ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

‘เพื่อไทย‘กำชับ สส.เฝ้าสภาฯ หวั่นองค์ประชุมไม่ครบ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่รัฐสภา มีการประชุม สส.พรรคเพื่อไทย โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และเลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรค ร่วมกันทำความเข้าใจเกี่ยวกับการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2569 วาระที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของประเทศในปีงบประมาณนี้

‘เพื่อไทย‘กำชับ สส.เฝ้าสภาฯ หวั่นองค์ประชุมไม่ครบ

นายสรวงศ์ เทียนทอง กล่าวว่า ขอให้ สส.ทุกท่านอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการพิจารณางบประมาณทั้ง 3 วัน เนื่องจากฝ่ายค้านมีการกล่าวอ้างถึงปัญหาเรื่ององค์ประชุม จึงต้องเน้นย้ำความสำคัญอย่างมากในการรักษาองค์ประชุมให้ครบถ้วน เพราะหากขาดนับคะแนนเสียงอาจจะคลาดเคลื่อน ส่งผลต่อผลการพิจารณา

องค์ประชุมสำคัญมาก ต้องปิด-เปิดประชุมตรงเวลา

“การประชุมแต่ละวันจะเริ่มตอน 09.00 น. และปิดประชุมตอน 23.30 น. ดังนั้น สส.ทุกคนควรมารายงานตัวและเซ็นชื่อเป็นองค์ประชุมก่อนเวลา 09.00 น. เสมอ เพื่อป้องกันความล่าช้าในการเปิดประชุม” นายสรวงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายสรวงศ์ ยังได้ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้รับทราบและเห็นพ้องในการรักษาองค์ประชุมให้สมบูรณ์ และย้ำเตือนว่าหากมีการประชุมที่ไม่มีองค์ประชุมครบถ้วน จะทำให้กระบวนการพิจารณางบฯ วาระที่ 2 และ 3 ต้องชะลอหรือกระทบต่อเป้าหมายในการเสร็จภายใน 3 วัน

เตือนอย่าลืมแสดงตนรายมาตรา

ในส่วนของ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้เตือน สส.ทุกคนว่า ควรตระหนักดีว่าการลงมติครั้งนี้ต้องมีการลงคะแนนรายมาตรา ทำให้จำเป็นต้องมีการแสดงตนหลายครั้ง ซึ่งหากใครพลาดการแสดงตน อาจส่งผลให้ผลคะแนนไม่สะท้อนเสียงของ สส. ทั้งหมด จึงต้องช่วยเตือนและสะกิดเพื่อนร่วมพรรคเสมอ

  • ควรพิจารณาองค์ประชุมให้ดีก่อนการพิจารณางบฯ วาระที่ 2-3
  • ตื่นแต่เช้าและมาเซ็นชื่อตรงเวลาเพื่อไม่ให้ประชุมล่าช้า
  • เตือนเพื่อนทุกครั้งหากมีการลงมติรายมาตรา
  • เน้นย้ำหน้าที่ สส. ต้องเข้าร่วมประชุมตามกำหนดเวลา

“เรามั่นใจว่า มีทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้ว และเข้าใจถึงความสำคัญของการรักษางบประมาณปีนี้ให้ได้รับการพิจารณาตามแผน” นายวิสุทธิ์ กล่าว

เชื่อมั่นเส้นทางทำงาน 3 วัน ไม่เกินกำหนด

และเมื่อถูกถามถึงกรณีที่หากองค์ประชุมไม่สามารถครบถ้วน ซึ่งอาจส่งผลให้เพิ่มระยะเวลาพิจารณางบฯ นายวิสุทธิ์ กล่าวชัดเจนว่า แม้จะมีความกังวลจากฝ่ายตรงข้าม แต่เขายังเชื่ออยู่เสมอว่าสามารถจบกระบวนการได้ภายใน 3 วัน เพราะ parties ที่เกี่ยวข้องมีความตั้งใจที่จะดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า 话题นี้ถูกกล่าวถึงต่อเนื่องภายหลังการประชุมจากพรรคฝ่ายค้านที่อ้างว่าการประชุมงบฯอาจไม่เป็นไปตามขั้นตอนหากองค์ประชุมไม่แน่นอน

ในทางกลับกัน นายวิสุทธิ์ กล่าวอย่างเด็ดขาดว่า ไม่มีการวางแผนสำรองหากต้องขยายเวลาเป็น 4-5 วัน “เรามีความมั่นใจครับ ไม่มีใครล้มเจตนาในการพาดพิง เพราะเป้าหมายของเราคือความสมบูรณ์ของงบประมาณ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศชาติ”

ท้ายที่สุด พรรคเพื่อไทยยังยืนยันว่าจะดำเนินการตามแผนที่วางไว้ พร้อมทั้งย้ำเตือนถึงความสำคัญขององค์ประชุม โดยเชื่อว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์

หากคุณเห็นข่าวลือหรือกระแสข่าวสับสนเกี่ยวกับการจัดประชุม สิ่งสำคัญที่สุดคือความจริงจากรัฐสภาเอง ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ที่มา – ‘เพื่อไทย‘กำชับสส.เฝ้าสภาฯถกงบฯ 69 หวั่น องค์ประชุมไม่ครบ

ราชมงคลสุวรรณภูมิร่วมอว.แฟร์2025ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน อว.แฟร์ 2025 ภายใต้ชื่อ “SCI POWER FOR FUTURE THAILAND” ภายใต้แนวคิด “ร่วมพลังสร้างสรรค์อนาคต” ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568 และพิธีมอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2025 อีกด้วย โดยงานในครั้งนี้มีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ ที่ร่วมเยี่ยมชมบูธนิทรรศการของมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด

ราชมงคลสุวรรณภูมิร่วมอว.แฟร์2025ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิได้นำผลงานที่โดดเด่นจากทุกคณะเข้าร่วมแสดง ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมที่สะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัย สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชมงานจำนวนมาก ซึ่งการเข้าร่วมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอผลงานให้แก่สังคมและเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ผลงานจากแต่ละคณะที่โดดเด่น

งาน อว.แฟร์ 2025 ในครั้งนี้ มีการจัดแสดงผลงานจากคณะต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ดังนี้:

  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : นำเสนอนวัตกรรม “ระบบสุขภาพอัจฉริยะด้วย IoT และ AI วิเคราะห์ท่าทางแบบ 360 องศา” โดยนำเสนอระหว่างวันที่ 9–12 สิงหาคม 2568
  • คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม : นำเสนอชุดฝึกอบรมการเชื่อมต่อสายพานลำเลียงอัตโนมัติที่ใช้งานร่วมกับ PLC โดยจัดแสดงในวันที่ 13 สิงหาคม 2568
  • คณะบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ : ยกตัวอย่างรูปแบบการพัฒนานวัตกรรมทางการตลาดดิจิทัล และการสร้างนักขายบนแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง จัดแสดงในวันที่ 14 สิงหาคม 2568
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ : นำหุ่นยนต์อุตสาหกรรมจำลอง Mirobot มาแสดงในวันที่ 15 สิงหาคม 2568
  • คณะศิลปศาสตร์ : นำเสนอแนวคิด “Creative Modern Drinks” ระหว่างวันที่ 16–17 สิงหาคม 2568

สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ งานนี้เป็นโอกาสอันทรงคุณค่าในการเปิดโอกาสให้บุคลากรในสถาบัน อธิการบดี คณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรทางวิชาการ ได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ร่วมกับหน่วยงานและสถาบันต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และการเรียนการสอนไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ด้วยแนวคิดของงาน อว.แฟร์ 2025 ที่เน้นการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์กลางพลังวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายแห่งอนาคต ทำให้การเข้าร่วมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การจัดแสดงผลงาน แต่ยังเป็นการบูรณาการทั้งระบบการศึกษาและนวัตกรรมเพื่อความก้าวหน้าของสังคม

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมและผลงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิที่เข้าร่วมงาน “อว.แฟร์ 2025” ได้ที่เว็บไซต์และช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย

หากคุณสนใจติดตามแนวโน้มด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ จะพลาดไม่ได้กับงานมหกรรมเช่นนี้เลย

ที่มา – ราชมงคลสุวรรณภูมิ ร่วม “อว.แฟร์ 2025” โชว์นวัตกรรมเด่น ขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่อนาคต

โทษถึงประหาร! หนุ่มวัย 22 ขนไอซ์ครึ่งตันหนี้พนันบอล

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เจ้าหน้าที่ของจังหวัดรวมถึงกลุ่มผู้บริหารระดับสูงได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดชนิดไอซ์จำนวน 12 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 449 กิโลกรัม

โทษถึงประหาร! หนุ่มวัย 22 ขนไอซ์ครึ่งตันหนี้พนันบอล

ในการแถลง นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้กล่าวถึงการดำเนินการที่เข้มงวดภายใต้แนวทางของนโยบาย “Re-X ray” ที่ช่วยให้ชุมชนติดชายแดนตื่นตัวสอดส่องไม่ให้เกิดการค้ายาเสพติด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเชียงคาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

เพื่อหนี้พนันบอลหนุ่มวัย 22 ยอมเสี่ยง

จากการสืบสวน째แจ้งว่าในคืนวันที่ 12 ส.ค. เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มจับกุมนายภูรินทร์ อายุ 22 ปี จากจังหวัดปราจีนบุรี ขณะกำลังขนไอซ์ไปส่ง โดยใช้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีบรอนซ์ทอง เป็นรถที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับใช้ในการลักลอบขนยาเสพติด

จากการสอบสวนผู้ต้องหานายภูรินทร์ยอมรับว่า เพิ่งเริ่มต้นกับการทำงานครั้งนี้เป็นครั้งแรก โดยรับค่าแรง 150,000 บาท แบ่งกับเพื่อนคนที่หนีไปได้หนึ่งครึ่ง ทั้งนี้ยอมรับว่าได้รับงานนี้เพื่อหาเงินใช้จ่ายหนี้จากการพนันบอลที่ประสบปัญหาค้างชำระเป็นจำนวนมาก

แม้การลักลอบขนยาเสพติดจะเป็นอาชญากรรมระดับร้ายแรง แต่กลุ่มผู้ร้ายหลายรายกลับใช้วัยรุ่นเป็นหุ้นส่วนในการเคลื่อนย้ายยาเสพติดเพื่อแกล้งเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เพราะกลุ่มวัยรุ่นมักจะมีลักษณะเรียบง่ายและดูไม่น่าสงสัย

ในตอนท้าย พล.ต.ต.วีระเดช เลขะวรกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ได้เตือนว่า: “ผู้ต้องหาไม่รู้ว่าการกระทำของตนถึงขั้นถูกตัดสินโทษถึงประหารชีวิต หากต้องเผชิญศาล” ซึ่งสะท้อนถึงความร้ายแรงของบทลงโทษหากถูกจับได้

ยิ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่มีภาระหนัก ยิ่งมีโอกาสที่จะตกเป็นเป้าของมาเฟียค้ายาเสพติด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนสูง ทำให้กำชับให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชนต้องตระหนักถึงความเสี่ยงตลอดเวลา

หากคุณกำลังเผชิญหนี้จากพนัน อย่าเสี่ยงทำผิดกฎหมาย เนื่องจากอาจไม่ใช่โอกาสเดียวที่จะเจอคุกหรือแม้กระทั่งประหารชีวิต ขอให้หันมาใช้ชีวิตอย่างมีสติ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติดให้ดี เพราะคำผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้ตลอดกาล

ที่มา – โทษถึงประหาร! หนุ่มวัย 22 ขนไอซ์ครึ่งตัน หาเงินใช้หนี้พนันบอล

จุดต่ำสุดในชีวิต! แมดดิสันร่ายยาวหลังผ่าตัดเข่า

เจมส์ แมดดิสัน จอมทัพระดับท็อปของทีม “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวเหยียดหลังจากผ่านการผ่าตัดเส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (เอซีแอล) ไปอย่างราบรื่น พร้อมกับเปิดใจถึงความรู้สึกในช่วงที่พบกับจุดต่ำสุดในชีวิตผู้เล่น หลังอาการบาดเจ็บที่รุนแรงนี้ส่งผลกระทบต่อทั้งมันส์ชีวิตและการแข่งขันที่สำคัญในปีนี้

จุดต่ำสุดในชีวิตที่แมดดิสันเผชิญ

แมดดิสันวัย 28 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า “นี่คือจุดต่ำสุดในชีวิตผมเลย ผมรู้สึกใจสลายมากกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เพราะปีนี้มีทั้งการแข่งขัน ซูเปอร์ คัพ พรีเมียร์ ลีก รวมไปถึงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และฟุตบอลโลกกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นเวทีที่นักเตะทุกคนฝันถึง ผมเสียดายโอกาสมาก”

ผ่าตัดสำเร็จ เตรียมเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู

แม้อาการบาดเจ็บจะรุนแรง แต่แมดดิสันก็ได้รับการผ่าตัดอย่างละเอียดจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เจ้าตัวบอกว่า “มันโหดร้ายมากจริงๆ แต่การผ่าตัดก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี ผมขอขอบคุณเพื่อนๆ, ครอบครัว และแฟนบอลทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ ความคิดดีๆ เหล่านี้มีค่ามากสำหรับผม”

น่าสังเกตว่า แมดดิสันยังได้กล่าวถึงกลุ่มผู้ชมที่แสดงความไม่เห็นด้วยหรือเยาะเย้ยกับเขาหลังการบาดเจ็บนี้ว่า “สุดท้ายใครก็ตามที่แสดงความเกลียดชังหรือล้อเลียนผม นั่นมันเป็นแรงผลักดันที่ดีสุดๆ ไปเลย ขอบคุณแล้วเจอกันในสนามใหม่”

หลังจากผ่านการรักษาแล้ว แมดดิสันกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นอย่างเข้มงวด พร้อมเข้าสู่กระบวนการรีแฮ็บเพื่อกลับมาฟอร์มเก่งในสนามอีกครั้ง โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 6-9 เดือน ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าในการรักษาและการกลับมาฝึกซ้อม

การสนับสนุนจากแฟนบอลเป็นพลังสำคัญ

ในโลกของฟุตบอล การบาดเจ็บอาจดับฝันของนักเตะในเวลาที่สำคัญ และสำหรับแมดดิสัน ความรักและความเกลียดจากแฟนบอลล้วนกลายเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เขาตั้งเป้าหมายใหม่ในครั้งนี้ บริษัทระดับท็อปอย่างทอตแน่มก็ยังแสดงความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ต่อเจ้าตัว

แฟนบอลหลายคนยังคงเชื่อว่าแมดดิสันคือหัวใจสำคัญในแนวรุกของทีม และเมื่อกลับมาแล้วเขาน่าจะพาทีมสู้ได้แม้ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปี

เชื่อหรือไม่ว่าความล้มเหลวครั้งนี้อาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตอาชีพนักเตะของเขา? อย่างน้อยก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจของ “จอมทัพอังกฤษ” ได้เป็นอย่างดี

หากคุณเป็นแฟนบอลทอตแนมหรือแมดดิสัน อย่าลืมติดตามข่าวสารการฟื้นตัวของเขา และร่วมให้กำลังใจทางโซเชียลมีเดียเพื่อเป็นแรงผลักดันให้นักเตะคนสำคัญคนนี้กลับมาบนสนามอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ที่มา – จุดต่ำสุดในชีวิต! “แมดดิสัน” ร่ายยาว หลังพาตัดเข่า เสร็จสิ้นไปด้วยดี

ภูมิธรรมยันเตรียมฟ้องยูเอ็นกัมพูชาผิดอนุสัญญา

กรณีล่าสุดที่ทหารไทยรายหนึ่งเสียชีวิตและอีกรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดใกล้พรมแดนไทย-กัมพูชา ได้ก่อให้เกิดกระแสปฏิกิริยาอย่างกว้างขวาง ทั้งจากประชาชนและสื่อมวลชน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงและยืนยันอย่างชัดเจนว่า กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อสหประชาชาติ (UN) เกี่ยวกับการที่ กัมพูชาผิดอนุสัญญาออตตาวา อย่างเป็นทางการ

ภูมิธรรมยันเตรียมฟ้องยูเอ็นกัมพูชาผิดอนุสัญญา

“สิ่งที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในภาคีผู้มีส่วนร่วมอย่างมั่นคง การกระทำของทางฝั่งกัมพูชานั้นแสดงถึงเจตนาที่ไม่ต้องการสงบศึก หากเราพร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ก็ควรจะปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ ซึ่งตามข้อตกลงแล้ว กระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมข้อมูลพร้อมดำเนินการยื่นเรื่องกับยูเอ็นแล้ว” นายภูมิธรรมกล่าว

การสนับสนุนเครื่องมือยุทธวิธีให้ทหารไทย

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความพร้อมในการสนับสนุนเครื่องมือและยุทธวิธีต่าง ๆ ให้กับกองทัพ มีการประสานงานกับกระทรวงกลาโหม รวมถึงหน่วยที่ประจำอยู่ในพื้นที่ เพื่อให้การปฏิบัติงานยังคงเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย แม้จะมีการโพสต์ของหน่วยทหารบางแห่งขอความช่วยเหลือในเชิงเครื่องมือ แต่ที่ผ่านมาทางรัฐบาลมีการเปิดงบประมาณสำรองเพื่อให้การสนับสนุนใด ๆ เป็นไปได้ทันทีหากจำเป็น

  • ความเสียหายที่เกิดขึ้นคือการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารทหารไทย
  • การกระทำของฝ่ายกัมพูชาผิดต่ออนุสัญญาออตตาวา
  • เตรียมยื่นฟ้องต่อสหประชาชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลจากประชาชนในพื้นที่ เช่น จังหวัดศรีสะเกษ และสุรินทร์ ที่เริ่มมีการอพยพออกจากพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งทางรัฐบาลได้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน รวมถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหรือราชการในพื้นที่ เพื่อให้มีการสื่อสารและชี้แจงให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกกับกระแสข่าวที่บางครั้งมาในภาพที่ผิดเพี้ยน

เรียกร้องให้หยุดบิดเบือนข้อมูล

“มีนักวิจารณ์การเมืองบางกลุ่มที่ออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในประชาชน ผมอยากให้มีความจริงเป็นที่ยอมรับ การกระทำของผมคือเพื่อประเทศชาติ ผมจะไม่ปล่อยให้ข้อมูลที่ผิดถูกเผยแพร่ หากมีการฟ้องร้อง ผมพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกฎหมาย” นายภูมิธรรมกล่าวในตอนท้ายของการสัมภาษณ์

ผู้เขียนเห็นว่า การที่รัฐบาลออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการและพร้อมนำเรื่องไปสู่เวทีระหว่างประเทศ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการปกป้องผืนดินแดนและความปลอดภัยของประชาชนไทย และเราในฐานะผู้รับฟังก็ควรตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ก่อนจะเชื่อและเผยแพร่ข่าวใด ๆ ต่อไป

ที่มา – ‘ภูมิธรรม’ ยัน ‘ก.ต่างประเทศ’ เตรียมยื่นฟ้องยูเอ็น‘กัมพูชา’ ผิดอนุสัญญาออตตาวา ย้ำ รัฐบาลพร้อมหนุนเครื่องมือ ลั่น ฟ้องแน่นักวิจารณ์การเมืองบิดเบือนข้อมูล

‘เศรษฐา’ จี้รัฐบาลฟ้องผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลโลก ปมถล่มพลเรือน-โรงพยาบาล

เมื่อเร็ว ๆ นี้ “นายเศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมีบทบาทที่ชัดเจนต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นที่พรมแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีจากฝั่งกัมพูชาที่ทำให้ทหารไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตราย ซึ่งคาดว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

นายเศรษฐาได้โพสต์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X (Twitter) โดยกล่าวว่า ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและภาคีของอนุสัญญาระหว่างประเทศ ประเทศไทยควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อ ‘เศรษฐา’ จี้รัฐบาลฟ้องผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลโลก ปมถล่มพลเรือน-โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

‘เศรษฐา’ จี้รัฐบาลฟ้องผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลโลก ปมถล่มพลเรือน-โรงพยาบาล

เนื้อหาโพสต์ระบุว่า มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการใช้กับระเบิดโดยเจตนา และการใช้อาวุธสงครามในการโจมตีพลทหารไทย รวมถึงการเปิดยิงด้วยปืนใหญ่เข้าใส่พื้นที่ของไทย ซึ่งถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งกำหนดห้ามใช้กับระเบิดและอาวุธที่มีผลกระทบกับพลเรือนในช่วงความขัดแย้ง

บรรยากาศหนักแน่นที่ชายแดน

ในช่วงที่มีข่าวการโจมตี สถานการณ์ที่ชายแดนไทย – กัมพูชาเป็นที่น่าจับตามอง ด้วยความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกองทัพบกไทยก็ได้เสริมกำลังรักษาความมั่นคง และเตรียมพร้อมใช้สิทธิในการป้องกันตนเอง เพื่อปกป้องพรมแดนและพลพลทหารของตน

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นคือการโจมตีที่มีเป้าหมายไปยัง พลเรือน และสถานที่ทางการแพทย์ ระบุว่า ‘เศรษฐา’ จี้รัฐบาลฟ้องผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลโลก ปมถล่มพลเรือน-โรงพยาบาล เป็นประเด็นที่อาจสร้างความเสียหายต่อความสงบสุขในภูมิภาคอย่างยิ่ง

ความเห็นของเศรษฐาต่อการกระทำของกัมพูชา

นายเศรษฐาได้ชี้ว่า การถล่มพื้นที่พลเรือนในไทยและการยิงใส่โรงพยาบาลอย่างจงใจ ถือเป็นการกระทำที่น่าประณาม ไม่เพียงแต่ละเมิดกฎหมายในประเทศเท่านั้น แต่ยังขัดต่ออนุสัญญาสากล มีความรุนแรงอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ ผู้นำธุรกิจรายใหญ่ของไทยยังได้เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศไทยดำเนินการยื่นฟ้องผู้นำกัมพูชาต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดกระบวนการยุติธรรม และเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำในอนาคต

นอกจากนี้ นายเศรษฐายังเน้นว่า การประจารพฤติกรรมที่น่าสังเวชของฝ่ายกัมพูชาต่อสังคมโลกเป็นสิ่งที่จำเป็น ผู้คนทั่วไปควรรับรู้ถึงความรุนแรงและความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนโลกออกมาแสดงจุดยืน

แล้วคุณล่ะ เห็นด้วยกับมุมมองของ ‘เศรษฐา’ หรือไม่ว่า ประเทศไทยควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อการกระทำของกัมพูชา? เราควรปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปตามนี้ หรือหยุดยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง?

ที่มา – ‘เศรษฐา’ จี้รัฐบาลฟ้องผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลโลก ปมถล่มพลเรือน-โรงพยาบาล

หุ้นเช้านี้เปิดบวก 12.13 จุด ลุ้น กนง.ลดดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นไทยในเช้านี้ของวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เปิดตลาดด้วยความหวังดีดหลังจากที่ดัชนีเกลี่ยน้ำหนักขึ้นมาบวกได้ 12.13 จุด ปิดเช้าที่ 1,271.20 จุด พร้อมมูลค่าการซื้อขายเบื้องต้นที่ 4,476.25 ล้านบาท โดยกลุ่มนักวิเคราะห์จาก บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่าตลาดจะมีการปรับตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยเฉพาะหากมีปัจจัยบวกบางประการเข้ามาสนับสนุน เช่น การประกาศลดดอกเบี้ยจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.)

หุ้นเช้านี้เปิดบวก 12.13 จุด ลุ้น กนง.ลดดอกเบี้ย

ตลาดหลักทรัพย์ได้รับแรงหนุนจากการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ กนง. ที่คาดว่าจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 25 จุดฐาน (bps) ในวันนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจไทยเริ่มเผชิญกับแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบกับการเติบโตของ SET Index ที่อาจวิ่งต่อเนื่องได้อีกหรือไม่

ปัจจัยสนับสนุนและแรงกดดันสำคัญ

состоянииเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ดีนัก อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการบางบริษัทเริ่มฟื้นตัว ช่วยให้นักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้น แต่ก็ยังคงชะลอตัวอยู่ในเชิงระมัดระวังเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

  • ผลประกอบการรั้งตลาดไว้ได้อย่างจำกัด
  • ความคาดหวังการกลับมาของกระแสเงินไหลเข้า
  • ปัจจัยภายนอก ซึ่งยังเป็นแรงกดดัน

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ทางด้านเทคนิค ดัชนียังมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,270 – 1,282 จุด หากสามารถทำลายแนวต้านนี้ได้จะเป็นจังหวะสำหรับตลาดในการขึ้นต่อ ส่วนแนวรับที่สำคัญอยู่ที่ 1,255 จุด ซึ่งหากดัชนีหลุดต่ำกว่านี้จะแสดงถึงโอกาสของการปรับฐานอีกครั้งในระยะสั้น

การพักตัวอย่างเป็นธรรมชาติไม่ใช่เรื่องผิดปกติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดค่อนข้างมีความพิ่งพาปัจจัยภายนอกสูง หากวันนี้ กนง. มีการประกาศลดดอกเบี้ยจริง จะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจดีขึ้น ส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มธนาคารและกลุ่มรับรู้ความเชื่อมั่น

ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าตลาดจะยังสู้ไหวกับแรงกดดัน และอาจสร้างจังหวะดีในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดอาจกลับมามีพลังในการวิ่งต่อได้อีกในระยะกลาง

สรุป ตลาดหุ้นไทยในเช้านี้สามารถเปิดบวกได้ เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนที่รอโอกาส และหากมีการประชุม กนง. และมีมติลดดอกเบี้ยจริง ก็จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญสำหรับตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น

อย่าลืมติดตามข่าวสารเศรษฐกิจทุกช่วงเวลา และเตรียมแผนการลงทุนของคุณให้พร้อม เพราะหากข่าวดีเข้ามาแรง อาจทำให้กราฟเปลี่ยนทิศทางได้ทันที

ที่มา – หุ้นเช้านี้เปิดบวก 12.13 จุด ลุ้น กนง.ลดดอกเบี้ย

4 เสือ SuperThai เดบิวต์ Run The Show โชว์พลัง Super Power แดนซ์เดือด

วงการ T-POP มันกำลังเดือดขึ้นอีกครั้งกับการเดบิวต์ของ 4 เสือ SuperThai กับซิงเกิลเพลงใหม่ที่มาแรงสุด “Run The Show” ซึ่งจะพาทุกคนเข้าสู่ความมันส์ของเสียงเพลงแนวดนซ์อิเล็กทรอนิกส์สุดล้ำ ใครที่ยังไม่ได้ฟังและชมมิวสิกวิดีโอ บอกเลยว่าพลาดของดีไปแน่ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตัว เพลงใหม่ของวง แต่คือการ โชว์พลัง Super Power อย่างเต็มที่แบบไม่มีกั๊ก

4 เสือ SuperThai เดบิวต์ Run The Show จัดเต็มทุกมิติ

หากใครได้ตามวงการไอดอลเกาหลีอยู่บ้าง ต้องรู้จักกับคำว่า “4 เสือ” อย่างแน่นอน ซึ่งในครั้งนี้ทีม SuperThai ก็ขอนำภาพลักษณ์ที่แฝงไว้ด้วยพลังและความกล้าหาญดังกล่าวมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในวง T-POP ด้วยการปล่อยเพลงเดบิวต์เพลงนี้ เพลง “Run The Show” ถูกวางโครงสร้างที่มีท่วงทำนองจังหวะเร้าใจ เชื่อมโยงแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ผสมผสาน Hi-NRG RAVE, Eurobeat และ House Techno เข้าด้วยกันอย่างลงตัว จัดเต็มทั้งเสียง เนื้อหา และบทเต้นที่ออกแบบมาเพื่อ กระตุ้นความมันส์และความเท่ ให้แฟนเพลงได้ดื่มด่ำกับดนตรีจนลืมเลยว่ากำลังเต้นอยู่

ฟีลลิ่งระทึกขวัญจากภาพยนตร์ดิสโก้แห่งยุค

มิวสิกวิดีโอของ Run The Show ถูกผลิตออกมาอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยนำเสนอสีสันและมิติของการเต้นที่ผสมผสานสไตล์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับบอยแบนด์มินิมอลในบรรยากาศเหมือนกับเวทีไลฟ์ในคลับยุค 80s อย่างเต็มอิ่ม อีกทั้งยังมีซีนช้า ๆ ที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับตัวละครมากขึ้น ช่วยเพิ่มความเธิร์สต่อแม่เหล็กของแต่ละหนุ่มทั้ง 4 เพราะไม่ใช่แค่เห็นหน้าตาหรือบทที่พวกเขาดึงดูด แต่ยังสามารถส่งท่าเต้นนักเต้นกันเองได้

  • นินจา–อภิสิทธิ์ จอมซุ่มเลือดเย็นแห่งวง
  • พีนัท–พีรณัฐ ความแม่นยำของเสียงและแผลงดุจกำแพงเหล็ก
  • เพลงไท–ธานินทร์ แรงบันดาลใจด้านความคิดสร้างสรรค์
  • ธาดาลี–ธาดา ความมั่นใจในแบบสุดโต่ง

จากกระแสตอบรับที่พุ่งแรงทั้งบนโซเชียลมีเดีย และจากสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มต่าง ๆ การเดบิวต์ของ 4 เสือ SuperThai ถือว่าเป็นศิลปินไทยชุดหนึ่งที่มีในการเขย่ากระแสของวง T-POP ให้มีความร้อนแรงมากขึ้น เมื่อวิถีแห่งการออกแบบ การเรียบเรียง และการเปิดตัวถูกวางไว้อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่าเป็น “พลุจบเฉิดฉาย” อย่างแท้จริง

ในยุคที่ T-POP กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเกมใหม่ ๆ และศิลปินรุ่นใหม่มักหลั่งไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง SuperThai กลับเป็นหนึ่งในวงที่ทำได้ดีในการผสมผสานแห่งอารมณ์ การแสดงออก และความหลากหลายของดนตรีให้เป็นไอเด้นที่หลากหลายมากกว่าเดิม

หากคุณยังไม่รู้จัก 4 เสือ SuperThai ต้องบอกเลยว่าตอนนี้หยุดรออะไรไม่ได้แล้ว เพราะหนทางของอัลบั้มแรกเพิ่งเริ่มต้น ฟังเพลย์ลิสต์, ดูวีดิโอ, แล้วตามติดทุกคอนเสิร์ตหรือสตรีมมิ่งต่อได้เลยตอนนี้ เพื่อรับรู้ถึงพลังอันสุดยอดที่พวกเขา Run The Show อย่างแท้จริง ความสนุกกำลังจะเริ่มขึ้น

อย่าลืมกดไลก์และติดตามช่องทางทางการเพื่อไม่พลาดข่าวสารและโปรเจกต์ใหม่ ๆ จาก SuperThai ที่กำลังจะพาทุกคน Run The Show ไปด้วยกัน!

ที่มา – 4 เสือ “SuperThai” เดบิวต์ “Run The Show” โชว์พลัง Super Power แดนซ์เดือด

ศูนย์เด็กเล็กสองพี่น้อง สุพรรณฯ จัดซ้อมแผนดับเพลิงระงับอัคคีภัย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดโครงการฝึกอบรมการป้องกันและระงับอัคคีภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะให้แก่คณะครูและนักเรียนในการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ศูนย์เด็กเล็กสองพี่น้อง สุพรรณฯ จัดซ้อมแผนดับเพลิงระงับอัคคีภัย

โครงการนี้ดำเนินการโดย น.ส.กนิษฐา ศรีแตงอ่อน ครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยได้รับการสนับสนุนจาก จ่าเอกกฤตภาส สุริย์แสง หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ เทศบาลเมืองสองพี่น้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ความรู้ในเชิงปฏิบัติจริง พร้อมทั้งสาธิตวิธีใช้เครื่องมือดับเพลิงอย่างถูกวิธี

ฝึกทักษะดับเพลิงอย่างใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง

กิจกรรมที่จัดขึ้นมาในครั้งนี้มีการจำลองสถานการณ์เพลิงไหม้อาคารเรียนอย่างใกล้เคียงกับความเป็นจริง ซึ่งทำให้คณะครูและนักเรียนได้ฝึกฝนทักษะขั้นพื้นฐานในการดับเพลิงในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการหลบหนี การใช้ถังดับเพลิง และการทำงานเป็นทีมเพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ในช่วงเริ่มต้น

จ่าเอกกฤตภาส สุริย์แสง กล่าวว่า นายธนกร ตันติไพจิตร นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง เห็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัย ในกรณีเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ ครู และทรัพย์สินของศูนย์เด็กเล็ก ดังนั้น การฝึกอบรมและการซ้อมแผนระงับอัคคีภัยจึงต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง

  • ทักษะเบื้องต้นเมื่อเกิดเพลิงไหม้
  • การใช้เครื่องมือดับเพลิงประเภทต่าง ๆ
  • การหลบหนีอย่างปลอดภัย
  • หลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ศูนย์เด็กเล็กสองพี่น้อง สุพรรณฯ ระบุว่าทีมงานยังขาดความเชี่ยวชาญในการรับมือกับเหตุอัคคีภัยอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้จัดทำแผนการป้องกันอัคคีภัยอย่างรอบด้าน โดยเสนอแนวทางเชิงป้องกันและการตอบสนองอย่างมีระบบ ทั้งในด้านวรรณกรรม เชิงทฤษฎี และการปฏิบัติ ทั้งยังฝึกซ้อมกับวิทยากรที่มีประสบการณ์จริง เพื่อให้เกิดทักษะที่ตอบโจทย์ในสถานการณ์จริง

โครงการฝึกซ้อมและแผนการป้องกันอัคคีภัยในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมในขั้นสำคัญและส่งเสริมความปลอดภัยของเด็ก ๆ และครูบุคลากรอย่างเต็มรูปแบบ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชนที่ปลอดภัยจากภัยไฟ

ที่มา – ศูนย์เด็กเล็กสองพี่น้อง สุพรรณฯ จัดซ้อมแผนดับเพลิงระงับอัคคีภัย

โคมไฟสัตว์แปลกตำนานจีนริมเจ้าพระยา หนุนวัฒนธรรมสองชาติ

เทศกาลโคมไฟสวนอวี้หยวนแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 ได้สร้างปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งอย่างมาก โดยมีแนวคิดหลักภายใต้คอนเซ็ปต์ “จิตวิญญาณแห่งขุนเขาและท้องทะเล” ซึ่งอ้างอิงจากตำราจีนโบราณอย่าง “ซานไห่จิง” หรือคัมภีร์ขุนเขาและทะเล นับตั้งแต่เปิดให้เข้าชมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา งานดังกล่าวได้ต้อนรับผู้เข้าชมไปแล้วกว่า 3 ล้านคน ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในวัฒนธรรมของชาวไทยต่อประเพณีอันงดงามของประเทศจีน

โคมไฟสัตว์แปลกตำนานจีนริมเจ้าพระยา หนุนวัฒนธรรมสองชาติ

การจัดงานเทศกาลในครั้งนี้มีความตั้งใจอย่างลึกซึ้ง แฝงไว้ด้วยความหวังว่าประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจะได้มีโอกาสสัมผัสกับความงามและคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมจีนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์แปลกตำนานที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตบนโคมไฟที่เรียงรายอยู่ตามพื้นที่ของสวนอวี้หยวน ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อีกทั้งยังสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนอย่างเป็นรูปธรรม

แหล่งแรงบันดาลใจจากตำนานสมัยโบราณ

โคมไฟที่ติดอยู่บริเวณสวนอวี้หยวนแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมจีนอย่างชัดเจน ทั้งในด้านรูปแบบการออกแบบ รวมไปถึงความหมายที่สื่อผ่านโคมไฟแต่ละดวง โดยแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มานำมาจากตำนานในคัมภีร์ซานไห่จิง ซึ่งเป็นหนังสือโบราณของจีนที่กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตในขุนเขาและทะเลที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนงานเทศกาลก็สามารถสัมผัสไปกับโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดและสิ่งมีชีวิตในจินตนาการแบบจีนแท้

นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้าร่วมกิจกรรมสามารถถ่ายภาพกับโคมไฟที่งดงาม และร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ตามจุดตั้งของงาน ซึ่งมีทั้งโซนสำหรับถ่ายรูปพิเศษ โซนสัมผัสกับพลุดอกไม้ไฟ และกิจกรรมเขียนข้อความที่ระลึก ที่ชนะใจเยาวชนและผู้ใหญ่ไปพร้อมกัน ทั้งยังมีนิทรรศการภาพถ่ายเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ช่วยเสริมความเข้าใจให้กับผู้ชมในการสัมผัสวิถีชีวิตแบบจีนมากยิ่งขึ้น

ผู้จัดงานจากกลุ่มอวี้หยวนแสดงความคาดหวังว่า เทศกาลโคมไฟที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 50 วัน นี้จะกลายเป็นประตูที่เปิดรับวัฒนธรรมจีนอย่างแท้จริง และเป็นช่องทางให้ผู้ชมได้มีโอกาสเสพชมสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการเสริมสร้างเส้นใยทางจิตใจระหว่างสองประเทศ

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน ยังเผยข่าวอีกว่า เมืองเซี่ยงไฮ้ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้รวมทั้งสิ้น 254,000 คน เพิ่มขึ้นกว่า 140% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับจีน

ถ้าคุณสนใจสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมจีนอย่างแท้จริง ต้องห้ามพลาดงานเทศกาลโคมไฟสัตว์แปลกตำนานจีนริมเจ้าพระยา ที่กำลังเติบโตเป็นกิจกรรมประจำปีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก!

ที่มา – โคมไฟ “สัตว์แปลกตำนานจีน” ริมเจ้าพระยา หนุนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสองชาติ