ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

ใจโคตรหล่อ! สิงห์สำอางแบ่งเงินช่วยครอบครัวโชตา

ความใจดีของนักเตะ “สิงห์สำอาง” เชลซี สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนหลังจากที่พวกเขาตัดสินใจแบ่งปันเงินรางวัลจากการคว้าแชมป์ ฟุตบอลสโมสรโลก 2025 เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของ ดีโอโก โชตา อดีตหัวหอกของ ลิเวอร์พูล และ อังเดร ซิลวา น้องชายผู้ล่วงลับจากอุบัติเหตุรถชนในสเปนเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ใจโคตรหล่อ! สิงห์สำอางแบ่งเงินช่วยครอบครัวโชตา

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในสนามเมืองแห่งศึกสโมสรโลก เชลซีสามารถคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างน่าทึ่งหลังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมดังจากฝรั่งเศส ด้วยสกอร์ 3-0 ในเกมชิงชนะเลิศ ซึ่งมาพร้อมกับเงินรางวัลมหาศาลถึง 87 ล้านปอนด์ (ราว 3,828 ล้านบาท) และนักเตะในทีมได้รับโบนัสรวมกันอีก 11.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 501.6 ล้านบาท)

ภายใต้การตกลงร่วมกัน สิงห์สำอางจะแบ่งโบนัสบางส่วนเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวโชตาและซิลวา ซึ่งเสียคนสำคัญไปพร้อมกันอย่างสลดใจ โดยสื่อดังอย่าง Sky Sports รายงานว่า ทีมมีแผนจะระลึกถึงทั้งสองก่อนเกมเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2025/26 ที่จะเตะกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ความร่วมมือจากวงการฟุตบอล

ไม่ใช่แค่ทางสโมสรเท่านั้นที่แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัว แฟนบอลและเหล่าเพื่อนร่วมอาชีพในวงการฟุตบอลโลกต่างก็ส่งกำลังใจและแสดงความเศร้าโศกต่อการสูญเสียครั้งใหญ่นี้ ลิเวอร์พูล ต้นสังกัดเก่าของ โชตา ยังมีแผนที่จะสร้างรูปปั้นเพื่อถวายเกียรติแก่ดาวเตะคนสำคัญรายนี้ไว้หน้าสนามแอนฟิลด์อีกด้วย

การกระทำของนักเตะ เชลซี ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดีต่อวงการฟุตบอลทั้งโลก ที่กีฬาสามารถเชื่อมโยงความรักและความเห็นอกเห็นใจผ่านการแบ่งปันทางอารมณ์และทรัพย์สินที่ได้มาอย่างชอบธรรม เป็นการย้ำอีกครั้งว่าในโลกแห่งความฝันชีวิต ความเมตตาและความรักเป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุด

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ เชลซี ไม่เพียงสะท้อนถึงความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน แต่มันยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วไปในการแบ่งปันและเป็นกำลังใจให้กันในยามที่ยากลำบาก

ทั้งนี้ แฟนบอลทั่วโลกต่างประทับใจในการกระทำของนักเตะ “สิงห์สำอาง” ที่มีน้ำใจเกินร้อยในครั้งนี้ และสิ่งที่พวกเขาทำ คือคุณธรรมอันงดงามที่ควรน้อมรำลึกอย่างยาวนาน

หากคุณเป็นแฟนบอลสายอารมณ์หรือผู้ที่ชื่นชอบการแบ่งปัน ต้องไม่พลาดติดตามความเคลื่อนไหวจากเชลซี และยังมีเรื่องราวความดีมากมายที่รอให้คุณติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – ใจโคตรหล่อ! “สิงห์สำอาง” เตรียมแบ่งเงินโบนัสจากสโมสรโลกช่วยครอบครัวโชตา

เจนนี่ช่วยแม่เกตุใช้หนี้เนเงิน จบดราม่าทวงเงินแสน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง“เนเงิน-เจตริน ศรีสังข์” และ “แม่เกตุ” แม่ของนักร้องสาว “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลหลังจากเนเงินได้โพสต์ทวงเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งทำให้ผู้คนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย เดิมทีเจนนี่ได้ออกมาชี้แจงผ่านไลฟ์สดว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สินของแม่ แต่ล่าสุดสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป

เจนนี่ช่วยแม่เกตุใช้หนี้เนเงิน จบดราม่าทวงเงินแสน

เมื่อ แม่เกตุ ได้ออกมาไลฟ์ขายของอย่างจริงจังเพื่อหาเงินใช้หนี้ เจนนี่ที่เห็นความพยายามของแม่ก็เปลี่ยนใจเข้ามาช่วยเหลือ โดยร่วมไลฟ์ขายของและนำรายได้ที่ได้มาโอนให้แม่เพื่อใช้ชำระหนี้ให้กับเนเงินอย่างเต็มจำนวน

เนเงินยืนยันได้รับเงินครบแล้ว

ตามมาด้วยการโพสต์ข้อความของ เนเงิน ที่ยืนยันการได้รับเงินครบ 100,000 บาท พร้อมปิดโพสต์ที่เคยลงไว้ ทำให้ดราม่าครั้งนี้จบลงอย่างมีความลงรอยกัน

  • แม่เกตุออกแรงขายของหาเงินใช้หนี้
  • เจนนี่ช่วยเหลือแม่ทันทีหลังเห็นความตั้งใจ
  • เนเงินยืนยันได้รับเงินจนเป็นผลจบดราม่า

จากกรณีนี้ หลายคนมองว่าเป็นภาพสะท้อนความรักและความรับผิดชอบในครอบครัวที่เจนนี่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แม้ในช่วงเวลาที่มีกระแสต่อต้าน แต่เธอก็ไม่ลังเลที่จะเข้ามาสนับสนุนแม่เมื่อเห็นความตั้งใจที่แท้จริง

นี่คือบทเรียนดี ๆ สำหรับทุกคนว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่เราควรดูแลและสนับสนุนกันเสมอ โดยเฉพาะในเวลาที่ยากลำบาก

ที่มา – ‘เจนนี่’ เปลี่ยนใจช่วย’แม่เกตุ’ใช้หนี้ ‘เนเงิน’ จบดราม่าทวงเดือด 1 แสน!

‘วิสุทธิ์’ ยืนยันโหวตงบ 69 ตามกำหนดพรุ่งนี้ 4 ทุ่ม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้ออกมาให้ข้อมูลชี้แจงถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ว่ากระบวนการนี้ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิมอย่างเคร่งครัด โดยการลงมติในวาระที่ 3 จะมีขึ้นในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ เวลา 22.00 น. แม้ว่าจะยังเหลือการพิจารณาในวาระที่ 2 อีกหลายมาตรา แต่เชื่อว่าช่วงเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่เพียงพอจะสามารถดำเนินการได้ตามแผน

‘วิสุทธิ์’ ยืนยันโหวตงบ 69 ตามกำหนดพรุ่งนี้ 4 ทุ่ม

ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุมช่วงบ่ายที่ผ่านมานั้น มีความล่าช้าเกิดขึ้นเนื่องจากบางมาตราของกระทรวงขนาดใหญ่ เช่น กระทรวงการคลังและกระทรวงกลาโหม มีผู้รับฟังการอภิปรายจำนวนมาก ซึ่งด้วยเป้าหมายของวันนี้คือมาตราที่ 24 แต่หากสิ้นสุดที่มาตราที่ 23 ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ และทางคณะกรรมการมั่นใจว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในวันพรุ่งนี้ และจะไม่ต้องเลื่อนการประชุมต่อไปจนถึงวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคมอย่างแน่นอน

ในการถกประเด็นดังกล่าว นายวิสุทธิ์กล่าวอีกว่าบรรยากาศในการประชุมตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีความร่วมมือจากทุกพรรค ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยมีการลดระยะเวลาการอภิปรายจากเดิมที่ 7 นาที เหลือ 5 นาทีต่อมติ ส่งผลให้การประชุมไม่ค้างคาและหยุดนิ่ง เป็นการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ สร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆ

บรรยากาศการประชุม

แม้ว่าในบางช่วงของการพูดคุยเกิดการปะทะคารมเล็กน้อยระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลก็ตาม แต่นายวิสุทธิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติและคาดหมายในสภา และเชื่อว่าทุกฝ่ายยังคงรักษาความสุภาพและนับถือกันและกัน แม้ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งอาจทำให้เกิดเสียงตอบรับที่ชัดเจน แต่ก็ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อกระบวนการทำงานโดยรวม

ที่มาของความกังวลเรื่ององค์ประชุมก็เกิดจากจำนวนเสียงในบางช่วงที่ไม่เยอะนัก ทางประธานยืนยันว่า แม้จะมีบางช่วงเวลาที่มีผู้เข้าร่วมลดน้อยลง (เช่นมีการออกไปพักเบรก เดินทางเข้าห้องน้ำ หรือจัดซื้ออาหาร) แต่เมื่อถึงเวลาเริ่มประชุมใหม่ ทุกคนจะกลับมาร่วมปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน

โดยในช่วงท้ายของวัน มีบางคำกล่าวจากนายอดิศร เพียงเกษ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่ได้กล่าวว่าไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝ่ายค้าน ซึ่งส่งผลให้ฝ่ายค้านมีความไม่พอใจและไม่เข้าร่วมอยู่ในห้องประชุมในบางช่วง แต่นายวิสุทธิ์ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบ และมั่นใจว่าในช่วงที่เหลือจะสามารถบริหารจัดการกระบวนการภายใต้กรอบที่ตั้งไว้อย่างราบรื่น

ความคาดหวังต่อผลโหวต

เมื่อถามถึงการร่วมประชุมของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันพรุ่งนี้ นายวิสุทธิ์กล่าวว่าไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ ว่านายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมหรือไม่ แต่ในการพบปะและสื่อสารโดยตรง พบว่านายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุนและกำลังใจอย่างเต็มที่ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นที่สำคัญ เช่นสถานการณ์ทางการเกษตร ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการงบประมาณที่มีอยู่อย่างรอบคอบและรอบด้าน

ด้วยเหตุนี้ ทุกฝ่ายต่างยึดมั่นว่าร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปีงบประมาณ 2569 จะสามารถผ่านการพิจารณาได้ภายในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือจากทุกฝ่ายเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของการทำงานร่วมกันในสภาผู้แทนราษฎร หากทุกพรรคสามารถออกแนวคิดสร้างสรรค์ การประชุมเช่นนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีต่อภาพลักษณ์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้เป็นเพียงเพียงความมุ่งมั่นในการทำงานของวิปรัฐบาลที่มุ่งเน้นให้สภาเดินหน้าพิจารณาอย่างราบรื่น หากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถรักษาเสถียรภาพของกระบวนการเอาไว้ได้ ความสำเร็จของร่าง พ.ร.บ. ปีนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของรัฐสภาในการสนองตอบประชาชนอย่างแท้จริง

หากคุณเป็นผู้รับชมหรือผู้ติดตามการพัฒนาโครงสร้างของรัฐ ลองให้ความสนใจต่อการพัฒานโยบายที่เกิดขึ้นจริงผ่านงบประมาณรายจ่าย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เงินในกระดาษ แต่คือผลสะท้อนของความตั้งใจในการบริหารประเทศที่ดี

ที่มา – ‘วิสุทธิ์’ ยืนยันโหวตงบ 69 กำหนดการเดิมพรุ่งนี้ 4 ทุ่ม

วัดพระธาตุช่อแฮ ห้ามโอนเงินถวายเข้าบัญชีส่วนตัว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ วัดพระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นพระอารามหลวงที่ตั้งอยู่ในตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ได้ออกประกาศสำคัญเกี่ยวกับแนวทางการถวายปัจจัยให้กับพระภิกษุและสามเณร โดยมีพระโกศัยเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดและรองเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เป็นผู้ลงนามและประกาศข้อกำหนดใหม่เหล่านี้ เพื่อให้การดำเนินงานภายในวัดเป็นไปตามพระธรรมวินัยและกฎหมายของคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด

วัดพระธาตุช่อแฮ ห้ามโอนเงินถวายเข้าบัญชีส่วนตัว

จากมติที่ประชุมคณะสงฆ์ พระภิกษุ และสามเณร วัดพระธาตุช่อแฮ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ พระอุโบสถวัด เกิดมติเห็นพ้องหลายประเด็นที่สำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้อบังคับเรื่องการบูชาและถวายปัจจัย

1. ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร ศรัทธาชน และเจ้าหน้าที่ ต้องยึดถือและปฏิบัติตาม ธรรรมนูญ 9 ข้อ 9 มงคล อย่างเคร่งครัด โดยมีการสาธยายหลังทำวัตรเย็นในทุกวันพระ

2. ในการถวายปัจจัยด้วยเงิน ต้องมีการชี้แจงวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน โดยผู้ถวายต้องระบุแนวทางที่ชัดเจนในใบปวารณา หรือหลักฐานการโอน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ถวายกับผู้รับ

3. ห้ามโอนเงินถวายเข้าบัญชีส่วนตัว หากใครต้องการถวายให้กับพระภิกษุหรือสามเณรในวัด ห้ามโอนเงินเข้าบัญชีที่มีชื่อเฉพาะบุคคลเด็ดขาด ต้องโอนเข้าบัญชีของวัดเท่านั้น

4. กรณีที่ญาติโยมประสงค์จะถวายแบบส่วนตัวให้พระภิกษุหรือสามเณร ผู้ถวายจะต้องระบุชื่อของพระที่รับถวายลงในใบปวารณา หรือในช่องหมายเหตุของการโอนเงิน แล้วให้วางเงินไว้ในตู้บริจาคกองทุนสังฆทาน หรือโอนเงินเข้ากองทุนสังฆทาน ซึ่งคณะกรรมการของวัดจะเป็นผู้ส่งต่อให้กับผู้ที่ถูกถวาย

5. สำหรับการห่มผ้าองค์พระธาตุช่อแฮ สามารถทำได้ตลอดเวลา ณ บริเวณจุดบูชาสังฆทาน ส่วนเงินที่ใช้ถวายเป็นค่าบูชาให้ใส่ในตู้ที่กำหนด หรือโอนเข้าบัญชีกองทุนสังฆทาน ส่วนการเข้าไปประจำองค์พระธาตุจะต้องมีพระภิกษุหรือสามเณรเป็นผู้นำเข้าไปเท่านั้น

แนวทางด้านระบบการเงิน

  • ผู้ที่รับผิดชอบหน้าที่ภายในวัด ต้องเข้าใจว่าเงินปัจจัยแต่ละรายการเข้ากองทุนใด บัญชีใด และมีวัตถุประสงค์อะไร
  • หากไม่เข้าใจ ต้องสอบถามจากผู้รู้จริง ห้ามให้ข้อมูลตามความเข้าใจของตนเองเด็ดขาด

ทั้งนี้ ประกาศของวัดพระธาตุช่อแฮมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีความซื่อสัตย์ในทุกขั้นตอน ตลอดจนเพื่อความเจริญยั่งยืนของพระพุทธศาสนาและวัดพระธาตุช่อแฮ สืบต่อไปในอนาคต

ร่วมกันดูแลและปฏิบัติตามกฎระเบียบเพื่อให้เกิดความมั่นคง ความเชื่อมั่น และประโยชน์สูงสุดต่อศาสนาและสังคมโดยรวม

ที่มา – ‘วัดพระธาตุช่อแฮ’ ออกประกาศ ถวายปัจจัย ‘พระภิกษุสามเณร’ ห้ามโอนเข้าบัญชีส่วนตัว

5 นาที 8 ล้าน! โจรไรเดอร์ควงปืนบุกชิงทองห้างดัง

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับรายงานเหตุ ชิงทอง ในห้างดังย่านบางบ่อ หลังจากได้รับแจ้ง จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่ร้านทองซึ่งตั้งอยู่ชั้นหนึ่งของห้างแห่งหนึ่งในย่านดังกล่าว

จากการสำรวจเบื้องต้น พนักงานในร้านตกใจและสั่นใจ เพราะคนร้ายได้กวาดทองคำไปจำนวนมากมาย คือ ทองรูปพรรณชนิดสร้อยข้อมือ น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 24 เส้น, 3 บาท จำนวน 30 เส้น และ 5 บาท อีก 5 เส้น รวมน้ำหนักทั้งสิ้น 163 บาท มีมูลค่าสูงถึง กว่า 8 ล้านบาท

5 นาที 8 ล้านบาท! โจรไรเดอร์ควงปืนเข้าชิงทองอย่างเด็ดขาด

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่สามารถจับภาพคนร้ายได้ชัดเจน ซึ่งเป็นชายสวมชุด ไรเดอร์สีเขียว ใส่กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบ และสวมหมวกกันน็อกสีดำ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำการอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลก จึงขอให้ถอดหมวก แต่กลับถูกคนร้ายชักปืนขู่ก่อนจะวิ่งเข้าไป บุกชิงทองภายในร้าน

คนร้ายใช้เวลาน้อยมากเพียง 5 นาทีในการก่อเหตุ กวาดทองใส่กระเป๋าสะพายข้างสีดำ จากนั้นก็กินหนีออกจากจุดเกิดเหตุด้วยรถจักรยานยนต์สีดำที่ไม่มีป้ายทะเบียน ซึ่งมาจอดไว้หน้าห้าง โดยมีเส้นทางหนีเข้าถนนเทพรัตน์ หรือถนนบางนา-ตราด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำการวิทยุสกัดอย่างเต็มที่ทั่วพื้นที่ แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสของคนร้ายรายนี้

เหตุถูกบันทึกภาพไว้อย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเล่าว่า เมื่อเห็นคนร้ายเดินมาและเห็นว่าสันนิษฐานจะก่อเหตุ จึงรีบขอให้ถอดหมวกตามมาตรการ แต่กลับถูกซ้อนด้วยปืนจากคนร้าย หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงไม่มีทางลงมือเพื่อหยุดยั้งได้อีกต่อไป

พนักงานชายของร้านทองเผยว่า เมื่อคนร้ายเข้ามาในร้าน ได้ตะโกนให้พนักงานส่งทองออกมา ซึ่งตนรีบถ่ายภาพเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการสืบสวนต่อไป

พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ personally และได้ระบุอย่างชัดเจนว่าคนร้ายรายนี้มีการวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี ขณะนี้กำลังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งของภาครัฐและภาคพื้นที่จำกัดติดตามหาเบาะแสจนทุกช่องทาง

นอกจากนี้ ยังได้ประชุมบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อเตรียม ล่าโจรไรเดอร์ อีกทั้งย้ำเตือนว่า ควรมีความระมัดระวังเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืน หากมีการต่อสู้หรือขัดขืน จะใช้มาตรการเข้มงวดตามกฎหมายทันที

เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะเทือนจังหวัดสมุทรปราการ และเป็นตัวอย่างของภัยที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายในการจับกุมคนร้ายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

หากคุณมีเบาะแสเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพราะความเร็วของคนดีอาจส่งผลต่อการตามล่าคนร้ายให้ถูกต้อง แล้วคุณล่ะ? เราจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้ปลอดภัยในสถานที่สาธารณะในอนาคต?

ที่มา – 5นาที8ล้าน! ล่าโจรไรเดอร์ควงปืนบุกเดี่ยวชิงทองห้างดัง กวาดฉ่ำ 163 บาท

จัดใหญ่กีฬาชิงชนะเลิศกรุงเทพฯ ร่วมโปรโมตซีเกมส์ 2025

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแข่งขัน กีฬาชิงชนะเลิศแห่งกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2568 ณ อาคารสปอร์ต สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้ร่วมแถลง ได้แก่ ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายถิรชัย วุฒิธรรม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร

จัดใหญ่กีฬาชิงชนะเลิศกรุงเทพฯ ร่วมโปรโมตซีเกมส์ 2025

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในเมืองหลวงได้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับโปรโมตการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติอย่าง ซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้

การแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศแห่งกรุงเทพมหานครในปีนี้ประกอบด้วยการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 14 ชนิด ได้แก่ อีสปอร์ต, เทเบิลเทนนิส, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, เปตอง, เซปักตะกร้อ, พิคเคิลบอล, แบดมินตัน, ฟุตซอล, ฟุตบอล, เทนนิส, วู้ดบอล, มวยไทยสมัครเล่น และมวยสากลสมัครเล่น โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม ถึง 14 กันยายน 2568 บริเวณศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) และศูนย์นันทนาการ ในสังกัดสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร

เตรียมรองรับการแข่งขันซีเกมส์ 2025

นายถิรชัย วุฒิธรรม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพฯ กล่าวว่า งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ก้องศักดิ์ ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ถือเป็นการสนับสนุนที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยมีโอกาสออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมนี้ยังถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ ซีเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่สถานที่จัดการแข่งขัน 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และสงขลา

  • เปิดรับสมัครนักกีฬา 14 ชนิด
  • จัดขึ้นระหว่าง 18 ส.ค.–14 ก.ย. 2568
  • สถานที่จัดการแข่งขัน : ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น และศูนย์นันทนาการ
  • เพิ่มส่งเสริมสุขภาพประชาชนในกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการทดสอบระบบการจัดการแข่งขันที่จะใช้ใน ซีเกมส์ 2025 อีกด้วย จึงขอเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากประเทศเพื่อนบ้าน และสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นเลิศ

หากคุณสนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาชิงชนะเลิศกรุงเทพมหานคร สามารถติดตามรายละเอียดได้ผ่านเพจ Facebook/สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกรุงเทพมหานคร หรือเข้าชมเว็บไซต์ www.sab.or.th รวมถึงสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 08-0657-8119 หรืออีเมล [email protected]

หากคุณเป็นผู้ที่รักการกีฬา หรือต้องการส่งเสริมสุขภาพในครอบครัว กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองในการเข้าร่วมแข่งขันระดับเมืองและเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันระดับภูมิภาคไปในตัว

ที่มา – จัดใหญ่กีฬาชิงชนะเลิศแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมโปรโมตศึกซีเกมส์ 2025

ชล็อตยันลิเวอร์พูลคว้าเลโอนีเสริมหลังบ้านแล้ว

ลิเวอร์พูล เตรียมเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับด้วยการคว้าตัว โจวานนี เลโอนี แบ็กซ้ายดาวรุ่งจากทีม ปาร์มา เข้ามาเสริมทัพอย่างเป็นทางการ โดย อาร์เนอ ชล็อต ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ได้ยืนยันว่าดีลนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ชล็อตยันลิเวอร์พูลคว้าเลโอนีเสริมหลังบ้านแล้ว

รายงานจากสื่อดังอย่าง BBC ระบุว่า ลิเวอร์พูล ตกลงค่าตัว เลโอนี ที่ราว 26 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,144 ล้านบาท หลังจากที่เซนเตอร์แบ็คหนุ่มรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ปาร์มา เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

เลโอนี วัย 19 ปี ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยลงสนามไปทั้งหมด 17 นัดให้กับทีม ทำให้หลายสโมสรในยุโรปให้ความสนใจ และในที่สุด ลิเวอร์พูล ก็สามารถคว้าตัวเขามาร่วมงานได้สำเร็จ

ชล็อตเผยสถานะล่าสุดของดีล

ชล็อต กล่าวว่า “ตอนนี้สโมสรได้บรรลุข้อตกลงกับทาง ปาร์มา แล้ว แต่ เลโอนี ยังไม่ได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมอย่างเป็นทางการ หากมีการเซ็นสัญญาเกิดขึ้น เราจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้มากขึ้น”

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ต้องการกองหลังที่มีความสามารถใหม่เข้ามาเสริมแนวรับ หลังจากที่ในฤดูกาลที่ผ่านมามีปัญหาแนวรับหลายรายได้รับบาดเจ็บ ส่งผลให้ทีมต้องเผชิญกับความท้าทายอยู่ไม่น้อย

  • เลโอนี วัยเพียง 19 ปี มีศักยภาพสูง
  • คว้าตัวด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์
  • เคยทำผลงานอย่างโดดเด่นกับ ปาร์มา

อย่างไรก็ตาม ชล็อต ยังเผยว่า เขาไม่สนใจที่จะพูดถึงประเด็นการย้ายทีมของ มาร์ก เกฮี กองหลังกัปตันทีม คริสตัล พาเลซ ที่มีข่าวโยงกับ “หงส์แดง” เหมือนกัน เขากล่าวว่า “เขาไม่ใช่นักเตะของเรา โชคร้ายที่เขาเป็นกัปตันทีมที่เราพ่ายแพ้ในนัดที่แล้ว หากคุณสนใจอยากคุยเรื่องเขา ไปคุยกับ คริสตัล พาเลซ หรือ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เป็นคนที่เหมาะสมกว่า”

การคว้าตัว เลโอนี เป็นการเสริมทัพในแนวรับที่ดูมีความชัดเจนของลิเวอร์พูลในช่วงซัมเมอร์นี้ ทั้งในด้านอายุและศักยภาพที่สามารถพัฒนาเพื่ออนาคตของทีมได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ทั้งนั้นหากดีลนี้เสร็จสมบูรณ์จริง คาดว่า “หงส์แดง” จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในแนวรับ และสามารถรักษาผลงานได้อย่างต่อเนื่องทั้งใน domestic และ europe competition

และถ้าหากคุณเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลล่ะก็ อย่าลืมติดตามข่าวสารดีลนี้ต่อไป เพราะอาจมีรายละเอียดใหม่ ๆ เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ที่มา – “ชล็อต” ยันหงส์แดงบรรลุข้อตกลงคว้า “เลโอนี” เสริมหลังบ้าน

พลังประชารัฐ วิจารณ์การเมืองไม่เข้าใจทหาร ปมบริจาคลวดหนามหีบเพลง

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีที่ประชาชนร่วมบริจาคเงินและ ลวดหนามหีบเพลง ให้กับกองทัพภาค 2 ภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยของกำลังพลทหารในพื้นที่ชายแดน

ลวดหนามหีบเพลง เป็นของจำเป็นที่มีความเร่งด่วนมาก เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ต้องการใช้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปฏิบัติภารกิจของทหารในพื้นที่เสี่ยง ทำให้ต้องใช้วัสดุด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอกอย่างเร่งด่วน” พล.ต.ท.ปิยะ ระบุ

พลังประชารัฐ จวกการเมืองไม่เข้าใจ ‘ทหาร’ ความเร่งด่วน

โฆษกพรรคพลังประชารัฐชี้ให้เห็นว่าปัญหาหลักอยู่ที่ฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจถึงความสำคัญของคำว่า “ความเร่งด่วนทางทหาร” ซึ่งในบางสถานการณ์ การล่าช้าของการใช้งบประมาณผ่านกระบวนการราชการอาจส่งผลให้ชีวิตทหารและประชาชนตกอยู่ในอันตราย

“รัฐบาลต้องเข้าใจว่าในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะต้องมีการเดินทางของงบประมาณอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องขอลำบากไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ควรจัดสรรงบฉุกเฉินหรืองบลับให้กองทัพภาค 2 ได้ทันที”

ปัญหาบริจาคลวดหนามและความล่าช้าของรัฐบาล

แม้ประชาชนจะแสดงจิตอาสาในการบริจาค ลวดหนามหีบเพลง ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่เรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหาของการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเท่าสถานการณ์

“บางครั้งการใช้กระบวนการปกติก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการอย่างเร่งด่วนของกองทัพได้” พล.ต.ท.ปิยะ ย้ำว่าสิ่งสำคัญคือความตั้งใจของรัฐในการใส่ใจและแก้ปัญหาในเชิงรุก ไม่ใช่รอจนกว่าจะเกิดความเสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงกรณีทางการเมียนมาที่ยังไม่ได้รับการดำเนินคดีอย่างจริงจัง โดยชี้ว่ารัฐบาลควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่_statement_ ที่ฟังดูไม่มีน้ำหนัก

  • ป้องกันความบาดเจ็บของพลทหาร
  • รักษาความมั่นคงของรัฐ
  • ป้องกันการบุกรุกของศัตรูนอกอาณาเขต
  • ลดระยะเวลาการนำเข้าวัสดุผ่านกระบวนการราชการ

ในที่สุดพรรคพลังประชารัฐได้เสนอแนวทางเพื่อช่วยให้การจัดซื้อวัสดุด้านความมั่นคงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในความปลอดภัยของบ้านเมือง

ควรใส่ใจบริบทความเร่งด่วนของทหารมากกว่านี้ เพราะทุกวินาทีอาจหมายถึงชีวิตของพลทหารและประชาชนในพื้นที่

ที่มา – ‘พลังประชารัฐ’ จวกการเมืองไม่เข้าใจ ‘ทหาร’ ความเร่งด่วน ปมขอบริจาค ‘ลวดหนามหีบเพลง’

6 เกจิดังถกคุย 450 พระวัดป่าวาระพิเศษ เคร่งพระธรรมวินัยแก้สงฆ์เสื่อม

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ณ ศาลา 100 ปี วัดโพธิสมภรณ์ (อารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ได้มีการประชุมพระสงฆ์จังหวัดอุดรธานี (ธ) วาระพิเศษ เรื่อง “อาจาระและข้อวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสามเณร” ตามมติมหาเถรสมาคม โดยมี 6 เกจิดัง ร่วมให้แนวคิด นำทีมโดย พระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินถวาย วัดป่านาคำน้อย) ผู้ที่พรรษาสูงสุดเป็นประธานเปิดประชุม พร้อมด้วย 450 พระสงฆ์ ทั่วจังหวัดอุดรธานี ทั้งเจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาสวัด และพระในหน่วยปกครองต่างๆ

6 เกจิดังถกคุย 450 พระวัดป่าวาระพิเศษ เคร่งพระธรรมวินัยแก้สงฆ์เสื่อม

ประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาอภิปราย คือ การพัฒนาและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของพระภิกษุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นจากข่าวลือในสื่อ ซึ่งส่งผลให้กิจวัตรพระในปัจจุบันเสื่อมเสียชื่อเสียงลง 6 เกจิดัง จึงได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และยึดมั่นในแนวคิดของตัวเอง สำหรับการดำเนินชีวิตอย่างศีลธรรม

แม้ว่าประเด็นต่างๆจะร้อนแรง แต่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่จำเป็น “เมื่อฝ่ายธรรมวาสีเพี้ยงพร้ำ ทำอย่างไรพระฝ่ายอรัญวาสี รู้หรือไม่รู้ว่าภัยมาถึงตัวแล้ว…” คำพูดของ พระราชสารโกศล (เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี) เป็นคำถามที่ทุกพระควรตั้งตัวตั้งใจ

แนวทางเพื่อการเปลี่ยนแปลง

  • กำชับให้พระภิกษุยึดมั่นในพระธรรมวินัย
  • ปิดช่องโหว่การใช้ชีพผิดวัติกรรม เช่น เสพย์สุรา ไม่สวมจีวรในเวลาทำงาน
  • ตรวจสอบประวัติผู้เข้าบวชก่อนการบวชอย่างเข้มงวด
  • ส่งเสริมศีลธรรมผ่านการอบรมและการพูดคุย

ด้าน พระราชภาวนาวชิรากร ได้ถ่ายทอดคำสอนจากหลวงปู่หล้า ที่กล่าวไว้ว่า “มีเงินมันก็อาบัติ ไม่บริสุทธิ์” และย้ำเรื่อง 6 เกจิดังถกคุย 450 พระวัดป่าวาระพิเศษ เคร่งพระธรรมวินัยแก้สงฆ์เสื่อม ว่า เป็นเรื่องของการควบคุมจิต ไม่ให้เสื่อมในเรื่องของสติ สตรี และสตางค์

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวทางในการจัดการทรัพยากรของวัด “ถ้ามีจัตตุปัจจัยมาก็จะมีไวยาวัจกรดูแลรับผิดชอบ ก็ไม่ใช่ของเราแต่ก็อยู่ในสายตาของเรา” เรียกได้ว่า ความบริสุทธิ์ของงบประมาณวัดไม่ใช่แค่ตรงที่มี แต่อยู่ที่ “การบริหาร”

สรุปหัวใจของวันนี้

การรวมตัวของ6 เกจิดัง และ450 พระในพื้นที่อุดรธานี เป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจในการพัฒนาและสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ที่ดีของพระพุทธศาสนาในอนาคต ด้วยการประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นแนวทางในการตั้งเสนาธิการภายในของพระสงฆ์จังหวัดอุดรธานีอย่างเคร่งครัดและมีความรับผิดชอบสูงสุด

หากคุณเป็นผู้สนใจเรื่องพระพุทธศาสนา หรือเป็นศรัทธาญาติ บทความนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนหันมาใส่ใจในพระธรรมวินัย และเปิดใจรับฟังเสียงของพระเกจิที่ให้คุณธรรมอย่างแท้จริง

ที่มา – 6 เกจิดังถกคุย 450 พระวัดป่าวาระพิเศษ เคร่งพระธรรมวินัยแก้สงฆ์เสื่อม

หอสมุดแห่งชาติจีนจัดนิทรรศการเอกสารสงครามโลกครั้งที่สอง

หอสมุดแห่งชาติจีน ณ กรุงปักกิ่ง ได้จัดนิทรรศการพิเศษที่แสดงเอกสารหายากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงหลักฐานและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญจากช่วงเวลานั้น นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สองในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

หอสมุดแห่งชาติจีนจัดนิทรรศการเอกสารสงครามโลกครั้งที่สอง

ผู้เข้าชมสามารถสแกนรหัส QR เพื่อเข้าถึงแหล่งข้อมูลดิจิทัลที่รวบรวมไว้มากมาย ตัวอย่างเช่น บันทึกคดีกรุงโตเกียว หรือศาลทหารระหว่างประเทศสำหรับตะวันออกไกล ที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงสงคราม นอกจากนี้ยังมีเอกสารเกี่ยวกับการทำสงครามชีวภาพของผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นในช่วงการปฏิบัติทางทหารในจีน รวมถึงการสืบสวนและรวบรวมข้อมูลจากผู้รอดชีวิตและพยานเหตุ

กิจกรรมพิเศษและแหล่งเรียนรู้

ตลอดระยะเวลาจัดแสดง ผู้เข้าชมสามารถร่วมกิจกรรมสร้างเข็มกลัดที่ระลึกและแผ่นป้ายบรรณสิทธิ์ (bookplate) ฉบับสะสม เพื่อเป็นที่รำลึกจากการเยี่ยมชม นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับแบ่งปันความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวบนกำแพงข้อความที่จัดเตรียมไว้อย่างพิเศษ เพื่อให้ผู้ชมได้มีโอกาสแสดงความรำลึกและเรียนรู้ร่วมกัน

นิทรรศการนี้ไม่ได้จัดขึ้นเฉพาะที่กรุงปักกิ่งเท่านั้น แต่ยังมีการเปิดการแสดงในหอสมุดหลายมณฑล ได้แก่ เหอเป่ย์ เจียงซู เจ้อเจียง และหูเป่ย์ รวมทั้งหมด 7 แห่ง ซึ่งทุกแห่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้อย่างอิสระ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2568

ปัจจุบันหอสมุดแห่งชาติจีนได้จัดทำหมวดหมู่เฉพาะสำหรับเอกสารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีสารบบไม่น้อยกว่า 2,714 ฉบับ ให้ผู้สนใจสามารถศึกษาและค้นคว้าได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และภายในสถานที่จัดแสดง ทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ และผู้ที่สนใจเรื่องราวในประวัติศาสตร์จีนในช่วงสงคราม

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA

หากคุณมีความสนใจในด้านประวัติศาสตร์สงครามโลก และต้องการเข้าใจบริบทของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกไกลในช่วงเวลานั้น การเข้าร่วมชมนิทรรศการที่หอสมุดแห่งชาติจีนคือโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – หอสมุดแห่งชาติจีนจัดนิทรรศการ แสดงเอกสารหายากสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง