ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

นช.ไม่รอด โดนรวบแล้ว!! ขโมยจยย.หนีจนมุมที่อ่างทอง อ้างคิดถึงลูก

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง เมื่อ “นช.อนุชิต” ชายวัย 29 ปี ซึ่งกำลังถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี หลบหนีจากเรือนจำขณะทำงานนอกเรือน โดยลักทรัพย์ ขโมยรถจักรยานยนต์ ของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และขับหนีไป

นช.ไม่รอด โดนรวบแล้ว!!

ตามรายงาน นช.อนุชิต อายุ 29 ปี ถูกตัดสินจำคุก 1 ปี ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567 และจะพ้นโทษในวันที่ 21 ธันวาคม 2568 แต่ในวันเกิดเหตุได้หลบหนีขณะทำงานนอกเรือนจำที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยใช้รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ในการหลบหนี

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ร่วมกับ ตำรวจสืบสวนจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ กรมราชทัณฑ์ ได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องขังรายนี้อย่างต่อเนื่อง

จับกุมได้แล้วที่อ่างทอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า นช.อนุชิต เดินทางไปซ่อนตัวที่บ้านญาติในอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง จึงได้เดินทางไปติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้สำเร็จที่วัดเขาบวช ในตำบลห้วนไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

หลังจับกุมตัวได้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนช.อนุชิต ไปลงบันทึกประจำวัน ณ สภ.แสวงหา ก่อนจะนำตัวกลับมายัง สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ

นช.อนุชิต ระหว่างถูกควบคุมตัว

เมื่อเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นช.อนุชิต กลับมายังกองบังคับการ สภ.เมืองนนทบุรี โดยในระหว่างถูกนำตัวไปห้องสอบสวน นช.มีสีหน้าที่แสดงความกังวลและเคร่งเครียดอย่างชัดเจน

ภายหลัง พลตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามสาเหตุที่นช.หลบหนี โดย นช.อนุชิต ได้กล่าวว่า เหตุผลที่หลบหนีก็เพราะอยากกลับไปพบลูกที่เพิ่งคลอดได้ประมาณ 5 เดือน และที่ทำเช่นนั้นไปเพราะอารมณ์เป็นเหตุ

แม่เข้าใจ แต่เตือนให้กลับตัว

แม่ของหนุ่มคนนี้ ซึ่งรับทราบข่าวว่าลูกชายถูกจับกุม ได้เดินทางมาเยี่ยมก่อนที่ พลตำรวจเอกทวี สอดส่อง จะเข้าไปพูดคุย โดยแม่ได้กล่าวว่า เข้าใจในความคิดถึงลูกของลูกชาย แต่พร้อมเตือนให้ลูกยอมรับผิดและอดทนรอวันพ้นโทษ

  • führtการสืบสวนจนสามารถจับกุมได้
  • หลบหนีจากเรือนจำด้วยการลักทรัพย์รถจักรยานยนต์
  • แม่เข้าใจแต่ให้กลับตัว
  • จะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมเรื่องลักทรัพย์

หลังจากนี้ นช.อนุชิต จะยังคงถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์เพิ่มเติม เนื่องจากใช้รถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่เรือนจำในการหลบหนี และจะถูกส่งตัวกลับไปยังเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี เพื่อดำเนินคดีจนจบ

เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาให้เห็นว่า แม้จะผิดหวังในสถานการณ์ส่วนตัว แต่การแก้ปัญหาผิดกฎหมายจะไม่ได้นำพาสู่ทางลัดที่ดี หากต้องใช้เวลาให้มากขึ้นสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตอย่างเป็นทางการ

ที่มา – นช.ไม่รอด โดนรวบแล้ว!! ขโมยจยย.หนีจนมุมที่อ่างทอง อ้างคิดถึงลูก

แจงชื่อ “อลงกต พลมุข” ซ้ำกับผู้เสียชีวิต ไม่เกี่ยวกับ “หลวงพ่ออลงกต”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เจ้าหน้าที่จากหลายฝ่ายภายในวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงกรณีมีข่าวลือเกี่ยวกับชื่อ อลงกต พลมุข ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับบุคคลที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยไม่เกี่ยวข้องกับ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ แต่อย่างใด

แจงชื่อ “อลงกต พลมุข” ซ้ำกับผู้เสียชีวิต ไม่เกี่ยวกับ “หลวงพ่ออลงกต”

ในการแถลงดังกล่าว นายเฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ เปิดเผยว่า บุคคลที่เสียชีวิตไปคือญาติใกล้ชิดของตนเอง และตนก็เคยไปร่วมงานศพด้วย ซึ่งญาติ ๆ เองก็มีความสงสัยเช่นเดียวกันว่า ทำไมชื่อของ หลวงพ่ออลงกต จึงซ้ำกับผู้ที่เสียชีวิต มีแม้กระทั่งจดหมายธุรกรรมส่งไปยังบ้านของผู้เสียชีวิตจริง

ควรตรวจสอบเลขบัตรประชาชน

นายเฉลิมพล ระบุเพิ่มเติมว่า ความสับสนที่เกิดขึ้นควรตรวจสอบผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของทั้งสองฝ่าย ว่ามีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรปล่อยให้สื่อหรือสาธารณชนนำไปตีความจนเกินจริง

“เรื่องนี้ผมตอบได้เพียงเท่านี้ หากสื่ออยากได้ข้อเท็จจริง ควรตรวจสอบข้อมูลจากระบบทะเบียนราษฎร์โดยตรง จะมีความชัดเจนที่สุด ไม่ควรขยายความจนเกินเหตุ เพราะทุกวันนี้ญาติ ๆ ต้องพลอยเดือดร้อนและตกใจกับเรื่องที่ถูกนำเสนอออกมา” นายเฉลิมพล กล่าว

จากกรณีนี้ เห็นได้ว่ากรณีชื่อซ้ำกันระหว่างบุคคลหลาย ๆ คน มีมากในสังคมไทย และอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับข้อมูลทางการ เช่น เลขบัตรประชาชน เป็นหลัก เพราะจะช่วยลดความสับสนและป้องกันการเข้าใจผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – แจงชื่อ “อลงกต พลมุข” ซ้ำกับผู้เสียชีวิต ไม่เกี่ยวกับ “หลวงพ่ออลงกต”

อินเดียระงับบริการไปรษณีย์ไปสหรัฐฯ หลังเลิกเว้นภาษี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ อินเดียได้ประกาศระงับการให้บริการขนส่งพัสดุทางไปรษณีย์ไปยังสหรัฐอเมริกา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป สาเหตุเกิดจากคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยกเลิกการยกเว้นภาษีสำหรับพัสดุบางประเภทที่จัดส่งผ่านทางไปรษณีย์จากต่างประเทศมายังสหรัฐฯ

อินเดียระงับบริการไปรษณีย์ไปสหรัฐฯ หลังเลิกเว้นภาษี

กระทรวงการไปรษณีย์ของอินเดียได้ออกแถลงการณ์แจ้งว่า มีการเปลี่ยนแปลงในแนวทางการจัดเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้าที่ส่งผ่านสายการบินไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ซึ่งตามคำสั่งของฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐฯ ต้องจัดเก็บภาษีกับพัสดุที่มีมูลค่าเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

แม้ว่าสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) จะได้ออกแนวทางการปฏิบัติเบื้องต้นในวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ยังมีขั้นตอนมากมายที่ยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกี่ยวกับกลไกการรายงานและการจัดเก็บภาษีศุลกากรจากสินค้าที่นำเข้าผ่านทางไปรษณีย์

ผลกระทบจากการระงับขั้วโมงบริการ

ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งที่ให้บริการขนส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจงดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านเทคนิคและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วน ดังนั้น กระทรวงการไปรษณีย์ของอินเดียจึงได้ตัดสินใจ ระงับการรับฝากสิ่งของทางไปรษณีย์ที่มีปลายทางในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม อินเดียยังคงให้บริการรับจดหมาย หนังสือ หรือของขวัญประเภทบางอย่างที่มีมูลค่า <= 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากได้รับการรับรองว่าต้องเสียภาษี หรือเป็นสินค้าที่ต้องรายงานตาม “สินค้าที่มีคุณสมบัติ” ก็จะได้รับการคัดแยกและดำเนินการต่อไป ขึ้นอยู่กับคำแนะนำที่สหรัฐฯ จะแจ้งเพิ่มเติม

  • ประกาศระงับของการไปรษณีย์ส่วนใหญ่ไม่ส่งผลกระทบต่อจดหมายและเอกสาร
  • สินค้าที่มีมูลค่าน้อยกว่า 100 ดอลลาร์ยังคงสามารถจัดส่งได้
  • การเปลี่ยนแปลงอาจกระทบต่อผู้ค้าออนไลน์ในอินเดียที่ส่งสินค้าไปอเมริกา

สรุปสถานการณ์

การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อประเทศคู่ค้าในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอินเดียที่ตกอยู่ในสถานะจำเป็นต้องปรับระบบต่าง ๆ อย่างทันท่วงที เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบข้อบังคับใหม่

ด้านผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจ eCommerce ควรเฝ้าติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อระยะเวลาในการจัดส่งสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในกรณีที่ต้องเสียภาษีศุลกากร

ความไม่ชัดเจนในกรอบกฎหมายอาจนำไปสู่ความล่าช้าและความเสี่ยงในการดำเนินงาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้การประสานงานที่ชัดเจนระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อลดผลกระทบในระยะยาว

เป็นเหตุให้นโยบายครั้งนี้ยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด และอินเดียก็ยังคงอยู่ในช่วงรอคำชี้แจงเพิ่มเติมจากฝ่ายสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง

หากคุณกำลังวางแผนจะส่งพัสดุไปสหรัฐในเร็ว ๆ นี้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากระบบไปรษณีย์อินเดียเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายด้านเวลาและค่าใช้จ่ายที่อาจเพิ่มขึ้น

ที่มา – อินเดียระงับบริการไปรษณีย์ไปสหรัฐ หลังทรัมป์เลิกเว้นภาษีพัสดุบางประเภท

จีรติ-กตัญญู คว้าแชมป์คู่ชาย เทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย

ศึกเทคบอลชิงแชมป์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 ถือเป็นการแข่งขันที่น่าติดตามอย่างมาก โดยการแข่งขันจัดขึ้นที่โรงยิมอเนกประสงค์ โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาชาวไทยและผู้สื่อข่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการแข่งขันประเภทคู่ชายที่ถือได้ว่าเป็นไฮไลต์ของรายการ

จีรติ-กตัญญู คว้าแชมป์คู่ชาย เทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย

ในการแข่งขันคู่ชายทีมเชียงใหม่เทคบอล นำโดย “แบมบู” เกศฎา มหาศักดิ์สิทธิ์ และ “อลิต” เขตผาติชโลทร ได้พบกับ “ตุ้ม” จีรติ จันทร์เลียง และ “เอเธนส์” กตัญญู โพธิ์ทอง จากสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดน่าน ซึ่งคู่หลังนี้เป็นคู่ที่มีประสบการณ์อันสูงในระดับแชมป์โลก การแข่งกันในครั้งนี้จึงถูกคาดการณ์แล้วว่าจะเป็นการดวลเดือด

แม้ทีมเชียงใหม่จะคาดหวังชัยชนะ แต่ผลการแข่งขันกลับเป็นของ “จีรติ-กตัญญู” ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะไป 2 เซตรวด ด้วยคะแนน 12-5 และ 12-1 คว้าแชมป์คู่ชายไปครองอย่างสง่างาม และก็กลายเป็นความภาคภูมิใจให้กับแฟนกีฬาจังหวัดน่านอย่างแท้จริง

ผลการแข่งขันไทยชิงฯ อื่นๆ ที่น่สนใจ

นอกจากคู่ชายแล้ว ผลการแข่งขันในประเภทอื่นๆ ก็ถือว่าดุเดือดไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในประเภทคู่หญิง ที่ “หยก” จุฑาทิพย์ กันทะธง และ “ไจแอนท์” รัชญาพร เกนขุนทด จากทีม วูเม็น แอร์ฟอร์ซ 1 คว้าชัยเหนือ “นิด” สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ และ “แป้ง” พนิดา ยืนชีวิต จาก วูเม็น แอร์ฟอร์ซ 2 ไป 2-0 เซต ด้วยคะแนน 12-5 และ 12-5 ทำให้แชมป์คู่หญิงตกเป็นของทีมวูเม็น แอร์ฟอร์ซ 1

ประทับใจไม่แพ้กันในประเภทเดี่ยวชาย ที่ “ธรรมนูญ” โชคกิตติกุล จากสมาคมกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน สามารถเอาชนะ “กตัญญู” โพธิ์ทอง จากจังหวัดน่าน ไป 2-1 เซต ด้วยคะแนน 12-8, 9-12 และ12-8 ทำให้มีชัยชนะอย่างเหนียวแน่น แม้แข่งกับฝ่ายตรงข้ามที่ประสบการณ์ชัดเจนในรายการ

สำหรับรางวัลประเภทอื่นๆ ก็มีการประกาศแล้ว ได้แก่ ประเภทเดี่ยวหญิง “ภัสส์รวรรณ” สีมาวงศ์ จากทีมราชนาวี เอาชนะ “จิรัชญาพร” เกนขุนทด ไปอย่างเหนียวแน่น และประเภทคู่ผสม ที่มี “ภัสส์รวรรณ สีมาวงศ์” และ “พักตร์พงษ์ เดชเจริญ” จากทีมราชนาวี ชนะ “ประกาศิต นามลิวัน” และ “วรรณทิกา อินทร์นุ” จากกองทัพเรือ ในการแข่งแบบสามเซต

รวมพลังเป็นหนึ่งในงานกีฬา

หลังจบการแข่งขันก็มีพิธีมอบรางวัលและปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับเกียรติจาก พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล นายกสมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้สนับสนุนจากหลากหลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และบริษัทต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัท เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์ จำกัด ยังเป็นผู้ผลิตรองเท้ากีฬายี่ห้อ Breaker ที่ให้ของที่ระลึกโดยเฉพาะแก่ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และอันดับ 3 ในแต่ละประเภทการแข่งขัน ทำให้ทุกทีมรู้สึกประทับใจ

กีฬาเทคบอลไม่ใช่เพียงแค่การแข่งทนแรง แต่ยังเป็นเวทีแสดงถึงความสามัคคี ความมุ่งมั่น และพรสวรรค์ของนักกีฬาทั่วไทย หากคุณสนใจเรื่องกีฬาหรือข่าวกีฬา ไม่ควรพลาดตามติดการแข่งขันในครั้งหน้า เพราะอาจมีอีกหลายคู่ที่รอใคร่ชมอยู่!

ที่มา – “จีรติ-กตัญญู” ฟาดแชมป์คู่ชาย “จุฑาทิพย์-รัชญาพร” ผงาดแชมป์คู่หญิง เทคบอลชิงแชมป์ประเทศไทย

เจอแล้ว! บ้านเก่าพระอลงกตที่ขอนแก่น ตอนยังเรียกพระจอร์จ

บ้านเก่าของ พระอลงกต ที่ขอนแก่น เมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ มักจะกลับมาทุกปีในช่วงวันเกิดโรงเรียนเก่า ซึ่งคนในละแวกนั้นรู้จักในนาม “พระจอร์จ” กว่าจะเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ ชาวบ้านแทบไม่เชื่อว่าพระที่ใจดีและทำบุญเสมอจะมาถึงขั้นนี้

เจอแล้ว! บ้านเก่าพระอลงกตที่ขอนแก่น

ตามรายงานข่าวจากสำนักข่าวรายใหญ่ ได้ทำการตรวจสอบจนพบบ้านเก่าของ พระอลงกต ซึ่งตามทะเบียนบ้านปี พ.ศ. 2526 ระบุว่าตั้งอยู่ที่เลขที่ 37/60 ม.4 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักข้าราชการของสำนักงานทางหลวงที่ 7 ขอนแก่น กรมทางหลวง และขณะนี้ไม่มีผู้พักอาศัย

เรียกกันว่าพระจอร์จ คนละแวกพูดถึงอย่างอบอุ่น

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเล่าว่า บ้านหลังนี้เดิมเป็นของพ่อเฉย พ่อของพระอลงกต และพวกเขาไม่เคยเรียก “พระอลงกต” แต่เรียกกันว่า “พระจอร์จ” มาตลอด เพราะเป็นคนมีนิสัยดี ใจบุญ และเคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลในสมัยเรียนที่โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย

ทุกปีหลังจากดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ พระจอร์จจะแวะเวียนกลับมาบ้านเก่าในเดือนพฤษภาคม เพื่อทำบุญวันเกิดโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย และมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในละแวก

จากความทรงจำของชุมชน

นางจารุณี สุตะชา ประธานชุมชนบะขาม ระบุว่าในช่วงที่พระอลงกตยังเป็นวัยรุ่น จะมาที่บ้านช่วงหลังสงกรานต์ทุกปี เป็นกิจวัตรประจำปี ในวันเกิดของท่าน มีการทำอาหารถวาย และเชิญผู้สูงวัยมาร่วมกิจกรรม ซึ่งแต่ละปีมีคนในย่านมาร่วมงานอย่างคึกคัก

คุณจารุณีเล่าอีกว่า ตอนไปเยี่ยมวัดพระบาทน้ำพุ รู้สึกดีใจและชื่นชมตอนที่เห็นพระอลงกตทำหน้าที่เป็นเจ้าอาวาส และยังได้เห็นพี่สาวของเขาคอยดูแลในครัวของวัดด้วยตัวเอง

ตกใจแต่ไม่แปลกใจ

แม้จะได้ยินข่าวเรื่องเงินที่เกี่ยวข้องกับพระอลงกต คุณจารุณีกล่าวว่า “ไม่ได้ตกใจ เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งข่าวแบบนี้คงต้องออกมา พระก็เป็นคน ถ้ามีคนนำทางผิด ก็อาจเผลอเข้าเส้นทางที่ผิดได้เช่นกัน”

จนถึงตอนนี้ ชาวบ้านยังคงมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และเลือกทำบุญในวิถีที่คุ้นเคย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ความทรงจำที่มีมานาน กลับกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าของคนในย่านบะขาม ที่เคยมี “พระจอร์จ” กลับมาทุกปี เพื่อทำบุญให้กับบ้านเก่า

หากคุณเคยรู้จักบ้านหลังนี้มาก่อน อาจยังอยากกลับไปเยี่ยมอีกครั้ง แม้จะเป็นบ้านร้าง แต่ยังคงความอบอุ่นในความทรงจำที่ดีไว้ได้เสมอ

ที่มา – เจอแล้ว! บ้านเก่า “พระอลงกต” ที่ขอนแก่น เมื่อก่อนกลับบ้านทุกปี คนจะเรียก “พระจอร์จ”

ม.ธุรกิจบัณฑิตคว้าแชมป์คอร์ฟบอลรุ่นใหญ่ SWU แชมป์รุ่น 21 ปี

การแข่งขัน คอร์ฟบอล 4 คน ชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ได้ปิดฉากลงอย่างน่าตื่นเต้น ณ ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้าเซียรังสิต เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยในรอบชิงชนะเลิศ รุ่นประชาชน ทีม SWU (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) แชมป์เก่า ได้พบกับทีม ม.ธุรกิจบัณฑิต ซึ่งเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ในรอบแรก และ ม.ธุรกิจบัณฑิต เป็นฝ่ายชนะไปก่อนหน้าด้วยคะแนน 12-0

ม.ธุรกิจบัณฑิตคว้าแชมป์รุ่นใหญ่ ปิดฉากศึกคอร์ฟบอล 4 คน ประเทศไทย

ผลปรากฏว่าในนัดชิง ม.ธุรกิจบัณฑิต สามารถย้ำแค้นได้อีกครั้ง หลังเอาชนะ SWU ไปด้วยคะแนน 12-7 คว้าแชมป์รุ่นประชาชนไปครองอย่างภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของทีม ที่สามารถพิสูจน์ศักยภาพและการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ผลการแข่งขันตามรุ่นต่างๆ

นอกจากคู่ชิงชนะเลิศจะสร้างความตื่นเต้นแล้ว ผลการแข่งขันจากกลุ่มรุ่นอื่นๆ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยในหมวดหมู่ อายุไม่เกิน 21 ปี ทีม SWU ที่เป็นแชมป์เก่าสามารถเอาชนะทีม ม.ธุรกิจบัณฑิต ได้ด้วยคะแนน 11-8 ในขณะที่รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ชมรมกีฬาคอร์ฟบอลจังหวัดชลบุรี บุกชนะทีม พิบูลบำเพ็ญด้วยคะแนน 16-3

  • รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี: กีฬากรุงเทพชนะชมรมกีฬาคอร์ฟบอลจังหวัดชลบุรี 10-6
  • รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี: ชมรมกีฬาคอร์ฟบอลจังหวัดชลบุรีชนะสารวิทยา 17-8

ผลการแข่งขันแต่ละรุ่นแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของนักกีฬารุ่นเยาว์ที่มีความสามารถ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความพยายามของทีมโค้ชและการฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้

อนาคตของกีฬาคอร์ฟบอลในประเทศไทย

หลังจากจบการแข่งขัน รศ.ดร.สุปราณี ขวัญบุญจันทร์ นายกสมาคมกีฬาคอร์ฟบอลแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมาก และยังมีดาวรุ่งหลายต่อหลายคนที่ถือเป็นซูเปอร์สตาร์ในอนาคตของทีมชาติไทย

นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยว่าในปีหน้า จะมีการจัดการแข่งขันในรูปแบบ เกม 8 คน เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาทั่วประเทศได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่มากขึ้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้เล่นเพื่อส่งเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติในโอกาสต่อไป

กีฬาคอร์ฟบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่หันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬาและการสนับสนุนจากรัฐบาล ถือว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยผลักดันให้กีฬาชนิดนี้เติบโตในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นแฟนกีฬา หรือกำลังมองหาเป้าหมายในการฝึกซ้อม กีฬาคอร์ฟบอลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ทั้งสนุก สุขภาพดี และยังเสริมสมรรถภาพทางกายอีกด้วย

ที่มา – “ม.ธุรกิจบัณฑิต” แชมป์รุ่นใหญ่ “SWU.” แชมป์รุ่น 21 ปี ปิดฉาก ศึกคอร์ฟบอล 4 คน ประเทศไทย

มารี เบิร์นเนอร์ ใฝ่ฝันและรักความเร็วจนมีรางวัล

ในยุคนี้ใคร ๆ ก็ต้องการความโดดเด่น และ มารี เบิร์นเนอร์ ก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่สามารถพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าความฝันสามารถแปลงเป็นจริงได้ นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ดาราสาวหน้าหวานที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังจากการแสดงและเดินแบบ กลับกลายเป็นกระแสข่าวฉาวบนโลกโซเชียลจากเหตุการณ์ขับรถขณะมีสุราในกระแสเลือด

มารี เบิร์นเนอร์ ใฝ่ฝันและรักความเร็วตั้งแต่เด็ก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง ได้จัดตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะหน้าโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่ง โดยมีรายงานว่า มารี เบิร์นเนอร์ ขับรถปอร์เช่สีเขียวตัดหน้าด่านตรวจอย่างแปลกประหลาด เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบยานพาหนะ พบว่า มารี เบิร์นเนอร์ ซึ่งมีนักธุรกิจไฮโซหนุ่มและผู้หญิงอีกคนนั่งร่วม ดูมีอาการคล้ายกับการเมาสุรา

ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ขอให้เธอเป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่แฟนหนุ่มของเธอไม่อนุญาตให้เป่า และยังโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง โดยกล่าวว่า “แฟนผมปวดฉี่ให้ไปฉี่ก่อนได้หรือไม่ ผมรู้จักนายตำรวจใหญ่” สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องนำเธอและคู่ขับไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อหา มารี เบิร์นเนอร์ ข้อหาขับรถขณะมีสุราในกระแสเลือด หลังจากไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ และควรประกันตัวด้วยวงเงิน 20,000 บาท

ชีวิตผ่านบทกวีของมารี เบิร์นเนอร์

มารี เบิร์นเนอร์ นั้นเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 ที่ประเทศเยอรมนี โดยเป็นบุตรสาวของทูตวัฒนธรรมจากประเทศเยอรมนี ทำให้ตอนเด็กเธอมีโอกาสใช้ชีวิตภายใต้วัฒนธรรมหลากหลายประเทศ แม้ในวัย 10 ปี คุณพ่อของ มารี เบิร์นเนอร์ จะเกษียณและย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยอย่างถาวร ซึ่งนับจากนั้นเริ่มต้นอาชีพในวงการบันเทิง

เธอเข้าสู่วงการในวัย 17 ปี จากการถูกชักชวนโดยเอเจนต์โมเดลลิ่ง ผ่านจากงานโฆษณา กลายเป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอ ถ่ายแบบปกนิตยสาร และเดินแฟชั่นโชว์ ก่อนจะก้าวเต็มตัวเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว ทั้งทางด้านละครโทรทัศน์และภาพยนตร์

ความรักในความเร็วของมารี เบิร์นเนอร์

แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ เธอมีความฝันตั้งแต่วัยเด็กว่าอยากเป็นนักแข่งรถ และเธอก็ไม่ใช่แค่ฝันเปล่า ๆ เพราะเธอเคยคว้ารางวัลการแข่งรถอันดับ 5 มาครองในสนามแข่งที่ 3 ด้วยฝีมือของตัวเอง

ในยุคปัจจุบัน เธอก็มีช่องทางสื่อสารผ่านยูทูบเพื่อแบ่งปันคอนเท็นต์ในอารมณ์ที่เป็นตัวเธอเองมากยิ่งขึ้น โดยลดการทำงานด้านการแสดงลงเหลือเพียงบางครั้งเท่านั้น

ข่าวที่เธอถูกจับได้ขับรถขณะมีสุราในเลือดนั้น เป็นอีกครั้งที่ผู้คนเข้ามาจับจิตจับใจเธออย่างหนัก แต่ถ้ามองกลับไปในความสามารถและเส้นทางชีวิตของเธอ มีทั้งด้านงานในวงการบันเทิงและความชื่นชอบในการแข่งรถ แสดงให้เห็นว่า มารี เบิร์นเนอร์ ไม่เพียงสวยงามมุ่งกท่าทาง แต่ยังมีจุดเด่นและฝันในด้านต่าง ๆ ที่ไม่ธรรมดา

แม้เธอจะมีข้อผิดพลาดเล็ก ๆ แต่ก็ยังเป็นบทเรียนคุณค่าที่ช่วยเตือนใจเธอ และทุกคนว่า ความฝันแม้จะสวยงาม แต่สิ่งสำคัญคือการเคารพตนเองและผู้อื่น รวมถึงกฎของสังคม

ที่มา – จากนางเอกหน้าหวานสู่ข่าวฉาว “มารี เบิร์นเนอร์” ใฝ่ฝันและรักความเร็วตั้งแต่เด็ก แถมยังเคยโชว์ฝีมือแข่งรถจนมีรางวัล

‘นิพนธ์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา

บรรยากาศในการเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา ในวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมาก โดยมีการเดินทางมาร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งของสมาชิกสภาทนายความในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

‘นิพนธ์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8 สมัย พร้อมทั้งเคยดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมาร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งในวันดังกล่าว ในฐานะสมาชิกสภาทนายความ ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งภายในวิชาชีพนิติศาสตร์

บรรยากาศโดยรวมของสถานที่เลือกตั้งคึกคักอย่างเห็นได้ชัด มีสมาชิกสภาทนายความทยอยเดินทางมาร่วมใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่หน้าหน่วยเลือกตั้งค่อนข้างหนาแน่น เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ พร้อมความโปร่งใสในการให้บริการเลือกตั้ง

เหตุการณ์ที่ไม่ควรมองข้าม

การเลือกตั้งสภาทนายความในครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะช่วยกำหนดทิศทางการทำงานของสภาทายความในปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจริยธรรมวิชาชีพ การพัฒนาคุณภาพผู้ประกอบวิชาชีพ และการสนับสนุนคดีสาธารณะประโยชน์

ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า การมีตัวตนของบุคคลสำคัญระดับจังหวัด เช่น นายนิพนธ์ บุญญามณี ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิชาชีพทนายความในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการนับคะแนนคาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับสภาทนายความจังหวัดสงขลา

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพทนายความและผลกระทบต่อระบบยุติธรรมไทย ติดตามเว็บไซต์ของเราได้ทุกวัน

ที่มา – ‘นิพนธ์’ ใช้สิทธิเลือกตั้งสภาทนายความ ศาลจังหวัดสงขลา บรรยากาศคึกคัก

มาริษ เยือนสวีเดน-สวิส แจงยุโรป-องค์กรปมกัมพูชายุทธวิธีใช้ทุ่นระเบิด

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 08.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสวีเดน นายมาริษ เสี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อเข้าร่วมการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 24–26 สิงหาคม 2568 โดยจะร่วมลงนามในเอกสารความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-สวีเดน

มาริษ เยือนสวีเดน-สวิส แจงยุโรป-องค์กรปมกัมพูชายุทธวิธีใช้ทุ่นระเบิด

นายมาริษ กล่าวว่า การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของรัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน เพื่อเป็นพยานในการลงนามซื้อเครื่องบินรบ Grippen E/F และหารือความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ

นอกจากนี้ ยังวางแผนพูดคุยกับนางมารีอา มัลเมอร์ สเตเนอร์การ์ด รัฐมนตรีต่างประเทศสวีเดน เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันแนวคิดของไทยที่มุ่งใช้ทางออกเชิงสันติวิธี และย้ำว่าภารกิจทางทหารของเราเน้นการจำกัดวงตอบโต้ตามหลักสากล

แจงต่อองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ละเมิดของกัมพูชา

หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนสวีเดน นายมาริษจะเดินทางต่อไปยังนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันที่ 26 ส.ค. โดยมีจุดมุ่งหมายหลัก 3 ด้านคือ:

  • ชี้แจงกับประเทศกลุ่มสัญญาอนุภาคีเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
  • หารือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
  • เข้าพบประธานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดของกัมพูชาที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ย้ำว่าประเทศไทยไม่เพียงแต่ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ยังได้แสดงท่าทีสุจริตและจริงใจในการป้องกันตนเองจากพฤติกรรมที่กัมพูชาก่อการร้าย เช่น การโจมตีพลเรือน การใช้ทุ่นระเบิด และสงครามข่าวสารที่ฝ่ายตรงข้ามใช้โซเชียลมีเดียเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของไทย

“ประเทศไทยเป็นผู้รักสันติ รักษาเกียรติภาพของประเทศและไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการใช้กำลังทหาร แต่เราจะไม่ยอมให้พรมแดนและน่านน้ำของประเทศไทยถูกบุกรุก” รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวอย่างชัดเจน

นับเป็นเสียงสนับสนุนที่ไทยควรค่าแก่การได้รับ เพราะในขณะที่หลายประเทศรับรู้ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดโดยกัมพูชา.ICRC เพิ่งออกแถลงการณ์ชัดเจนไม่นานมานี้ว่าไม่สนับสนุนวิธีการต่อสู้ด้วยการใช้สื่อและข่าวปลอมทำลายตัวตนของฝ่ายตรงข้าม

ทั้งนี้ เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้คือเพื่อให้ทั้งสามประเทศ อุบัติวิทยาศาสตร์ และองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญได้เข้าใจประเด็นเชิงลึกแล้วแทนที่จะตัดสินจากข้อมูล片面เดียว การชมรมเชิงลึกเช่นนี้จึงถือเป็นโอกาสทองในการสร้างภาพ พลวิทยากรที่ยุติธรรมและถูกต้อง

เลือดของเราเป็นสีดำเหมือนกับผู้รักสงบและมีหัวใจเป็นธรรม ข้าพเจ้าถือเป็นหน้าที่ในการอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นให้โลกมองเห็นอย่างแท้จริง และหากใครสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของไทย จะค้นพบความจริงได้ผ่านการพูดคุยตรงต่อหน้ากับผู้บริหารระดับสูงของเรากาชาดสากล นายมาริษกล่าว

น้องวิว คืนสนามคว้าเหรียญเงิน เทควันโดวีอาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์

การแข่งขัน พีทีที ไทยแลนด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ ซีรีส์ 3 ที่หัวหิน คอนเวนชั่น เซนเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 กลายเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนักกีฬาเทควันโดอาชีพและผู้สนใจจากทั่วประเทศ เพื่อชิง 10 เหรียญทอง โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่อสู้ 6 เหรียญ และ เทควันโดวีอาร์ (VR) อีก 4 เหรียญ ในสนามนี้ มีผลงานโดดเด่นจาก “น้องวิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาทีมชาติไทยที่คว้าเหรียญทองแดงโอลิมปิก 2004 กลับมาคืนสนามหลังจากห่างหายไปกว่า 18 ปี

น้องวิว คืนสนามคว้าเหรียญเงิน เทควันโดวีอาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์

“วิว” ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจแม้ในวัยที่ไม่ใช่เยาวชนอีกต่อไป โดยลงสนามในประเภท เทควันโดวีอาร์ รุ่นอายุ 16 ปีขึ้นไป กับทีมวิว เทควันโด คลับ เอ ซึ่งเธอต้องใช้เวลาในการปรับตัวใหม่กับรูปแบบการเล่นเสมือนจริงที่แตกต่างจากเทควันโดปกติทั่วไป แม้ในรอบชิงชนะเลิศจะแพ้ให้กับ ชนิกานต์ ชิโนทัย จาก ที.เอ.เอฟ.แพร่ เอ ไป 0-2 ยก แต่ก็ได้รับรางวัลเหรียญเงินไปครอง ซึ่งถือเป็นการกลับมาอย่างน่าประทับใจ

ความท้าทายใหม่จากการเล่น VR Taekwondo

“น้องวิว” กล่าวว่า เธอเลิกเล่นเทควันโดตั้งแต่ปี 2007 และไม่ได้คิดว่าจะกลับมาสัมผัสกับกีฬานี้อีก แต่โชคดีได้มีโอกาสลองเล่น เทควันโดวีอาร์ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่างทักษะการต่อสู้กับการเล่นเกม เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และท้าทายมาก ทั้งในแง่เทคนิค และการเตรียมพร้อมในการแข่งขัน นี่ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาในวัยกลางคนหรือผู้ที่เคยออกจากระบบกีฬามาแล้วให้กลับมาสัมผัสกับเทควันโดในอีกรูปแบบหนึ่ง

นอกจากนี้ ในประเภทต่อสู้แบบปกติยังมีผู้ชนะมากมายที่น่าจดจำ เช่น รุ่นหญิง 53 กก. ปานบัว โมรมัต จาก เคซีเอส อะคาเดมี่ ออฟ เทควันโด เอ ชนะพลิกสถานการณ์จากเจ้าของเหรียญทองกีฬาเยาวชนฯ ก่อนหน้านี้ คว้าแชมป์ไปครอง ส่วนรุ่นชาย 74 กก. กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุจาก อุดรธานี เทควันโด ไทยแลนด์ เอ ผู้เคยเข้ารอบทีมชาติไทยและคว้าเหรียญจากเยาวชนโลกปี 2024 ก็สามารถแบกรับความกดดันจนคว้าทองมาได้เช่นกัน

  • ชิงแชมป์รุ่นหญิง 53 กก. ปานบัว โมรมัต
  • ชิงแชมป์รุ่นชาย 74 กก. กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุ
  • น้องวิว เยาวภา บุรพลชัย ได้ “เหรียญเงิน” กลับมา
  • รองแชมป์รวมทีม: เดอะ แชมเปี้ยน เทควันโด A
  • อันดับ 3 รวมทีม: ไทเกอร์ ไทย แต้จิ๋ว A

ในส่วนของการจัดการแข่งขัน เทควันโดวีอาร์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นครั้งแรกในไทย ซึ่งให้โอกาสทั้งนักกีฬาหน้าใหม่ และอดีตนักกีฬาให้กลับมามีส่วนร่วมกับกีฬาในรูปแบบเครื่องมือสมัยใหม่ “โค้ชแม็กซ์” ร.ต.อ.ชัชวาล ขาวละออ กับ “โค้ชชิต” วิชิต สิทธิกัณต์ ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ต่างแสดงความเห็นว่า การจัดรายการนี้ช่วยเปิดโอกาสให้กีฬาเทควันโดได้เข้าถึงกลุ่มผู้คนใหม่ รวมถึงพัฒนาทักษะของนักกีฬาให้กว้างขึ้น ทั้งทางด้านจิตวิทยา ความเร็ว และการตอบสนองในโลกเสมือนจริง

จากการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ นักกีฬาหลายคนแสดงความสนใจที่จะพัฒนาฝีมือเพื่อร่วมทีมชาติไทย และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของวงการกีฬาไทยในอนาคต ให้กีฬารุ่นใหม่อย่าง “เทควันโด VR” ได้เติบโตควบคู่กับเทควันโดแบบดั้งเดิมไปพร้อมกัน

หากคุณเป็นแฟนกีฬา หรือเคยฝึกเทควันโดเมื่อใด 不妨กลับมาลองสัมผัสกับ เทควันโดวีอาร์ ดูสักครั้ง ไม่เพียงแค่มีความสนุก แต่ยังเป็นพัฒนาการใหม่ที่สนับสนุนทุกคนในทุกวัยให้มีโอกาสอยู่ในโลกกีฬาไทยได้อีกครั้ง

ที่มา – “น้องวิว” คืนสนามครั้งแรกในรอบ 18 ปี เตะคว้าเหรียญเงิน เทควันโดวีอาร์ ศึกพีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ซีรีส์ 3