ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนน ‘กู้ภัย’ ใจดีช่วยหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล

เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กลายเป็นเรื่องราวที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ความน่าประทับใจไม่ได้เกิดจากคำพูดที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นจากการกระทำเล็กๆ ที่มีน้ำใจและแสดงถึงความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนน ‘กู้ภัย’ ใจดีช่วยหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล

เหตุการณ์ที่สร้างกระแสในโลกโซเชียลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “คำนวน เกตุแก้ว” ได้แบ่งปันเรื่องราวการช่วยเหลือหญิงที่ใกล้คลอดท่ามกลางรถติดบนถนน โดยเปิดใจผ่านข้อความว่า “สวัสดีครับ กลางทางเราก็ให้บริการครับผม หญิงใกล้คลอดโทรขอความช่วยเหลือระหว่างทาง”

ความเอื้ออาทรในยามฉุกเฉิน

เมื่อคลิปถูกโพสต์ไป ทำให้หลายคนรู้สึกประทับใจ เพราะปรากฏว่าในขณะที่กำลังพาผู้ป่วยรายอื่นไปโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด รถยนต์ติดบนถนนอย่างหนัก เธอขอความช่วยเหลือเพื่อไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่จึงโทรหาญาติของผู้ป่วยเป้าหมายเดิมเพื่อขออนุญาต ได้รับคำตอบว่า “ขึ้นได้” จากนั้นจึงรีบพาหญิงท้องแก่ขึ้นรถและเดินทางไปโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนถึงน้ำใจและความร่วมมือบนท้องถนนของคนไทยอย่างแท้จริง

เหตุการณ์เช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย แต่พวกเขายังมีหัวใจที่เอื้ออาทรและพร้อม伸出 มือช่วยเหลือทุกชีวิตที่ต้องการให้ความช่วยเหลือ

ในฐานะผู้ใช้สื่อสังคม ความประทับใจในเหตุการณ์นี้จึงแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มีผู้คนๆ หนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า

“นี่แหละคือแบบอย่างของคนดีบนท้องถนน จำเป็นต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่เหล่านี้จริงๆ”

การใส่ใจและการช่วยเหลือผู้อื่นในยามฉุกเฉินเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นและความอบอุ่นให้กับสังคมของเรามากมาย การมีจิตสำนึกและน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คือสิ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ดังนั้นควรสนับสนุนและชื่นชมเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แม้ในยามปกติก็ยังไม่เคยคาดคั้นว่าจะเกิดเหตุการณ์ประเภทใดขึ้น ก็ยังยืนหยัดทำงานเพื่อประชาชนอย่างไม่หวาดเสีย

ด้วยความขอบคุณอย่างลึกซึ้ง เราขอเชิญชวนทุกคนให้ช่วยกันแชร์เรื่องราวเหล่านี้ เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่กลางอากาศร้อนและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

ที่มา – เรื่องราวอบอุ่นใจกลางถนน ‘กู้ภัย’ ใจดีช่วยหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล

สโคป พร้อมศรี แคมเปญจองวันไหน ได้ค่าเช่าทันที เอาใจนักลงทุนไฮเอนด์

โครงการ สโคป พร้อมศรี (SCOPE Promsri) คอนโด Low-rise Residence ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ระดับโลก ตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพสูงในซอยสุขุมวิท 49 หนึ่งใน “ทำเลทองคำ” ที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน โดยรอบโครงการคือสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช, EM District และแหล่งไลฟ์สไตล์ลักซ์ชัวรีย่านทองหล่อ-พร้อมพงษ์ ทำเลที่ยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว จึงเป็นที่จับตามองของนักลงทุนจำนวนมาก

สโคป พร้อมศรี แคมเปญจองวันไหน ได้ค่าเช่าทันที เอาใจนักลงทุนไฮเอนด์

ตอกย้ำความนิยมในการลงทุน โครงการ สโคป พร้อมศรี สามารถทำยอดขายได้กว่า 75% และอัตราผู้ซื้อเพื่อปล่อยเช่าสูงถึง 65% สะท้อนศักยภาพในรายได้จากเช่าระยะยาวล่าสุดโครงการเปิดแคมเปญ “จองเมื่อไหร่ ได้ค่าเช่าเมื่อนั้น” ที่มอบโอกาสให้นักลงทุนเริ่มรับผลตอบแทนทันทีหลังจอง เพียง 14 วัน และรับค่าเช่าต่อเนื่องนาน 1 ปีเต็ม

สิทธิพิเศษกว่า 460,000 บาท พร้อมการันตีรายได้เดือนละ 29,000 บาท

แคมเปญ สโคป พร้อมศรี แคมเปญจองวันไหน ได้ค่าเช่าทันที ยังมอบสิทธิประโยชน์รวมสูงสุดกว่า 460,000 บาท โดยผู้ลงทุนจะได้รับค่าเช่าเริ่มต้นเดือนละ 29,000 บาท ถัดจากนั้นโครงการยังมีบริการดูแลแบบโรงแรม ตั้งแต่การจัดการห้องพักไปจนถึงการหาผู้เช่าที่เหมาะสม อีกทั้งยังตกแต่งห้องพักอย่างครบครันด้วยเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Ligne Roset และเครื่องใช้ไฟฟ้า Miele มูลค่ากว่า 890,000 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับนักลงทุนที่ต้องการปล่อยเช่าทันที

ทำเลของสโคป พร้อมศรี คือจุดแข็งที่ทำให้โครงการเป็นแหล่งลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่มองหาทำเลฟรีพรีเมียม ที่มีกลุ่มผู้เช่าต่างชาติและความต้องการสูงอย่างต่อเนื่องในย่านทองหล่อและพร้อมพงษ์ นอกจากนี้ โครงการยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า BTS เสริมความสะดวกในการเดินทาง อย่างแน่นอน

สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสสร้างรายได้ผ่านอสังหาริมทรัพย์ หรือนักลงทุนที่ต้องการห้องพักสไตล์ลักซ์ชัวรี สโคป พร้อมศรี ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งในแง่ของทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก และศักยภาพในการปล่อยเช่าแบบยาว-term

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และชมห้องตัวอย่างได้ที่
โทร. 02 028 9788
เว็บไซต์: https://scopecollection.com/residences/scope-promsri

ที่มา – “สโคป พร้อมศรี” ส่งแคมเปญ “จองเมื่อไหร่ ได้ค่าเช่าเมื่อนั้น” เอาใจนักลงทุนไฮเอนด์

แม่ทัพภาค 2 จัดพาคณะทูตฯ ดูจุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด

สำหรับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ ได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งภาครัฐและสาธารณชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีผู้แทนจากประเทศภาคีของ Ottawa Convention จะเดินทางมาเยือนพื้นที่เพื่อศึกษาและรับฟังสรุปการทำงานของหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 2

แม่ทัพภาค 2 จัดพาคณะทูตฯ ดูจุดทหารไทยเหยียบกับระเบิด

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ทางการทหารได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มรูปแบบในการต้อนรับคณะทูตจากต่างประเทศ เพื่ออธิบายเหตุการณ์และแสดงให้เห็นถึงพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ทหารไทยถูกทุ่นระเบิดซึ่งพบว่ามีลักษณะเป็นการวางเพื่อก่อการร้ายโดยกองกำลังจากกัมพูชาภายในพื้นที่ไทย

การเตรียมความพร้อม และระบบเฝ้าระวัง

พลเอก บุญสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่บางส่วนที่ยังอยู่ในภาวะเสี่ยง ทางทหารได้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเฝ้าระวัง เช่น การใช้โดรนในการตรวจจับล่วงหน้า แทนการส่งกำลังพลเข้าไปลาดตระเวนโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ในการค้นหาทุ่นระเบิด

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งรั้วหนามและอุปกรณ์ป้องกันตามแนวเขตแดน ร่วมกับใช้กล้องวงจรปิดเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว ขณะเดียวกันก็มีการหารือและติดต่ออย่างใกล้ชิดกับทางการกัมพูชาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อตกลงร่วมกันในการจัดการพื้นที่ร่วมกันอย่างปลอดภัย

แนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต

แม่ทัพภาค 2 ได้เปิดเผยว่า แนวทางในอนาคตจะมุ่งไปที่การลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางพรมแดน โดยเฉพาะในส่วนของเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความยาวถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งการใช้เทคโนโลยีร่วมกับความร่วมมือจากชุมชนในพื้นที่ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันภัยคุกคามทุกประเภทในอนาคต

เป็นที่น่าสนใจว่า รัฐบาลในระดับสูงจะพิจารณาขยายแนวทางนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ อย่างไร รวมถึงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังแบบบูรณาการในพื้นที่อ่อนไหวต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ทหารไทยมีความพร้อมมากขึ้นในการป้องกันภัยและช่วยรักษาความสงบสุขในภูมิภาค

แม่ทัพภาค 2 ยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคือภัยคุกคามที่มีการวางแผนและจงใจวางระเบิดจากฝ่ายอื่น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และประเทศไทยไม่ควรปล่อยให้เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำได้อีก อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านสามารถเดินหน้าต่อยอดในแนวทางการร่วมมืออย่างเป็นมิตรเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันได้

การที่คณะทูตจากนานาชาติลงพื้นที่ศึกษาเรื่องนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงให้โลกเห็นถึงความตั้งใจของไทยในการรักษาความเป็นกลางและการรักษาความปลอดภัยของประชาชน

เราหวังว่าผลการระดมความคิดเห็นในครั้งนี้จะนำไปสู่แนวทางการบริหารพื้นที่อย่างยั่งยืน และลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติการทางทหารในอนาคต จะเป็นแนวทางอย่างไร ลองติดตามกันต่อไปในรายงานและรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากคุณเป็นผู้ที่ติดตามเหตุการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือสนใจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่เสี่ยงทุ่นระเบิด อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดทุกรายละเอียดที่สำคัญในการรักษาความสงบสุขในภูมิภาค

ที่มา – ‘แม่ทัพภาค 2’จัดให้พา‘คณะทูตฯ’ดูจุดทหารไทยเหยียบกับระเบิดพรุ่งนี้

คอหวยตาลุก! “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” โพสต์เลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด”

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุถึงการได้รับเลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด” ซึ่งเป็นที่รู้จักในแวดวงสายหวยของเมืองไทย ทันทีที่ข้อความถูกเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นกระแสทันทีในโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มคอหวยที่ต่างตามมากันเป็นจำนวนมาก

คอหวยตาลุก! “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” โพสต์เลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด”

สำหรับเลขที่ “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” ได้เผยให้เห็นในโพสต์ดังกล่าว มีทั้งเลขท้ายสองตัวและเลขเต็มสามตัว ซึ่งคอกิจกรรมลุ้นโชคชะตาอย่างคอหวยต่างพากันนำไปตีความและเลือกซื้อหวยรัฐบาลกันอย่างคึกคัก ตัวเลขที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโพสต์ครั้งนี้ ได้แก่ 872, 827, 728 และ 287 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีความน่าเชื่อถือตามประสบการณ์ของเหล่าเซียนหวยจอมลุ้น

เหตุผลที่คอหวยให้ความเชื่อถือ “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย”

มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” เป็นศิลปินลูกทุ่งที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น พร้อมกับมีประวัติการให้เลขเด็ดที่ถูกหวยในงวดก่อน ๆ อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้แฟน ๆ ไม่เพียงแค่ชื่นชอบในเสียงเพลงของเขา แต่ยังให้ความเชื่อถือในเรื่องลอตเตอรี่เช่นกัน ซึ่งในครั้งนี้ การที่ได้รับเลขจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด” เข้ามาเสริมความมั่นใจให้กับคอหวยทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ข่าวดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในทันที

  • เลขเด็ดในโพสต์: 872
  • เลขเด็ดในโพสต์: 827
  • เลขเด็ดในโพสต์: 728
  • เลขเด็ดในโพสต์: 287

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงของ “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” หรือเป็นคอหวยตัวยง โพสต์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองที่ нельзяมองข้าม เพราะตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นกุญแจสู่รางวัลใหญ่ในงวดนี้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม การซื้อหวยยังคงเป็นความเสี่ยงที่ทุกคนควรตั้งสติก่อนลงทุนเสมอ

ติดตามข่าวสารวงการหวยและศิลปินแนวหน้าของเมืองไทยได้ที่เว็บไซต์ของเรา พร้อมรับข้อมูลเลขเด็ดจากดาราดังทุกสัปดาห์

ที่มา – คอหวยตาลุก! “มนต์สิทธิ์ คำสร้อย” โพสต์เลขเด็ดจาก “อาจารย์พ่อหล่อที่สุด”

น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย ผู้เสียชีวิตเกินครึ่งร้อย

น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ภัยพิบัติที่สร้างความสูญเสียอย่างหนักในพื้นที่ เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่หมู่บ้านโชสิติในเขตคิชต์วาร์ รัฐชัมมูร์และกัศมีร์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 56 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 50 คน

น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย

รายงานจากสำนักงานมุขมนตรีรัฐชัมมูร์และกัศมีร์ระบุว่า เหตุเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ประชาชนไม่ทันตั้งตัว แม้เจ้าหน้าที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่ผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ยังคงรุนแรง โดยมีข้อมูลว่าอาจมีผู้สูญหายเพิ่มเติมอีกถึง 80 คน

สภาพอากาศและคำชี้แนะจากรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ได้สั่งการอย่างเร่งด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับแนวโน้มว่าฝนจะตกหนักเพิ่มเติมในช่วงอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไปแล้ว

เหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่พื้นที่ใกล้เคียงในรัฐอุตตราขัณฑ์ประสบน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในช่วงต้นเดือน มีรายงานว่าผู้เสียชีวิตอาจสูงถึง 70 ราย แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นผลจากภัยธรรมชาติครั้งดังกล่าวเพียงอย่างเดียว

  • จำนวนผู้เสียชีวิต: อย่างน้อย 56 ราย
  • ผู้บาดเจ็บ: ประมาณ 50 คน
  • ผู้สูญหาย: ประมาณ 80 คน
  • พื้นที่ประสบภัย: หมู่บ้านโชสิติ เขตคิชต์วาร์ รัฐชัมมูร์และกัศมีร์

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย สะท้อนให้เห็นว่าความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่อาจเข้าถึงความช่วยเหลือได้ยาก ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือชุมชนท้องถิ่น จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดความรุนแรงของเหตุการณ์ภัยพิบัติในอนาคต

หากคุณมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ลองแบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก และสนับสนุนข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณะ

ที่มา – น้ำท่วมฉับพลันที่หมู่บ้านในแคชเมียร์ฝั่งอินเดีย ผู้เสียชีวิตเกินครึ่งร้อย

ม.นครพนม คัดเลือกทีมฟุตบอล ‘สุภาพบุรุษกันเกรา’ ลุยศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ได้เดินทางมาให้กำลังใจนักกีฬาฟุตบอลจากมหาวิทยาลัยนครพนม ในการคัดเลือกทีมฟุตบอลเป็นวันแรก เพื่อเตรียมลุยศึกแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ม.นครพนม คัดเลือกทีมฟุตบอล ‘สุภาพบุรุษกันเกรา’ ลุยศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51

การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51 จะแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น และรอบมหกรรม ‘อินทนิลเกมส์’ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 19 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเวทีระดับประเทศที่นักกีฬามหาวิทยาลัยทั่วประเทศต่างตั้งตารอ

การคัดเลือกครั้งนี้มีนักศึกษาสมัครร่วมกว่า 80 คน

ภายใต้ชื่อทีม ‘สุภาพบุรุษกันเกรา’ การคัดเลือกในครั้งนี้มีนักศึกษาจากทุกชั้นปีสมัครเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก โดยมีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาตัวแทนที่ดีที่สุดของมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภาคและระดับประเทศ

นอกจากนี้ โครงการยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในด้านกีฬา และสามารถต่อยอดไปสู่อาชีพในวงการฟุตบอลได้ เช่น การเข้าร่วมสโมสรฟุตบอลอาชีพ ‘NPU นครพนม ยูไนเต็ด’ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ

โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายหลักของมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมให้นักศึกษาเลือกทำกิจกรรมที่ตนเองรัก เพื่อเสริมสร้างทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ลดความเสี่ยงจากปัญหาสังคม เช่น การออกกลางคัน ปัญหาสุขภาพจิต หรือแม้แต่ปัญหายาเสพติด

นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือ เพื่อสร้างความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจ หรือความรู้ทางวิชาการ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะสังคมของนักศึกษาอีกด้วย

ด้วยความตั้งใจที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาในทุกด้าน การเข้าร่วมกีฬาอย่างฟุตบอลจึงไม่ใช่เพียงการเล่นเพื่อความสนุก แต่เป็นโอกาสในการฝึกฝน พัฒนา และเติบโตในแนวทางที่มีคุณภาพ

หากคุณเป็นนักศึกษาที่หลงใหลในฟุตบอลหรือกีฬาใด ๆ อย่าลืมเข้าร่วมกิจกรรมในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาตนเองในทุกด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และทักษะสังคม

ที่มา – ม.นครพนม คัดเลือกทีมฟุตบอล “สุภาพบุรุษกันเกรา” เตรียมลุยศึกกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 51

อยุธยาและยุติธรรมจังหวัด เปิดสวน “ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เฉลิมพระเกียรติฯ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา ได้จัดโครงการ “สวนร่วมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายวรชัย บุตรรดาบุตร ผู้อำนวยการทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

อยุธยาและยุติธรรมจังหวัด เปิดสวน “ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เฉลิมพระเกียรติฯ

โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียจำนวนกว่า 24 ไร่ ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีประโยชน์อย่างยั่งยืน เพื่อใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่ และยังเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านธรรมชาติสำหรับเยาวชนและผู้ต้องขัง

นอกจากนี้ ที่สวนร่วมใจภักดิ์ ยังวางแนวทางให้เป็นศูนย์ฝึกวิชาชีพด้านเกษตรกรรม การปลูกไม้ประดับ และพัฒนาทักษะการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถนำความรู้มาประกอบอาชีพหลังจากพ้นโทษแล้ว ช่วยลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำและสนับสนุนการเตรียมตัวกลับสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน

โครงการ อยุธยาและยุติธรรมจังหวัด เปิดสวน “ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เฉลิมพระเกียรติฯ ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งร่วมมือกันในกิจกรรมสำคัญ 5 กิจกรรมหลัก

  • กิจกรรมปลูกป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว
  • กิจกรรมเก็บขยะชายฝั่ง
  • กิจกรรมลอกคูคลองและท่อระบายน้ำ
  • กิจกรรม Green Justice ยุติธรรมพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
  • กิจกรรมอบรมให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

กิจกรรมทั้งหมดดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยเน้นการส่งเสริมให้ผู้ก้าวพลาดมีโอกาสแสดงความสำนึกผ่านกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ลดปริมาณขยะในชุมชน และพัฒนาความร่วมมือในการสร้างพื้นที่สีเขียว

การดำเนินโครงการในครั้งนี้มีเป้าหมายที่จะปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สร้างสังคมเข้มแข็ง และแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งไม่เพียงแต่มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีคุณค่าทางสังคมต่อไปในอนาคต

หากคุณสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและงานบริการสาธารณะผ่านระบบยุติธรรม โครงการ อยุธยาและยุติธรรมจังหวัด เปิดสวน “ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เฉลิมพระเกียรติฯ ถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจและควรติดตาม

ที่มา – อยุธยาและยุติธรรมจังหวัด เปิดสวน “ร่วมใจภักดิ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม” เฉลิมพระเกียรติฯ

ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก ปี 68 12-21 ธ.ค.นี้

งานเทศกาลระดับจังหวัดที่หลายคนรอคอย “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” จะกลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 12 – 21 ธันวาคม ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและมรดกโลกที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและอนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก

นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้กำหนดและสนับสนุนการจัดงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ประจำปี 2568 เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมไทย และเป็นโอกาสในการรวมพลังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของจังหวัดอยุธยา

เตรียมพบกับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

ภายในงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” จะมีกิจกรรมที่หลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม ศิลปกรรม และการแสดงทางประวัติศาสตร์ ที่จะพาผู้เข้าชมย้อนเวลากลับไปสู่สมัยกรุงศรีอยุธยาในช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุด พร้อมทั้งมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงโขน และเวทีเสวนาเชิงวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

งานนี้ไม่ได้มีแค่การเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการชิมอาหารพื้นเมืองที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทางจังหวัดได้กำหนดให้มีคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการจัดงานจากหลายหน่วยงานร่วมกันในการจัดเตรียมกิจกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและประสบความสำเร็จ

  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
  • แสดงโขน ดนตรีไทย และเวิร์กช็อปงานหัตถกรรม
  • ฟังเสวนาเชิงวิชาการเรื่องมรดกโลกอยุธยา
  • พื้นที่อาหารพื้นเมืองและของที่ระลึก

หากคุณเป็นคนรักประวัติศาสตร์ หรือสนใจในมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ การเข้าร่วมงาน “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” จะเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของอดีตกรุงเก่าที่ยังคงความงดงามไว้ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบมีคุณค่าภายในพื้นที่ UNESCO World Heritage Site

อย่าลืมบันทึกไว้ในปฏิทินของคุณว่าระหว่างวันที่ 12 – 21 ธันวาคมนี้ ให้ “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” เป็นจุดหมายปลายทางของคุณในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ที่มา – จัดยิ่งใหญ่ “ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก” ประจำปี 68 วันที่ 12 – 21 ธ.ค.นี้

รร.อนุบาลศรีสุทโธ จัดโครงการอบรมป้องกันเหตุร้าย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงเรียนอนุบาลศรีสุทโธ อำเภอเมืองบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้จัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุร้าย” ขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ครู บุคลากร และนักเรียน โดยมีนายสังคม สุวรรณชาตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้นำทีม และได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่

อบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุร้าย

กิจกรรมในโครงการ อบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุร้าย เน้นไปที่เรื่องของการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุ “กราดยิง (Active Shooter)” และเหตุอัคคีภัย โดยได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.ไพรวัลย์ อายุวงษ์ ผู้กำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 และ พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ สิทธิ รองผู้กำกับการสืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 เข้ามาเป็นวิทยากร ให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเตรียมพร้อมเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

วิธีเอาชีวิตรอดจากเหตุกราดยิง

ในส่วนของการฝึกซ้อมกรณีเกิดเหตุกราดยิง ได้เน้นแนวคิด “หนี ซ่อน สู้” ซึ่งเป็นมาตรการเบื้องต้นสำคัญ ที่ทุกคนควรมีความเข้าใจ เพื่อป้องกันและเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่หายนะ โดยนักเรียน ครู และบุคลากรโรงเรียนได้เข้าร่วมฝึกทักษะเหล่านี้อย่างจริงจัง

อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการจัด อบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุร้าย ก็คือ การรับมือกับเหตุอัคคีภัย โดยมีการสัมมนา การสาธิต และการฝึกภาคปฏิบัติจริง เช่น การใช้งานเครื่องมือดับเพลิงต่าง ๆ ซึ่งได้รับการแนะนำอย่างละเอียดจากนายทศพล อังคะปาน หัวหน้าฝ่ายป้องกันและเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองบ้านดุง

  • ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการดับไฟเบื้องต้น
  • การป้องกันสถานที่จากอัคคีภัย
  • วิธีใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการดับเพลิง
  • การฝึกซ้อมสถานการณ์เพลิงไหม้จริง

โรงเรียนยังได้จัดการฝึกซ้อมเพิ่มเติมในกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวอีกด้วย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจและเตรียมพร้อม สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนฉุกเฉินได้ถูกต้อง ทันเวลา ในสถานการณ์ใดก็ตาม โดยผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับการฝึกให้มีความมั่นใจในตนเองและมีทักษะการรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

การจัด อบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุร้าย ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่โรงเรียน นักเรียน และบุคลากรอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ทุกคนมีความตระหนักถึงอันตราย พร้อมทั้งสามารถป้องกันและรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือข้าราชการที่ทำงานในสังคมเด็ก อย่าลืมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง เพราะการเตรียมพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันอันตราย

ที่มา – รร.อนุบาลศรีสุทโธ จัดโครงการ “อบรมเชิงปฏิบัติการฝึกซ้อมแผนป้องกันเหตุร้าย”

DIB Bangkok ร่วมมือ ม.กรุงเทพ เปิดคลาสการจัดการศิลปะกับมืออาชีพระดับโลก

ในยุคที่วงการศิลปะเริ่มมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ DIB Bangkok ได้ร่วมมือกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อพัฒนาต่อยอดศักยภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรมศิลปะไทยผ่านโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้น “Art Beyond Canvas: Management in Art Industry

DIB Bangkok ร่วมมือ ม.กรุงเทพ เปิดคลาสการจัดการศิลปะกับมืออาชีพระดับโลก

งานนี้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ “Empowering Art through Collaborative Partnership” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการในวงการศิลปะ โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ นักศึกษามีโอกาสได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และฝึกงานกับพันธมิตรโครงการในประเทศไทยและต่างประเทศ

การเรียนรู้ที่ออกไปกว่าผืนผ้าใบ

โครงการ Art Beyond Canvas: Management in Art Industry เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาเฉพาะเพื่อพัฒนาศิลปินและบุคลากรในวงการศิลปะให้มีความพร้อมในระดับสากล โดยนักเรียนจะได้รับการอบรมรวมกว่า 42 ชั่วโมง และเข้าร่วมการฝึกงานไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมง ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ เช่น การจัดนิทรรศการ การบริหารโครงการศิลปะ การตลาดศิลปะ และการสร้างแบรนด์ศิลปิน

ภายในงานเปิดโครงการมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “Art as Our Shared Legacy” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่

  • ดร.มิวโกะ เตสึกะ ผู้อำนวยการ DIB Bangkok
  • คุณดุษฎี ฮันตระกูล ศิลปินร่วมสมัยไทยชื่อดัง
  • คุณประภาวดี โสภณพนิช รองประธานกรรมการบริหาร Christie’s Thailand
  • คุณ Stefano Rabolli Pansera ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Bangkok Kunsthalle

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกรุงเทพกับภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งมีหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) และองค์กรศิลปะอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จะสามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตรนี้เป็นรายวิชาเลือกในปีการศึกษา 2569 ที่กำลังจะถึงนี้

ทั้งนี้โครงการนี้ไม่เพียงเป็นการเรียนรู้ด้านศิลปะที่แยกระหว่างทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ยังเปิดโอกาสให้วงการศิลปะไทยสามารถขยายตัวและแสวงหาความร่วมมือระดับนานาชาติได้มากขึ้น เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้ก้าวไกลระดับสากล

หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลในวงการศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ การมีโอกาสเรียนรู้และฝึกฝนจากทีมงานมืออาชีพจะเป็นกุญแจสำคัญในการเป็นผู้สร้างกระแสแห่งอนาคตในอุตสาหกรรมศิลปะยุคใหม่

ที่มา – DIB Bangkok จับมือ ม.กรุงเทพ เปิดคลาสการจัดการศิลปะกับมืออาชีพระดับโลก