒน์ อายุ 30 ปี เป็นชาวอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีท่าทางแปลกปลอม บอกว่ากำลังขนน้ำดื่มจากเชียงรายไปส่งที่ภาคใต้

สกัดจับหกล้อตู้ทืบ ‘ผัวขับ-เมียอุ้มลูกน้อย’ ผงะเจอช่องลับขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด

ท่าทางสงสัยของนายธีรวัฒน์ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความพร้อมใจ เล็งเห็นความผิดปกติและได้ทำการขอตรวจภายในรถ และเมื่อใช้เครื่อง x-ray ตรวจสอบให้ผลปรากฏว่าภายในตู้ทืบมีการทำช่องลับไว้ โดยเมื่อตรวจค้นอย่างละเอียด พบว่ามีการซ่อนยาบ้าจำนวนมากไว้ในกระสอบลายพราง จำนวน 28 กระสอบ รวมเป็นยาบ้าทั้งสิ้น 8 ล้านเม็ด

ผัวขับ-เมียอุ้มลูกน้อยถูกจับกุม

ภายหลังจากสอบสวน นายธีรวัฒน์ได้สารภาพว่าตนเองรับจ้างจากนายทุนทางภาคใต้ มีหน้าที่ลักลอบขนยาบ้าจากภาคเหนือ โดยได้รับค่าจ้าง 100,000 บาท เมื่อได้งานนี้ นายธี ได้ขับรถบรรทุกจากสุราษฎร์ธานีขึ้นไปรับยาบ้าที่เชียงราย จากนั้นได้รับคำสั่งให้ไปซื้อน้ำดื่มมาวางปกปิดช่องลับเพื่อใช้เป็นการจราจรปกติ

เขาได้นำภรรยากับลูกน้อยมานั่งร่วมด้วย เพื่อให้ดูเป็นครอบครัวธรรมดา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่หลงเชื่อ และยืนยันว่าภรรยาก็มีส่วนรู้เห็นในคดีนี้ จึงมีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งนายธีรวัฒน์ และนางสาวสุนิสา อายุ 19 ปี ภรรยา ด้วยข้อหา ร่วมกันมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อันมีลักษณะเพื่อการค้า และแพร่กระจายสู่กลุ่มประชาชน

ความพยายามปกปิดของคู่สามีภรรยา

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของวงการค้าเสพติด ที่มีการวางแผนอย่างลึกซึ้งเพื่อลวงตาเจ้าหน้าที่ ทั้งการขับรถพร้อมครอบครัว การใช้สิ่งของปกปิดช่องลับ และการสร้างภาพลักษณ์เฉยเมยต่อเหตุการณ์ การกระทำดังกล่าวแสดงถึงความหวาดระแหวนอย่างมากของผู้กระทำ รวมไปถึงการปลุกให้ประชาชนตระหนักถึงความผิดกฎหมายที่ซ่อนเร้นอยู่รอบตัวเรา

สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นคดีชัยสำคัญที่สามารถจับกุมยาเสพติดในปริมาณมาก และนำผู้กระทำไปลงโทษได้อย่างถูกกฎหมาย ยังเปิดโอกาสให้สามารถติดตามเครือข่ายนายทุนใหญ่ในภาคใต้ และขยายผลคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขอให้ทุกคนตระหนักเสมอว่า ความพยายามปกปิดและหลอกลวงไม่สามารถปกปิดความผิดได้ หากเจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง

ที่มา – สกัดจับหกล้อตู้ทืบ ‘ผัวขับ-เมียอุ้มลูกน้อย’ ผงะเจอช่องลับขนยาบ้า 8 ล้านเม็ด

ดอนนารุมมาตกลงย้ายเฝ้าเสาให้เรือใบสีฟ้าเรียบร้อย

ข่าวดีสำหรับแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ เมื่อรายงานล่าสุดระบุว่า “จานลุยจิ ดอนนารุมมา” นายทวารทีมชาติอิตาลีที่กำลัง效力กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอดทีมจากศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้ตกลงใจย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ซิตี อย่างเป็นทางการแล้ว

ดอนนารุมมาตกลงย้ายเฝ้าเสาให้เรือใบสีฟ้าเรียบร้อย

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวดังกล่าวออกมาเปิดเผยว่า ดอนนารุมมา หรือที่แฟนบอลเรียกกันติดปากว่า “จิโจ้” สามารถตกลงเรื่องข้อตกลงส่วนตัวกับทางสโมสรได้อย่าง顺利 ขณะนี้เหลือเพียงแค่รอให้ทาง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี ตกลงเรื่องค่าตัวของนักเตะได้เพียงเท่านั้น

หากข้อตกลงด้านค่าตัวเสร็จสิ้น เจ้าตัวก็จะได้ย้ายมาจากถิ่นปาร์ก เดอ พรินซ์ส์ ไปเฝ้าเสาในถิ่น เอติฮัด สเตเดียม อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่า ดอนนารุมมา จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับของทีมในฤดูกาลหน้า

เป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับ “จิโจ้”

สำหรับ ดอนนารุมมา แล้ว การได้ย้ายมาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี ถือเป็นโอกาสที่ยากจะหาได้อีกครั้ง เนื่องจากทีมปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในทีมระดับโลกที่มีสไตล์การเล่นที่สูง และมีศักยภาพในการคว้าแชมป์ในทุกรายการแข่งขันทั้งในระดับลีกและถ้วยประเทศทวีป รวมถึง ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทาง เปแอสเช ก็พร้อมปล่อยตัว ดอนนารุมมา ออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากเหลือสัญญาเพียงแค่ปีเดียว และตอนนี้ตั้งค่าตัวไว้ที่ประมาณ 43.3 ล้านปอนด์ (ราว 1,905.2 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าถูกกว่าที่เคยตั้งไว้ รวมทั้งดีลนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของ “เอดิ” เอแดร์ซอน มือกาวทีมชาติบราซิลที่ตกเป็นข่าวว่าอาจย้ายไป กาลาตาซาราย ของตุรกีเช่นกัน

จากการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดแสดงให้เห็นว่า ดอนนารุมมา เองก็ต้องการย้ายออกจากทีมเพื่อหาโอกาสในการเติบโต ผมเชื่อว่าซีซั่นหน้าแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” จะได้เห็นผลงานดีของเขานะครับ อย่าลืมติดตามข่าวโละดราม่ากันต่อ

ที่มา – “ดอนนารุมมา” ตกลงย้ายเฝ้าเสาให้ “เรือใบสีฟ้า” เรียบร้อย

เปิดทำเนียบรัก ‘มารี เบิร์นเนอร์’ นางเอกสาวเสน่ห์แรง

หลังจากข่าวด่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์เมาแล้วขับและมีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกนำมาเสนอ ทำให้ความรักของนักแสดงสาว มารี เบิร์นเนอร์ กลับมาเป็นที่กล่าวขวัญอีกครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยผูกโยงความรักกับผู้ชายนานาประการ บันเทิงเดลินิวส์ ได้จัดทำเนียบรักของ มารี เบิร์นเนอร์ มาให้ชมกันอย่างจุใจ

เปิดทำเนียบรัก ‘มารี เบิร์นเนอร์’ นางเอกสาวเสน่ห์แรง

คนที่ติดตามวงการบันเทิงคงได้ยินชื่อของ มารี เบิร์นเนอร์ กันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลงานการแสดง ความสำเร็จในสายอาชีพ หรือแม้แต่ความรักที่เธอเคยแบ่งปันกับคนต่างๆ ซึ่งแต่ละความสัมพันธ์ล้วนมีเรื่องราวชวนให้จับตามอง

รักครั้งแรกกับหนุ่มเซอร์ไพรส์

1.โชแปง เลิศวริศ เลิศวรปรีชา เป็นหนึ่งในคู่รักที่หลายคนยังจำได้ดี ด้วยภาพความหวานที่เคยเผยออกมา แม้จะมีเวลาไม่นาน แต่ก็สร้างความประทับใจให้แฟนคลับไม่น้อยเลย

2.พิชญ์ กาไชย เป็นอีกหนึ่งคนที่มีช่วงเวลาหวานชื่นกับ มารี เบิร์นเนอร์ แม้จะเงียบงันจากสายตาสาธารณะไปบ้าง แต่รอยยิ้มและความอบอุ่นที่เคยมีให้กันนั้น ยังคงเป็นที่จดจำ

ข่าวด่วนพาความรักกลับเป็นที่สนใจ

ล่าสุดเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันมานี้ที่ มารี เบิร์นเนอร์ เกี่ยวข้องกับการเมาแล้วขับ และมีการทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ไป อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับบุคคลในแวดวงธุรกิจชั้นสูง จนทำให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งไปทั่วหน้าสื่อต่างๆ แต่คำถามคือ ตอนนี้เธอยังมีความรักกับใครอยู่หรือไม่?

3.กัน นภัทร ยังนับว่าเป็นคู่รักที่มีชื่อเสียงในวงการ และหลายคนคาดเดาว่าเขากับมารีเคยมีความรักที่หวานชื่นอยู่ไม่นานมานี้

แต่ถ้าพูดถึงคนปัจจุบัน ต้องบอกว่าเธออยู่กับ 4.ไฮโซบอส อัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล โดยความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความโรแมนติก แถมยังมีงานอีเวนต์หลายครั้งที่ทั้งสองร่วมกัน จนหลายคนเรียกกันเลยว่าเป็นความรักในฝัน

ใครคือคนที่ครองใจ ‘มารี เบิร์นเนอร์’ ได้จริง?

  • มีภาพถ่ายหวานกับ มารี เบิร์นเนอร์ เป็นจำนวนมาก
  • มีความสัมพันธ์ยาวนานกว่าคู่อื่น
  • ทั้งคู่มีกิจกรรมด้านสังคมและธุรกิจร่วมกัน
  • มีนักข่าวติดตามข่าวความรักอย่างต่อเนื่อง

เป็นที่น่าจับตามองว่า แม้แต่ข่าวไม่ดีก็ยังไม่สามารถลดความนิยมของ มารี เบิร์นเนอร์ ลงได้ ในทางตรงกันข้าม กลับยิ่งทำให้คนสนใจเธอและคู่รักปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ใครจะเป็นคนครองหัวใจของนางเอกสาวเสน่ห์แรงไปได้นานแค่ไหน นี่คือความท้าทายของทุกความรักในวงการบันเทิง

หากคุณเป็นแฟนคลับ มารี เบิร์นเนอร์ แล้วละก็ ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิด เพราะไม่รู้ว่าเรื่องราวใดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – เปิดทำเนียบรัก ‘มารี เบิร์นเนอร์’ นางเอกสาวเสน่ห์แรง ล้วงหัวใจมาครองแล้วทั้งนักร้องและไฮโซยังต้องสยบ!

เวียดนามเตรียมอพยพรับไต้ฝุ่นคาจิกิ

ในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศเวียดนามได้ประกาศจัดเตรียมการอพยพผู้ลี้ภัยจำนวนมาก เนื่องจากมีรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศว่า ไต้ฝุ่น คาจิกิ กำลังเข้าใกล้ชายฝั่งตอนกลางของเวียดนามอย่างรวดเร็ว โดยมีความเร็วลมสูงสุดถึง 167 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะขึ้นฝั่งในช่วงวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมากต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ตามข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม คณะทำงานด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีแผนการอพยพประชาชนมากกว่า 325,500 คน ในพื้นที่ 5 จังหวัดทางตอนกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจาก ไต้ฝุ่นคาจิกิ ซึ่งจะเป็นพายุที่ 5 ที่เข้าโจมตีเวียดนามในปีนี้

เวียดนามเตรียมอพยพรับไต้ฝุ่นคาจิกิ

สถานที่ที่ใช้เป็นจุดอพยพชั่วคราว เช่น โรงเรียนและอาคารราชการ ถูกดัดแปลงเพื่อรองรับจำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญเพื่อปกป้องประชาชน ก่อนที่ ไต้ฝุ่นคาจิกิ จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง

สถานการณ์พายุในเวียดนามช่วงที่ผ่านมา

ไม่เพียงแค่ ไต้ฝุ่นคาจิกิ เท่านั้น แต่พายุ 4 ลูกก่อนหน้านี้ในปีนี้ก็ทำลายความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยมีผู้เสียชีวิตและสูญหายรวมกว่า 100 ราย และความเสียหายทางเศรษฐกิจเกิน 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 679.98 ล้านบาท

รายงานจากศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วมของสหรัฐ (JTW)

  • ไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวจากชายฝั่งใต้ของจีน
  • ความเร็วลมสูงสุด 167 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • คาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามในวันจันทร์
  • คาดการณ์ว่าจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าของรัฐบาลเวียดนามเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประวัติศาสตร์ของพายุในภูมิภาคนี้แสดงให้เห็นถึงความเสียหายอย่างหนัก ทั้งในเรื่องของชีวิตและเศรษฐกิจ การสร้างความตระหนักให้กับประชาชน และการมีแผนอพยพที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

หากคุณติดตามสถานการณ์ในเวียดนามเป็นประจำ การเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างเหมาะสมปลอดภัยเป็นที่สุดเมื่อเผชิญกับภัยพิบัติที่รุนแรง การเฝ้าระวังและรายงานจากหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาเป็นข้อมูลที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – เวียดนามอพยพเตรียมรับมือไต้ฝุ่น “คาจิกิ” อพยพมากกว่า 300,000 คน

‘ปภ.’ เตือนพายุคาจิกิ เฝ้าระวัง 58 จังหวัด 24-27 ส.ค.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนประชาชนทั่วไปและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พร้อมรับมือพายุคาจิกิ ซึ่งมีแนวโน้มจะพัดถล่มประเทศไทยในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ โดยมีผลกระทบต่อพื้นที่ทั่วไปใน 58 จังหวัด พร้อมขอให้พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย

‘ปภ.’ เตือนพายุคาจิกิ เฝ้าระวัง 58 จังหวัด 24-27 ส.ค.

ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 7 (210/2568) ระบุว่า พายุคาจิกิ จะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร และคาดว่าจะเริ่มส่งผลกระทบตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมเป็นต้นไป

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์วันที่ 24 ส.ค.

ในวันแรกของการเฝ้าระวัง ปภ. ได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังเพื่อป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก โดยในวันที่ 24 ส.ค. จะมีพื้นที่สำคัญที่ต้องระวังโดยเร่งด่วน ทั้งในภาคเหนือ เช่น ลำปาง น่าน ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์, และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หนองคาย บึงกาฬ และขอนแก่น

  • ภาคเหนือ: ลำปาง, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย, บึงกาฬ, ขอนแก่น, มุกดาหาร
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา, ภูเก็ต

สถานการณ์ในวันที่ 25 ส.ค.

ในวันถัดมา สถานการณ์เริ่มขยายวงกว้างมากขึ้น โดยพื้นที่เฝ้าระวังได้เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ภาคเหนือ เช่น เชียงราย ลำพูน ไปจนถึงพื้นที่ภาคใต้ และรวมถึงกรุงเทพมหานคร ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากรายการนี้เช่นกัน

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, พะเยา, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์
  • ภาคกลาง: นครนายก, สระแก้ว, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม
  • ภาคใต้: ชุมพร, กระบี่, ภูเก็ต

อัปเดตล่าสุดวันที่ 26-27 ส.ค.

ในช่วงอีก 2 วันสุดท้าย พื้นที่เฝ้าระวังจะถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุดรธานี และสกลนคร เข้าสู่สถานการณ์เสี่ยงสูงขึ้น รวมไปถึงพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงราย, ตาก, กำแพงเพชร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ยโสธร, อุบลราชธานี, กาฬสินธุ์
  • ภาคกลาง: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, ปทุมธานี
  • ภาคใต้: ชุมพร, พังงา, ระนอง

นอกจากพื้นที่เสี่ยงภัยด้านน้ำแล้ว ยังมีพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลต้องเฝ้าระวังคลื่นลมแรงโดยเฉพาะ ดังนี้:

  • ชลบุรี: อ.เมืองชลบุรี, ศรีราชา
  • ระยอง: อ.เมืองระยอง, บ้านฉาง
  • จันทบุรี: อ.ท่าใหม่, แหลมสิงห์
  • ระนอง: อ.เมืองระนอง, สุขสำราญ
  • พังงา: อ.ตะกั่วทุ่ง, คุระบุรี

หากคุณกำลังวางแผนเดินทางหรืออยู่ในพื้นที่ที่ ‘ปภ.’ เตือนพายุคาจิกิ ควรหลีกเลี่ยงการไปในจุดเสี่ยง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและรักษาความปลอดภัยให้ตัวเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ‘ปภ.’ แจ้งเตือนพายุ ‘คาจิกิ’ 58 จังหวัดเฝ้าระวังสถานการณ์วันที่ 24-27 ส.ค.นี้