ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

สุดจึ้ง! คนอเมริกันแห่เรียนมวยไทยจนทะลุความคาดหมาย ‘กกท.’ เตรียมปรับกลยุทธ์สร้างมาตรฐานในต่างแดน

สุดจึ้ง! คนอเมริกันแห่เรียนมวยไทยจนทะลุความคาดหมาย

ในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2568 โครงการ “มวยไทย มาสเตอร์ คลาส ทัวร์ 2025” ได้ไปจัดกิจกรรมที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-2 ส.ค.68 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนในพื้นที่อย่างล้นหลาม จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่หลายคนไม่คาดคิดมาก่อน

บรรยากาศการเรียนมวยไทยในสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดพิธีเปิดการฝึกสุดเข้มข้นในกิจกรรม “มวยไทย มาสเตอร์ คลาส ทัวร์ 2025” ที่เอปเลอร์ ยิมเนเซียม ภายในโอห์โลเน คอลเลจ โดยมี นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา ร่วมแสดงความเห็นถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ทีมเทรนเนอร์ที่ไปร่วมกิจกรรมประกอบด้วย แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ และเพชรพนมรุ้ง เกียรติหมู่ 9 ซึ่งเป็นนักมวยระดับตำนานของเมืองไทย โดยเปิดคลาสให้ความรู้เรื่องพื้นฐานการออกอาวุธที่ถูกต้อง เทคนิคเฉพาะส่วนบุคคล และการสอนมวยไทยอย่างเป็นระบบ

บรรยากาศในการเปิดคลาสเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีผู้มาลงทะเบียนหน้างานมากกว่า 800 คน ซึ่งมากกว่าการจัดกิจกรรมในนครลอสแองเจลิสเมื่อครั้งก่อนเกินเท่าตัว ถือเป็นความสำเร็จที่เกินทุกความคาดหมาย เรียกได้ว่า “สุดจึ้ง! คนอเมริกันแห่เรียนมวยไทยเกินความคาดหมาย” จริง ๆ

ความเชื่อมโยงระหว่างกีฬากับเศรษฐกิจ

การที่ กกท. จัดกิจกรรม มวยไทย มาสเตอร์ คลาส ทัวร์ 2025 นั้นไม่ได้มีแค่เป้าหมายที่จะส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในกีฬามวยไทยเท่านั้น แต่ยังมีแผนเชิงกลยุทธ์ที่จะต่อยอดเศรษฐกิจผ่านวัฒนธรรม มีการมอบตรารับรองสถานที่ฝึก Standard Muaythai Gym (SMG) ให้กับยิมจำนวน 10 แห่งในสหรัฐฯ พร้อมทั้งเปิดให้คำปรึกษาเรื่องวีซ่าสำหรับเรียนมวยไทย

ปัจจุบันมีวีซ่าที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 แบบ ได้แก่

  • Non-Immigrant Visa รหัส ED (90 วัน) : ใช้สำหรับผู้ต้องการเข้าเรียนระยะสั้นในค่ายมวยมาตรฐานของไทย
  • Muaythai DTV (Destination Thailand Visa) : อนุญาตให้ใช้เวลาพำนักในไทยนานถึง 180 วัน พร้อมทั้งเรียนมวยไทยและท่องเที่ยว

หลังสิ้นสุดกิจกรรม มีการรายงานว่าทุกครั้งที่จัดกิจกรรมในต่างแดน เราสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจมวยไทยเดินทางกลับมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น ในบางประเทศที่ใช้งบประมาณเพียง 6-7 ล้านบาท สามารถดึงรายได้เข้าประเทศได้คูณสิบเท่า

แผนพัฒนามวยไทยในอนาคต

นอกจากจะเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักมวยต่างชาติแล้ว กกท. ยังเตรียมยกระดับครูฝึกด้วยการจัดให้มีหลักสูตรอบรมและสอบไลเซนส์ เพื่อให้บุคคลที่เรียนมวยไทยในต่างประเทศนำความรู้มาต่อยอดในพื้นที่ของตนเอง ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการเดินทางย้อนกลับมาประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อ ระดับอาจารย์ หรือแม้แต่การต่ออายุไลเซนส์

นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า การสร้างครูฝึกมวยที่ผ่านมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย จะช่วยให้เกิดการฝึกสอนมวยไทยในต่างประเทศที่มีคุณภาพ และในระยะยาวจะช่วยให้มวยไทยกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์กีฬาและความสนใจระดับโลกได้อย่างง่ายดาย

ในส่วนของความนิยม มวยไทยไม่ได้เป็นเพียงกีฬาอีกต่อไป แต่กลายเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะการออกกำลังกายและฝึกความอดทน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ขณะเดียวกันก็สร้างความสนใจในวัฒนธรรมไทยอย่างมาก

นักเรียนจากเมืองซานฟรานซิสโก ยังได้มีส่วนร่วมฉลองวันเกิด แสนชัย ในโอกาสที่เขามีอายุครบ 45 ปี ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้วันที่ 30 ก.ค.2568 เป็นการสร้างความประทับใจให้ทั้งฝ่ายครูฝึกและนักเรียนเป็นอย่างมาก

สรุป : มวยไทย มาสเตอร์ คลาส ทัวร์ 2025 ถือเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างแรงกระตุ้นให้ต่างชาติสนใจเข้ามาเรียนในสถาบันมาตรฐานของไทยมากขึ้น รวมถึงการดึงเม็ดเงินสู่ประเทศไทยผ่านการออกกำลังกายและฝึกฝนคีฬาอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย กิจกรรมเช่นนี้จึงเป็นก้าวที่สำคัญในการยกระดับทั้งภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของวงการมวยไทยต่อไปในอนาคต

ที่มา – สุดจึ้ง! คนอเมริกัน ทุบสถิติแห่เรียนมวยไทยเกินความคาดหมาย “กกท.” เล็งเปลี่ยนแนวยกระดับในต่างแดน

สนามแข่งเรือใบเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ รับศึกซีเกมส์ 2025 ในประเทศไทย

สนามแข่งเรือใบประเทศมาแรง! เตรียมรับศึกซีเกมส์ 2025

เมื่อวันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยได้ลงพื้นที่สำรวจ สนามแข่งขันกีฬาเรือใบ พร้อมเยี่ยมชมสถานที่ฝึกซ้อมและที่พักที่เตรียมไว้สำหรับการแข่งขันกีฬา เรือใบในซีเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ผู้เชี่ยวชาญของสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยนำโดย พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ได้ให้การต้อนรับคณะจากคณะกรรมการโอลิมปิคฯ โดยมีการบรรยายสรุปถึงความพร้อมต่าง ๆ ในส่วนของบุคลากร โครงสร้างพื้นฐานของ สนามแข่งขันกีฬาเรือใบ อย่างละเอียด และยังมีการประชุม ณ ห้อง Lagoon 1 ที่ Ocean Marina Yacht Club อีกด้วย

สำรวจพื้นที่จริง พร้อมจัดสถานที่ซ้อม

สมาคมกีฬาแข่งเรือใบ ได้พาคณะสำรวจจากคณะกรรมการโอลิมปิคฯ มาตรวจความพร้อมที่ศูนย์สมุทรกีฬา ตำบลสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสถานที่หลักสำหรับจัดการแข่งขันกีฬาเรือใบในซีเกมส์ในปีหน้า โดยมีการนำเสนอแผนการใช้สถานที่รวมไปถึงจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน

นอกจากนี้คณะฯ ยังได้มอบกำลังใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทยให้ได้สร้างผลงานที่ดีที่สุดในซีเกมส์หน้าอีกด้วย โดยบอกว่าการเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้นักกีฬาและทีมชาติประทับใจสนามใหม่ของไทย

แผนพัฒนาสนามที่ชัดเจนกว่าที่เคย

ทาง สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ระบุว่าเตรียมสนามแข่งเรือใบไว้ 2 แห่ง ด้วยกันสำหรับศึกซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ได้แก่

  • ศูนย์สมุทรกีฬาอ่าวดงตาล
  • Ocean Beach หาดนาจอมเทียน ตำบลสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ทั้งสองสถานที่มีการเตรียมตัวล่วงหน้ากว่า 1 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับผู้ชมและนักกีฬาได้อย่างมีมาตรฐาน คนเกี่ยวข้องก็ผ่านการฝึกฝนและแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

สำหรับการพัฒนาสถานที่นั้น พล.ร.อ.สมประสงค์ กล่าวว่าทางสมาคมได้ออกแบบและปรับปรุงทำความเรียบร้อยไว้ล่วงหน้าในหลายจุดของศูนย์สมุทรกีฬา แต่ยังเหลืออีกบางส่วนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลให้สมบูรณ์ โดยองค์ประกอบสำคัญคือเรื่องความปลอดภัย น้ำทะเล การล่องเรือที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ความพร้อมทั้งสองแห่งในชลบุรี คาดว่าจะช่วยให้ การแข่งเรือใบในซีเกมส์ 2025 เป็นการแข่งขันที่น่าจดจำและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อย่างยิ่งใหญ่ในวงการกีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สรุปเคล็ดลับที่ทำให้ไทยมั่นใจแข่งเรือใบ!

เมื่อเวลานับถอยหลังถึงเวลาหลากหลายกีฬา สมาคมกีฬาแข่งเรือใบก็พร้อมสร้างโอกาสครั้งสำคัญที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพอย่างเต็มตัว และด้วยการทำงานล่วงหน้าอย่างเป็นระบบคาดว่า “สนามแข่งเรือใบ” จะต้อนรับการแข่งขันได้อย่างน่าประทับใจ การเตรียมตัวแบบทันสมัยและมาตรฐานสากลคือคำตอบที่จะสร้างความสำเร็จได้อย่างแท้จริง

สนามแข่งเรือใบเป็นพื้นที่กำลังมาแรงในปี 2025 และนี่คือตัวอย่างของการเตรียมพร้อมที่ไทยไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง

ที่มา – “สนามแข่งเรือใบ” เตรียมพร้อมล่วงหน้า 1 ปี รับศึกซีเกมส์ 2025

แอนดรอส ทาวน์เซนด์ อีกหนึ่งนักเตะสตาร์ยุโรปเตรียมร่วมทัพพลังกาญจน์

วงการฟุตบอลไทยเตรียมถูกจุดประกายอีกครั้ง! แอนดรอส ทาวน์เซนด์ อดีตแนวรุกทีมชาติอังกฤษ ที่สร้างชื่อในศึกพรีเมียร์ลีกมาหลายฤดูกาล เดินทางมาถึงจังหวัดกาญจนบุรีแล้วเพื่อเตรียมเซ็นสัญญาร่วมทีม พลังกาญจน์ เอฟซี น้องใหม่ป้ายแดงในศึกไทยลีก2025

แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เดินทางถึงเมืองกาญจน์อย่างเป็นทางการ

ทาวด์เซนด์ วัย 34 ปี ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่กาญจนบุรี โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 เพจสโมสรพลังกาญจน์ได้เผยแพร่คลิปสุดน่ารักขณะที่นักเตะชาวอังกฤษกำลังศึกษาเมนูอาหารไทยกับครอบครัว พร้อมแคปชั่นว่า ‘สวัสดีกาญจนบุรี!!!!’ ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการสำหรับการย้ายทีมครั้งสำคัญนี้

สำหรับเส้นทางลูกหนังของ แอนดรอส ทาวด์เซนด์ เจ้าตัวเคยสร้างผลงานกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, คริสตัล พาเลซ และ เอฟเวอร์ตัน ที่สำคัญยังเคยรับใช้ ทีมชาติอังกฤษ มาแล้ว 34 นัด เป็นสตาร์ที่มีประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและต่างแดน หลังจากย้ายไปค้าแข้งที่ตุรกร่วมกับ อันตัลยาสปอร์ สุดท้ายเจ้าตัวขอหวนคืนเวทีอาชีพอีกครั้ง

สิ่งที่สตาร์แดนผู้ดีจะนำมาสู่พลังกาญจน์

  • เพิ่มมูลค่าให้ทีมผ่านชื่อเสียงระดับอินเตอร์
  • พัฒนาเทคนิคนักเตะไทยด้วยการฝึกอบรมหลังแข่ง
  • กระตุ้นความสนใจจากแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ

ด้วยวิสัยทัศน์ของทีมพลังกาญจน์ที่เตรียมทุ่มทุนสร้างทีมแข็งแกร่งสำหรับฤดูกาลหน้า การได้ตัว แอนดรอส ทาวด์เซนด์ มาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรถือเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมในระดับที่สูงกว่าการดึงตัวนักเตะระดับอาเชีย ด้านแฟนบอลทั่วไทยต่างตั้งตารอดูเทคนิคและความสามารถที่สตาร์รายนี้จะนำมาใช้ช่วยทีม

ที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้มีกระแสข่าววงในหลายแห่งที่ชี้ไปยังความเป็นไปได้ของดีลนี้ แต่มาถึงจุดนี้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องจริงแล้ว! ดูเหมือนการมาของ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ จะไม่ใช่แค่การเสริมทัพธรรมดา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในแวดวงฟุตบอลไทย

อ่านเพิ่มเติม

หากคุณเป็นสายสปอร์ตที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลระดับเทคโนโลยี เราขอแนะนำให้ติดตามการถ่ายทอดสดพิธีเซ็นสัญญา พร้อมบทสัมภาษณ์พิเศษหลังลงนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าดีลนี้จะสะท้อนถึงกลยุทธ์การดึงตัวนักเตะผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเพิ่มมูลค่าการตลาดของทีม

ด้วยประสบการณ์การทำงานร่วมกับโค้ชระดับสากลในอดีต แอนดรอส ทาวด์เซนด์ จะสามารถช่วยพัฒนาระบบการฝึกซ้อมแบบสมัยใหม่ที่เน้น ‘data analytics’ และ ‘wearable technology’ ในการเพิ่มศักยภาพของทุกนักเตะในสังกัดพลังกาญจน์

ทั้งนี้ การมาถึงเมืองกาญจนบุรีของ แอนดรอส ทาวด์เซนด์ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพในการจูงใจผู้เล่นระดับโลกด้วยเทคโนโลยีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายสโมสรปรับสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจภายใต้โครงสร้างลีกใหม่

สุดท้ายนี้ คุณพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งในผู้ติดตามการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้วหรือยัง? อย่าลุ้มร้อน คอยติดตามการประกาศรายละเอียดนัดลงนามที่กำลังจะมาถึง และเตรียมสัมผัสกับความสนุกครั้งใหม่ของการฟุตบอลไทย

ที่มา – ‘แอนดรอส ทาวน์เซนด์’ ถึงเมืองกาญจน์ เตรียมเซ็นลุยไทยลีก

‘สรวงศ์’ เผย ‘ทีมยุทธศาสตร์พรรค’ เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ก่อนส่งที่ประชุม สส.เพื่อไทย

‘สรวงศ์’ เผย ‘ทีมยุทธศาสตร์พรรค’ เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ก่อนส่งที่ประชุม สส.เพื่อไทย

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสรวงศ์ เทียนทอง ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นสำคัญในทางการเมือง โดยเฉพาะการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งเป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย หลังจากที่คณะกรรมการรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 พ้นจากตำแหน่ง สส.เชียงราย พร้อมทั้งเพิกถอนสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสอง

นายสรวงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กำลังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลที่จะมารับหน้าที่ดังกล่าวอย่างเหมาะสม โดยไม่ได้คำนึงถึงการแบ่งโควตาตามภาคต่าง ๆ แต่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติและความสามารถของผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง

กระบวนการสรรหาอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย

ทางพรรคเพื่อไทยนั้นกำลังดำเนินการอย่างรอบคอบ ทีมยุทธศาสตร์พรรค จะต้องประชุมเพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความสามารถเหมาะสมที่สุด ก่อนนำเสนอชื่อเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ภายในวันที่ 5 ส.ค. เพื่อให้ทันการกำหนดระเบียบวาระของประธานสภาฯ ในวันที่ 7 ส.ค. นี้

ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างมาก กับการเลือกตัวแทนที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากตำแหน่งนี้มีบทบาทในการควบคุมการประชุม และเป็นตัวแทนที่มีความเป็นกลาง แต่พร้อมดับเบิ้ลชีพสำหรับนโยบายสำคัญของพรรคอย่างจริงจัง

  • ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เข้าข่ายอย่างเข้มงวด
  • เน้นความมีประสบการณ์ในพื้นที่สภา
  • ตีความบทบาทที่สอดคล้องกับแนวทางพรรค

การเปลี่ยนแปลงในบทบาทผู้นำสภา

ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 มีความสำคัญและต้องมีบุคคลที่มีความรอบรู้ ทั้งในเรื่องของกฎหมาย ระเบียบ รวมถึงความสามารถในการตัดสินใจและบริหารกลางอย่างเป็นธรรม ซึ่งกระบวนการนี้ของ ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ถือเป็นการเตรียมการอย่างรอบคอบ เพื่อเลือกตัวแทนที่ดีที่สุดของพรรค

แม้จะไม่มีการกำหนดว่าจะต้องเป็น สส.จากภาคใด แต่แนวทางการทำงานนั้นเน้นไปที่คุณสมบัติบุคคลที่จะทำงานร่วมกับประธานสภา โดยไม่มีปัญหาทางการเมืองหรือกฎหมายในอนาคต สำหรับผู้มีชื่อเข้าข่ายนั้น ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนออกมา แต่คาดว่าจะทยอยประกาศภายในเวลาอันใกล้

ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกคนที่เหมาะสมและโปร่งใสของ ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะเป็นตัวอย่างที่ดีในการเสริมภาพลักษณ์ของพรรคว่า มุ่งมั่นความถูกต้อง และเน้นการบริการที่สอดคล้องกับวิถีประชาธิปไตยที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม ความชัดเจนและการรายงานผลการสรรหานี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ประชาชนและผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยรอคอย ขณะที่ขั้นตอนต่อไปจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย หรือไม่ ต้องคอยติดตาม

ที่มา – ‘สรวงศ์’ เผย ‘ทีมยุทธศาสตร์พรรค’เตรียมเคาะคนนั่งเก้าอี้รองประธานสภาฯคนที่ 1 ก่อนส่งที่ประชุมสส.เพื่อไทย

‘นิรัตน์’ มอบนโยบายวันหยุด ย้ำสิงห์ปกครองไม่แตกแยก ลุยแก้ปัญหายาเสพติด – ทุนเทา

นโยบายกรมการปกครอง 2568: รวมทีมสิงห์มหาดไทยสร้างยุคใหม่

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง ได้ให้แนวทางสำคัญในการทำงานของกรมการปกครองประจำปี 2568 โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของ ‘สิงห์ปกครอง’ โดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย 8 ข้อภายใต้แนวคิด DOPANEXT เพื่อเตรียมความพร้อมให้อยู่ในโลกยุคดิจิทัลและรองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6 รอบรู้ คือพื้นฐานในการทำงานปกครองแบบใหม่

กรมการปกครองที่มีโครงข่ายครอบคลุมถึงระดับท้องถิ่น หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ต้องมีความรู้รอบด้านเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับทีมงาน โดยนโยบาย 6 รอบรู้ ประกอบด้วย

  • รู้ประชาชน: ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง รู้จักและเข้าใจประชาชนทุกกลุ่มอย่างลึกซึ้ง เป็นจุดแข็งที่สำคัญของกรม

  • รู้พื้นที่: ให้นักปกครองต้องรู้ลึก รู้จริงเกี่ยวกับจุดแข็ง จุดอ่อน และศักยภาพเฉพาะของแต่ละพื้นที่

  • รู้หน้าที่: รับข้อสั่งการจากรัฐบาลและให้แปลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่ โดยยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดนั้นๆ

  • รู้รักสามัคคี: ให้มองความเป็นทีมเดียวกัน เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข รวมพลังไปในทิศทางเดียวกัน

  • รู้เท่าทันปัญหา: รับฟังและทันต่อปัญหาสังคม รวมถึงเมกะเทรนด์ของโลกและเทคโนโลยี

  • รู้จักกัน: สร้างเครือข่ายภายในกรมและระหว่างหน่วยงาน เกิดความร่วมมือที่สร้างผลประโยชน์สูงสุดให้ประชาชน

ด้วยแนวคิดนี้ กรมการปกครองตั้งใจยกระดับคุณภาพของทีมงานอย่างเป็นระบบ ไม่เน้นการปกครองแบบเดียวกันทุกพื้นที่ แต่เน้นการเติบโตอย่างเท่าเทียม และการร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน โดยมี 8 นโยบายหลักในยุค DOPANEXT ซึ่งนายอธิบดีเน้นว่า治理ไม่ใช่เพียงแค่การบริหาร แต่ต้องมีพลังจากความเป็นทีมเดียวกัน

8 นโยบายของ ‘สิงห์ปกครอง’ ที่เปลี่ยนกรมสู่ยุคดิจิทัล

นโยบาย 8 DOPANEXT ที่มุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงแบ่งเป็นสามยุค ได้แก่

  • New Era: 1) ปกครองเข้มแข็ง สังคมปลอดภัยไร้ยาเสพติด 2) ปกครองโปร่งใส เข้มขึ้นกับทุกธุรกิจสีเทา และ 3) ใช้ชายแดนให้เป็นพื้นที่สร้างความหวัง มั่นคงและมั่นใจได้

  • Excellence: 4) พัฒนากฎหมายให้ใช้งานได้จริงจริง 5) การรวมสองแนวคิด Security Mind และ Service Mind เพื่อตอบโจทย์ประชาชนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

  • Transformation: 6) ใช้ Dopa Big Data มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาบริการประชาชน 7) พัฒนานักปกครองให้เท่าทันเทคโนโลยี และ 8) ทีมปกครองเป็นศูนย์กลางในการร่วมมือกับทุกภาคส่วน

นายนิรัตน์กล่าวทิ้งท้ายอย่างมุ่งมั่นและเรียลเวิลด์ว่า กรมปกครองไม่แยกส่วนแม้เวลาเปลี่ยน เขายังคงภักดีต่อหลักการและจิตวิญญาณของกรมอย่างเสมอมา เขามองว่า กรมนี้มีบทบาทหลักในกระทรวงมหาดไทย และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างประเทศให้ไร้ทุกข์ เต็มไปด้วยความสุข

นี่คือการเปลี่ยนผ่านของกรมการปกครองที่ไม่ใช่แค่ทำตามนโยบาย แต่สร้างการมีส่วนร่วมภายในทีม โดยเชื่อมโยงกับผู้คนและเทคโนโลยี เพื่อมอบบริการที่ดีกว่า และสร้างความเข้มแข็งให้กับทั้งสังคม

สิ่งที่ควรติดตามสุดๆ คือว่า กรมการปกครองจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะกับปัญหาเรื่องยาเสพติดที่เราหวังว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา – ‘นิรัตน์’ มอบนโยบายวันหยุด ย้ำสิงห์ปกครองไม่แตกแยก ลุยแก้ปัญหายาเสพติด – ทุนเทา

มจพ. จัดงาน เดิน-วิ่ง 2 พระราม ประจำปี 2568 เสริมสุขภาพ สร้างสายสัมพันธ์ร่วมกัน

งานเดิน-วิ่ง 2 พระราม มจพ. ประจำปี 2568

เมื่อช่วงตี 5 ของวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือ มจพ. ได้จัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง 2 พระราม ประจำปี 2568 (KMUTNB WALK–RUN 2 RAMA BRIDGES 2025) โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ธานินทร์ ศิลป์จารุ อธิการบดี มจพ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า นักศึกษา และประชาชนจากชุมชนใกล้เคียง มาร่วมงานกว่า 2,000 คน การจัดกิจกรรมในปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 8 แล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทุกฝ่าย

ความหมายและความมุ่งมั่นของกิจกรรม

กิจกรรมเดิน-วิ่ง 2 พระราม 2568 ถูกจัดขึ้นโดย สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมศาสตร์พระจอมเกล้าพระนครเหนือ (สศวพ.) มีจุดประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ศิษย์เก่า คณาจารย์ และชุมชนรอบข้าง นอกจากเรื่องของสุขภาพแล้ว ยังมุ่งการสร้างเครือข่าย ตลอดจนเสริมสัมพันธภาพระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันผ่านกีฬาอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

โดยวันนี้มีทั้งการวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 12.7 กิโลเมตร ที่เหมาะกับทั้งนักวิ่งมืออาชีพ และผู้ที่เริ่มต้นออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองสุขภาพที่ดีได้อย่างเต็มที่

ร่วมใจสร้างความสามัคคีและความร่วมมือ

อาจารย์ธานินทร์ กล่าวว่า การจัด มจพ. เดิน-วิ่ง 2 พระราม ประจำปี 2568 ครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อการกีฬาเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน เครือข่ายวิชาการ รวมถึงเครือข่ายศิษย์เก่าที่ยังคงผูกพันกับสถาบัน นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ มจพ. อีกด้วย

ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายช่วงวัย ทั้งเยาวชน วัยทำงาน และประชาชนทั่วไป กิจกรรมเช่นนี้ได้สร้างจุดเชื่อมโยงระหว่างคนจากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ให้ได้มาพบปะกัน แลกเปลี่ยนเรื่องราว สร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน โดยมีการมอบรางวัลและส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ อย่างน่าประทับใจ

มจพ. ขอขอบคุณทุกๆ ท่านที่มาร่วมงานวิ่งปีนี้อย่างเต็มใจ ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งหรือผู้สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นของรางวัล อาหาร เครื่องดื่ม และพลังสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่ช่วยให้กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

แนวโน้มกิจกรรมวิ่งในสังคมไทย

  • สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ: ปัจจุบันนี้สามัญชนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น
  • กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์: การวิ่งเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างความสามัคคีและเชื่อมสายสัมพันธ์ได้ดี
  • การสนับสนุนจากภาคเอกชน: บริษัทต่างๆ ตบเท้าร่วมสนับสนุนเนื่องจากเห็นคุณค่าในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

และสำหรับปีหน้า 2026 พวกเราก็เชื่อว่า กิจกรรม มจพ. เดิน-วิ่ง 2 พระราม จะกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่และสร้างความประทับให้กับทุกคน อย่าลืมติดตามร่วมกันอีกนะครับ

ที่มา – มจพ. จัดงาน เดิน-วิ่ง 2 พระราม ประจำปี 2568 (KMUTNB WALK–RUN 2 RAMA BRIDGES 2025)

นิวซีแลนด์จ่อเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

นิวซีแลนด์เตรียมเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม จากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน กำลังพิจารณาการเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าชมอุทยานแห่งชาติและเส้นทางเดินป่าที่เป็นที่นิยม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อหารายได้มาพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนผู้มาเยือนจำนวนมาก ถึงแม้ว่าเส้นทางธรรมชาติเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางธรรมชาติของชาวนิวซีแลนด์ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มระหว่าง 20-40 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 381-763 บาท) ต่อคน เพื่อเข้าชมสถานที่เหล่านี้

ชาวต่างชาติได้เที่ยวฟรีมาก่อนหน้า

ตามข้อมูลที่ได้รับ ลักซอนให้ความเห็นว่านักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศหลายรายทึ่งที่สามารถเยี่ยมชมสถานที่ธรรมชาติสวยงามที่สุดในโลกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการเดินป่าและท่องเที่ยวในอุทยานที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติสูง ซึ่งเขาเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องหารูปแบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและสามารถนำรายได้ที่ได้ไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอนุรักษ์ธรรมชาติในบริเวณเหล่านี้อย่างยั่งยืน

รัฐบาลนิวซีแลนด์รายงานว่า คาดว่าจะมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมนี้อยู่ที่ประมาณ 62 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อปี หรือราว 1,180 ล้านบาท ซึ่งจะถูกนำไปลงทุนกลับในด้านการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาบริการสำหรับผู้มาเยือนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนต่างชาติเป็นผู้ใช้งานมากถึง 80% ของจำนวนผู้มาเยือนทั้งหมด

นิวซีแลนด์ต้องการกระจายค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม

นายกรัฐมนตรีระบุชัดเจนว่า ชาวนิวซีแลนด์จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด ในการเยี่ยมชมอุทยานหรือเส้นทางท่องเที่ยวที่ตนเองมีส่วนรักษาอัตลักษณ์ ความสะอาด และความงดงามของธรรมชาติ นี่จึงเป็นเพียงการปรับสมดุลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายในการดูแลอย่างเหมาะสม

ทิศทางนโยบายเศรษฐกิจจากด้านการท่องเที่ยว

ประเทศนิวซีแลนด์มองว่าการท่องเที่ยวไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังจากที่เศรษฐกิจของประเทศถดถอยไปในปีที่แล้ว แผนนี้จึงมีเป้าหมายระยะยาว ในการสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วยนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ นิวซีแลนด์ยังเตรียมปรับโครงสร้างวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับชาติที่มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวสูงอย่างจีน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและจูงใจให้กลับมาเยี่ยมชมประเทศอีกครั้ง โดยอาจพิจารณาให้สิทธิประโยชน์บางอย่างในการเดินทางเพื่อแลกกับการท่องเที่ยวยาวนานที่มากขึ้น

ทิศทางและเป้าหมายของมาตรการใหม่นี้ยังเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการจัดการประเภทนักท่องเที่ยวให้ชัดเจน และยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ดีขึ้น ด้วยการบริหารจัดการรายได้เข้าสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นิวซีแลนด์จ่อเก็บค่าธรรมเนียมทัวริสต์ต่างชาติ คาดหวังผลลัพธ์ระยะยาว

จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น เราอาจคาดการณ์ได้ว่าแนวทางการเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะกลุ่มนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศที่มีการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติสูงอย่างนิวซีแลนด์ นี่เป็นการตอบโจทย์ทั้งด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และยังเสริมรายได้เข้าประเทศอีกช่องทางหนึ่ง

สำหรับนักเดินทางชาวไทย หรือผู้ที่สนใจแพลนเที่ยวนิวซีแลนด์ข้างต้น การเปลี่ยนแปลงหลังเดือนพฤศจิกายนอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเข้าชมอุทยาน ค่าปรับปรุงเส้นทาง และประสบการณ์โดยรวมที่ดีขึ้น ดังนั้น การจองแพ็กเกจท่องเที่ยวก่อนเดือนพฤศจิกายนนี้ อาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประโยชน์ในการท่องเที่ยวได้

คริสโตเฟอร์ ลักซอนมองว่า การเก็บนักท่องเที่ยวต่างชาติกับการไม่เก็บชาวนิวซีแลนด์นั้นเป็นความยุติธรรมเชิงนโยบาย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ทั้งภาคประชาคมท้องถิ่นและนักเดินทางจากต่างประเทศได้อย่างสมดุล

ทั้งนี้ ยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าสถานที่ท่องเที่ยวใดบ้างที่จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม แต่คาดว่าทางการจะมีการประกาศรายชื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ที่วางแผนเดินทางควรติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางที่เป็นทางการของรัฐบาลนิวซีแลนด์

เครดิตภาพ: AFP

ที่มา – นิวซีแลนด์จ่อเก็บค่าธรรมเนียมทัวริสต์ต่างชาติ ตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ อุบลฯ ไปเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ อุบลฯ ไปเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีพระราชหฤทัยเป็นห่วงเป็นใยพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบนิ่งในพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ทหารและพลทหารที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

การเน้นให้กำลังใจผ่านช่องทางนี้มีขึ้นที่ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรักษาพยาบาลทหารที่บาดเจ็บ ได้แก่ จ่าสิบเอก พนมกร จันทะวงษ์, จ่าสิบเอก ศิวกร วาสันเที๊ยะ, จ่าสิบเอก จุลพล หวังหล้า รวมถึงอีกหลายคน โดยข้อความจากสมาชิก ครอบครัว ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์แสดงถึงความปลื้มปีติและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างไม่มีประมาณ

ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของกำลังพลและครอบครัว

นอกเหนือจากการเยี่ยมและให้กำลังใจแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นการแสดงถึงพระเมตตาอย่างเต็มเปี่ยมที่มีต่อบริวารที่ปกป้องประเทศชาติ การที่มีผู้แทนของพระองค์มาเยี่ยมถึงที่โรงพยาบาลไม่เพียงแต่เป็นตำแหนยันแรงใจแก่กำลังพลเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างกำลังใจให้กับครอบครัวที่ต้องเผชิญกับวิกฤตความเจ็บป่วยของคนในครอบครัวด้วย

บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯ ในการเชิญพระราชทาน

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับมอบหมายจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทำหน้าที่อย่างสำคัญในการเชิญของพระราชทานไปยังผู้บาดเจ็บ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการประทับใจแก่ผู้ได้รับเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความใกล้ชิดและความห่วงใยจากสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อทหารของชาติ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดน

ในสถานการณ์สุขภาพของทหารเหล่านี้ เราต่างสามารถเห็นภาพได้ว่าความรัก ความห่วงใย และความทรงจำแห่งพระมหากรุณาธิคุณจะยังคงสถิตอยู่ในใจพวกเขาตลอดไป วัฒนธรรมแห่งความสามัคคีและการรับใช้ชาติ จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการดูแลบุคคลเหล่านี้ตามหน้าที่ในครั้งที่พระองค์ตั้งพระทัย

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ อุบลฯ ไปเยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งสำคัญนี้ไม่เพียงแต่สื่อถึงความเห็นอกเห็นใจต่อบรรดาทหารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพระเมตตาที่ส่งผลให้คนทั้งประเทศร่วมกันส่งแรงใจให้แก่ผู้เสียสละชีพอย่างเต็มที่ทุกเมื่อ เหตุการณ์ดังกล่าวจึงยังคงมีความสำคัญต่อการสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลประเทศร่วมกันของทุกภาคส่วน

ที่มา – ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผวจ.อุบลฯ เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

สนามใหม่ของ ‘ผีแดง’ อาจล่าช้าหากตกลงราคาที่ดินไม่ได้

แผนการสร้างสนามใหม่ของ ‘ผีแดง’ ที่ไม่ราบรื่น

หากคุณเป็นแฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือติดตามข่าววงการฟุตบอลระดับโลก คุณคงทราบดีว่า ‘ผีแดง’ กำลังเผชิญปัญหาหลายด้านเกี่ยวกับแผนสร้างสนามฟุตบอลใหม่ที่มีความจุมากถึง 100,000 ที่นั่ง โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวรายงานออกมาว่าการเจรจาเรื่อง ราคาที่ดินสำหรับก่อสร้างสนามยังไม่ลงตัว ส่งผลให้โครงการอาจเกิดความล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ

ความล่าช้ามาจากข้อติดขัดอะไร?

ตามรายงานจาก The Guardian ระบุว่า สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการใช้ที่ดินของสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟ เพื่อเริ่มก่อสร้างสนามใหม่ที่ถูกเรียกว่า ‘เวมบลีย์แห่งภาคเหนือ’

Freightliner ซึ่งเป็นเจ้าของสถานีเกี่ยวข้อง พร้อมพิจารณาขายที่ดิน แต่เสนอราคาสูงถึง 400 ล้านปอนด์ ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ประเมินมูลค่าไว้เพียง 40-50 ล้านปอนด์ ความแตกต่างของตัวเลขที่ห่างกันอย่างมากทำให้ การสร้างสนามใหม่ของผีแดง อาจชะลอออกไป ถ้าทั้งสองฝ่ายยังไม่เห็นพ้องกัน

ข่าวสนามใหม่ ‘ผีแดง’ เผยแผนสำรองหากไม่ได้ที่ดิน

แม้ว่า เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของสโมสรจะตั้งเป้าให้ก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2030 และเริ่มก่อภายในปีนี้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันอาจทำให้แผนต้องเลื่อนลอย เนื่องจากยังไม่มี ใบอนุญาตก่อสร้าง ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมด และยังไม่แต่งตั้งสถาปนิกอย่างเป็นทางการ

  • ปรับลดขนาดสนาม เพื่อไม่ต้องใช้ที่ดินผืนนี้
  • ต่อรองราคาใหม่อีกครั้ง
  • ขอความช่วยเหลือจากรัฐเพื่อบังคับซื้อ แต่กังวลว่าจะมีการฟ้องร้องตามมา

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่คาดหวัง

ถึงแม้ปัญหาที่ดินจะชะลอความคืบหน้าของ โครงการสร้างสนามใหม่ของผีแดง แต่สโมสรยังคงเชื่อมั่นว่าสนามแห่งนี้จะสร้างมูลค่ามหาศาลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยประมาณการว่าจะช่วยสร้างรายได้ต่อปีให้ประเทศอังกฤษถึง 7.3 พันล้านปอนด์ และสามารถจูงใจนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 1.8 ล้านคนต่อปี

แถมยังมีผลดีต่อการจ้างงาน คาดว่าจะสร้างงานกว่า 92,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งโครงการบ้านใหม่สำหรับประชาชนกว่า 17,000 หลัง ซึ่งเป็นเหตุผลที่สโมสรยังคงผลักดันแผนนี้อย่างเต็มที่แม้จะมีอุปสรรคระยะสั้นเกิดขึ้น

สรุปและมุมมอง

ไม่ว่าจะด้วยความล่าช้า การเจรจาทางราคา หรือปัจจัยภายนอก การสร้างสนามใหม่ ‘ผีแดง’ ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยการเจรจาอย่างรอบคอบและการวางแผนระยะยาวของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผู้ติดตามเกมลูกหนังระดับโลก การก่อสร้างสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษอาจกลายเป็น เทรนด์ใหม่ของกีฬาอาชีพ ที่วางจุดยืนไม่เพียงด้านการแข่งขัน แต่ยังเน้นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน หากแมนฯ ยูไนเต็ด หาทางออกร่วมกับ Freightliner ได้ดี แฟนบอลทั่วโลกอาจได้เห็นความยิ่งใหญ่ของ ‘สนามใหม่ผีแดง’ ที่สมบูรณ์แบบในอีกไม่ช้า


ที่มา – สนามใหม่ “ผีแดง” ส่อล่าช้าเหตุตกลงราคาที่ดินไม่ได้

คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด!

คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด!

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่ จ.ตรัง เมื่อมีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงกราดใส่รถของ ‘กำนันตงฉิน’ โดยใช้ปืน M16 ยิงกระหน่ำจนรถพรุนไป 15 รู ส่งผลให้กำนันผู้ใหญ่บ้านที่ชาวบ้านเคารพนับถือต้องเสียชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ

โดยเหตุเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 190 ม.9 บ้านต้นโพธิ์ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและรีบไปยังจุดเกิดเหตุโดยทันที พบรถกระบะฟอร์ดรุ่นเรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน บม 3901 ตรัง อยู่ในสภาพถูกยิงเต็มไปด้วยรู 15 รู โดยมีอาการบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่โหนกแก้มขวา ลำตัว รวมถึงนิ้วขาด จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จุดซุ่มของคนร้ายและหลักฐานที่พบ

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกเกลื่อนพื้นอย่างน้อย 15 ปลอก นอกจากนี้ยังมีอาคารตลาดร้างข้างเคียงที่คาดว่าเป็นจุดซุ่มโจมตีของคนร้าย พบว่ามีเก้าอี้พลาสติกสีฟ้าตั้งอยู่ พร้อมกับยากันยุงแบบจุด ซึ่งยังเหลืออยู่ประมาณครึ่งเดียว จึงได้นำหลักฐานเหล่านี้ไปใช้ในการสืบสวนเพิ่มเติม

จากคำให้การและหลักฐานเบื้องต้น สันนิษฐานว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากความขัดแย้งส่วนตัว หรืออาจเกี่ยวข้องกับเรื่องแก๊งธุรกิจมืด โดยเฉพาะในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด! อาจชี้เบาะแสถึงเครือข่ายที่ต้องการทำลายกำลังสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด

คำสั่งขยายผลจากผู้บังคับการตรัง

พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ.จว.ตรัง ระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่และตรวจสอบหลักฐาน ทั้งปลอกกระสุนและรอยกระสุนที่ฝังอยู่ภายในรถ เพื่อตามรอยแหล่งที่มา นอกจากนี้ยังกำลังขยายผลเพื่อดูความขัดแย้งที่อาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดเหตุรุนแรงนี้

นอกจากความขัดแย้งส่วนตัวแล้ว ทางตำรวจยังพิจารณากรณีที่ คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด! อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายมืดบางกลุ่ม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวเนื่องจากบทบาทของกำนันเล้นที่ทำงานในการกวาดล้างยาเสพติดมาตลอด

เหตุผลที่คดีนี้น่าสนใจต่อผู้คน

  • เป็นเหตุสะเทือนใจประชาชนเนื่องจากผู้ตายมีฐานะเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน
  • สะท้อนปัญหายาเสพติดและแก๊งมืดที่ยังคงความรุนแรง
  • เป็นเรื่องราวอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการเมืองในระดับพื้นที่

คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด! เป็นการสูญเสียที่สร้างความเศร้าให้กับชุมชน และเป็นจุดเริ่มต้นในการตั้งคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักสืบในพื้นที่ กำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในการสร้างความสงบสุข แต่เมื่อต้องถูกคุกคามจากความมืด ย่อมทำให้เห็นถึงความเสี่ยงในการทำงานที่ต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มมืดโดยตรง

เหตุการณ์เช่นนี้ควรเป็นแรงกระตุ้นให้สังคมตื่นตัวมากขึ้น และให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น และบุคคลที่ทำงานปกป้องสังคมจากภัยใต้ดิน ให้พวกเขาสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลถึงความปลอดภัยส่วนตัว

หากคุณต้องการติดตามข่าวสารคดีอาชญากรรมที่มีความลึกซึ้งและมีบริบทที่ซ่อนเร้น เจาะลึกได้ที่นี่! และหากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด! สามารถแจ้งเบาะแสเพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยของชุมชนได้

เรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่น่าห่วงในมุมของความสงบสุขในพื้นที่ ไม่เพียงแต่จะต้องจับคนร้ายให้ได้ แต่ยังจะต้องหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำอีก

เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญในจังหวัดตรังครั้งนี้ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในนโยบายความปลอดภัยท้องถิ่น ซึ่งจะต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – คนร้ายใช้ M16 กราดยิง ‘กำนันตงฉิน’ ดับ คาดปมขัดแย้งส่วนตัว ใบสั่งแก๊งธุรกิจมืด!