ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เลขเด็ดวัดพ่อปากแดง งวดนี้มีเลขอะไรบ้าง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา มีกระแสประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยัง วัดหลวงพ่อปากแดง ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เพื่อเข้าร่วมพิธีกราบไหว้และขอพรจากหลวงพ่อปากแดง พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความศรัทธามากว่า 20 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้ถึงวันหวยออก คนจะหลั่งไหลกันมาเพื่อขอเลขเด็ดวัดพ่อปากแดง กันอย่างคึกคัก

เลขเด็ดวัดพ่อปากแดง คอหวยห้ามพลาด

บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อและความศรัทธาของญาติโยมที่นำของไหว้ไปถวาย เช่น กล้วยน้ำหว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ซึ่งวางเต็มไปทั่วพระอุโบสถ สิ่งที่น่าสนใจคือ การเสาะหาเลขเด็ดวัดพ่อปากแดง จากหยดน้ำตาเทียนที่ไหลออกมาเองตามธรรมชาติ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ระบุว่า งวดนี้มีเลขที่น่าสังเกตคือ 0, 4, 6, 8 และ 9

รวมเลขเด็ด 2 ตัวตรงจากวัดหลวงพ่อปากแดง

จากตัวเลขที่ปรากฏ คอหวยนำไปจับคู่กันจนได้ เลขเด็ด 2 ตัวตรง ที่น่าจับตา เช่น 64, 68, 89 และ 96 ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับคอหวยสายลุ้นโชค อย่างไรก็ตาม ควรใช้เพียงเป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจเท่านั้น

ด้านหลวงพ่อ jaws พาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อปากแดง ได้ออกมาแนะแนวทางและเตือนสติว่า แม้ว่าการเสี่ยగโชคด้วยหวยจะเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ แต่ขอให้ทุกคนหมั่นทำความดี เสริมบุญ และไม่นำโชคชะตาทั้งหมดไปพึ่งเรื่องการเสี่ยง ความดีคือสิ่งที่สะสมได้แม้ไม่ได้เลขเด็ด

  • สถานที่: วัดหลวงพ่อปากแดง จ.นครนายก
  • กิจกรรม: ขอพร ถวายของไหว้ และเสาะหาเลขเด็ด
  • เลขที่ได้รับความนิยม: 0, 4, 6, 8, 9
  • เลขสองตัวตรง: 64, 68, 89, 96

แม้ เลขเด็ดวัดพ่อปากแดง จะเป็นที่นิยมและมีผู้ตามหาเสมอมา แต่รำลึกถึงคำสอนของหลวงพ่อเสมอว่า การเสี่ยงโชคเป็นเพียงทางหนึ่งในชีวิต ไม่ใช่ทุกเส้นทาง หากคุณต้องการความสมดุลและความมั่นคง อย่าลืมหาทางเสริมบุญ เสริมดวง และก่อกรรมดีไว้ด้วย

ที่มา – มาแล้ว! เลขเด็ด ‘วัดพ่อปากแดง’ คอหวยห้ามพลาดแจก 2 ตัวตรง

กรุงศรีซื้อหุ้น TIDLOR เพิ่ม 16.33% ขยายโอกาสเช้าถึงบริการทางการเงิน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเข้าซื้อและรับโอนหุ้นของบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR จากบริษัท Siam Asia Credit Access Pte. Ltd. (SACA) เป็นจำนวน 16.33% ของหุ้นทั้งหมด ทำให้กรุงศรีมีสัดส่วนการถือหุ้นใน TIDLOR เพิ่มขึ้นเป็น 46.51% การซื้อหุ้นเพิ่มในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตามกลยุทธ์ของธนาคารในการเติบโตและบริการลูกค้าใหม่ ๆ ที่ยังห่างไกลจากบริการทางการเงิน

กรุงศรีซื้อหุ้น TIDLOR เพิ่ม 16.33% เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า การที่กรุงศรีได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นของ TIDLOR นั้นเป็นความยินดีอย่างมาก เนื่องจากบริษัทติดล้อได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่ง มาจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดไทย ทำให้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสนับสนุนให้ลูกค้ากลุ่มรายย่อยและ SME ได้เข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น

แนวทางในอนาคตของ TIDLOR กับกรุงศรี

ในส่วนของบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ระบุว่า การที่ธนาคารกรุงศรีทำการเพิ่มการถือหุ้นในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัท เราตระหนักดีว่าการมีพันธมิตรที่เข้มแข็งอย่างกรุงศรีจะทำให้ TIDLOR สามารถขยายตลาดและเพิ่มช่องทางการให้บริการทางการเงินและประกันภัยได้อย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

  • แนวโน้มการเติบโต : การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ทางธุรกิจของ TIDLOR
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย : เน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อย และ SMEs ที่ยังไม่เข้าถึงบริการทางการเงินเต็มรูปแบบ
  • นวัตกรรมล่าสุด : การพัฒนาแพลตฟอร์มการเงินและบริการประกันแบบครบวงจร

ทั้งนี้ การร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงศรีกับบริษัท TIDLOR ถือเป็นความร่วมมือทางกลยุทธ์ที่ส่งประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกและภายในประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านการเงิน การลงทุน และภาวะความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงถึงบทบาทของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะหากพิจารณาจากเป้าหมายหลักของ TIDLOR ที่ต้องการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินระดับแนวหน้าในกลุ่มลูกค้าเฉพาะทางที่ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการที่เหมาะสมโดยตรง

สรุปแล้ว การที่ธนาคารกรุงศรีทำการซื้อหุ้นเพิ่มใน TIDLOR นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างโอกาสใหม่ในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และอาจเป็นแรงผลักดันให้ TIDLOR สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นระบบในอนาคตอันใกล้

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกทางการเงินที่หลากหลาย ติดล้อ โฮลดิ้งส์ร่วมกับธนาคารกรุงศรีสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ทั้งในด้านประกันภัย สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ทันสมัย

ที่มา – กรุงศรีซื้อหุ้น TIDLOR เพิ่ม 16.33% ขยายโอกาสเช้าถึงบริการทางการเงิน

‘ไชยา’ รับโปรดเกล้าฯ เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมสัมมนา B1 อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดพิธีอย่างเป็นทางการเพื่อรับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เกี่ยวกับการแต่งตั้ง นายไชยา พรหมา ให้ดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้พ้นจากสมาชิกภาพสภาฯ

‘ไชยา’ รับโปรดเกล้าฯ เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1

ในพิธีดังกล่าว มี น.ส.สาวิตรี ชำนาญกิจ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบเชิญพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเข้าสู่ห้องพิธี จากนั้นได้อ่านประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแต่งตั้ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ที่ปรึกษาคณะรัฐมนตรีและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลาออก

เนื้อหาในประกาศระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการประกาศแต่งตั้ง นายไชยา พรหมา แทนตำแหน่งที่ว่างตามมาตรา 116 และ 118 แห่งรัฐธรรมนูญ โดยได้รับการลงมติเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ในการประชุมครั้งที่ 10 สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง

พิธีรับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

หลังจากนั้น พิธีก็ดำเนินต่อไปด้วยการที่ นายไชยา พรหมา ได้ รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม อย่างเป็นทางการ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ โดยมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทั้งคณะบริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความยินดีต่อ นายไชยา ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งannounce formally ในฐานะ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ร่วมกับว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะบริหารที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากวุฒิสภา อาทิ นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวุฒิสภาเข้าร่วมแสดงความยินดีเช่นกัน

การดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่จะต้องช่วยเหลือประธานสภาฯ ในการบริหารงานและดูแลพิธีการของสภาฯ รวมถึงการเป็นองค์ประชุมแทนประธานสภาฯ ในกรณีหากประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้น การได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อสถาบันทางการเมืองของประเทศไทย

ถือเป็นวันสำคัญทางการเมืองครั้งใหม่ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ นายไชยา พรหมา ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางประชาธิปไตยที่ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญในสภาฯ เร็วเพียงใด

ที่มา – ‘ไชยา’ รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตั้งเป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1

พ่อเมืองประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหกรรม พชอ. จังหวัดสุพรรณบุรี

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้อง To Be Number One ชั้น 2 อาคารส่งเสริมสุขภาพและอเนกประสงค์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหกรรม พชอ. จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

พ่อเมืองประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหกรรม พชอ. จังหวัดสุพรรณบุรี

ในการนี้ นายรัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ได้กล่าวรายงานสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ในพื้นที่ทั้ง 10 อำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งจากทุกภาคส่วน

กลไกสำคัญในการขับเคลื่อน พชอ.

คณะกรรมการประกวดผลงานประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่าน ได้แก่ นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายกิตติพงษ์ อยู่สุวรรณ นายแพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชกรรมป้องกัน, นายศุภโชค วณิชชาพลอย ป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี และนางสาวสาธิมน ศิริสมบูรณ์เวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี

มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 100 คนจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นายอำเภอ คณะวิทยากร คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับจังหวัดและอำเภอ รวมถึงบุคลากรในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี

  • NCDs ดีได้ด้วยกลไก พชอ. การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มผู้สูงอายุและเปราะบาง
  • การป้องกันปัญหายาเสพติดในเยาวชน
  • การลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน
  • การบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานดังกล่าวเน้นการบูรณาการที่เข้มแข็ง ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีมหกรรม พชอ. จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นเวทีเปิดสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน

ผู้เข้าร่วมสามารถนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้ไปใช้ต่อยอดในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กิจกรรมเชิงปฏิบัติการเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ช่วยสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน และเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนแนวคิดใหม่ๆ ที่จะช่วยยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัด

ที่มา – พ่อเมืองประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหกรรม พชอ. จังหวัดสุพรรณบุรี

ร้อยเอ็ดประกวดผ้าลายพระราชทาน สืบสานภูมิปัญญาไทย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ห้องประดับเงิน โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น อ.เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีการแถลงข่าวเปิดการคัดกรองการประกวด ผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” รวมถึงงานหัตถกรรมระดับจังหวัดประจำปี 2568 โดยงานนี้ถือเป็นโครงการสำคัญที่มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผ้าไทยและงานหัตถกรรมในพื้นที่ ภายใต้การสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ดประกวดผ้าลายพระราชทาน

งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากราชวงศ์ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงพระราชทานลายผ้า “สิริราชพัสตราภรณ์” เพื่อเชิญชวนให้ช่างทอทั่วประเทศน้อมเกล้าถวายผืนผ้าอันทรงคุณค่า ทั้งในแง่ของวัฒนธรรม การออกแบบ และคุณภาพ โดยผู้ที่เข้าร่วมต้องออกแบบโดยนำเอาประเพณีเข้ามาผสมผสานกับนวัตกรรมใหม่ ๆ

ณ งานแถลงข่าว นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวถึงความสำคัญของงานนี้ว่า “ปีนี้ ร้อยเอ็ด มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 422 ผืน แบ่งเป็น 8 ประเภท ได้แก่ ผ้ามัดหมี่ 2 ตะกอ ผ้ามัดหมี่ 3 ตะกอขึ้นไป หมี่ข้อ หมี่คั่น ผ้ายก และผ้าเทคนิคผสมพื้นเมือง จากจำนวนที่ส่งเข้ามา จะมีการคัดเลือกตามเกณฑ์ของกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อคัดกรองให้เหลือผลงานที่ดีที่สุดไม่น้อยกว่า 207 ผืน เพื่อนำเสนอและส่งต่อไปยังระดับภาคและระดับประเทศ”

เกณฑ์การตัดสินและการประเมินคุณภาพ

งานประกวดในครั้งนี้ใช้หลักเกณฑ์ในการตัดสินที่ครอบคลุมถึงคุณภาพของผ้าในหลายด้าน ได้แก่ ความกว้าง ความเรียบร้อย คุณภาพของสีธรรมชาติ ความชัดเจนของลวดลาย ความงามโดยรวม ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการนำเสนอที่น่าสนใจผ่านบรรจุภัณฑ์และเรื่องเล่า (Storytelling) ที่ตีความได้ลึกซึ้ง สะท้อนภูมิปัญญาและจิตวิญญาณของครูทอในแต่ละชุมชน

นอกจากนี้ โครงการยังเน้นย้ำถึงการสืบสานพระปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเน้นย้ำความสำคัญของผ้าไทยในฐานะหนึ่งในศิลปวัฒนธรรมสมเด็จที่ต้องอนุรักษ์และถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแค่การรักษาขนบธรรมเนียมในการทอผ้าแต่อย่างเดียว จังหวัดร้อยเอ็ดยังมุ่งเน้นการสร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพอาชีพให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ โดยการขับเคลื่อนให้ผ้าไทยก้าวสู่ตลาดดิจิทัล และส่งเสริมให้ประชาชนสวมใส่ผ้าลายพระราชทานในชีวิตประจำวันอย่างกว้างขวาง

ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันประเภทนี้เป็นโอกาสในการแสดงความสามารถของช่างทอและชุมชนในพื้นที่ที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตสินค้าหัตถกรรมไทย ทำให้ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและความภาคภูมิใจในสินค้าท้องถิ่น และช่วยขยายกลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักในศิลปะผ้าไทยและมีความสนใจในการสืบสานวัฒนธรรมใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต นักออกแบบ หรือผู้บริโภค การสนับสนุน ร้อยเอ็ดประกวดผ้าลายพระราชทาน คือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทอฝันแห่งอนาคตให้กับชุมชนไทยของเรา

ที่มา – ร้อยเอ็ดประกวด “ผ้าลายพระราชทาน” สืบสานภูมิปัญญาผ้าไทย สร้างรายได้สู่ชุมชน

แจง‘กองทัพภาค 2’ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลงจำเป็นเร่งด่วน รอตามก.ม.ใช้เวลานาน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมายืนยันสถานการณ์เกี่ยวกับการรับบริจาค ลวดหนามหีบเพลง จากประชาชน โดยเฉพาะจากกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่ชายแดนอย่างจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

แจง‘กองทัพภาค 2’ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลงจำเป็นเร่งด่วน รอตามก.ม.ใช้เวลานาน

โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า แม้กองทัพจะมีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการ แต่ข้อจำกัดหลักอยู่ที่กระบวนการจัดซื้อตามกฎหมาย ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่านานเกินไปเพราะมีความจำเป็นต้องใช้ ลวดหนามหีบเพลง อย่างเร่งด่วน ส่วนพื้นที่敏感สามารถใช้ลวดเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและการป้องกันการลักลอบเข้าออกของผู้ไม่หวังดี

ความต้องการเฉพาะด้านยุทธวิธี

อย่างไรก็ตาม การบริจาคจากประชาชนนั้นยังต้องพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากบางวัสดุอาจไม่ตรงความต้องการจริงในพื้นที่ แม้ว่ากองทัพภาค 2 จะขอบคุณในความมีน้ำใจของประชาชน แต่ต้องขอชั่วคราวไว้ก่อน ส่วนสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ลวดหนามหีบเพลงแบบเฉพาะทาง ที่ใช้ในหน้าที่ยุทธวิธี มีความต่างจากของทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งต้องสั่งผลิตใหม่ ทำให้ใช้เวลายิ่งนานขึ้นในระบบราชการ

นอกจากนี้ โฆษกกล่าวว่า วัสดุอื่น ๆ อย่างอาหาร ของใช้จำเป็น และอุปกรณ์สนับสนุนชีวิต ในขณะนี้กองทัพมีอยู่เพียงพอแล้ว สิ่งที่ยังขาดอยู่จริงคืออุปกรณ์เสริมด้านยุทธวิธีเป็นหลัก เช่น ลวดหนาม ระบบกีดขวางวัสดุ และอุปกรณ์ป้องกัน การบริจาคในจุดนี้จึงเป็นทางเลือกสำหรับการช่วยเหลือในช่วงเร่งด่วน ที่สำคัญ ของบริจาคสามารถเข้ามาได้รวดเร็วกว่าระบบราชการปกติ ไม่ต้องรอนานหรือรอการผลิตจากผู้ขาย

  • ลวดหนามหีบเพลงแบบเฉพาะทาง มีความต้องการเร่งด่วน
  • การบริจาคช่วยลดเวลาเสริมอุปกรณ์ในระบบราชการ
  • ขณะนี้ 4 จังหวัดชายแดนภาคอีสานยังต้องการความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์นี้

ดังนั้น แม้กองทัพภาค 2 จะยังขอรับความช่วยเหลือจากประชาชนเกี่ยวกับ ลวดหนามหีบเพลง เนื่องจากสถานการณ์ที่ต้องการใช้งานจริงในพื้นที่ แต่สิ่งที่ได้รับต้องมีความเหมาะสมกับหน้าที่ยุทธวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาภายหลังในอนาคต

ในมุมมองของกองทัพ การจัดซื้อวัสดุด้วยงบประมาณภายในระบบราชการสามารถสนับสนุนความต้องการได้อย่างเพียงพอ แต่ข้อจำกัดด้านเวลาเป็นปัญหาใหญ่ การบริจาคช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดแคลนในช่วงเร่งด่วน และเป็นส่วนหนึ่งของพลังร่วมในการปกป้องประเทศ โดยหน่วยภารกิจในพื้นที่ชายแดนสามารถใช้วัสดุที่ประชาชนบริจาคได้ทันที

การสนับสนุนจากประชาชนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นพลังด้านวัสดุ แต่ยังเป็นการสื่อสารถึงความร่วมมือระหว่างทหารกับประชาชนในการรักษาความปลอดภัยของชาติ

หากคุณต้องการให้กำลังใจหรือมีความประสงค์จะร่วมบริจาค ลวดหนามหีบเพลง เพื่อช่วยเหลือกองทัพภาค 2 สามารถติดต่อช่องทางที่กองทัพเปิดรับบริจาคอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ความช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ที่มา – แจง‘กองทัพภาค 2’ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลงจำเป็นเร่งด่วน รอตามก.ม.ใช้เวลานาน

‘อนุดิษฐ์’ จี้รัฐฟ้อง ICC จับผิด กัมพูชา ลอบวางระเบิดทหารไทย

จากกรณีที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ทำให้สูญเสียขาไปแล้ว 5 นาย นั้น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการฟ้องร้อง กัมพูชา ต่อศาลอาญาศาลระหว่างประเทศ (ICC) อย่างเร่งด่วน

‘อนุดิษฐ์’ จี้รัฐฟ้อง ICC จับผิด กัมพูชา ลอบวางระเบิดทหารไทย

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ติดชายแดน จ.สุรินทร์ ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในบริเวณฐานจุ๊บตาโมก ใกล้ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงปัจจุบัน ทหารไทยได้ถูกละเพศจนสูญเสียขาไปแล้ว 5 นาย

ทั้งนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกระทำของฝ่ายทหารไทย เพราะไม่มีรายงานว่าทหารกัมพูชามีการเหยียบทุ่นระเบิดเลยแม้แต่คนเดียว สิ่งที่น่าสงสัยคือ กัมพูชาแอบลอบวางกับดักระเบิดในพื้นที่ในช่วงเวลาที่ทหารไทยไม่ได้ปฏิบัติการลาดตระเวน ทำให้ทหารของเรายิ่งตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น

เรียกร้องให้ฟ้อง ICC

น.อ.อนุดิษฐ์ ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างชัดเจนว่า การกระทำของกัมพูชาผิดต่ออนุสัญญาออตตาวาและถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมในการทำสงคราม “ผมเชื่อว่ารัฐบาลและกองทัพต้องมีการติดตามประเด็นนี้อยู่แล้ว และไม่ควรละเลย ขอให้ประชาชนรับรู้ว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้วบ้าง”

  • เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่ใกล้ปราสาทตาเมือนธม
  • ทหารไทยถูกยิงด้วยขวัญใจจากการลาดตระเวนในพื้นที่
  • กัมพูชามีพฤติกรรมลอบวางระเบิดในช่วงเวลาที่ไม่มีการลาดตระเวน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่ว่ากัมพูชาอาจใช้โดรนมาสกัดกั้นการบินของเครื่องบินรบเอฟ-16 ของไทยในอนาคต น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะความเร็วและทักษะการควบคุมเครื่องบินรบอย่าง F-16 นี้ หากมีการบินขึ้นมาอาจจะไม่มีใครสามารถบังคับโดรนให้ชนหรือขัดขวางได้จริง จึงไม่ควรให้ความวิตกกังวลในประเด็นนี้

เมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อยาวและยังไม่มีการลงโทษอย่างจริงจังต่อผู้กระทำ ทหารไทยต้องเสี่ยงภัยเพิ่มมากขึ้นทุกครั้งที่ปฏิบัติภารกิจบนพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รัฐบาลควรรักษาความปลอดภัยให้สูงสุด ประชาชนควรติดตามว่ารัฐบาลจะมีแนวทางใดในระยะต่อไปเพื่อปกป้องพลทหารของเรา และเป็นธรรมต่อเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียขาไปอย่างถาวร

สนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถติดตามความเคลื่อนไหวจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ‘อนุดิษฐ์’ จี้รัฐเร่งฟ้อง ICC เอาผิด ‘กัมพูชา’ลอบวางระเบิดทำทหารไทยสูญเสียขาแล้ว 5 นาย

‘เท้ง’ อัดรัฐบาลหูหนวก-ตาบอด งบ69ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ซึ่งอยู่ในวาระที่ 2-3 โดยเริ่มต้นจากการพิจารณามาตรา 4 ที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมของงบประมาณ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานในการประชุมนี้

‘เท้ง’ อัดรัฐบาลหูหนวก-ตาบอด งบ69ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เปิดเผยว่าการปรับลดงบประมาณของคณะกรรมการงบประมาณ (กมธ.) ที่ลดลงไปกว่า 8,920 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.24% แต่กลับพบว่าการจัดสรรงบประมาณที่เกิดขึ้นกลับไม่ตอบโจทย์ต่อการรับมือกับวิกฤติทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจ และสงครามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสงครามชายแดนหรือสงครามการเมือง

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ชี้ให้เห็นว่าตนเองไม่ได้ตำหนิคณะกรรมการงบประมาณ แต่กลับต้องตำหนิรัฐบาลที่ “หูหนวก-ตาบอด” ต่อความต้องการของประชาชนและสถานการณ์ของประเทศ โดยระบุว่าหากจะแก้ปัญหาให้ได้ รัฐบาลต้องมีเข็มทิศที่ชัดเจน และการจัดงบประมาณจะต้องนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเชิงโครงสร้าง

เสนอกลยุทธ์เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจจาก ‘เท้ง’

จากการอภิปรายของนายณัฐพงษ์ จะเห็นได้ว่าการจัดสรรงบประมาณ 69 ที่ผ่านมาเป็นงบที่ “คิดไม่รอบ คิดไม่ลึก” เมื่อเทียบกับความต้องการของประเทศในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำและห้วงวิกฤติที่ส่งผลถึงทุกภาคส่วนของชีวิตของประชาชน

Wall Street Journal รายงานว่า นายณัฐพงษ์ พร้อมเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างงบประมาณให้สอดคล้องกับความต้องการจริง ด้วยการลงทุนในด้านต่างๆ ที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจในอนาคต เช่น:

  • ปลูกป่าเศรษฐกิจ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ
  • ลดคาร์บอน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
  • สนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น สิ่งทอ สุขภาพ และพลังงานสะอาด
  • สร้างไบโอแมทีเรียล และพัฒนาโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านประชาชน
  • ร่วมลงทุนกับเอกชนในการต่อยอดโครงสร้างพลังงานให้สะอาดยิ่งขึ้น
  • ส่งเสริมการปลูกข้าวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ทั้งนี้ เขาได้เสนอขอ “สงวนสิทธิ์ในการปรับลดกรอบวงเงินทั้งหมด” เพื่อให้การคลังมีความยืดหยุ่นในการทำงานและสร้างโอกาสให้ประเทศมีอนาคตที่ยั่งยืนมากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่รัฐบาลเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งไม่เพียงต้องมีวิสัยทัศน์ แต่ยังต้องปลูกฝังความเข้าใจภายในทีมรัฐบาล ว่าการจัดสรรงบประมาณไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่ทำตามรูปแบบเก่าๆ แต่ต้องเป็นการขับเคลื่อนประเทศอย่างมีเป้าหมายให้ตรงกับความเป็นจริง

หากคุณเห็นด้วยกับความคิดเห็นแง่มุมเหล่านี้ อย่าลืมแชร์ความคิดเห็นหรือแสดงออกเพื่อให้รัฐบาลได้ยินเสียงของประชาชนด้วยนะครับ

ที่มา – ‘เท้ง’อัดรัฐบาล‘หูหนวก-ตาบอด’ จัดงบฯ69ไม่ตอบโจทย์แก้วิกฤติเศรษฐกิจ-สงคราม

คึกคัก! งานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 31 เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม

งานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 31 ภายใต้แนวคิด “เกษตรยุคใหม่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนวัตกรรมด้านการเกษตรอย่างคึกคัก โดยได้รับเกียรติจากพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่งระหว่างวันที่ 8-17 สิงหาคม 2568 ที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

คึกคัก! งานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 31 เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม

งานเกษตรภาคใต้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รางวัลนวัตกรรม และพัฒนาทักษะของนักศึกษาอีกทั้งยังเป็นงานสำคัญของจังหวัดสงขลาและภาคใต้ ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย เช่น นิทรรศการ แปลงสาธิต การอบรม การประกวด การแข่งขัน และการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ

งานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 31

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในงาน

ภายในงานมีร้านค้ากว่า 460 ร้านที่มาพร้อมสินค้าเกษตรคุณภาพ อาหาร เครื่องมือ รถยนต์ และอุปกรณ์การเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและความบันเทิงที่จัดขึ้นทุกวันตลอดระยะเวลาจัดงาน การมอบรางวัลทรงคุณค่าจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ แก่ผู้ชนะเลิศการประกวดผลไม้พื้นบ้านต่างๆ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทอง ส้มโอทับทิมสยาม จำปาดะเนื้อ และจำปาดะทอด ก็เป็นไฮไลท์สำคัญในวันที่ 15 สิงหาคม 2568

นิทรรศการงานเกษตรภาคใต้

นิทรรศการด้านเกษตรที่เน้นเรื่อง “นวัตกรรมเพื่อการเกษตรที่แม่นยำและยั่งยืน” เสนอแนวคิดและเทคโนโลยีจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและระดับเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและทิศทางของการเกษตรไทยอย่างชัดเจน ส่วนแปลงสาธิตของปีนี้มีความโดดเด่นด้วยแปลงนาสาธิตที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการเพาะปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการที่น่าสนใจ ณ ห้องบรรยาย 104 อาคาร 1 คณะทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำในหัวข้อหลากหลาย เช่น การปลูกพืชผัก การดูแลไม้ดอก และการแปรรูปผลิตภัณฑ์

กิจกรรมเพื่อการแข่งขันและเอนเตอร์เทนเมนต์ก็เปี่ยมไปด้วยจุดเด่น รวมถึงการประกวดแนวหน้าอย่าง “ทุเรียนหมอนทอง” และ “จำปาดะ” การแข่งขันสูตรแป้งทอดจำปาดะ การตอบคำถามเกี่ยวกับยางพารา และการเสวนาในหัวข้อ “นวัตกรรมการเกษตรยั่งยืน” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 14-15 สิงหาคม 2568

ทุกปี คึกคัก! งานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 31 เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม จะยังคงผลักดันแนวคิดความยั่งยืนและการพัฒนาเกษตรที่มีคุณภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกร นักศึกษา และประชาชนทั่วไปในการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป

สนใจร่วมงานปีหน้ากันอีกครั้งหรือไม่? อย่ารอช้า ติดตามรายละเอียดการจัดงานในปีหน้าได้เร็วๆ นี้

ที่มา – คึกคัก! งานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 31 เปิดเวทีโชว์นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม

เนทันยาฮูพิจารณาอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา

ภายใต้ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า นายเบนยามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกมาพูดถึงแนวคิดในการอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา หลังความขัดแย้งในพื้นที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน

เนทันยาฮูพิจารณาอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า การเรียกร้องก่อนหน้านี้ที่ให้ชาวกาซาอพยพตั้งถิ่นฐานใหม่นอกพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม และข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐอเมริกา ได้ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากในหมู่ชาวปาเลสไตน์และถูกประณามจากนานาประเทศ

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้ออกมาป้องปักษ์นโยบายของตนเอง โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อในประเทศว่า อิสราเอลไม่ได้กระตุ้นหรือบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ แต่ค่อย ๆ อนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา หลังจากเห็นว่ามีความพยายามไกล่เกลี่ยจากประเทศอียิปต์

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เนทันยาฮูกล่าวเสริมว่า อิสราเอลมีเป้าหมายเพื่อให้ชาวปาเลสไตน์ได้มีโอกาสออกจากพื้นที่สงครามก่อน เพื่อความปลอดภัยของตนเอง จากนั้นจึงสามารถเลือกที่จะอพยพออกจากดินแดนปาเลสไตน์หากต้องการ เขาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยในประเทศอื่น ๆ เช่น ซีเรีย ยูเครน และอัฟกานิสถาน

ในเดือนนี้เอง เนทันยาฮูยังได้สนับสนุนข้อเสนอของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เสนอให้ขับไล่ประชาชนกว่า 2 ล้านคนในฉนวนกาซาไปยังอียิปต์และจอร์แดน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีฝ่ายขวาของอิสราเอลเสนอว่ากระบวนการดังกล่าวควรมีลักษณะ “สมัครใจ” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกล่าวหาด้านสิทธิมนุษยชน

  • การอพยพ : ชาวปาเลสไตน์เข้าใจว่าการถูกขับไล่คือการละเมิดสิทธิ
  • ลอร์ดบา : ถือเป็นวันแห่งความหายนะต่อพวกเขา โดยเฉพาะในปี 2491
  • แนวคิดใหม่ : เนทันยาฮูเสนอให้ “อนุญาต” แทนการบังคับ

ไม่ว่าอย่างไร “ความกลัว” ที่ชาวปาเลสไตน์มีต่อการถูกขับไล่ยังคงมีอยู่ พวกเขาเชื่อว่าการออกจากดินแดนเกิดขึ้นภายใต้บังคับ ซึ่งทำให้นึกถึง ‘วันนักบา’ หรือ ‘วันแห่งหายนะ’ เหตุการณ์สำคัญในการสูญเสียที่ดินในปี 2491

ขณะที่อิสราเอลมีแผนขยายปฏิบัติการทางทหารเข้าสู่เมืองกาซาซิตีแล้ว การเจรจาเพื่อข้อตกลงหยุดยิงและการแลกปล่อยตัวประกันในสงครามที่ยาวนานกว่า 22 เดือน ก็ชะลอตัวไว้หลังความล้มเหลวของการประชุมล่าสุด

ในขณะนี้ประชาชนทั่วโลกจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งเนื่องจากความรุนแรงของสงคราม และผลกระทบต่อมนุษย์ในพื้นที่ ที่อาจมีหนทางใดหนึ่งออกจากการตัดสินใจของเนทันยาฮูในครั้งนี้

การอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาหากเกิดขึ้นจริง อาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่ช่วยลดความขัดแย้ง แต่ยังเป็นคำถามว่าจะได้รับการรับฟังจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริงหรือไม่

อยากให้รัฐบาลโลกออกมาแสดงจุดยืนเพื่อความเป็นธรรมในระดับสากลอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

ที่มา – เนทันยาฮูพิจารณาแนวคิด “อนุญาต” ให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซา