ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

มารี เบิร์นเนอร์ เมาแล้วขับ ท้าต่อยตำรวจ!

เหตุการณ์ที่นักแสดงสาวชื่อดังอย่าง มารี เบิร์นเนอร์ ตกเป็นข่าวใหญ่ในโลกโซเชียลมีเดียหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับได้ว่ามีพฤติกรรมเข้าข่าย เมาแล้วขับ บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม เมื่อเช้ามืดวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายคนต่างติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดว่าเธอจะออกมายอมรับหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร

มารี เบิร์นเนอร์ เมาแล้วขับ ท้าต่อยตำรวจ!

จากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมา พบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบ มารี เบิร์นเนอร์ กำลังขับขี่รถอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พฤติกรรมของเธอแสดงให้เห็นว่ามีสุราในระบบประสาท จนนำไปสู่การถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สังคมต่างจับตาดูการเคลื่อนไหว

ล่าสุด นักแสดงสาวยังไม่มีการออกมาเปิดเผยข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับแฟนคลับและสาธารณชนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาพและคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นและอารมณ์ที่เธอแสดงออกต่อเจ้าหน้าที่จนกลายเป็นกระแสไวรัล

  • เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 24 สิงหาคม
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง เป็นผู้จับกุม
  • สถานที่เกิดเหตุ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม
  • มารียังไม่ได้ออกมาชี้แจงใด ๆ

ในโลกของวงการบันเทิง การมีข่าวดราม่าหรือข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของศิลปินนั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะนอกจากจะส่งผลต่อความนิยมแล้ว ยังอาจกระทบต่อผลงานในอนาคต มารี เบิร์นเนอร์ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า จริง ๆ แล้วในวันที่เกิดเหตุ มีสิ่งใดที่ทำให้เธอตัดสินใจขับรถขณะมีสุราในร่างกาย และทำไมถึงมีปฏิกิริยาท้าทายเจ้าหน้าที่จนถึงขั้นเกือบเกิดปะทะ

สนับสนุนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับกฎหมายจราจร และการไม่ขับรถภายใต้ฤทธิ์ของสุรา เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่ควรหยิบยื่นอย่างเบามือ หากไม่อยากให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเพียงแค่ความประมาทในวินาที

ที่มา – สรุปเหตุการณ์ ‘มารี เบิร์นเนอร์’ เมาแล้วขับ ‘ไฮโซหนุ่ม’ ข้างกายท้าต่อยตำรวจ!

ธฤตา-แดนไทย คว้าแชมป์ไอทีเอฟมัลดีฟส์จูเนียร์โอเพน2025

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ณ ประเทศมัลดีฟส์ ได้เกิดความยิ่งใหญ่ของนักเทนนิสไทย เมื่อ ธฤตา หงษ์หยก มือวางอันดับ 2 ของรายการ ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025 สามารถคว้าแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยวมาครองได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะ โช ซึงฮยอน จากเกาหลีใต้ ด้วยสกอร์ 2-0 เซต 6-1 และ 6-4 ในการชิงชนะเลิศ

ธฤตา-แดนไทย คว้าแชมป์ไอทีเอฟมัลดีฟส์จูเนียร์โอเพน2025

การคว้าแชมป์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จครั้งแรกของ ธฤตา ในรายการเดี่ยวระดับ J30 เท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้เธอยังคว้าแชมป์ประเภทหญิงคู่ของรายการเดียวกันมาครองแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นครบทุกด้านของนักเทนนิสสาววัยรุ่นชาวไทย มือ 755 ของโลกในปัจจุบัน

ความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดพัก

การฝึกซ้อมอย่างหนักของ ธฤตา หงษ์หยก นั้นเห็นได้จากทุกแมตช์ที่เธอเจอกับคู่แข่งระดับโลก โดยมีทีมงานโค้ชและครอบครัวให้การสนับสนุนอย่างไม่ปราน จนสามารถพัฒนาฝีมือและจิตใจในสนามได้อย่างต่อเนื่อง เธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้นักเทนนิสรุ่นเยาว์ในประเทศไทยหลายคน

  • 2 เซตชนะโดยไม่ลุ้น 6-1, 6-4
  • คว้าแชมป์เดี่ยวและคู่ในรายการเดียวกัน
  • เป็นนักเทนนิสไทยเดียวในรายการที่ได้แชมป์

ทั้งนี้ ความสำเร็จครั้งนี้ยังส่งผลให้อันดับโลกของเธอมีแนวโน้มที่จะพุ่งขึ้นในรอบปีหน้า ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025 กลายเป็นเวทีสำคัญที่เผยให้เห็นศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างแท้จริง และ ธฤตา ก็ยืนยันถึงศักยภาพของประเทศไทยที่สามารถแข่งขันในเวทีระดับโลกได้

หากคุณเป็นแฟนกีฬา และชื่นชอบเทนนิส อย่าพลาดติดตามผลงานของ ธฤตา หงษ์หยก และเหล่านักเทนนิสไทยในโอกาสต่อไป เพราะแน่นอนว่าความยิ่งใหญ่ของเธอจะยังคงลุกโขมยต่อไป

ที่มา – “ธฤตา-แดนไทย” ครองแชมป์ “ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025”

ใครกัน? ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ นิสัยเสียจนอดีตทีมงานไม่ขอร่วมงานตลอดชีวิต

เรื่องราวของ ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ ที่มีนิสัยเสียจนอดีตทีมงานออกมาแฉ และประกาศไม่ร่วมงานด้วยตลอดชีวิต กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล หลังจากที่ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งซึ่งเป็นอดีตครีเอทีฟได้ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ที่ต้องเจอกับนักแสดงชายคนนี้ จนทิ้งร่องรอยในใจของเขามาจนถึงทุกวันนี้

ใครกัน? ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ นิสัยเสียจนอดีตทีมงานไม่ขอร่วมงานตลอดชีวิต

จากคลิปที่เผยแพร่ อดีตครีเอทีฟได้เปิดเผยว่า ตอนที่เข้าไปขออนุญาตบรีฟก่อนถ่ายงานกับดาราชายดีกรีดอกเตอร์อายุประมาณ 40 กว่าปี แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่สุภาพ และถูกไล่ออกจากห้องอย่างไม่ให้เกียรติ เหตุการณ์นี้ทำให้เขารู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมาก

ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม

เขาเล่าเพิ่มเติมว่า หลังจากถูกไล่แล้ว ยังต้องเจอเหตุการณ์อื่นๆ เช่น ปัญหาเรื่องเสื้อผ้า อาหาร และถูกด่าทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำให้สุดท้ายเขา decid ว่า “ฉันจะไม่ร่วมงานกับดาราคนนี้ตลอดชีวิต” ทั้งที่เคยทำงานร่วมกับดาราหลายคน แต่ไม่มีใครให้ความรู้สึกแย่เท่านี้มาก่อน

ความไม่โปรเฟสชั่นแนลนี้ยังลามไปถึงการเปลี่ยนสคริปต์ระหว่างเซต และไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับพิธีกรระหว่างการสัมภาษณ์อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้อดีตทีมงานรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ถึงขั้นบอกว่าจะไม่เคยกลับไปทำงานด้วยคนนี้อีกเด็ดขาด

  • ความเป็นมืออาชีพลดลง
  • แสดงอารมณ์ไม่เข้าที่ในที่ทำงาน
  • ปฏิเสธการบรีฟเรื่องงาน

นอกจากเรื่องด้านบุคลิกแล้ว ยังมีคนในวงการออกมาเปิดเผยว่า ปัจจุบัน ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ คนนี้แทบจะไม่มีงานในวงการบันเทิงอีกต่อไปแล้ว ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นผลจากการใช้ชีวิตที่ไม่โปรเฟสชั่นแนลในแวดวงนี้เอง

ขณะนี้ ประเด็นนี้ได้กลายเป็นที่พูดถึงกันอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย โดยหลายคนเริ่มโยงไปถึงดาราชายคนอื่นๆ ที่เคยมีข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมในทางลบ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกรรมดิบกรรมดีที่เปิดโปงอายุสามสิบเหลือเศษแห่งวงการบันเทิง

จากการเปิดเผยครั้งนี้ ทำให้หลายคนเริ่มสนใจพฤติกรรมของผู้อยู่เบื้องหลังฉาก และในฐานะของแฟนๆ ก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งที่ดีกว่ได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครในเรื่อง หรือบุคลิกของตัวดาราเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความนิยมและความสำเร็จในระยะยาว

ในแง่ของผู้สร้างเนื้อหา “การเลือกบุคลากรให้เหมาะสมกับโครงการก็สำคัญ และหากในที่สุดต้อง.terminate ความร่วมมือ เพราะพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม นั่นก็เพื่อรักษาคุณภาพทั้งงาน และความสัมพันธ์แบบยั่งยืน”

หากคุณเคยเจอพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในที่ทำงาน มาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ช่วยกันปลูกฝังมุมมองเกี่ยวกับการทำงานที่มีศีลธรรมความโปร่งใส และความเป็นมืออาชีพ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมงานที่ดี และอย่างยั่งยืน

ที่มา – ใครกัน? ‘ดาราชายดีกรีดอกเตอร์’ นิสัยเสียจนอดีตทีมงานไม่ขอร่วมงานด้วยตลอดชีวิต

ชอตต่อชอต! มารี เบิร์นเนอร์ ต่อรองตำรวจกลัวเป็นข่าว

กรณีที่ น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจลาดตระเวนในพื้นที่วังทองหลาง ดำเนินคดีในข้อหาเมาขับ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะภายหลังมีคลิปปรากฏบนโลกโซเชียล เจ๊มอย 108 V1 ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 570,000 คน โดยในคลิปจะเห็นภาพการโต้ตอบระหว่างตำรวจกับ มารี เบิร์นเนอร์ ที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ

ชอตต่อชอต! มารี เบิร์นเนอร์ ต่อรองตำรวจกลัวเป็นข่าว

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบว่า มารี เบิร์นเนอร์ ขับรถปอร์เช่สีเขียว เข้าสู่จุดตรวจของตำรวจโดยมีแฟนหนุ่มและหญิงสาวอีกหนึ่งคนนั่งอยู่ด้วย หลังจากที่ตำรวจเห็นอาการผิดปกติ จึงขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่แฟนหนุ่มของมารีไม่อนุญาตให้พูดคุยหรือลงจากรถ ส่งผลให้เกิดการโต้เถียงและทำให้ตำรวจต้องเชิญตัว มารี เบิร์นเนอร์ ไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ

การเจรจาที่ตึงเครียดระหว่างตำรวจกับมารีเบิร์นเนอร์

ในคลิปที่เผยแพร่หลังเหตุการณ์ หลังจากที่ มารี เบิร์นเนอร์ ถูกตำรวจควบคุมตัว ได้มีการโต้ตอบที่ดูตึงเครียดกับเจ้าหน้าที่ เธอถามว่า “จะเอาไปทำข่าวเหรอ” ซึ่งเจ้าหน้าที่แถลงอย่างเป็นทางการว่า “ตรงนี้ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ตำรวจเขาไม่ทำอยู่แล้ว” และเธอก็ตอบกลับว่า “ไม่อยากมีปัญหา ไม่มีใครอยากมีปัญหาอยู่แล้ว”

มีการระบุอีกว่า มารี เบิร์นเนอร์ ได้ขอเดินไปห้องน้ำก่อนจะให้การเป่าแอลกอฮอล์ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า “เป่าก่อนแล้วค่อยไป เพราะพี่อยู่ในรถมานานพอสมควรแล้วครับ” และในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ยังต้องถามถึงจำนวนครั้งที่เธอจะเป่าแอลกอฮอล์ ซึ่งในที่สุดเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะตอบว่า “ทำไม จะเป็นยังไงเหรอ”

  • เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาออก
  • มีการสอบสวนที่สน.วังทองหลาง
  • ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาท
  • นัดส่งฟ้องศาลแขวงรัชดาในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคมนี้

ภายหลังจากกรณีนี้ ได้มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของ มารี เบิร์นเนอร์ และแฟนหนุ่มที่พยายามขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาจส่งผลเสียต่อทั้งตัวตนและความน่าเชื่อถือในสายตาของสาธารณะ

เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนน และยังเป็นบทเรียนให้ทุกคนตระหนักถึงความรับผิดชอบเมื่อใช้ยานพาหนะบนท้องถนนอีกด้วย

ที่มา – ชอตต่อชอต! เปิดคำพูด “มารี เบิร์นเนอร์” ต่อรองตำรวจกลัวเป็นข่าว ย้ำใส่หน้าไม่มีใครอยากมีปัญหาหรอก!

ศรีลังกาเริ่มโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนักเรียน

ประเทศศรีลังกากำลังเตรียมเปิดตัวโครงการออกกำลังกายประจำวันสำหรับนักเรียน เพื่อพัฒนาสุขภาพของเยาวชนที่เผชิญกับความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อ โครงการนี้ถูกนำเสนอในการประชุมสูงสุดระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงกีฬา โดยมีดร.หริณี อมรสุริยะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของกีฬาเพื่อสร้างลูกหลานรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพแข็งแรง

ศรีลังกาเริ่มโครงการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนักเรียน

การออกกำลังกายประจำวันในโรงเรียนถือเป็นก้าวสำคัญในการลดปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในเด็ก เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความอ้วน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขศรีลังกาที่ระบุว่า เด็กจำนวนมากประสบจากภาวะสุขภาพที่ไม่ดีโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

เพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงกีฬาตกลงจัดตั้งคณะกรรมการร่วม ที่จะเชื่อมโยงระหว่างสมาคมกีฬาในโรงเรียนกับองค์กรกีฬาระดับประเทศ วัตถุประสงค์สำคัญคือการแก้ปัญหาขาดแคลนผู้ฝึกสอนในโรงเรียน และสนับสนุนให้นักเรียนมีโอกาสเข้าถึงกิจกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ

  • ลดปัญหาสุขภาพในเด็กวัยเรียน
  • ส่งเสริมวิถีชีวิตที่เคลื่อนไหว
  • พัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

ผู้แทนจากกระทรวงกีฬาเผยว่า เสนีวิรัตนา ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการใส่ใจสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะการปลูกฝังนิสัยการออกกำลังกายนับแต่เด็ก จะกลายเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดีในอนาคต ทั้งยังช่วยเตรียมพละกำลังให้เด็กได้ก้าวสู่ตลาดแรงงานในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยงานสาธารณสุขของศรีลังกาย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งดำเนินมาตรการป้องกันโรคต่างๆในเด็ก โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อที่มีการแพร่ระบาดมากขึ้นในกลุ่มเยาวชน โครงการการออกกำลังกายประจำวันจึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวิธีแก้ที่มีประสิทธิภาพ

หากประเทศดำเนินการนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง มั่นใจได้ว่าศรีลังกาจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพดี สำหรับคนรุ่นใหม่จะเติบโตอย่างมีพลังและพร้อมรับโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเริ่มต้นเล็กๆ ด้วยการเดินหรือวิ่งเพียงสัก 30 นาทีต่อวัน อาจกลายเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่ส่งผลให้ประเทศเติบโตในทิศทางที่ดีต่อไป

ที่มา – ศรีลังกาจ่อเริ่มโครงการออกกำลังกายประจำวัน เพื่อพัฒนาสุขภาพนักเรียน

มารี เบิร์นเนอร์ ขับเมาถูกจับ อินสตาแกรมระเบิดคอมเมนต์

ล่าสุดกรณีที่ น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ ดารานางแบบลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง จับกุมในข้อหาขับรถในขณะที่มีอาการเมาสุรา ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลมีเดีย จนทำให้ชาวเน็ตแห่เข้าไปคอมเมนต์จวกยับ อินสตาแกรมของเธอแทบระเบิด

มารี เบิร์นเนอร์ และเหตุการณ์ขับเมาถูกจับ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ พ.ต.ท.เฉลิมพล ผาชะลา สว.จร.สน.วังทองหลาง พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจราจร ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ณ หน้าโชว์รูมรถยนต์มอเตอร์เวย์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาออก เขตวังทองหลาง กทม. โดยมีรถเก๋งปอร์เช่สีเขียวขับเข้ามายังด่านตรวจ มีหญิงสาวหน้าตาดีนั่งอยู่ฝั่งคนขับพร้อมชายหนุ่มไฮโซอีก 2 คน

เจ้าหน้าที่แจ้งให้เปิดกระจกเพื่อตรวจสอบ พบว่าน.ส.มารี เบิร์นเนอร์ มีอาการเหมือนอยู่ในสภาพเมาสุรา จึงขอให้เธอเป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่แฟนหนุ่มได้ขัดขวางและไม่อนุญาตให้ดำเนินการ รวมถึงปิดกระจกไม่ยอมให้ลงจากรถ จนต้องมีการประชุมแจงกับพวกเขานานถึง 10 นาที จึงยอมเปิดกระจกให้ตรวจสอบ

แฟนหนุ่มอ้างรู้จัก “หัวหน้า” ตำรวจ ขัดขวางการทำงาน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ขอให้น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ เป่าวัดแอลกอฮอล์ แฟนหนุ่มของเธอได้ออกมาโต้เถียงว่า “แฟนผมปวดฉี่ให้ไปฉี่ก่อนได้หรือไม่” และยังกล่าวอีกว่า “ผมรู้จักหัวหน้าตำรวจ” จนทำให้เกิดการต่อวิสัยและขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องเชิญตัวน.ส.มารี ไปสอบสวนที่ สน.วังทองหลาง และแฟนหนุ่มกับอีกคนก็ถูกเชิญตามหลัง

จากผลการสอบสวน เจ้าหน้าที่ทำการแจ้งข้อหา “ขับรถขณะเมาสุรา” และมีการประกันตัว 20,000 บาท มีการนัดหมายส่งฟ้องศาลแขวงรัชดา ในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค.นี้

ชาวเน็ตแห่เข้าคอมเมนต์ อินสตาแกรมของมารี เบิร์นเนอร์ ระเบิด

หลังจากมีข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และโซเชียลต่าง ๆ ต่างพากันแชร์และคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยใจความว่า

  • ผิดหวังสุด ๆ คิดไม่ถึงเลย
  • หน้าตาดีแต่นิสัยไม่ดี
  • ขี้เมาแห่ด่านทำตัวไม่มีมารยาท
  • หัวเสียแล้วทัวร์มาจอดด่าคน

บางคนแสดงความผิดหวังครั้งใหญ่ หลายคนชี้ว่าเป็นการ “สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีอย่างสิ้นเชิง” โดยเฉพาะสำหรับบุคคลในวงการบันเทิง ที่ควรเป็นแบบอย่างต่อสาธารณะชน

ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดในทุกวัน

ปัจจุบัน น.ส.มารี เบิร์นเนอร์ ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ หลังจากที่โลกโซเชียลเริ่มลุกไหม้ต่อกรณีดังกล่าว หลายแฟนคลับต่างก็ตั้งคำถามถึง “นิสัยแนวยุคโจ๋” ของเธอที่คนต่างจับตามองกันมาตลอด

ติดตามข่าวอัปเดตทุกวันได้ที่ DailyNews ตลอด 24 ชั่วโมง และอย่าลืมร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ

อย่าให้ชื่อดังกลายเป็นฉากบังหน้าทำหน้าที่ผิด ต้องรู้ว่าใคร ๆ ก็ต้องรับผิดชอบในพฤติกรรมของตัวเอง

ที่มา – “มารี เบิร์นเนอร์” ยังล่องหนเซ่นปมฉาว ชาวเน็ตแห่จอดทัวร์จวกยับทั้ง”ขี้เXาแหXด่าน-หน้าสวยนิสัยเสีย”

’จิรายุ’ โต้บิดเบือนคลิปศาลรัฐธรรมนูญยันพูดว่านั่งลงครับไม่ใช่นั่งลงลูก

กรณีที่มีการบิดเบือนคลิปเสียงในระหว่างการสืบพยานของศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าตุลาการกล่าวว่า “นั่งลงลูก” นั้น ล่าสุด นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า คำพูดที่ถูกกล่าวไปนั้นคือ “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่ถูกบิดเบือนเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด

’จิรายุ’ โต้บิดเบือนคลิปศาลรัฐธรรมนูญ

นายจิรายุ เปิดเผยว่า หลังจากการฟังคลิปอย่างละเอียด พบว่ามีการตัดต่อและตกแต่งเสียงอย่างจงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตุลาการกล่าวกับนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ว่า “นั่งลงครับ” อย่างชัดเจน ทั้งนี้ คนที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณานั้นต่างได้ยินเสียงเดียวกันทั้งหมด โดยไม่มีใครได้ยินว่ามีคำว่า “ลูก” เลย

คลิปถูกตัดต่อเพื่อสร้างกระแส

ทั้งนี้ ยังมีการตรวจสอบพบว่า มีบางกลุ่มนำคลิปดังกล่าวไปใช้เพื่อสร้างกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ นายจิรายุ ยังกล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่านายชวน หลีกภัย บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานรัฐสภา ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดจากคลิปที่ถูกบิดเบือน เพราะหากฟังคลิปเต็ม ๆ จะได้ยินเสียงว่า “นั่งลงครับ” อย่างชัดเจน

  • คลิปถูกบิดเบือนโดยจงใจตัดเสียง
  • คำพูดจริงคือ “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก”
  • ตุลาการใช้ถ้อยคำสุภาพ ไม่มีการใช้ภาษาไม่เหมาะสม
  • มีความพยายามสร้างความขัดแย้งทางการเมือง

นายจิรายุ กล่าวว่า ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลและองค์กรอิสระ เขามีความเข้าใจถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างลึกซึ้ง และไม่มีเหตุผลใดเลยที่ตุลาการจะใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมในศาล

ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้สาธารณชนตรวจสอบความถูกต้องจากแหล่งข่าวหลัก และอย่าหลงเชื่อเนื้อหาที่ถูกบิดเบือน ควรยึดถือข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดจากการแพร่ข่าวลือ

ในโลกของข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่นตอนนี้ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ข่าวลือไม่ได้ช่วยให้สังคมดีขึ้น แต่กลับสร้างความขัดแย้งที่ไม่มีประโยชน์

ที่มา – ’จิรายุ’ โต้ปมบิดเบือนคลิปศาลศาลรัฐธรรมนูญ ยันตุลาการพูดว่า ‘นั่งลงครับ’ ไม่ใช่ ‘นั่งลงลูก’

ทรัมป์ชมแผนที่เลือกตั้งใหม่เทกซัส เจาะเป้ารักษาสภาคองเกรส

ล่าสุดรัฐเทกซัสได้ผ่านแผนที่เลือกตั้งใหม่ที่จะเพิ่มที่นั่งให้พรรครีพับลิกันอีก 5 ที่นั่ง โดยได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งออกมาคอมเมนต์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียส่วนตัวอย่าง “ทรูธ โซเชียล” โดยยกย่องว่าแผนที่เลือกตั้งใหม่นี้จะสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนในรัฐเทกซัสได้เลือกสมาชิกพรรครีพับลิกันที่สามารถขับเคลื่อนนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” อย่างแท้จริง

แผนที่เลือกตั้งใหม่เทกซัส ผ่านสภาแล้ว

ตามรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐเทกซัสได้อนุมัติแผนที่เลือกตั้งใหม่ในระดับขั้นสุดท้าย หลังจากสภาผู้แทนราษฎรของรัฐผ่านไปก่อนหน้านี้ ถึงแม้พรรคเดโมแครตจะพยายามเลื่อนการลงคะแนนเสียงเพื่อขัดขวาง แต่ไม่สามารถหยุดร่างแผนนี้ได้ รัฐสภาของเทกซัสใช้เวลานานกว่า 8 ชั่วโมงในการอภิปรายก่อนจะผ่านเป็นข้อเท็จจริง

ทรัมป์ตอบรับ “ชัยชนะของพรรครีพับลิกัน”

ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย ทรัมป์เขียนว่า แผนที่เลือกตั้งใหม่เทกซัสเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่” และเปิดโอกาสให้มีสมาชิกพรรครีพับลิกันใหม่ 5 คนเข้าสู่สภาคองเกรสหรือสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ซึ่งจะส่งผลให้พรรครีพับลิกันรักษาอำนาจในสภาคองเกรสได้ยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตยังคงแสดงความกังวลเป็นวงกว้าง โดยกล่าวว่าแผนที่เลือกตั้งฉบับนี้มีลักษณะเป็น “การแบ่งเขตเพื่อประโยชน์ของพรรค” หรือที่เรียกว่า gerrymandering อาจทำให้เสียงของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายโดยเฉพาะชาวแอฟริกันอเมริกันและชาวลาติโนลดลง และเป็นการ “ทำลายคุณค่าของประชาธิปไตย” มากกว่าจะเสริมสร้าง

  • พรรคเดโมแครต: เห็นว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติและละเมิดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • พรรครีพับลิกัน: อ้างว่าหากไม่ทำตามนี้ จะเสี่ยงสูญเสียที่นั่งในสภาคองเกรส
  • ประชาชน: ยังคงมีการแบ่งข้างและคัดค้านแผนนี้ในวงกว้าง

ทั้งนี้มีความเห็นว่าการที่รัฐเทกซัสเลือกที่จะรีดีไซน์แผนที่เลือกตั้งหลังจากการสำรวจประชากรปี 2020 นั้น เป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อให้พรรคฝ่ายขวาได้เปรียบในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่การเมืองสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้งที่สำคัญในปีหน้า ซึ่งผลจากนโยบายเชิงการเมืองของทรัมป์น่าจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐเทกซัสเลือกที่จะเดิมพันกับพรรครีพับลิกันต่อไป

หากคุณเป็นผู้ติดตามการเมืองสหรัฐฯ ต้องจับตาดูว่าการดำเนินการครั้งนี้จะส่งผลต่อการปูทางสำหรับผู้สมัครพรรครีพับลิกันในปีหน้าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก “เดอะ ดรีม” ของการกลับมาของทรัมป์ยังคงมีชีวิตอยู่

ที่มา – ทรัมป์ยกย่องแผนที่เลือกตั้งใหม่ของรัฐเทกซัส ตั้งเป้ารักษาอำนาจในสภาคองเกรส

ด่วน99 โวมั่นใจเป็นแชมป์ใหม่หลังน็อกแหลมโพธิ์

การกลับมาของ “ด่วน99 อ.เพชรขุนศึก” ในศึกมวย RWS ถือเป็นไฟต์ที่แฟน ๆ รอคอยไม่น้อย เพราะเขาไม่ได้มีแค่สมญานามว่า “คนโตตัวเล็ก” เท่านั้น แต่ยังกลับมาพร้อมทั้งฝีมือและความพร้อมในการชกที่เหนือชั้น

ด่วน99 ได้รับชัยชนะอย่างสุดมันส์จากการน็อก “แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์” ภายในยกที่ 3 ทำให้ไม่เพียงแต่ได้แก้มือจากการพ่ายครั้งก่อน แต่ยังคว้าเข็มขัดแชมป์ไลต์ฟลายเวตราชดำเนินมาครอบครองอีกด้วย

ด่วน99 โวมั่นใจตั้งแต่ยก 2 จะเป็นแชมป์คนใหม่

หลังจบการชก ด่วน99 เผยว่า “ตั้งแต่ยกที่ 2 ผมรู้สึกว่าเขาเริ่มมีอาการอ่อนล้า หมัดผมเขาก็สะดุ้ง ผมเลยรู้ว่าโอกาสกำชัยมีมาก ถ้ายาวไปอีก 10 วินาทีคงจบได้แน่นอน” เขายังกล่าวเสริมอีกว่า ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะน็อกแหลมโพธิ์ได้แบบนี้

เคล็ดลับความสำเร็จของด่วน99

ความพร้อมของด่วน99 มาจากการปรับตัวเข้ากับพิกัด 108 ปอนด์ได้อย่างดี ซึ่งเขาเปิดเผยว่า รู้สึกว่าอาวุธชกของตนเองหนักและแรงขึ้น ทำให้เขาชกได้อย่างมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม

  • เตรียมความพร้อมในรุ่น 108 ปอนด์
  • ปรับเทคนิคเข้ากับน้ำหนักใหม่
  • มีความมั่นใจสูงในการชกแต่ละยก

ในไนท์นี้ ด่วน99 ยังได้รับโบนัสจากทาง RWS เป็นจำนวนเงินถึง 350,000 บาท ซึ่งเขากล่าวว่า “รู้สึกดีใจมาก ขอบคุณทีมงาน RWS ที่ให้โอกาสและความมันส์แบบนี้แก่ผม”

นอกจากนี้เขายังเปิดโอกาสให้นักชกคนอื่น ๆ เข้ามาท้าชิงแชมป์ และถ้าหากว่า “แหลมโพธิ์” ต้องการขอแก้มือ เขาก็พร้อม “ยินดีเสมอ” ด่วน99 กล่าวทิ้งท้ายในวงการมวย

ถ้าคุณเป็นแฟนตัวยงของด่วน99 หรือการชกมวยสไตล์ไทยแท้ ต้องคอยดูศึกต่อไป เพราะเขายืนยันว่าจะไม่ทำให้แฟนมวยผิดหวังแน่นอน

ที่มา – “ด่วน99” โวมั่นใจตั้งแต่ยก 2 จะเป็นแชมป์คนใหม่ ก่อนเร่งเครื่องน็อก “แหลมโพธิ์” ยก 3 รับโบนัส 3.5 แสนบาท

อาร์เซนอลกระชากตัวเอเซ่สำเร็จ! เปิดทุกกลลวงของข้อตกลง

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา สภาวการณ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเกิดความหวือหวาเมื่อ “อาร์เซนอล” สามารถสอยตัว “เอเบเรชี เอเซ่” ได้สำเร็จจาก “คริสตัล พาเลซ” ด้วยมูลค่าเบื้องต้น 60 ล้านปอนด์ รวมโบนัสสูงสุดอีก 7.5 ล้านปอนด์ ข้อตกลงที่คึกคักและเต็มไปด้วยบทซ่อนเร้นนี้ ถูกเปิดโปงอย่างละเอียดโดย James McNicholas จาก “ดิ แอธเลติก”

อาร์เซนอลกระชากตัวเอเซ่สำเร็จ

เอเซ่ เคยใกล้กับการย้ายทีมไปร่วมทัพ “ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส” อย่างมากจริงๆ จนเกือบจะถึงข้อตกลง แต่เพราะอารมณ์ผสมผสานกับความรักในสีของ “พระอาวุธ” ทำให้เขารู้สึกใช่แค่ อาร์เซนอล เท่านั้น และกลับขว้างสายสัมพันธ์ให้กลับไปยังสโมสรแห่งความทรงจำในวัยเด็ก

ทุกอย่างเริ่มตอนปลายเดือนมิถุนายน ที่ มิเกล อาร์เตตา มีการสนทนาเบื้องต้นกับ เอเซ่ ซึ่งเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ “พาเลซ” เมื่อฤดูกาลก่อน โดยทำผลงานยอดเยี่ยม 14 ประตู และ 11 แอสซิสต์ เข้าสู่ radar ของทีมในเมืองลอนดอนเหนือ แม้ว่าจะชะลอเรื่องการชักชวนไปชั่วคราว แต่กลับไม่มีวันละทิ้งความตั้งใจและแผนการภายในกลุ่มผู้บริหาร

ช่วงเวลาสำคัญแห่งประเด็นบาดเจ็บ

จุดเปลี่ยนมาตอนที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ .getAs บาดเจ็บรุนแรงที่หัวเข่า ทางฝั่งอาร์เซนอลรู้ว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาในการลังเล การเดินหน้าตลาดซื้อขายนี้เป็นความจำเป็นมากกว่าทางเลือก จึงมีการเร่งดำเนินการประชุมผู้บริหาร แลกกับซุปตาร์ของ “พาเลซ” อย่าง เอเซ่ ทันที

ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง ข้อตกลงเป็นจริง ทั้งคู่บรรลุข้อตกลงด้วยซัมรวมที่ 60 ล้านปอนด์ พร้อมเงื่อนไขส่วนตัวถูกตกลงกับตัวแทนของนักเตะ และตัวเอเซ่ลงนามในสัญญาวันที่ 4 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปี

การกลับมาอย่างภาคภูมิใจ

การวิ่งกลับมายัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ของ เอเซ่ ไม่ได้มีแค่รอยยิ้มกับแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมเต็ม “แนวรุก” ที่ต้องพึ่งผู้เล่นรายอื่นแทนเป็นฤดูกาล เขายังได้รับเสื้อหมายเลข 10 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสร้างสรรค์ จิตวิญญาณของผู้พิชิตเกมในทุกสถานการณ์

  • ค่าตัว: 60 ล้านปอนด์ + โบนัสสูงสุดอีก 7.5 ล้านปอนด์
  • สัญญา: 4 ปี พร้อมออปชั่นขยาย 1 ปี
  • ตำแหน่ง: ปีกซ้าย, กองกลางเล่นเกม
  • ผลงานเมื่อซีซั่นก่อน: 14 ประตู 11 แอสซิสต์

เอเซ่ เป็นนักเตะเพลย์เมกเกอร์ที่มีดีไซน์แนวคิดด้วยจังหวะ และเข้าใจเกมในแบบลอนดอนธำรงอยู่ข้างใน บทบาทของเขาจะเปลี่ยนแปลงในกองหน้า “แกรนิต้าร์ส” ที่ต้องตั้งใจรักษาความแน่นหนาขณะที่เพียงแค่ใช้สองคิ้วคิดส่งบอลก็เก็บสามแต้มได้

และที่สำคัญ มันไม่ใช่เพียงแค่เรื่องพาาดเท่านั้น “เอาเขามา” และ “ไว้ที่เรา” ทั้งคู่มีชัยชนะ และคู่นี้ผูกมัดด้วยความรักเดียวกัน

สำหรับใครที่หลงใหลในฟุตบอลแนวรุกพลิกโฉม เอเซ่ เตรียมฉบับใหม่ โดยอาร์เซนอล มันคือเรื่องราวของการกลับบ้านที่ไม่มีวันพูดลา

ทั้งทีม.Arse… ที่ต้องกำชัยด้วยทุกวินาที

ที่มา – ละเอียดยิบ!เปิดปฏิบัติการของ “อาร์เซนอล” ในการกระชากตัว “เอเซ่”