ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดเทศกาลน้องเหน่อ 2025

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “น้องเหน่อ” Music Festival Award 2025 ซึ่งเป็นการประกวดวงดนตรีสากลชิงแชมป์จังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี 2568 ในรอบคัดเลือก

พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดเทศกาลน้องเหน่อ 2025

กิจกรรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งจากหน่วยงานราชการ สถานศึกษา ภาคเอกชน และวงการดนตรีท้องถิ่น โดยมีนายเดชะ สิทธิสุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากหอการค้าจังหวัด ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดงาน

การแสดงแบ่งออกเป็นสองช่วง เวลาเช้าเป็นการประกวดวงดนตรีสำหรับนักดนตรีที่มีอายุไม่เกิน 19 ปี ส่วนช่วงบ่ายเป็นการประกวดวงดนตรีรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี โดยผู้เข้าประกวดต่างเตรียมโชว์ความสามารถด้านดนตรีหลากหลายแนว เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์วงดนตรีแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี

วัตถุประสงค์ของเทศกาล “น้องเหน่อ” Music Festival Award

จังหวัดสุพรรณบุรีได้วางยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างแบรนด์ “น้องเหน่อ” เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดภายใต้แนวคิด Soft Power of Suphanburi โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลักดันให้สุพรรณบุรีเป็น “เมืองดนตรีสู่สากล” ซึ่งจะไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรมแสดงศิลปะท้องถิ่น แต่ยังเป็นช่องทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมในระดับภูมิภาคและประเทศ

นอกจากนี้ การจัดงาน “น้องเหน่อ” Music Festival Award 2025 ยังมุ่งเน้นให้โอกาสแก่เยาวชนที่มีความสนใจทางด้านดนตรีให้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะของตนเองในเวทีระดับจังหวัด โดยยึดถือแนวคิด “เรียนรู้ผ่านดนตรี เติบโตผ่านศิลปะ” เพื่อสร้างพลังบวกให้กับคนรุ่นใหม่

  • มุ่งส่งเสริมเยาวชนให้มีทักษะดนตรี
  • เป็นเวทีแสดงศิลปะสำหรับวงดนตรีรุ่นใหม่
  • เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
  • ส่งเสริม “น้องเหน่อ” เป็นไอคอนของจังหวัด

งานเทศกาลจะเป็นเวทีสำคัญสำหรับวงการดนตรีในพื้นที่และยังเป็นการปลุกเร้าพลังสร้างสรรค์ของนักดนตรีรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ

หากคุณเป็นผู้ชื่นชอบดนตรีและอยากสนับสนุนศิลปะจากท้องถิ่น อย่าพลาดติดตามกิจกรรม “พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดเทศกาลน้องเหน่อ 2025” เพราะถือเป็นกิจกรรมที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในปีนี้

ที่มา – พ่อเมืองสุพรรณบุรี เปิดกิจกรรม “น้องเหน่อ” Music Festival Award 2025 ประกวดวงดนตรีสากลชิงแชมป์จังหวัดฯ

เวบบ์เผยอาจใช้ VAR เช็กใบเหลืองในอนาคต

ในวงการฟุตบอลโลก การตัดสินด้วย VAR (Video Assistant Referee) ถือเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการตัดสินที่ส่งผลต่อผลการแข่งขัน ล่าสุด ฮาเวิร์ด เวบบ์ หัวหน้าทีมผู้ตัดสินของฟุตบอลอังกฤษ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลน่าสนใจว่า อาจมีการขยายขอบเขตการใช้งานระบบ VAR ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการให้ใบเหลืองในอนาคต

เวบบ์ระบุว่า คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (IFAB) กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้ VAR เช็กใบเหลือง ที่นักเตะได้รับอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันระบบ VAR มีหน้าที่หลักเพียงแค่ในการตรวจสอบการทำประตู ลูกจุดโทษ ใบแดง และกรณีแจกใบผิดคน อย่างไรก็ตาม หากมีการเปิดทางให้ VAR เช็กใบเหลืองได้ จะทำให้การตัดสินแม่นยำขึ้นเป็นอย่างมาก

VAR เช็กใบเหลืองได้ในอนาคตจริงหรือ?

เวบบ์กล่าวว่า “เราพยายามปรับปรุงการใช้ VAR ให้สอดคล้องกับความคาดหวังของทุกฝ่ายในวงการฟุตบอลอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอล โค้ช และนักเตะ ซึ่งพอดี VAR มีมาแล้ว 7 ปี และเราก็ยังคงปรับปรุงมันต่อไป”

ปัญหาใบเหลืองที่ผิดพลาด

เขาอธิบายต่อว่า ปัจจุบันใบเหลืองที่แจกผิดบางครั้งก็ส่งผลต่อจังหวะการเล่นของทีมอย่างชัดเจน ซึ่งในทางกลับกัน หากไม่แจกใบเหลืองที่ควรแจกก็อาจส่งผลเช่นกัน “ถ้าคุณพูดถึงผลกระทบจากการแจกใบเหลืองที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องพูดถึงผลกระทบจากการไม่แจกที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน”

การตัดสินที่ต้องอาศัยภาพช้าหลายแง่มุม ย่อมมีความเสี่ยงสูงหากพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ “เราตระหนักถึงผลกระทบจากการเป่าลูกเตะมุมที่เห็นได้ชัดผ่าน replays แล้วก็มองว่าเนื่องจากมี VAR อยู่แล้ว น่าจะมีการพิจารณาเรื่องการตรวจสอบผลงานในสถานการณ์สำคัญที่ชัดเจนมากขึ้น” เวบบ์กล่าว

ถ้ามองในภาพรวม การขยายขอบเขต VAR เช็กใบเหลือง อาจเป็นก้าวสำคัญในทิศทางของการผลักดันให้การตัดสินฟุตบอลมีความยุติธรรมสูงสุด ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องใช้เวลาในการศึกษาและปรับปรุงระบบก่อนจะนำมาใช้จริง

การพัฒนาฟุตบอลในทุกด้านควรมีความสมดุลระหว่างความสนุกของเกมและการตัดสินที่เป็นธรรม การนำ VAR มาช่วยตรวจสอบใบเหลืองนั้นจึงเป็นแนวทางเชิงบวกที่ทุกคนในวงการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

ที่มา – “เวบบ์” แย้ม อาจจะใช้ “VAR” เช็กใบเหลืองได้ในอนาคต

ตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่ 2 นั้น สภาได้ให้ความสนใจกับประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะในส่วนของการก่อสร้างอาคารสำนักงานของ ศึกษาธิการ 15 จังหวัด ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 375 ล้านบาท

ตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้เสนอความเห็นว่า งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับก่อสร้างอาคารสำนักงานของศึกษาธิการ 15 จังหวัด ไม่ควรถูกนำไปใช้กับการสร้างอาคารใหม่ แต่ควรเปลี่ยนวิธีการมาเป็นการเช่าสถานที่แทน เนื่องจากเหตุผลที่ว่า โครงสร้างและบทบาทของศึกษาธิการจังหวัดอาจมีการปรับเปลี่ยนในอนาคตภายใต้ร่างกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

เหตุผลทางเศรษฐกิจและการบริหารงบประมาณ

ประเด็นสำคัญที่นายพริษฐ์นำเสนอคือความคุ้มค่าของงบประมาณ โดยอธิบายว่า การสร้างอาคาร 1 แห่งต้องใช้งบประมาณเฉลี่ย 25 ล้านบาท ซึ่งหากใช้ในการเช่าสถานที่ที่เหมาะสม ค่าเช่าประมาณ 50,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน ก็สามารถเช่าสถานที่ใช้งานได้นานกว่า 20-40 ปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่ากว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียเงินสร้างอาคารใหม่ที่ต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างและย้ายเข้าใช้เป็นเวลานาน

นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลด้านความปลอดภัย สถานที่ทำงานปัจจุบันของศึกษาธิการหลายจังหวัดมีสภาพทรุดโทรม อาจส่งความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ ดังนั้นการ ตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถย้ายเข้าไปทำงานในสถานที่ใหม่ได้รวดเร็วกว่า และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

  • งบประมาณรายจ่ายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระยะยาว
  • ความยืดหยุ่นในการบริหารสถานที่สำนักงาน

ในอีกด้านหนึ่ง การเลือกเช่าสถานที่ยังสอดคล้องกับความไม่แน่นอนในอนาคต หากหน่วยงานศึกษาธิการจังหวัดมีการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภายใต้กฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ การลงทุนสร้างอาคารแบบถาวรอาจกลายเป็นความสูญเปล่าเมื่อโครงสร้างเปลี่ยนแปลง

การเปรียบเทียบเชิงเปรียบเทียบ

นายนพริษฐ์กล่าวเปรียบเป็นคำถามกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า หากคุณมีธุรกิจและมีพนักงาน 50 คน ต้องหาที่ทำงานในต่างจังหวัด โดยไม่รู้ว่าธุรกิจจะอยู่ต่ออีก 3 ปีหรือไม่ คุณจะเลือกเช่าหรือสร้างอาคาร?

แน่นอนว่าคำตอบคือการเช่า เพราะมันตอบโจทย์ทั้งด้านความคล่องตัว ความปลอดภัย และงบประมาณ ซึ่ง การตัดงบสร้างอาคารศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นเช่าแทน เป็นตัวอย่างของความรับผิดชอบต่องบประมาณและประชาชน

ดังนั้น การพิจารณาใช้งบประมาณอย่างรอบคอบ คือการรักษาทรัพยากรของแผ่นดินไว้ใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น การบริหารแบบยืดหยุ่น ก้าวทันสถานการณ์ คือสิ่งที่ควรเห็นผลในงบประมาณของทุกกระทรวง รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการด้วย

ที่มา – ‘ไอติม’ ชงตัดงบก่อสร้างอาคารสำนักงาน ศธ.15 จ.เปลี่ยนเป็นให้เช่าเเทน

ซีพีแลนด์เล่าเรื่องแบรนด์ผ่าน AI เปิดตัว MV ฉบับเต็ม ‘Shine Like LUXRIVA’

หลังจากก่อเกิดกระแสความนิยมอย่างล้นหลามจากการปล่อยทีเซอร์เพลง Shine Like LUXRIVA เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ได้เปิดตัวมิวสิกวิดีโอพร้อมซิงเกิลฉบับเต็มของเพลง Shine Like LUXRIVA อย่างเป็นทางการ โดยเพลงนี้ขับร้องโดย CICI และ NEWS VOICE – AI Presenter แห่ง CP LAND ถือเป็นการเปิดตัวผลงานที่ผสมผสานระหว่างดนตรีที่มีเอกลักษณ์เข้มข้นและเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ จากการสร้างเนื้อร้อง ทำนอง ทำเสียง และขับร้องผ่านการจำลองด้วยปัญญาประดิษฐ์

ซีพีแลนด์เล่าเรื่องแบรนด์ผ่าน AI เปิดตัว MV ฉบับเต็ม ‘Shine Like LUXRIVA’

แนวทางนี้ของ CP LAND ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการใช้เสียงเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่อง และบูรณาการให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของโครงการ LUXRIVA RESIDENCES ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เน้นเรื่องการออกแบบอย่างล้ำค่า ความเป็นธรรมชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งทุกองค์ประกอบถูกนำมาใช้สร้างเป็นเมโลดี้ ธีม และโทนเสียงของเพลงอย่างไร้ที่ติ

ประสบการณ์เสียงที่ไม่เหมือนใคร

ผู้บริหารของ CP LAND อย่างนางศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มงานการตลาด กล่าวว่า การเลือกใช้เสียงในการสื่อสารแบรนด์ผ่านเพลงเป็นการต่อยอดกลยุทธ์ใหม่ในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรูปแบบดั้งเดิมอย่างข้อมูลหรือภาพถ่าย แต่นำเสนอผ่านประสบการณ์เสียงที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกอยู่ในขณะเดียวกัน แนวทางนี้จะสานต่อไปในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในโลกดิจิทัลและประสบการณ์จริง เพื่อให้ “คุณภาพเพื่อทุกชีวิต” ของ CP LAND สะท้อนออกมาในทุกการสื่อสาร

นอกจากนี้ การใช้ AI ในการสร้างเสียงและเนื้อหาเพลงถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Emotional AI Branding ซึ่ง CP LAND ใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการออกสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน พร้อมกับสร้าง Sound Identity พิเศษให้กับทุกโครงการในอนาคต

  • เปิดประสบการณ์เสียงใหม่ กับเพลงที่สร้างขึ้นเฉพาะจาก AI และ CICI
  • ควบคู่ไปกับประสบการณ์จริง ในหลากหลายกิจกรรมของโครงการ LUXRIVA RESIDENCES
  • สร้างความแตกต่าง บนตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีเอกลักษณ์

หากคุณยังไม่ได้ชมหรือฟังเพลง Shine Like LUXRIVA ฉบับเต็ม ก็สามารถเข้าชมผ่านช่องทางออนไลน์ของ CP LAND ได้แล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube หรือ X ทำงานศิลปะอันโดดเด่นนี้เพื่อให้ทุกคนได้รับฟังและสัมผัส ความหรูหราในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องผ่านเนื้อหาทางเทคนิคต่าง ๆ แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ที่ทั้งวิจิตรและล้ำค่าผ่านพลังของเสียง จะมีเทคนิคใดที่โดดเด่นยิ่งกว่าเมื่อเจ้าของโครงการก้าวไปข้างหน้าในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI และประสบการณ์ทางอารมณ์?

ที่มา – CP LAND เล่าเรื่องแบรนด์ผ่าน AI เปิดตัว MV ฉบับเต็ม ‘Shine Like LUXRIVA’

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จัดประชุมใหญ่ประจำปี มอบเกียรติบัตรสมาชิกดีเด่น

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จำกัด ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ณ ห้องประชุมสหกรณ์ ซึ่งมี นายพีระศักดิ์ พอจิต อดีตรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และร่วมมอบเกียรติบัตรแก่สมาชิกดีเด่น จำนวน 30 ท่าน ที่มีผลงานโดดเด่นในการทำธุรกรรมกับ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ ครบวงจร

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ เครื่องขวัญเกษตรกร

ในงานประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนสมาชิก รวมกว่า 370 คน นำโดย นายประพันธ์ มายรรยงค์ ผู้จัดการสหกรณ์ และ นายเฉลา ทองเณร ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ สรุปแนวทางการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์ไปสู่ความมั่นคงยั่งยืน

อุดมการณ์สหกรณ์ พัฒนาอย่างยั่งยืน

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ มีประวัติการจดทะเบียนยาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 และดำเนินงานมาแล้วกว่า 51 ปี โดยเน้นหลัก “เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย สร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 9,572 ครอบครัว สหกรณ์แห่งนี้ไม่เพียงให้บริการแค่ในเรื่องการเงิน เช่น รับฝากเงินหรือสินเชื่อ แต่ยังสนับสนุนเกษตรกรด้านการเกษตร การแปรรูปผลผลิต รวมถึงการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภค

สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จัดประชุมใหญ่ประจำปี
บรรยากาศในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์

นอกจากงานบริการหลัก สหกรณ์ฯ ยังปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการสนับสนุนเกษตรกรหลายโครงการ เช่น โครงการแปลงใหญ่ข้าว-ข้าวโพด โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องเป็นเวลา 9 ปี

ผลประกอบการและแผนพัฒนาสหกรณ์

สำหรับปีบัญชี 2567/68 สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์มียอดกำไรสุทธิ합สิ้นปีรวม 22,158,336.39 บาท ซึ่งจะถูกนำไปจัดสรรเป็นเงินปันผล เฉลี่ยคืน และจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนางานสหกรณ์ พร้อมทั้งเสนอแผนงานและงบประมาณปีบัญชี 2568/69 เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณาและใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนสหกรณ์ในปีถัดไป

  • ดำเนินงานมาต่อเนื่องกว่า 51 ปี
  • มีสมาชิกกว่า 9,572 ครอบครัว
  • มุ่งเสริมสร้างรายได้เกษตรกรผ่านบริการครบวงจร
  • ได้รับการตอบรับจากสมาชิกอย่างดี

การทำงานของ สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ ถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจ ไม่ใช่เพียงเรื่องการเงิน แต่ควรเป็นแนวทางสำหรับชุมชนทั่วประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง คุณภาพชีวิตดีขึ้น และเป็นมั่นคงยั่งยืน

ที่มา – สหกรณ์การเกษตรเมืองอุตรดิตถ์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี พร้อมมอบเกียรติบัตรสมาชิกดีเด่น

รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่! แม่น้ำหนึ่ง-เจ๊ฟองเบียร์-เจ๊นุ๊ก

ใครที่เป็นคอหวยตัวยง ต้องรู้จักกับ รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่ อย่างแน่นอน เพราะทั้ง “แม่น้ำหนึ่ง”, “เจ๊ฟองเบียร์888” และ “เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง” ต่างก็เป็นที่รู้จักจากความแม่นของเลขเด็ดที่ให้มาแต่ละงวด ไม่ว่าจะเป็นเลข 2 ตัว หรือเลข 3 ตัวที่น่าแทงเป็นพิเศษ

รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่! แม่น้ำหนึ่ง-เจ๊ฟองเบียร์-เจ๊นุ๊ก

งวดนี้ เราจะมาดูกันว่าแต่ละเจ้าแม่ได้ปล่อยเลขเด่นอะไรออกมาบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าคอหวยหลายคนต้องลุ้นกันเป็นพิเศษ ว่าเลขไหนจะเข้าตรงแบบเต็ม ๆ

แม่น้ำหนึ่ง เจ้าแม่เลขเด็ดชื่อดัง

เริ่มกันที่ แม่น้ำหนึ่ง ภริดา ธนโชติจินดา ผู้ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการหวย เนื่องจากเคยให้เลขเด็ดที่เข้าจริงมาแล้วหลายงวด งวดนี้ “แม่น้ำหนึ่ง” ได้เน้นเลขเด่นในหลักหน่วยเป็นเลข “2” โดยเน้นเลขสองตัว ได้แก่ 24, 28 และ 48 ส่วนสถิติสามตัวแนะนำคือ 248

อย่างไรก็ตาม แม่น้ำหนึ่งยังคงย้ำเตือนผู้เล่นเสมอว่าให้เสี่ยงโชคอย่างมีสติ และควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจในทุกการเล่น อย่าหลงเชื่อจนลืมดูแลตัวเองและครอบครัว

เจ๊ฟองเบียร์888 เจ้าแม่วิ่งเลขแม่น ๆ

ถัดมาคือ เจ๊ฟองเบียร์888 เจ้าแม่จากภาคเหนือที่ได้รับความนิยมจากแนวทางที่ลุ้นได้จริง งวดนี้เจ๊ฟองเบียร์มาพร้อมกับเลขเด่นหลัก “0” พร้อมแนะนำให้ “วิ่งรูดเลข 0-7” นอกจากนี้ยังแนะนำเลขสองตัวเด่น ๆ ได้แก่ 07, 06, 09, 04 และ 02

  • เลขเด่น: 0
  • วิ่งรูด: 0-7
  • เลข 2 ตัว: 07, 06, 09, 04, 02
  • เลข 3 ตัวที่น่าจับตามอง: 470, 902, 603

ใครชอบแนววิ่งเลข เจ๊ฟองเบียร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าและแม่นจริง ๆ อย่าลืมติดตามศาลของเธอเพื่อเปรียบเทียบแนวทางตัวเลขก่อนลงสนาม

เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง เจ้าแม่ดังจากภาคกลาง

ปิดท้ายกับ เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเจ้าแม่หวยที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย งวดนี้เจ๊นุ๊กเน้นเลขเด่นที่หลัก “0” เช่นเดียวกัน พร้อมแจกเลข 2 ตัวเด็ด ๆ แก่คอหวย ได้แก่ 03, 07, 08, 23, 28 และ 20

ตัวเลขที่เจ๊นุ๊กปล่อยออกมานั้นมักจะถูกใจคอหวยที่ชอบเล่นเลขแบบง่าย ๆ แต่แม่นแบบสบายใจ ถ้าชอบเลขแนวนี้ อย่าลืมเช็กตารางหวยของเจ๊นุ๊กก่อนลุ้นโชคในงวดนี้

ทั้งนี้ แม้เลขเด็ดจากทั้ง 3 เจ้าแม่จะมีประโยชน์ แต่ก็ขอเตือนอีกครั้งว่า ข้อมูลเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางเพื่อความบันเทิงเท่านั้น การตัดสินใจลงทุนและเสี่ยงโชคควรคำนึงถึงความรับผิดชอบของตนเองเป็นหลัก

อย่าลืมเตรียมพร้อมก่อนลุ้นหวยงวดนี้ ด้วยการวิเคราะห์แบบละเอียดและติดตามข่าวสารวงการหวยอย่างใกล้ชิด เพราะดวงเงินทองนั้นอยู่ที่เพียงเลขตัวเดียว! ลองนำเลขจากเจ้าแม่ทั้ง 3 คนนี้ไปเสี่ยงโชคอย่างมีสติดูนะครับ

ที่มา – รวมเลขเด็ด 3 เจ้าแม่! “แม่น้ำหนึ่ง-เจ๊ฟองเบียร์-เจ๊นุ๊ก” ปล่อยเลขเด่นงวดนี้ ใครจะเข้าเต็ม ๆ ต้องลุ้น

หลอกจัดแฟนมีต! แบรนด์อาหารเสริมสูญ 100 ล้านบาท

เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปี 2024 โลกโซเชียลมีเดียถูกตื่นเต้นด้วยกรณีที่เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมรายหนึ่งออกมาเปิดเผยประสบการณ์ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงที่มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 100 ล้านบาท โดยอ้างจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งศิลปินเกาหลีในประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวและสร้างความตื่นตัวในวงการธุรกิจออนไลน์อย่างมาก

หลอกจัดแฟนมีต! แบรนด์อาหารเสริมสูญ 100 ล้านบาท

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม มีความตั้งใจที่จะขยายยอดขาย โดยเล็งเห็นโอกาสจากการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว และถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมในวงการ K-pop โดยเฉพาะ

ในขณะนั้น ผู้เสียหายได้เกิดความรู้จักกับหญิงรายหนึ่ง (ใช้นามสมมติว่า A) ที่อ้างว่ามีช่องทางและสามารถจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งกับไอดอลเกาหลีระดับดังได้ ด้วยความไว้วางใจ ทั้งสองจึงได้ทำข้อตกลงกันไว้ว่า หากทำการตลาดไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ต้องจ่ายค่าเสียหายในจำนวนเงินเท่ากัน

โอนเงินรวมเกือบ 100 ล้านบาท

จากนั้น ‘A’ ได้ส่งแผนการที่ดูสมเหตุสมผลมาให้ ซึ่งมีการแจ้งว่า ต้องชำระค่าใช้จ่ายผ่านบริษัทของไอดอลเกาหลี บริษัทในเกาหลี และบริษัทของตนเอง รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 97 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงได้ดำเนินการโอนเงินไปตามที่ระบุไว้ทั้งหมด

แต่เมื่อถึงวันจัดงาน กลับไม่มีไอดอลเกาหลีใดมายังประเทศไทย และยังไม่มีการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้งเกิดขึ้นเลย เจ้าของแบรนด์จึงเริ่มรู้ตัวว่าตนอาจถูกหลอก โดยพยายามติดต่อตามข้อตกลง ทวงถามเงินคืน และตรวจสอบความถูกต้องของรายละเอียดที่เคยให้ไว้

อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือใดๆ จึงทำให้ผู้เสียหายต้องเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ปัจจุบันคดียังอยู่ในสถานะชั้นพนักงานสอบสวน ทว่าทางผู้กล่าวหาเชื่อว่าพวกเขา “ดำเนินคดีไม่ได้”

ภายหลังจากการเปิดเผย ผู้เสียหายแจ้งว่าตนทราบจากข้อมูลของเพจโหนกระแสว่า ‘A’ รายดังกล่าวเคยสร้างความเสียหายในลักษณะเดียวกันกับผู้อื่นอีกหลายราย โดยมีผู้เสียหายหลายคนที่ขาดทุนนับสิบหรือร้อยล้านบาท ขณะที่ผู้เสียหายรายนี้ถือว่าเสียหายหนักที่สุด

ด้วยความอยากรู้ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจออกมาเปิดเผยข้อมูล เพื่อเตือนภัยและเป็นบทเรียน ไม่ให้ใครพลาดตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากกรณีนี้คือ การที่ธุรกิจสนใจใช้แนวทางการจัดกิจกรรมแฟนมีตติ้ง เป็นเครื่องมือทางการตลาด มีความเสี่ยงสูงหากไม่ตรวจสอบข้อมูลอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเมื่อต้องลงทุนจำนวนมหาศาลเช่นนี้

มีวิธีป้องกันอย่างไร?

  • ตรวจสอบข้อมูลผู้จัดงานอย่างละเอียด
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินล่วงหน้าจำนวนมาก
  • ควรลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ
  • ขอหลักฐานยืนยันตัวตนของศิลปินและการสนับสนุนจากบริษัทอย่างชัดเจน

การตลาดกับ K-pop และไอดอลเกาหลีอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่หากไม่ใส่ใจขั้นตอนหรือใคร่ครวญรายละเอียด ก็อาจกลายเป็นฝันร้ายได้ง่ายๆ หากคุณกำลังวางแผนราวกับกรณีเรื่องนี้ ควรเรียนรู้และใช้ความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เงินล้านของคุณสูญเปล่า

ที่มา – หลอกจัดแฟนมีต! แบรนด์อาหารเสริมสูญ 100 ล้าน ศิลปินเกาหลีไม่มา ตามเงินไม่ได้

สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยาผู้ใช้มือถือ 11 รุ่นที่เจอปัญหาหน้าจอเส้นสีเขียว

จากกรณีที่ผู้ใช้มือถือซัมซุงจำนวน 11 รุ่นประสบปัญหาหน้าจอแสดงผลเกิดเส้นสีเขียว หรือเส้นสีชมพู ปรากฏขึ้นมาอย่างผิดปกติ สภาผู้บริโภคร่วมกับกลุ่มผู้บริโภคได้ร่วมมือกันฟ้องร้องต่อศาลเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค การดำเนินการดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งได้ออกมาแถลงแนวทางการเยียวยาเบื้องต้นอย่างเป็นทางการ โดยเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ

สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยา

สำหรับ在中国,สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยา ประกอบด้วยทางเลือกที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม โดยมีการกำหนดระยะเวลาสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จนถึงเดือนกันยายนนี้

ทางเลือกที่ 1: ซ่อมแซมฟรี

บริษัทซัมซุงจะทำการซ่อมแซมหน้าจอให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งค่าอะไหล่และค่าแรง เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจในคุณภาพหากเลือกทางเลือกนี้ หลังจากซ่อมเสร็จจะมีการให้ประกัน 6 เดือนสำหรับอาการที่เกิดขึ้น

ทางเลือกที่ 2: แลกคูปองส่วนลดซื้อมือถือใหม่

ทางเลือกที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องใหม่ โดยสามารถนำเครื่องเดิมมายื่นเพื่อรับคูปองส่วนลดซื้อโทรศัพท์ซัมซุงรุ่นใหม่ มูลค่าคูปองจะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ผู้ใช้จะต้องโอนกรรมสิทธิ์เครื่องเดิมให้กับบริษัท

ทางเลือกที่ 3: รับซื้อคืนในราคา 20% จากราคาขาย

สำหรับผู้ต้องการขายเครื่องเดิม บริษัทจะทำการรับซื้อคืนในราคา 20% จากราคาที่ขายในประเทศไทยในครั้งแรก และนำเงินคืนสู่ผู้ใช้อย่างโปร่งใส

สภาผู้บริโภค-ซัมซุงเปิด 3 ทางเลือกเยียวยา ถือเป็นข่าวดีที่สะท้อนถึงความใส่ใจต่อปัญหาความไม่พอใจของผู้บริโภคและสามารถแก้ไขได้อย่างแสดงออกอย่างชัดเจน

หากคุณเป็นเจ้าของ มือถือ 11 รุ่นที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้: Samsung Galaxy Note 20, Note 20 5G, Note 20 Ultra, Note 20 Ultra 5G, S20 Plus, S20 Ultra, S21 FE, S21 Ultra, S22, S22 Plus และ S22 Ultra คุณสามารถเลือกใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม ถึง 21 กันยายน 2568

สามารถลงทะเบียนเพื่อเลือกใช้สิทธิ์ได้ที่ https://www.samsung.com/…/care-offers-registration.html

ทางเลือกทั้ง 3 นี้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละราย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใส่ใจของบริษัทธ้านมือถือรายใหญ่ต่อผู้บริโภค อย่างแท้จริง

หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ใช้มือถือที่ประสบปัญหานี้ อย่าล้าที่จะตรวจสอบสิทธิ์เพื่อเลือกทางแก้ไขที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณ

ที่มา – “สภาผู้บริโภค- ซัมซุง”เปิด 3 ทางเลือกเยียวยาคนใช้มือถือ 11 รุ่น พบปัญหาเส้นสีเขียวบนหน้าจอ

เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย

ฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ในตำบลนาสีนวน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้เปิดโครงการ เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเป็นกิจกรรมที่ให้นักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ได้ลงมือปลูกอินทผลัมแบบอินทรีย์มาตั้งแต่ปีที่ 3 ซึ่งตอนนี้ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ รสชาติหวานกรอบ อร่อย ไม่ติดฝาด และราคาเข้าถึงได้ง่าย

เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย

รศ.ไพโรจน์ ประมวล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม กล่าวว่า ฟาร์มมหาวิทยาลัย เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนทั้งการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการด้านเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยเปิดพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรม สร้างความรู้ด้านทรัพยากร และถ่ายทอดสู่ชุมชน การเปิดฟาร์มในครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายกับชุมชน และส่งเสริมการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย เพื่อเพิ่มรายได้ทั้งในมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ

แลกเปลี่ยนด้านเกษตรกับต่างประเทศ

คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดโอกาสให้นิสิตแลกเปลี่ยนจากประเทศอินโดนีเซีย เข้าศึกษาดูงานด้านเกษตรกรและสัตวศาสตร์ โดยมีนิสิตทั้ง 7 คนจากมหาวิทยาลัย Jember เข้าร่วมกิจกรรมในงานเปิดฟาร์ม เปิดฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์นานาชาติ

อีกหนึ่ง亮点ของกิจกรรมมีการแสดงตลาดสีเขียว การแปรรูปผลผลิต เช่น อินทผลัม ไข่ผำ รวมถึงการจัดแสดงนวัตกรรมด้านดินปลูกและประมง ยังมีกิจกรรมสร้างความรู้ในเกษตรสมัยใหม่ เช่น การใช้ระบบรั้วไฟฟ้า เป็นแนวทางให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่

  • เรียนรู้เทคนิคการปลูกอินทผลัมแบบอินทรีย์
  • แลกเปลี่ยนกับนิสิตต่างประเทศ
  • ร่วมแสดงนิทรรศการตลาดสีเขียว
  • สัมผัสประสบการณ์จริงด้านเกษตรยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี กล่าวว่า ฟาร์มมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ที่มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้หลายสาขา และสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัย การเปิด ฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถน้อมนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในชีวิตจริง รวมถึงสร้างการรับรู้ในความสำคัญของเกษตรปลอดภัย

ณ วันนี้ยังมีการเปิดโอกาสให้สั่งจองต้นอินทผลัมไว้ล่วงหน้าในราคาเพียงต้นละ 500 บาท โดยผลผลิตจะมีการคำนวณตามน้ำหนักที่ได้จริงในอัตราส่วนกิโลกรัมละ 120 บาท ติดต่อได้ที่ นริศรา ปัจฉิม เบอร์ 0635154663

การออกแบบฟาร์มที่ยั่งยืน ทั้งนี้ยังเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่เยี่ยมยอดในการเปิดโอกาสให้ชุมชนร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระบบเกษตรไทย การเลือกใช้ปุ๋ยชีวภาพ การปลูกพืชหมุนเวียน และการดูแลดินอย่างรอบคอบ เป็นต้นแบบให้เกษตรกรทั่วประเทศได้ศึกษาและพัฒนาหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่มีความยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต

หากคุณสนใจพัฒนาตัวเองในแนวทางเกษตรสัญจร หรือมองหาที่จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย ที่มีคุณภาพจริง ลองเริ่มจากมาที่ฟาร์มมหาวิทยาลัยมหาสารคามดูสิ คุณจะได้หากินคุยกับผู้เชี่ยวชาญแบบใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินกับผลผลิตรสชาติเยี่ยมที่คุณอาจรีวิวต่อเพื่อนได้เลย!

ที่มา – เปิดแล้วฟาร์มอินทผลัมอินทรีย์ มมส. ส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัย

วุฒิสภาภาคเหนือ(ตอนล่าง) ลงพื้นที่อำเภอลานกระบือ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนล่าง) ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ โดยมี พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ นำคณะฯ เข้าพบ นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และนายศราวุธ ทังดิน นายอำเภอลานกระบือ ณ ห้องประชุมอำเภอลานกระบือ เพื่อหารือเกี่ยวกับการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนในครั้งนี้

วุฒิสภาภาคเหนือ(ตอนล่าง) ลงพื้นที่อำเภอลานกระบือ

ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เช่น การรับฟังความคิดเห็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นด้านการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาภัยแล้ง

เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

หลังจากการประชุมเชิงนโยบาย กิจกรรมสำคัญที่เกิดขึ้นนั่นคือ “เวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน” ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอลานกระบือ ซึ่งประชาชนจำนวนมากได้เข้าร่วมเสนอแนะปัญหาที่พบในพื้นที่ ปัญหาสำคัญที่ได้รับความสนใจมีดังนี้:

  • ปัญหาการคมนาคมและขนส่ง รวมถึงการจราจรแออัดในเขตชุมชนลานกระบือ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ต้องวิ่งผ่านใจกลางเมืองเนื่องจากไม่มีถนนเลี่ยงเมือง
  • ปัญหาเกี่ยวกับน้ำชลประทานในหมู่ 1 และหมู่ 2 เทศบาลตำบลบ่อยครั้งเกิดน้ำท่วมซ้ำซากจากการปล่อยน้ำจากโครงการชลประทาน
  • ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าว ราคาตกต่ำ ขณะที่ต้นทุนการผลิตกลับสูง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่พุ่งสูง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำไปใช้วางแผนการดำเนินการในพื้นที่ และ วุฒิสภาพบประชาชน ให้แนวทางและข้อเสนอแนะแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ วุฒิสภาจะนำประเด็นที่รับฟังมาไปพิจารณาภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ของสภา เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น

กิจกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการใกล้ชิดประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะการทำงานเพื่อประชาชนควรเริ่มจากการรับฟังเสียงของพวกเขา

ที่มา – สมาชิกวุฒิสภากลุ่มภาคเหนือ(ตอนล่าง)ลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร