ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ต่อมเผือกกระตุก! ดร.ตฤณห์ โพสต์ลอย ๆ “เป็นใครไม่รู้ แต่ต้องติดคุก”

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้แก่สาธารณชนอย่างมาก โดยข้อความระบุว่า “อย่าปล่อยให้คนชั่ว ลอยนวล” และ “เป็นใครไม่รู้แหละ รู้แต่ต้องติดคุก” ข้อความนี้ทำให้ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสงสัยอย่างล้นหลาม

ต่อมเผือกกระตุก! ดร.ตฤณห์ โพสต์ลอย ๆ “เป็นใครไม่รู้ แต่ต้องติดคุก”

ทันทีที่ข่าวการโพสต์ของดร.ตฤณห์เผยแพร่ออกไป โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นเวทีแห่งการอภิปรายอย่างหนาแน่น โดยมีความคิดเห็นจากผู้ใช้งานมากมาย เช่น “ขออนุญาตใส่ใจ”, “หมายถึงใครคะ”, “ห๊ะ กันอีกรอบแน่คืนนี้”, และ “ต่อมเผือกกระตุกเลยค่ะอาจารย์” เป็นต้น

ความจริงเบื้องหลังข้อความลึกลับ

หลายกลุ่มพยายามจะถอดความหมายจากถ้อยคำของดร.ตฤณห์เพื่อค้นหาว่าใครคือคนที่ถูกกล่าวถึง บางคนถึงกับทายว่าอาจมีชื่อของบุคคลที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้เกี่ยวข้องด้วย แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ ความจริงยังคงเป็นปริศนา ขณะที่ผู้คนจับตาดูการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของท่าน

  • ความตื่นตัวจากทวิตเตอร์ถึงเน็ต: หลายคนตั้งคำถามกับข้อความลึกลับของดร.ตฤณห์
  • การตอบสนองจากสาธารณะ: มีการแสดงความคิดเห็นทั้งสนุกสนานและจริงจัง
  • การคาดเดาคำตอบ: ทั้งที่บอกว่าโผล่ชื่อคนดังจนถึงข่าวลือที่ไม่เป็นทางการ

ในโลกของสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย การโพสต์บางอย่างของผู้มีอิทธิพลอย่างดร.ตฤณห์ มักกลายเป็นหัวข้อใหญ่เสมอ และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น สิ่งที่เราควรตั้งตารอคือ คำตอบที่แท้จริงของประโยค “เป็นใครไม่รู้ แต่ต้องติดคุก” และว่ามันจะนำไปสู่ผลกระทบทางสังคมอย่างไร

ทั้งนี้ ข้อความจากดร.ตฤณห์ก็ยังคงปลุกเร้าความสนใจของสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในประเด็นที่ควรติดตามในช่วงนี้อย่างยิ่ง

หากคุณอยากรู้ว่าความจริงคืออะไร อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะประเด็นนี้อาจพัฒนาไปอีกหลายทิศทาง

ที่มา – ต่อมเผือกกระตุก! ดร.ตฤณห์ โพสต์ลอย ๆ “เป็นใครไม่รู้ แต่ต้องติดคุก”

‘นายกฯอิ๊งค์’ ไม่ถอดใจ ศาล รธน.ตัดสินปมคลิปเสียง 29 ส.ค.

สถานการณ์การเมืองยังคงเคลื่อนไหวเข้มข้น เมื่อวันที่ 29 ส.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) จะมีคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา โดยมีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 36 คน ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยว่า น.ส.แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม จนควรถอดถอนจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรค 1 (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5)

‘นายกฯอิ๊งค์’ ไม่ถอดใจ ศาล รธน.ตัดสินปมคลิปเสียง 29 ส.ค.

หลังจากผ่านการไต่สวนเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญให้คู่กรณียื่นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายในวันที่ 25 ส.ค. และมีกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 ส.ค. เวลา 15.00 น. ด้วย ความเห็นส่วนตัวของตุลาการแต่ละท่านสามารถเตรียมได้เพียง 1 วัน ทำให้คาดกันว่าผลคำวินิจฉัยอาจไม่ล่าช้า

การเมืองลุ้นทุกมติ

ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ มีหลายเสียงออกมาวิเคราะห์ว่า น.ส.แพทองธาร อาจมีความเคลื่อนไหวลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 ส.ค. อย่างไรก็ตาม “นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีข่าวการลาออกของนายกฯ และยืนยันว่านายกฯจะต่อสู้จนถึงคำวินิจฉัยโดยศาล

ด้าน “นายสมชาย แสวงการ” อดีต สว. กล่าวว่าหากศาลตัดสินว่า แพทองธาร ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตจริง ๆ เป็นไปได้ว่าผลคำวินิจฉัยจะมีมติ 9 ต่อ 0 ทำให้สิ้นสุดบทบาทนายกฯ ทันที แม้จะยื่นอุทธรณ์ก็ไม่สามารถกลับมาได้อีก

ทั้งนี้ แม้ น.ส.แพทองธาร จะรอดจากคำตัดสินศาล ท่าทีของพรรคเพื่อไทยก็ยังยืนยันว่าเธอจะบริหารประเทศต่อจนครบวาระ แต่นายสมชายกล่าวว่า “ประเทศไม่รอด” หาก แพฯ ยังอยู่ต่อในตำแหน่งหลังเกิดวิกฤติความเชื่อมั่นเช่นนี้

ปมที่ดินเขากระโดง และความโปร่งใสของ รฟท.

ขณะเดียวกันการตรวจสอบของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 19-21 ส.ค. ก็ยังเป็นอีกประเด็นที่ติดตามได้ โดยเจ้าหน้าที่พบว่าพื้นที่จริงมีขนาด 4,414 ไร่ แทนที่จะเป็น 5,083 ไร่ ตามระวางแผนที่เดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้มีอำนาจที่ออกโฉนดให้กันกลับไปกลับมาในช่วงที่ใกล้เลือกตั้ง ซึ่งอาจเข้ากรณีการออกโฉนดโดยมิชอบ และอาจเป็นคดีพิเศษ

  • พื้นที่ตรวจสอบพบสิ่งปลูกสร้างทับทางสาธารณใช้
  • มีประชาชนยื่นร้องขอความเป็นธรรมกว่า 300 ราย
  • เร่งตรวจสอบการทำนิติกรรมอำพรางในโฉนด
  • มีความเสี่ยงต่อการเป็นคดีพิเศษตามกฎหมาย

ทั้งนี้หากพบความผิดจริง ดีเอสไออาจได้รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ ซึ่งรวมถึงความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและฟอกเงิน จึงต้องรอดูว่าจะมีการพิสูจน์ข้อมูลใดเพิ่มเติมจากฝ่ายโต้แย้ง

สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้มีปัญหาแค่ด้านการเมือง แต่ส่งผลถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่ต่ำลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา การบริหารงานของรัฐบาล และมารยาททางสภาฯ ที่หลายครั้งถูกกล่าวว่าหลบหนีการพิจารณาของฝ่ายค้าน

กระทั่งกรณี “นายไชยา พรหมา” รองประธานสภาฯ ซึ่งปิดการประชุมก่อนเจาะประเด็นเอ็มโอยู 43-44 ทำให้ “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์การกระทำว่าฝ่าฝืนการตกลงภายในสภา และเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ

การเมืองไทยตอนนี้กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่ใหญ่ ไม่ว่าจะจากการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หรือการขุดเจาะข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้นำ ทุกอย่างล้วนมีผลต่อน้ำหนักเสียงของรัฐบาลและการรับรู้ของประชาชน หากไม่มีความชัดเจนและโปร่งใส ความเสียหายอาจยืดยาวเกินกว่าที่จะควบคุม

เดือนสิงหาคมนี้ คือเดือนที่ตัดสินอนาคตทางการเมืองของภาครัฐในประเทศไทย

ที่มา – ‘นายกฯอิ๊งค์’ ไม่ถอดใจ 29 ส.ค. ศาล รธน.ตัดสินปมคลิปเสียง

‘หลวงพ่ออลงกต’ เปลี่ยนแค่ชื่อเดิม ปี 52 เลขบัตรประชาชนไม่เปลี่ยน

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ “กรมการปกครอง fanpage” ได้โพสต์ข้อความชี้แจงเกี่ยวกับกรณี ‘หลวงพ่ออลงกต’ เปลี่ยนแค่ชื่อเดิม ปี 52 เลขบัตรประชาชนไม่เปลี่ยน ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณะอย่างมาก ทางกรมการปกครองได้ออกมาชี้แจงข้อมูลอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ความเข้าใจในกรณีนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

‘หลวงพ่ออลงกต’ เปลี่ยนแค่ชื่อเดิม ปี 52 เลขบัตรประชาชนไม่เปลี่ยน

จากการตรวจสอบในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร พบว่า หลวงพ่ออลงกต ในช่วงแรกมีชื่อว่า เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว จากนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น อลงกต พูลมุข อย่างไรก็ตาม เลขประจำตัวประชาชนของท่านไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ข้อมูลการขอทำบัตรประจำตัวประชาชนยังคงเป็นของบุคคลเดิม ซึ่งมีรูปถ่ายของหลวงพ่ออลงกตในทุกครั้งของการทำรายการ

ชื่อเปลี่ยน แต่เลขไม่เปลี่ยน

จุดสำคัญที่หลายคนอาจสงสัยคือ แม้ชื่อจะเปลี่ยนไป แต่เลขบัตรประชาชนยังคงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเรื่องปกติภายใต้กฎหมาย เพราะเมื่อบุคคลหนึ่งเปลี่ยนชื่อ แต่ยังคงเป็นบุคคลเดิม เลขประจำตัวประชาชนที่เคยมีอยู่ก็จะยังคงใช้ต่อไป โดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลง ระบบของกรมการปกครองรองรับการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ เพื่อป้องกันการใช้บัตรซ้ำซ้อนของบุคคลจริง

นอกจากนี้ สำหรับส่วนที่กล่าวถึง ใบสุทธิพระ ทางกรมการปกครองได้ชี้แจงว่า เอกสารดังกล่าวไม่ถือเป็นเอกสารราชการที่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ มีเพียงคุณค่าทางศาสนาภายในวงวัดเท่านั้น

กรณีที่เกี่ยวข้องกับนายอลงกต พลมุข

สำหรับกรณีที่มีข่าวเกี่ยวข้องกับ “นายอลงกต พลมุข” ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตแล้ว กรมการปกครองได้ยืนยันว่า มีข้อมูลการทำบัตรประจำตัวประชาชนอย่างชัดเจนของบุคคลผู้นี้ โดยมีรูปถ่ายหน้าตรงของบุคคลเดียว ไม่ได้มีการนำภาพของบุคคลอื่นมาใช้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์มากในเวลานี้ คือ การใช้เลขประจำตัวประชาชนของผู้เสียชีวิตในการเปิดบัญชีพร้อมเพย์ โดยเชื่อมโยงกับกองทุนอาทรประชานาถ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ธนาคารพาณิชย์ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

เพื่อความชัดเจน ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับฝ่ายส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง โทร. 0 2791 7983

จากกรณีนี้ เราควรเรียนรู้ว่า การเปลี่ยนชื่อตัวหรือนามสกุลอาจไม่ได้แปลว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวตน และในทางราชการ เลขบัตรประชาชนเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญยิ่งต่อการยืนยันตัวตนของแต่ละบุคคล

ที่มา – ‘หลวงพ่ออลงกต’ เปลี่ยนแค่ชื่อเดิม ปี 52 เลขบัตรประชาชนไม่เปลี่ยน

ตึงนิ้ว ขยับแล้วติด สัญญาณเตือน ‘โรคนิ้วล็อก’

วันนี้ “เดลินิวส์” ขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ โรคนิ้วล็อก ซึ่งมีสัญญาณเตือนชัดเจนที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้นิ้วในการทำงานเป็นเวลานาน อาการเริ่มต้นของโรคนี้คือความตึงบริเวณโคนนิ้ว ถ้าคุณสังเกตว่าตัวเองขยับนิ้วแล้วติด หรือมีแรงต้าน นั่นอาจเป็นสัญญาณหนึ่งของ โรคนิ้วล็อก ที่เริ่มลุกลาม

ตึงนิ้ว ขยับแล้วติด สัญญาณเตือน ‘โรคนิ้วล็อก’

อาการนิ้วล็อก เริ่มต้นมักจะไม่รุนแรง ไม่เจ็บปวดอย่างชัดเจน แต่ความตึงตรงโคนนิ้วจะค่อย ๆ ลุกลาม จนกระทั่งนิ้วเริ่มดีดกลับไม่สุด เป็นคล้าย ๆ สปริงงอ ไม่สามารถเหยียดนิ้วได้ลื่นไหลตามปกติ ปัญหานี้หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจกลายเป็นปัญหาเรืรังในระยะยาว

หากไม่รักษาจะส่งผลอย่างไร?

อาการ นิ้วล็อก อาจจะหายเองได้หากพักผ่อนและปรับพฤติกรรม แต่หากไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้กล้ามเนื้อและเอ็นนิ้วเกร็งมากขึ้น เกิดอาการปวดเรื้อรัง หรือถึงขั้นกลับงอตัวเองไม่ได้เสียเลย ซึ่งจะกระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก

ดังนั้น หากคุณสังเกต อาการนิ้วล็อก ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ควรเริ่มจากการพักผ่อนนิ้วเป็นระยะ หลีกเลี่ยงการกำสิ่งของแน่นนาน ๆ และหมั่นบริหารนิ้วตัวเอง พร้อมทั้งเลือกใช้อุปกรณ์เสริม เช่น เมาส์ ergonomic หรือเครื่องบีบมือฝึกแรง

วิธีป้องกันและบริหารนิ้วเพื่อหลีกเลี่ยงอาการนิ้วล็อก

การฝึกกล้ามเนื้อบริเวณมือสามารถช่วยลดความตึงเครียดของเอ็นนิ้วได้ดี ด้วยการกำลูกบอลนิ่ม หรือใช้หนังยาง ในการบริหารนิ้วเป็นประจำ ทั้งยังเพิ่มแรงจับและความยืดหยุ่นของข้อนิ้วได้อีกด้วย

  • กำลูกบอลนิ่ม ๆ โดยบีบและคลายซ้ำ ๆ ระหว่างพัก
  • ใช้หนังยางเพื่อฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนิ้ว
  • แช่น้ำอุ่นหรือฟาราฟินเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
  • หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วเวลาตึงเครียด

นิ้วล็อกกับข้ออักเสบรูมาตอยด์ต่างกันอย่างไร?

โรคนิ้วล็อก มักเกิดบริเวณโคนนิ้วมือมากกว่า ขณะที่ข้ออักเสบรูมาตอยด์ จะส่งผลทั้งบริเวณข้อนิ้ว และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น เข่า ข้อเท้า หรือไหล่ ซึ่งอาการทั้งสองยังต้องใช้วิธีการวินิจฉัยและรักษาที่แตกต่างกัน

การรักษาและการฟื้นฟูอาการนิ้วล็อก

หากเห็นสัญญาณ ตึงนิ้ว ขยับแล้วติด อย่าเพิ่งปล่อยให้อาการลุกลาม การฝึกและพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากอาการค่อนข้างรุนแรง อาจต้องพิจารณาการรักษาเชิงรุก เช่น

  • การอัลตราซาวน์เพื่อลดการอักเสบ
  • การใช้เลเซอร์ เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟู
  • การฝังเข็ม เพื่อคลายแรงตึงของเอ็น

หากคุณกำลังเผชิญกับความตึงของนิ้ว หรืออาการนิ้วล็อก อย่ารอให้ถึงขั้นล็อกจริง ๆ ควรดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตและทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว

อย่าลืมว่า ร่างกายของเราคือเครื่องมือในการใช้ชีวิต หากดูแลได้ดี ก็จะยืนยาว และสุขภาพดีได้นาน

ที่มา – ใครมีอาการแบบนี้บ้าง!… ตึงนิ้ว ขยับแล้วติด สัญญาณเตือน ‘โรคนิ้วล็อก’

อาร์เตตาแฮปปี้อาร์เซนอลมีช่วงบ่ายที่งดงามหลังถล่มลีดส์5-0

มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล แสดงความแฮปปี้อย่างสุดซึ้งหลังที่ทีม “ปืนใหญ่” สามารถเปิดบ้านถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปอย่างสบายเท้า 5-0 ในเกมเปิดฤดูกาลศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมกับขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนได้อย่างน่าตื่นตา

อาร์เซนอลชนะอย่างสุดมันส์ในเกมเปิดบ้าน

เกมนี้ อาร์เซนอล โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ควบคุมเกมได้เต็มพิกัด จนสามารถกดประตูใส่ ลีดส์ ได้ถึง 5 ลูก ซึ่งถือว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ยอดเยี่ยมสำหรับฤดูกาลใหม่ โดยผลงานส่วนใหญ่มากับ วิคตอร์ โยเคเรส และ ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ที่ซัดคนละ 2 ประตู ส่วนอีก 1 ตุงมาจากรองเท้าของ บูคาโย ซากา

ทีมชุดใหญ่มีผลงานโดดเด่นในเกมนี้

มิเกล อาร์เตตา กล่าวภายหลังเกมว่า “เราต้องการการเปิดบ้านแบบนี้ตั้งแต่เกมแรก เราแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ และควบคุมเกมในบ้านได้อย่างยอดเยี่ยม ทุกคนมีส่วนร่วม และบรรยากาศในสนามก็สุดยอดตั้งแต่เริ่มต้น”

“มีหลายไฮไลท์มากมายในวันนี้ เช่น วิคตอร์ โยเคเรส ที่ทำประตูแรกได้ 2 ลูก ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ที่กลับมาฟิตเต็มหลังพักยาว และยิ่งไปกว่านั้นคือการปรากฏตัวของคริสเธียน มอสเกรา ที่ลงสนามเป็นนัดแรกในฤดูกาลนี้”

“แน่นอนว่าไฮไลท์ที่น่าจดจำที่สุดของวันนี้คือแม็กซ์ ดาวแมน ที่วัยเพียง 15 ปีก็ได้ลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ และเขามีการแสดงที่ดีมาก มันเป็นช่วงบ่ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลย ถ้าหากไม่นับจากการบาดเจ็บของ มาร์ติน โอเดการ์ด และ บูคาโย ซากา ที่เกิดขึ้นในเกมนี้” อาร์เตตาเสริม

  • วิคตอร์ โยเคเรส ทำประตูได้ 2 ลูกในเกมนี้
  • ยูร์เรียน ทิมเบอร์ กลับมาฟิตและทำ 2 ประตูเช่นกัน
  • บูคาโย ซากา ทำไปอีก 1 ประตูขึ้นนำ
  • แม็กซ์ ดาวแมน อายุเพียง 15 ปี ได้ลงสนามนัดแรก

สำหรับเกมนี้ถือเป็นการส่งข่าวดีของ อาร์เซนอล อย่างมาก หลังจากมีเป้าหมายที่จะต่อสู้เข้าไปในสนามในฤดูกาลใหม่นี้ด้วยความมั่นใจ และทีมก็แสดงให้เห็นว่าพร้อมจะลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่น ความลึกของทีม หรือความสดใสของนักเตะหน้าใหม่ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ทีมจ่าฝูงรายใหม่กำลังเดินหน้าขึ้นไปคว้าตำแหน่งที่ควรได้รับอย่างแท้จริงในฤดูกาลนี้

หากคุณเป็นแฟนบอลของ “ปืนใหญ่” ห้ามพลาดติดตามทุกเกมของทีมในฤดูกาลนี้ เพราะขวัญกำลังใจเริ่มต้นอย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้ คือจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่จริง ๆ

ที่มา – “อาร์เตตา” แฮปปี้ “ปืนใหญ่” มีช่วงบ่ายที่งดงาม

ทั่วไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก 5 จังหวัดเฝ้าระวังอันตรายด่วน!

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ระบุว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังอันตรายอย่างเร่งด่วน ได้แก่ จังหวัดตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ซึ่งประชาชนในพื้นที่จำเป็นต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างสูง

ทั่วไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก 5 จังหวัดเฝ้าระวังอันตรายด่วน!

สาเหตุของฝนตกหนักในครั้งนี้เกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรง โดยพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ในหลายพื้นที่ ร่วมกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้สภาพอากาศในทุกภาคของประเทศไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงรุนแรง

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในภาคเหนือ มีฝนตกหนักบางแห่งใน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิอยู่ในช่วง 20-24 องศาเซลเซียส ส่วนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีฝนตกหนักใน จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 23-24 องศาเซลเซียส

ภาคกลางและภาคตะวันออก

สำหรับภาคกลางที่ครอบคลุม จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี สระบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ยังพบฝนตกหนักบางแห่ง องค์การสวนน้ำและพื้นที่ต่ำจึงควรเตรียมความพร้อมเผื่อเหตุน้ำท่วมขัง ส่วน จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ในภาคตะวันออก มีลมแรงความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้และกรุงเทพฯ

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 โดยเฉพาะใน จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่วนใน จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ยะลา และนราธิวาส ยังคงเจอฝนตกกระจาย อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 23-25 องศาเซลเซียส สำหรับ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ก็มีแนวโน้มฝนตกหนักในช่วงบ่ายถึงค่ำ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 23-25 องศาเซลเซียส และสามารถเพิ่มขึ้นถึง 34 องศาในช่วงกลางวัน

ทั้งนี้ พายุโซนร้อน “คาจิกิ” ซึ่งอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน ได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้ว โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งในประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในวันที่ 25–26 สิงหาคม ส่งผลให้ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่มีฝนเพิ่มมากในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม และมีลมแรงพัดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอให้ประชาชนทั่วไป ติดตามสถานการณ์และประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ฝนตกหนักและภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากการเตรียมความพร้อมคือขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ทั่วไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก 5 จังหวัดเฝ้าระวังอันตรายด่วน!

ภูมิธรรมเร่งจ่ายเยียวยา เหยื่อปะทะชายแดน 7 จว. 45 อำเภอ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภูมิธรรมเร่งจ่ายเยียวยา ให้กับเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่ 45 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อการร้ายและเหตุความไม่สงบในพื้นที่ มากระตุ้นให้ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการเยียวยาและให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง

ภูมิธรรมเร่งจ่ายเยียวยา เหยื่อปะทะชายแดน 7 จว. 45 อำเภอ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนตอนล่างของประเทศไทยคือ เหตุการณ์ปะทะ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย 45 อำเภอ ที่ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะ กระทรวงกลาโหมและหน่วยบัญชาการทหารพื้นที่ที่ 2 ได้เดินหน้าลุยตรวจสอบสถานการณ์ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเขตเทศบาลภูมิลำปี หรือพื้นที่เนิน 350 ซึ่งเป็นจุดกับดักของกลุ่มผู้ก่อการร้าย เช่น บีเอชคิว ที่มักใช้พื้นที่เหล่านี้ในการซุ่มโจมตีและวางระเบิด

การช่วยเหลือจากภาครัฐ

ในทิศทางเดียวกัน ภูมิธรรม ได้เร่งดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้กับครอบครัวเหยื่อผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะ เพื่อเป็นการเยียวยาความเดือดร้อนและเป็นการลดความตึงเครียดในพื้นที่ โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุระเบิด

  • หน่วยบัญชาการทบ. พื้นที่ที่ 1 เร่งรื้อบรรทัดหนามเพื่อลดพื้นที่ซ่อนตัวของผู้ก่อการร้าย
  • เจบีซี และจีบีซี ร่วมมือแก้ไขปัญหาผ่านการประสานงานพิเศษ
  • หน่วยข่าวกรองล้วนยันว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ลักลอบผ่านแดน

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีกรณีที่มีการ จับกุมผู้ต้องหา เกี่ยวข้องกับการค้าโสมขาวมูลค่าหลายพันล้านบาท ซึ่งเชื่อมโยงกับการฟอกเงินของแก๊งคอลเลกเตอร์ และยังมีการสืบสวนความผิดเกี่ยวกับนิติกรรมอำพรางการโอนที่ดินในพื้นที่ทะเลาะวิวาทเรื่องเขากระโดง

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนยังคงซับซ้อนและต้องการการจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียหายจากความไม่สงบในอนาคต

ดังนั้นการ จ่ายเยียวยาอย่างรวดเร็วและเท่าเทียม จากมือของภาครัฐ และการตั้งเป้าให้มีความสงบสุขในพื้นที่ เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมหวังไว้

ที่มา – เดลินิวส์ 24 ส.ค.ภูมิธรรมเร่งจ่ายเยียวยา เหยื่อปะทะ ชายแดน7จว.-45 อำเภอ

เพจหวย“เพชรกล้าเด็กชายนำโชค”ปล่อยเลขเด็ดงวด 1 ก.ย.

เพจหวยชื่อดัง “เพชรกล้า เด็กชายนำโชค” สร้างความฮือฮาให้คอหวยอีกครั้งเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้โพสต์คลิปเปิดเผย เลขเด็ด สำหรับสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2568

เพจหวย“เพชรกล้าเด็กชายนำโชค”ปล่อยเลขเด็ดงวด 1 ก.ย.

เนื้อหาในคลิปดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคอหวยที่ต่างตามหาเลขเด็ดเพื่อหวังเป็นเศรษฐีในงวดที่กำลังจะถึง

เลขเด็ดจากเพจหวยดัง

จากคลิปที่เผยแพร่ เพจหวย“เพชรกล้าเด็กชายนำโชค” ได้เผยถึง “เลขปิงปอง 38” พร้อมทั้งตัวเลขเด็ดอื่น ๆ ที่คอหวยสามารถนำไปใช้ซื้อหวยได้

  • เลขปิงปอง: 38
  • เลข 2 ตัว: 38, 83, 16, 61
  • เลข 3 ตัว: 318, 831, 163, 613

คอหวยต่างนำตัวเลขที่ได้จากคลิปไปใช้ในการเสี่ยงโชคกันอย่างคึกคัก โดยหวังว่าจะได้โชคมหาศาลในงวดที่ใกล้จะมาถึง

นอกจากจะมีการเผยแพร่ เลขเด็ดงวด 1 กันยายน แล้ว เพจยังได้รับความนิยมจากผู้ติดตามจำนวนมากที่เชื่อมั่นในเลขเด็ดในแต่ละงวด

หากคุณเป็นคอหวยตัวยง ไม่ควรพลาดโอกาสใช้ตัวเลขนี้ในการลุ้นรางวลงวดนี้

อย่างไรก็ตาม หวยเป็นการเสี่ยงโชค ควรเสี่ยงโชคอย่างมีสติและไม่ประมาท เสี่ยงโชคให้สนุก อย่าลืมควบคุมตัวเองด้วยนะคะ

ที่มา – เพจหวยชื่อดัง “เพชรกล้า เด็กชายนำโชค” ปล่อยเลขเด็ด! คอหวยแห่ซื้อตามงวด 1 ก.ย. นี้

“หมอเจด” เตือนภัย! มะเร็งช่องปากกับ HPV ผู้ชายก็เสี่ยง

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” หรือ นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ มะเร็งช่องปาก ที่อาจไม่ใช่แค่เรื่องของผู้สูบบุหรี่หรือดื่มเหล้า แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัส HPV ซึ่งผู้ชายก็เสี่ยงเช่นกัน

“หมอเจด” เตือนภัย! มะเร็งช่องปากกับ HPV ผู้ชายก็เสี่ยง

ท่านได้กล่าวถึงกรณีของนักแสดงชื่อดังอย่างไมเคิล ดักลาส ที่เคยประกาศป่วยเป็นมะเร็งช่องปากและลำคอ สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ แม้บุหรี่และเหล้าจะเป็นปัจจัยหลัก แต่เชื้อ HPV ก็เป็นตัวการสำคัญอีกตัวหนึ่งที่มีบทบาทกับทั้งผู้ชายและผู้หญิง

สาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งช่องปากและลำคอด้วย HPV

การติดเชื้อ HPV โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกิด มะเร็งช่องปาก เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้สามารถอยู่ในช่องปาก ลำคอ ทวารหนัก และอวัยวะเพศได้ ซึ่งในผู้ชายมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน จึงอาจไม่ทราบว่ากำลังเป็นพาหะแพร่เชื้อ

นอกจาก HPV แล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ช่องปากไม่สะอาด อาหารทอดหรือไหม้ เป็นต้น

  • สูบบุหรี่ → ปัจจัยหลักของการเกิดมะเร็งช่องปาก
  • ดื่มสุรา → ร่วมกับบุหรี่ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
  • ช่องปากไม่สะอาด → ฟันผุ เหงือกอักเสบ จะสร้างความเสียหายต่อเซลล์ได้
  • อาหารร้อนจัดหรือไหม้ → ทำให้เยื่อบุระคายระคายเรื้อรัง

สัญญาณเตือนที่ต้องไม่เพิกเฉย

หากมีอาการต่อไปนี้นานเกิน 3–4 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์

  • แผลในปากไม่หาย
  • มีก้อนหนา ๆ แปลก ๆ บริเวณปากหรือลำคอ
  • กลืนลำบาก หายใจไม่สะดวก เสียงแหบเปลี่ยนแปลง
  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตนาน ๆ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ มะเร็งช่องปาก ที่รักษาได้หากพบแต่เนื่อน ๆ

การป้องกันเชื้อ HPV และลดความเสี่ยง

วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสร้างมะเร็ง ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง จึงไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเพียงอย่างเดียว

และเพื่อป้องกัน มะเร็งช่องปาก ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • เลิกบุหรี่และลดการดื่มสุรา
  • รักษาสุขอนามัยช่องปากให้สะอาด
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ทอดหรือไหม้บ่อย ๆ
  • ไม่กินของร้อนจัดเกินไป
  • ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง
  • รับวัคซีน HPV ตามคำแนะนำของแพทย์

สุดท้าย “หมอเจด” ฝากไว้ว่า มะเร็งช่องปากและลำคอ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะใครก็มีโอกาสเสี่ยง โดยเฉพาะจากเชื้อ HPV ดังนั้นการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและการฉีดวัคซีนถือเป็นการป้องกันที่สำคัญที่สุด

ที่มา – “หมอเจด” เตือนภัย! ไม่ใช่แค่บุหรี่-เหล้า “มะเร็งช่องปาก” สัมพันธ์ “HPV” ชี้ผู้ชายก็เสี่ยง

สะเทือนใจ! รวบแก๊งตัดไม้หวงห้ามกลางสวนยาง

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ สั่งการให้ชุด ปทส.กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ นำโดย ร.ต.อ.ปราโมทย์ เที่ยงธรรม หัวหน้าชุด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวเชด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตชด.214 และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ได้เข้าปฏิบัติการตรวจสอบพื้นที่ในสวนยางพาราด้านทิศใต้ บ้านหนองหลวง หมู่ 4 ต.อาโพน อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

สะเทือนใจ! รวบแก๊งตัดไม้หวงห้ามกลางสวนยาง

ผลจากการดำเนินการ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายเพิ่ม แก้วสว่าง อายุ 47 ปี และนายธนดล คำฝอย อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นชาวอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยการตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ไม้ชิงชัน 2 ท่อน ปริมาตร 0.14 ลูกบาศก์เมตร ประเมินมูลค่าที่ 35,000 บาท, ไม้พะยูง 2 ท่อน ปริมาตร 0.03 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 58,000 บาท และไม้พะยูงที่ผ่านกระบวนการแปรรูป 22 ท่อน มีปริมาตรรวม 0.401 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นเงิน 158,000 บาท

มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 250,000 บาท

สิ่งของที่ยึดได้ทั้งหมดมีมูลค่าความเสียหายกว่า 250,000 บาท โดยรวมถึงเครื่องมือการตัดไม้มากมาย ที่ใช้ในการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484

โดยในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาทั้งสอง ฐานร่วมกันแปรรูปไม้หวงห้าม ครอบครองไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันซ่อนเร้นหรือจำหน่ายไม้ที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้คุมตัวผู้ต้องหา พร้อมกับของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บัวเชด เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

เหตุการณ์เช่นนี้เตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพราะไม้หวงห้ามอย่างชิงชัน และพะยูง ถือเป็นไม้หายากที่หากสูญหายไปแล้วจะยากต่อการฟื้นฟู ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศป่าไม้ของประเทศไทยอีกด้วย

หากทุกภาคส่วนรวมมือกันดูแล ป่าไม้จะไม่สูญหาย และหากมีการกล้าหาญรายงานพฤติกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะช่วยยับยั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก

ที่มา – สะเทือนใจ! รวบแก๊งตัดไม้หวงห้าม ชิงชัน-พะยูงกลางสวนยาง ยึดอื้อ 26 ท่อน มูลค่ากว่า 2.5 แสน