ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อาร์เตตาเซ็งซากา-โอเดการ์ดบาดเจ็บส่อแววอดดวลหงส์แดง

มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล แสดงความผิดหวังหลังจากที่ทีมต้องสูญเสียตัวผู้เล่นสำคัญทั้งสองรายอย่าง บูคาโย ซากา และ มาร์ติน โอเดการ์ด จากการบาดเจ็บในเกมที่พวกเขาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 5-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา การบาดเจ็บของ “ซากา-โอเดการ์ด” เริ่มส่งผลกระทบในทันที โดยมีข่าวลือว่าทั้งสองคนนี้จะพลาดเกมพบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นคิวบิ๊กแมตช์ของ “ปืนใหญ่”

อาร์เตตาเซ็งซากา-โอเดการ์ดบาดเจ็บส่อแววอดดวลหงส์แดง

“โอเดการ์ดมีปัญหาที่หัวไหล่ แน่นอนว่าเราจะต้องรอดูผลของการแสกนก่อนว่าหนักแค่ไหน และต้องพักนานหรือเปล่า ส่วน ซากา ผมยังไม่ได้คุยกับเขา แต่ถ้าเขาถูกหามขึ้นเปลออกนอกสนามมันคงดูไม่ค่อยดี เพราะเขารู้สึกเจ็บที่แฮมสตริง หลังวิ่งอย่างรวดเร็วและปะทะกับกองหลัง ผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น” อาร์เตตา กล่าว

อาการบาดเจ็บของซากาและโอเดการ์ด

จากการประเมินเบื้องต้น อาการบาดเจ็บของ “ซากา-โอเดการ์ด” เริ่มบ่งบอกถึงความรุนแรงที่อาจส่งผลต่อโอกาสในการลงสนามในเกมที่สำคัญกับ “หงส์แดง” โดยสำนักข่าวกีฬาและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ได้สังเกตจากคลิปวิดีโอต่างก็คาดว่า โอเดการ์ด อาจต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ระหว่าง 1 ถึง 4 สัปดาห์ ส่วน “ซากา” ที่มีปัญหาที่กล้ามเนื้อแฮมสตริง คาดว่าอาจต้องพักยาวระหว่าง 2 ถึง 6 สัปดาห์ หากอาการรุนแรงจริง

ผมไม่แน่ใจว่า พวกเขาทั้งคู่ต้องพักนานแค่ไหน ในขณะที่เราก็เพิ่งเสีย ไค ฮาแวร์ตซ์ ไปก่อนหน้านี้ และเรายังต้องมาเสียสองผู้เล่นคนสำคัญอีก นั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีทีมที่พร้อม” อาร์เตตาเสริม

สถานการณ์ปัจจุบันของทีม

  • ซากา เจ็บที่กล้ามเนื้อแฮมสตริง คาดพัก 2-6 สัปดาห์
  • โอเดการ์ด เจ็บที่หัวไหล่ อาจพัก 1-4 สัปดาห์
  • ทีมเพิ่งสูญเสีย ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ทีมงานแพทย์ของอาร์เซนอลจะต้องดูผลการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจนมากขึ้นสำหรับ “ซากา-โอเดการ์ด” ที่ได้รับบาดเจ็บสองรายดังกล่าว ทว่าหากข่าวคราวคาดการณ์เป็นจริง หากัปตันทีมและหัวใจสำคัญของทีมอย่าง “ซากา” จะพลาดเกมกับ “หงส์แดง” อย่างแน่นอน ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการเล่นของ “ปืนใหญ่” อย่างหนัก

ในสถานการณ์ที่ทีมประสบปัญหาหลายรายนี้นับเป็นการทดสอบจิตวิทยาของ อาร์เตตา อย่างแท้จริงด้วย เพราะต้องปรับแผนและเรียกตัวนักเตะ reserves เข้ามาลงสนามอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมรับมือกับเกมคู่แข่งสำคัญอย่างลิเวอร์พูลที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น

ภาพ AFP/gettyimages

หากคุณเป็นแฟนบอลตัวยงของ “ปืนใหญ่” อย่าลืมติดตามข่าวการฟื้นตัวของ “ซากา-โอเดการ์ด” ให้ใกล้ชิด เพราะสถานการณ์นี้น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของความสามารถในการบู๊ของทีมในช่วงหลังคว้าชัยเหนือลีดส์มาได้

ที่มา – “อาร์เตตา” เซ็ง “ซากา-โอเดการ์ด” บาดเจ็บ ส่อแววอดดวล “หงส์แดง” สัปดาห์หน้า

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย น.ส.ชญาภา สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในกระบวนการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่าง เป็นธรรม รวดเร็ว และครอบคลุม โดยให้ความสำคัญกับการไม่ให้ใครตกหล่น

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยมองว่าการดำเนินการด้านการเยียวยาในสถานการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ค่อนข้างมีรายละเอียดและซับซ้อนมากกว่ากรณีที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติธรรมชาติทั่วไป โดยเฉพาะในเรื่องของกลไกการชดเชย การพิจารณาสิทธิ และความเสียหายที่เกี่ยวข้องทั้งด้านบุคคลและทรัพย์สิน

พรรคเพื่อไทยติดตามเคสอย่างใกล้ชิด

จากสถานการณ์ดังกล่าว พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญในการช่วยประสานงานกับภาครัฐ เพื่อให้กระบวนการเยียวยาเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมและทั่วถึง พร้อมทั้งการติดตามกรณีที่อาจมีความล่าช้า หรือขาดการเยียวยาให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องใช้การประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด ทั้งจากหน่วยงานรัฐ การเคลื่อนไหวของชุมชน และการตรวจสอบข้อมูลความเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแม้จะซับซ้อน แต่ถือว่าจำเป็นต่อการให้ความช่วยเหลือที่แท้จริงแก่ประชาชนที่ประสบเหตุการณ์ดังกล่าว

พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเยียวยาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเยียวยาเบื้องต้น การชดเชยความเสียหายในระยะยาว รวมถึงการดูแลด้านสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในช่วงฟื้นฟูหลังปะทะ

เวลาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าความช่วยเหลือในกรณีนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของค่าใช้จ่ายหรือความเสียหาย แต่มีมิติของความยุติธรรมและความเมตตาต่อชีวิตของผู้คน ที่อาจต้องใช้การวางแผนระยะยาวในการเยียวยาผลกระทบจากปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังเป็นบทเรียนสำคัญในการจัดการกับสถานการณ์แนวชายแดนในอนาคต

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ หรือมีผู้ใกล้ตัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ติดต่อช่องทางการร้องเรียนที่เปิดให้บริการจากทั้งภาครัฐ หรือติดต่อพรรคเพื่อไทยเพื่อขอความช่วยเหลือและคำแนะนำในการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของตนเอง

การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา คือเรื่องที่ต้องได้รับการใส่ใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในระยะสั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวที่อาจกระทบต่อชีวิตและการดำรงอยู่ของชุมชนในพื้นที่ชายแดน

ที่มา – ‘เพื่อไทย’ ชี้ การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ซับซ้อนกว่าภัยธรรมชาติ

‘ป่อเต็กตึ๊ง’ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพในจ.นครศรีธรรมราช

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตครัวเรือนที่มีภาวะยากจนในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและภาคีเครือข่ายในการจัดโครงการ ป่อเต็กตึ๊ง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวน 33 ครัวเรือน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 760,000 บาท

ป่อเต็กตึ๊ง มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ

ในการดำเนินการในครั้งนี้ นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เป็นประธานในพิธีอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิฯ พร้อมทั้งหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนที่จัดให้มีการบริการสุขภาพฟรีแก่ประชาชนในพื้นที่ เช่น การตรวจรักษาทั่วไป การคัดกรองเบาหวานและการวัดสายตา รวมถึงจัดกิจกรรมนันทนาการและแจกของแจกพิเศษ สร้างความสุขและความอบอุ่นให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย

โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ยากจน

โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมอบโอกาสทางอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนเพื่อให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โครงการดำเนินในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ระยะที่ 1: ดำเนินใน 17 จังหวัดของภาคกลาง จำนวน 98 ครัวเรือน
  • ระยะที่ 2: ดำเนินใน 17 จังหวัดภาคเหนือ จำนวน 230 ครัวเรือน
  • ระยะที่ 3: ดำเนินใน 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 485 ครัวเรือน
  • โครงการพิเศษช่วยเพื่อนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย จำนวน 57 ครัวเรือน

รวมจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 870 ครัวเรือน ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มากกว่า 17 ล้านบาท ทั้งนี้นอกจากการให้อุปกรณ์ประกอบอาชีพ ยังส่งเสริมให้ความรู้การบริหารจัดการและทักษะพื้นฐานในการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับครัวเรือนและชุมชน

การดำเนินโครงการด้วยหัวใจเพื่อสังคมของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไม่เพียงช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนให้ความสำคัญกับภารกิจทางสังคม การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ที่ต้องการมากที่สุดอย่างแท้จริง

หากคุณต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย ลองเริ่มจากการสนับสนุนหรือเป็นอาสาสมัครกับองค์กรดี ๆ อย่าง ‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ แล้วคุณจะเห็นความแตกต่างที่เกิดขึ้นในทุกชีวิตที่เราช่วยกันสร้างขึ้น

ที่มา – ‘ป่อเต็กตึ๊ง’ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนใน จ.นครศรีธรรมราช

กาชาดระยอง-PTTLNG บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือสังคม

เมื่อเร็วๆ นี้ กาชาดระยอง-PTTLNG ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่มีความหมายอย่าง “บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือสังคม” โดยมีผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) ร่วมด้วยจิตอาสาจากบริษัทคู่ค้า หน่วยงานข้างเคียง และภาคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

กาชาดระยอง-PTTLNG สร้างคุณค่าให้กับสังคม

จากกิจกรรมนี้มีผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตจำนวน 130 คน ซึ่งสามารถรวบรวมโลหิตได้ถึง 48,000 ซีซี จำนวนโลหิตที่ได้รับบริจาคจะนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนที่ต้องการโลหิตในจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นการช่วยกันอย่างเป็นรูปธรรมในระดับท้องถิ่น

ความตั้งใจที่ชัดเจนภายใต้ CSR ระยะยาว

กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเฉพาะกิจ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึง ความตั้งใจของ PTTLNG ในการดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการพัฒนาคุณค่าให้กับสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะภายใต้แนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่เน้นการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยึดมั่นที่จะทำให้เกิดประโยชน์จริงแก่สังคมท้องถิ่น

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ไม่เพียงแค่การจัดหาโลหิตให้กับโรงพยาบาลท้องถิ่น แต่ยังเพื่อส่งเสริมให้พนักงานและชุมชนมีจิตอาสาต่อสังคม และเปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วมในเชิงบวก เพื่อสร้างชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีน้ำใจแก่กัน

  • รวมพลังจิตอาสากว่า 130 คน
  • รวบรวมโลหิตได้กว่า 48,000 ซีซี
  • เป้าหมายเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลในพื้นที่ระยองและใกล้เคียง
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้าน CSR และความรับผิดชอบต่อสังคม

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจาก “กาชาดระยอง-PTTLNG บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือสังคม” ไม่เพียงแค่ต่อให้แก่ผู้ป่วย แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนในสังคมหันมาใส่ใจและมีส่วนร่วมต่อความต้องการของชุมชน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในกิจกรรมเช่นนี้ จึงถือเป็นรูปแบบหนึ่งของมรดกทางสังคมที่มีคุณค่า

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการส่งเสริมสังคมให้ดีขึ้น เราเชื่อว่าการมีจิตอาสามาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมแบบนี้ จะช่วยให้ชีวิตของคุณและผู้อื่นมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

ที่มา – ‘กาชาดระยอง-PTTLNG’ จัดกิจกรรมบริจาคโลหิต ร่วมสร้างคุณค่าเพื่อสังคม

ทีมม้า’หา-คุม-กด-ส่งบอส’ แฉยุทธวิธีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับตัว

ยุคหลังโควิดและปัญหารบในแดนไกล ดูเหมือนว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” จะปรับตัวจนกลายเป็นโครงข่ายที่ฉลาดและซับซ้อนขึ้นมาก โดยเฉพาะยุทธวิธีการหา “บัญชีม้า” ควบคุม แล้วไปกดเงินส่งต่อบอสชาวต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นวิธีที่ใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน

ทีมม้า’หา-คุม-กด-ส่งบอส’ แฉยุทธวิธีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับตัว

จากการปฏิบัติการของ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมหน่วยเฉพาะกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า การหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ของมิจฉาชีพไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใด กลับเพิ่มความซับซ้อน ทั้งในกลไกการฟอกเงินและการแอบอ้างตัวตนหลากหลาย

ระบบบัญชีม้า เปลี่ยนเป็น ‘หา-คุม-กด-ส่งบอส’

ผู้สืบสวนระบุว่า ขบวนการหลอกลวงในยุคปัจจุบันแบ่งหน้าที่ย่อยละเอียด ตั้งแต่การ หา บัญชีม้าผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น โฆษณาบน Facebook ว่าถูกปิดการเชื่อมต่อข้ามแดน ต้องการคนเปิดบัญชี พร้อมสัญญาว่าจะได้เงินเปอร์เซ็นต์

จากนั้นจะมีผู้ คุม คนหลัก เช่น _signed-influencer_ หรือมือขวาของบอส คอยดูแลบัญชีม้า และมีหน้าที่พาไป กด เงินที่ธนาคาร พร้อมลงนามในเอกสารหรือกด OTP เพื่อยืนยันตัวตนแทน

เมื่อได้เงินมาแล้วก็จะมีเครือข่ายนำส่งให้ผู้ ส่งบอส โดยตรง ซึ่งมักเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศจีน ที่มีการควบคุมระดับสูงและเป็นฝ่ายออกคำสั่งให้กลุ่มในประเทศไทย “แนวทางใหม่ของกลุ่มมิจฉาชีพคือ ไม่วิ่งไปเปิดบัญชีที่พรมแดนอีกต่อไป แต่วางระบบภายในประเทศอย่างเป็นระบบแทน” พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เผย

แผนฟอกเงินเปลี่ยนรูปแบบหลอกลวง

ปัจจุบันการฟอกเงินผ่านบัญชีม้ามีลักษณะชัดเจนว่า จะมีการทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อง่ายขึ้น โดยแอบอ้างจากหน่วยงานราชการ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ หรือใช้แอปพลิเคชันไลน์ อ้างว่าได้คืนเงินจากสินค้าเสียหาย เพื่อให้เหยื่อโอนซ้ำ

  • ดึงบัญชีม้าโดยหลอกโยบาย “ติดขบวนการปิดพรมแดน”
  • สัญญาให้รายได้ 3-5% จากจำนวนเงินที่ถอน
  • แต่สุดท้าย บัญชีม้ามักถูกออกหมายจับ

อย่างในคดีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมขบวนการ 6 คน ซึ่งร่วมกันกลุ่ม “หา-คุม-กด-ส่งบอส” โดยบัญชีม้าชาวไทยได้รับเงินครั้งละ 1,000-2,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่สามารถตามติดได้จากธุรกรรมธนาคาร และตามเส้นทางไลน์ขึ้นไปจนถึงบอสชาวจีน 2 คน

อีกกรณีในจังหวัดเชียงราย มีผู้เสียหายโอนเงินกว่า 2.7 ล้านบาท เพื่อ “ขอคืนเงิน” จากจีนคอมเมอร์ซ แต่กลับถูกใช้บัญชีม้าในระบบที่ซ้ำซ้อน ไม่ว่าจะเป็นมิจฉาชีพขับรถ หรือเป็นผู้สั่งการผ่านแอป

ถึงจะได้เงิน แต่โทษหนัก!

แม้ ทีมม้า’หา-คุม-กด-ส่งบอส’ จะแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนและเป็นระบบ แต่ความจริงผู้เปิดบัญชีม้าและผู้ร่วมขบวนการล้วนมีความเสี่ยงทางกฎหมายสูง

ข้อหาที่อาจยื่นมา ได้แก่ ฉ้อโกง ซ่องโจร ร่วมมือฟอกเงิน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น เซึ่งมีโทษจำคุกถึง 10 ปี พร้อมปรับสูง

ในขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สร้างวอร์รูมระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กสทช. และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อติดตามและยุติวงการ“แก๊งคอลเซ็นเตอร์”

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่อยู่ตรงนี้: อย่าเชื่อบริการ “ง่ายเกินไป” เพราะ “ของฟรีไม่มีในโลก” ถ้าไม่แน่ใจ อย่าคุย อย่าโอนเงิน และอย่าเปิดบัญชีให้ใครเด็ดขาด

ที่มา – ทีมม้า’หา-คุม-กด-ส่งบอส’ แฉยุทธวิธีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับตัว

ฟิลิปปินส์ประณามจีนซ้อมรบ ฉีดน้ำใส่เรือใกล้แนวสันดอนพิพาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ว่านายกิลแบร์โต ทีโอโดโร รมว.กระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ กล่าวว่า กองกำลังยามฝั่งจีนจัดการซ้อมรบบริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง และมีการฉีดน้ำมายังซากเรือรบ บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร ซึ่งมีกองทหารฟิลิปปินส์ประจำการอยู่ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ฟิลิปปินส์ประณามจีนซ้อมรบ ฉีดน้ำใส่เรือใกล้แนวสันดอนพิพาท

รัฐมนตรีของฟิลิปปินส์กล่าวว่า จีนดำเนินกิจกรรมทางทหารในพื้นที่ซึ่ง “อ้างกรรมสิทธิอย่างเลื่อนลอย” โดยเป็นการ “อาศัยข้อมูลที่บิดเบือน” ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าวิตกกังวล แต่ยังสมควรถูกประณามด้วย เนื่องจากถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ฟิลิปปินส์ประณามจีนซ้อมรบ

แนวสันดอนโธมัสที่สอง มีชื่อเรียกชื่อหนึ่งว่า แนวสันดอนเหรินอ้าย ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ เป็นพื้นที่พิพาทซึ่งฟิลิปปินส์ จีน บรูไน มาเลเซีย และเวียดนามต่างอ้างสิทธิ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือฟิลิปปินส์ประจำการนาวิกโยธินชุดเล็กบนเรือ บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร ของสหรัฐ ซึ่งเกยตื้นในบริเวณนี้ เมื่อปี 2542 เพื่อตอบโต้การอ้างกรรมสิทธิของจีน

ที่มา – ฟิลิปปินส์ประณามจีนซ้อมรบ ฉีดน้ำใส่เรือใกล้แนวสันดอนพิพาท

ชนินทร์ รุ่งแสง ตั้งข้อเขมร อย่าเนรคุณ ลั่นไทยดูแลหนีตายกว่า 10 ปี

ล่าสุด นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ผ่าน Facebook สื่อสารถึงสถานการณ์ในอดีตที่คนไทยร่วมมือกับโลกในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ด้วยข้อความว่า “เขมร อย่าเนรคุณ” สะท้อนให้เห็นถึงคุณธรรมและความเป็นมนุษยธรรมของไทยที่ไม่ลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านในช่วงวิกฤต

เขมร อย่าเนรคุณ ไทยเคยเปิดพรมแดนกว่า 10 ปี

เมื่อย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1980–1990 ประเทศไทยกลายเป็น “สะพานมนุษยธรรม” ของโลก โดยเปิดพรมแดนต้อนรับผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชากว่าล้านคน ที่หนีสงครามและความตายจากความโหดร้ายของเขมรแดง และภายหลังจากการแทรกแซงของเวียดนามในกัมพูชา

บทบาทของไทยต่อผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา

แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาผู้ลี้ภัยตามสหประชาชาติ แต่ได้แสดงออกถึงจริยธรรมระดับโลก โดยเปิดพื้นที่ชายแดนให้จัดตั้งค่ายผู้ลี้ภัยหลายแห่ง เช่น ค่ายเขาอีเหล็ก อรัญประเทศ ค่ายในสระแก้ว ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภายในค่ายมีการให้ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ ยา รักษาพยาบาล พัฒนาการด้านการศึกษา และจัดตั้งโรงเรียนเพื่อให้เด็กกัมพูชามีโอกาสเรียนรู้ แม้จะเป็นการศึกษาเบื้องต้น แต่ก็เป็นความหวังท่ามือก้าวสู่อนาคต

  • การสนับสนุนจาก UNHCR และองค์กรนานาชาติ
  • ระบบความมั่นคงที่ไทยดูแลอย่างใกล้ชิด
  • การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อลดอัตราเสียชีวิต
  • โรงเรียนในค่ายสร้างโอกาสทางการศึกษา

จนกระทั่งในปี 1991 มีข้อตกลงปารีสที่ส่งเสริมสันติภาพและการเลือกตั้งใหม่ในกัมพูชาภายใต้การดูแลของ UNTAC การส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศอย่างปลอดภัยจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้ไทยเริ่มทยอยปิดค่ายผู้ลี้ภัยในปี 1993 สื่อถึงบทบาทของไทยในฐานะผู้ดูแลที่ไม่หวังผลตอบแทน

อย่าให้โลกมองกัมพูชาเป็นคนอกตัญญู

ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน้าประวัติศาสตร์ แต่เป็นบทเรียนชิ้นสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษยธรรม ความเมตตา และคุณธรรมของไทยที่มีต่อเพื่อนบ้าน

นายชนินทร์ กล่าวเสริมว่า คนกัมพูชาไม่ควรลืมถึงบุญคุณอันยิ่งใหญ่จากประเทศไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรชั่งน้ำหนักในทุกความคิดและการกระทำต่อไทยในยุคปัจจุบัน

อย่าให้ทั่วโลกมองว่ากัมพูชาเป็น “คนอกตัญญู” ที่ลืมคุณผู้ช่วยชีวิตในช่วงวิกฤต

ที่มา – ‘ชนินทร์ รุ่งแสง’ ซัดเขมรอย่าเนรคุณ ลั่นไทยเคยดูแลเขมร หนีตายเกือบล้านคนกว่า 10 ปี

‘แข้งสวนกุหลาบ’ จับมือ 2 ลูกครึ่ง บินทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดข่าวดีสำหรับวงการฟุตบอลเยาวชนไทย เมื่อโรงเรียนนานาชาติเทร็ลล์ ร่วมกับอุทัยธานี เอฟซี โดยมี โรเบิร์ต เทร็ลล์ ประธานอะคาเดมี่ Uthai – Traill FC เป็นผู้นำ ได้ส่งนักเตะดาวรุ่งแห่งประเทศไทยเดินทางไปเปิดประสบการณ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะการบินไป ทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่หายากและเป็นก้าวสำคัญของนักเตะรุ่นเยาว์ไทยที่ต้องการก้าวขึ้นสู่เวทีโลก

‘แข้งสวนกุหลาบ’ จับมือ 2 ลูกครึ่ง บินทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย

นักเตะที่ได้รับโอกาสในการเดินทางครั้งนี้ ได้แก่ นายปุญญภพ ขุนศรี ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย พร้อมด้วย 2 ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ อย่าง อังเดร เคลย์ตัน และ รูเบน เคล์ตัน ทั้งสามมีโอกาส ทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย กับทีมดัง FC ViON Zlaté Moravce ซึ่งเป็นสโมสรในลีกทู ของสโลวาเกีย ทีมที่ถือว่ายังมีชื่อเสียงและประสบการณ์อันดับต้น ๆ ของประเทศ

เปิดโอกาสฝึกซ้อมในยุโรป เพื่อเตรียมรับฤดูกาล 2025-26

การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการทดสอบฝีเท้าเท่านั้น แต่นักเตะยังได้ร่วมฝึกซ้อมกับนักเตะท้องถิ่นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล 2025-26 โดยมีกำหนดการเปิดตัวนักเตะใหม่พร้อมเต็มที่ในการแข่งขันสำคัญ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากโค้ชของสโมสร ทั้งยังมีโอกาสได้เรียนรู้วัฒนธรรมฟุตบอลยุโรปตลอดจนการใช้ชีวิตในต่างแดน ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง

ทั้งนี้ นักเตะได้ออกเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2568 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในไทยกับสโมสรฟุตบอลในต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะไทยได้เรียนรู้ และเติบโตในระดับนานาชาติ ไม่เพียงแค่เรื่องของฝีเท้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจิตวิทยา ทัคติก และระบบการเล่นที่แตกต่างจากในประเทศไทย

เส้นทางของเยาวชนไทยสู่เวทีโลก

สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับเป็นการยกระดับทุนทางฟุตบอลให้กับเยาวชนไทยอย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างฟุตบอลไทยกำลังมุ่งเน้นการส่งออกความสามารถของนักเตะไปสู่ตลาดนานาชาติ การ ทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่อาจนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะหากนักเตะสามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองให้脱颖而出 (โดดเด่น) มากยิ่งขึ้น

รวมถึงการมีตัวตนของลูกครึ่งอย่าง อังเดร เคลย์ตัน และ รูเบน เคล์ตัน ที่มีทักษะระดับสากลมาผสมผสาน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรมนุษย์ด้านกีฬาในลักษณะนี้ อาจนำประเทศไทยไปสู่การมีนักเตะต่างเชื้อชาติอย่างเต็มตัวที่ต่างภูมิใจจะเป็นตัวแทนของทีมชาติไทยในอนาคตอันใกล้

เรียกได้ว่าการพัฒนาผู้เล่นรุ่นเยาว์ต้องวางรากฐานที่ดี และการส่งนักเตะ ‘แข้งสวนกุหลาบ’ จับมือ 2 ลูกครึ่ง บินทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย เป็นยุทธศาสตร์อันชาญฉลาดที่รอคอยผลตอบแทนในระยะยาว มิใช่เพียงแค่ความสำเร็จในปัจจุบันเท่านั้น

นี่คือบทใหม่ของฟุตบอลไทยที่มุ่งก้าวไกล ไม่วางเพียงแค่ในประเทศไทย แต่มุ่งสู่เวทีนานาชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘แข้งสวนกุหลาบ’ จับมือ 2 ลูกครึ่ง บินทดสอบฝีเท้าทีมสโลวาเกีย

อีตั้น จัดขบวนรถครบพร้อมตอบโจทย์ใช้งาน

อีตั้น กรุ๊ป ผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมนำเข้าสำหรับครอบครัวและผู้บริหาร พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร นําโดย พีรศุษม์ ตันติยันกุล กรรมการผู้จัดการ และ อัจฉรีย์ ตันติยันกุล ผู้อํานวยการฝ่ายขายและการตลาด เตรียมลุยงานโชว์ใหญ่กลางปี ด้วยแคมเปญ อีตั้น จัดขบวนรถครบพร้อมตอบโจทย์ใช้งาน ในงาน BIG MOTOR SALE 2025 ที่สนามไบเทค บางนา

อีตั้น จัดขบวนรถครบพร้อมตอบโจทย์ใช้งาน

งานนี้ อีตั้น กรุ๊ป จัดเต็มทั้งในด้านรถยนต์คุณภาพหลากหลายรุ่น และบริการพิเศษราคาสุดคุ้มในแคมเปญ “ETON BIG DEAL” ที่สุดของความคุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์เฉพาะของลูกค้าทั้งในกลุ่มรถยนต์ MPV, MINI MPV และ SUV พร้อมสิทธิพิเศษสุดพรีเมียมมากมาย

สิทธิพิเศษจากรถทุกคันที่จองในงาน

  • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟรีค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี
  • ฟรีเคลือบแก้ว นาน 5 ปี
  • ฟรีบริการช่วยเหลือ 24 ชม. นาน 5 ปี
  • รับฟรีชุดแต่ง Black Pearl ของแท้จากญี่ปุ่น
  • อุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ และเพิ่มราคาให้อีกสูงสุด 50,000 บาท

กลุ่ม MPV – ตอบโจทย์คนอยากได้รถใหญ่หรู

ด้วย New Alphard 40 Hybrid 2.5 X รถตู้ MPV รุ่นไฮบริด ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมความสะดวกสบายสูงสุด เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการสัมผัสความหรูหราในราคาที่เข้าถึงง่ายเพียง 2.99 ล้านบาท และยังได้รับฟรีฝาท้ายไฟฟ้า ช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

กลุ่ม MINI MPV – รถครอบครัวสุดคุ้มค่า

Honda StepWGN เดินหน้าความเป็นรถครอบครัวที่ลงตัวทั้งเรื่องดีไซน์ ความประหยัด และการใช้งานที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ โดยตอบโจทย์ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.xx ล้านบาท พร้อมผ่อนสบาย เพียง 22,xxx บาท/เดือน เท่านั้น

กลุ่ม SUV – สปอร์ต แข็งแกร่ง กับดีไซน์พรีเมียม

สำหรับสายรถหรูที่รักความเป็น SUV พรีเมียมอย่าง LEXUS LX600 และ Toyota Crown Sport ก็พร้อมให้คุณเลือกแบบจัดเต็ม เริ่มต้นราคาพิเศษเพียง 12.9 ล้านบาท และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 110,000 บาท พร้อมฟีเจอร์ครบครันที่ปรับโฉมเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของใครก็ตามที่ต้องการพิเศษจริงๆ

งาน อีตั้น จัดขบวนรถครบพร้อมตอบโจทย์ใช้งาน ตอกย้ำว่าเป็นโอกาสทองในการคว้ารถยนต์คุณภาพในราคาที่คุ้มค่าที่สุด จะมีท่าทาง stylish หรือจะ practical และประหยัด พอมีอีตั้น กรุ๊ป อยู่เคียงข้าง รถดีสไตล์ดี คุ้มทุกระดับ

งาน Big Motor Sale 2025 เปิดให้ชมและสัมผัสรถยนต์ทุกรุ่นตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคม 2568 ที่ฮอลล์ 103 ไบเทค บางนา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการอีตั้น กรุ๊ป ทั้ง 3 สาขาทั่วประเทศ

เลือกอีตั้น กรุ๊ป คือเลือกความมั่นใจในคุณภาพ บริการ และราคาที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดยานยนต์นำเข้าสำหรับทุกครอบครัว

ที่มา – อีตั้น จัดขบวนรถครบพร้อมตอบโจทย์ใช้งาน

ชาวบ้านวังมะนาว สืบสานประเพณีประกวดวัวพันธุ์ไทย

ในยุคที่การพัฒนาสายพันธุ์สัตว์และสืบสานประเพณีเป็นสิ่งสำคัญ ชาวบ้านชุมชนวังมะนาว อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและเกษตรกรรมอย่างน่าสนใจ นั่นคือ การประกวดวัวพันธุ์ไทยสวยงาม ซึ่งเป็นการจัดงานประจำปีที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้เลี้ยงวัวพันธุ์ไทยเกิดความรักในการดูแลสัตว์ มีความสามัคคี และมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้แก่กันภายในชุมชน

งานนี้ถือเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมของชาวนาภาคกลาง ที่กำลังสูญหายไปจากการเปลี่ยนแปลงของยุคเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมไว้ไม่มากนัก ชาวบ้านชุมชนวังมะนาวจึงร่วมมือกันรักษาระเบียบประเพณีดั้งเดิมไว้

ชาวบ้านวังมะนาว สืบสานประเพณีประกวดวัวพันธุ์ไทย

สำหรับกิจกรรมประกวดวัวในครั้งนี้มีการแบ่งประเภทการประกวดออกเป็นทั้งหมด 12 รุ่น ได้แก่

  • พ่อพันธุ์
  • แม่พันธุ์
  • วัวลานใหญ่
  • วัวลานกลาง
  • วัวลานเล็ก
  • รุ่นวัวทะโมน
  • รุ่นสาวใกล้เชิง
  • ตัวเมียเล็ก
  • ตัวผู้เล็ก
  • ตัวเมียจิ๋ว
  • ตัวผู้จิ๋ว
  • วัวขี้เหร่

แต่ละรุ่นมีเกณฑ์การตัดสินที่เข้มงวด และพิจารณาจากลักษณะทั้งภายนอกและภายในของวัว เพื่อคัดเลือกให้ได้วัวที่มีคุณภาพที่สุด เพื่อให้สามารถนำไปสืบสานสายพันธุ์ในอนาคต

รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมจากการเลี้ยงวัว

นายเชิงชาย พลับพิบูลย์ ผู้จัดงานได้เปิดเผยว่า การประกวดวัวพันธุ์ไทยสวยงามนี้ไม่ใช่เพียงการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของประชาชนในพื้นที่ซึ่งช่วยส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมที่มีคุณค่า และเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเกษตรกรให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

“เราอยากให้ชาวบ้านมีความรักในการดูแลวัว ดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเอง แล้วก็อยากให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาวัวไทยให้ดีขึ้น ชุมชนวังมะนาวนี้ถือเป็นหนึ่งในชุมชนที่ยังรักษาประเพณีการจัดประกวดวัวไว้ ซึ่งในตอนนี้ก็มีเพียง 5 จังหวัดในภาคกลางเท่านั้นที่ยังทำกันอยู่” นายเชิงชายกล่าว

นอกจากการประกวดแล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมสนับสนุนอื่น ๆ เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงฝีมือของชาวบ้าน และการบริโภคอาหารท้องถิ่น ซึ่งช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวและผู้ประกอบการในพื้นที่อีกด้วย

การจัดงานประกวดวัวพันธุ์ไทยสวยงามสื่อให้เห็นถึงจิตสำนึกในการรักษาสิ่งดี ๆ ของชาติ และการร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม การสร้างความภู pride และความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำ และสิ่งที่มรดกทางวัฒนธรรมที่ผ่านมาคือสิ่งที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และเป็นตัวอย่างที่ดีในการรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ต่อไป

หากท่านมีโอกาสแวะเวียนไปยังพื้นที่ราชบุรีโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลชุมชนวังมะนาว อย่าลืมแวะชมการประกวดวัวพันธุ์ไทยที่สวยงาม และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกจากบรรพบุรุษ สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สิ่งดี ๆ ของชาติไว้อย่างยั่งยืน

ที่มา – ชาวบ้านชุมชนวังมะนาว จัดประกวดวัวพันธุ์ไทยสวยงาม สืบสานประเพณี แลกเปลี่ยนความรู้